Saturday, December 30, 2006

ปั่นเพื่อเธอ

หลังจากที่อัพเกรดสมาชิกภาพฟิตเนสเป็นตลอดชีพ(เพื่ออะไร)ก็ไม่ได้ไปเลยซักสองเดือนแล้วมั๊ง Trainer (นอกจากค่าเล่นยังจ้างเทรนเนอร์อีกนะ)โทรมาจิกหลายรอบอยู่จนวันนี้แหละถึงได้ไปซะทีปุ๊กบอกว่าเค้าคงจะคิดว่าเมื่อไหร่มันจะจบๆคอร์สกับตูซะที

อยากจะออกกำลังกายอยู่หรอกแต่ขี้เกียจสำหรับฉันการออกกำลังกายมี priority ต่ำมากถึงมากที่สุด ถ้าไม่เพราะอ้วนก็คงจะยังไม่ไปอ้วนจนรับตัวเองไม่ได้เหมือนกันเอวหนาและพุงล้ำหน้าไปแล้นก็อยากจะหุ่นดีฟิตแอนด์เฟิร์มหรอกนะจ๊ะแต่มันทรมานจริงๆปั่นจักรยานตั้งครึ่งชั่วโมงเมื่อยต้นขามากเผาผลาญได้ห้าสิบกว่าแคลอรี่ = = แต่ก็ต้องสู้ๆหน่อยนะ น้ำหนักปาไป 57แล้นพี่น้อง

ฉันก็ไม่รู้ว่า burn fat ด้วยการเดินบนลู่กับขี่จักรยานอะไรมันจะดีกว่ากันแต่ว่านั่งปั่นๆเนี่ยมันก็สบายกว่าเดินอ่ะแหละคิดเอาเองด้วยว่าขาและก้นจะกระชับนะแต่สามสิบนาทีเนี่ยก็นานมิใช่น้อยเวลาทำเรื่องที่ไม่อยากจะทำเพราะเอา ipodไปด้วยแล้วฟังเพลงที่ขวัญใจร้องก็มีกำลังใจนะจ๊ะ งิงิ สู้ๆ ฟิตแอนด์เฟิร์ม

ป.ล มีคนมาแลกสเกตพรุ่งนี้ไม่ต้องทำงาน โย่ว ! แต่ไม่มีที่ไป = =""

Monday, December 25, 2006

Merry Hero Christmas

แม่คู๊ณ...งมโข่งจะทำเวบใหม่ต้อนรับคริสต์มาสซะหน่อยยากอ่ะทำไม่ได้กลับสู่สามัญสีดำสวยสุดก็คิดว่าสาระสำคัญกว่าหน้าตาเรื่องท่วมหัวไม่ได้เขียน(อัพเดทซะมั่งจะดีกว่านะยะหล่อน)

คริสมาสปีนี้ซานต้าใจร้ายจริงๆไม่ฟังคำอธิษฐานฉันเลยเพราะฉันแห้วอดไปร่วมปาร์ตี้วันเกิดฮีโร่ของฉันแต่จริงๆก็ไม่ได้อธิษฐานกับซานต้าซะหน่อย...ถึงว่าไม่สำเร็จ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าเปิดเนตไปเจอว่ามีปาร์ตี้ที่เกาหลี....แลกสเกตซะเครียดจะร้องไห้ ส่งชื่อไปลุ้น ลุ้นทุกวันเพราะจนหมดเขตรับสมัครก็ไม่มีจดหมายมา ลุ้นๆๆๆ เช็คเวบตลอดพอไปทำงานห่างเนตจะบ้าตายกลับบ้านมาเย็นวันศุกร์เช็คเวบเค้าประกาศรายชื่อแล้วปรากฎว่าแห้วเศร้าเลยแต่ก็หายลุ้นซะที มีคนที่ไม่ได้เป็น official FC ไปสิบกว่าคนเป็นคนไทยกะญี่ปุ่นเยอะมากก็คิดว่ามาก่อนได้ก่อนแต่เศร้าหวะ...ใช้เงินซื้อได้จะดีกว่าลุ้นแบบเนี่ย จริงๆก็ไม่ฟรีหรอกนะมีค่าเข้าแต่ไม่ได้เข้าทุกคน งืออ...ต้องทำงานเหนื่อยนะเฟ้ย ไอ่ไฟล์ทไปเกาหลีง่ายๆเค้าไม่ให้ ต้องไป 658 ไป direct ขากลับก็ตื่นเช้าต้องแวะฮ่องกงก่อนอีกต่างหาก แล้วฉันจะไปทำไรหละ?? ไปเที่ยว olympic park มะ(เค้าจัดปาร์ตี้ที่นั่น) ฮือ ฮือ แต่มันก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนกันนะแต่จะไปทำไมให้ช้ำใจเล่า ไปกินคริสปี้ครีมทีเมียงดงซักโหลให้หายช้ำดีกว่า(เออ...ยังไม่ได้เล่าเกาหลีภาคสองนี่นา อิอิ)

ก็ไม่รู้เศร้าขนาดไหนวันเสาร์ไปเรียนเปียโนครูบอกว่าฉันเล่นเพลงออกมาเศร้าทั้งที่สอนเพลง key minor แต่มันเป็นเพลงหวาน ครูบอกว่าฉันอ่านโน้ตได้เร็วเล่นเพลงได้เร็วแต่เล่นเพลงไหนออกมาเศร้าตลอดแม้จะเป็น key major ก็ตาม มีอะไรในใจหรือเปล่า....ไม่ได้ตั๋วไงครู!!!!!!!!!!!!! ปร่าว ไม่ใช่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...เล่นเองฟังไม่ออกว่ามันเศร้าหรือสนุกหรือซึ้งคือจริงๆเล่นอะไรไปยังไม่รู้ตัวเลย ฟังครูเล่นเพลงเดียวกันแต่เศร้ากับหวานเนี่ยแยกออก ครูบอกว่าฉันเล่นโน้ตมีระเบียบ...คือจะบอกว่าเล่นถูกจังหวะหมดอ่ะแต่ไม่มีอารมณ์ = =" ครูว่ามันต้องตีความเค้ามีเรียน music expression กันเลยมิน่าใน AF เค้าถึงมีชั่วโมงตีความเนื้อเพลงจะได้แสดงอารมณ์ได้ถูกต้อง

คืนนี้จะไปเกาหลีแล้วเช็คอุณหภูมิแล้วก็ -6 ถึง 6 ยังงั้นเลยนะ = ="""ถึงจะไม่ได้ไปปาร์ตี้แต่ก็ได้ไปเห็นบรรยากาศคริสมาสที่เกาหลี จริงๆก็เห็นเค้าประดับประดาไฟตั้งแต่ที่ไปเดือนที่แล้วแล้วหละก่อนหน้านี้ที่หายไปเลยก็ได้ไปเห็นคริสมาสที่ฟุกุโอกะแล้วก็ฮ่องกงดีสนีย์ด้วยนะ รู้สึกอบอุ่นทั้งที่อากาศเย็นโคตร อยากให้บ้านเรามีอากาศเย็นๆแบบนั้นรู้สึกมันได้บรรยากาศดี การเปลี่ยนแปลงทำให้รู้สึกอะไรใหม่ๆดีแต่ตอนนี้บ้านเราก็หนาวเหมือนกันขนาดกรุงเทพนะเนี่ย เย็นจนไม่อยากจะอาบน้ำเลย อยากจะออกไปหาบรรยากาศคริสมาสที่บ้านเราเหมือนกันนะทั้งที่หยุดสองวันแต่ว่าขี้เกียจ วันๆก็ไม่ได้ทำไรอ่ะนะเนตดูดวิญญาณ(แต่ไม่อัพบลอค :P)

เนตดูดวิญญาณไปเจอว่าดงบังชินกิจะมีคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นให้จองตัววันที่ 26 ธันวานี้จนถึงต้นๆเดือนมกราอ่ะแต่ว่าคอนเสิร์ตมีเดือนพฤษภา มิถุนานู่น..เอางั้นเลยราคาตั๋วถูกกว่าดูในบ้านเราทุกที่นั่ง 6500 เยน(จะดีเร้อ?) แต่มันนานเกินเหตุตอนนั้นจะได้ไปญี่ปุ่นพอดีมั้ยจะแลกไปได้มั้ยไกลเกินจะวางแผน ตอนแรกก็คิว่าซื้อไว้ก่อนเกิดถึงเวลาแลกไฟล์ทไปได้ไม่มีตั๋วเศร้ากว่า...แต่อีกหกเดือนข้างหน้าเนี่ยนะป่านนั้นมีคอนเสิร์ตที่เกาหลีไปก่อนแล้วมั๊ง

ดูพี่เรนสิจะมาเล่นคอนเสิร์ตบ้านเรา 3 กุมภาก็เปิดจองล่วงหน้าสองเดือนนิดๆ มันก็ยังโอเคไม่ไกลเกินแต่ตั๋วแพงชะมัดเลยอ่ะ ห้าพันเลยเหรอมันจะใกล้แบบได้กลิ่นเหงื่อกันเลยมะเนี่ยยังงั้นอ่ะก็น่าจะซื้อหรอก...แต่ว่าเรนชุดนี้ไม่เอานะ สำหรับฉันว่าน่ากลัวมั่กมาก >_< ชอบแบบบอบบางมากกว่า อัลบั้มนี้ต้องได้ใจเกย์ไปเต็มๆ

พรุ่งนี้ค่อยมาเล่าต่อเรื่องไปเที่ยวแต่อวดรูป picture of the year ก่อนก็ดะ รูปเล็กอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากแต่ดูรูปใหญ่แล้วรู้สึกดีอ่ะดูอบอุ่นคริสมาสมากๆเหมือนภาพจากหนังต้องขอบคุณผู้ชายเสื้อกันหนาวเหลืองทำให้ภาพดูดี

Merry Chrismas ทุกคน

Tuesday, December 19, 2006

หูขาว ปะทะ หูดำ

จากการงมโข่งจะเกือบถึงเช้าก็เอาเพลงลง mp3 player ไม่ได้ซักกะตัวทั้ง ipod suffle และ creative zen v plus เรื่องที่คิดว่าง่ายก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดทั้งที่ไม่น่าจะมีอะไรก็ยุ่งยากซะงั้น

เหตุผลหนะเหรอ media player 11 !!!?!?!?!

แล้ว ipod เกี่ยวอะไรด้วย ไม่เกี่ยวหนิแต่ก็เอาเพลงลงไม่ได้พอย้ายไปใช้ pc ของภัทร ได้ซะงั้น
เพราะอะไรusb ?? ไปถามคนที่ร้าน istudio ว่าต่อผ่าน hub ได้มะเค้าก็ว่าได้ แล้วอะไรหละ ปัญหาของ zen คือ media player 11 ไม่ได้

และ media player 11 เนี่ยแหละทำให้ก๊อบเพลงจาก enhanced CD ลงเครื่องไม่ได้(OST. Vacation ของ TVXQ)หลงด่า enhanced CD ซะนาน ไม่ OS ก็คอมตัวเองเนี่ยแหละบ้าบอจะ roll back กลับไปเป็น media player 10 ก็ทำตามเวบบอกไม่ได้เพราะไม่มีอะไรเหมือนที่เวบบอกซักขั้นตอน = = ต้องไปโหลดเพลงจาก pc แทน

ต้องทำให้เป็น media player 10 แล้วจะลองใหม่ทุกอย่างอีกทีแต่ตอนนี้ก็ได้เป็นชนหูขาวกะเค้าแล้น(ปุ๊กเป็นมารหูดำ)

ป.ล1 มะรืนจะไปหามิกกี้เมาส์

ป.ล2 วันนี้ไปดู king & clown หนังเกาหลีก็แสดงกันดีนะสนุกดี จะชมว่าลีจุนกิสวยหรือหล่อดีหละ ภาพสีสวยมากยิ่งชุดแดงเนี่ยแดงกันจริงๆไม่เข้าใจหนังเกาหลีภาพจะสวยใสเพราะเทคโนโลยีหรือไม่มีฝุ่นในอากาศ

Saturday, December 16, 2006

หนีร้อนไปพึ่งเย็น

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้พักผ่อนนอนหลับดีๆแต่เป็นวันแรกที่กินอาหารครบสามมื้อก็คงเพราะเป็นวันหยุดหละมั๊ง อยู่บ้านเต็มๆแต่กำลังจะไปทำงานอีกแล้น ขอหนีไปหนาวที่ฟุกุโอกะหน่อยนะ

ฝากเพลงของสุดที่รักให้ฟัง I wanna hold you

ป.ล อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เวร เวร เวร มือถือตกน้ำ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

Wednesday, December 13, 2006

เด็ก x

เวลาไปทำงานต้องถือพาสปอร์ตอายุเกินหกเดือน วันนี้ก็เลยไปต่อซะเลยเดี๋ยววันหลังจะลืม

เค้าไม่มีต่ออายุกันแล้วเพราะว่าเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ใส่ชิบ(ชิพ?) สแกนนิ้วชี้ซ้ายขวา...ทำไมต้องนิ้วชี้? ไม่น่าจะต้องสแกนอีกเลยนะเพราะว่าบัตรประชาชนก็เก็บข้อมูลลายนิ้วมือไปแล้ว มันลิงค์กันนี่นา(ดูจากรูปที่เรียกพิมพ์ออกมามีรูปบัตรประชาชนกับรูปที่ถ่ายทำพาสปอร์ต)

วัดส่วนสูงด้วยวัดออกมา 175 พนักงานถามว่าจะเอาส่วนสูงอันใหม่หรืออันเก่า...อันเก่าไหนหว่า...เค้าบอกมาหว่า 176.. อืม เอา 175 ก็พอแล้วคร้าบ...ส่วนสูงในบัตรประชาชนปาไป 180 มาตรฐานมากๆ(ประชด)

จากนั่นถึงตอนถ่ายรูปแหมมีไฟส่องเป็นตู้ถ่ายสติกเกอร์เลยแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้รูปมันดีขึ้นเลย = =' ก่อนถ่ายถามเค้าว่าถ่ายได้กี่ที เค้าบอกว่าทีเดียว...อืม พี่ขาถ่ายออกมาดีๆนะคะเดี๋ยวเค้าไม่ให้เข้าประเทศ ถ่ายได้รูปเดียวแถมไม่มีกระจกให้เห็นด้วยนะว่าทำหน้าอะไรลงไป เค้าก็แค่บอกว่าเอียงหัวไปทางซ้ายหน่อย เงยหน้า(ให้เงยหน้าอ่ะน้า..ตอนนี้หน้าอ้วนอยากจะก้มให้เห็นรูปกรามหน่อยได้มั้ย) แชะ!! ออกมาอ้วนทำปากประหลาดๆเพราะเค้าบอกว่าอมยิ้มได้แต่อย่าให้เห็นฟัน คิดว่าอมยิ้มจะน่ารักออกมาน่ากลัว ทำหน้าตาเฉยๆดูบึ้งๆยังดีซะกว่า ธ่อ ขอรูปในบัตรราชการสวยๆมั่งได้ป่าว...ยังดีรูปขาวดำ

พาสปอร์ตใหม่ขึ้นต้นด้วย X จะได้วันศุกร์นี้....จริงๆมีบริการส่งถึงบ้านด้วยนะแต่ว่าถ้าส่งถึงบ้านพาสปอร์ตที่ถืออยู่จะต้องถูกยกเลิกทันที แทนที่จะประหยัดค่ารถมา 85 บาท ส่งถึงบ้านแค่ 35 ต้องมารับเองเลยเพราะพรุ่งนี้ quickturn กรุงเทพ เชียงใหม่ คุนหมิง เชียงใหม่ กรุงเทพ.....อ้วก >_<

Saturday, December 09, 2006

เช้า

หลังจากนอนใกล้เช้ามาสามวันพรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า



วันแรกนอนเจ็ดโมงเช้าทำงานกลับมาทั้งคืนก็ไม่ง่วงพอขึ้นรถจะกลับบ้านจะหลับซะให้ได้...ขึ้นเตียงก็สลบไปเลย



วันที่สองเป็นผลจากวันแรกตื่นมาไม่ค่อยสมประกอบมึนๆ ออกไปรับ-ส่งชุดทำงานหลังบริษัท ไปแลกเงินด้วย แม่เจ้าดอลล่าร์ร่วงกรูด ตกค่ำก็ลุ้นให้ไฟล์ที่โหลดมันครบซะทีจะได้จัดการคอมซะ ระหว่างลุ้นอ่านนิยายในเนต(tvxq fanfic)นอนตีสอง



วันที่สามออกไป midnight sale กับน้องไปดูปลาที่ siam oceanworld ด้วยควรจะไปมากๆเพราะลด 50% (หลังหนึ่งทุ่ม)มันมืด คนน้อยและเพลงประกอบชวนกลัวผี..แถมมีมุมนึงที่มีหุ่นคนตกปลาอยู่บนหัวเรา ผีหลอกมั่กมาก ประมาณสี่ทุ่มมีไฟดับด้วยไม่รู้เพราะเราจ่ายครึ่งราคาหรือเปล่า ปลาน่ารักดีนะอยากไปอีกให้นั่งดูนานๆก็ไม่เบื่อแต่กว่าเราจะเข้าไปดูก็สามทุ่มกว่าแล้วจะออกมาซื้อของอ่ะดิก็ไม่ได้ดื่มด่ำมาก ปกติคงปิดสามทุ่มแต่ ช่วงที่ที่ห้างเปิดถึงเที่ยงคืนเค้ารับคนเข้าถึงห้าทุ่ม



เพราะตั้งใจจะมาซื้อของเอาแต้มไว้แลกของประจำปีก็เลยเสียเงินกับของที่จำเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ก็เข้าข้างตัวเองว่าจำเป็นสุดแล้วคือลิปสติก กะ make up base เอามาโบกรูขุมขุนที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ อยากจะรู้นักว่าของที่แลกปลายปีจะคุ้มค่ากับที่ทำไปหรือเปล่า



ห้างปิดเที่ยงคืนถึงกลับบ้านกว่าจะถึงบ้านแล้วก็มาจุ๊กจิ๊กกะคอมที่เพิ่ง format ไปตอนเช้ากว่าจะนอนตีสี่ครับ แต่พรุ่งนี้อ่ะต้องตื่นตีสามครึ่งไปทำงานตี่สี่สี่สิบห้า = = รู้สึกเกือบเป็นหวัดละ ดีไม่ดีอาจจะแถมโรคกระเพาะเพราะตั้งแต่ไปดูไบถึงวันนี้กินข้าวสองมื้อตลอด ก็มันนอนไม่เป็นเวลา



ป.ล1 อยากให้ไป ocean world จริงๆมันลดราคาอยู่นะ รีบๆไปเร้ว



ป.ล2 ลงคอมใหม่ปรู๊ดปร๊าดหาแต่เรื่องดงบังชินกิ เพลินขนาด



ป.ล3 น้องชอบโบ้ยว่าเพราะฉันชอบเกาหลี งั้นงี้ๆ ในการจะซื้อหนังสือ คราวที่แล้ว"สองเงาในเกาหลี" เหตุผลจริงๆฉันว่าเพราะ บ ก a day เขียนหละมากกว่า แถม คราวนี้บอกเป็นหนังสืออะไรซักอย่างของแพรว ชอบเองรึเปล่า...ได้ข่าวว่าการตูนเจ้าหญิงวุ่นวายที่เพิ่งซื้อเล่ม 8 9 อ่านปรู้ดเดียวจบ แล้วมาบอกว่าไม่นึกว่าต้องมาอ่านหนังสือของ แจ่มใส(มันออก คิขุ ไร้วิชาการ)



ป.ล4 อี้..ด้วยความรักที่มีต่อแอลและไลท์ ฉันกะปุ๊กถอย deathnote ส่วนพระองค์มาแล้นอ่ะ งุงิ



ป.ล 5 แปะเรื่องเก่าๆ เกาหลี ดูไบ ญี่ปุ่น บลา บลา บลาไว้ก่อน(ตามเคย)นะ

Monday, December 04, 2006

The Last Name

ได้หยุดพร้อมกันพี่น้องซะที ออกไปดู Death note2 มา

กรี๊ดดดดดด.....ทำไม้ ทำไม มันจบอย่างนั้นเล่า

ชอบไลท์จริงๆ เล้ยน้องว่าชอบไปได้ไงหน้าออกจะบานปุ๊กชอบแอลมากกว่า...แอลก็น่ารักหรอกแต่ชอบไลท์มากกว่า

ทำไมถึงออกเสียงว่าไลท์หว่า เขียนด้วยตัวคันจิที่แปลว่าพระจันทร์แต่ไม่ว่าจะอ่านแบบจีน(getsu/gatsu)หรือแบบญี่ปุ่น(tsuki)ก็ไม่มีคำว่า ไลท์ซะหน่อย เก๋ไก๋? อืมก็ดีฉันชื่อไลท์ด้วยคนละกัน หุหุ

ป.ล1 ซื้อซีดีเพลงในบ้านเรามีเซ็ง...ถ้าของนักร้องไทยก็ต้องเล่นด้วยโปรแกรมของแม่งจะมาเปิดด้วย real/media player ไม่ได้แล้วจะเอาลง mp3 player ยังไงเปิดมาในซีดีเล่นเขียนเป็น .exe ส่วนซีดีดงบังฯ speacial album เล่นใน media playerไม่มี CD info ไม่ชอบคำว่า track1 unknown album !!ถ้าผลิตในไทยท่าทางจะไม่มีเพราะ Rain อัลบั้ม Eternal rain ก็ไม่มี info. เหมือนกัน เสร่อ

ป.ล2 ไปดูไบอีกละ 521/522 (แวะเชนไนทั้งไปทั้งกลับ)อีกละ เพราะไม่ยอมเล่าเรื่อง 5229 ใช่มั้ยเนี่ย เลยจองล้างจองผลาญกัน เด๋วเล่ารวบยอดให้ฟัง

Saturday, November 25, 2006

สุดยอดแฟนคลับ

เรื่องค้างคาต้องเล่าต่อไม่เล่าเพราะมัวแต่หาเรื่องดงบังชินกิในเนต กำลังคลั่ง >///< ไปเกาหลีซื้อซีดีอัลบั้มใหม่มาสองแบบแหนะมันมีสี่แบบ...วันหลังเล่า

พระเจ้า !! เด็กๆมันเก่งกันจริงๆข้อมูลเพียบ แปลบทสนทนา(ก็คงทั้งจากอังกฤษ เกาหลีและ ญี่ปุ่น) แปลเพลง cap ภาพมาแปะในเวบ อายุก็ต่ำสุดที่เจอก็สิบห้า สนใจเวบก็ลองไปหาดูใน exteen

ไม่ทำแป๊ะไรเลยวันๆเราพอเงยหน้ามาก็จะเที่ยงคืนแล้นถึงเวลานอนพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า

ป.ล ออกไปหวังจะเอากล้องไปเคลมและไปดูงานคอนโดที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ร้านโซนี่บอกว่าให้ไปที่ศูนย์ใหญ่เลยเซนต์จอห์นไปเร็วกว่าไม่ต้องส่งหลายต่อ(ธ่อ ขี้เกียจหละสิแก) คอนโดก็งั้นๆไม่รู้เหมือนกันที่ถูกก็ไกลเป็นธรรมดา เจอ"กัน"(มากะเด็กซะด้วย)ก็เลยได้กลับบ้านฟรี หุหุ

ความรู้ใหม่

ไฟล์ที่โหลดมาทั้ง MV หรือละครก็เปิดได้เกือบหมดจากโปรแกรมของ Veoh(โหลดมาจากเวบนั้น youtube ไม่มีให้โหลด...มีป่าวอ่ะ?) หรือจะเล่นกับ media player ก็ไม่มีปัญหาแต่ติดอยู่สามไฟล์(สองอันในนั้นก็คืออันที่คอมวูบไปนั่นเอง)ที่เอา MV มาทำเป็น karaoke พร้อมคำแปลเล่นไม่ได้ ถามตาเซดเค้าบอกให้ลองลง DivX

ลงแล้วเปิดไฟล์ได้ เย้ ^^ สวยงามมากภาพชัดสุดๆ พอกลับไปดูหน้าเวบที่โหลดมาเค้าก็บอกว่า original play with DivX เสร่อจริงๆเรา แฟนคลับที่ทำเนี่ยช่างมีฝืมือจริงๆแต่ว่าเล่นได้สองเพลง(Begin & Rising sun) อีกเพลง(Asu ha kurukara) เล่นไม่ได้เพราะ DivX ไม่มี Decoder ไฟล์เสียง ac3 = = บางทีมันก็เล่นได้แต่ภาพกะเสียงไม่ sync กันคราวนี้ตาปึ้ดมาช่วยไว้ให้ลง VLC เริ่ด sync กันสวยงาม

ติดนักร้องเนี่ยได้ความรู้ใหม่ๆเหมือนกันนะเนี่ย ใช่ว่าจะไร้สาระ หุหุ

ป.ล1 ปึ้ดบอกว่าฉันทำตัวเป็นสาววัยกลางคนไปได้ ติดนักร้อง อ่าวฉันนึกว่ามีแต่เด็กๆติดนักร้องซะอีก :P

ป.ล2 เชษฐ์บอกให้เอากล้อง T1 ไปเคลมเค้าได้ยินข่าวว่าบริษัทเรียกคืน เพื่อนที่ทำงานฉันก็ใช้รุ่นเดียวกันและมีปัญหาไม่รับแสงเหมือนกันเค้าบอกเอาไปซ่อมฟรีมันเป็น defect หุหุ จากที่ทับกระดาษT1จะได้เป็นกล้องอีกครั้งนึง 55555

ป.ล3 ปุ๊กกี้เริ่มติดกับเกาหลีซะแล้น ก็มาอ่านการ์ตูนเจ้าหญิงวุ่นวายฯ 7 เล่ม บอกให้ฉันไปซื้อเล่มแปดมาเหอะ มันออกนานแล้วแต่ฉันไม่ซื้อจะไปซื้อที่สุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์ลด 10% (นายอินทร์ลด 5%)

ป.ล4 แปะเรื่องเกาหลีไว้ก่อนนะ

Thursday, November 23, 2006

เกาหลี ภาคต่อ1

คืนนี้จะกลับไทยแล้วเวลาที่สุขสันต์มักผ่านไปเร็วเสมอ

เมื่อวานฉันไม่ได้นอนก่อนออกไปช้อปปิ้งหรอกนะเพราะว่าเจอเนตสปีดแรงแค่คิดว่าจะหาไฟล์ทโหลดทิ้งไว้แล้วไปนอนปรากฎว่าไม่ทันไรก็โหลดเสร็จซะงั้น(ส่วนมากเป็น MV)ก็เลยหา vdo clip ดูเพลินชะมัดกดปุ๊ปดูได้ปั๊ปไม่มีกระตุกไม่ต้องรอดูลื่นรอบสองแบบที่บ้าน ที่ว่าจะเอาคอมมาลงใหม่ก็เลยเปลี่ยนใจไปลงที่บ้านละกันใช้เนตมันๆที่นี่ดีกว่า

ถึงเวลารถออกกำลังจะลงไปข้างล่างฉันโหลดไฟล์ทิ้งไว้นึกว่าเวลาเอาการ์ดออกมันจะปิดแต่ไฟในห้องแต่มันตัดไฟไปเลย คอมวูบไปกับตามันยิ่งเอ๋อๆอยู่ กลับมาต้องซ่อมไฟล์ซะบานแถม MV สองอันที่โหลดไว้เจ๊งโหลดใหม่ก็ไม่มาพอโหลดได้ภาพไม่มามาแต่เสียง ><

เพราะตั้งใจว่าจะไปรถรอบเที่ยงแล้วกลับทุ่มครึ่งคิดไปคิดมาเวลาอยู่ในเมืองมันจะเยอะเกินไปก็เลยไปกินหมูเกาหลีกันหกคนที่ร้านป้าญาณี(เคยมีคนในร้านหน้าเหมือนญาณี)แต่ฉันว่าไม่อร่อยเท่าร้านไม้ไผ่(ตกแต่งด้วยไม้ไผ่)แถวโรงแรมแต่คนอื่นเค้าว่าร้านป้าอร่อยกว่าก็ไม่รู้สิร้านป้าไม่มีหมูสามชั้นเหมือนร้านไม้ไผ่หนิหมูสามชั้นย่างอร่อยสุดแล้ว

ไปถึงร้าน ป้าๆยังล้างร้านอยู่เลยอ่ะแต่ก็ต้อนรับสุดๆเรียกเข้าร้านจัดหาโต๊ะให้ ดูแลอย่างเดียวเชียวแจกผ้ากันเปื้อนด้วยอ่ะที่เคยกินไม่เคยได้นะ(แต่มันก็นานมาแล้ว)ไปกินหลายคนก็สนุกดีนะ ไม่เคยได้เดินกลุ่มใหญ่ๆนานแล้วจริงมันสองไฟล์ทมารวมกัน มีเพื่อนรุ่นเดียวกับเรากะน้องเทรนนีอีกไฟล์ทมาด้วย พี่สจ๊วตพูดภาษาเกาหลีได้นิดหน่อยก็สั่งของไรก็เข้าใจกันดีเค้าบอกว่าก็ทำงานมานานๆเนี่ยแหละ สำเนียงเกาหลีมันตลกๆจริงมันออก(เสียง)เพี้ยนๆนะ เวลาเรียกป้าต้อง"อาจุมมา"แต่พี่เค้าก็เรียกว่า นูนา แปลว่า(ผู้ชายใช้เรียก)พี่สาวอ่ะ ป้าๆหัวเราะกันใหญ่ก็เลยเอาใจเราดีอ่ะม้าง แต่ป้าก็สอนคำว่า อีโม่ ด้วยนะเค้าบอกให้เรียกทุกป้า ไม่รู้คำนี้แปลว่าอะไรน้องสาวหรอ ? ออกเสียงหมือน อิโมโตะในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าน้องสาวเลย แต่ถ้าเรียกน้องทำไมป้าไม่หัวเราะกันหละ ต้องรอไปถามแอร์เกาหลี

หมูหนึ่ง portion ราคา 8000 โต๊ะผู้หญิงกินแค่คนละ portion รวมค่าข้าวไปก็จ่าย 9000 หรือประมาณ 360 บาทแต่โต๊ะผุ้ชายกินไปห้า portion แหนะ จริงๆหมูร้านป้าก็ดีอ่ะมันเป็นชิ้นบางๆแต่ร้านไม้ไผ่เป็นหมูชิ้นใหญ่ต้องเอากรรไกรตัดซึ่งถ้าป้าที่ร้านมาช่วยตัดก็จะมายืนค้ำหัวเรา

แต่ไม่ว่าร้านไหนเค้าก็จะมาเปลี่ยนตะแกรงย่างเสมอเวลาที่มันเริ่มแห้งหนะซึ่งก็ต้องลุ้นกลัวตะแกรงมันหล่นใส่เราด้วยอ่ะนะ เตาที่ย่างก็เป็นเตาถ่านก็ยกมาเหมือนหมูกระทะบ้านเราอ่ะอันนี้ก็ลุ้นกลัวตกใส่ตัวเหมือนกันอ่ะแหละ

จากนั้นพี่สจ๊วตพาเดินไปแลกเงินที่ตลาดนัมแดมุนที่ร้านโสมที่ลูกเรือไปซื้อกันประจำเพราะเค้าให้เรทดีกว่าธนาคาร แลกจากสนามบินได้ 903 วอนต่อ1 USD แต่ที่ร้านโสมได้ 935 วอนแหนะแลกไปร้อยเหรียญ !! ก็ว่าเยอะนะมีเงินแสนวอนอ่ะ แต่พอพอเดินไปร้าน etude house ก็หมดไปห้าหมื่นวอนแล้น เป็นของที่เพื่อนฝากด้วยและของฉันด้วย(ซึ่งมากกว่า)ทั้งที่เครื่องสำอางค์เต็มบ้านแต่ว่าอยากได้ tint ที่ทาปาก

เล่าไม่ทันแล้นเค้าโทรมาปลุกแล้วอีกหนึ่งชั่วโมงต้องไปขึ้นรถแล้น...ไว้จะมาเล่าต่อ

ป.ล เครื่องออกสามทุ่มต้องออกจากโรงแรมทุ่มสี่สิบห้า(เวลาเกาหลีเร็วกว่าสองชั่วโมงนะจ๊ะ)

Wednesday, November 22, 2006

เกาหลี

ถึงเกาหลีแล้ว อากาศเย็นแบบทนได้นะกว่าจะไปเที่ยวก็ตอนเที่ยงน่าจะโอเคลงชื่อไปรถรอบเที่ยงกลับรอบทุ่มครึ่ง หุหุหุ

ไฟล์ทมาเกาหลีแบบออกกลางคืนถึงเช้ามีสองไฟล์ทคือ 656, 658 ถึงไล่ๆกันประมาณชั่วโมงตามลำดับ รับกุญแจเสร็จไปกินข้าวก็ไม่รู้ว่าหิวหรือตะกละกันแน่เพราะเวลาบ้านเราก็เพิ่งจะตีห้าเท่านั้นเอง

กินกิมจิแต่เช้าใส่ไปกับสลัดผัก ผักก็มีเยอะแยะดีนะแต่แปลกๆมีใบหยิกๆเหมือนกับผักกาดที่เค้าปลูกโชว์ที่ดอยตุง มีผักที่งอกจากถั่วเรียกโตเมียวใช่มั้ยนะแล้วก็มีผักที่งอกจากเมล็ดถั่วซักอย่างอีกหน้าตาวัชพืชมากๆไม่รู้ใช่อัฟฟาฟ่าที่เค้าฮิตๆกันหรือเปล่าเพราะป้ายมันก็เขียนแค่ vegetables ชอบมะเขือเทศลูกกลมๆอร่อยดี(บ้านเราเรียกมะเขือเทศสีดามั๊ง)กินสลัดราดด้วยน้ำแบบ thousand island ที่พลาดไม่ได้ชอบขนมปังปิ้งนุ่มเหนียวอร่อย

กินของอร่อยก็เตรียมตัวเข้านอนในห้องมีเนตให้เล่นฟรีความเร็วสุดๆต่อเนตได้ก็ดู vdo TVQX จาก youtube ไปตามไฟล์แถมในทีวีก็มี MV เพลงใหม่ชื่อ Ballon ของดงบังฯด้วย หุหุ นอนหลับฝันดีแล้วเรา

เด๋ว11:30ต้องตื่นไปตามหาลูกเขยให้แม่ในเมืองละ

ป.ล กรี๊ดยังไม่ทันนอน MV "O" มาอีกเพลงแหละ

Tuesday, November 21, 2006

ภัยหนาว

เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเตรียมตัวไปสู้ภัยหนาวที่เกาหลี

เช็คอุณภูมิแล้วพรุ่งนี้ต่ำสุด 2 องศาซี สูงสุด 8 องศาซี...คงประมาณเดินเล่นในตู้เย็นทั้งวันหละมั๊งเนอะเกาหลีมันหนาวแปลกๆมันหนาวทรมานมากๆก็ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้อุ่นๆไว้ ไปทำงานไฟล์ทนี้เวลาทั้งหมดเกิน 36 ชั่วโมงก็เอากระเป๋าใหญ่ไปได้ฉันก็เลยมีเสื้อ wool สามตัว(บางๆ)แล้วก็เสื้อแหนมหนึ่งตัวแล้วก็แผ่นความร้อน(ที่เคยเอามาแปะแก้ปวดท้องประจำเดือนอ่ะแหละ)ถุงเท้าก็เป็นแบบใส่แล้วจะอุ่นขึ้น ถุงมือหมวกเอาไปด้วย

เดินทางคืนนี้ไปถึงพรุ่งนี้เช้าที่โรงแรมมีรถไปส่งเมียงดง(มยองดง-เคยเห็นเค้าเขียนแบบนี้)ถึงจะอดนอนหรือจะหนาวและต้องนั่งรถนานหนึ่งชั่วโมงก็จะไปเพราะว่าเป็นไฟล์ทเดียวที่ไปเที่ยวในเมืองได้อย่างสบายใจก็กว่าจะกลับก็ค่ำอีกวันมีเวลาหลงเยอะแยะแถมมีครั้งเดียวในตารางบินฤดูหนาว

จะไปตามหาพระเอกซะหน่อย 5 5 5

ป.ล มะเช้าออกไปพันติ๊บแถวบ้านไปซื้อซองใส่โน้ตบุ๊คราคา199 เองนะเคยดูที่พารากอนเป็นพันสองพันเลยที่ญีปุ่นประมาณ 1700 เยน แต่รอไม่ไหวมันจำเป็นจะเอาโน๊ตไปลงใหม่อยู่บ้านไม่มีเวลาลง

Friday, November 17, 2006

TVXQ

ได้ดู vcd คอนเสิร์ตของดงบังชินกิที่ซื้อมาซะที ดูจากคอมไม่สนุก(เปิดดูเพลงเดียวก็ปิด)เท่ากับดูจากทีวีภาพชัดเสียงดังสนุกกว่าเยอะ เป็นคอนเสิร์ตที่เค้าไปเล่นที่ญี่ปุ่นชื่อคอนเสิร์ต Tohoshinki 1st Live Tour 2006-Heart,Mind and Soul



ดงบังชินกิหรือโทโฮชินกิก็วงเดียวกันนั่นแหละมีสมาชิกห้าคนชื่อ Junsu(Xiah), Yuchun(Mickey), Jejung(Hero), Changmin(Max),Yunho(U-know)ฉันรู้จักครั้งแรกชื่อดงบังชินกิแล้วก็มาเห็นอีกทีที่เค้าตอนไปญี่ปุ่นใช้ชื่อโทโฮชินกิก็ไม่รู้ว่าเปลี่ยนชื่อถาวรหรือเปลี่ยนชื่อเพื่อโกอินเตอร์เพราะเราไม่ใช่แฟนพันธ์แท้เพียงแต่ชอบที่หน้าตา...ไม่ช่าย...ฝีมือด้วยดิ

คือว่าปกติเวลาไปเกาหลีก็ไม่ทำไรเปิดทีวีช่องเพลงทิ้งไว้ตะก่อนไม่ชอบเพลงเกาหลีคือจะว่าไม่ชอบก็ไม่ใช่แต่มันเอียนมากกว่าทุกเพลงเพราะหมดดนตรีหวานไปหมด MV เศร้าน้ำตาแตกไปหมดแล้ววันนึงก็ได้ดู MV Rising Sun ของดงบังฯเป็นอันปิ๊งเลยเพราะเต้นเท่มากๆ เวลาไปเล่น live (รายการที่เกาหลีนะ)มีพลุมีไฟส่งเสริมไปอีกยิ่งน่าดูไปกันใหญ่ แล้วหลังจากนั้นได้ดู MV my destiny ก็ชอบเป็นเพลงช้าดนตรีเพราะและร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น

ชอบแต่ไม่ซื้ออัลบั้มของเค้าซะทีเหตุผลเพราะแพง เหตุผลเพราะมันมีทั้ง single ,album เยอะจัดอันไหนก่อนหลังหละเนี่ยและมันเป็นภาษาเกาหลี!!ฉันว่าภาษาเกาหลีไม่เพราะเอาซะเลยซึ่งก็ไม่รู้จะไปคิดอย่างนั้นทำไมเพราะเพลงภาษาอังกฤษหรือแม้แต่เพลงไทยก็เถอะก็ไม่เคยตั้งใจฟังว่ามันร้องว่าอะไรแค่เมโลดี้เพราะก็น่าจะโอเคแล้วแต่เรื่องมากไปอย่างนั้นเองจนเค้าออกอัลบั้มภาษาญี่ปุ่น(Heart Mind and Soul)คราวนี้หละซื้อไม่คิดเลยเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ยังฟังรู้ว่าเค้าร้องว่าอะไรแต่แปลไม่ออก

พอซื้อcd ก็ต่อด้วย vcd concert ซึ่งก็ดีเพลินดีทั้งร้องทั้งเต้นได้รู้ว่าใครร้องท่อนไหนแต่คอนเสิร์ตที่ไปเล่นเล่นใน hall เล็ก(Zepp Tokyo)ไม่ใช่คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบสงสัยต้องไปซื้อคอนเสิร์ตที่จัดในเกาหลีมาดู

ดูแล้วก็ยิ่งชอบ Hero น่าร้าก...น่าปกป้อง เออใช่...ขาคุณน้องเค้าหายดีแล้วหนิ คือว่า Heroเคยใส่เฝือกไม่รู้เพราะไรเค้าเลยเต้นไม่ได้ขนาด MV rising sun หรือ Live เพลงนี้ในรายการเพลงเกาหลียังเป็นสแตนอิน(ใส่หน้ากาก)เต้นเลยแต่ท่อนที่Heroร้องก็จะนั่งเก้าอี้โพสต์ท่าไปมาร้องอ่ะนะ(เวลาแสดงสด) ส่วนMVเพลง my destiny เพื่อนก็เต้นกันแค่สี่คน

ฉันดูแผ่นสองของคอนเสิร์ตไปสามสี่รอบได้เพราะเป็นเพลงเต้น คนเต้นเก่งเนี่ยมีเสน่ห์เนอะ(แล้วทำไมไม่ดูกอล์ฟ-ไมค์หละเนี่ยลำเอียงนี่หว่า) ดูคอนเสิร์ตแล้วสงสัยว่าเค้าใช้เครื่องสำอางค์อะไรกันหว่าหน้าใสเด้งเหลือเกินไม่หลุดไม่ลอกขนาดเต้นกันซะเหงื่อโทรมกาย(ยิ่งกว่าโยคะร้อน)ผิวก็ค้าวขาวตอนลงจากเวทีไปก็ไม่ได้โบ๊ะแป้งนะเช็ดเหงื่อออกมาก็หน้าเด้งแหละเพราะกิมจิหรือเนี่ย...กินกิมจิแล้วจะใสเด้งผิวดีรึ....ก็คงงั้นขับถ่ายคล่องเชียะ

ป.ล1 ไปนอนฝันถึง Hero กะ U-know ก่อนชอบสองคนนี้ตามลำดับแต่คนอื่นก็น่ารักนะตะก่อนไม่ชอบชางมินสุดแล้วแต่ทรงผมใน vcd คอนเสิร์ตนี้ทำให้ดูขึ้น..ส่วนอัลบั้มใหม่ทรงผมไม่ผ่านทั้งวงยกเว้นU-know ยิ่ง Hero ของชั้นด๊านนทำหัวขาวยังกะคนป่วย(ดูจาก MV "O")แต่ปัจจุบันทรงผมสีผมเป็นไงกันแล้วก็ไม่รู้นะเปลี่ยนกันบ่อยเหลือเกิน

ป.ล2 แฟนๆเค้าจับให้ Hero กะ U-know เป็นคู่รักกัน

Wednesday, November 15, 2006

วันหยุด

ออกไปกินข้าวกลางวันกันน้องตี้ที่เซ็นทรัลชิดลม...เค้าจัดใหม่ไฮโซ

กินไปคิดไปพนักงานบริษัทมากินอาหารกลางวันแพงๆงี้เงินเดือนจะพอหรอเนี่ย แค่แกงกุ้งกับนาน(อาหารแขก)225 บาทแล้วอ่ะ กุ้งสามตัวเอ๊ง กุ้งไม่เด้งแต่น้ำแกงอร่อยมาก ติ่มซำก็กุ้งไม่แท้มันปนอย่างอื่นปั่นเป็นก้อนๆไม่อร่อยอ่ะ

ตี้ไปทำงานฉันก็ไปสยาม...ที่ต้องไปสยามเพราะเคยไปรับปากพี่ที่ทำงานว่าจะไปทำสร้อยตัวหนังสือให้เค้าแต่ไม่ได้ไปซะทีเพราะเคยไปถึงร้านแล้วโทรไปเค้าไม่รับจนมาเจอกันอีกทีถามว่าจะเอาอยู่ป่าว...มันเลยเหมือนเป็นธุระไปเลยเพราะสั่งแล้วอีกอาทิตย์ถึงจะได้ ฉันก็เลยทำของตัวเองไปด้วยเลย

ค่าสร้อย 300 บาทเขียนได้แปดตัวอักษร จะเขียน puiiizilla จะจ่าย 400(ตัวที่เกินตัวละห้าสิบบาท)เลยเขียนแค่ puizilla พอดีเป๊ะสามร้อยบาท เดือนหน้าค่อยไปเอา

เงินหายากนะแต่ทำงานติดๆกันเลยไปหาเรื่องใช้เงินซะงั้น...ไปทำtreatmentมือกะเท้าที่ร้าน nail boutique ที่พารากอนขัดๆถูๆ นวดด้วยหินร้อน wrap ด้วยครีมบำรุงแบบมิ้นต์แล้วใส่มือกะเท้าในถุงร้อนทั้งร้อนทั้งเย็นแกะออกมาเหมือนมือเปื่อย(แช่น้ำนานๆ)แล้วเค้าก็ทาสีให้ด้วย ที่ร้านมีช่างญี่ปุ่นด้วยเค้าเป็นแผนกต่อเล็บอ่ะ แต่เค้ามาทาสีเล็บเท้าให้(ช่างที่ทำให้เราไปทำให้คนอื่น)พอเป็นคนญี่ปุ่นเนี่ยเรื่องปราณีตเนี่ยเชื่อมือได้เลยเนอะ ข้าวของของเค้าก็น่ารัก(ช่างจะมีรถเข็นเล็กใส่อุปกรณ์ประจำตัว)แปะสติกเกอร์หัวใจทุกอันมีแปรงสีช็อกกิ้งพิงค์สำหรับปัดเท้าด้วยอ่ะ

ทาเล็บแดงออกมาสวยมากๆ วันนี้ใช้OPI สีB12 ส่วนเท้าถึงจะ wrap มิ้นต์ซ่าไปหมดก็ยังสากอยู่ดีท่าทางจะเกินเยียวยา ถ้าครั้งหน้าไปจะทำแบบธรรมดาขัดๆถูๆพอ 600 บาทถ้าทำชุดใหญ่เนี่ย1000บาทซึ่งมันน่าจะดีกว่าแต่ทำแล้วเย็นซ่ามือเท้าเปื่อยไม่สบายตัวอ่ะ เค้ามีบริการพาราฟินด้วยนะ 1000 เหมือนกัน

มื้อเย็นกินพาสต้า...เค้าว่าช่วยลดน้ำหนักด้วยนะพิสูจน์แล้วจากรายการโกะโกะริโกะ

ป.ล หนังสือที่ซื้อยังอ่านไม่หมด ไปซื้อปีเตอร์แพนมาอีกแล้น มันเป็นตอนต่อที่เค้าประกวดกันมา อีกเล่มก็เรื่องโทโมโกะคนใจเล็กหนังสือการ์ตูนสั้นมีข้อคิดนิดๆสไตล์ญี่ปุ่น แล้วยังจะซื้อ vcd คอนเสิร์ตของดงบังชินกิที่ญีปุ่นอีก

Tuesday, November 14, 2006

รวน

ระบบรวนมีประจำเดือนก่อนเวลาอันควร..โทษมันเลยโยคะร้อน !!! นอกจากจะปวดเมื่อยนอนไม่หลับสบายไปสองคืน ยังจะมาปวดท้องเมนส์อีกเรอะ !!!!

อยากจะเล่านั่นนี่ก็ปวดท้องขัดขวาง ว่าจะลดยาลงครึ่งนึงกินพอนสแตน 250ไปหนึ่งเม็ด(ปกติกินเม็ด 500หนึ่งเม็ด)แล้วใช้แผ่นความร้อนแปะท้องไว้(แผ่นเล็กๆซื้อมาจากญี่ปุ่นเค้าไว้แปะในเสื้อช่วยให้ความอบอุ่นอ่ะแต่ยามเจ็บป่วยเช่นนี้ก็มีประโยชน์จริงๆ ร้อนนาน 10 ชั่วโมง หุหุ)แต่หัวค่ำต้องซัดไปอีกเม็ด ธ่อเฟ้ย สำออยจริงๆ

ปวดท้องไม่ทำงานบ้านแต่นอนดูคิมซัมซุนจบแระ...อยากมีฮอนนิเป็นของตัวเอง..เมื่อไหร่จะมา.......เกิด -..-

ป.ล1 เบี้ยวออกกำลังกายแต่ก็ไปเรียนเปียโนนะ

ป.ล2 ผ้าอนามัยยี่ห้อ always(ที่ดูไบ) มันคือ whisper จริงๆด้วยเดาจากกระดาษห่อมันเป็นเหมือนรูปนกขาวๆ แต่มีลายละเอียดกว่า...ผ้าอนามัยสำหรับกลางคืน ที่กระดาษแปะแถบกาว นอกจากจะเขียนยี่ห้อแล้วยังเขียนว่า wishes you sweet dreams ด้วย...ที่ตัวผ้าอนามัยจะมีแถบฟ้าๆเหมือนวิสเปอร์บางๆบ้านเรานั่นแหละแต่อันนี้มีลายดาวด้วยละน่ารักดีเนอะ...ฉันไม่ได้เขียนอะไรทะลึ่งใช่มั้ย..อยากเล่าให้ฟังอ่ะว่าเข้าใส่ใจความรู้สึกลูกค้า

Saturday, November 11, 2006

โยคะร้อน

เหตุผลที่เล่นโยคะร้อนแล้วลดความอ้วนได้เพราะ

1. ร้อนชิบ

2. เหงื่อไหลอย่างกับท่อประปาแตก

3. เหนื่อยกินไรไม่ลง

ฉันว่ามือใหม่ไม่ควรริอาจไปเล่นเลยอ่ะแค่ท่าก็จะแย่แต่ก็ท่าง่ายๆนะแต่มันร้อนนนนน!!!! หรือเพราะฉันแก่ก็ไม่รู้ทรมานชะมัด ต้องพกน้ำดื่มเข้าห้องไปด้วยน้ำเย็นจะดี น้ำหวานเลยจะดีมากแต่ฉันไม่ได้เตรียมตัวมาเล่นแค่เห็นชั่วโมงมันต่อจากที่ฉันออกกำลังกายกับ trainer เสร็จพอดีก็เลยเล่นต่อจะได้มาคุ้มๆกับที่นานๆมาที ฉันก็เลยไปซื้อน้ำไม่ทัน คุณป้าข้างๆใจดีมากเลยให้ฉันดื่มน้ำของเค้าอ่ะ ซึ้งใจมากๆ ~~><~~

คลาสนี้หนึ่งชั่วโมงเป็นหนึ่งชั่วโมงที่ยาวมากกกกกกกกกกกกก...นับถอยหลังตลอดให้ถึงท่าที่นั่งทำนอนทำซะที ยิ่งถึงท่าศพอาสนะจะยิ่งปลื้มมากชอบสุดๆท่านี้(นอนหงายหลับตา)

เล่นเสร็จออกมานั่งให้ตัวเย็นครึ่งชั่วโมงถึงไปอาบน้ำ อาบน้ำเช็ดตัวแต่งตัวก็แล้วรูขุมขนยังขับเหงื่ออยู่อีกครับ....สุดยอดจริงๆ

ป.ล1 ยังไม่ทันจะเล่าเรื่องเก่าๆที่บินมาพรุ่งนี้ก็บินไปนอนสิงค์โปร์อีกแล้ว...ฮ่วย

ป.ล2 คืนนี้ก็ไปนอนหอ ไปนอนมาแล้วคืนนึงเหตุผลเดียวกันเช็คอินเช้าจัดๆ

Friday, November 10, 2006

ฟ้าสีอะไร

ท้องฟ้าบ้านฉันสีฟ้า

ท้องฟ้ากรุงเทพสีเทา

ท้องฟ้าบ้านเธอสีอะไร



ป.ล ทำงานไฟล์ทพวงสามวันค้างเชียงใหม่สองคืน...ทำงานแถมได้กลับบ้านด้วย

Saturday, October 28, 2006

เบี้ยว

คงจะมีแต่เรื่องงานที่ทำให้ฉันตรงเวลา...เอาะเรื่องเชียร์(สมัยรับน้อง)อีกอย่างนึง นอกนั้นทำอะไรตามอารมณ์ชะมัด

วันนี้นัด trainer ที่ fitness เที่ยง...เที่ยงยังไม่ได้ออกจากบ้านเลยแต่เค้าก็ไม่ได้โทรตาม..ฉันมักจะยกเลิกบ่อยๆเวลานัดก็มันง่วงมั่ง ขี้เกียจมั่ง จนเค้าบอกว่าถ้าไม่บอกล่วงหน้านานๆ จะหักชั่วโมงไปเลย...ถ้าวันนี้เค้าหักก็หักไปเหอะ ขี้เกียจไป

นัดเรียนเปียโนหกโมงเย็น....หกโมงเย็นยังอยู่ร้านหนังสือ = = อันนี้รู้สึกผิดมากกว่าเพราะไม่สนิทกับครูเท่าไหร่ ครูก็ใจดีด้วยอ่ะ มีชั่วโมงค้างอยู่สามชั่วโมงไม่ได้เรียน นัดไปเรียนอีกทีก็เดือนหน้าก็จะมีชั่วโมงค้าง 7 ชั่วโมงแหนะ ครูเค้าจะตัดไปบ้างก็ได้นะฉันว่า(เค้าคงอยากจะตัดอยู่หรอก...ยกเลิกก็บอกกระทันหันทู๊กที)

ถึงเบี้ยวtrainer แต่ฉันก็ไป fitness นะเพราะทนความหลามของตัวเองไม่ได้ ตัวกลมเป็นทรงกระบอก เผละทีเดียว(เป็นคำที่เห็นภาพพจน์ดีจริงๆ)ไปเล่น power yoga for beginner ขนาด beginner ก็เกือบตายเหมือนbeginnerคลาสอื่นๆ ไม่เห็นมันจะง่าย ยิ่งเคยเข้าคลาสไหว้พระอาทิตย์เลเวลหนึ่ง...อันนั้นหนะตายของจริง...ไม่เข้าอีกแล้น

ฉันว่าโยคะเป็นกีฬาที่ร่างกายต้องพร้อมหมายถึงนอนหลับพักผ่อนมาเพียงพอ เมื่อคืนเล่นเนต อ่านการ์ตูน นอนตีสี่ ไปผุดลุกผุดนั่งหน้ามืด ฉันสังเกตว่ากระดูกสันหลังฉันมันโค้ง เวลาทำท่าต่างๆฉันทำหลังแบนไม่ได้(ตรงนั่นแหละแต่หลังฉันก็จะปูดเหมือนกระดองเต่า)


และไม่ว่ากี่ครั้งก็ทำท่า caterpillar ไม่ได้เพราะฉันยุบแขนไม่ลง ไอ่ชื่อท่าฉันก็ไม่เคยรู้หรอกเพราะฟังครูไม่รู้เรื่องดูเค้าทำแล้วทำตามมาตลอด(ตลอดเนี่ยคือ ไปยังไม่ถึงสิบครั้งเลยอ่ะนะสมัครตั้งแต่ต้นปี)แต่จะหารูปให้ดูเลยได้ชื่อมาด้วย ทีนี้ก็รู้แล้วว่าครูเค้าพูดอะไร 555เวบนี้จ้า

เวลาทำท่าต่างๆเนี่ยก็ยิ่งรู้จุดด้อยของตัวเอง..ขาไม่แข็งแรง แขนไม่แข็งแรง หน้าท้อง หลัง หมดนั่นแหละคือไม่มีกล้ามเนื้อเลยนั่นเอง ไขมันล้วนๆ

หลังเล่นฟิตเนสก็จะกินอาหารญี่ปุ่นร้านยาโยอิเป็นประจำเหตุผลหรอ อร่อยและถูก ร้านยาโยอิเป็นร้านแฟรนไชส์จากญี่ปุ่นดำเนินการโดย MK บริการแสนจะสุภาพจนเรียกว่าเกินเหตุโค้งกันอยู่นั่น ไม่คิดservice charge อีกต่างหาก บัตรลด10%ก็มีนะ(ยังแจกอยู่หรือเปล่าไม่รู้แต่หน้าร้านมีพนักงานแจกคูปองลดราคา)ใช้ให้ถึงสิ้นปีนี้ต้องไปกินบ่อยๆ เหมือนกระตุ้นให้ไปออกกำลังกาย หุหุ ออกกำลังกายให้เยอะขึ้นทรมาน้อยกว่าอดกินของอร่อยหละหน่า


วันนี้กินชุดแฮมเบอร์หมูราคา 99 บาทเองอยากกินมานานแล้นอยากรู้ว่าจะรสชาติยังไงที่ญี่ปุ่นถ้าเป็นแฮมเบอร์เกอร์ก็เป็นเนื้อตลอดเลย

หลังกินข้าวแวะร้านหนังสือ...ยังอินกับการซื้อหนังสืออยู่ก็เลยซื้อการ์ตูน lovely complex มาเล่ม 4-12 ลด 20%(น่าจะสนุกเพราะเอาไปทำเป็น series พระเอกน่ารักสุดๆ)แล้วก็หนังสือเรื่อง konnichiwa japan โดยนิตยสารดาโกะ ลด 10%(ดาโกะเค้าทำหนังสือภาษาไทยที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นแจกฟรีตามร้านญี่ปุ่นทั้งหลาย)

ไม่ต้องแปลกใจที่ซื้อการ์ตูนตั้งแต่เมื่อวานแบบไม่มีเล่มหนึ่งนั่นก็เพราะมันหมดหนะสิ...เค้าว่าหาได้จากร้านทั่วไปแต่ร้านหนังสือที่ไปวันนี้ก็ไม่มีการ์ตูนเจ้าหญิงเจ้าชายเล่มหนึ่งนะ...ส่วน lovely complex นั้นก็ไม่รู้จะหา 1-3 ได้ป่าวออกมานานจัด(แปลช้าก็งี้ไม่จบซะทีเรื่องที่อ่านค้างๆอยู่ญี่ปุ่นออกไปถึงไหนแล้ว...มะไหร่จะอ่านภาษาญี่ปุ่นเข้าใจเนี่ย)

ป.ล1 โหลด mp3เพลงประกอบ เจ้าหญิงวุ่นวายฯได้แล้น(sarang in ga yo=perhaps love) พร้อ เพราะ
ป.ล2 ตาเซดเห็นรูปเจ้าชายชินใน msn ของฉันถามว่า "แมงไรอ่ะ" ต๊าย บังอาจ

Friday, October 27, 2006

อ่านหนังสือ


รับภาระกิจไปซื้อหนังสือให้น้องที่งานหนังสือฯ ปุ๊กฝากตังค์ซะด้วยสองพันแหนะแต่ไม่วายบอกว่าถ้าเกินออกให้ด้วย

จดรายการหนังสือให้แต่ชื่อไม่มีสำนักพิมพ์เนี่ยหายากชะมัดบางเล่มคุ้นๆอยู่บ้างก็หาเจอแต่บางเล่มไม่คุ้นเอาซะเลยก็สมควรเพราะมาจากสำนักพิมพ์ shine กะคบไฟ ซึ่งฉันไม่รู้จักหวะ

ซื้อให้น้องก็ได้ของตัวเองไปด้วยแต่ว่าความมีสาระมันต่างกันมาก

หนังสือของฉัน
1. เจ้าหญิงจอมจุ้นกับรักวุ่นๆในวังเล่ม 2-7 (เรื่องเดียวกะละครเกาหลีเจ้าหญิงวุ่นวายเจ้าชายเย็นชาทางช่องเจ็ด)ของแจ่มใส
2. นิตยสาร Ray เล่ม3
3. ซายากะ สาวน้อยนักสืบ 3,4
4. มิเกะเนะโกะโฮล์มส์ 8
5. คินดะอิจิยอดนักสืบเล่ม 6, 7 (ซื้อสองเล่มนี้ลด 25%จากปกติ20%)
6. บันได 13 ขั้นปริศนาจากแดนประหาร

รายการ 3-5 ซื้อจากสำนักพิมพ์ Bliss ซื้อครบห้าร้อยสมัครสมาชิกฟรี ปีหน้าเวลามางานหนังสือจะได้รับส่วนลด 30% และถ้าซื้อครบแปดร้อยจะได้ปกหุ้มหนังสือทำจากผ้าร่มถอดซักได้เวลาเอาหนังสือไปอ่านนอกบ้านไม่มีใครรู้(เพิ่งคิดได้)ฉันกะแค่จะเสียแค่ห้าร้อยจะได้สมัครสมาชิกฟรีคนขายก็บอกขาดอีก 80บาท เค้าแนะนำเรื่องสั้นเล่มใหม่(รอยสักรูปหมา)ของ อาคากะวาที่แต่งแมวสามสีกะซายากะแต่ว่ามันเป็นเรื่องสั้นหลายแนวทั้งรัก เศร้า ลึกลับก็เลยไม่เอา เค้าถามว่าชอบแนวไหน ฉันบอกแนวฆ่ากันตายอ่ะเลยได้บันได 13 ขั้นมาเค้าว่าไม่ผิดหวัง จากห้าร้อยกว่าๆปาไปอีกห้าบาทเก้าร้อยก็เลยได้ปกหุ้มหนังสือมาอันนึง

หนังสือของปุ๊ก
1.เนปาลประมาณสะดือ/abook
2.รวมเรื่องสั้นชั่วขณะ/shine
3.บันทึกนอกกรอบ :บางคำถามเดินทางอ้อม/shine
4.บันทึกนอกกรอบ :เราไม่โดดเดี่ยวเท่าที่คิด/shine
5.open 52/openbook
6.japanization/openbook (อาจารย์อรรถจักร์ที่สอนปุ๊กตอนมหาลัยแต่ง)
7.ไม่มีโทรศัพท์และเครื่องปรับอากาศ/openbook
8.นอนใต้ละอองหนาว/ไต้ฝุ่น (หนังสือใหม่ของพี่คุ่นสุดเลิฟของปุ๊ก)
9.ของฝากจากทะเล/ไต้ฝุ่น(ขายบูธเดียวกะ open)
10.มือที่สามในประวัติศาสตร์การเมืองไทย/คบไฟ (อาจารย์อรรถจักร์แต่ง)
11.เขียนฝันด้วยชีวิต/มติชน
12.คาฟกา วิฬาร์ นาคาตะ/มติชน
13.บันทึกนกไขลาน/มติชน

จะอ่านหมดมะเนี่ย(ของปีที่แล้วยังอ่านไม่หมด)ฉันขนกลับบ้านมาได้ขนาดนี้ปุ๊กตะลึง คนใช้แรงงานก็เงี้ยแหละ

ไฟในการอ่านหนังสือมาอีกรอบแล้วหละสิทั้งที่ประมาณปีใหม่2004ตั้งใจจะให้เป็นปีแห่งการอ่านหนังสือและการอดออม....ซึ่งก็ทั้งไม่อ่านและไม่อดออม -..-

วันนี้ตอนนั่งรถไปข้างนอกมีโฆษณาวิทยุว่าคนไทย 40%ไม่อ่านหนังสือ...คนนึงในนั่นอ่ะฉันแน่ๆ และก็มีโฆษณาทางวิทยุที่รณรงค์ให้คนอ่านหนังสือว่า พ่อเราสอนให้อ่านหนังสือ....แต่สำหรับฉันเป็นน้องที่สอนให้อ่านหนังสือ

หนังสือเล่มแรกที่ฉันหยิบอ่านคือเนปาลประมาณสะดือ ชอบคำพูด(เขียน)ของนิ้วกลมตั้งแต่ในโตเกียวไม่มีขาแล้ว พอเจอหน้าแรกของเล่มนี้ก็โดนไปอีก เค้าว่า เงินทองเก็บเมื่อไหร่ก็ได้แต่ประสพการ์ณบางอย่างต้องเก็บตอนมีแรง

เก็บเงินเที่ยวได้จะไปไหนดี.....ไปที่ที่มีที่พักฟรีๆตามเมืองที่เพื่อนไปเรียนหนังสือก่อนคงจะดีไม่น้อย

ป.ล ตอนบ่ายต้นๆไปเป็นเพื่อนแจงช้อปปิ้งที่ซอยละลายทรัพย์ คนส่งได้ของเยอะกว่าคนตั้งใจอีกตามเคย...จะเก็บเงินได้มะเนี่ย

Tuesday, October 17, 2006

เกาหลีฟีเว่อร์


ดูซัมซุนจบไปแล้วแปดแผ่นแล้นมะไหร่ชุดสองจะออกซะที อยากดูมั่กมาก คิดถึงจินฮอน อ๊ากกกกกกกกกกกกส์


อิทธิพลของการดูคิมซัมซุนทำให้อยากดูละครเกาหลีเรื่องอื่นไปด้วย ก็เรื่องเจ้าหญิงวุ่นวายกะเจ้าชายเย็นชาอ่ะแล้..ก็สนุกดีนะแหมเจ้าชายชินกะเจ้าชายยุล(?)ก็น่ารักมิใช่น้อยแต่ก็สู้จินฮอนไม่ได้ร้อก(ชื่อในเรื่องคิมซัมซุนของฮยอนบินเค้า..ออกเสียงยังไงแน่ Hyeon bin)

แต่พอดูละครเกาหลีใน ubc ก็ไม่ปลื้มอ่ะนะ คงต้องภาพใสๆเรื่องออกตลกๆหน่อยหละม้างถึงจะอยากดูแสดงว่าไม่ถึงขึ้นเกาหลีฟีเวอร์หรอกแค่บินนี่ฟีเว่อร์หละมากกว่า งิงิงิง

ป.ล อัพรูปมะได้...คอมกะลังเน่าถ้ารวยซื้อแมค(ข้าว..ออกใหม่ซะด้วย)ประชดไปแล้น

Monday, October 09, 2006

คิมซัมซุน

ดู"ฉันนี่แหละคิม ซัม ซุน" ไปห้าแผ่น สนุกดีอยากดูต่ออยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพระเอกกะแฟนเก่า

ปกติก็ไม่ดูละครเกาหลี ไม่อยากจะดูไม่สรรหาจะดูแต่เรื่องเนี้ยแค่เห็นตัวอย่างไม่กี่ทีก็อยากดูเพราะว่านางเอกทำขนมเค้กนั่นแหละ ถอย vcd เลยนะครับไม่ใช่อุจจาระมารอดูใน itv (แทนที่จะเช่า...เปลื่องจริงๆ)แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำขนมอะไรกันนักหนาอย่างนั้น ที่ซื้อก็คงเพราะคนขายยุด้วยแหละ เค้าบอกว่ามันแหวกแนวจากละครเกาหลีเรื่องอื่นๆแถมเป็นละครที่ได้รางวัลเยอะที่สุดตั้ง12 รางวัลแหนะ

อยากจะดูแผ่นหกซะจริงๆเล้ยแต่ดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลไปทำงานซะอีกต้องนอนเอาแรงก่อน ว่าแต่ขอกรี๊ดพระเอกเกาหลีด้วยคนจิ งิงิ ฮยอนมิน(เรียกยากชะมัด)

+ + + + + + + + + +

วันนี้นัดไปพบแพทย์แผนปัจจุบันตามที่นังพยาบาลนั่นวีน...แล้วไง...หมอลาป่วย! อะไรนักหนาฟระเนี่ยเดินทางมาถึงแล้วแห้วเนี่ยเค้าไม่มีโทรบอกลูกค้ากันหรือไงหรือคิดว่ามีแผนสำรอง ก็คือให้ฉันเดินถือแฟ้มไปหาหมอแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูเอง(เสียงอ่อนเชียวนะยะคราวเนี้ย)ไปพบหมอ resident(หมอฝึกงานอ่ะแหละ)

หมอถามว่าลองใช้เข็มรักษามั้ย หายเร็วกว่า ตอนนี้กล้ามเนื้อที่บ่าฉันเป็นก้อนทั้งสองข้างแต่ข้างซ้ายหนักกว่า ฉันถามว่ามีผลข้างเคียงอะไรมั้ยถ้าไม่มีผลข้างเคียงก็ลองดูก็ได้ หมอใช้เข็มจิ้มๆๆที่จุดที่เจ็บ แล้วสอนให้ยืดกล้ามเนื้อพอยืดกล้ามเนื้อไหล่ซ้ายมันเจ็บไปที่แถวท้ายทอยด้วยก็เลยใช้เข็มจิ้มอีกที หลังจิ้มมีประคบร้อนด้วยนะ

รู้สึกว่าบ่าขวาดีขึ้นรู้สึกเบาแบบทันทีเลยก็ว่าได้แต่จับก็เจ็บนะแต่บ่าซ้ายยังหน่วงๆนั่งเฉยๆก็รู้สึกนั่งดู vcd ตะคริวกินน่องซ้ายอีกต่างหาก ดูละครไปนานๆปวดหัวข้างซ้ายอีก คงไม่ใช่เพราะฝังเข็มเหรอกนะจะพิการมะเนี่ย >< มันจะหายมั้ยน้าหมอส่งให้ไปนวดสัปดาห์ละครั้งแปดสัปดาห์แล้วมาเจอกันอีกสองเดือนข้างหน้า

ตอนจิ้มเข็มไปก็คุยกันไปเรื่องสุวรรณภูมิ หมอบอกว่าหมอเห็นด้วยกับทุกอย่างที่เค้าว่าเลย หมอว่ามันใหญ่แต่หลายอย่างก็ไม่ดีอย่างห้องน้ำก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปด้วย หมอบอกว่าอย่างพารากอนห้างใหญ่ห้องน้ำก็ยิ่งใหญ่ไปด้วยห้องน้ำชายมีโถ(ฉี่)20 โถแต่ที่สนามบินใหม่มีแค่สามโถ ....จริงหรือนี่...เด๋วปลายเดือนจะไปพิสูจน์สิ่งที่เค้าพูดๆกันว่าจะเป็นยังไง

ป.ล1 ฝังเข็มฟรี...ทำไมไม่คิดเงินหละ ก็ว่าหมอทำหน้างงๆตอนบอกว่าขอใบเสร็จ

ป.ล2 ไฟล์ทที่แล้วหลังเลิกงานกลับ shuttle bus(รถตู้ต่างหาก)จากสุวรรณภูมิมาที่ crew center เก่าตรงหลักสี่ เสียค่าทิป 20 ค่ารถกลับบ้าน 90 work เน้อ....แต่ตอนเช้าไม่อยากไปสองต่ออ่ะ ...คนมันขี้เกียจ :( เออ ใช่ๆ หมอถามว่านั่งแท็กซี่ไปทำงานไม่จนหรอ...ก็จนอยู่นี่ไงหมอ...หรือหมอจะเลี้ยง ประโยคหลังไม่ได้พูด หุหุ

Tuesday, October 03, 2006

มีวันแบบนี้จนได้

ตาม Sling (แผนการบินล่วงหน้า- เรียกเอง)พรุ่งนี้ต้องเป็น quickturn ขอนแก่น เครื่องออก 6:45 เสร็จงาน 9:20 ก็ต้องเช็คอินก่อนบินหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาทีคือเวลา 5:15

พอย้ายสนามบินตารางบินจริงของเดือนตุลาคมออกมาเค้าจัดให้เป็นชุดบินสองวันหกแลนด์(หรือตุ้บแล้วแต่จะเรียก)ก็คือบินขอนแก่นเนี่ยแหละแล้วไปนอนเชียงรายวันกลับก็ไปเที่ยวพนมเปญอีกนิดก่อนเลิกงาน เปลี่ยนไฟล์ทแบบนี้ก็ได้เงินเยอะขึ้นออกจากบ้านมาทีเก๊าะโอเค

แต่ที่ทำงานใหม่ไกลกว่าเดิมยังต้องตื่นเช้ากว่าเดิมอีกหรออออออ...ถ้าไฟล์ทในประเทศก่อนที่ออกก่อน 7:30จะเช็คอินเร็วขึ้นสิบห้านาที(for what????)ดังนั้นต้องไปถึงที่ทำงาน 5:00 เดินทางแบบมือใหม่เผื่อเวลาไว้หนึ่งชั่วโมงสิบห้านาที(แค่หนึ่งชั่วโมงก็น่าจะได้นะ)ก็ต้องออกจากบ้าน 3:45 ตื่นตีสาม!!(แต่งตัวเร็วๆ)

เก็บของจะไปนอนหอจะได้นอนนานขึ้นอีกนิด ถอยผ้าห่มผ้าปูที่นอนคิตตี้มาตั้งพันเก้า(ขนาด Toto ลดราคา40%นะเนี่ย)

ด๊านนนนนนน......โทรมาบอกว่าเชียงรายยกเลิกให้บินขอนแก่นพรุ่งนี้ พนมเปญวันมะรืน ออกบ้านสองวันทำงานจิ๊ดๆ แถมได้เงิน 30% ที่เหลือจ่ายค่ารถ ! ยังงี้มันต้องตามแผน sick ซะเลยไม่ได้อยากไร้ความรับผิดชอบแต่รมณ์เสียไม่ได้เตรียมใจไว้ ถ้าเป็น quickturn สายๆจะไปทำงานแต่ครั้งนี้พี่ขอ #%*#$&@&@$)@$*@&$@)$&@($)@*

ป.ล1 ไปนวดที่ศิริราชครั้งที่สามแล้ว ครั้งนี้หมอมือเบา ชอบหมอที่นวดครั้งที่สองแฮะ นี่เราซาดิสไปแล้วหรอเนี่ย เจอพยาบาลวีนว่ามาขอใบรับรองแพทย์เป็นครั้งๆอย่างนี้ไม่ได้ต้องพบแพทย์ปัจจุบันด้วยไม่งั้นจะไม่การรักษา...เอ๊าแล้วที่มาทุกอาทิตย์ไม่เรียกรักษาอีกหรอเนี่ยก็ไม่เห็นจะมีใครนัดให้เจอหมอปัจจุบันนี่นา...จะมาบ่นไรแถวนี้หละจี๊ดนิดๆ

ป.ล2 แท็กซี่น่าเบื่ออีกแหละ มันจะไปแข่งรถที่ไหนวะ รถก็โตโยต้าเนี่ยวิ่งซะ 120 รถสั่นไปหมด คนขับบอกไม่งั้นเมื่อไหร่จะถึงมันต้องตีรถไปอีกทีนึง....แล้วมันเป็นฉันที่ต้องรับผิดชอบนั่งรถตีนผีหรอเนี่ย...มีเงินถอยรถไปแล้น...แต่ว่าที่บ้านไม่มีใครสนับสนุนให้ซื้อรถเลยแต่ก็ไม่มีใครจะไปรับไปส่งเช่นกัน...หมายฟามว่าไงอ่า

Monday, October 02, 2006

death note

การ์ตูนก็อ่านแค่เล่มแรกๆแท้ๆแต่พอเห็นป้ายโฆษณาหนังแล้วรู้สึกว่าต้องดูให้ได้

หนังก็สนุกดี เท่ดี ตอนก่อนจบรู้สึกว่าไลท์จะกลายเป็นคนเลวไปซะเอง ตัวนักแสดงฉันว่าก็ดีนะคิระก็เท่ แอลก็ดูโรคจิตติดคอมจนตัวซีดแต่พอมาหาเรื่อง death note ในเนต(อินจัด)เจอเวบสาวก death note อันนึงเค้าบอกว่าคนเล่นคิระหน้าอย่างกับซาลาเปา = = ส่วนบุคคลิกก็เหมือนในการ์ตูนโดยเฉพาะท่านั่งยองยองโทรศํพท์ของแอลเนี่ยสุดยอดจริงๆ

ที่ดูแล้วสนุกอาจเพราะไม่ได้อ่านการ์ตูนจนจบเนี่ยแหละเพราะเค้าเพิ่มตัวละครแฟนของไลท์ขึ้นมา(อ่านจากเวบ)อยากดูภาคสองเร็วๆ แต่ตอนนี้อยากอ่านการ์ตูนมากกว่าครั้งหน้ากลับเชียงใหม่ต้องไปปล้นการ์ตูน(ของอี้)จากเต็มมาอ่าน...อ่านก่อนเจ้าของไม่ว่ากันนะอี้ หุหุหุ

ป.ล เซ็งเพราะแท็กซี่อีกละ เรียกจาก BTS หมอชิตจะกลับบ้าน มาได้จะถึงแยกพงษ์เพชรบอกว่าต่ออีกคันละกัน ไม่ไปละไกลจะกลับบ้าน !!??!?!? ไอ่บ้าแล้วจะรับมาทำไมตั้งแต่แรกวะมิเตอร์ขึ้น 57 บอกเอาแค่ 20 พอ หอยหลอดสิถ้าเก็บเต็มจะด่าให้ พอต่ออีกคัน คนขับแม่งเล่นเหรียญในมือซ้าย(ถือเศษเหรียญในมือแล้วกำไปกำมามันเกิดเสียงเหรียญกระทบกัน)มองหน้ากะปุ๊กว่าหนีเสือปะจระเข้ป่าววะเนี่ย ตาก็ปรือหน้าตาโรคจิ๊ดโรคจิต....ไม่พอมีตอนนึงเบรคกระทันหันตัวลอยเลยครับ ยิ่งปวดหลังปวดหลังอยู่พรุ่งนี้มีนัดไปนวดที่โรงบาลดันซ้ำเติมกันเข้าไปอีก

Friday, September 29, 2006

45 50 375

ใบ้หวยครับๆใบ้หวย

เมื่อวานไปทำงานสุวรรณภูมิวันแรกวันเปิดเลยครับ ตื่นเต้นๆ ไปก่อนเวลาชั่วโมงนึงเพื่อนไปก่อนสองสามชั่วโมงก็มี

ฉันเรียกแท็กซี่จากบ้านไประยะทางประมาณ 45 กิโลเมตรขึ้นทางด่วนตลอดออกจากบ้านตอนเที่ยงยี่สิบใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ค่ารถรวมค่าทางด่วน 375 !!ไปกลับ 750 ครับ ถ้าทำงานเดือนละ 10 ไฟล์ท(กรณีเลวร้าย)7500 บาท !!

คิดว่าซื้อรถก็ค่าน้ำมันถูกกว่าแต่ที่บ้านไม่สนับสนุนเลย...บอกจะขับยังไงไหว ก็ไม่ไหวอ่ะแหละไม่ชอบขับรถขับรถไม่เก่งแต่คนอื่นเค้าก็ขับกันได้อ่ะ แต่เงินจะดาวน์ยังไม่มี ตัดออกไป หุหุ

หาหอพักตอนนี้ก็เต็มไปโม้ดดดด วันที่ 27 ไปตะเวรหาที่พักหาแปดที่ว่างที่เดียวแถวแยกพัฒนาการก็ดูดีสร้างใหม่ขนาดเล็กๆราคาก็ 3700 ถึง 4200 มีส่วนลดให้หกเดือนแรกเดือนละสองร้อยบาทน่าแปลกใจเหมือนกันที่ไม่เต็มแต่คงเพราะคุณนายเจ้าของดูเจ้าระเบียบแถมเค้าบอกเค้าเลือกคนพักด้วยหนะ

เมื่อกี้ลองหาในเนตอีกหอแถวพระรามเก้าดูดี 3500 บาท ห้อง 26 ตารางเมตรแต่เต็มไปแล้วคุณป้าเจ้าของหอบอกคนมาหาที่อยู่เยอะหอเปิดใหม่ๆทีหลังป้าแค่อาทิตย์เดียวห้าหกสิบห้องก็เต็มแล้ว หอพีเจของป้าเนี่ยทำเลดีนะ อยู่พระรามเก้า 51 ใกล้มอเตอร์เวย์สุดๆออกมาก็เลี้ยวซ้ายวิ่งตรงโลด

แต่เพราะเต็มไปแล้วฉันก็ต้องรีบไปจองหอคุณนายของฉันก่อนหละเอาห้องรูหนู 22 ตารางเมตร 3500(ราคาลดแล้น)ห้องน้ำเล็กมากๆ ขนาดหยังกะตู้เสื้อผ้า = ="""

ไปทำสัญญาก่อนเด๋วแห้วจะลำบากกว่าเดิม

Thursday, September 21, 2006

DS



ในที่สุดก็ได้ DS Lite มาในครอบครองหลังจากตามหาถึงสองเมืองด้วยกัน Nintendo DS Lite วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่สองเดือนมีนาคมปีนี้ สีแรกคือสีขาวจากนั้นก็มีสีฟ้า สีน้ำเงิน แต่กว่าจะได้ไปญี่ปุ่นก็เดือนเจ็ดแล้วคิดในใจว่าดีๆเผื่อราคาลง

เอาเข้าจริงให้มันมีขายก่อนเหอะเพราะไปไหนก็หมด ทั้งที่คิดว่าได้ไปนาโกย่าที่เรารู้ตำแหน่งร้านขายของอิเลคทรอนิคทั้งหลายแต่ก็ขายหมดทุกร้านทั้งร้าน Bic หลังNagoya station ร้านSoftmap ในNagoya station ร้านเกมชั้นบนสุดของ Loft จะไปหาแถวโซนคอมก็ไกลและเย็นแล้วอีกอย่างคิดว่าก็คงหมดเหมือนกัน ><

มีโฆษณาว่าจะมีสีดำออกใหม่วันที่ 2 กันยาค่อยไปหาใหม่เพราะฉันมีไฟล์ทไปโอซาก้าวันที่15 กันยา

ที่โอซากันฉันไม่ได้พักในเมืองถ้าจะไปร้าน bicต้องนั่งรถไฟไปเกือบชั่วโมงไม่อยากจะไปเลยคิดว่าจะหาแถวโรงแรมก่อน ใกล้โรงแรมจริงๆมีจัสโก้มีแผนกขายเกมแต่ว่าฉันเลือกไปแถว Rinku แถวนั้นมีร้าน Yamada ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าถ้าไม่มีก็สามารถนั่ง shuttle busจาก Rinku outlet ไปห้างอิออน ที่อิออนมีจัสโก้และมีร้านของเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย

ร้านyamada ไม่มี ><
จัสโก้มีกล่อง ds สีดำวางเต็มชั้นเลยแอบหวังว่าจะมีเพราะไม่มีตัวหนังสือแดงๆที่เดาเอาว่า"ขายหมด"แต่ในในก็คิดว่าไม่น่าจะมี ลองไปถามพนักงานก็นั่นแหละ ไม่มี SOLD OUT !!! อะไรกันนี้ สองสัปดาห์หมดแล้น

รู้สึกเมื่อยขาและเบื่อที่จะหาละให้นั่งรถไฟไปในเมืองก็เกินเหตุ ถ้าไปแล้วไม่มีค่ารถไปกลับเอาไปกินหนมดีกว่า แต่ก็ลองไปร้าน Joshin ที่อยู่อีกปีกของอาคารเลย จากจัสโก้(ปีกซ้าย)เดินไปโจชินไกลกว่าหนึ่งกิโลเมตรชัวร์ !!

DS ทั้งหมดมีห้าสี สีชมพูกับดำที่ออกล่าสุด มีตัวหนังสือสีแดงแปะไว้เข้าใจได้ว่าหมด แต่ที่ช่องสีขาว สีน้ำเงิน สีฟ้ามีแผ่นกระดาษที่ใช้หยิบไปแลกของจริงอยู่แปลว่า มีขายอ่ะดิ!!!!!

พอมีขายก็ไม่ดีใจมากเท่าที่ควรจะดีใจแฮะ...มัวแต่สงสัยว่าทำไมร้านนี้มันมีขายหละวะเนี่ยไม่อยากได้แล้วอ่ะ แต่คิดว่าหาตั้งนานมันมีขายก็ต้องซื้อไปสิ

ตัดสินใจนานมากว่าจะเอาสีอะไร คนทั่วไปพอเห็นว่ามีก็โทรถามที่บ้านนะว่าจะเอาสีอะไร มีคุณลุง คุณน้า วัยรุ่น มาซื้อเค้าหยิบสีน้ำเงินกันนะ แต่ฉันหยิบสีฟ้า จริงๆสีน้ำเงินก็สวยนะ ตัดสินใจไม่ได้ก็สองสีนี่แหละอาจเพราะไม่มีซิลิโคนสีน้ำเงินหละมั๊งถึงเลือกสีฟ้าเพราะสดใสดีแค่เห็นก็รู้สึกผ่อนคลาย

สีดำหนะฉันว่าไม่น่าซื้อตรงที่ถ้าใช้งานไปฝามันจะเป็นลายมือมันๆของเราเหมือนตลับแป้งพัฟที่เช็ดไงก็ไม่ใหม่เหมือนแรกๆถ้าใส่ซิลิโคนก็คงช่วยได้

พอซื้อเครื่องเล่นเกมก็ต้องซื้อเกมสิ เกมก็มีแต่ภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้วใช้เวลานานในการหาเกมอีกแล้ว ดิ ทำไมทุกคนต้องเล่นมาริโอ้กันด้วยแถมภาคใหม่ดันขายดีอันดับหนึ่งอีกนะแต่ฉันไม่ชอบมาริโอ้เลย มันดื้อไม่ยอมไปตามที่ฉันบังคับ(ฉันมันอ่อนเอง)เล่นไงก็ไม่รุ่ง เกมพวกวัดiq วัดสมองไรก็อยากเล่นแต่อ่านไม่ออก final fantasy3 ออกใหม่สุด จากที่ขายหมด ฉันวนอยู่ในร้านนั้นนานจนของใหม่มาส่งแต่จะซื้อมาเล่นก็นั่นแหละอ่านไม่ออกแพงด้วยห้าพันกว่าเยน สุดท้ายซื้อ cooking mama(มือสอง)กะ tertris(มือหนึ่ง) ที่ซื้อ tertris คิดว่าต้องซื้ออะไรมาอีกอย่างเผื่อเบื่อทำกับข้าวและมันน่าจะเป็นall time favoriteแถมถูกด้วยซื้ออะไรแพงกว่านั้นไม่ได้เพราะเงินจะไม่พอซื้อตั๋วรถไฟ(330เยน)กลับโรงแรม

ตอนซื้อไม่ดีใจเท่าตอนได้เล่นแล้วรู้สึกดีใจที่ซื้อมาและตอนนี้ก็ยังหมกมุ่นกะการทำกับข้าวไม่น่าซื้อ tertris มาเล้ยลองเล่นแล้วก็เบื่อ ถ้าตอนนั้นเงินพอก็คงซื้อทามากอตมาเล่น(มีมือสองขายด้วย)

ตอนนี้หาวิธีเคลียร์เกม cooking mama เพราะทำกับข้าวหมดแล้วไม่เห็นมีไรเกิดขึ้น ฉันทำไป 54 เมนูแต่จากเนตเค้าบอกมี 76 เมนู ลองดูจากเวบว่าทำเมนูอะไรเสร็จจะได้เมนูใหม่อะไรออกมาตอนนี้ปลดเมนูใหม่ๆออกได้จนเป็น 57 แล้ว แต่ต้องจับคู่รายการอาหารภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษมึน

ป.ล ศัพท์ใหม่ในชีวิตฉัน coup d'etat แปลว่ารัฐประหารซึ่งแปลว่าการใช้กำลัง เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยระบอบการปกครองยังคงเดิม

Sunday, September 10, 2006

พักร้อน

พักร้อนสามวันมาอยู่กับแม่กับน้องที่เชียงใหม่เพื่อนที่ทำงานบอกว่าหยุดก็ไปเที่ยวมั่งสิ เพราะที่คุยๆกันฉันใช้ชีวิตเหมือนคนเบื่อโลก...ขนาดนั้นเลยเรอะ...แค่ขี้เกียจเฉยๆไม่ได้เบื่อโลกซะหน่อย...กลับเชียงใหม่เนี่ยรู้สึกสบายผ่อนคลายดีออกน้าแต่จริงๆก็อยากไปทะเลเหมือนกัน

ตอนสายต่ายพร้อมสามีและลูกชายมารับฉันที่บ้านไปเยี่ยมแก้วที่โรงพยาบาล เค้าคลอดคนที่สองเป็นลูกสาว กลางเดือนนี้แจงจะพาลูกกลับมาเลี้ยงที่เชียงใหม่ระหว่างลาคลอด สามคุณแม่คงจะเพลิดเพลินกันน่าดู

มาเชียงใหม่ก็อยากจะออกไปดูร้านกิ๊บเก๋หรอกแต่เจอมนต์สะกดของบ้าน ก็นอนซะนอกจากนี้ฉันกับน้องกำลังร่วม tribute มาราธอนสำหรับ Steve Irwin กันตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงบัดนี้ ตะก่อนดูประจำเลยหละแต่หลังๆก็ไม่ค่อยดูพอมาร่วมระลึกถึงเค้าก็นึกเสียดายเนอะ

อีกสองวันต้องกลับไปต่อสู้กับชีวิตเมืองหลวง...น่าเบื่อจริงๆ

ป.ล วันก่อนไปอบรม TG Ambassador Program เห็นในตารางงานตอนแรกนึกว่าจะได้เป็น presenter ไรป่าวตามหลักของคำว่า ambassador แหม่คิดไปนู่น...ปรากฎว่าไปอบรมให้เราในฐานะตัวแทนบริษัทหนะให้เป็นพนักงานที่รู้ครอบคลุมบริการของบริษัทจะได้ให้ข้อมูลได้เยอะและถูกต้องก็เพื่อจะเป็นพนักงานที่ดีอ่ะเนอะ

Wednesday, September 06, 2006

สุวรรณภูมิ

ตามที่เค้าโฆษณากัน สนามบินใหม่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 28 กันยา...ก็สิ้นเดือนนี้แล้วหนะสิ ><

ที่ทำงานเค้าก็มีการจัดให้พวกลูกเรือไปดูสนามบินใหม่มาสักพักแล้วฉันเพิ่งจะได้ตารางไปวันนี้ โชคดีได้ไปก่อนเปิดมีพี่บางคนได้ไปวันที่ 29 !?!? - -''

เวลานัดคือบ่ายโมงที่ crew center (แถวหลักสี่ ที่ๆ ลูกเรือ check in ณ ปัจจุบัน)

ออกเดินทางประมาณ 13:20 ใช้เส้นทางวิภาวดี
ขึ้นโทลเวย์ เสียเงิน 20 บาท
ต่อทางด่วนดินแดงเสียเงิน 40 บาท
แล้วก็ต่อทางด่วนด่านอโศกเสียเงินอีก 25 บาท ไปลงศรีนครินทร์ ไปตามทางเรื่อยๆใกล้ๆถึงจะมีป้ายใหญ่ให้ชิดซ้ายไว้แต่อย่าซ้ายสุดไม่งั้นจะไปออกร่มเกล้า

ไปตามทางแล้ว u-turn เพื่อเข้าสนามบิน ถนนกว้างขวางมากๆเลย
สำหรับลูกเรือต้องออกแยกซ้ายแรก(ป้ายเขียนว่าลานจอดรถระยะยาว)ไปตามทางสักพักแล้วก็ต้อง u-turn อีกครั้งเพื่อจะไป OPC สนามบินใหม่เรียกชื่อใหม่...จริงๆคงเพราะมันไม่ใช่แค่อาคารของลูกเรือหละมั๊งมีพนักงานส่วนอื่นๆที่ทำงานที่สุวรรณภูมิด้วย

กว่าจะถึง OPC ใช้เวลาประมาณ สามสิบนาที....เป็นเวลาที่ไม่เลวเลยทีเดียวแต่นี่มันบ่ายของวันธรรมดาที่ไม่มีใครเค้าไปสุวรรณภูมิกันเท่าไหร่ถ้าเปิดจริงๆจะเป็นยังไงกันน้อ

และเพราะเป็นสำนักงานแบบ one stop service มาถึงเอากระเป๋าลง, โหลดกระเป๋าใหญ่,check in, brief,immigration และอื่นๆ ก็ทำให้เราไม่ต้องไปเดินในสนามบิน ทำไรเสร็จก็ขึ้นรถบัสไปขึ้นเครื่องเลย นั่นแปลว่าอดซื้อของ duty free ด้วยนั่นเอง T_T

ตอนนี้ OPC ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เวลา 21 วันจะทำให้เสร็จได้หรือไม่ ช่างทั้งหลายทำงานอ้วกแตกแน่ๆ

ยังไม่ได้อาคารสนามบินก็ต้องกลับซะแล้วเพราะต้องมีบัตรผ่าน(ก่อนหน้านั้นไม่ต้องมี)ก็เลยอดไปวนดูอาคารสนามบินเลยแต่เห็นไกลๆยังรู้สึกว่าใหญ่มากๆ ถนนก็กว้างใหญ่วนไปวนมาวันเปิดคงมีคนตกเครื่องกันมั่งหละ หุหุหุ เผื่อเวลาดีๆละกาน....

สำหรับตอนออกจากสนามบินดูป้ายดีๆไม่งั้นแทนที่จะได้เข้ากรุงเทพจะไปพัทยาซะงั้น เข้าเมืองก็เสียค่าทางด่วนเหมือนขามา ดังนั้นไปกลับค่าทางด่วนก็ซัดไป 170 บาท ระยะทางจากหลักสี่ไปสุวรรณภูมิประมาณห้าสิบกิโลเมตร(เพื่อนขับรถไปเข้าบอกประมาณนี้)ไปกลับคิด 100 กิโลค่าทางค่าน้ำมันไปกลับคงเกือบห้าร้อยบาท

ถ้าฉันนั่งแท็กซี่ไปทำงานมันต้องแพงกว่าแน่นอนเคยถามแท็กซี่เค้าบอกว่าประมาณขาละสี่ร้อยบาท...โอววแม่เจ้าไปกลับแปดร้อย ถ้าบินquick turnในประเทศค่าเดินทางปาไปประมาณ 80% ของเบี้ยเลี้ยงลาป่วยนอนอยู่บ้านดีฝ่า

แถมแท็กซี่จะไปส่งหรือเปล่า ไปส่งแล้วจะเรียกแท็กซี่ตรงไหนกลับบ้านกันหละเนี่ยเปลี่ยนจากซื้อคอนโดไปซื้อรถคงจะดีกว่าหละมั๊ง

ป.ล ยังไม่คิดจะซื้อคอนโดตอนนี้..อยู่บ้านก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆเช่าหอแต่ก็เรื่องแท็กซี่ขากลับนั่นแหละที่น่าเป็นห่วง...สนามบินเปิดจริงๆคงได้รู้กัน

Saturday, August 26, 2006

น้องพร

เฮ้ย........ ทำไมพี่โด้งออกหละเนี้ย นึกว่าซาร่าซะแล้วเห็นคะแนนต่ำสุดเลย

เฮ้อ...ผู้ชายไปอีกคนซะแว้ว แง

หมดรมณ์อัพเรื่องอื่นเลยม้า(มั่ว..อู้ อิอิ)

ป.ล1 มีคนมาแลกสแตนบายตัวจริง(หกโมงเช้าถึงห้าทุ่ม) ไปสี่วัน เอาค้างคืนกัวลา กะไปนาริตะมาให้ หุหุ ดีใจไม่ต้องรอลุ้นโทรศัพท์แต่ก็ต้องโดดเรียนญี่ปุ่น ขึ้นบทใหม่ด้วยดิ >_< โอวววว ใช่ๆ ไม่ได้สอบวัดระดับด้วยเพราะซื้อใบสมัครสอบไม่ทัน ทำงานไม่ได้ไปเรียนหลายสัปดาห์ แห้วเลย

ป.ล2 เรียนเปียโน(ชดเชย)ติดกันสองชั่วโมง จะอ้วกแตก เรียนอะไรติดกันนานๆมึนเลยทีเดียว เริ่มยากอีกต่างหาก

Saturday, August 19, 2006

ตะลึง

AF3 วันนี้น้องตูนออกกกกกกกกก....อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกส์

อุตส่าห์ร้องดีขึ้นแล้วเชียว...หรือร้องดีแล้วจะออกหว่าเป็นงี้ตั้งกะคนแรกๆ

งือ น้องตูน T_T

Still alive

ไม่ได้เขียนนานเริ่มไม่ถูก....

.....เริ่มไม่ถูกจริงๆหวะ.....ผลกรรมของการดอง

เริ่มจากเรื่องล่าสุดก่อนละกันเนอะ

อังคารถึงพฤหัสที่ผ่านมาเนี้ยะไปมัสกัตเมืองเนี้ยอยู่ที่โอมานตะวันออกกลางไม่มีอะไรทำยิ่งกว่าดูไบ ถึงจะมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ทะเล แต่ก็ไม่ถูกกะการออกกำลังกายเท่าไหร่ รถฟรีรับ-ส่งห้างไม่มี อาหารโรงแรมก็แพง มีร้านอาหารมีstarsbuckที่ตึกหน้าโรงแรมแต่มันต้องเดินตากแดดแสบสันกว่าจะไปถึง ถ้าจะไปตอนค่ำคิดเป็นเวลาไทยมันก็ดึกแล้ว...เวลาช้ากว่าบ้านเราสามชั่วโมง ถ้าหนึ่งทุ่มค่อยไปกินข้าวมันก็สี่ทุ่มแล้ว...นอนดูทีวีในห้องดีกว่า

การต้องไปอะไรแบบเนี้ยแค่เห็นในตารางบินก็น่าเบื่อแล้ว ปกติไม่เคยจะไปเช็คชื่อเพื่อนร่วมงานเลยแต่คราวนี้คิดไงไม่รู้ลองดูดีกว่าว่าจะมีคนรู้จักไปมั้ยนะ...เจอชื่อต้นเป็นนักบินไป รีบโทรไปว่าอย่าแลกออกนะเฟ้ยเราจะได้มีเพื่อน...มันบอกมันแลกเข้าตามสาว

ได้ฟังดังนั้นก็คิดว่าคงจะพึ่งมันไม่ได้เสียแล้ว

แล้วก็เป็นดังคาด......

ไม่มีการออกกำลังกาย ไม่มีการไปกินข้าวข้างนอก ไม่มีเพื่อนเฮๆแบบครั้งก่อนที่เราเคยไป คนในไฟล์ทเค้าไปไหนกันหมด เค้าไปเป็นคู่ๆนั่นเอง โมเลกุลเดียวก็อยู่ในห้องมากกว่าและเพื่อนเราก็ไม่มีประโยชน์จริงๆ วันแรกยังคุยกันมั่งแต่ก็ทำให้ซึ้งหลังดูหนังในห้อง crew room เสร็จ เวลานั้นก็ทุ่มครึ่งcrew room แยกออกมาจากตัวโรงแรม ก็เหลือสองคนดูหนังเสร็จก็ต้องกลับห้องแหงๆอยู่แล้ว ไม่รอตูซักกะติ๊ดออกห้องไปเลยไม่พูดไรซักคำ งงเลยม้าแต่ว่าแฟนเค้าไม่สบายหนะ...มีแฟนแล้วเป็นงี้หรอเนี้ย ส่วนวันกลับไม่พูดกับฉันเลยทั้งที่เห็นๆกันอยู่..หรือมันไม่เห็น.. คิดอะไรไม่ได้เลยนอกจาก รักกันให้ตลอดนะเมิงงงง

โชคดีที่ไปครั้งนี้แค่หนึ่งขีด(หนึ่งขีด คือ 24 ชั่วโมงเต็ม)แต่อยู่ประมาณสองวันเพราะวันกลับออกกลางคืน ถ้าเกิดได้ไปแบบสองขีดปาไปสามวันฉันคงอ้วกแตกเป็นเกลียดห้องสี่เหลี่ยมได้


ป.ล ตอนบอร์ดผู้โดยสารจากกรุงเทพจะไปมัสกัต ที่หน้าเกทมีป้ายบอกว่าห้ามพวกเจล น้ำ ไรพวกเนี่ย แต่ว่ามีผู้โดยสารเอาน้ำขึ้นมาคนแรกที่ฉันเห็นยังลังเลว่าจะพูดไรออกไปดีมั้ย สักพักก็มีคนเอาน้ำขวดขึ้นมาอีกแต่ก็ยังไม่กล้าบอกอะไรเค้า แต่ถามเจ้าหน้าที่ของเราเองว่า ไม่ห้ามเอาน้ำขึ้นเครื่องหรอ...เค้าบอกว่า..."ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว..ทางที่ดีที่สุดเราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร(ประโยคหลังพูดว่าไรไม่แน่ใจแต่ถอดความได้อย่างนี้)" !?!??!! ที่ว่าคนพวกเนี้ยยอมตามแล้วถ้ามันมายอมตายบนเครื่องนี้อ่ะ พี่เค้าพูดได้ดิเพราะตัวเองแค่ส่งงานหน้าเครื่อง ....ไม่อยากจะพูดเล้ยแต่คิดว่าถ้าจะก่อการร้ายให้ทำกับเครื่องที่ออกจากเมืองไทย...ยิ่งการบินไทยได้ผลชัวร์ !!

Tuesday, August 01, 2006

วัยเรียน

เคยได้ยินว่าที่พ่อๆแม่ๆทั้งหลายผลักดันให้ลูกทำนั่นนี่นู่นทั้งเรียนทั้งเล่นทั้งเต้นทั้งร้องประกวดอะไรเยอะแยะสารพัดบางทีเพราะชดเชยที่เค้าไม่ได้ทำตอนวัยเด็ก

ยิ่งสมัยเนี่ยเหมือนโอกาสที่จะทำอะไรของผู้ใหญ่หมดลงเร็วมากๆเพราะไม่ว่าจะรับสมัครอะไรก็จำกัดอายุที่วัยทีนและไม่เกิน 22-25 จนไม่น่าแปลกใจว่าเราจะรู้สึกแก่

ถึงอายุจะทำให้เราอดสมัคร AF หรือประกวดcawaii girl(นิตยสารญี่ปุ่นในไทย) แต่ก็ไม่จำกัดความอยากเรียนรู้ของตัวเองแล้วไปลงกับลูก(ซึ่งคงไม่มี)

ดังนั้นจึงไปสมัครเรียนเปียโน !! และวันนี้จะเป็นวันแรกของการเรียน

ถึงอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคของการเรียนแต่ธุรการ(เสือก)ลืมบอกครูว่ามีนักเรียน..หอกเอ๊ย !!!!!!!!!!!!เสียฤกษ์ ฝนตกทั้งวัน AF กำลังสนุก เรารึออกจากบ้านก่อนเวลาจะไปรับหนังสือเรียน(เค้านัดให้รับวันนี้)เอารูปไปให้จะได้ไม่กินเวลาเรียน ทำเสียรมณ์จริงๆ ไม่ฮ่งไม่ให้ไม่เอาหนังสือไรทั้งนั้น จะมาให้หนังสือวันนี้ทำไมเนี่ยก็ไม่ได้เรียนยังงี้ไม่ให้มาตั้งแต่วันสมัครหละฟระ

คอยดูนะเวลาเราติดงานแล้ว จิ๊จ๊ะ เวลาเราจะเลื่อนวันเรียน จะวีนให้เปิง...

ป.ล1 มะวานไปพารากอนเจอะแก๊งค์สามช่า(บรูน่า ลูกตาล เพชร)แห่ง AF3 ไปขอถ่ายรูปมาดัวะ หุหุ กว่าจะตัดสินใจไปขอ ปุ๊กบอกเขินไม่ได้เห่อดารามานานละ (แต่รูปไม่ชัดอ่ะ ไม่ได้เปิด flash คุณน้า(ของเค้า)ถ่ายไกลเกินอ่ะ)

ป.ล2 ไม่เชิงอู้นะขี้เกียจพิมพ์ถ้าเล่าแบบมีอารมณ์ร่วมมันจะยาว รอให้ลืมๆจะได้เล่าสั้นๆได้ใจความ หุหุ อ่ะเอารูป gallexy express มาให้ดูก่อง


Sunday, July 30, 2006

กระทู้ล่อเป้า

อยากจะเล่า(บ่น?)เรื่องที่เจอตอนทำงานแต่เอาไว้ก่อน เพราะดูAF :P

แต่เล่นเนตไปด้วยเพราะจะเช็คข้อมูล DS แล้วก็คิดไปถึงการศึกษาจะหาซะหน่อยว่าประชาชนเค้าคิดว่า ม.เกษมบัณฑิตเป็นอย่างไร ก็เลยเข้าบอร์ดพันติ๊บ เจอกระทู้ "อยากรู้ว่าคณิตศาสตร์พวกสูตรยากๆ เรียนไปแล้วเอาไปใช้ทำอะไรในชีวิตได้คะ"

แค่เห็นหัวข้อก็คิดว่าอีหนูนี่ต้องโดนแน่ๆ..แล้วก็โดนไป 19 ดอกจากคนตอบ 20 ซึ่งไอ่หนึ่งคนที่เห็นด้วยบอกว่าอย่าเรียนเลขเลยนะไปเรียนสังคมกันดีกว่า(สงสัยไม่ชอบเลขเช่นเดียวกับเจ้าของกระทู้)ก็โดนคนที่ตอบต่อท้ายชี้ว่าสังคมก็มีเลขอยู่ดี 5 5

ทำไมไม่ชอบคณิตศาสตร์กันหละเนี่ย ฉันหละช้อบชอบ ออกจะมีประโยชน์สนุกระคนแค้น(แก้โจทย์ไม่ได้ แถม D Cal2 อีกตะหาก...โดดมากไปหน่อย) มีประโยชน์ถึงกับคลี่คลายคดีฆาตกรรมได้เลยทีเดียวดูได้จากซีรีส Numbers

ว่าไปคนตั้งกระทู้มันจะกลับมาอ่านคำตอบมะเนี่ย...

สุดท้ายไม่ได้เรื่องที่อยากรู้และไม่ได้อัพเดทเวบตัวเองเพราะมึนกับการอ่านกระทู้

Tuesday, July 18, 2006

5229

แปะไว้อีกเรื่องได้ป่าว ไม่ได้มาใบ้หวยแต่เป็นชื่อไฟล์ทที่ชาตินี้(แม่ง)ไม่ลืมเด็ดขาด

ก็แม่คุณเล่นดีเลย์จากถึงตีห้าเป็นถึงสี่ทุ่ม...ยังไม่นับมานั่งแกร่วเลื้อยคลานที่แอร์พอร์ทห้าชั่วโมง ~~~~>_<~~~~~

ผ่านไปหนึ่งวันยังล้าครับพักผ่อนไม่พอ...อู้อีกหนึ่งเรื่อง

ป.ล น้องมันคิดว่าฉันตายห่ากลางทะเลทรายไปแล้วอ่ะ

Sunday, July 09, 2006

Hey ya!



ป.ล กลับจากนาโกย่านอนก็ดึกตื่นก็เช้า ขณะนี้ง่วงและง่อยมากๆวันหลังมาเล่าให้ฟัง

Wednesday, June 07, 2006

หาย

ทำเงินหาย...มันหายไปตอนไหนเนี่ย

แลกเงินแล้วเจอเพื่อนก็เดินช้อปปิ้งหลังบริษัท..ไม่ได้เจตนาเล้ยเพื่อนให้เดินเป็นเพื่อนเลยได้เสียเงินเป็นเพื่อนแถมหยิบๆจ่ายๆกลับบ้านจดเงินที่ใช้ไปยอดเหลือ+ใช้ มันไม่เท่ากับเงินตั้งต้น...หายไปไหนเนี้ยยยยยยยยยยยย >< ทำของหายๆไม่รู้ตัวหลายทีละ

สติไม่มีเพราะง่วงป่าวเนี่ย

ป.ล สงสัยเรื่องยิงหัวซุปเปอร์แมนจะเข้าหรือเปล่าต้องดู preview อันใหม่ ยิงเข้าลูกกะตาลูกกระสุนบี้เลยอ่า

Thursday, May 25, 2006

x-men

ไปดูx-men III มาแล้วววว...สนุกดี เดินเรื่องก็เจ๋งดีเพราะมีคนตาย หุหุ คนที่ตายก็กล้าให้ตายดีแฮะยังงี้คงจะ last stand จริงๆหละม้างแล้วก็มีตอนทิ้งท้ายให้คิดเป็นตุเป็นตะกันด้วยอ่ะแต่ถ้ามีภาคสี่มันจะไม่ peak อยู่ในใจนะ..

ดูแล้วก็เท่ก็มันจนอยากเป็นมนุษย์กลายพันธุ์

ดูตัวอย่าง Superman return เอฟเฟคและเทคโนโลยีทำให้น่าดูขี้นมาก close up ชุดก็เป็นผ้าที่ texture แข็งแรงจริงๆในฉากตัวอย่างก็มีคนกระหน่ำยิงอกซุปเปอร์แมน...ไม่เป็นไรครับยิงไม่เข้า..แต่สมองมันดันสงสัยขึ้นมาทำไมมันไม่ยิงหัวฟระเผื่อมันจะเข้าบ้าง...แล้วก็คิดไปอีกว่าซุปเปอร์แมนไม่ต้องใช้ชุดนั้นก็บินได้นี่นา...เนี่ยน้า..ความผู้ใหญ่กำลังกัดกินจิตใจและจินตนาการอันไร้เดียงสาของฉันซะแล้ว....

Wednesday, May 24, 2006

world peace

คนเราเห็นแก่ตัวให้มันน้อยลงเนี่ยฉันว่าคงจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้มากขึ้น

ไม่ใช่จากเหตุการณ์ชาติบ้านเมืองหรอกแค่คุณลูกค้าเนี่ยแหละ...ทำงานนี้นานๆมีหวังตรัสรู้

Monday, May 22, 2006

24

ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยี่สิบสี่ชั่วโมงนิดๆแล้วนอนไปแค่ชั่วโมงครึ่ง(เมื่อเช้าตรู่)ตอนจัดพักระหว่างทำงานกลับมาจากมัสกัต

ฤทธิ์กาแฟเย็นเอสแอนด์พีหรือว่าชินที่นอนผิดเวลาหละเนี่ย...ลอยๆทั้งวันไม่หลับไม่นอน

อยากหลับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Wednesday, May 03, 2006

ID

ไปทำบัตรประจำตัวพนักงานมาเนื่องจากมันใกล้หมดอายุแล้ว

ไม่อยากจะออกจากบ้านตอนบ่ายเล้ยร้อนมากๆแต่ก็ดันตื่นซะเกือบเที่ยงแล้วยังดูหนัง(ถึงออกไปเที่ยงก็ติดพักอยู่ดี)

ตอนถ่ายรูปเค้าถามว่าน้ำหนักเท่าเดิมหรือเปล่า(53)ฉันบอกว่า 54 ค่ะ เหมือนทำงานสี่ปีน้ำหนักขึ้นโลเดียวแต่จริงๆขึ้นไปสามเพราะโม้ไปตั้งแต่กาลก่อน หุหุ(ผอมเกินเดี๋ยวไม่ได้สัดส่วนนะ)

ถ่ายรูปครั้งนี้ผมก็ยาวแล้วก็รวบไว้ เค้าให้ยิ้มได้ด้วยแหละ ออกมาหน้าใหญ่มั่กมาก

ก็ไม่รู้จะแต่งหน้าไปทำไมเพราะถ่ายออกมาไม่เห็นขนตาเด้งดึงที่อุตส่าห์ดัดและปัด แก้มส้มๆ กรีด(ทำไมเรียกกรีด)อายไลเนอร์ คราวหน้าคราวหลังเขียนแค่คิ้วกะทาปากก็พอแล้วหละ

ลายเซ็นของ DD ยังเป็นคนเดิม(กนก อภิรดี)ทั้งที่ได้คนใหม่แล้ว(อภินันท์)เพราะเค้ายังไม่ได้ทำบล็อคบัตรใหม่ พี่คนทำบัตรบอกว่ายังไงปลายปีทุกคนก็ต้องทำบัตรใหม่เตรียมไปสุวรรณภูมิ..ถ้าได้ไป

Tuesday, May 02, 2006

เสื่อม

พออายุเหยียบเลขสามความเสื่อมทรุดโทรมโผล่มาให้เห็นกันจะๆอย่างฉับพลันไม่ค่อยเป็นค่อยไปแบบแต่ก่อน

สิว...แหมจะแก่แต่ยังสิวขึ้นหลอกให้นึกว่ายังสาว...ไอ่บ้า..เป็นรอยแผลเป็นตอนแก่ม้นหายยากจะเว้ย..ตอนนี้ไปหาหมอพรเกษมแค่ค่ายาอักเสบสองอาทิตย์กะโฟมล้างหน้า ยาทาก่อนล้างหน้า ยาแต้มสิว ปาไปแปดร้อยแล้วครับ...พี่ที่ทำงานบอกให้ไปหาหมอที่เอ็มโพเรียมมีคนบอกว่าดี...ขืนไปคงจะแปดพัน

ผิวพรรณ....เหี่ยวแห้งกว่าเดิมอีกนะเนี่ย หน้าอ่ะจะดูแลกว่าเท้าดังนั้นเวลาเห็นเท้าตัวเองในรองเท้าแตะ..มันน่าเกลียดงี้ฟระ

เข่า...แม่คุณนึกว่าอายุขนาดนี้เข่าเสื่อมเสียแล้วตู...เจ็บเข่าซ้ายเป็นพักๆแต่พักเนี้ยมันไม่หายเจ็บติดกันมาสามสี่วันแล้วตัดสินใจไปหาหมอวันนี้แหละ...จะไปวิชัยยุทธเหมือนเดิม(เคยไปรักษาเรื่องนี้ทีละ)แต่มันไกลไปใกล้ๆบ้านเนี่ยแหละ ไปนนทเวช

น้าบอกว่าให้หาหมอวิเชียรไม่แน่ใจว่ามาจากวิชัยยุทธหรือเปล่า พอไปถึงโรงพยาบาลทำบัตรและแจ้งขอเบิกค่ารักษากะบริษัท(ได้นิดหน่อยก็ยังดีหน่า)แจ้งชื่อหมอไป...มีด้วยเฟ้ย...

พบหมอ..กดๆเข่าแล้วก็ให้เราไปนอนบนเตียงจับขายืด ยก งอ ไม่เจ็บไรทั้งนั้น ก็มากดเข่าต่อ หาจุดที่เจ็บ ปรากฎว่าเอ็นอักเสบครับ รอดไปยังไม่เสื่อมอ่ะนะ

หมอแนะนำว่าฉีดยามั้ยจะหายเร็วกว่ากินยา...ฉีดเลยครับแต่ฉีดเข้าเอ็น !!! เกิดมาก็เคยแค่ฉีดยาเข้าเส้น เข้ากล้ามตามเรื่อง เข้าเอ็นมันจะเป็นไงบ้างเนี่ย.....ผลคือเจ็บครับ...เดินพิการๆดูสำออยชอบกล

หมอบอกให้ขี่จักรยาน วิ่ง ออกกำลังกาย ให้ซื้อวิตามินบำรุงเข่ามากินแกบอกว่าเคยเห็นตามต่างประเทศชื่อ joint free ถ้าไปเจออะไรมาก็จดชื่อยามาถามได้

และหมอที่เรารักษาเรื่องสุขภาพ(ที่ผิดปกติหลังจากเข้าทำงาน)พูดเหมือนกันทั้งคู่ว่า อย่าทำงานนี้นานทำแค่สิบปีสิบห้าปีพอแล้ว เก็บเงินให้ได้แล้วก็หาอย่างอื่นทำ ไปต่างประเทศก็ไปดูอะไรที่บ้านเราไม่มี หมอบอกดูซิคนไปเห็นโรตีบอยแล้วเอามาขายรวยไปแล้ว

นั่นหนะสินะ...เราเนี่ยไม่ค่อยจะใช้โอกาสเพิ่มโอกาสเลยยิ่ง ใช้วิกฤตเป็นโอกาสยิ่งไม่เคย(ไหวพริบต่ำ) วันๆอืดๆนอนๆเนี่ยก็เบื่อๆหละแต่มันง่วงจริงๆนะ

ก็เนี่ยแหละเสื่อมทางใจอีกอย่าง...ทำตัวแก่ๆชอบกลไม่อยากไปไหน อยากอยู่แต่บ้าน ไม่คึกคักออกไปไหนก็เบื่อไม่มีจุดหมายจะไปสยามก็ไม่อยากซื้อเสื้อผ้าซื้อของที่นั่น(แพง) ก็ไม่รู้ไปถึงแล้วจะทำไรไปได้ไม่นานก็กลับบ้านดีกว่า เสียเงินก็หาไรกินไปเรื่อยหมดเงินกับการกินเยอะจัด เดือนนี้กะเดือนหน้าการเงินล่มสลายอีกละ

ขอเวลาขี้เกียจอีกพัก...จะต้องทำตัวสดใสกระชากวัยให้ได้

ป.ล แต่มันแก่จริงๆนะเนี่ย...มะรืนจะได้ไปนาริตะ..ไม่มีไฟจะลุยไปในเมืองเลยอ่ะ(นั่งรถไฟ 70 นาที)อาจจะเห็นแก่กินอยากกินซูชิที่จัสโก้ในเมืองนั้นมากกว่าหนะ

Sunday, April 30, 2006

GP

หนังดีน่าดูอะไรไม่ได้ดูตั้งเยอะแต่วันนี้กลับจากทำงานแรดไปดู ghost game กะภัทร

เพราะ AF แน่แท้เพราะหนังผีอื่นก็มีตั้งเยอะไม่ดู...ดูรอบสี่ทุ่มกลับเที่ยงคืน...น่ากลัวโคตร..กลัวที่กลับดึกๆเนี่ยแหละ

หนังก็น่ากลัวแอบสยอง...ต้นเดือนหน้าต้องไปค้างกัวลา กะนาริตะอีกตู เค้าว่ามีคนเจอผีกันทั้งสองที่เลย บรื้อ...นั่นแหละถึงตัดสินใจดูคืนนี้เพราะจะได้นอนบ้านสองคืนก่อนไปอาจจะลืมๆไปแล้วแต่ให้แน่พรุ่งนี้ไปดู The wild ล้างตาดีกว่าเห็นปุ๊กบอกตลกมาก

คืนนี้นอนเปิดไฟดีมะเนี่ย

ป.ล หนังผีเนี่ยไม่มีเรทหรอมีเด็กเล็กมาดูด้วย(คงเพราะเป็น AF)แต่ก็มากะพ่อแม่

Friday, April 28, 2006

แฟน

ตอนเย็นก็มีโทรศํพท์มาอีกครับแต่ตื่นแล้วจะโทรมาก็โทรๆกันมาเหอะ ว่างจะเหงา

แต่โทรศัพท์ที่เจ๋งสุดประจำวันมาจากจอม(เพื่อนที่ทำงาน)รับปุ๊ปถามเลย "ปุ๋ยเธอมีแฟนยังนะ" ก็คือจอมจะชวนไปไหว้พระขอแฟน!!เพราะเธอก็ยังไม่มีแฟน

ฉันไม่อยากขอกลัวจะได้..ไม่มีแฟนก็ดีเหมือนกันอาจจะมีเหงาเป็นบางทียิ่งฟังว่าไปขอที่ Delhi!!!! ได้แฟนแขกทำไงฟระ ไม่เอาไม่ขอด้วยหรอกแต่ก็จะลองแลกไฟล์ทไปกับเค้าด้วย(เพื่อนอีกคนจะพาไปและเค้าจะพาเที่ยวด้วย)

ถ้าแลกไฟล์ทได้จะมารายงานแต่ว่าคนหมู่บ้านนี้คงไม่ได้ใช้บริการ..คิดแล้วก็มีแต่ฉันนี่หว่า

ตื่น

ปกติไม่มีโทรศัพท์เข้าเรียกว่าไม่มีเลยก็เกือบจะได้ แต่..มันจะต้องมีสายเข้าตอนที่ไม่อยากจะรับเสมอ

นอนเปิดแอร์จนสายเพราะก่อนหน้านี้ทำงานกลับมาทั้งคืนได้นอนไปครึ่งชั่วโมงในไฟล์ทกลับถึงบ้านก็นอนไปชั่วโมงสองชั่วโมง คิดว่าจะนอนให้นานๆเล้ยยย...พอสิบโมงครึ่งโทรศัพท์เข้าสามสายติดต่อกัน !! นัดกันมาหรือไงฟระเนี่ย ...ตื่นก็ได้ฟระ

ตื่นก็หิว...ไปไรกินหละ

Thursday, April 20, 2006

HBD

31 แล้วเป็นไง ?....คำถามที่ต่ายถามฉัน(แอบเห็นหนุงหนิงถามด้วย)รู้สึกว่าเหนื่อยง่าย อยากนอนเยอะกว่าเดิม ส่วนจิตใจก็ยังวัยรุ่นอยู่ เรียกให้เข้าใจง่ายว่าสังขารไม่ให้แต่ใจยังอยู่

เบญถามว่าไม่มี dinner ไรพิเศษเลยเรอะ? จะให้ไปมีดินเนอร์ไรกะใครที่ไหนวะ นอนง่วงดู BB อยู่บ้านเนี่ย

พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน...ต้องไปจิตตะกอง....จิตตะกองอยู่ที่ไหนหว่า ขี้เกียจไปทำงานคิดชั่งใจว่าช่างเงินมันเหอะอยู่บ้านดีฝ่าแต่อยู่บ้านจะไม่ได้เงินนะแถมจะเสียเงินถ้าออกนอกบ้าน

ลองไปคิดด้านชั่วโมงบินถ้าชั่วโมงทำงานมันสั้นก็ไปๆซะเอาเงินมาใช้ไง แต่ดูแล้วคิดไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าจิตตะกองอยู่ตรงไหน คิดว่า ลาว พม่า เวียดนามแถวนี้ ลองหาในเนต

จิตตะกองอยู่บังคลาเทศ !?!?!?! ไกลหวะ แถมบินเครื่องเล็ก(737)อีก...แต่ขี้เกียจมากกว่าอยากได้เงินอ่ะถ้าได้ทำบีซีก็ดีไป ขี้เกียจชะม้าดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

นอนตอนรับวันเกิดดีกว่า...ถึงยกเลิกนัดออกกำลังกายวันนี้แต่การนอนเร็วๆก็ช่วยรักษาสุขภาพเหมือนกันนะ

ป.ล1 ปุ๊กให้ของขวัญแบบไปซื้อด้วยกัน(อดแกะของขวัญเลย)เป็น drop aging lotion ของมาดามเฮง ลดฝ้ากระ ริ้วรอย มีส่วนผสมของวิตามินอี พริมโรสออย โจโจบาออย(เขียนjojoba oil แต่เค้าอ่านโฮโฮบา มั๊งเคยได้ยินอย่างนั้น)ราคา 150 เอง จะทาเช้าเย็นเลยแล้วรอดูผลกันว่ามันจะช่วยกระชากวัยได้แค่ไหน

ป.ล2 ขอบคุณเพื่อนๆที่ไม่ลืมวันเกิด...กาตุลย์ยังโทรมาอวยพร....อ่ะโหหายไปนานสุดเลยยย

Wednesday, April 19, 2006

TrueUrbanPark

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับการรายงานความเป็นไปของเดี๊ยนที่หายหัวไปนาน

ดิฉันหละน้อยใจจริงๆเวลาอัพไม่เม้นท์เวลาเม้นท์ไม่อัพ หุหุ

ที่ผ่านมาเดี๊ยนไปทริปอุดรสองวันหนึ่งคืนมาสองครั้ง(เว้นหนึ่งวัน)มันเป็นการทำงานซ้ำโดยตั้งใจเพราะให้เค้าแลกไฟล์ท ทำงานสี่วันก็บินไปสิบสองแลนด์คร้าบ

เส้นทางกว่าจะได้ไปถึงอุดรเราต้องไปพนมเปญก่อนแล้วไปนอนอุดร ก่อนกลับบ้านก็ต้องไปหาดใหญ่

ทำงานชั้นธุรกิจมันแสนสบายถึงจะเป็นเครื่องเล็ก(737)ก็เหอะแต่ถึงให้เต็มชั้นธุรกิจก็มีแค่ 12 คนเอง แล้วเราเป็นผู้ประกาศก็ไม่ต้องสาธิตอุปกรณ์ฉุกเฉินซะด้วย(พนมเปญกะอุดรสาธิตแค่หน้ากากออกซิเจน หาดใหญ่ต้องสาธิตการใช้เสื้อชูชีพและหน้ากากออกซิเจน)ดังนั้นขณะที่เรากำลังไปอุดรรอบแรกมีคนโทรมาขอแลกไฟล์ทของเราซึ่งกินเวลาสามวันและทำงานน้อยกว่าโดยเอาอุดรแบบเดิมมาให้เราก็คิด คิด คิด ทำงานง่ายๆได้วันหยุดเพิ่มก็เลยให้เค้าแลกไป ก็เลยได้วันหยุดติดกันสองวัน งิงิ

ไปอุดรรอบแรกตรงกับสงกรานต์(14เมษา)กัปตัน นักบินและเพื่อนเค้าชวนลูกเรือออกไปข้างนอกเพราะเค้ามีญาติที่นั่นจะเอารถมารับไปเล่นน้ำถึงฉันจะอยากออกไปแต่ก็กลัวน้ำก็เลยไปเที่ยวโรบินสันข้างโรงแรม ดูแล้วคนที่มีใจออกไปข้างนอกก็มีแต่ฉันกะพี่สจ๊วตที่ทำงานด้วยกัน(แต่ก็ไม่อยากเปียก)ก็เลยไปดูหนัง...เมเจอร์เชียวนะ ไปดูโหน่งเท่ง....ไม่ค่อยขำเลย..เอาเงินตูคืนมาร้อยนึงแหนะ

ไปอุดรรอบสองเนี่ยหละเวิร์คเพราะพี่สจ๊วตที่อยู่บีซี(bussiness class)เค้ามีเพื่อนที่นั้น เพื่อนเอารถตู้มารับไปกินข้าว ไปกินอาหารอีสานที่ร้าน"ลาบหมูดงเค็ง"อยู่ไกลจากโรงแรมมากๆ ที่ร้านจะมีอาหารชุดใหญ่ราคา 300 มีอาหารห้าอย่าง มีลาบหมู แหนมคลุก ลวกจิ้ม(เครื่องใน) ต้มยำเครื่องใน ซี่โครงหมูทอด สั่งปุ๊ปมารวดเร็วมาก สั่งส้มตำเพิ่ม ตำลาวอร่อย ตำไทยก็อร่อย คอหมูย่างอร่อยมาก

อิ่มจากอาหาร เพื่อนพี่ที่ทำงานพาไปนวดเท้าแถวหนองประจักษ์ หนองประจักษ์เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่มากเลย พี่ผู้หญิง(เพื่อนพี่ที่ทำงาน)บอกว่าน้ำที่ใช้ในอุดรก็มาจากที่นี่

ด้านที่เราไปเที่ยวกันเป็นฝั่งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีร้านนวดเยอะมากๆราคาไม่แพงเลย นวดไทย 100 บาท นวดเท้า 80 บาท นักท่องเที่ยว(ลูกเรือ)นวดเท้าหมด เจ้าบ้านและลูกสองคนกะพี่เลี้ยงและคนขับรถระบายสีอยู่ร้านข้างๆ

ฉันถามพี่ที่นวดเท้าว่า ททท เค้าจัดให้ทำร้านหรอ พี่เค้าบอกว่าให้ทำร้านได้สามอย่างคือ ร้านนวด ร้านระบายสีแล้วก็ของกิน ห้ามเปิดเพลงเสียงดัง

ร้านนวดก็ราคาพอๆกันแต่บางร้านจะมีการประคบด้วยก็จะเพิ่มราคาไปอีกนิดหน่อย ร้านระบายสีก็คือระบายสีตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์หรือรูปบนแผ่นผ้า

นั่งนวดเท้าไปดูบรรยากาศร้านระบายสีไปรู้สึกน่ารักดี ลูกค้ามีตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงวัยรุ่นวัยทีน น่าจะเป็นที่เดทได้ด้วยนะนั่นเพราะมีวัยรุ่นหญิงชายมาระบายสีกัน มีพ่อแม่มานั่งดูลูกระบายสีแถมบางทีพ่อต้องแก้งานให้ลูกด้วย ตุ๊กตาตัวเล็กราคาเริ่มที่สิบบาท มีหลอดใส่สีให้เลือกเยอะแยะแถมมีบริการเคลือบเงาด้วย

ร้านระบายสีมีน้ำขายด้วยบางร้านก็เป็นน้ำอัดลม บางร้านก็เป็นน้ำปั่น ฉันไปกินน้ำปั่นแม่เจ้าปั่นรวมทุกอย่าง15 บาทถุงเบ้อเร่ม

ร้านของกินก็มีร้านขนมปังนมสด ร้านน้ำส้ม ร้านส้มตำ ลูกชิ้นทอด พี่ผู้หญิงบอกว่าร้านส้มตำอาจารย์ตุ่ยเนี่ยอร่อยมากๆเป็นร้านที่ส้มตำนัวที่กรุงเทพมาเอาสูตรไปแต่ว่าเราเพิ่งจะไปซัดส้มตำมาก็เลยไม่ได้ซื้อมาลองกินแต่เดินผ่านก็พอจะเห็นแววความอร่อยจากขนาดถังปลาร้าก็ใหญ่มาก กาละมังใส่เส้นมะละกอขนาดใหญ่มากๆๆ (อร่อยก็น่าจะขายดีหนะสิ)

ร้านน้ำส้มรถขาวขายน้ำส้มขวดประมาณ 600 cc 25 บาทเองก็อร่อยดี

ถ้าได้ไปอุดรอีกครั้งถ้าไม่มีใครไปไหนเราก็คงจะออกมาเที่ยวเองได้เพราะหนองประจักษ์ไม่ไกลจากโรงแรมมากเรียกรถสกายแลปมาได้(รถโดยสารขนาดเล็กเหมือนรถซาเล้ง)

และก็เป็น aftershock ทางด้านการกินอีกครั้งเพราะว่ากลางวันนี้ก็กินตำลาวที่ร้านไก่กะต๊าก อยากจะกินที่ร้านส้มตำนัวหรอกแต่คิวยาวเว่อร์

รายงานเกือบสดจาก TrueUrbanPark ชั้นสามสยามพารากอนค่าเนตชั่วโมง 40....อยู่บ้านไม่อัพหละฟร้า...

เฮ้ยเหลืออีก 10 นาทีเองเหรอเนี่ย.....

เล่าเรื่องร้านทรูเนี่ยดีกว่า แนวดีแต่ทึมไปหน่อย หรือว่าทึมๆมันถึงเท่

ร้านทรูที่เนี่ยเค้าขายหนังสือ ขายซีดีเพลง รับจ่ายเงิน ขายกาแฟ ขายดอกไม้ อะไรๆก็จะนำด้วยทรูหมด เช่น truecoffee truemoney truelove หรือ trueflower วะ แนวมะหละ

นั่งอัพเวบไปฟังเพลงไปดื่มชาเย็นราสเบอรี่ไป(แก้วใหญ่ 65 บาท)

ที่ส่วนขายหนังสือมีหนังสือชื่อ little boy ไม่ได้ตั้งใจอ่านแต่เปิดๆดูเป็นรายชื่อศิลปินญี่ปุ่นนะ เช่น มุราคามิ(คนที่มาออกแบบให้หลุยส์วิตอง) นารา ที่วาดการ์ตูนหน้าตากวนๆ มี fujiko ทำนองนั้นแต่ที่รู้สึกว่า เฮ้ยยยยย ก็คือเจอรูปสัญลักษณ์งาน expo และคนรั้องเพลงในชุดยูกาตะ ซึ่งสองภาพเนี่ยมันอยู่ใน 20th century boys ไง นักเขียนการ์ตูนเนี่ยข้อมูลแน่นเนอะ

3 นาทีสุดท้ายแล้ว....ขอจบการรายงานตัวแค่นี้ก่องเด๋วได้เสียอีก 40 :P

ป.ล วันนี้วันสุดท้ายของอายุ 30 แล้วเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย half life

Sunday, April 16, 2006

อ่ะโหลเทส2

อยากจะอัพ แต่ต้องนอนอีกละ หุหุ

อ่ะโหลเทส

ง่วงง่าว...เช้าจะมาอัพ

:P

Sunday, April 09, 2006

update

ได้ทำงานชั้นธุรกิจแล้วน้า....ทำงานก็ตื่นเต้นการเตรียมของการให้บริการอะไรทำนองนั้นแต่ลุ้นสุดคือคนที่ต้องทำงานด้วยก็คิดว่าปัญหาที่สำคัญสุดก็คือผู้ร่วมงานนี่แหละ(คนแปลกๆมันเยอะ)ส่วนผู้โดยสารหนะเรอะถึงจะโวยวายอะไรมาถ้าได้สิ่งที่ต้องการก็เงียบและถึงโวยวายไม่เลิกแต่เพื่อนร่วมงานดีก็ผ่านไปด้วยดีได้

ชีวิตความเป็นอยู่ของชั้นธุรกิจเนี่ยมันช่างมีชาติตระกูลแก้วจานชามภาชนะเป็นกระเบื้องเป็นแก้วจริงๆ อาหารก็จะเป็นคอร์สชัดเจนกว่าต้องเสริฟ first course ก่อนแล้วก็เก็บก่อนออก main course หลังอาหารก็มีชีสและผลไม้ แล้วก็มีขนมกะชากาแฟ เราก็พลอยได้ส่วนบุญไปด้วยก็ได้กินของดีๆแปลกใหม่กว่าชั้นประหยัด อย่างไฟล์ทที่แล้วเพิ่งกลับมาจากนาริตะหลังอาหารมื้อหนักมีไอติมเสริฟ ชั้นประหยัดได้กินไอติมวานิลายี่ห้อไรจำมะได้แหละแต่มาจากอังกฤษเชียวนะ(ก็ว่าจ๊าบแล้ว)แต่ชั้นธุรกิจเป็นฮาเก้นดาสแถมมีสองรสให้เลือกด้วย เสริฟเสร็จเหลือ เสร็จโจรกินทั้งวานิลา สตรอเบอรี่เลยเรา หุหุ

ที่ญี่ปุ่นดอกซากุระกำลังบาน(หรือกำลังโรยไม่แน่ใจ)ชมพูน่ารักถึงไม่ได้ไปเที่ยวนานเพราะเป็นไฟล์ทไปดมหมอนก็กลับโชคดีที่โรงแรมมีสวนเลยได้ถ่ายรูปและเก็บดอกมันมาเป็นที่ระลึก ดูๆซากุระเหมือนดอกสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่ที่รวมกันเป็นช่อนะ

กลับจากญี่ปุ่นอยากกินอาหารญี่ปุ่นเพราะได้กินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมมีชาบูอร่อยมากกินกลับสลัดเต้าหู้ พอกลับมาอยากกินอีกชวนน้องออกไปลองกินชาบูที่ร้านฟูจิ วันนี้ก็ออกไปกินชาบูอีกที่ร้านโกเบที่สยามอีก....มันยังอยากกินอยู่แบบเนี่ยมันเหมือนพวก after shock หรือเปล่า

จากการกินชาบูสามที่คิดว่าเต็มรูปแบบต้องมีพวกผัก วุ้นเส้น อุด้งด้วย ถ้ากินที่ฟูจิจะเป็นหม้อสำเร็จรูปมาเลยเราก็ตักกินใส่ซอส(soy vinegar) กะเต้าเจี้ยว ส่วนที่ร้านโกเบมีหม้อให้เรามาลวกเองส่วนซอสและเต้าเจี้ยวมีเหมือนกัน แต่กินแล้วคิดว่าที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่า(ลำเอียง :P)

ที่กรุงเทพมีตู้สติกเกอร์แบบที่ญี่ปุ่นแล้วนะอ่านจากนิตยสาร cawaii มีที่เซ็นทรัลลาดพร้าวกะสยามสแควร์ซอยเจ็ด ลองไปที่สยามแม่คุณกว่าจะหาร้านเจอ บอกซอยเจ็ดเยื้องศูนย์หนังสือจุฬา ดันเข้าซอยเก้า(ไม่ได้มอง)ตามปกติแล้วเลี้ยวขวาแบบไปศูนย์หนังสือ
ไม่ยักกะเจอร้านถ่ายสติกเกอร์ เดินอ้อมวงใหญ่มากไปเข้าทางซอยเจ็ดก็ไม่เจออะไรฟระปรากฎว่ามันก็เข้าทางซอยเก้าแล้วเดินเลี้ยวซ้ายนิดเดียวเอง อ้อมซะหมดแรงยิ้ม

ร้านเล็กถ้าไปตอนกลางวันๆเด็กเยอะๆเข้าร้านไม่ได้แน่นอน และมีแค่ตู้เดียวเองราคาสติกเกอร์หนึ่งแผ่น 150 บาท (ที่ญี่ปุ่น 400 เยน)แผ่นนึงขนาดประมาณรูปขนาดสองนิ้วแปดรูป(สี่รูปสองแถว)แต่เราสามารถเลือกขนาดรูปได้เยอะแยะมากตั้งแต่ใหญ่สุดแปดรูปในหนึ่งแผ่นจนไปถึงเล็กจิ๋ว(ก็ได้หลายรูปเป็นยี่สิบกว่าเลย)

มีลุ้นสนุกก่อนถ่ายด้วยหละคือเล่น slot ถ้าโชคดีจะได้แถวพิเศษแถมเป็นกระดาษใหญ่พิเศษซึ่งฉันเล่น slot ได้ หุหุ ก็เหมือนได้รูปสองนิ้วสามแถว

เรื่องไม่สวยไม่หล่อ สิวหน้ามันไม่ต้องห่วงยังไงก็ออกมาดีจะเสียก็มันเป็นตู้จากญี่ปุ่นทุกอย่างก็เป็นภาษาญี่ปุ่นเวลาฟังคำสั่งมันจะไม่รู้เรื่องนอกจาก ichi ni san (1 2 3) แต่พนักงานเค้าก็แนะนำแหละ มีกล้องสามมุม ด้านหน้า ด้านบน ด้านล่าง ถ่ายได้หลายรูปแต่เลือกได้แค่สี่เองนะ

แล้วก็มาถึงตอนที่สนุกที่สุดก็คือการแต่งรูป !!

ก็นั่นแหละเป็นภาษาญี่ปุ่นถ้าพออ่านได้ก็ง่ายหน่อยเช่น kirakira คือรูปประกายวิบวับ hana ดอกไม้ omoshiro พวกตลกๆแต่กดมั่วๆไปเหอะ(ก็มันสนุกตรงเนี้ย)เพราะมีปุ่ม undo และมียางลบ :D แต้ต้องทำให้ทันเวลาเท่านั้นเอง

มาถ่ายสติกเกอร์กันเหอะ หนุก หนุก หนุก ตอนนี้ก็ซ้อมแอ๊คหน้ากระจกกันไปก่อน เชื่อข้าพเจ้าถ่ายยังไงก็สวย 5 5 5

ป.ล 1 รูปมาที่หลัง

ป.ล2 ตั๋วไปเชียงใหม่วันที่ 11 เต็ม อุตส่าห์หยุด 12 13 น้าแต่ก็จองไปแล้วหละไว้ไปลุ้นที่สนามบิน

ป.ล3 ลืมอัพเดทเปลี่ยนมือถือใหม่(แต่รุ่นเก่าเก๋ากึ้ก)ถ่ายรูปได้ด้วย แช๊ะ แช๊ะ งิงิ

Friday, March 24, 2006

หัวฟู

ไม่ได้ทำงานหัวฟูครับ หัวฟูจริงๆเพราะไปดัดผมมา !!!

อยากจะปล่อยผมวันหยุดคิดมาซักพักว่าจะยืดหรือจะดัดดีนะ ยืดผมก็ต้องทิ้งไว้สามวันไม่สระไม่มัดต้องลางานมาทำเลยนะนั่นแถมออกถ้าออกมาหัวลีบๆผมตรงเกินเหตุก็ไม่ชอบ ส่วนผมลอนๆก็ดีนะเห็นในนิตยสาร cawaii ฉบับมีนาเนี่ยเค้าสอนวิธีมัวนผมเองดูแสนจะง่ายเราก็แค่สไลด์ผมไว้อยากเซตผมก็เอาแกนไฟฟ้ามาม้วนเอง

เอาไงดี เอาไงดี

เมื่อวานผึ้งพาไปร้านทำผมแถวบ้าน ร้านเนี่ยจอมแนะนำจอมไปดัดผมมามีแต่คนชมว่าสวย(ฉันยังไม่เห็น)ส่วนน้องของผึ้งก็ทำสีผมมาแล้วบอกว่ามีแต่คนชมที่สำคัญถูกอ่ะผมยาวทำสีและตัดพันสาม(ฉันเคยทำร้านแถวบ้านเก้าร้อยมันด่างอ่ะโคนผมก็ไม่ติด)

ร้านอยู่แถวซอยลาดพร้าว 35 ชื่อร้านNIPADAหรือ PANIDA หว่าจำมะได้ซะแล้วแต่ป้ายร้านสีส้ม...คนทำชื่อคุณยุ้ย โจทย์ของเราคือเบื่อหน้าตัวเอง ตอนแรกเค้าบอกสไลด์ผมไปก่อนเวลาเซตก็ขยำมันก็จะเหมือนดัดไม่ก็ม้วนแกนถ้าดัดไปเลยมันอาจจะเปลี่ยนแปลงเกินไป เข้าทางเราเลยมะเผื่อไปซื้อแกนม้วนผมเจ็ดวันเจ็ดทรง หุหุ

ตอนจะไดร์เค้าเลยถามว่าลองม้วนดูมั้ยหละ ม้วนออกมาแล้วชอบอ่ะ เป็นลอนๆเด้งๆ ผึ้งก็ว่าดีๆก็เลยเปลี่ยนใจดัดกันเลยค่ะเพ่ !!!! ราคาก็ไม่ได้ถามก่อน = =

ก่อนดัดเค้าสไลด์ผมออกอีกอ่ะ แล้วก็ใช้แกนเล็กแถมม้วนเข้า ....อ่าวตอนม้วนแกนไฟฟ้ามันแกนใหญ่ม้วนออกบอกว่าม้วนเข้ามันจะแก่ แล้วยังงี้มันจะออกมาไงหละเนี่ย

รอ...นั่งดมน้ำยาแสบตาไป

รอ...ค่าทำมันเท่าไหร่วะเนี่ย

รอ...ไหนบอก 15 นาทีงะ หรือมันยังไม่สิบห้านาที

เสร็จละแกะผมแล้วก็ไปสระผมหมักบำรุง...เด็กที่ร้านถามตลอดว่าล้างได้ยัง ได้ยัง ได้ยัง ครั้งสุดท้ายคุณยุ้ยบอกห้านาที เราก็นับ อ่าวเฮ้ยยังไม่ถึงล้างแล้วหละ

ออกมาดูหยิก !!!! กรำแล้วมันจะเหมือนที่ม้วนไฟฟ้าได้ไงหละเนี่ย เค้าบอกว่าม้วนไฟฟ้ามันดูเหมือนทำผมไปงานดัดแบบเนี่ยมันจะดูเป็นธรรมชาติกว่า ดูสบายๆกว่า ออกมาsport sport เซ่อร์ๆ..อ่าวอยากให้มันออกมาสวยนะ..หมดกันน่ารักแบบเกาหลี ญี่ปุ่น

ดัดผมก็ดีช่วยชาติและครอบครัวประหยัดค่าไฟเพราะเวลาเซตผมแค่เป่าหมาดๆลงมูสแล้วก็เอานิ้วหมุนๆผมเป็นช่อๆ เค้าบอกไม่ต้องเป่าแห้งไม่ต้องหวี ดีจริงๆเหมาะสำหรับคนขี้เกียจ

พลาดไปหน่อยตอนนั่งรถกลับบ้านดันไปขยี้หัวแบบว่ายังไม่ชิน ผมหมาดค่อนไปทางเปียกก็เลยขยี้ ยี ยี ลอนข้างขวาเลยแตกฟูไปข้างนึง.....สระอีกครั้งมันจะกลับมาเป็นเกลียวๆมะเนี่ย

ปฎิกริยาจากปุ๊กบอกหน้าเปลี่ยนแต่ดูไม่แก่ พัดบอกsame same ก็น่าจะsameและไม่แก่กว่าเดิมเพราะความฟูเหมือนเดิมแค่เพิ่มความหยิก

พอผมเริ่มแห้งผมไม่นิ่ม !!!! ทำไงหละทีเนี่ย ฝอยขัดหม้อแล้วม้า...หัวฟูติสแตกมากๆ...ต้องมานั่งหากระทู้ในพันธ์ทิพย์ว่าดูแลผมดัดกันยังไง

คืนนี้จะรวบผมไปทำงานยังไงคิดไม่ออก มันหวีได้มะเนี่ย

ป.ล1 ค่าดัดผมซึ่งสระสไลด์ม้วนไฟฟ้าไปก่อนรอบนึงแล้วราคา 1400 บาทถ้วนคร่า

ป.ล2 คืนนี้บิน 313 ไปกัลกัตต้า...ไม่อยากไปแต่ก็ต้องไปเพราะเป็นคนรับผิดชอบไง(อ้วก)สำมะคัญคือหาเงินคืนที่ใช้ไป

Monday, March 13, 2006

อยากอัพบลอค

เดินทางต่อๆกันตั้งแต่ต้นเดือนอยากเล่าไรให้ฟังแต่ต้องนอนต้องเดินทางจนลืมหมดแล้ว

คืนนี้ก็ต้องรีบนอนอีกเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตีสี่ไปทำงาน สองคืนก่อนเวลานี้ยังไม่ได้นอนเล้ย

ต้นเดือนไปดูไบสามวัน กลับมาไปเนปาล กลับมาไปเชียงใหม่สามวัน กลับมาไป ปากีสถานสามวัน

ไปปากีฯไม่ทำไรทั้งนั้นไม่กล้าไปข้างนอกไม่เคยคิดจะออกกำลังกายตามโรมแรม นอนมันอย่างเดียวแต่นอนผิดเวลา
คืนแรกทำงานไปกว่าจะได้นอนตีสาม คืนที่สองเล่นไพ่นอนตีห้า คืนที่สามทำงานกลับนอนไปเมื่อเจ็ดโมงครึ่งมะเช้านี้เอง

หน้าเหี่ยวผิวแห้ง ><

นอนก่อนโม้ที่หลัง

Tuesday, February 28, 2006

อำนาจเงิน

เงินช่างมีอำนาจเกินต้านทานคล้ายๆคำว่า SALE เลย

โดนเงินซื้อตัวครับ...มีคนมาขอแลกไฟล์ทของเดี๊ยนมีอิสลามาบัดวันที่หนึ่ง(กลับเช้าวันที่สอง)หยุดวันที่สาม และเชียงใหม่quickturnวันที่สี่ ส่วนของเค้าเป็นดูไบแวะเชนไน(อินเดีย)ทั้งไปทั้งกลับมาให้กินเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 4 (ตีห้า)

คิดนานหน่อยอ่ะกว่าจะตัดสินใจก็มันเยินพอกันแขกพอกัน ถ้าคิดเรื่องไฟล์ทไทม์แล้วหละก็อิสลามาบัด(ปากีสถาน)เนี่ยเป็น quickturn ไฟล์ทไทม์เที่ยวนึงประมาณห้าชั่วโมงไปกลับภายในคืนเดียวสิบชั่วโมง จอดที่ปากีฯชั่วโมงนึงเป็นสิบเอ็ดชั่วโมง นี่ยังไม่นับเวลาแต่งตัวเดินทางไปทำงานอีกนะ >_<

ส่วนกรุงเทพไปเชนไนประมาณสามชั่วโมงต่อจากเชนไนไปดูไบประมาณสี่ชั่วโมงรวมก็ประมาณเจ็ดชั่วโมง รวมเวลาจอดที่เชนไนกว่าจะถึงปลายทางจริงๆก็ประมาณแปดชั่วโมง แต่แขกอินเดียนั้นไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แค่คิดก็จี๊ด

ถ้าแลกกันต้องเสียวันหยุดไปด้วยแล้วก็เจอแขกสองรอบแทนที่เราจะเจอแค่คืนวันที่หนึ่ง ก็ต้องเจอทั้งวันที่หนึ่งและคืนวันที่สาม

คิดหาข้อดียังไงก็ไม่เจอ....นอกจากเงิน !!! ก็เงินไฟล์ทเค้าเยอะกว่าเราเกือบเท่าตัวแหนะ :D~~~ ทนๆหน่อย ขันติๆๆ กลัวขันแตกธาตุไฟเข้าแทรกจริงๆเลย แต่ต้องท่องไว้เพื่อเงินๆๆๆ

ป.ล ที่ผ่านมาช่างมีเหตุการ์ณอะไรมากมายจริงทั้งการเมืองเรื่องเฮงซวยและเรื่องในชีวิตประจำวันก็อยากเล่าให้ฟังแต่กลับมาบ้านที่ไร...เหนื่อยหมดแรง

Tuesday, February 14, 2006

วาเลนไทน์

เคยโดนขัดขวางตอนกำลังฝันดีๆมั้ย

กำลังฝันถึงลูกชิ้นปลาทอดเป็นท่อนยาวๆสีทองสุกปลั่งน่ากินโคตรๆ(ฝันเป็นสีนะใครบอกขาวดำ)หยิบมาจะกินแล้วแต่กำลังเอื้อมมือไปหยิบมะนาวฝ่านสีเขียวสดดูชุ่มฉ่ำ(มะนาวมันเกี่ยวอะไรด้วยฟระ)....ไอ่บ้าโทรศัพท์ดัง !!!! เลยต้องไปหยิบโทรศัพท์แทนหายหมดลูกชิ้นปลาเอย มะนาวเอย

เบญโทรมานึกว่าฉันอยู่เชียงใหม่จะชวนไปฟาดพิซซ่า...แล้วมาบ่นว่าอ้วนๆแต่จะชวนไปกินพิซซ่าเนี่ยนะ...เป็นวาเลนไทน์แรกของหล่อนที่มีแฟนแต่แฟนไม่ได้พูดถึงเลยทั้งที่เบญโทรไปปลุกตอนเช้า(เป็นประจำอยู่แล้ว...เอ่อแฟนเค้าอยู่คนละจังหวัด) 5 5 5 ส่วนชั้นเป็นปีแรกที่ไม่มีแฟน(นับจากที่เคยมีแฟน)ถ้าอยู่ดัวยกันกับเบญคงพากันกินแหลกแน่ๆเพราะคนอื่นเค้าเป็นแม่กันไปหมดแล้วไม่ว่าง >.< แก้วก็กำลังตั้งท้องลูกอีกคน...ถูกต้องแล้ว...ฉันก็จะมีหลานให้แกล้งเพิ่มอีกคน(ตอนนี้มีสองคนและจะตามมาอีกสามคนภายหลัง)

ตอนแรกกะว่าจะไปนั่งร้านกาแฟดูคนค้ารักกันแล้วเราก็เอาเข็มจิ้มตุ๊กตาวูดูไปเพลินๆ แต่ว่าเสียเวลาหยุดทั้งทีทำงานบ้านดีกว่า เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ล้างระเบียง ล้างห้องนำ ซักผ้า แล้วก็ออกไปกินไอติมกะพัด อยากกินไอติมเยอะๆแต่เอาเข้าจริงก็กินได้นิดหน่อย -*-

มื้อเย็นวาเลนไทน์กันสามคนพี่น้อง ปุ๊กเลิกงานมาทันคิวชาบูชิตอนสามทุ่ม โซ้ยแหลก ตอนนี้เค้ามีน้ำซุปต้มยำด้วยแต่ว่าเวลาควันต้มยำเข้าตามันแสบจริงๆ เข้าจมูกก็ฉุนจามไปหลายที

มะเห็นมีคน sms วาเลนไทน์เหมือนปีก่อนๆเลยแต่เราก็ไม่ได้ส่ง เดชะบุญนึกว่าจะผ่านไปงั้นๆ เพื่อนคนที่เราไม่คิดว่ามันจะส่งส่งมาอันนึง..แหมเฟ้ยขอบใจหลาย

ป.ล จะไปหา hair treatment จะเอาแพนทีนรุ่นกระชากวัยดันไม่มีขายซะนี่ ลองดูรุ่นอื่นจะเอาลดผมร่วงดีมั้ยนะ ร่วงทีนึกว่าหัวจะล้านยังดีมีผมขึ้นใหม่ให้สบายใจ หรือจะเอารุ่นสำหรับผมแห้งเสีย...พลิกดูส่วนประกอบ...เหมือนกันทุกประการ!?!? แล้วมันจะทำฉลากหลายสีหลายแบบทำไมเนี่ย จะเอาโดฟก็เหมือนกันเลย..ส่วนประกอบเดียวกันแล้วทำเป็นสีฟ้ากะสีน้ำเงินอะไรของมัน สรุปไปซื้อ"ว่านไทย" คนขายบอกว่าไม่ผสมแป้งก็เลยไม่ข้นเหนียวแต่ใช้ดีเป็นสมุนไพรแนะนำลูกค้ารายอื่นไปติดใจกันหมด ก็เลยเอามาลองซะหน่อย....เค้าว่าผมงามจะลดวัย...อันที่จริงๆฉันว่ามันแค่ทำให้ดูดีหนะ...เวลาผมดูดีแต่งตัวธรรมด๊า ธรรมดาก็ดูดี

Monday, February 13, 2006

ฝนตก

ต้องตื่นแต่งตัวไปทำงานตั้งแต่ตีห้าครึ่ง..ไม่อยากจะตื่นเล้ยเพราะฝนตกอากาศเย็นสบายน่านอนสุดๆอยากมุดผ้าห่ม ><

อยู่บ้านฝนตกอากาศสบายน่านอนแต่พอทำงานไม่สบายเอาซะเลยอากาศแปรปรวนโยกเยกไปหมดชวนจะอาเจียนขนาดไปแค่กัวลาลัมเปอร์เอง ไฟล์ทไทม์หน้าหนาวจะยาวกว่าปกตินิดหน่อยกลายเป็นชั่วโมงห้าสิบออกจากบ้านแต่เช้าก็เลยเสร็จงานเร็วบ่ายสามก็เลิกงานแล้ว

กลับบ้านรีบเผ่นไปหาน้องที่สยามจะกินข้าวเย็นกันวันนี้กินมังสาวิรัติชอบอาหารมังสาวิรัติที่ร้าน koko แนะนำลาบเต้าหู้ กับยำแอ๊ปเปิ้ล โป๊ะแตกเห็ดรวม

ชอบวันหยุดยาวๆเหมือนคนเค้าออกจากกรุงเทพไปกันหมดรถก็เลยไม่ติดไปถึงที่หมายเร็วทันใจ สยามสแควร์กำลังปรับปรุงทางเท้าขุดๆเจาะๆกันใหญ่ก็คงต้องปรับปรุงโฉมกันยกใหญ่หละนะเพราะฝั่งพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสฯปรับปรุงกันหมด

ทั้งที่เป็นวันหยุดคิดว่าคิวร้านขนมปังล็อตตี้บอย(Rotiboy)จะสั้นจะได้ลองกินมั่งแต่คิวดันยาวไปกันใหญ่ ไปแต่ละครั้งเห็นคิวยาวตลอดเห็นคนมีระเบียบต่อแถวก็ครั้งนี้แหละ แต่น้องกะน้าเคยกินแล้วบอกว่าไม่อร่อยเท่าไหร่หรอกเพียงแต่ทำออกมาใหม่ๆก็ร้อนและหอม(กลิ่นเมเปิลไซรับ) มะไหร่จะได้ลองกินมั่งน้า :)~~

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าพลบค่ำเด็กๆที่เดินสยามจะหน้าตาดีเต็มไปหมดมากกว่าตอนกลางวัน...น่ารักเช็ดน้ำลายมะทัน อุอุ

ออกมาสยามก็ไม่ได้อะไรเช่นเคยเพราะแพงเหลือเกิน อยากจะซื้อเสื้อผ้ามั่งอยากแต่งตัวงามๆมั่งแต่เจอราคาแล้วซื้อไม่ลง รองเท้าก็สวยอ่ะแต่ไม่ใช่แบรนด์อะไรเลยก็เจ็ดแปดร้อย dressมาจากฮ่องกงเกาหลีชุดนึงเกือบสองพัน >< วัยรุ่นเค้าไปหาเงินมาจากไหนกันเนี่ย มีแหล่งช้อปปิ้งถูกๆที่ไหนบ้าง

ไม่ได้เสื้อจะเอาสร้อย....เป็นสร้อยตัวอักษรติดป้ายไว้ว่าสามร้อย รอรับได้เลยด้วยไว้เอามาใส่เป็นกิ๋บเก๋ฮิปฮอป จะเอาชื่ออะไรดีอ่ะ megapuiii หรือ puiiizilla ดีน้า งิงิ (อันที่จริงก็ชื่อ pui อ่ะแหละแต่ติด puiii ไปซะแล้วถ้าเขียน megapui ไม่เห็นเก๋เลย ส่วน puizilla พอได้ )

พรุ่งนี้วันหยุด...จะนอนให้นานๆแล้วค่อยคิดว่าจะไปฟิตเนสดีหรือเปล่า ไม่ได้นัด Trainer ไว้เพราะคิดว่าจะไปเชียงใหม่เย็นนี้แล้วกลับวันที่ 15 บ่ายๆดันไม่มีตั๋วกลับเต็มทั้งวันที่ 14 15 เลยเพราะวาเลนไทน์อ่ะป่าวแถมหยุดยาวๆมาจากมาฆะบูชาด้วยน้า

วาเลนไทน์หรออออออ???? ไม่มีคู่เฟ้ยดูหนังผีซะเลยเป็นไง กระสือวาเลนไทน์หนังของยุทธเลิศด้วย

ป.ล โฆษณา workmore มันมาก...เป็นที่สงสัยกันว่าคุณน้า(ป้า?)แกเป็นใคร ?? แล้วถ้าแม่เราเป็นpresenterโฆษณานี้เราจะดีใจหรือเสียใจดี

Saturday, February 11, 2006

ยังปูดอยู่

คอเป็นอะไรเนี่ย....เพราะกังวลหรือเปล่าเลยรู้สึกว่ามันปูดแล้วก็จับมันตลอดเลย พอจับลงไปลึกมันเป็นก้อนในคออ่า >< กลับจากทำงานอยากหาหมอ(ที่บ้านน้าไปหาประจำ)ก็เลยเวลาทำการต้องไปตอนเช้าซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเปิดหรือเปล่าเพราะมันหยุดสามวัน

เดี๋ยวนี้ง่วงนอนเร็ว...สังขาร สังขาร

อยากให้หมอเปิดร้าน แง แง แง

Friday, February 10, 2006

ปูด

ที่คอด้านซ้ายล่างๆกกหูปูดนูนขึ้นมากดแล้วเจ็บๆแต่คลำก็ไม่เจอก้อนอะไร ไม่รู้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่แต่รู้สึกตัววันสองวันนี้เอง...ออกกำลังกายผิดที่อีกแล้วเรอะเกร็งขึ้นคออีกหรือว่ายังไงเนี่ย..หรือเอเลี่ยนมาฝั่งตัว..คงไม่ใช่มะเร็งหรือเนื้องอกอะไรหรอกนะแว้กๆๆๆ ><

ปรึกษาเบญพยาบาลประจำตระกลูเพราะหมอประจำตระกูลกำลังเห่อลูกเพิ่งคลอดไปเมื่อวาน(มีหลานให้แกล้งอีกคนแล้วเฟ้ย)บอกว่าอาจจะอักเสบก็เลยบวมเหมือนยุงกัดก็ต่อมน้ำเหลืองโตได้..ให้รอดูวันสองวันว่ายุบหรือเปล่าถ้าไม่ค่อยไปหาหมอ

ไปฟิตเนสทำ personal training ครั้งที่สอง(จาก 14 ครั้ง)วันนี้ใช้เครื่องเล่นต่างจากวันก่อน นั่งรอเค้าเซตเครื่องแล้วเปรยๆว่าถ้าไม่มี trainer จะเล่นเองได้เร้อ...เค้าก็บอกว่าไม่ได้หรอก..ก็นั่นดิ...ก็ว่าค่าสมาชิกมันเลยเหมือนถูกลงแต่ถ้าเราต้องการคนดูแลคิดโปรแกรมออกกำลังกายให้ได้ผลได้สัดส่วนที่ต้องการ ช่วยดูเราเวลาเล่นเครื่องไม่ให้ผิดท่าต้องจ้างอีกต่างหากอ่ะน้า

ก่อนกลับต้องเผาผลาญไขมันสามสิบนาทีเหมือนเดิมแต่วันนี้เผาผลาญได้ 115 แคลอรี่และหัวใจจะวายเหมือนเดิมเหมือนที่ trainer บอกหรือเปล่านะว่ายิ่งออกกำลังกายไปเรื่อยๆร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น พุงจงหาย จงหาย หุหุ

ป.ล ตลาดนัดตรงเมเจอร์รัชโยฯน่าเดินดีมีของเยอะคนก็เยอะ >< แต่เดินดูแล้วก็มีของซ้ำๆเหมือนกัน

Wednesday, February 08, 2006

ฟิตเนส

ตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ทำงานเสร็จตั้งแต่ 8:50 น้องยังไม่เข้างานเล้ย...วันนี้ก็เลยไปออกกำลังกายเป็นวันที่สองติดๆเลย..แหมไฟแห่งการออกกำลังกายช่างโชติช่วงจริงๆ(ยังไม่หายเห่ออ่ะเด้)

เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายคลาส fusion dance ของ planet yoga สอนเต้นรำโดยแขก...แขกแท้ๆเลย คำว่าเกลียดอะไรได้อย่างงั้นต้องเป็นความจริงแน่นอน

อันที่จริงก็ไม่ได้รังเกียจอะไรแขกเลยออกจะชอบวัด ชอบเพลง ชอบเสื้อผ้าเครื่องประดับแบบแขกๆเหมือนกันแต่ว่าที่เจอในภาคของลูกค้านั้นล้วนคัดมาอย่างดีจนอยากตาย

เดิมก็ไม่ได้ชื่นชมโยคะเอาซะเลยเพราะช้าเอื่อยแถมทำไม่ค่อยได้ด้วย....แต่ด้วยคำโฆษณาว่าช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างดีมากๆและคลาสของเค้าสนุกไม่น่าเบื่อหรอกประกอบกับวัยด้วยอ่ะม้าง....ให้เต้นๆไม่ไหวฝ่ะก็เลยเสียเงินสมัครโยคะเพิ่มจากฟิตเนสเฉยๆ

วันนี้เต้นดิสโก้..แขกนี่เต้นเก่งเนอะ...ท่าส่ายหัวประจำชาตินั้นไม่ต้องพูดถึงเนียนไปกับเพลงจริงๆ เค้าค่อยๆสอนทำให้เราก็สามารถทำได้ด้วยแหละ...แต่ก็ไม่สวยงามออกจะดูเก้งก้างชอบกล

จบโยคะต่อด้วย body combat ....เหนื่อยมากอ่ะค้า...หลังออกกำลังกายโซ้ยก๋วยเตี๋ยวและสารพันไปเพียบเลย >< นึกถึงโปรแกรม burn fat ด้วยการเดินบนลู่มะวานสามสิบนาทีหัวใจจะวาย (heart rate พุ่งกระฉูดเครื่องกำหนดว่าต้องการ 124 แต่ปาไป 170 แหนะ)ยังเผาไปได้ 93 แคลอรี่เอง...ที่กินไปวันนี้ต้องเดินกี่ชั่วโมงหละเนี่ย

กลับบ้านรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย.. +_+ ต้องไปออกกำลังกายบ่อยๆจะได้ชิน

ปีนี้ลงทุนกะการออกกำลังกายไปหลายตังค์ต้องให้ได้ผลเชียวนะ สู้ สู้

ป.ล มีไขมันต้องเอาออกจากตัวแปดกิโลแหนะ แง่ง ๆๆๆๆ

Tuesday, January 31, 2006

คิดหนัก

แลกไปฟุกุโอกะได้แล้ว รายการในใจผุดเป็นเห็ด

อยากกินราเม็งข้อสอบ อยากกินเครป อยากไปร้านร้อยเยน อยากไปร้านขายยา(ซื้อเครื่องสำอางค์)อยากซื้อของคิตตี้ อยากซื้อ PSP อยากซื้อรองเท้าผ้าใบ อยากซื้อแบตสำรองให้กล้อง อยากได้กล้องใหม่ อยาก อยาก อยาก

เหตุผลแค่เงินเยนมันลง - - ไอ่ที่อยากได้มานานก็ควรจะซื้อซะ(เก็บเงินเยนไว้นิดหน่อยแต่ทำหยังกะมีล้านเยน)

ไอ่เรื่องของกินของกุ๊กกิ๊กอ่ะเจอก็อยากได้เองถ้าไม่เห็นก็ไม่เสียเงินแต่ให้เชษฐ์ช่วยคิดเรื่อง PSP เพราะเค้าเพิ่งถอยมาสดๆร้อนๆ อยากได้สีขาวมั่งกิ๊บเก๋(แอบเซ็งที่มีขายในเมืองไทย)คุยกันเทียบราคาไปมาดันถามว่าเราดูเป็นหรือเปล่า...ต้องดูอะไรกันอีกหว่า?เค้าบอกว่ามันต้องดูจอดูไรกันด้วย...คุยๆไปอีกบอกซื้อ gigapack 12000 เนี่ยผ่อนรถได้เดือนนึงเลยนะ (ยุให้เดี๊ยนซื้อรถมาชาตินึงละ)

เริ่มคิดหนักกว่าเดิม..เออหวะแล้วจะเล่นมะอ่ะเกมอ่ะ nintendo GBยังนิ่งสงบอยู่บนโต๊ะเล้ย เกมก็มะเคลียร์ซักกะแผ่น... เพลงเรอะ..ทุกวันนี้ไม่มีก็ไม่ฟังก็อยู่ได้หนิ...หมื่นสองเอาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ยอ่ะ หนี้บัตรเครดิตยังผ่อนมะหมดซะด้วย

แล้วตาเชษฐ์ก็บอกว่าให้ซื้อยาริส บอกว่าฟังเพลงก็ได้ ไปเที่ยวก็ได้ ฟังวิทยุก็ได้ มีmp3 ด้วย -..- โอเคซึ้ง

Monday, January 30, 2006

ตื่นเช้า

หลังจากตื่นเช้าไปเรียนสามสัปดาห์ก็ยังส่งผลต่อเนื่องมาถึงเช้านี้

เรียนจบเย็นศุกร์ก็ไม่ได้พักผ่อนทำงานทั้งเสาร์อาทิตย์กว่าจะได้หยุดก็วันนี้ก็ไม่วานตื่นเองแต่เช้า...ร่างกายมันคงจะชิน

ตื่นเช้าก็ดี...ขนาดนั่งเอ้อระเหยก็มีเวลาเหลือเยอะแยะ...แต่ต้องออกไปแลกตารางบินเองเพราะมันเป็นไฟล์ทพวง(จัดไฟล์ทไม่ดีกับดีคู่กัน)แล้วฉันจะแลกแค่ไฟล์ทดีกดผ่านคอมไม่ให้ >< ไม่งั้นก็สบายไปแล้วฝากเพื่อนกดแต่มันไม่ผ่าน

วันหยุดตั้งใจว่าจะไป fitness อยู่แล้วจะไปดูอายุสมาชิก...เคยโทรไปถามพนักงานบอกนับไปตั้งแต่เดือนเก้าทั้งที่คลับมันเปิดเดือนสิบสองปีที่แล้ว...ฉันสมัครแบบเล่นได้ทุกสาขาก็จริงแต่ว่าในใบสมัครก็ระบุว่านับอายุสมาชิกตั้งแต่คลับรัชโยธินเปิด...พอเอาเอกสารไปถามปรากฎว่าอายุสมาชิกนับเดือนมกราปีนี้...คลับเปิดกลางธันวาปีที่แล้วแต่เค้าไม่เริ่มนับยกให้เล่นฟรีๆ...สรุปเสียค่ารถฟรี..ไม่ฟรีดิเสียค่ากุญแจล็อคเกอร์ 160 บาท...กะสมัครโยคะไปอีก แง แง แง แง ถือว่าลงทุนเพื่อความงามอันเป็นอมตะ

ไม่ได้เสียเงินกันเท่านี้...ยังไปซิ่งหลังการบินไทยสอยกางเกงขาสั้นกะขาก๋วยตัวละสองร้อยแล้วก็กระเป๋ามาอีกใบต่อจาก 420 ได้ 380 อ่ะ ไว้ถ่ายรูปมาอวด...เก็บกดเรียนตลอดไม่ได้ไปห้างวันธรรมดาแล้วยังต้องทำงานอีกใช้เงินซะเลย

แลกไฟล์ทขาดทุนไปสองพันกว่าบาทแต่อยากไปญี่ปุ่นนี่นา...คราวนี้จะไปฟุกุโอกะจะไปกินราเม็งข้อสอบ จะไปถอยของไฮเทคมั่งแต่พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปกัวลาฯซะก่อน


ป.ล แท็กซี่ขี้เม้าท์เนอะ เจ๋อเค้าไปเรื่อย..คนขับรถช้าก็เม้าท์..สงสัยว่าคนนั้นจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย...พอเห็นเป็นผู้ชายก็ยังหาเรื่องบ่นต่อไปแต่รู้หรอกในใจกะว่าคนขับเป็นผู้หญิงอะดิ...เห็นเด็กนักเรียนมันใส่กระโปรงควบซ้อนมอเตอร์ไซค์กอดผู้ชายคนขี่ มาชี้ให้ดูหัวเราะๆว่าใส่กระโปรงนั่งแบบนั้นทำไปได้(ทำไมหว่า ฉันก็เคยทำตอนเป็นนักเรียน)พูดไรซักอย่างยังงี้มีผัวหรืออะไรผัวๆเนี่ย แค่กอดคนขี่เนี่ยต้องตกเป็นเมียกันเลยเรอะ จะไปยุ่งอะไรกะเค้าอ่ะลุงแท็กซี่ ..เค้าก็ใส่หมวกกันน็อคทั้งคู่ เปิดไฟด้วย ขี่รถชิดซ้าย รถไม่ได้แต่ง

Friday, January 13, 2006

สัปดาห์แรก

เรียนไปได้หนึ่งอาทิตย์ เวลาผ่านไปช้าชะมัด ตื่นเช้าทุกวันทรมานเฟ้ยแต่ละเช้าปุ๊กแทบจะขุดออกมาจากเตียงทั้งที่เข้านอนห้าทุ่มครึ่งตื่นหกโมงนิดๆแต่รู้สึกพักผ่อนไม่พอ(ก็ทั้งที่ง่วงแต่หัวค่ำแต่ก็เถลไถลจนดึก)....จนเมื่อคืนไม่ไหวจริงๆไม่สามารถต้านทานความง่วงได้ร่วงไปตอนสี่ทุ่มครึ่งเช้านี้ก็เลยพอจะสลัดความง่วงออกไปได้เร็วนิดนึง

งัวเงียนอนบนเตียงพึมพำถามน้องว่ามันทำได้ไงเนี่ย...ตื่นเช้าทุกวัน...ตอบมาคำเดียวชัด "เงิน"

นี่ถ้าต้องกลับไปทำงานออฟฟิศทุกวันคงต้องปรับตัวกันยกใหญ่เพราะติดนิสัยมีวันหยุดสลับ

ไปเรียนมีการบ้านมี present เรื่องขั้นตอนการบริการแบบต่างๆ เทียบกับคนอื่นฉันทำงานอะไรก็ไม่ได้ดีเริ่ด แต่งหน้าก็ไม่ดีเริ่ดไม่เด้ง(ปาก)แดงอีก...การเปรียบเทียบเป็นทุกข์จริงๆ

อีกสองอาทิตย์ที่ต้องเป็นแบบนี้...เฮ้อออออออออออออเฮ้อ...เบื่อ ขาดแรงบันดาลใจหรือเปล่าหรือว่ามันง่วงเหนื่อยเพลีย

เปลี่ยนลิปสติกไปสามแท่งละแท่งแรกที่ใช้ทุกวันๆออกสีนู้ดก็รู้สึกซีดเหมือนกันซื้อกลอสมีสีมาทา แต่แดงไม่พอ ไปเกาหลีซื้อมาสองแท่งเราก็ว่าแดงเหมาะสมกับผิวแต่ยังแดงไม่พอ...แม่เจ้า....ตาตูบอดสีหรือไงเนี่ย...พรุ่งนี้ไปถอยใหม่เว้ยเอาให้มันแดงจัดๆกันไปเล้ยยยยยยยยยยยย

ป.ล1 ข้อดีของการอบรมคือได้คุยกะน้องทุกเช้าก่อนไปทำงานเพราะน้องตื่นอาบน้ำก่อนแล้วเรียกเรา

ป.ล2 ไปอบรมยิ่งทำให้ชอบงานตัวเองเข้าไปอีก(ไม่ได้ชอบอบรมแต่ชอบที่งานมันช่างไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื่อง ไม่ต้องมีรายงาน ไม่ต้องมี present หน้าห้อง ช้อบ ชอบ)

ป.ล3 รู้สึกตัวเองเจ๊าะแจ๊ะไม่เก่งเลย...

Friday, January 06, 2006

วัยมัน

หลังจากเลิกกินยารักษาสิว(เอง)...ก็ได้กลับมาใช้กระดาษซับมัน...หน้ามันและสิวมาอีกละ..ไรว้า..สิวยังขึ้นอีกหรอเนี่ย

ทำงาน พักผ่อนไม่พอ(?)เหนื่อยยยยยยยยยยยยย...เหนื่อยและง่วง

วันนี้ก็ทำงานพรุ่งนี้ก็ทำงานอีกแล้วแถมทำซะเย็นเลิกงานห้าทุ่ม = = ไฟล์ทสุดท้ายก่อนจะไปกินแกลบสามสัปดาห์

Thursday, January 05, 2006

ปีใหม่

หาได้ไปฉลองปีใหม่ที่ดาวอังคารแล้วไม่กลับมาอัพเดทไม่แต่เหนื่อยหมดแรง อาบน้ำก่อนนอนได้ก็บุญแล้ว

หลังคริสตมาสไปมุมไบสามวัน หยุดหนึ่งวัน ไปสิงค์โปร์สองวัน หยุดหนึ่งวัน ไปเกาหลีสองวัน หยุดหนึ่งวันคือวันนี้แทบจะไม่อยากตื่นแต่ข้าวของที่หมกไว้ไม่ได้เก็บเข้าที่ บ้านก็อยากถู(น้องก็ถูๆกันแล้วแต่มันเหนียวอีกแล้ว) ต้องไปถ่ายรูปติดบัตรอีกต่างหาก

ต้อนรับปีใหม่ด้วยการอบรมทำงานชั้นธุรกิจวันที่ 9-27 ม.ค เรียกว่าคอร์สREC(Royal Executive Class)ไฮโซมั้ยจะได้เป็นพี่บีซีแล้ว (BC = Bussiness cls)แต่ต้องแลกมากลับการอดไปฟุกุโอกะเชียวนะ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พอร์ทเนี่ยไม่ใช่จะได้ไปกันง่ายเลย(อาจจะฉันคนเดียว)อยากจะไปเพราะเป็นเมืองที่กล้องราคาถูกสุด(ร้านไม่ไกลจากโรงแรมไม่ต้องนั่งรถไฟไป)แต่ก็นั่นแหละก็ใช่ว่าฉันจะซื้อกล้องหรืออุปกรณ์ไฮเทคทุกครั้งที่ไปเมืองนี้ซะหน่อยอาจจะแค่มันเป็นญี่ปุ่นหละมากกว่า :P

ย่อความเรื่องที่ผ่านมา
- ไปมุมไบออกไปเที่ยวด้วย บึ๋ยๆ ไม่น่าจะออกไปเลยใช่ม้าแต่ไปแล้วก็สนุกดีเหมือนกันแปลกใหม่ดีไปดูที่ซักผ้า ไปดูบอมเบย์เกท ไปตลาด แต่อดไปบ้านมหาตะมะคานธีเพราะว่าซอนย่าคานธีมาพอดี เสียเงินค่าทัวร์ 1200 บาท(สี่คน) รูปมาวันหลังนะ

- เคาท์ดาวน์ที่สิงค์โปร์ไม่ต้องนอนดึกเพราะเที่ยงคืนเค้าก็แค่ห้าทุ่มประเทศไทยเอง ไม่ได้ไปที่ไหนแค่ดูจากทีวีแล้วก็สวัสดีปีใหม่ตัวเองแล้วก็นอน

- เกาหลีหนาวสุดๆกินหมูเกาหลีตามเคยแก้ตัวกับตัวเองว่านานๆทีก็กินแต่อยู่บ้านเราก็กินหมูกะทะกินอะไรย่างๆบ่อยนะ มะเร็งจะถามหามั้ยเนี่ย ชอบการไปเกาหลีมากขึ้นแค่ไฟล์ท 634(แวะไทเปไปกลับมีเวลาที่นั่นนิดหน่อยเข้าเมืองไม่ทัน)ก็สามารถไปซื้อเครื่องสำอางค์ร้าน Face shop และ Missha ที่สนามบินก็ได้ ได้ลิบสติกสีแดงๆ(ปกติทาสีนู้ด..ปากใหญ่ไม่ชอบทาปากเด่นๆ)สำหรับการเรียน REC(ครูบอกให้ทานะมีคะแนนการแต่งกายด้วย)แค่แท่งละ 150 เองของมิช่า เกือบเสียเงินเจ็ดแปดร้อยกับลิปของ Laura แล้วม้า ประหยัดๆ ^^

- คนไทยไปเกาหลีเยอะเพราะกระแสละครด้วยหละม้าง...แถมไปแค่เกาหลีก็เล่นสกีได้แล้ว

- มีผู้โดยสารเด็กโมโหหิวปากระดาษใส่พี่แอร์เกาหลี...ขาดการอบรม ???? ทั้งลำผู้โดยสารมีสามร้อยกว่าคนไม่ใช่มีแกคนเดียวนะยะ

- ทำไมขออาหารเพิ่มอีกที่...ไม่ได้แล้วทำหงุดหงิดไม่รู้หรอว่าเค้าโหลดมาให้ 1:1 นอกจากจะมีเหลือ(โหลดเกินหรือมีคนไม่กิน)ถึงจะให้เพิ่มได้

- ตอนออกรถเก็บถาดอาหาร เข็นผ่านขาไปขอเบียร์(สมมุติ)เราบอกไม่มีให้รอก่อน แล้วพอเข็นกลับก็ขอ มันจะมีได้ไงในเมื่อมันก็รถคันเดิม บนรถก็มีชา กาแฟ น้ำส้ม น้ำเย็น...อยากได้นอกจากนี้ต้องรอไปเอาจากในครัว

- มีคนขอบรั่นดีหรือคอนยัคก็ได้ใส่น้ำแข็ง...คอนยัคเป็น subset ของบรั่นดีนะ

- มีคนขอเบียร์..พอเอาเบียร์ไปให้ขอถั่ว(ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยชาติไหน)ทำไมไม่บอกทีเดียว(วะ)ต้องให้เดินสองรอบ..มันไม่ใช่ใกล้ๆนะโว้ย

- เมื่อวานปวดท้องเมนส์ในไฟล์ท...เกือบตายมะตูกินพอนสแตนไปพันมิลลิกรัมอ่ะ (ห้าร้อย สองรอบ) ดีนะเป็นตอนแวะไทเปก็นอนกลิ้งไปมาตอนเค้าทำความสะอาด โหลดอาหารพอเครื่องจะขึ้นก็ดีขึ้น กลางๆไฟล์ทถึงจะ power up มีความเจ็บป่วยทำให้ความอดทนต่ำกว่าปกติเข้าไปอีก แว้ก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หงุดหงิดชิเปง

- พาดหัวข่าวมีแต่ข่าวพวกข่มขืน ล่วงเกินทางเพศ เกิดอะไรกับคุณธรรมในใจ...ไม่มี ?? หิริโอตะปะ เค้าเลิกสั่งสอนกันแล้วเรอะ

จำได้แค่เนี่ย...เรื่องแบบเนี่ยไม่อยากจะจำ แต่เหลือเกินๆจะเอามาเม้าท์ให้ฟัง(ถือเป็นการระบายออก..เห็นใจข้าเจ้าเต๊อะ)

ป.ล1 สวัสดีปีใหม่

ป.ล2อุปกรณ์ใส่อาหารแบบใหม่สีshocking pink ถาดก็ใหม่สีใส แต่หน้าตาภาชนะใส่อาหารมันแปลกๆเค้าบอกจะนำเสนอความเป็นไทยแต่ดูจานชามมันเหมือนญี่ปุ่น (เธอว่าฉันควรจะใส่ pwd มะจะได้เม้าท์มันๆ)