Friday, July 25, 2003

วันนี้ปุ๊กไม่ทำงาน ไปเที่ยวกันสามคนแม่ลูก กินอาหารญี่ปุ่น ดู Tomb raider หนุก เท่ เก๋มาก อยากจะกันคิ้วแบบลาร่า(เกี่ยวมะ) ผมเราก็จะไม่ตัดจะทำผมแบบลาร่า(จริงๆประหยัดเงินค่าตัดผม ยังไงวันหยุดก็ไม่เคยปล่อยผมอยู่แล้ว..มันน่ากลัว)

ดูหนังเสร็จเดินเล่นในโรบินสันหาของกิน เดินวนไปวนมามั่วไปหมดหกโมงเย็นถึงกลับบ้านมาเล่นเกม จริงๆมีนัดกับแก้ว แจง ต่าย(เบญทำงาน) ตอนสี่ทุ่มจะไปกินที่ร้าน Monkey club แต่แก้วมีธุระด่วนเลยยกเลิก ก็เลยเล่นเกมต่อไปจน server ปิด ไม่ค่อยจะทันได้ทำอะไรเล้ยเวลาน้อยไปนะน่าจะปิดซักเที่ยงคืนก็ยังดี แต่ว่าปิดสี่ทุ่มก็ดีเราต้องเลิกโดยปริยายก็มีเวลาทำไรก่อนนอน เช่นคืนนี้ดูทีวี หาไรกิน เขียนไดอารี่ เดี๋ยวก็จะเข้านอนละ พรุ่งนี้ต้องไปส่งน้องทำงานแต่เช้า

ป.ล ทนสายโทรศัพท์ไม่ไหว มันซ่าตลอดไม่รู้ทำไม มีผลทำให้เล่นเนตแล้วหลุดบ่อยแน่เลย ทีมันซ่าๆเกี่ยวกับทีสายมันยาวและขดๆไว้ด้วยกันหรือเปล่านะ น้องให้พนักงานองค์การโทรศัพท์มาเดินสายใหม่(นานแล้ว)เค้าว่าสายเก่ากรอบพังแล้วแต่ต่อเนตก็ยังหลุดบ่อยอยู่ เช้านี้ฉันตื่นมาต่อเนตหลุดไป 12 ที ทนไม่ได้ หาไขควงมาแงะเต้าเสียบ ตัดสายต่อใหม่ หึหึ หายซ่าเลย ตอนเย็นกลับมาต่อเนตทีเดียวอยู่(ตั้งแต่ทุ่มถึงตอนนี้) ก็ไม่แน่ตอนเย็นหรือกลางคืนอ่ะถ้าโชคดีจะติดยาวดังนั้นพรุ่งนี้เช้าลองใหม่

Thursday, July 24, 2003

กลับบ้านครั้งนี้ตั้งใจมากจะซื้อจอคอมใหม่ งบอยู่ที่หกพันจะเอาจอฟิลลิปอ้วน 17 นิ้ว ตอนเย็นหลังน้องเลิกงานไปรับปึ๊ดไปเดินร้านคอมด้วยเค้าจะไปช่วยดูให้ จริงๆถามราคาจากร้านน้องคณะ(cpe 5) ขายหกพันนิดๆ แต่ต้องรอตอนเช้าเช็คราคาอีกทีก็เลยเดินดูอะไรเล่นๆไปก่อน

มีถูกกว่าหกพันอีก สี่พันกว่าเองยี่ห้อไรไม่รู้ใช้หลอดซัมซุง หรือจะยี่ห้อซัมซุงก็ถูก ฟิลลิปมีราคาแตกต่างไปตั้งแต่ 6500 –7400 ตัดสินใจยาก ซัมซุงมันน่าจะดีแต่สีไม่สวย เห็นมีคุณสมบัติดีปรับได้สามแบบตามการใช้งานว่าจะเล่นเนต ทำงาน หรือดูหนัง ส่วนฟิลลิปดูสีจัดกว่าแต่ดีไซน์เยินไม่ถูกใจเรา อยากได้จอ LCD หรอกแต่แพงแล้วอีกอย่างจอ CRT มันแสดงภาพเคลื่นไหวดีกว่า(เล่นเกมไง) แต่ว่าไม่ชอบดีไซน์จอฟิลลิปอ่ะ โซนี่ก็เลิกทำจออ้วนไปแล้ว มันยังมียี่ห้ออื่นที่ใช้หลอดโซนี่อยู่แต่ว่าวงจรข้างในมันหละ(ปึ๊ดถาม) คิด คิด คิด ถ้าซื้อแล้วมันก็ต้องใช้ไปอีกนานแหละ แหมจอเก่านี่เห่ยจะตายใช้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง resolution ได้แค่ 800*600 มันก็ไม่ได้ถึงตายว่าจอที่ใช้อยู่พังก็เลยไม่ซื้อแหละ สะสมเงินต่อไปซื้อ LCD เลยดีกว่า(เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย) เห็นว่าราคาก็ตกมาที่ 9000 แล้ว ภาพเคลื่อนไหวไรก็ช่างมัน แหมแค่เล่นเกมเฉยๆ หนังเราก็ดูกับทีวีอยู่แล้ว เป้าหมายใหม่จอ LCD !!!! เอาเงินที่เก็บมาสำหรับจออ้วนนี้ไปใช้หนี้บัตรเครดิตก่อนละกัน

กลับบ้านได้เล่นเกม 1 ชม. ไม่รู้เรียกเล่นหรือเปล่าเพราะแค่เดินไปนั่นไปนี่ ก็หมดเวลาแล้ว เซ็ง

23.07.03
กลับมาถึงเชียงใหม่ 18.30 เพื่อนๆมารับ แก้ว แจง เบญ มารับไปกินอาหารเย็นที่โรบินสัน เย็นนี้กิน MK ไม่ได้กินตั้งนานแล้วนะ(เข็ด) กินข้าว คุยกัน เดินเล่น สามทุ่มครึ่งไปรับปุ๊ก(เลิกงาน) มาต่อร้านนมมนต์ ต่ายเลิกงานก็มาด้วย มาคุยกันประสาสาวๆ หัวข้อหลักเรื่องแต่งงานของต่าย(ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า)

ห้าทุ่มเลิกแยกย้ายกลับบ้าน พรุ่งนี้ทำงานกันหมด(แต่ปุ๊กหยุดนะก็จะได้ไปเที่ยวพร้อมกันวันครอบครัว) ต่ายรับหน้าที่ไปส่งฉันกับปุ๊ก(ได้นั่งรถใหม่ของเพื่อน ส่วนเราอีกชาติคงจะมีรถใหม่กะเค้า)

คืนนี้ไม่ได้เล่นเกม กลับบ้านไม่ทัน server ปิดไปแล้ว

ป.ล ทำงานติดกันสามวัน(จ-พ)ตื่นเช้าเว่อร์ทุกวัน(ตีสามกะตีสี่)เพื่อจะได้กลับมาอยู่บ้านสามวันถึงจะเหนื่อยแต่ก็ทำให้มีกำลังใจดี

Friday, July 18, 2003

เช้านี้เพิ่งกลับจากไฟล์ท 430 ไปค้างปีนัง ตอนนี้รู้สึกเหมือนจะไม่สบาย เดิมทีก็ไอๆตอนนี้เริ่มจะเจ็บคอแล้วนะ แถมตัวร้อนอีก ขอให้เป็นเพราะนอนไม่พอคืนนี้เข้านอนเร็วก็หายทีไม่อยากจะไม่สบายเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็บินอีก

ไป-กลับผู้โดยสารเต็ม(ขาไปขาดไป 3 ที่) ทำงานในไฟล์ทสั้นๆ(ครั้งนี้ 1.25 ชั่วโมง)จะออกอาหารกับน้ำใส่ถาดไม่เดินรถน้ำ ออกอาหาร ออกน้ำ มีแค่นั้น แต่อาหารมันเผ็ด(ขาไป)เป็นห่อหมก ขอน้ำกันชุลมุนงานเลยสะดุด ขากลับเป็นอาหารเช้าให้ออกน้ำ(ผลไม้)ก่อนแล้วออกอาหาร แต่เพราะเป็นไฟล์ทขาเข้าประเทศเลยมีกิจกรรม fly to win ที่แจกตั๋วไปกลับฟรี เวลาก็เท่าเดิมแต่งานเพิ่มก็ลิงอ่ะค่ะเดี๋ยวไม่ทัน แต่ก็ทันนะ :D

มีเรื่องอยากจะบ่นด้วยแหละ ขาไปอ่ะเราแจกฟอร์มเข้าประเทศมาเลให้ผู้โดยสาร ผู้โดยสารคนจีน(แต่เป็นคนมาเล)คนนึงถามเราว่ามีปากกามั้ยยืมหน่อย ก็มีอ่ะแต่ไม่อยากให้ยืมมันปากกาของเราไม่ใช่ปากกาบริษัท แต่ว่ามันก็เห็นๆอยู่จะบอกไม่มี หรือไม่ให้มันก็ไม่ได้ก็ให้เค้ายืมไป ที่นี้ฟอร์มไม่พอเราไปเอาเพิ่มในตู้ก็เอาปากกาบริษัทไปด้วย เดินผ่านไปจะแลกคืน เค้าบอก ไม่เอาอันนี้เขียนดี(นั่นสิ ฉันถึงจะเอาคืนไง) อ๊ะก็ผ่านไปก่อน จะไปตอแยได้ไง ก็แจกฟอร์มคนอื่นไป ตอนเดินอาหารก็ขอคืนอีกรอบนึงพี่แกเอาเหน็บกระเป๋าเสื้อไว้เลย บอกไม่ให้จะเก็บไว้เป็นที่ระลึกเพื่อความทรงจำ ให้โทรไปหาเค้าสิ... ง่า ...จะเอาคืนอ่ะจะเอาคืน... แต่ก็ต้องทำงานก่อน ทำงาน ทำงาน จนเครื่องลดระดับกลับไปขอปากกาคืน คราวนี้ให้มาดีๆเลยเพราะอะไรรู้มะ เพราะทำขาที่ไว้สำหรับหนีบอ่ะหัก ยังมีหน้ามาพูดเล่นอีกนะว่าเค้าทำหัก ให้โทรไปจะซื้อให้ ไม่ต้องเลย(ไอ้เวร) แทนที่มันจะเป็นความทรงจำของเค้าดันต้องมาเป็นความทรงจำห่วยๆของฉันเอง เห็นปากกาก็ต้องนึกถึงเรื่องนี้

ใครผิด? มันต้องโทษฉันเองผิดที่ให้เค้ายืมไปแต่แรก ไม่อยากจะเห็นปากกาอีก ปากกานี้มันน้องฉันให้มาหรือฉันซื้อเองจำไม่ได้แต่มันของฉันนะ ถึงจะปากกา pilot ธรรมดาไม่ใช่ของมองบลังแต่มันของฉันไม่ใช่ของที่คนอื่นจะมาทำพัง ไว้ถามน้องก่อนถ้าไม่ใช่ของที่น้องซื้อให้ ทิ้งมันไปเลยซื้อใหม่และจะไม่เหน็บไว้ตอนทำงานอีกแน่นอน

ป.ล กลับบ้านมาดูหนังสือพิมพ์เห็นข่าวทุบหัวคนเอาสร้อยทองไปเพราะติดแร็ก จะเอาเงินไปเล่นเกม ประสาทรับประทาน(รู้ใช่มะว่าจะใช้คำอะไร) ให้ตาย!!!!! คนเป็นอะไรไป สังคมเป็นอะไร บ้าไปแล้ว เบื่อ (ว่าแต่สร้างข่าวป่าวเนี่ย)

Thursday, July 17, 2003

น้องเข้าสู่ช่วงสอบมิดเทอมแล้ว งานนี้ถ้าไม่ตกซักกะวิชาเห็นว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตออนไลน์ได้อีกครั้ง สาธุผ่านให้หมดทีเถอะ(ก็เห็นตั้งใจดีกว่าช่วงที่โดนห้ามเล่นเนตตอนแรกๆนะ ออกไปให้เพื่อนติว อ่านหนังสือให้เห็น ค่อยยังชั่ว)

คืนนี้จะไปนอนเล่นที่ปีนังกลับพรุ่งนี้เช้า(นอนเล่นสิก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นทำงานกลับแล้วอ่ะนะ) อยากจะเล่นเกมจังเล้ย ตอนนี้ RO เป็น patch 3.0 มีเมืองใหม่ comodo อยากไปอยากไป

เหตุการ์ณที่ผ่านมา
13.07.03 วันอาสาฬหบูชาได้ไปเวียนเทียนด้วย ที่เคยอยู่กรุงเทพมาไม่เคยไปเวียนเทียนเลยไปกับพี่กอล์ฟ หนึ่งกะหน่อยไปที่วัดพระรามเก้า คนไปเวียนเทียนเยอะแยะ

14.07.03 ดูคนเหล็กสาม ก็สนุกดีแต่ภาค 1 ภาค 2 สนุกกว่า หนังมันก็แบบที่ทำลายล้างถล่มเมือง มันดี คิดว่าคนเราอ่ะชอบการทำลายล้างอยู่ในจิตใจส่วนลึกมะเวลาดูหนังแบบนี้ก็เลยสะใจเช่นเดียวกับพวกเกม แต่เพราะคนเราสามารถควบคุมจิตใจได้ก็เลยไม่แสดงออกในทางรุนแรงยังคงเป็นคนดีของสังคม นอกจากบางคนเท่านั้นที่ไม่สามารถ(หรือเปล่า)มันก็เลยมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น อะไรทำให้คนเราสามารถยับยั้งใจได้หละ แล้วอะไรทำให้ไม่สามรถยับยั้งใจได้ มันคืออะไร

15.07.03 จริงๆต้องไปภูเก็ตแต่ว่าเค้าเปลี่ยนเครื่องไปใช้ 777 ฉันยังบินไม่ได้ก็เลยโดนเปลี่ยนให้ไปฮานอยแทน(ได้เงินเยอะกว่าบินในประเทศซะด้วย อิอิ สะสมไปซื้อจอคอม) ตอนเดินขึ้นไปจะเซ็นชื่อรายงานตัวเจอครูนกกับครูเสี่ยที่สอนเบสิคคอร์ส จะอึ๋ย ครูนกบอกไปภูเก็ตด้วยกันนะ อิอิไม่ได้ด้วยกันค่ะครูหนูโดนเปลี่ยนไปฮานอย อิอิ ขืนไปด้วยกันครูถามอะไรตอบไม่ได้หนะสิลืมหมดแล้ว เดี๋ยวเดือนหน้าก็เรียน 777 แล้วไม่รู้เสียกับครูชุดเดิมมะน้า จะได้เจอเพื่อนๆและครูอีกครั้ง
16.07.03 สำนักงานใหญ่เพราะเอาของไปให้ผึ้งและจะไปตัด uniform ใหม่ ผึ้งทำงานกลับมาบ่ายสี่แต่ฉันไปถึงตั้งแต่ 14.45 เพราะจะไปเรื่องสหกรณ์กับออกตั๋ว(ถูกและเสี่ยงต่อการตกเครื่อง) ดันเลือกไปออกตั๋วก่อนเลยอดไปสหกรณ์เลยเพราะรอออกตั๋วนานหนึ่งชั่วโมง ตอนหยิบบัตรคิวยังไม่เชื่อสายตาว่าต้องรอถึง 32 คิว(ตาฝาดไปป่าวเราแต่มันของจริง) ส่วนสหกรณ์บริษัทก็มีเวลา
ทำงานไม่เหมือนเวลาธนาคารทั่วไป ส่วนเพื่อนก็ยังไม่อยากตัด uniform รอตัวเล็กลงก่อนก็ไม่ตัดด้วยขี้เกียจ ก่อนกลับบ้านแวะ The mall ซื้อของ ลองกินไอติมใหม่ของบาสกิ้นที่เป็น dark choc กับมิ้นท์ อร่อยดีปกติเราไม่ชอบมิ้นท์แต่คงเพราะมันมีชอกโกแลต

Sunday, July 13, 2003

กลับมากรุงเทพอย่างปลอดภัยดีค่ะ วันนีก็ไปทำงานมาเรียบร้อยแล้ว(ออกจากบ้าน 4.15 กลับบ้านประมาณ 10.00) วันนี้ไปอุบลค่ะ ขาไปผู้โดยสารเต็มเลยแต่นึกว่าไปญี่ปุ่นนะเพราะคนญี่ปุ๋นเกือบจะเต็มลำ(233 คน) เค้าไปงานแห่เทียนพรรษา ขากลับก็เหลือประมาณ 80-90 คน

เย้นนี้จะไปดูคอนเสริตมินิมินท์

ป.ล วันนี้วันพระดันลืมตัวกินกุ้งเข้าไปสองสามตัว จึ๋ยพรุ่งนี้ค่อยกินมังสวิรัติชดเชยแล้วกัน อย่าโทษหนูเลยมักกะโรนีกุ้งมันน่ากิน อิอิ

Saturday, July 12, 2003

episode two อดกลับกรุงเทพ คนกลับเยอะเรามันตั๋วถูก(หรือไปช้าหว่า) รถก็ชนอีกนะ(รีบไง)แต่ก็ไม่หนักหนากันชนเกือบหลุดแต่ไฟเลี้ยวล่างหลุดเลย -_-'

แต่ไอ้ที่กลัวยิ่งกว่าการเสียเงิน(ซ่อมรถ)คือพรุ่งนี้ทำงานอ่ะสิ 8.50 เช็คอิน เครื่องไฟล์ทแรกไปถึง 8.10 ไม่ทันแน่ๆ ตกใจมากโทรหาผึ้ง(เพื่อนแอร์)เค้าบอกโทรหา OD ก่อนเลยเผื่อมีทาง โทรไปจะร้องไห้ไม่อยากเสียประวัติใดๆเลย ก็มีทางออกทีดีค่อยยังชั่วโล่งใจไป ไม่งั้นมานั่งเขียนไดอารี่ เล่นเกมยังงี้ไม่ไหวแน่ใจเสีย

ตอนนี้ก็เลยเครียดแค่เงินจะซ่อมรถ คงไม่เท่าไหร่หน่าเนอะ แค่ติดกันชนเข้าไป ติดไฟเข้าไป ไม่เท่าไหร่อ่ะเนอะ(ปลอบใจตัวเอง)

Friday, July 11, 2003

เมื่อคืนนอนซะตีสามเลยคืนนี้จะกลับกรุงเทพแล้ว ไม่ได้เล่นเนตอีก เฮ้อ..กลับเชียงใหม่คราวหน้าค่อยเขียนไดอารี่แต่เกมก็ปิดแค่สี่ทุ่มซะแล้ว ก็คงจะแบบนอนเร็วตื่นหกโมงเช้าเล่นมันแต่เช้า หลังสี่ทุ่มค่อยออกไปเที่ยว เหอ เหอ (ปกตินัดเจอเพื่อนก็ตอนทุ่มกว่าแต่หลังจากนี้เจอกันสี่ทุ่มครึ่ง ก๊าก)

บ่ายออกไปกินข้าวกลางวันกันที่โรบินสัน (airport plaza) กินที่กาดหลวงติดแอร์(ใกล้ๆ aquarium zone) ของกินน่ารักทำเป็นกระทงเล็กๆ มีเยอะแยะทำให้อยากกิน วันนี้กินข้าวขาหมู(ธรรมดาไปหน่อยนะ) แม่กินมังสวิรัติ ปุ๊กกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ ราคาก็ 15 บาทไรเงี่ยถูกดี น้ำปั่นที่อยากกินมานานคือแตงไทปั่น 10 บาทเอง ร้านจิน(อะไรไม่รู้ยาวมาก) มีสะสมแต้มด้วยสามแต้มฟรีแก้ว(เอากำไรจากไหนหว่า) ซื้อนั่นนี่แล้วไปเดินร้านแมค(คอมพิวเตอร์) ว่าจะซื้อซะหน่อยเจอเซลล์ปากพร่อย ไม่ซื้อซะเลย(เว่อร์) มีหน้ามาบอกแร็กเฮงซวย ปุ๊กก็ใส่เสื้อแร็กอยู่มันไม่ดูเล้ย ถ้าเป็นนักเลงจะทำพาดหัวข่าวซะหน่อย(เตะปากคนเพราะแร็ก ให้มันปิดเกมถาวรกันไปเล้ย....ห่วย)

เดินไปดู data IT จะหาจอใหม่ซะหน่อย เค้าไม่ขายแยกมีแต่ LCD ไม่เอาไม่เหมาะกับการเล่นเกม(รวมถึงภาพเคลื่อนไหวอื่นด้วยนะมันไม่คม) ช่างมันเดี๋ยวก็ไม่ได้เล่นละ

จากโรบินสันก็กลับบ้านมาจัดกระเป๋าเล่นเกม คุยกับเพื่อนปุ๊กน้องเค้าเล่นตัวพระเหมือนกันให้ดูอุปกรณ์พระสุดหรู(มากๆๆ) ไปคุยกับน้องเค้าก่อนนะ ช่วงที่หายไปจะรักษาสุขภาพให้ดี จดบันทึกสั้นๆแล้วจะมาเล่า(บ่น)ไรให้ฟังใหม่

Wednesday, July 09, 2003

กลับมาเชียงใหม่ละ เมื่อเช้าตื่น 3.30 ไปทำงานไปอุบลกับภูเก็ตแล้วก็ต่อเครื่องกลับบ้าน บินห้าแลนด์อ่ะนะ ผู้โดยสารไม่มากเท่าไหร่มีแต่จากกรุงเทพไปภูเก็ตเท่านั้นที่เต็ม ไอ้เรื่องเด็ดๆอ่ะมีตอนแลนด์ที่สี่กับห้า

แลนด์ที่สี่เป็นขาภูเก็ตเข้ากรุงเทพเรื่องทำงานอ่ะสบาย(ไม่สบายยังไงมีพี่แอร์ขยันอยู่คนนึง อิอิ แต่ไฟล์ทนี้เพื่อนร่วมงานฮา แอร์รุ่นเดียวกับฉันสองคน แล้วก็พี่แอร์คนขยัน พี่สจ๊วตใจดี พี่ๆ BC ก็ยิ้มแย้ม) อาหารอร่อยภูเก็ตเค้ามีครัวเองทำอาหารอร่อยด้วย วันนี้เสริฟ กุ้งตะไคร้กับเค้กสังขยา หร่อยมาก ที่นี้อาหารอ่ะมันเหลือด้วยความที่ว่าเค้กอร่อยฉันก็เลยขอเค้กกลับบ้านอันนึง แต่เพื่อนให้มาอีกอัน(อ๊ะก็ดี) จะเอาไปไว้ไหนก่อนดีใส่ในช่องใส่นสพ.ก่อนละกัน ระหว่างนั้นมีเด็กแขกตัวนึงเดินผ่าน แว้บคิดว่าเค้กตู(ทำไมคิดยังงั้นหละเนี่ย) พอเดินปรากฎว่าเค้กย้ายที่ มันขยับออกมาจากตำแหน่งเดิม เลยเอาใส่ไปใหม่กลัวใครผ่านมาเห็นดูไม่ดีเอากระดาษรองถาดปิดไว้(กระดาษมันก็ขยุมอยู่ในนั้นอยู่แล้ว) คุยๆไปไม่มีไรเดินผ่านอีก เอ๊ะ ทำไมกระดาษมันเปิดเห็นเค้กอีกแล้วฟระ เด็กแขกนั่นก็ปวนเปี้ยนอยู่ ซักพักเดินมาหาฉันพูดไรซักอย่าง เลยถามว่าอะไรนะ มันบอก I want cake ฮ่ะกล้ามากนะเอ็ง(มีมารยาทนะเนี่ย ไม่หยิบไปเอง) เล่าให้เพื่อนๆ พี่สจ๊วตฟังฮากันใหญ่ คือตอนจะเอาไปใส่ในช่องนั้นฉันก็ยังพูดเลยว่าจะหายมะน้า เค้าถามว่าเด็กฝรั่งเหรอ (มีเด็กหน้าตาเหมือนการ์ตูนอยูคนนึง)พอบอกเป็นเด็กแขก ฮากันหนักไปอีก ฉันให้เด็กแขกมันไปอันนึง(ดีนะว่าเพื่อนให้สองอัน) ความต้องการของลูกค้ามาก่อนแม้ว่าลูกค้ามันจะดีจะงี่เง่าไรคนให้บริการต้องบริการ

เครื่องลงกรุงเทพบ่ายสองครึ่งเปลี่ยนชุดไปเช็คอินจะกลับเชียงใหม่เวลา 15.15 ไม่ทันต้องกลับตอน 17.15 ก็ดีน้องเลิกงานพอดี

ขึ้นเครื่องมาซักพักอาการปวดท้องประจำเดือนกำเริบ(ยาที่กินไปตอนเช้าคงหมดฤทธิ์) เวลาประมาณ 17.30 ทนไว้ก่อนไม่อยากจะกินยามากจะลองทนดู เวลา18.00 ทนไม่ไหวแล้วเฟ้ย เดี๋ยวไปถึงเชียงใหม่คงต้องไปกินข้าวเย็นไปไหนต่อกับปุ๊กแน่ๆ กินยาดีกว่า

ฉันนั่งลอกแลก มองหาแอร์จะขอยาตอนนั้นเค้าเสริฟของว่างอยู่ เคยคิดไว้ว่าจะไม่ interrupt พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเวลาเค้าทำงานเดี๋ยวโดนเม้าท์แต่ปวดท้องโว้ย ทนไม่ไหว ปวดไปถึงขาแล้ว เห็นแอร์ผ่านไปผ่านมาเห็นหน้าตาใจดีคนนึง บอกเค้าว่าพี่ค่ะขอพอนสแตน เค้าบอกเราว่า ไปขอที่ครัวเลยค่ะ งง !?!? เราไม่รีบเลยนะว่างค่อยให้ก็ได้เราก็ทำแบบนั้นเวลาเราทำงานมันต้องรับปากไว้ก่อนแหละ ตอนนี้เราเดินไม่ไหวแล้ว เซ็งแต่ไม่กินยาตายแน่ เลยเดินไปที่ครัว ไปยืนเซ่ออยู่ แอร์ที่หลงผิดคิดว่าใจดีก็อยู่ตรงนั้นไม่ยักถามว่าเราจะเอาอะไรหรือจำไม่ได้แล้ว โผล่หน้าไปในครัวเจอแอร์อีกคน บอกเค้าว่าหนูขอพอนสแตน เค้าก็หยิบให้ถามว่ากินเลยมั้ยเอาน้ำให้ กินยาเสร็จเดินกลับไปนั่งคิดว่าสมควรแล้วที่แอร์การบินไทยมันจะโดนด่า นี่ขนาดว่าหาคนหน้าตาใจดีแล้วนะ ผิดหวังมาก อีกอย่างคนให้บริการจะมาทำหน้าข่มลูกค้าได้ไงอ่ะ

จะบอกว่าพอเราเป็นลูกค้าทำให้เราเข้าใจจิตใจลูกค้าได้วันหลังค่อยว่ากัน ตอนนี้เล่นเกมดีกว่า เบี่ย...เกมก็จะปิด 22.00 –6.00 อีก (ถึงปกติจะไม่ได้เล่นอยู่แล้วเวลาอยู่กรุงเทพแต่แก้ปัญหาแบบนี้มันดียังไงน้า คิดว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้ารึก็พอไหวแต่ไม่ใช่วิธีที่ดี จิตใจคนมันแก้ด้วยวิธีนี้ไม่ได้)

ป.ล จากสนามบินไป airport plaza หาไรกินเจอแก้วกับแจงพอดีเม้าท์เรื่องแอร์ มีแต่คนสมทบมันสมควรแล้วหละ หึหึ

Saturday, July 05, 2003

ถ้าไม่นับเรื่องกลับมาถึงบ้านแล้วเข้าบ้านไม่ได้ต้องรอน้องชายประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วหละก็..วันนี้ก็จะเป็นวันดีวันหนึ่ง

เริ่มจากตอนเช้าถึงจะตื่นแต่เช้าตรู่เพราะลมแรงมากแต่ก็หลับต่อไปได้เพราะฝนตกอากาศเย็น ออกจากบ้านไปทำงานถึงก่อนเวลาเช็คอินหนึ่งชั่วโมง(เผื่อเวลาเว่อร์นึกว่ารถจะติด) วันนี้ไป 213 ภูเก็ดด้วยเครื่อง 737 ตอนนั่งรอเวลาขึ้นเครืองเห็นพี่บอลด้วย เดินตัวดำมาเชียวยิ้มแย้มดี(ก็ทุกคนมองเค้าหมดแหละ) มีคนขอลายเซ็นด้วย นี่ถ้าไปไฟล์ทเดียวกันฉันก็คงจะขอถ่ายรูปหรอก ตัวเองไม่ได้กรี๊ดแต่คนรอบข้างดูพี่บอลแข่งตลอด

ตอนทำงานก็ตืนเต้นมีผู้โดยสารหญิงชาวเกาหลี(มั้ง..ออกแนวจีนอ่ะ)เกิดเจ็บหน้าอกขึ้นมาลูกสาวเค้า(คิดเอาเอง)กระตือรือร้นขอน้ำบอกแม่เจ็บหน้าอก ชิบโป๋งกลัวเจ๊แกจะมาหัวใจวายตอนนี้แย่แล้วเครื่องเพิ่งจะขึ้นไม่นาน แต่ไม่ใช่หัวใจวายอ่ะ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าแกเป็นไร ทำท่าหายใจไม่ออก(เราก็ไปเอาถังออกซิเจนมาให้แกใช้ช่วยหายใจ) แล้วก็มีการประกาศหาหมอ มีหมอตั้งสามคนแหนะเป็นฝรั่งสองคน คนไทยคนนึง หมอฝรั่งผู้ชายนึ่งใกล้กว่าเดินมาถึงก่อนก็ดูให้ อาการเจ๊แกสับสนนะ เจ็บหน้าอก ขาไม่รู้สึก หายใจไม่ออก เราไม่มีความรุ้เลยว่าอาการแบบนี้จะทำไง แต่คิดว่าเป็นตะคริวหนะ ตอนถึงภูเก็ตแกก็สบายดีขั้น หายใจสะดวกแต่นวดขาอยู่เอาปากกามากดฝาเท้า(นั่นแหละถึงเดาว่าเป็นตะคริว) น่าฉงฉานจะมาเที่ยวแท้ๆมาไม่สบายซะนี่

ขากลับผู้โดยสารไม่เต็ม(95 ขาไปเต็ม 137 คนมีลูกเรือ passiveด้วย นั่งไปเฉยๆไปทำงานไฟล์ทอื่นกลับวันรุ่งขึ้น)ไม่มีเหตุการ์ณตื่นเต้นแล้ว(พอแล้วหละตื่นเต้นวันละหนก็พอ) กลับถึงดอนเมืองแวะดอยคำซื้อผักเรียกแทกซี่กลับบ้าน

กลับถึงบ้านกรี๊ดแตกไม่มีใครอยู่บ้านกุญแจก็ไม่มี ทั้งที่บอกแล้วว่าถึงบ้านสองทุ่ม(แต่มาถึงประมาณทุ่มครึ่ง) นั่งเซ็งและนานกว่าจะตัดสินใจไปขอใช้โทรศัพท์ข้างบ้าน(โทรศัพท์เราเจ๊ง ซ่อมแล้วแต่ยังไม่ได้คืน) พอโทรได้แป๊ปภูมิก็กลับถึงบ้าน(น้าๆและภัทรไปกินข้าวกับเพื่อน) น้องแกไปส่งสาวเลยกลับช้า ฮืออ...ปล่อยให้สาวแก่นั่งเซ็งอยู่นาน

ป.ล แร็กเป็นข่าวมาสองวันแล้ว.......เซ็งเอาเกมเราเป็นแพะ(คนมันจะปันใจ โทษเกม) เซ็งพวกไม่มีจิตสำนึกในการเล่น(อยากจะรวยทางลัด โกงคนอื่น หยาบคาย และอื่นๆ)

ป.ล 2 ไปสิงค์ไม่กลัว SARS แต่กลัวฝน ฝนตกตลอด ออกไปแค่วันที่ไปถึง ไป takashimaya แล้วก็ kinokuniya ห้างอื่นไม่ทัน สามทุ่มปิด แท็กซี่ไม่ค่อยมีเข้าคิวรอเป็นชม. สงสัยจริงว่าเที่ยงคืนคนสุดท้ายจะได้กลับบ้านหรือยัง

Wednesday, July 02, 2003

มาที่ทำงานพี่กระโจนเกาะคอมเค้าจะเข้ามาเขียนไดอารี่ แต่ไม่ได้เขียนไดอารี่นาน blogger มันเปลี่่ยนเวอร์ชั่นนานแค่ไหนแล้วหว่า งงด้วยใช้ไม่ถูกเลย archive ก็ยังแก้ไม่ได้เหมือนเดิม ไดอารี่ไม่ได้เขียนนานจัด เรื่องราวที่ผ่านมาลืมๆไปมั่งคิดว่าต้องมีสมุดโน้ตจดเรื่องสั้นๆไว้วันที่ได้กลับมาเขียนจะลอกลงมา

ตอนนี้บินวันเว้นวัน เดือนนี้มีวันหยุดสองวันติดกันสองครั้งจะกลับบ้านเชียงใหม่ ตอนนี้มือถือเจ๊งเซ็งไม่มีเงินจะซื้อใหม่จะลองเอาไปซ่อมดูแต่ก็อยากจะใช้ hutch นะดีหรือเปล่าไม่รู้ใครรู้บอกใน gb นะ ไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง

พรุ่งนี้ไปสิงค์โปร์ไปค้างและมีเวลาได้ช้อปปิ้งด้วยนะ ซาร์ไรไม่กลัวจะออกไปซื้อของลดราคา