Thursday, April 28, 2005

ลาทีดูไบ

กลับมาแย้วววว.... ง่วงงงงงง นอนก่อน พรุ่งนี้ต้องไปตรวจสุขภาพ

ป.ล ออกไปขัดฟันที่อุด อ่ะโห วาววับสุดๆ รูดบัตรซื้อเครื่องสำอางค์อีกละ เหลวเป๋ว ทุกที

Tuesday, April 26, 2005

Alone in Dubai

ใช้ชีวิตในห้องแบบคอนโดหนึ่งห้องนอนขนาดใหญ่(ยิ่งห้องมุมยิ่งใหญ่เข้าไปอีก)อยู่คนเดียวเหงาโคตร ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่อยู่คนเดียวแล้วเหงา ยิ่งถ้าตกกลางคืนแล้วหละก็..จับใจจริงๆ สองคืนแล้วที่นอนที่ดูไบนึกถึงเพลงหมอนสองใบอะไรซักอย่างในอัลบั้ม sleepless society แต่ฉันมีหมอนตั้งสี่ใบก็เลยไม่ได้มานั่งร้องเพลงกลับนอนร้องไห้แทน ถ้าอยู่บ้านเราคงไม่เป็นไรหรอก โทรศัพท์ไปสิ เนตก็ใช้ไปสิ ออกไปห้างไปดูหนังไปทำไรก็ไปแต่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้มันหาทางออกไม่ได้(ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะไม่ว่าเลย)

คืนแรกกว่าจะถึงดูไบกว่าจะได้เข้านอนก็ตีสี่(เวลาประเทศไทยซึ่งเร็วกว่าดูไบสามชั่วโมง) คืนที่สองทำงานไปคูเวตกว่าจะได้กลับดูไบเวลาก็พอๆกับตอนที่มาจากกรุงเทพเลยเพราะเครื่องดีเลย์มาจากกรุงเทพ(ตามตารางบินเสร็จงานประมาณสามทุ่มครึ่ง..เวลาดูไบ แต่ว่าดีเลย์จนเสร็จงานเที่ยงคืนครึ่ง)สรุปนอนเช้าทั้งสองคืน

วันนี้ออกไปใช้ตังค์ที่ City center ซื้อเสื้อ MNG อีกจนได้ทั้งที่ก็เสื้อขาวแขนกุดว่าไปก็ธรรมดาแต่ว่าถ้าไปหาที่สยามฉันคงใส่ไม่ได้(ตัวใหญ่..ฉันหนะตัวใหญ่ไม่ใช่เสื้อ) ซื้อกล่องกระดาษจาก ikea ด้วยเอาไปใส่ของพวกตุ๊กกะตุ่นตุ๊กตากะจดหมาย(แพคนึงมีสองกล่อง) แล้วก็ไปคาร์ฟูเสียเงินเกือบพันห้าซื้ออะไรไปหว่าหยิบถุงมาดูหน่อยซิ

- ชาลิปตันถุงแบบปิรามิดเก๋ไก๋สามกล่องกลิ่น Tahiti(สัปปะรดวนิลา..เหมือนจะน่ากินเนอะ), Peach Mango(ต้องหอมแน่ๆเลย), White tea
- Sebamed shower oil สองกล่อง ถูกกว่าบ้านเราประมาณกล่องละร้อยบาท
- Dove Body silk เห็นเค้าฝากซื้อกันจังลองมั่งจิดียังไง
- Johnson's body lotion ผสม oat milk & almond oid ขวดบึ้ม 140 กว่าบาท อัลมอนด์ออยน่าจะดีกะผิวแห้งนะ
- แชมพู Garnier สำหรับผมแห้งฟู ขวดใหญ่และถูก(เหมือนเค้าว่าดีใช่ป่ะยี่ห้อเนี้ย)
- วาสลีน ปีโตรเลียมเจลลี่ขวดเล็ก(ถูกกว่าบาทเรา)
- ชอกโกแลตและแยมอย่างละหนึ่ง
- ผ้าอนามัยแบบหนาๆของฝากให้น้า(เค้าไม่ยอมมั่นใจกะผ้าอนามัยแบบบางๆบ้านเรา)

* หมายเหตุ* ของที่นี้ผลิตในยุโรบเป็นส่วนมากแต่อาจจะผลิตให้แขกหรือเปล่ากลิ่นมันหอมหวลแบบแขกๆ

กิน burger king ด้วยน้องแอร์ที่เดินด้วยบอกว่าชีสสติกอร่อยมากขอแนะนำก็เลยมากินซะหน่อยเสียเงินค่าชีสสามแท่งห้าเดแฮ่ม(หน่วยเงินของที่นี่ ออกเสียงประมาณเนี่ยอ่ะนะ 1 AED ประมาณ 11 บาท) chicken tender ห้าแฮ่ม(เรียกย่อๆ) และโค้กแก้วใหญ่หกแฮ่มชีสอร่อยจริงเป็นMozzarella cheese ยืดซะ

รถโรงแรมมารับบ่ายสามโมง LT(Local time) ก่อนขึ้นรถเสียเงินค่าไอติมจนได้ทั้งที่บอกกับตัวเองว่าไม่กินนะบ้านเราถูกกว่า( บาสกิ้นราคาบ้านเรา 35 บาทบ้านเค้าห้าสิบห้า)แต่เห็นเงินเหลือห้าแฮ่มพอดีซื้อ regular scoop(เล็กกว่าบ้านเราอีกหยะ) เลือกรส chocolate cookie crekle ถือซะว่าบ้านเราไม่มี(ใช่มั้ย..บ้านเราไม่มีรสนี้ใช่ป่ะอ่ะ)

เหลือเวลาอยู่ที่นี่อีกหนึ่งวันพรุ่งนี้คงไม่ออกไปห้างแล้วหละนี่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรเลยนะยังได้ขนาดนี้ ไหนบอกจะประหยัดเงินไง

กลับมาอยู่ในห้องอีกละความเหงามันตามตูดมาอีกแล้วนอนซึมอยู่แป๊ปนึงสติมาทันว่า เรื่องไรวะทำตัวเศร้ามันก็เศร้าดิ(จริงๆมันก็เศร้าแหละ) ก็เลยมานั่งอ่านหนังสือ กินผลไม้ สวดมนต์เพิ่มสามจบ(ตั้งใจไว้จะสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก 31 จบภายในหนึ่งเดือน) เปิดคอมเขียนไดอารี่เดียวไปเล่นเนตข้างล่าง(bussiness center)จะได้post เลยและก็หาเพื่อนคุยเล่นใน MSN

ป.ล1 ตอนนี้อ่านโตเกียวไม่มีขาอ่านไป 232 หน้าแล้วสร้างแรงผลักดันดีนะ ก็ฉันอยากเที่ยวแต่ไม่เที่ยว การยึดติดกับอะไรอยู่นั่นก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี ฉันชอบข้อความหลายๆข้อความในหนังสือเล่มนี้จัง(บางอันก็มาจากคำพูดของหนังหรือคนอื่นๆ) แค่เปิดมาก็โดนแล้ว "แด่..ความฝัน" เค้าฝันและทำฝันจนมันเป็นหนังสือมาให้อ่านเนี่ย แต่ฝันฉันมันก็ยังเป็นฝันอยู่นั่นแก่ปูนนี้ยังไม่ทำไรซะอย่าง เฮ้อ...อยากไปเกาะปอดะ

ป.ล2 การเอาความหวังไปฝากไว้กับคนอื่นมีแต่ผิดหวังก็อีแค่ตัวเองก็ยังทำตัวเองผิดหวังหลายหน คนอื่นมันจะมาแคร์ความหวังอะไรของเราหละ ไอ่บ้าเอ๊ย

ป.ล3 มื้อเย็นราเม้งอุด้งสำเร็จรูปซื้อเมื่อครั้งไปนาโกย่า...เอ๋...เรายังไม่ได้เล่าเรื่องไปนาโกย่าครั้งล่าสุดกับเพื่อนเลยนี่หว่า..มุดไปขุดความทรงจำก่อนซิเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ป.ล4 เวรเอ๊ยไม่เอาแบตมาต้องลากสายไฟรุงรังลงไป bussiness center

ป.ล5 กำ..wireless ที่ bussiness center เค้าคิดเงินเว้ย ต้องเผ่นลงมาเล่นที่ร้านอาหารข้างล่างซึ่งให้ code เล่นฟรีแต่ก็ไม่ฟรีหรอกเพราะต้องสั่งไรกินหนะสิธ่อ ...สั่ง juicy mango จืดชืด 16 แฮ่ม 176บาท



Tuesday, April 19, 2005

final count down

เสียวฟันมาพักนึงแหละคิดว่าไปทำให้เสร็จไปเลยจะได้ไม่มีอะไรผุพังก่อนวันเกิด(แต่หน้าพังไปแล้ว)โดนซะสองซี่เลยพันสอง แงแง สัปดาห์หน้าหมอนัดขัดวัสดุอุดฟันซึ่งซี่ก่อนหน้านี่ทีทำไปยังมะได้ขัดเลย อิอิ หมอคนก่อนก็พูดงี้อ่ะว่าจะนัดขัดแต่ไม่ได้นัด(แต่ว่าทำกับหมอไม่ซ้ำคนเลยวุ้ย)

ทำฟันเสร็จเดินไปนวดตัวต่อ..อยากจะไปทำผมด้วยนะไม่ยืดก็ทำสีเนี่ยแหละแต่ไม่ทำทั้งสองอย่างแต่ว่ามันเป็นเหตุผลในการผลาญเงินไปหรือเปล่าว่าจะปรับปรุงโฉมก็เลยยังลังเลเรื่องผมอยู่เพราะผมเดิมๆมันก็ไม่ดีอยู่แล้วก็เลยเก็บเงินไปเลี้ยงข้าวแม่ก่อนดีกว่า

พรุ่งนี้ทำงานตอนเช้าเสร็จจะไปเชียงใหม่ตอนบ่ายจะพาแม่ น้องกะเพื่อนไปเลี้ยงข้าวเนื่องในวันเกิดที่ร้านคุณเชิญ ^^

Monday, April 18, 2005

เชียงใหม่

ทำงานไปนอนเชียงใหม่คืนวันที่ 17ไม่ได้กลับบ้านต้องนอนโรงแรมเพราะน้องบอกไม่ต้องกลับขี้เกียจไปส่งสนามบิน T_T กว่าจะไปถึงเชียงใหม่ต้องไปพนมเปญก่อนถึงเชียงใหม่ห้าทุ่มครึ่ง

คืนนี้หมายมั่นจะกินไก่นางฟ้าให้ได้ถึงโรงแรมโทรหาปึ้ด(บอกถึงโรงแรมค่อยโทรมาบอกขับรถไปจากหอแป๊ปเดียว)ดันเจอรับฝากข้อความ อ่าวเฮ้ย เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดหรอวะเนี่ย แต่คนในไฟล์ทก็จะไปกินกันหลายคนหละยังไงก็ได้กินแน่แต่เพื่อนอั๊วะทำไรเนี่ย ขึ้นห้องไปแต่งตัวปึ้ดโทรมาเราไม่ได้รับอีก พอโทรกลับเจอฝากข้อความอีกละ ไรว้าโทรศัพท์ไม่ได้ค้างค่าบริการน้า...สุดท้ายก็ได้คุยกันซะทีนัดปึ้ดไปเจอกันที่ร้าน แต่ว่าร้านอื่น = =" ไก่นางฟ้าไม่เปิด แง แง แง ต้องกินร้านก่อนถึง(ข้างร้านข้าวต้มแสงตะวัน)ก็ขายของเมนูแบบเดียวกันแหละ

ไปกินกันเก้าคน สั่งเพียบหมูสามชั้นทอด ไก่ทอด ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกตาแดง เนื้อทอด ข้าวเหนียว อร่อยอ่ะน้ำพริกหนุ่มอร่อยกว่าในตลาดวโรรสอีก ผักดองจิ้มน้ำพริกตาแดงอร่อยมากถึงขึ้นเพ้ออยากกินแล้วอยากกินอีก :D~~~~ ปึ้ดบอกว่าร้านไก่นางฟ้าอร่อยกว่าร้านมันมืดๆกว่า พี่และน้องในไฟล์ทบอกว่าน้ำพริกตาแดงร้านนู่นอร่อยกว่าแต่น้ำพริกหนุ่มร้านนี้อร่อยกว่า หมูสามชั้นร้านนี้ก็อร่อยกว่า งืออ อยากกินอีก.... มันอร่อยเพราะกินหลายคนด้วยหละม้างกินตอนเที่ยงคืนด้วย ถึงแม้จะอยู่เชียงใหม่มานานแต่ไม่เคยกินเลยอ่ะ ก็ร้านมันเปิดเที่ยงคืนคนอยู่บ้านแล้วก็คงไม่มุออกมาอ่ะนะ

กินข้าวเสร็จแยกย้าย ปึ้ดกลับหอที่เหลือแบ่งเป็นสองกลุ่ม เข้านอนไปเลยกับเดินไปกินโรตีต่อ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฉันอยู่แก๊งค์โรตี ชอบอยู่แล้วโรตีเนี่ย เดินไปกันห้าคนกินโรตีสี่คนพี่อีกคนเดินเล่น โรตีหน้า 7-11 ตรงแยกไนท์บาร์ซาร์ โรตีกล้วยหอมราดน้ำผึ้งอร่อยสุดๆ ไม่ได้เข้าข้างน้า..ที่กินมาฉันว่าเชียงใหม่อร่อยสุด จริงๆร้านไหนก็คงจะอร่อยอ่ะถ้าใส่นมเยอะๆ อิอิ (กล้วยก็ต้องงอมได้ที่หรอกมันถึงจะหอม)

กลับโรงแรมน้องแอร์มานอนด้วยเพราะกลัวผีหนะสิ ไม่ค่อยคุ้นกับการมีคนมานอนด้วยแบบเอากระเป๋าเข้ามาอยู่ด้วยใช้ห้องน้ำห้องเดียวกันแต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายก็สนุกดีก่อนนอนก็มีคนคุยด้วยอีกต่างหาก

เช้านี้ถูกปลุก 9:15 ต้องทำงานไปภูเก็ตก่อนถึงได้กลับกรุงเทพ..ง่วงเชียวแต่ว่าต้องออกไปจ่ายค่าโทรศัพท์ของน้องสาวและอยากไปหาหมอสิวเพราะว่าวันพุธจะไปเชียงใหม่เดี๋ยวไม่ได้หาหมอสิวอีก

โดนหมอสิวจิ้มหน้าซะแหกเลยอ่ะ งืออ....หมอบอกว่าอย่าแกะสิว..แต่เราไม่เคยแกะสิวเลยนะแต่ว่าเป็นคนนอนซุกหน้ากับหมอนอ่ะสิวดำเพราะงี้แหละ หมอบอกทำไรกับหน้าก็ต้องเบามือ โดนให้กินยาแก้อักเสบอีกเลยมั้ยหละ เซ็งวุ้ยมาเป็นสิวไรกันตอนนี้เนี่ยย..มันน่าจะหมดวัยไปได้แล้วนะ ..งืออ ยังแสบหน้าไม่เลิกเลยอ่ะ >_<

มื้อเย็นกินบาร์บีคิวพลาซ่า อร่อยวุ้ย..เคยไม่ชอบแต่ตอนนี้ชอบจัง

ป.ล เครื่องบินใหม่จ้า..ถ่ายจากสนามบินภูเก็ต 340ตัวใหม่ตัวแรกชื่อพระราชทานว่า เชียงคำ

Sunday, April 17, 2005

cake

เมื่อวานคุณน้ากะคุณน้องชวนออกไปชิมเค้ก เรื่องมันเริ่มจากที่ฉันไปกินข้าวที่เอราวัณอยากชวนน้าไปกินเค้กที่นั่นแต่น้าเคยไปกินมาแล้ว พอเอ่ยปากไปแล้วน้าก็คงอยากจะไปหาอะไรชิม(น้าก็ทำเค้กขายไง)ก็เลยลองไปร้านมูสแอนด์เมอแรงตามหนังสือแนะนำ ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เข้าซอยไปเจอสี่แยกแรกเลี้ยวซ้ายตามถนนจะเจอร้านทางขวามือป้ายรีๆสีแดง

ร้านเล็กมีโต๊ะน้อยคนนั่งเพียบฉันสามคนไม่มีที่นั่งเลยอ่ะ โต๊ะที่กินเสร็จก็นั่งทอดหุ่ย(นั่งเฉยๆทอดอารมณ์ไปเรื่อยๆ)อยู่ได้คนอื่นไม่ต้องนั่งกัน ซักพักมีคู่นึงจ่ายเงินไปถึงได้โต๊ะ สั่งเค้กมาสี่อย่างเลือกอยากที่หนังสือแนะนำว่าอร่อยสุดกับอย่างอื่นที่น้าอยากลอง white chocolate cake(อันนี้อ่ะเค้าบอกอร่อยสุด),white chocolate mousse,green tea roll,strawberry cheese cake โอววววผิดหวังโม้ดดดดดดดดดดดดดด เค้กหยาบรสชาติไม่อร่อยอ่ะ

เมื่อเห็นท่าทางผิดหวังน้าก็เลยชวนไปร้าน le gourmet สุขุมวิท 33 โอววในซอยนั้นดูเป็นญี่ปุ่นเหลือเกินก็ร้านค้าทำนองญี่ปุ่นเพียบมีร้านขายของแบบร้านร้อยเยนด้วยด้วยแต่ว่าราคาที่ 50 60 มีร้านวิดีโอรายการญี่ปุ่นด้วยแต่ไม่ให้คนไทยยืมนะ มีร้านโทรศัพท์กลับญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ทาโกะยากิ ร้านราเม็ง ร้านขนมปัง Fuji supermarket ร้านหนังสือญี่ปุ่น เดินเล่นดูหมดอ่ะ

ร้านขนมปังชื่อ custard nakamura มีขนมปังปอนด์หั่นหนาๆแบบที่ขายที่ญี่ปุ่นเลยมีหั่นสี่ ห้าหรือหกแผ่นแล้วก็มีแบบหั่นบางธรรมดาด้วย แถวละ 30 บาทนุ่มมากชอบๆ ชอบกินขนมปังหนาๆปิ้งแล้วข้างในมันก็ยังนุ่มอยู่ไม่แห้งแข็ง แซนวิชไส้หมูชุบแป้งทอดก็ดีมีหลายแบบตั้งแต่ 25 - 80 บาท(มีสามชิ้น) ราคาขนมปังก็ถูกดี 15 ,16 บาทขึ้นไปมีชูพายด้วยนะชิ้นละ 20 แต่ไม่ได้ซื้อมาลองเพราะหน้าตาไม่สวยอ่ะและคิดว่าถ้าเป็นชูพายแป้งมันจะกรอบๆหน่อยไม่ชอบเท่าชูครีม(แป้งนิ่มๆแบบเอแคลร์)หมดค่าขนมไป 206 บาทแหนะ ซื้อไปเรื่อย

จากนั้นแวะไปร้านชา Le gourmet น้าเคยมาทานกับเพื่อนเค้ามีเซตชากะเค้กราคา 170 บาท ชาก็แล้วแต่เราเลือกมีมากมายสุดๆเลยให้เค้าแนะนำ เค้าแนะนำ love tea แต่ว่าน้าซื้อกลับมาบ้านแล้วก็เลยเปลี่ยนเป็น Jasmine green dragon หอมมากๆราคาแพงด้วยหละ 1190 บาท/125กรัม ก็อันอื่นที่เห็นแว้บๆประมาณ 390 บาท ที่ร้านมี welcome drink ด้วยชาเย็นวันนี้เสริฟชากลิ่นกล้วยหอมกลิ่นน่ารักดีอ่ะ แต่ชาที่ร้านยังเป็นใบๆอยู่ต้องมีกาชงชาแบบมีกากอ่ะ หมดใจจะกินก็กินชาที่น้าซื้อแหละ อิอิ เค้กที่เลือกเป็นเค้กราสเบอรี่เปรี้ยวไปหน่อยไม่ชอบใจ ที่ร้านขายช็อกโกแลตด้วยนะราคาประมาณชิ้นละสามสิบบาท ภัทรกะน้าชอบช็อกโกแลต exotic แต่ว่ากินไปหมดแหละไม่เหลือให้เราชิมเลยอ่ะ >_< ฉันลอง dark chocolate ก็ดีอ่ะนะแต่แบบที่ชิมไม่ปลื้มมาก(เค้าให้ชิมอันนึงเลยอ่ะ)

ก่อนกลับบ้านน้าแวะซื้อของในซุปเปอร์ฉันก็เดินสำรวจ มีเครื่องปรุงข้าวของทำอาหารญี่ปุ่นเยอะแล้วก็ขนมด้วยแต่ราคาแพงอ่ะ toppo กล่องละร้อยบาท เซมเบ้ถุงละ 148 แหนะ

ถ้าเมื่อวานไม่ติดกินเจ(วันพระ)คงได้ลองทาโกยากิหรอกลูกใหญ่สุดๆ วันนี้กินแซนวิชไส้หมูทอดไปสองแบบมีแบบเหมือนหมูสับคลุกหอมกับหมูชุบแป้งทอด อร่อยดีเพราะซอสหนะ

คืนนี้ไปนอนเชียงใหม่ไปถึงดึกออกสายๆน้องเลยไล่ให้นอนโรงแรมเลย Y_Y ไม่รู้จะได้ไปกินไก่นางฟ้าหรือเปล่าน้า

ป.ล1 อ่านหนังสือจบไปสี่เล่มแล้น วันนี้จะอ่านมิเกะเนะโกะตอนสอง

ป.ล2 ทาเล็บสีใหม่ไปทำงานปลื้มมากๆ 130 บาทของfasio สี cinnamon pink หามานานแล้วสีด้านๆไปดูแต่พวกแพงๆก็ไม่เห็นจะใช่แบบที่คนอื่นเค้าถามกัน สบโอกาสถามเพื่อนคนที่ทาเล็บสีสวยๆเค้าบอกมาแต่เค้าทาสี old rose ซึ่งเหมาะกับคนขาวมากกว่านะแต่ลองทาแล้วก็พอได้อ่ะไว้จะไปซื้ออีก อิอิ

Friday, April 15, 2005

ไก่โห่

กำลังจะเข้านอนเพิ่งกลับจากไปบิน Bangalore เมืองแห่ง IT (ประเทศอินเดีย)เครื่องดีเลย์ออกชั่วโมงสี่สิบนาทีเครื่องบินมีปัญหาต้องเปลี่ยนเครื่องลำใหม่ด้วยทั้งที่เตรียมของ(สำหรับใช้ในการบริการ)เสร็จแล้ว >_< กลับช้าไปชั่วโมงยี่สิบนาที กัปตันก็ซิ่งน่าดู ตอนไปจอดที่บังกาลอก็รีบทำความสะอาดรับผู้โดยสารขึ้นเครื่องอย่างไว

ได้นอนซะที..ไก่โห่ยังไม่ได้นอนเล้ยวุ้ย..เจ็บหลัง..โอวสังขาร

Wednesday, April 13, 2005

สงกรานต์

ไม่ได้เล่นน้ำ ต่ายบอกว่าฉันน่าจะไปเล่นน้ำดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆเพราะว่าคงไม่เปียกเท่าไหร่...ไม่มีคนสาด = =

ไม่คิดอยู่บ้านเฉยๆอยู่แล้วต้องหาอะไรทำซะหน่อยคิดว่าไปไหว้พระพรหมดีกว่าที่เอราวัณแล้วก็หาเรื่องไปกินอาหารจีนด้วยซะเลย โทรศัพท์เรียกแท็กซี่ให้มารับไม่อยากโดนสาดน้ำแต่ไม่มีรถมารับก็ต้องเดินออกไปเองอาจเพราะเที่ยงก็เลยไม่ค่อยมีคนเล่นน้ำแถวบ้านจริงๆปีไหนๆก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่มีมาตั้งถังเล่นเป็นบางจุดไม่ใช่เต็มไปหมดแบบเชียงใหม่(ก็อีกอ่ะ เชียงใหม่ก็แค่พวกในเมืองที่เล่นกันเต็มไปหมด)

นั่งรถไปต่อ BTS แหมเจอโฆษณา new york พอดีสีสวยดีนะ ไปลงสถานีชิดลมเดินทะลุไปเอราวัณบางกอกห้างเงียบมากมีแต่ของแบรนด์เนม ออกไปไหว้พระก่อน



เสียเงินค่าดอกดาวเรืองสี่พวง ธูปสิบสองดอก เทียนสี่เล่ม กระดาษสวดมนต์ ทองคำเปลวสี่ซอง ช้างม้ารวมสี่ตัว ปาไป 440 บาทตอนแรกไม่มีทองแต่แม่ค้าบอกเดี๋ยวมีทำพิธีวันนี้วันดีพูดนั่นพูดนี่จับทองใส่ถุงไปด้วยเป็น 220 ยังไม่พอบอกถวายช้างม้าด้วยมั้ยดีนะทำไรไม่ติดขัดตัวละ 75 แต่ลดให้เหลือ 55 พูดเองเออเองจับใส่ถุงมาฉันก็ไม่ได้ต่อและไม่ได้แย้งอะไรเอาเหอะไม่ได้มาบ่อยๆที่พูดมามันก็ดีทั้งนั้นหนะถ้าหลอกเราก็บาปเอง อากาศร้อนมากแต่คนก็มาไหว้กันเยอะ ฉันจุดธูปอธิษฐานปักเทียนพอจะปิดทองอ่าวแม่ค้า !?! ทองซองนึงก็มีสี่แผ่นเล็กๆแล้วแป๊ะด้านละแผ่นก็พอแล้วม้าง หลอกรับประทานหรือเปล่าให้มาสี่ซองเนี่ย แถมกว่าจะปิดทองได้มันลำบากเค้าให้แปะกับปูนที่เสามันแปะไม่ติดอยากจะเอาสามซองที่เหลือวางไปเฉยๆ เพราะแม่ค้าหนะบอกว่าไม่ต้องติดแค่วางไว้เฉยๆเด๋วตอนคนทำพิธีเค้าจะติดเอง...พิธีอะไรหละ แต่ว่าทำไปแล้วซองนึงก็ต้องทำให้หมดสิเดี๋ยวพระพรหมจะหาว่าไม่มีความอดทนก็ยืนน้ำตาไหล(แพ้ควัน)เหงื่อไหล(ร้อนมากๆ)แปะๆปลิ้วๆจนเสร็จ ขอน้ำมนต์มาพรมๆตัวหน่อยใกล้วันเกิดแล้วด้วยจะได้เป็นสิริมงคงให้ชีวิตที่เหลืออยู่เจริญๆหน่อยเหอะ



ไหว้พระเสร็จเดินลงใต้ดินห้างเอราวัณเป็นส่วนของร้านอาหาร มีร้านนิดหน่อย มีร้านเค้กน่ากิน แสงที่จัดสวยดีนวลๆแต่วันนี้ฉันตั้งใจจะกินอาหารจีนร้านคริสตัลเจด



เป็นสาขาจากสิงค์โปร์จริงๆที่บ้านเราชื่อว่า" คริสตัลเจดราเม็งเสี่ยวหลงเปา"แต่เมนูที่เราชอบไม่มี..ทำไมอ่ะ..ไม่มีซาลาเปาหมูแดง ไม่มีเกี๊ยวกุ้ง ไม่มีข้าวผัดปลาเค็ม อย่างอื่นไม่รู้เพราะที่ไปกินที่สิงค์โปร์อ่านเมนูไม่รู้เรื่องมันไม่มีภาพแบบที่กรุงเทพแล้วก็กินอยู่แค่ที่เคยกินนั่นแหละ

ลองสั่งข้าวผัดมันกุ้ง(170บาท)ซุปต้มยำเสฉวณ( 90บาท)อยากรู้ว่ามันใช่ hot& sour soup หรือเปล่านะก็จำได้มั่วๆว่าอาหารเผ็ดๆหนะมันต้องเสฉวณ แล้วก็สั่งไก่ผัดเปรี้ยวหวานด้วย..อยากกินก็ติดใจมากจากที่ไปกินที่เซี่ยงไฮ้



ข้าวผัดหนะก็ดีแห้งๆชอบเลยกินไม่หมด(ก็ไม่เคยกินหมด)ห่อกลับบ้านด้วย อิอิ ซุปก็ดีถ้วยเล็กแบบกินคนเดียวนะแต่ไม่เปรี้ยวไม่เผ็ดอร่อยๆแบบร้านข้างโรงแรมที่ปักกิ่ง ส่วนเปรี้ยวหวานตกกระป๋องไปเลยที่ร้าน dragon court เซี่ยงไฮ้อร่อยกว่าสุดๆหรือเพราะกินคนเดียวกินไม่ทันมันเย็นเร็วก็เลยไม่อร่อยแต่เพราะเป็นรสชาติของไก่ด้วยนะมันเลยไม่อร่อยเท่าหมู สั่งชามะนาวมา 55 บาทไม่หอมชาเพราะบีบน้ำมะนาวลงไปในช้าถ้าเป็นร้านที่สิงค์โปร์เป็นชาแล้วใส่เลม่อนแว่นๆลงไป ค่าอาหารกลางวัน 485 บาทแพงอ่ะแต่เทียบกับกินที่ต่างต่างประเทศก็ถูกเพราะข้าวผัดจานเดียวก็เกือบสิบเหรียญแล้ว คิดว่าจะไปร้านนี้อีกครั้งเพราะอยากกินกล้วยหอมทอดอ่ะโต๊ะข้างๆเค้าสั่งมาเป็นเหมือนมันทอดเคลือบน้ำตาลที่เคยกินที่ปักกิ่ง เป็นแบบเคลือบน้ำตาลแข็งๆต้องเอาไปแช่น้ำก่อนกิน ที่ร้านมีเป็ดปักกิ่งด้วยตัวละ 780 บาท แพงจัง...ตารางบินหน้าร้อนนี้มีเซี่ยงไฮด้วยไม่ให้ใครแลกหรอกจะไปกินอาหารจีน อิอิ อร่อยมากๆสั่งตั้งเยอะแยะมีเป็ดปักกิ่งด้วยแค่ 900 บาทเอง


ไม่มีอะไรอยากทำแหละก็กลับบ้านแต่เดินเล่นก่อนเดินทางเชื่อมลอยฟ้าใหม่ที่ต่อจากสถานีชิดลมไปสถานีสยาม เงียบซะ กลางคืนคงน่ากลัวแต่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยขี่จักรยาน



ไม่ได้แวะสยามเพราะว่าก็ไม่รู้จะทำไรร้านซีดีก็คงจะปิดกลับบ้านดีก่า...หมู่นี่ออกจากบ้านแล้วอยากกลับบ้านแฮะ

ป.ล เรื่องบางเรื่องรู้ไปก็ไม่ได้เกิดมรรคผลอะไรอย่างที่คามิยามะพูดไว้..ก็อย่าไปสอบถามให้มันรู้เลย..ถึงเวลาก็รู้เอง

Tuesday, April 12, 2005

หนี

กำลังจะไปบินกวางเจา..วันนี้เป็นสแตนบายถึงบ่ายสอง

ตอนโดนเรียกก็เป็นธรรมดาที่ต้องเซ็งแต่ว่าพอซักพักคิดว่าไปเอาตังค์มากินหนมวันหยุดดีกว่า(มีตังเหลือสี่ร้อยเองอ่า >_<) และวันพรุ่งนี้อาจจะไปจัดการเรื่องบางเรื่องให้กระจ่างไปซะ การนิ่งๆไม่ทำอะไรอยู่สองสามวันไม่ใช่ว่าทบทวนอะไรเลยแต่คิดว่าเป็นการหนีปัญหาของฉันมากกว่า

พรุ่งนี้รู้ผล

Friday, April 08, 2005

นิ่ง

นิ่งซะทีหลังจากที่บินมาหกวันติดตั้งแต่วันที่ 1 ไม่ได้หยุดหย่อน หกวันสิบสองตุ้บ เมื่อวานหยุดอยากไปดูหนังแท้ๆดันปวดท้อง ออกไปได้แค่จ่ายหนี้(ค่าโทรศัพท์ค่าเนต)แล้วก็กลับบ้านมานอนจนเย็นหมดไปเลยวันหยุดตู วันนี้สแตนบายแต่ยังไม่โดนก็เลยได้อยู่บ้านนิ่งๆซะที(อีกสองชั่วโมงหมดเวลาสแตนบาย)

ไปงานแต่งงานอี้ที่เชียงใหม่มาด้วยก็เพื่อนเราทั้งคนแถมเรามีโอกาสไปด้วยตั๋วราคาถูกกว่าคนอื่นๆหนิทุ่มทุนทั้งแลกตารางบินให้ติดกันจองตั๋วไปกลับแบบ 25% บินหนุกหนานเลย เช้าวันอังคารกลับจากสิงค์โปร์กลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเชียงใหม่ งานแต่งงานเลิกกลับบ้านนอนเจ็ดโมงเช้าตื่นไปขึ้นเครื่องกลับมากรุงเทพ แล้วตอนเย็นบินไปภูเก็ตต่อ ชีวิตของยุง

งานแต่งงาน...ไม่ไปทันตั้งแต่แรก = ="" ก็รอน้องเลิกงานก่อนนี่นาแต่ก็ชักช้าอีกด้วยเพราะคิดว่าเริ่มหกโมงก็น่าจะรับแขกหน้างานเกือบชั่วโมงปรากฎว่าไปถึงแขกผู้ใหญ่ก็กล่าวอะไรไปซะแล้ว presentation ไรไม่ทันดู เข้าห้องไปก็จุดเทียนตัดเค้กกันซะแล้ว เป็นอันจบพิธีการ อาหารเสริฟ = =""



เข้าท่าที่ทำพิธีการให้เสร็จซะก่อนค่อยเสริฟอาหารไม่งั้นคงจะสนใจฟังหรอกนะที่ไปๆมาอาหารมาก่อนพิธีการ ตอนใครกล่าวอะไรฉันว่าน้อยคนจะฟัง ดีที่ไม่มีไชโยด้วยฉันว่าออกตลกไปหน่อยนะถึงแม้จะเป็นการแสดงออกถึงความดีใจด้วยหนะ

ถ่ายรูปเล่นสนุกสนานดีตอนส่งแขก(งานเลิก) เพื่อนๆไปเยอะนะเนี่ยจากกรุงเทพก็ไปตั้งหลายคน เชษฐ์ ต่อ ปึ้ก กัน ต้น ฉัน กล้องดิจิตอลของฉันไม่ได้ทำงานเลยเพราะว่ารอรูปไฮโซจากกล้องเชษฎ์ดีกว่าใช้แต่กล้องโพรารอยด์ซึ่งผิดคาดไปหน่อยที่ไมเอาฟิลม์ไปเยอะๆมีแค่เจ็ดรูป(ตา ox ดันขอถ่ายรูปกะแฟนตัวเองไปซะหนึ่งอีก)ก็เลยมีแค่หกรูปเองเสียดายนะก็ไปงานอื่นไม่ค่อยถ่ายแต่อย่างว่านั่นมันคนไม่สนิทนักแขกร่วมงานก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันมานานแบบนี้ เสียดาย

ตามเค้าไปส่งตัว(จะเอาเบอร์ห้องไปซื้อหวย)ได้ดู presentation น่ารักดีมุงดูกันใหญ่ เจ้าสาวทำหน้าเหวอๆถามว่าไม่ทันดูกันหรอเนี่ย อิอิ ก็มีคนมาสายห้าคนแน่ๆ(ox จิ๊บ เต็ม ฉันกับน้อง)อี้มีฝีมือจริงๆทำเองก็ใช้ power point นั่นแหละออกมาน่ารักดีเพลงก็เพราะ เพื่อนๆวุ่นวายกะเจ้าบ่าวเจ้าสาวพักใหญ่แหละกว่าจะกลับสี่ทุ่มกว่า เพื่อนๆจะไปกินไก่นางฟ้าอยากไปด้วยแต่ชุดฉันกะน้องมันไปลุยต่อแบบชุดผู้ชายได้ไงหละแถมตอนเช้าต้องกลับกรุงเทพอีก(ร้านเปิดเที่ยงคืน)

เย็นนี้อี้มากรุงเทพเพราะทำวีซ่าไปเรียนต่อ(ดอกเตอร์กันทั้งสามีภรรยาเลยน้า)ก็จะมีนัดเลี้ยงกันอีก ถ้าไม่โดนบินจะไปกะเค้าด้วยแม้จะกินเจ(นัดกันสเต็กลาวมันจะมีไรที่ฉันกินได้เนี่ย)แต่ฉันเอาเฮไว้ก่อนอาหารค่อยว่ากัน ไปเรียนเอกคงไปนาน ฉันชวนแฟนไปด้วยแฟนไม่ไป ไม่เข้าใจ บอกไม่สนิท ก็ถ้าไม่ไปมันจะได้สนิทยังไงกัน ทำตัวแปลกๆห่างเหินๆชอบกล ดวงในนิตยสารก็มงคลรับเดือนเกิดมากว่าจะเสียคนรัก ดูซวยๆนะตั้งแต่ต้นเดือนก็รู้สึกป่วยๆคออักเสบ จะเป็นไข้(วันไปบินสิงค์โปร์)ปวดเมื่อยกินยาไม่อยากลาแต่จริงๆมีประจำเดือน(ได้ไงอ่ะ มาก่อนเป็นสิบวัน)นั่งจะเป็นลมปวดท้องปวดขาอู้งานพักใหญ่ดีว่าเพื่อนร่วมงานดีทุกคนไม่งั้นคงได้โดนเหน็บแนม ไปภูเก็ตจะกรีดกล่องนมชาเขียวไปเสริฟดันปาดเข้านิ้วโป้งตัวเองเลือดกระฉูด เจ็บนิ้วโป้งและคิดว่ามันสำคัญจริงๆเลยนิ้วโป้งสมควรที่ประกันอุบัติเหตุให้เงินชดเชยกรณีสูญเสียนิ้วโป้งมากสุด ต้องไปทำบุญบ้างแล้วสิ

อีกชั่วโมงสิบห้านาทีหมดเวลาสแตนบาย

ป.ล1 อ่านหนังสือจบไปสองเล่มแล้ว อยากกู่ร้องฯ กับแมวสามสียอดนักสืบเล่มหนึ่ง ตอนนี้เริ่ม"ฤดูร้อน ดอกไม้ไฟและร่างไร้วิญญาณของฉัน"เป็นแนว suspense

ป.ล2 Just talk มีนาที 25 สตางค์ด้วยตอนแรกมีแต่แบบรายเดือนกำลังคิดๆเลยว่าจะเปลี่ยนดีมั้ยประหยัดไปได้แน่ๆแต่ว่าต้องจ่ายทุกเดือนนะถ้าเติมเงินหนะไม่มีเงินก็ไม่ต้องเติมมีแต่โปรโมชั่นใน นสพ กับในเวบ เงื่อนไขไม่เหมือนกัน ตกลงยังไงกันแน่