ก่อนไปฮ่องกงรู้สึกว่าไม่อยากไปไม่เห็นจะหนุกเลย อาหารก็ไม่อร่อย ครั้งนี้ไปก็ไปที่เดิม causeway bay กินข้าวก็ร้านเดิมที่มีคนไทยทำงานล้างจานที่นั่น แต่ว่าความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไปกับกลุ่มคนใหม่ๆอาหารก็สั่งเมนูใหม่ที่ไม่ประทับใจก็ไม่สั่ง(บะหมี่หมูแดงกับคะน้าน้ำมันหอย)
กว่าจะได้มาช้อปปิ้งฮ่องกงต้องไปนอนไทเปหนึ่งคืนก่อนทริปนี้ทำงานแบบสามวันสองคืนวันที่สองมาถึงฮ่องกงประมาณสิบเอ็ดโมง แต่ละคนก็จับกลุ่มแยกว่าใครจะไปกับใครไปไหนบ้างไปตอนกี่โมง ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าจะไปไหนอยากจะลองไปที่ใหม่ไม่เคยไปก็คือไปฝั่งเกาลูนดู อยากจะไป victoria peak แต่ว่าถูกใจเพื่อนร่วมงานเค้าจะไป causeway bay บอกจะพาไปกินติ่มซำก็เลยไปกับเค้าดีกว่ามีเพื่อนเดินย่อมสนุกกว่า
ก็นัดเจอกันตอนเที่ยงไปกันสี่คน(ฮ่องกง..เร็วว่าไทยหนึ่งชั่วโมง)นั่งรถไฟจากสนามบินไปสถานีฮ่องกงแล้วต่อรถ H2 ซึ่งผ่านตามโรงแรมต่างๆไปลงที่โรงแรม excelsior ตรงนั้นก็ห้างร้านค้าเยอะแยะแล้วแต่ว่าเราเดินไปกินติ่มซำก่อนร้านชื่อ cheers ไรเนี่ย(ข้อมูลไม่ปึกเลยวุ้ย)สั่งอาหารเมืองจีนทีไรเป็นต้องมีช่วงชี้ตามโต๊ะ สั่งแบบโต๊ะข้างๆจะสั่งผักแต่สั่งไม่ได้ต้องชี้ ติ่มซำอร่อยดีฮะเก๋าเหนียวนุ่มดีแท้ มีเกี๊ยวกรอบที่ใหญ่มากแป้งที่ห่อจับชายมันเป็นวงกลมต้องใช้มือจับ กรอบสุดๆ แต่ไม่มีเผือกทอดอ่ะ ที่มีมันก็ออกจะเป็นของหวานมากกว่า(สั่งมาแล้วเห็นบอก deep fried taro bun ไรเนี่ย)เสียเงินคนละ 280 บาท(ประมาณ ห้าบาทต่อ 1 ดอลล่าฮ่องกง)
อิ่มแล้วก็เป็นเวลาเดินเล่น นัดเจอกันเป็นจุดๆ แล้วแยกย้ายกันเดิน ฉันเสียเงินกะ bossini จนได้ว่าจะไม่ซื้ออะไรน้า..แต่เดินเข้าไปเล่นๆแล้วเห็นกางเกงขาสั้นน่ารักดีประมาณห้าร้อยบาทถูกกว่าขายในบ้านเราแน่ๆก็ซื้อซะเลยให้น้องด้วยคนละตัว พอสมาชิกมารวมตัวกันอีกเหมือนว่าเวลาที่ให้ตอนแรกมันน้อยไปก็เลยแยกกันใหม่ให้เวลาสองชั่วโมงแหนะ คราวนี้ไปทีละสอง พวกผู้ชายก็ไปกันสองคนฉันก็ไปกะพี่แอร์ ตามพี่เค้าไปเดินในซอกเล็กๆระหว่างพวกร้านเป็นตึกๆ บรรยากาศในนั้นเหมือนสำเพ็งมีพวกชุดนอน เสื้อกล้าม เสื้อยืด เหมือนที่เอาไปขายตามสยามหรือหลังบริษัทเลย เสียเงินซื้อชุดนอนมาด้วยร้อยบาทเองเป็นลายก๊อปปี้ซานริโอ้ อิอิ ถูกนะ เพราะชุดนอนคิตตี้ที่ขายที่ญี่ปุ่นราคาชุดนึงเกือบหกพันเยนแหนะ มีกระเป๋าเมทัลลิคด้วยแต่ว่าตอนนี้มัน out ไปยังนะก็ไม่ได้ถามราคาเพราะคงไม่กล้าใช้หรอกแต่มีแบบหนังธรรมดาด้วยใบใหญ่แบบพวกนางแบบชอบใช้ราคาแค่ 600 เองดันไม่ซื้อมาเพราะคิดว่าประหยัดไว้ซื้อมาก็ไม่ใช้หรอก แต่ว่าฉันกะพี่แอร์มาเสียใจภายหลังทั้งคู่เลยหละที่ไม่ได้ซื้อกระเป๋านั่นมา งืออ....
พอเข้าร้าน bossini อีกรอบ(พี่เค้ายังไม่ได้มา)ฉันก็เสียเงินอีกเพราะไปเห็นกระเป๋าเดินทางผ้าร่มก็ถูกกว่ากระเป๋าหนังที่ติดใจแล้วก็พับให้เล็กๆได้เราก็เอาไปบินได้เวลาไปเที่ยวก็กางออกมาใช้ราคาประมาณ 450 เอง
พอถึงเวลารวมพลครั้งที่สองก็เดินย้ายฝั่งไปแถวร้าน Ikea แล้วก็แยกกันอีกชั่วโมงนึงผู้ชายไป ikea พี่แอร์ไปนั่งพักเพราะเจ็บเท้า พี่สจ๊วตบอกให้ฉันไปเดินเล่นในตึก Causway place มันเป็นร้านเล็กๆขายของวัยรุ่นแบบญี่ปุ่นไรเงี้ย ก็เดินไป จะบ้าตายมันวนๆเล็กๆ ที่สำคัญหาทางลงไม่ได้ !!!!!! น้ำตาจะไหลชักหมดสนุกแล้วเดินไปเดินมาก็วนมาเจอร้านเดิมแต่มีครั้งนึงหลุดไปทางด้านหลังมีคาเฟ่ชาไข่มุก วัยรุ่นเยอะมากเลยนั่งเต็มร้านเด็กที่มาเดินก็แนวๆหนะ ของในนี้ก็เป็นแบบวัยรุ่นและตอกย้ำว่าอิทธิพลของแฟชั่นญี่ปุ่นเนี่ยมันไปทุกที่จริงๆ ข้าวของไม่ได้ซื้อรองเท้ามันก็แพงน้า 1500 บาทก็ไม่ได้โดน กลายเป็นเสียเงินซื้อ gummy แทนราคาถูกกว่าขายบ้านเรา เคี้ยวเล่นเหนียวหนึบระหว่างหาทางออก ..... ลองลงลิฟท์ไปชั้น G เผื่อจะออกได้เปิดมา ไอ่หย๋า..มืดรกสกปรก กดปิดแทบไม่ทัน..ต้องมาเดินวนๆต่อไป.....ไอ่บ้า!!! ทางออกมันอยู่นอกเขตร้านต้องเปิดประตูออกไปแล้วเดินลงกระได....นึกว่าไม่ได้ออกมาแล้วตู
มาถึงก่อนเวลานัดหมายกับพวกหนุ่มๆก็เลยไปหาพี่แอร์ที่ร้านเดลิฟองซ์นั่งกินชามะนาวแก้ว 70 บาท นึกว่าจะไปกินเพิ่มที่ร้านอาหารเย็น ดันกลายเป็นว่าที่ร้านข้างถนนราคาชามะนาวแพงกว่าในเดลิฟองซ์สิบบาท = ="" ไม่น่าเลยตู
อาหารเย็นกินร้านที่ไม่ชอบใจตอนมากินครั้งแรกนั่นแหละแต่คราวนี้น้องสจ๊วตสั่งข้าวหมูทอดแนะนำ อร่อยจริงๆ อยากกินอีก เผ็ดๆเค็มๆบอกไม่ถูก เกี๊ยวกุ้งที่ตั้งใจจะไปกิน กินแล้วไม่แน่ใจว่าอร่อยกว่าสิงค์โปร์หรือเปล่าแล้วก็คิดว่าไม่เห็นจะต่างจากเกี๊ยวกุ้งS&P สงสัยยังไม่ใช่ร้านอร่อย
รอ shuttle bus หน้าโรงแรม park lane ไปสถานีรถไฟแล้วก็กลับโรงแรม หมดแหละหนึ่งวันในฮ่องกง คิดๆแล้วก็ชักอยากจะไปเที่ยวฮ่องกงอีก อยากไปหาเกี๊ยวกุ้งกะหมูแดงอร่อยๆ ถ้าไปตอนมันลดราคาทั้งเกาะด้วยก็คงจะดี
คืนนี้จะบินไปเซี่ยงไฮ้ จะไปกินเป็ดปักกิ่งแสนอร่อย อิอิ ทัวร์กินจ้าทัวร์กิน
ป.ล น้ำหนักขึ้นมา สามกิโลจากที่ไม่ขึ้นมาเป็นสิบกว่าปี
Saturday, May 28, 2005
Tuesday, May 24, 2005
หมดอารมณ์
ตอนมีเรื่องดีๆอยากจะเล่าอยากจะเขียนคอมพิวเตอร์ก็พังซะยังงั้น ลงใหม่ห้าหกรอบหงุดหงิดจนจำอารมณ์ร่วมกับเหตุการ์ณไม่ได้แล้ว กว่าจะได้คอมใสปิ๊ง format ไปหลายรอบจะเสร็จจะเสร็จมีพวกหนอนบ้าบอ รอบสุดท้ายลงแค่ xp ตามด้วยad aware รันปุ๊ปก็เจอ spyware เลย กว่าจะลงอะไรครบสแกนหลายรอบจนประสาทกินตอนนี้เลยตั้งให้รัน adaware ทุกครั้งที่เปิดเครื่องแล้วก็ไม่ได้ลงพลัสขอMSN เข็ดมันจริงๆ
นึก...นึกเรื่องที่ผ่านมาก่อน....
อ่า... เอาเรื่องดีๆก่อน ไปโอซาก้ามาไม่ได้ไปเที่ยวในเมืองหรอกขี้เกียจหาเรื่องไปไม่มีอะไรอยากได้รองเท้าผ้าใบยังไม่จำเป็นก็เลยตามพี่แอร์ไปเดินร้านชิเซโด้แถวโรงแรม ร้านเล็กๆลดราคาจากป้าย 20% (ตามร้านขายยาหรือร้านเล็กพวกเนี่ยจะลด 20% เคยเจอ 30%ด้วยที่นาโกย่า)ทั้งที่ไม่คิดจะซื้ออะไรน้าเสียเงินไปห้าพันกว่าเยน ซื้อที่ล้างครีมกันแดด น้ำยาล้างแปรง แล้วก็ลิปสติกใหม่
แล้วก็ไปเดินเล่นในจัสโก้ถึงแม้มันจะอยู่ใกล้ๆโรงแรมแต่ที่ผ่านๆมาไม่เคยไปเดินในห้างนอกจากซุปเปอร์ฯ คราวนี้พี่เค้าจะพาไปกินบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวที่เป็นที่นิยมแต่ว่าจะรอรอบเย็นเพราะมีของกินหลากหลายกว่าก็เลยเดินเล่นก่อน เสียเงินซื้อหนังสือสอนพับกระดาษที่จริงที่บ้านก็มีอยู่เล่มยังพับตามไม่หมดเลย แต่ก็เห็นมันแค่ 1200 เยนกระดาษสีดีๆเลย และความขี้เห่อก็เสียเงินซื้อกระดาษด้วย(ที่บ้านก็มีเพียบ)มาพับเล่นที่โรงแรมก่อนนอน
ร้านอาหารชื่อ Top run อาหารรอบเย็นเริ่มบ่ายสี่โมงเย็นราคาคนละ 1575 เยนให้เวลารับประทาน 90 นาที ที่พิเศษกว่ากลางวันคือมีซูชิ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ ของหวาน(กลางวันเก้าร้อยกว่าเยน)

ฉันไม่กินเนื้อก็เลยตักแต่หมู ปลาหมึก หอย มีหมูหลายแบบแต่เป็นพวกเบค่อนมีแบบหมักต่างๆกันแต่กินแล้วก็ยังแยกไม่ออก ไม่กินข้าวทั้งที่เป็นข้าวแกงกระหรี่เพราะเค้าดันผสมเนื้อวัวไปด้วย ไม่น่าจะไปถามพนักงานเลยทำมั่วๆกินไปก็ดีหรอก อิอิ กินซูชินิดหน่อย กินหมูย่างกะสลัดและกิมจิ

กินพวกย่างๆไปน้อยกว่าที่คิดแต่อิ่มสุดๆไปเลยเกือบจะกินจานสุดท้ายที่ตักมาไม่หมด แต่พอถึงของหวานเริ่มใหม่เค้กอร่อยมากๆกินไปหกชิ้นเล็กกับหนึ่งชิ้นใหญ่เค้าไม่มีกาแฟเย็นให้ก็ยังอุสาหะไปชงแล้วไปตักน้ำแข็งมากินกะขนม อร่อยเหาะ แล้วก็กินผลไม้ด้วย มีลิ้นจี่เสริฟด้วยอ่ะ ออกจากร้านแบบอึดอัดเลย

คราวนี้เป้าหมายหลักแล้วหละไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อน้ำสลัดงา มาม่า ขนมนิดหน่อยไม่ซื้อป๊อกกี้ซักกล่อง เบื่อแล้วแต่ว่ามันก็มีของใหม่ที่ไม่เคยกินอีกจนได้(ขายในโรงแรมที่ห้างไม่มี)เป็นมูสถั่วแดง แบกน้ำชามาด้วยเป็นชาไดเอทของโค้กจืดแต่ไม่ขมใสๆดื่มเพลินๆเลยไว้ไปอีกกินอีก
ถึงแม้จะอิ่มแล้วแต่ก็ยังมีของอยากกินอยู่คือชูครีมและเครปแต่เดินซุบเปอร์นานร้านเครปปิดเลย >< ก่อนกลับซื้อmister donut กลับด้วย pon de ring อ่ะแหละ คิดไปเองว่าอร่อยกว่าบ้านเราหรือเปล่านะแต่ที่อร่อยแน่ๆคือ old fashion ชอบจริงๆ
ก่อนกลับนั่งพักขากันหน้าร้านขนม ของในร้านก็ขนมเก่าๆ เก๋าๆสมัยเด็กแหละคิดว่าถ้าเป็นบ้านเรารับรองมีหมากฝรั่งบุหรี่ตาแมวทำนองนั้นหนะ ไม่นั่งพักขาเปล่าๆกินอีกต่างหากพี่แอร์กินไอติมชาเขียว ฉันก็ขุดชูครีมมากินกะโดนัทหนึ่งอันกินกับชาลิปตัน ปอปสิงจริงๆ

เดินกลับโรงแรมยังแวะ7-11 ฉันซื้อชากล่องใหม่ไว้กินตอนเช้า พี่แอร์ยังพาแวะร้านทาโกยากินั่งกินกันอีก = ="

เข้าโรงแรมยังไป crew room อีกไปกินเมล่อนโซดา = =""" ทัวร์กินชัดๆ ถ้าได้ไปโอซาก้าอีกอยากกินบาร์บีคิวอีก ส่วนฝนที่กลัวจะตกนักหนาก็ตอนสายๆกะตอนบ่ายนิดนึง ไม่ถึงขนาดตั้งกางร่ม
**********
ตอนที่หายไปโดนหลอกมาด้วยแหละ...เรื่องที่พักฟรีไง...ว่าแล้วของฟรีไม่มีในโลกฉันต้องไปนั่งฟังเค้าพรรณาเรื่องคลับสำหรับการท่องเที่ยวหรูหราราคาประหยัดของเค้าอยู่นานถึง 2.30 ชั่วโมง ไม่รู้ทนได้ไงแต่ง่ายๆเลยก็ดันบอกเค้าไปตอนถามอาชีพว่าเป็นแอร์หนะสิถึงไม่อยากทำกริยาไม่ดีออกไปมาก(แต่ก็กวนตีนไปพอควร) ประมาณว่าต้องเป็นสมาชิกจ่ายค่าแรกเข้าซึ่งไม่ยอมบอก จะบอกก็ต่อเมื่อเราอยากจะสมัครเท่านั้นเค้าบอกว่า ถ้าไม่อยากสมัครก็ไม่รู้ว่าจะรู้ราคาไปทำไม เค้าถามเราแหละว่าถ้าถูกมากๆจะสมัครมั้ย เราก็ไม่สมัครอยู่ดี(ยังงี้แต่ละคนราคาไม่เท่ากันแน่ๆ)ค่าแรกเข้าไม่พอยังมีค่ารายปีอีกปีละสองพันไปอีก 30 ปีเลยนะ ถึงจะบอกว่าขายอายุสมาชิกได้ แล้วขายใครอ่ะ ค่าห้องพักหนะมันก็เหมือนถูกหรอกราคาเดียวทั่วโลกสำหรับโรงแรมที่เค้าdealอยู่แต่ว่าใครจะไปได้บ่อยๆยังงั้น ไม่ใช่ไฮโซหนิ จะได้ไปต่างประเทศทุกปิดเทอม ญาติก็ไม่เยอะไม่เห็นใครที่บ้านจะชอบเที่ยวเลย เลือกคนมาผิดแท้ๆ ทั้งที่ฉันก็กรอกแค่พนักงานรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนสามหมื่น เหตุผลที่ไปต่างประเทศที่ไปก็ทำงานทั้งนั้น แต่เพื่อนฉันมันเขียนว่านักศึกษาไปต่างประเทศเพื่อเที่ยวไม่เลือกเค้าหละ เหอเหอ
ถ้าเราจะไปอ่ะแพงหน่อยจะเป็นไรจะมาผูกมัดเราไว้สามสิบปีเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยอ่ะ แถมบัตรเบ่ง(บัตรพนักงาน)ก็ลดราคาห้องพักตามโรงแรมกะรีสอร์ทได้หรอก แหยะ มาหลอกเค้า...
สุดท้ายก็ได้บัตรห้องพักมาแต่ว่าจะไปก็ต้องจองผ่านบริษัทเนี่ยอีกแถมในใบจองมีกรอกบัตรเครดิตด้วย ใครจะไปหว่า สรุปไปฟรีแต่ก็คิดว่าไม่เสียเวลาเปล่าอ่ะ ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองมันไม่ฝักใฝ่ในการท่องเที่ยวเอาซะเลย อยากไปแค่ทะเล อยากไปญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆไม่กี่ประเทศ ชีวิตนี้ไม่ได้ไปแอฟริกาใต้หรือดูปลาวาฬอลาสก้าก็คิดว่าตายตาหลับแหละ หนอยถามเราว่าทำงานแอร์ไม่ได้ชอบเที่ยวหรอ ...ป่าวอ่ะ ไมได้ชอบเที่ยว ชอบที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่างหากถึงได้มาสมัคร :P (แก้ตัวก่อน หมายถึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื่องนะไม่ใช่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่)
นึก...นึกเรื่องที่ผ่านมาก่อน....
อ่า... เอาเรื่องดีๆก่อน ไปโอซาก้ามาไม่ได้ไปเที่ยวในเมืองหรอกขี้เกียจหาเรื่องไปไม่มีอะไรอยากได้รองเท้าผ้าใบยังไม่จำเป็นก็เลยตามพี่แอร์ไปเดินร้านชิเซโด้แถวโรงแรม ร้านเล็กๆลดราคาจากป้าย 20% (ตามร้านขายยาหรือร้านเล็กพวกเนี่ยจะลด 20% เคยเจอ 30%ด้วยที่นาโกย่า)ทั้งที่ไม่คิดจะซื้ออะไรน้าเสียเงินไปห้าพันกว่าเยน ซื้อที่ล้างครีมกันแดด น้ำยาล้างแปรง แล้วก็ลิปสติกใหม่
แล้วก็ไปเดินเล่นในจัสโก้ถึงแม้มันจะอยู่ใกล้ๆโรงแรมแต่ที่ผ่านๆมาไม่เคยไปเดินในห้างนอกจากซุปเปอร์ฯ คราวนี้พี่เค้าจะพาไปกินบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิวที่เป็นที่นิยมแต่ว่าจะรอรอบเย็นเพราะมีของกินหลากหลายกว่าก็เลยเดินเล่นก่อน เสียเงินซื้อหนังสือสอนพับกระดาษที่จริงที่บ้านก็มีอยู่เล่มยังพับตามไม่หมดเลย แต่ก็เห็นมันแค่ 1200 เยนกระดาษสีดีๆเลย และความขี้เห่อก็เสียเงินซื้อกระดาษด้วย(ที่บ้านก็มีเพียบ)มาพับเล่นที่โรงแรมก่อนนอน
ร้านอาหารชื่อ Top run อาหารรอบเย็นเริ่มบ่ายสี่โมงเย็นราคาคนละ 1575 เยนให้เวลารับประทาน 90 นาที ที่พิเศษกว่ากลางวันคือมีซูชิ หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ ของหวาน(กลางวันเก้าร้อยกว่าเยน)

ฉันไม่กินเนื้อก็เลยตักแต่หมู ปลาหมึก หอย มีหมูหลายแบบแต่เป็นพวกเบค่อนมีแบบหมักต่างๆกันแต่กินแล้วก็ยังแยกไม่ออก ไม่กินข้าวทั้งที่เป็นข้าวแกงกระหรี่เพราะเค้าดันผสมเนื้อวัวไปด้วย ไม่น่าจะไปถามพนักงานเลยทำมั่วๆกินไปก็ดีหรอก อิอิ กินซูชินิดหน่อย กินหมูย่างกะสลัดและกิมจิ

กินพวกย่างๆไปน้อยกว่าที่คิดแต่อิ่มสุดๆไปเลยเกือบจะกินจานสุดท้ายที่ตักมาไม่หมด แต่พอถึงของหวานเริ่มใหม่เค้กอร่อยมากๆกินไปหกชิ้นเล็กกับหนึ่งชิ้นใหญ่เค้าไม่มีกาแฟเย็นให้ก็ยังอุสาหะไปชงแล้วไปตักน้ำแข็งมากินกะขนม อร่อยเหาะ แล้วก็กินผลไม้ด้วย มีลิ้นจี่เสริฟด้วยอ่ะ ออกจากร้านแบบอึดอัดเลย

คราวนี้เป้าหมายหลักแล้วหละไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อน้ำสลัดงา มาม่า ขนมนิดหน่อยไม่ซื้อป๊อกกี้ซักกล่อง เบื่อแล้วแต่ว่ามันก็มีของใหม่ที่ไม่เคยกินอีกจนได้(ขายในโรงแรมที่ห้างไม่มี)เป็นมูสถั่วแดง แบกน้ำชามาด้วยเป็นชาไดเอทของโค้กจืดแต่ไม่ขมใสๆดื่มเพลินๆเลยไว้ไปอีกกินอีก
ถึงแม้จะอิ่มแล้วแต่ก็ยังมีของอยากกินอยู่คือชูครีมและเครปแต่เดินซุบเปอร์นานร้านเครปปิดเลย >< ก่อนกลับซื้อmister donut กลับด้วย pon de ring อ่ะแหละ คิดไปเองว่าอร่อยกว่าบ้านเราหรือเปล่านะแต่ที่อร่อยแน่ๆคือ old fashion ชอบจริงๆ
ก่อนกลับนั่งพักขากันหน้าร้านขนม ของในร้านก็ขนมเก่าๆ เก๋าๆสมัยเด็กแหละคิดว่าถ้าเป็นบ้านเรารับรองมีหมากฝรั่งบุหรี่ตาแมวทำนองนั้นหนะ ไม่นั่งพักขาเปล่าๆกินอีกต่างหากพี่แอร์กินไอติมชาเขียว ฉันก็ขุดชูครีมมากินกะโดนัทหนึ่งอันกินกับชาลิปตัน ปอปสิงจริงๆ

เดินกลับโรงแรมยังแวะ7-11 ฉันซื้อชากล่องใหม่ไว้กินตอนเช้า พี่แอร์ยังพาแวะร้านทาโกยากินั่งกินกันอีก = ="

เข้าโรงแรมยังไป crew room อีกไปกินเมล่อนโซดา = =""" ทัวร์กินชัดๆ ถ้าได้ไปโอซาก้าอีกอยากกินบาร์บีคิวอีก ส่วนฝนที่กลัวจะตกนักหนาก็ตอนสายๆกะตอนบ่ายนิดนึง ไม่ถึงขนาดตั้งกางร่ม
**********
ตอนที่หายไปโดนหลอกมาด้วยแหละ...เรื่องที่พักฟรีไง...ว่าแล้วของฟรีไม่มีในโลกฉันต้องไปนั่งฟังเค้าพรรณาเรื่องคลับสำหรับการท่องเที่ยวหรูหราราคาประหยัดของเค้าอยู่นานถึง 2.30 ชั่วโมง ไม่รู้ทนได้ไงแต่ง่ายๆเลยก็ดันบอกเค้าไปตอนถามอาชีพว่าเป็นแอร์หนะสิถึงไม่อยากทำกริยาไม่ดีออกไปมาก(แต่ก็กวนตีนไปพอควร) ประมาณว่าต้องเป็นสมาชิกจ่ายค่าแรกเข้าซึ่งไม่ยอมบอก จะบอกก็ต่อเมื่อเราอยากจะสมัครเท่านั้นเค้าบอกว่า ถ้าไม่อยากสมัครก็ไม่รู้ว่าจะรู้ราคาไปทำไม เค้าถามเราแหละว่าถ้าถูกมากๆจะสมัครมั้ย เราก็ไม่สมัครอยู่ดี(ยังงี้แต่ละคนราคาไม่เท่ากันแน่ๆ)ค่าแรกเข้าไม่พอยังมีค่ารายปีอีกปีละสองพันไปอีก 30 ปีเลยนะ ถึงจะบอกว่าขายอายุสมาชิกได้ แล้วขายใครอ่ะ ค่าห้องพักหนะมันก็เหมือนถูกหรอกราคาเดียวทั่วโลกสำหรับโรงแรมที่เค้าdealอยู่แต่ว่าใครจะไปได้บ่อยๆยังงั้น ไม่ใช่ไฮโซหนิ จะได้ไปต่างประเทศทุกปิดเทอม ญาติก็ไม่เยอะไม่เห็นใครที่บ้านจะชอบเที่ยวเลย เลือกคนมาผิดแท้ๆ ทั้งที่ฉันก็กรอกแค่พนักงานรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนสามหมื่น เหตุผลที่ไปต่างประเทศที่ไปก็ทำงานทั้งนั้น แต่เพื่อนฉันมันเขียนว่านักศึกษาไปต่างประเทศเพื่อเที่ยวไม่เลือกเค้าหละ เหอเหอ
ถ้าเราจะไปอ่ะแพงหน่อยจะเป็นไรจะมาผูกมัดเราไว้สามสิบปีเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยอ่ะ แถมบัตรเบ่ง(บัตรพนักงาน)ก็ลดราคาห้องพักตามโรงแรมกะรีสอร์ทได้หรอก แหยะ มาหลอกเค้า...
สุดท้ายก็ได้บัตรห้องพักมาแต่ว่าจะไปก็ต้องจองผ่านบริษัทเนี่ยอีกแถมในใบจองมีกรอกบัตรเครดิตด้วย ใครจะไปหว่า สรุปไปฟรีแต่ก็คิดว่าไม่เสียเวลาเปล่าอ่ะ ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองมันไม่ฝักใฝ่ในการท่องเที่ยวเอาซะเลย อยากไปแค่ทะเล อยากไปญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆไม่กี่ประเทศ ชีวิตนี้ไม่ได้ไปแอฟริกาใต้หรือดูปลาวาฬอลาสก้าก็คิดว่าตายตาหลับแหละ หนอยถามเราว่าทำงานแอร์ไม่ได้ชอบเที่ยวหรอ ...ป่าวอ่ะ ไมได้ชอบเที่ยว ชอบที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่างหากถึงได้มาสมัคร :P (แก้ตัวก่อน หมายถึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื่องนะไม่ใช่ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่)
Tuesday, May 17, 2005
ฝนตก
กลับเชียงใหม่ไปสองคืนฝนตกนิดหน่อยแต่ที่กรุงเทพคงจะตกหนักมากนั่งรถผ่านมาเห็นป้ายโฆษณาพังพินาศ ระเบียงหน้าห้องนอนก็เละ มีน้ำขังนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจคือฝุ่นแดงๆ ที่เหมือนจะมีแต่ระเบียงห้องฉัน เคยเข้าใจว่าเป็นดินจากกระถางที่คว่ำไม่ได้ใช้งานขนไปทิ้งก็อึ้งไปทีเพราะกระถางที่คว่ำไม่มีดินซะหน่อยแทนที่จะหมดปัญหา หรือว่าหลังคาร่อนแล้วมันร่อนหลุดแต่หลังคาบนห้องฉันหรือไง ฝั่งห้องน้าไม่เป็น ฝั่งเพื่อนบ้านถัดไปก็ไม่เป็น ต้องออกแรงไปล้างระเบียง
มีโทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าจากบริษัทที่สำรวจความคิดเห็นในงานเที่ยวทั่วไทยนั่น เค้าบอกฉันได้ห้องพักฟรีมีที่พัทยาสองคืน ภูเก็ตสี่คืน หรือบาหลีเจ็ดคืน !?!?! อารายน้า....เค้าจะให้บัตรใช้สิทธ์ซึ่งเลือกพักที่นึงเท่านั้นออกให้แต่ค่าห้องอย่างอื่นออกเอง เค้าเปิดแจกบัตรสองวันคือวันนี้กะพรุ่งนี้แต่ฉันจะไปญี่ปุ่นคืนนี้ เค้าก็ไม่ตัดสิทธิ์นะบอกจะโทรมาใหม่หลังจากฉันกลับมา ธุรกิจแบบไหนกันอ่า เรื่องจริงหรือเปล่า เดี๋ยวต้องลองถาม"กัน"ดูสิว่าได้รับโทรศัพท์แบบเดียวกันหรือเปล่าเพราะว่ากันก็กรอกแบบสอบถามเหมือนกันแถมเหตุผลของการไปต่างประเทศคือไปเที่ยว ส่วนฉันใส่ว่าไปทำงาน
เช็คพยากรณ์อากาศที่โอซาก้าก่อนเก็บกระเป๋า เป็นเซ็ง พรุ่งนี้ฝนตกแล้วมันก็ตกแค่พรุ่งนี้วันเดียวซะอีก ว่าจะแรดไปในเมืองซะหน่อยเพราะนานมากที่ไม่ได้ไปโอซาก้า ฝนตกก็เที่ยวห้าง Saty ถัดไปสองสามสถานีจากโรงแรมก็พอ แค่อยากได้น้ำสลัดกะขนม ถ้าไม่เป็นการฟุ่มเฟือยเกินไปอยากได้รองเท้าผ้าใบราคาสามพันกว่าบาท(ฟุ่มเฟือยแล้วนั่นหนะ)
ตีกอล์ฟซักเกมดีกว่า(ปังย่า :: เกมออนไลน์)เดี๋ยวไปอ่านแมวสามสียอดนักสืบกำลังจะจบเล่มห้าแล้วเชียว
ป.ล ไปเชียงใหม่เย็นวันอาทิตย์ น้องมารับไปกินข้าวเย็นร้านคุณเชิญสามคนสั่งไปสี่อย่างกินมะหมด แล้วก็นั่งเล่นๆที่ร้านกาแฟวาวี ไปบ่อยๆชักไม่ปลื้ม"มอคค่ายินดี"แหละเมนูเครื่องดื่มก็กินไม่ยังครบหรอกแต่ไม่ใช่ของที่ชอบไม่มีพวกน้ำชาด้วย ยิ่งคราวนี้เจอเค้กชอกโกแลตฟัดจ์รสชาติไม่เอาอ่าวเทียบกับเค้กชอกโกแลตฟัดจ์สิบบาทจัดตุจักร์ยังไม่ได้เซ็งเลยอยากจะทำเค้กไปส่งร้านเค้าจริงๆ(ทำยังไม่เป็นแต่คิดว่าอร่อยกว่า..มั่นใจมะหละ)
วันที่ 16 เบญมาหาที่บ้านให้สอนการลงโปรแกรมจะเอารูปจากมือถือลงคอม ไฮเทคจริงๆอยากมีมือถือถ่ายรูปได้มั่ง (เพื่อนซื้อข้าวกลางวันมาให้เป็นค่าตอบแทน)
ตอนบ่ายพาแม่ไปโฮมโปรจะไปหาเครื่องซักผ้าแต่ดันไปได้อย่างอื่นไว้สำหรับเซอร์ไพรส์เด็กที่บ้าน เดือนหน้าค่อยซื้อเครื่องซักผ้าให้แม่
ตอนเย็นออกไปหาแก๊งค์หมูกระทะที่เปลี่ยนมากินหมูจุ่มหน้ามอแทน เดี๋ยวสมาชิกจะแยกย้ายไปเรียนต่อเมืองนอกกันหมด วงแตกกันพอดี งือออออ

วันที่ 17 พาแม่ไปกินอาหารมังสาวิรัติที่ร้านออร์คิดก่อนมาส่งตัวเองที่สนามบิน
ป.ล 2 ประตูหน้ามอเล็กๆที่เคยใช้เดินออกมาซื้อขนมปิด !! ปิดไมหว่า ปิดเทอมเรอะเลยต้องลอดรั้วออกมา คนมันก็ช่างทำนะ ตัดเหล็กบางๆที่คั่นกลางออก ขืนเดินอ้อมไปประตูใหญ่หมดอารมณ์เดินหน้ามอ กันพอดี
สาธิตโดยปุ๊กกี้

กระรอกของแม่

แมวกินปลา
มีโทรศัพท์เข้ามาหาบอกว่าจากบริษัทที่สำรวจความคิดเห็นในงานเที่ยวทั่วไทยนั่น เค้าบอกฉันได้ห้องพักฟรีมีที่พัทยาสองคืน ภูเก็ตสี่คืน หรือบาหลีเจ็ดคืน !?!?! อารายน้า....เค้าจะให้บัตรใช้สิทธ์ซึ่งเลือกพักที่นึงเท่านั้นออกให้แต่ค่าห้องอย่างอื่นออกเอง เค้าเปิดแจกบัตรสองวันคือวันนี้กะพรุ่งนี้แต่ฉันจะไปญี่ปุ่นคืนนี้ เค้าก็ไม่ตัดสิทธิ์นะบอกจะโทรมาใหม่หลังจากฉันกลับมา ธุรกิจแบบไหนกันอ่า เรื่องจริงหรือเปล่า เดี๋ยวต้องลองถาม"กัน"ดูสิว่าได้รับโทรศัพท์แบบเดียวกันหรือเปล่าเพราะว่ากันก็กรอกแบบสอบถามเหมือนกันแถมเหตุผลของการไปต่างประเทศคือไปเที่ยว ส่วนฉันใส่ว่าไปทำงาน
เช็คพยากรณ์อากาศที่โอซาก้าก่อนเก็บกระเป๋า เป็นเซ็ง พรุ่งนี้ฝนตกแล้วมันก็ตกแค่พรุ่งนี้วันเดียวซะอีก ว่าจะแรดไปในเมืองซะหน่อยเพราะนานมากที่ไม่ได้ไปโอซาก้า ฝนตกก็เที่ยวห้าง Saty ถัดไปสองสามสถานีจากโรงแรมก็พอ แค่อยากได้น้ำสลัดกะขนม ถ้าไม่เป็นการฟุ่มเฟือยเกินไปอยากได้รองเท้าผ้าใบราคาสามพันกว่าบาท(ฟุ่มเฟือยแล้วนั่นหนะ)
ตีกอล์ฟซักเกมดีกว่า(ปังย่า :: เกมออนไลน์)เดี๋ยวไปอ่านแมวสามสียอดนักสืบกำลังจะจบเล่มห้าแล้วเชียว
ป.ล ไปเชียงใหม่เย็นวันอาทิตย์ น้องมารับไปกินข้าวเย็นร้านคุณเชิญสามคนสั่งไปสี่อย่างกินมะหมด แล้วก็นั่งเล่นๆที่ร้านกาแฟวาวี ไปบ่อยๆชักไม่ปลื้ม"มอคค่ายินดี"แหละเมนูเครื่องดื่มก็กินไม่ยังครบหรอกแต่ไม่ใช่ของที่ชอบไม่มีพวกน้ำชาด้วย ยิ่งคราวนี้เจอเค้กชอกโกแลตฟัดจ์รสชาติไม่เอาอ่าวเทียบกับเค้กชอกโกแลตฟัดจ์สิบบาทจัดตุจักร์ยังไม่ได้เซ็งเลยอยากจะทำเค้กไปส่งร้านเค้าจริงๆ(ทำยังไม่เป็นแต่คิดว่าอร่อยกว่า..มั่นใจมะหละ)
วันที่ 16 เบญมาหาที่บ้านให้สอนการลงโปรแกรมจะเอารูปจากมือถือลงคอม ไฮเทคจริงๆอยากมีมือถือถ่ายรูปได้มั่ง (เพื่อนซื้อข้าวกลางวันมาให้เป็นค่าตอบแทน)
ตอนบ่ายพาแม่ไปโฮมโปรจะไปหาเครื่องซักผ้าแต่ดันไปได้อย่างอื่นไว้สำหรับเซอร์ไพรส์เด็กที่บ้าน เดือนหน้าค่อยซื้อเครื่องซักผ้าให้แม่
ตอนเย็นออกไปหาแก๊งค์หมูกระทะที่เปลี่ยนมากินหมูจุ่มหน้ามอแทน เดี๋ยวสมาชิกจะแยกย้ายไปเรียนต่อเมืองนอกกันหมด วงแตกกันพอดี งือออออ
วันที่ 17 พาแม่ไปกินอาหารมังสาวิรัติที่ร้านออร์คิดก่อนมาส่งตัวเองที่สนามบิน
ป.ล 2 ประตูหน้ามอเล็กๆที่เคยใช้เดินออกมาซื้อขนมปิด !! ปิดไมหว่า ปิดเทอมเรอะเลยต้องลอดรั้วออกมา คนมันก็ช่างทำนะ ตัดเหล็กบางๆที่คั่นกลางออก ขืนเดินอ้อมไปประตูใหญ่หมดอารมณ์เดินหน้ามอ กันพอดี
สาธิตโดยปุ๊กกี้
กระรอกของแม่
แมวกินปลา
Friday, May 13, 2005
Dream destination
ไปงาน"ลดกระหน่ำ วันธรรมดาราคาเดียว" ได้เอกสารมาเยอะแยะอยากไปนั่นนี่นู่นเต็มไปหมด
นัดกับ"กัน"จะไปเดินดูแพกเกจท่องเที่ยวตอนบ่ายๆไปดูหนังปรากฎว่าเดินในงานตั้งแต่บ่ายจนถึงทุ่มกว่า สุดยอด เดินทั่วงานไปหมด ราคาที่พักก็ถูกมากเลย อยากไปเยอะแยะแต่พวกไปไกลๆถ้ารวมค่าเครื่องบินเข้าไปก็แพง การบินไทยมาจัดรายการไปไหนๆก็ 3800 ที่ไกลๆเพื่อนก็คงจะไปด้วยลำบาก ถ้าจะพาน้องไปก็ต้องจองตั๋วเครื่องบินไว้เลยเพราะนอกงานก็แพงอ้วกหละ หรือจะให้น้องบินพวก low cost อิอิ ไปเจอกันสนามบินเที่ยวแบบนั่งรถทัวร์ไปก็ได้หรอกแต่จะเสียเวลาเดินทาง
ไปใกล้ๆหน่อยก็พวกเกาะกูดก็ไม่เลวเลยแพกเกจสามวันสองคืนของ captain hook แค่ 1900 บาทเองต่อสองคนก็คนละแปดร้อยนั่งรถทัวร์ไปอีกสองร้อยกว่าบาท ถูกซะ
อะไรๆมันก็ถูกแต่มันต้องไปวันธรรมดาซึ่งมีฉันไม่มีปัญหา กันก็ไม่มีเพราะไม่ได้ทำงานปิดเทอมกลับมาเที่ยวไทย แต่คนอื่นทำงานออฟฟิศ คิดยากวุ้ย ส่วนน้องฉันก็เห็นจะลาออกไปขายก๋วยเตี๋ยวก็เที่ยววันธรรมดาได้
เด๋วนั่งคัดเลือกดีกว่าว่าไปไหนดีแต่ที่อยากไปสุดๆตอนนี้มี Twinpalms ภูเก็ต ,Evason ภูเก็ต, The Cliff กระบี่ งึมๆ ไปที่หรูๆก่อนดีกว่าม้างมันลดราคาเยอะมากเลยวันอาทิตย์จะได้ไปจอง อิอิ
อยากปายยทาเล~~~~
ป.ล กันบอกว่าที่สวยๆน่าจะไปกะแฟนมากกว่าแต่ว่าตอนนี้ไม่มีแฟน หุหุ แพกเกจส่วนมากใช้ได้ถึง 31 ตุลา จะหาใหม่ทันมั้ยอ่า 555
นัดกับ"กัน"จะไปเดินดูแพกเกจท่องเที่ยวตอนบ่ายๆไปดูหนังปรากฎว่าเดินในงานตั้งแต่บ่ายจนถึงทุ่มกว่า สุดยอด เดินทั่วงานไปหมด ราคาที่พักก็ถูกมากเลย อยากไปเยอะแยะแต่พวกไปไกลๆถ้ารวมค่าเครื่องบินเข้าไปก็แพง การบินไทยมาจัดรายการไปไหนๆก็ 3800 ที่ไกลๆเพื่อนก็คงจะไปด้วยลำบาก ถ้าจะพาน้องไปก็ต้องจองตั๋วเครื่องบินไว้เลยเพราะนอกงานก็แพงอ้วกหละ หรือจะให้น้องบินพวก low cost อิอิ ไปเจอกันสนามบินเที่ยวแบบนั่งรถทัวร์ไปก็ได้หรอกแต่จะเสียเวลาเดินทาง
ไปใกล้ๆหน่อยก็พวกเกาะกูดก็ไม่เลวเลยแพกเกจสามวันสองคืนของ captain hook แค่ 1900 บาทเองต่อสองคนก็คนละแปดร้อยนั่งรถทัวร์ไปอีกสองร้อยกว่าบาท ถูกซะ
อะไรๆมันก็ถูกแต่มันต้องไปวันธรรมดาซึ่งมีฉันไม่มีปัญหา กันก็ไม่มีเพราะไม่ได้ทำงานปิดเทอมกลับมาเที่ยวไทย แต่คนอื่นทำงานออฟฟิศ คิดยากวุ้ย ส่วนน้องฉันก็เห็นจะลาออกไปขายก๋วยเตี๋ยวก็เที่ยววันธรรมดาได้
เด๋วนั่งคัดเลือกดีกว่าว่าไปไหนดีแต่ที่อยากไปสุดๆตอนนี้มี Twinpalms ภูเก็ต ,Evason ภูเก็ต, The Cliff กระบี่ งึมๆ ไปที่หรูๆก่อนดีกว่าม้างมันลดราคาเยอะมากเลยวันอาทิตย์จะได้ไปจอง อิอิ
อยากปายยทาเล~~~~
ป.ล กันบอกว่าที่สวยๆน่าจะไปกะแฟนมากกว่าแต่ว่าตอนนี้ไม่มีแฟน หุหุ แพกเกจส่วนมากใช้ได้ถึง 31 ตุลา จะหาใหม่ทันมั้ยอ่า 555
Sunday, May 08, 2005
ภาพเป็นข่าว
น้ำพุแห่งความร่ำรวยตั้งที่ Suntec ประเทศสิงค์โปร ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างตึกหลายๆตึกของ Suntec

ตึก Suntec มีหลายตึกมากแต่ว่าเดินๆแล้วก็มะเห็นจะเจอร้านอะไรมากมายเท่าไหร่ ไปพวกโรบินสัน takashimaya ก็ได้ แต่มีคาร์ฟูใหญ่มากกินเนื้อที่สองตึกเลยแต่ไม่คิดจะดู เดินเล่นไปตามตึกเค้าก็มีตกแต่งเป็นสวนปลาคราฟท์(koi garden)

ลงไปชั้นใต้ดินสามารถเดินเล่นกลางน้ำพุได้ จะมีน้ำพุเล็กๆตรงกลาง ดีนะที่ไปเร็วหน่อยเพราะว่าเค้าปิดน้ำพุใหญ่ข้างบนไม่งั้นเราก็อดดูหนะสิ หน้าตาฐานน้ำพุเหมือนยานอวกาศเลย

คนเดินไปวนๆรอบน้ำพุเล็กเอามือไประน้ำฉันก็ทำด้วยเผื่อจะรวยด้วยคน อิอิ

ใต้ตึกหนึ่งจะมีร้านอาหารมากมายเจอร้านคริสตัลเจดราเม็งเสี่ยวหลงเปา(เหมือนที่มาเปิดที่ห้างเอราวัณบางกอก)กะร้านคริสตัลเจดธรรมดา แต่ไม่กินไปกินอาหารใน food court คราวนี้กินอาหารเกาหลีซุปเต้าหู้

กินอิ่มแล้วจะเดินกลับไปขึ้นรถ shuttle bus กลับไปที่หน้าสถานี city hall (มีบริการรถเวียนฟรีระหว่าง city hall - suntec)เดินออกนอกตึก อากาศข้างนอกลมพัดเย็นมากเลยมีเก้าอี้ให้นั่งเล่น ก็นั่งเล่นกินลมซักพัก จริงๆมันลมฝนหนะ ฝนทำท่าจะตก ไปสิงค์โปรคราวหน้าจะทำอะไรดีหละอาจจะไปล่องเรือเล่น

เพื่อนชวนไปงานสถาปนิก48 เค้าซื้อบ้านก็เลยจะไปดูพวกของทำบ้านก็เลยไปด้วยกับเค้าฉันชอบมุมไฟกับสุขภัณฑ์


ไฟแผงเนี่ยอ่ะหลายหมื่นเปลี่ยนสีสวยดี

ห้องน้ำแบบเนี่ยเก่าได้ใจจริงๆ เห็นแล้วฮา ก็ห้องน้ำใหญ่ที่บ้านเชียงใหม่ตอนแรกก็เป็นสีแดงแบบเนี่ยแต่ทำใหม่แหละ

ห้องน้ำใหม่จากสีแดงๆแปลงโฉมเป็นแบบนี้สวยเก๋แต่ค่าทำใหม่แสนกว่า = ="

นี่ก็อีกแบบสีขาวน่าเบื่อธรรมดา

ทำใหม่สวยงาม ก็แสนกว่าอีกอ่ะ ท่าทางสมัยนี้ต้องทำ shower room หรือไงนะ ฉันยังคิดว่าถ้ามีห้องน้ำก็ทำแบบผ้าม่านกั้นนั่นแหละแต่ดูเป็นความคิดเชยสะบัดสำหรับสมัยนี้แต่ว่า กระจกห้องอาบน้ำอ่ะไม่ใช่จะสวยงามแบบนี้ตลอดไปหนิ อาบครั้งเดียวก็ลายหมดแล้วต้องมาเช็ดอีก แค่เช็ดหัวก๊อกน้ำมะให้เป็นรอยน้ำทุกครั้งหลังอาบมันยังเป็นรอยเลย

โคมไฟร้านกรุงไทยไลท์ติ้ง สวยเก๋


ไฟแผงนี้สวยดีเอาไปติดตรงไหนของบ้านได้หละ

ตึก Suntec มีหลายตึกมากแต่ว่าเดินๆแล้วก็มะเห็นจะเจอร้านอะไรมากมายเท่าไหร่ ไปพวกโรบินสัน takashimaya ก็ได้ แต่มีคาร์ฟูใหญ่มากกินเนื้อที่สองตึกเลยแต่ไม่คิดจะดู เดินเล่นไปตามตึกเค้าก็มีตกแต่งเป็นสวนปลาคราฟท์(koi garden)

ลงไปชั้นใต้ดินสามารถเดินเล่นกลางน้ำพุได้ จะมีน้ำพุเล็กๆตรงกลาง ดีนะที่ไปเร็วหน่อยเพราะว่าเค้าปิดน้ำพุใหญ่ข้างบนไม่งั้นเราก็อดดูหนะสิ หน้าตาฐานน้ำพุเหมือนยานอวกาศเลย
คนเดินไปวนๆรอบน้ำพุเล็กเอามือไประน้ำฉันก็ทำด้วยเผื่อจะรวยด้วยคน อิอิ
ใต้ตึกหนึ่งจะมีร้านอาหารมากมายเจอร้านคริสตัลเจดราเม็งเสี่ยวหลงเปา(เหมือนที่มาเปิดที่ห้างเอราวัณบางกอก)กะร้านคริสตัลเจดธรรมดา แต่ไม่กินไปกินอาหารใน food court คราวนี้กินอาหารเกาหลีซุปเต้าหู้
กินอิ่มแล้วจะเดินกลับไปขึ้นรถ shuttle bus กลับไปที่หน้าสถานี city hall (มีบริการรถเวียนฟรีระหว่าง city hall - suntec)เดินออกนอกตึก อากาศข้างนอกลมพัดเย็นมากเลยมีเก้าอี้ให้นั่งเล่น ก็นั่งเล่นกินลมซักพัก จริงๆมันลมฝนหนะ ฝนทำท่าจะตก ไปสิงค์โปรคราวหน้าจะทำอะไรดีหละอาจจะไปล่องเรือเล่น
เพื่อนชวนไปงานสถาปนิก48 เค้าซื้อบ้านก็เลยจะไปดูพวกของทำบ้านก็เลยไปด้วยกับเค้าฉันชอบมุมไฟกับสุขภัณฑ์


ไฟแผงเนี่ยอ่ะหลายหมื่นเปลี่ยนสีสวยดี

ห้องน้ำแบบเนี่ยเก่าได้ใจจริงๆ เห็นแล้วฮา ก็ห้องน้ำใหญ่ที่บ้านเชียงใหม่ตอนแรกก็เป็นสีแดงแบบเนี่ยแต่ทำใหม่แหละ

ห้องน้ำใหม่จากสีแดงๆแปลงโฉมเป็นแบบนี้สวยเก๋แต่ค่าทำใหม่แสนกว่า = ="

นี่ก็อีกแบบสีขาวน่าเบื่อธรรมดา

ทำใหม่สวยงาม ก็แสนกว่าอีกอ่ะ ท่าทางสมัยนี้ต้องทำ shower room หรือไงนะ ฉันยังคิดว่าถ้ามีห้องน้ำก็ทำแบบผ้าม่านกั้นนั่นแหละแต่ดูเป็นความคิดเชยสะบัดสำหรับสมัยนี้แต่ว่า กระจกห้องอาบน้ำอ่ะไม่ใช่จะสวยงามแบบนี้ตลอดไปหนิ อาบครั้งเดียวก็ลายหมดแล้วต้องมาเช็ดอีก แค่เช็ดหัวก๊อกน้ำมะให้เป็นรอยน้ำทุกครั้งหลังอาบมันยังเป็นรอยเลย

โคมไฟร้านกรุงไทยไลท์ติ้ง สวยเก๋


ไฟแผงนี้สวยดีเอาไปติดตรงไหนของบ้านได้หละ
Monday, May 02, 2005
Singapore sling
หลังจากบินดูไบห้าวันสี่คืน กลับมาเป็นสแตนบายตัวจริง(หกโมงถึงห้าทุ่ม)หกวัน สองวันแรกไปบินไปแล้ว โย่ว ! ไปค้างสิงค์โปร์แถมตื่นมามีเวลาเที่ยวเล่นก่อนจะบินกลับไทยตอนกลางคืน
ได้นอนบ้านคืนนึงคิดว่าวันนี้อย่าเรียกเลยนะ นอนนิ่งๆอยู่บ้านดีก่า โทรศัพท์มาเลยก่อนเที่ยงให้ไปนอนสิงค์โปร์อีกละ ?!?!?! อันหยังเนี่ย งึมๆ คราวนี้ดมหมอนนะไปดึกกลับเช้าพรุ่งนี้ก็ว่างเลยไม่ต้องลุ้นถึงห้าทุ่มแล้วก็หมดสแตนบายไปสองวัน
เพิ่งไปมาหยกๆไปเที่ยวเล่นตึก suntec ด้วยนะไปดูน้ำพุแห่งความร่ำรวยเดินวนรอบแบบวนรอบอุโบสถเอามือแตะน้ำไปรอบๆเค้าทำกันหนะ ก็ทำตาม ดีนะไม่ได้เอามาพรมตัวแบบน้ำมนต์ อิอิ ก็หวังว่าจะร่ำรวยให้เร็ววัน
ไปแหละสิงค์โปร์มันเรียกแหละ(รถแท็กซี่มารับแล้ว)
พรุ่งนี้เจอกัน
ได้นอนบ้านคืนนึงคิดว่าวันนี้อย่าเรียกเลยนะ นอนนิ่งๆอยู่บ้านดีก่า โทรศัพท์มาเลยก่อนเที่ยงให้ไปนอนสิงค์โปร์อีกละ ?!?!?! อันหยังเนี่ย งึมๆ คราวนี้ดมหมอนนะไปดึกกลับเช้าพรุ่งนี้ก็ว่างเลยไม่ต้องลุ้นถึงห้าทุ่มแล้วก็หมดสแตนบายไปสองวัน
เพิ่งไปมาหยกๆไปเที่ยวเล่นตึก suntec ด้วยนะไปดูน้ำพุแห่งความร่ำรวยเดินวนรอบแบบวนรอบอุโบสถเอามือแตะน้ำไปรอบๆเค้าทำกันหนะ ก็ทำตาม ดีนะไม่ได้เอามาพรมตัวแบบน้ำมนต์ อิอิ ก็หวังว่าจะร่ำรวยให้เร็ววัน
ไปแหละสิงค์โปร์มันเรียกแหละ(รถแท็กซี่มารับแล้ว)
พรุ่งนี้เจอกัน
Subscribe to:
Posts (Atom)