Sunday, December 25, 2005

Merry Chirstmas


มีความสุขกันทั่วหน้าคร่าบ

แต่ข้าพเจ้ามีคริสตมาสที่เหี่ยวเฉามากๆ ไม่มีของขวัญ อ่อมีของต่ายอันนึง sms นิดหน่อย(แต่ก็ไม่ได้ส่งให้ใครเลยอ่ะ ><)แถมทำงานทั้งวันและดีเลย์กลับอีกต่างหาก...กลับบ้านน้องไม่อยู่ซักคน...blue christmas T_T ไม่มีเค้กไม่มีปาร์ตี้

Friday, December 23, 2005

หนาว

เพิ่งกลับจากเชียงใหม่ด้วย boeing 747 ชั้น bussiness ซะด้วยเครื่องแบบเนี่ยก็เคยนั่งอยู่หรอกแต่ที่ตื่นเต้นคือมันเป็นเก้าอี้แบบใหม่ ลองกดนั่นกดนี่ดูตามประสา(เผื่ออีกหน่อยลูกค้าถามจะได้ตอบได้ว่าปุ่มไรเป็นอะไร) เบาะมันบางๆนะส่วนที่รองศีรษะเพราะปรับเอนแล้วมันแบนไปแต่เค้าก็มีหมอนให้นะก็ไม่ได้ลองปรับนอนเต็มที่แต่จากภาพโฆษณาที่เคยเห็นมันก็เหยียดตรงแต่ไม่ได้ขนานกับพื้นเกรงว่าจะมีไหลได้ ไฟอ่านหนังสือส่วนตัวที่ติดกับที่นั่งลองกดแล้วมันไม่ติดอ่ะ อ่อมีปุ่มนวดหลังด้วยนะ(รถทัวร์นครชัยแอร์มีก่อนอีกแหนะ)

เข้าเรื่องดีกว่า...ไปอยู่เชียงใหม่มาสามคืนอากาศหนาวมากๆยิ่งบ้านนอกของฉันเนี่ยไม่ต้องพูดถึงเย็นจนชาทั้งวัน วันแรกแดดไม่ออกเลยแต่สองวันหลังก็พอจะมีแดดบ้าง ตกค่ำอยากจะนอนอย่างเดียวไม่อยากไปไหนแต่ก็อดไม่ได้ หนาวแบบนี้นึกถึงหมูกระทะ !!

แก๊งค์หมูกระทะโกอินเตอร์ไปแต่ก็หาคนกินด้วยจนได้ก็คือเจ๊วรรณที่กลับไปเชียงใหม่พอดี(เค้าบอกตอนนัดกินข้าวกันที่กรุงเทพ)โทรไปหาอยู่พะเยากับอ็อกซ์ จิกให้บึ่งกลับมาเลยยยยยยยยยยยยยย เค้าอยากกินนนนนนนนนนนนนน เค้าเหงาน้า.....

และแล้วเราก็ได้กินหมูกระทะ เย้ เย้...เพื่อนกลับมาถึงเชียงใหม่ประมาณสองทุ่ม(ยางแบนไปรอบนึง)ไปกินกันห้าคน อ็อกซ์กะแฟน เจ๊กะเต้น้องที่ทำงานเจ๊ แล้วก็ฉัน...คุยกันตลกดีเพลินๆแต่ยังกินหมูสามชั้นไม่จุใจก็ดึกซะแล้ว หนาวสุดๆๆๆๆ

เมื่อคืนไปกินข้าวกับแก๊งค์คุณแม่ที่ MO'C MO'L (จริงๆมัน Monkey club & Moon lover แต่น้องที่ทำงานพูดว่าย่อมาจาก "มาซิมาแอ่ว" รู้สึกว่าเออ เจ๋ง !!!)ฉันกับต่ายมีของขวัญมาแจกเพื่อนๆ แต่ของต่ายห่อของขวัญด้วยอ่ะรู้สึกว่าเป็นของขวัญมากกว่า เบญกะแก้วมาตัวเปล่าๆเลย ยิ่งแก่การแจกของขวัญเพื่อนๆก็ยิ่งห่างออกไปหรือไงเนี่ย

ฟังเรื่องครอบครัวแล้วก็คิดว่ามันก็ทะเลาะกันเป็นปกตินิ มีเรื่องให้คิดให้หม่นหมองเป็นพักๆไม่ใช่จะแฮปปี้ตลอด ซึ่งฉันไม่คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นแก้วบอกว่าฉันไม่ยอมรับความจริง

ก็นั่นแหละ...คานเดี่ยวชัวร์ นังเบญร่ำๆตัดพ้อว่าปีหน้าถ้ามันแต่งก็ท้องกันหมดใครจะไปช่วยมัน...ยกมือว่าข้ายังอยู่อีกคนเว้ย

สามวันผ่านไปเร็วชะมัด อยากนอนๆอยู่บ้านจริงๆ นอนเยอะดีตื่นเกือบเที่ยงตลอด อากาศน่านอนทั้งวัน...แมวนอนขดทั้งวันเลย

Saturday, December 17, 2005

ใจไม่เคยเปลี่ยน

วันนี้ไปเชียงใหม่ quickturn ตอนบริฟได้รับข่าวสารจากvdo hand in hand ว่าลูกเรือใหม่กำลังจะแล้ว

น้องใหม่ย่อมใสปิ๊ง purser เลยย้ำเตือนเราฟังแล้วได้ความว่าถึงแม้เราจะสังขารโรยราไปแต่ใจเราอยากให้เหมือนเดิมอย่าทำอะไรที่มันดูลดคุณค่าของตัวเองเช่นคุยกันไม่เห็น(หัว)ลูกค้า

ใจเรามันค่อยๆเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้จนกว่าจะหยุดแล้วคิดนั่นแหละถึงจะรู้ตัวแล้วปรับหน้ากะอารมณ์ใหม่...แต่ลูกค้าบางคนมันก็น่าโดน(ด่า)จริงๆนะตัวเอง

พรุ่งนี้ไปเดท 5 5 5

ป.ล เมื่อวานกลับจากทำงานแปลงร่างไปกินข้าวเย็นกับเพื่อนมหา'ลัยที่ร้าน kapu kapu barong(รัชดา)ร้านอาหารบาหลี ปีนี้ไม่มีแลกของขวัญเพราะกินแพง ทำไมนัดกินข้าวกันแบบนี้มากกว่าปีละครั้งไม่ได้หรือไงนะหรือว่าเพราะ"ปีใหม่"มันทำให้พยายามกว่า

Friday, December 09, 2005

ของหายาก

ปิดปีใหม่..ตั๋วไปต่างจังหวัดหายากถ้าไหวตัวแต่เนิ่นๆ

ตอนบ่ายหมดเวลาไปกับการหาตั๋วให้น้องกลับเชียงใหม่ นั่งรถไปกำแพงเพชรสองไปจองรถทัวร์นครชัยแอร์ ไม่มี

นั่งรถไปสนามบินไปจองนกแอร์ ไม่มี ... ได้ air asia ไปเช้าวันที่ 29 ตอน 6:45 = = ขากลับมีวันที่ 2 8:20 เสียเงินไม่คุ้มเลยวุ้ย ลองหายี่ห้ออื่นก่อน การบินไทยไม่มี one to go ไม่มี สรุปทริปนี้แอร์เอเชียกินเงินไป 4816 บาทถ้วนครับ >_<

อดไปตัดริบบิ้น siam paragon เลยหาตั๋วจนเย็น

Sunday, December 04, 2005

weekend

ทำงานกลับมาจากเกาหลีตีหนึ่งวันที่สาม(คืนวันที่สอง)ก็เหมือนได้หยุดสองวัน

ได้กินตำลาวสมใจ ชื่อร้าน ตำสบาย อยู่โครงการ(27)ในฝันตลาดจัตุจักรข้างร้านลอดชองใบเตย





ซื้อแดจังกึมเล่มหนึ่งไว้ให้แม่ลองอ่าน ซื้อหนังสือที่เจเจลดไปเยอะเลยจาก 200 เหลือ 160 ไม่รู้แม่จะอ่านไหวป่าวแกบอกแต่แรกแล้วว่าจำชื่อไม่ได้ต้องดูละครเอา(ฉันก็ว่างั้นอ่ะ ชื่อแบบเกาหลี..คิมๆ ยองๆ กึมๆ บรึ๋ย)

ที่เจเจมีคนมาแสดงเปิดหมวกเยอะมีมุมนึงที่รับวาดรูปเหมือนภายใน 10 นาที...แม่เจ้าวาดเข้าไปได้ไง ลากแม่นๆ เนียนๆ มีแค่ช็อกสีดำ(ศัพท์วิชาการไม่รู้)แท่งเดียวกับนิ้วไว้ไล้เส้นบางเบา..เอาอยู่!! วาดไปได้ ทำไปได้



ไปสยามเอาแฮรี่พอตเตอร์..กว่าจะไปถึงก็เย็น..ปุ๊กมีนัดจะไปพัทยากับเพื่อนหกโมงเย็น(เจอเซ็นทรัลลาดฯ)แต่เราก็ยังทำไรของเราอยู่..มันบอกอยากเที่ยวกับเรา(เรอะ)แต่ไม่เห็นยกเลิกนัดเพื่อนหนิ(จริงๆแฟน...ถุ้ยๆๆ...น้องกะป้าหรือน้าบ้านนั้นจะไปเยี่ยมยายแล้วก็พ่วงน้องฉันไปเที่ยวด้วย...)

คนที่สยามเยอะมากๆ หน้าร้าน ishimaru ก็กลายเป็นที่รวมตัวของเด็กๆที่นิยมชมชอบนักร้องคนเดียวกัน เซ็นเตอร์พอยท์ก็เป็นที่โชว์ตัว ..คนมันเยอะเพราะโรงเรียนสอนพิเศษต่างๆ ด้วยหละมั๊ง

คราวนี้ไม่มีแผนซื้อเสื้อไม่คิดจะเสียเงินแต่ดันเสียเงินจนได้เพราะผ่านร้านซีดีแล้วเดินไปถามว่าเค้าเปิดเพลงของใครอยู่

Lisa Ono ศิลปินดังที่มีความสามารถมากๆเลยเค้าเล่นกีตาร์คลาสิคและร้องเพลงได้หลายภาษา ฉันเลือกอยู่นานจนคิดว่าน้องมันจะไม่ทันนัดก็เลยแยกกันที่สยาม น้องไปหาเพื่อน ฉันนั่งเลือกซีดีจนมึน อยากได้ไปหมดแต่แผ่นละ 350 เอาหมด(มีแปดแผ่นมั๊ง)..หมดตูด..ก็เลยเอามาสามอัลบั้มก่อน

Lisa ono dans mon ile ร้องเป็นภาษาฝรั่งเศสฟังน่ารักๆ
Boas Festal2~Feliz Natal~ แค่เพราะเพลง Have yourself a merry little christmas
Ono Lisa best 1997-2001 เพลงเก่าที่คุ้นหูเช่น moonlight serenade, in the mood

เพลงเป็นสไตล์bossanova ซึ่งแต่ก่อนฉันไม่ชอบนะยิ่งตอนเรียนดนตรีไม่ชอบ..เพราะนับจังหวะไม่ได้แต่ฟังตอนนี้รู้สึกผ่อนคลายดีๆอาจจะเพราะเสียงคนคนนี้เค้ายังมีอัลบั้มล่าสุดอีกสามแผ่นเป็นสไตล์ลาติน...คนนิยมเค้าเยอะนะ อย่างน้อยๆตอนฉันเลือกก็ทำให้ที่ร้านมีลูกค้าใหมเพิ่มสามคนและลูกค้าที่เป็นแฟนตัวยงอยู่แล้วก็มาเอาไปสามแผ่นแบบไม่ลังเล แถมแนะนำศิลปินอีกคนให้ลองไปหาฟังแต่จำชื่อมะได้ซะแล้ว เค้าบอกว่าเสียงลิซ่าออกแนวน่ารัก แต่คนนั้นจะดูมีพลังมี impact มากกว่า...แล้วเค้าชื่อไรหนะสิ = ="

กลับถึงบ้านเอาลงคอมแล้วฟังรวดเดียว...เพลิน...มีเงินไปถอยมาใหม่นะ

เช้าวันอาทิตย์ดูแลบ้านดูแลตัวเอง...ขัดเท้า ขัดตัว หมักผม อาบน้ำ มาส์กหน้า อ่านแฮรี่จนจบ(ซะที)...ไม่กรี๊ดกร๊าดเหมือนตอนอ่านเล่มอื่นๆอาจเพราะไอ่พัดมันบอกว่าใครตาย...ก็เลยไม่มีไร(นอกจากอยากเตะน้อง)แต่เนื้อเรื่องมันก็ตามน้ำมาเรื่อยๆไม่ได้หักมุม รอดูเล่มเจ็ดดีกว่าเจ้เจเคแกจะเฉลยทุกอย่างยังไง...ต้นปีหน้าใช่ป่าวคะเจ้

เดี๋ยวอ่านภาษาไทยอีกรอบ...อาจเพราะภาษาอังกฤษมั่วๆซั่วๆของเรามันเลยไม่เกทอ่ะเซ้

ฝันดี พรุ่งนี้เค้าหยุดกันฉันต้องไปนอนอุบลซะงั้น...ตำลาว original 5 5 5

ป.ล add image แล้วมันไปไหนหละ....สองรอบละ กลับมาค่อยทำละกัน...จะย่นเวลาแท้ๆ(แทนใช้ add file)ลำบากไปกันใหญ่

ป.ล2 ได้ละ ต้องโหลดรูปกะกระดาษเปล่าแล้วก๊อปข้อความมาใหม่ = =


ทางเชื่อมระหว่าง siam center กับ siam discovery ทำใหม่มีหญ้าปลอมกะดาวปลอม มืดมน

Monday, November 28, 2005

สแตนบาย(อีกแล้ว)

สแตนบายสองวันไม่รอดครับ...เมื่อวานไปภูเก็ตตอนเช้า วันนี้ไปเชียงใหม่ตอนค่ำ

ข้อแนะนำของการทำงานในประเทศควรพกกล้องไว้ด้วย..ในกรณีที่ชอบดารา

วันก่อนเจอน้องซีดาราช่องเจ็ด น้องแอร์คนนึงชอบมั่กมากก...คิดว่าจะทำยังไงไปเรียกเค้ามาถ่ายรูปได้..เสริฟก็แล้วเก็บก็แล้วสุดท้ายก็เรียกมาถ่ายรูปจนได้ก่อนจะลง

แต่วันนี้ไม่ได้พกกล้อง...ทำงานกลับจาเชียงใหม่มีวงไอน้ำ...น้องฟลุ๊คดำเหมือนในทีวีเลยอ่า...แต่ว่าภาพในโปสเตอร์หนัง"เพราะรักครับผม"ผ่องไม่แพ้ซาร่าเลยทีเดียว ก็ไม่ใช่ดำน่าเกลียดนะครับเราไม่ว่าคนสีผิวเดียวกัน...แหมตอนไปเสริฟน้องฟลุ๊คโดนมือกันด้วย...ผิดผีนะเนี่ยต้องให้แม่มาขอ(อ้วก)..ข้ามเรื่องนี้ไปเหอะ เค้าคงไปโปรโมตหนังให้เด็กเชียงใหม่เพราะใส่เสื้อยืดของหนังมา ..ข้ามไปทางหมออ้อย

จากข่าวที่ทราบหมอเค้าก็อายุมากแล้วใช่ป่ะ..แต่ดูผ่อง(ก็ขาวงะ..ขาวมันก็ผ่องกว่าน้องฟลุ๊คอยู่แล้ว)แต่งหน้ามีประกายวิบวับชมพูสดใสและข้อดีของคนตัวเล็กก็คือดูไม่แก่(ถ้าไม่เห็นหน้า)แต่งตัววัยรุ่นก็ดูวัยรุ่น..มากะหนุ่มด้วยอ่ะน่ารักใช่เล่น...พี่สจ๊วตบอกว่าเคล็ดลับความเด็กคือต้องกินเด็ก....เว้ย...จับเด็กมาสังเวยซะดีๆ

ป.ล ความงามมิอาจตัดสินได้จากภาพถ่ายและใบหน้าที่มีเครื่องสำอางค์...power of makeup ..power of photoshop

= = = = = =
IMAX.....I MAD

วันเสาร์พาน้องๆไปดูแฮรี่..จะดู IMAX เช็คจากเนตคืนก่อนไปวันเสาร์มี 10:00 13:25... เลือกบ่ายโมงยี่สิบห้า

ไปถึงไม่มีเป็นรอบ 10:00 15:50... อ่ะ อ่ะ มาละเอารอบ(เกือบ)สี่โมงเย็นเนี่ยแหละเดี๋ยวกินๆ ดูหนังสือ ดูของไรได้

เหียก !!! ถึงเวลาไม่ฉาย !!!! ขนาดเข้าโรงช้านะ(ห้องน้ำคิวยาวชะมัด..คนก่อนหน้าอึอ่ะดิ..นานเชียว)จอเงียบ..นึกว่าเจ๊งปรากฎว่าจะให้ดู in to the deep ฟรีห้าสิบนาที แล้วให้เราไปดูแฮรี่รอบอื่นเพราะมันจะมีการกุศลไรไม่รู้มันตอนหกโมงเย็น บอกว่า ฉายให้เราดูหนังมันสามชั่วโมงจบไม่ทัน....ใครผิด!!?!?!!??!?!?!

คนมาช้าซึ่งมีฉันสามคน เด็กมาเดทสองคน ผู้ชายอีกสองคน ไอ่พวกเนี่ยแหละถามเหตุผลว่าทำไมหละจะดูรอบเนี่ย จะดู imax แล้วทำไมเป็นแบบเนี่ยหละ...แต่คนที่มาก่อนกินป๊อปคอร์นหรือเค้าจะโวยไปแล้ว เด็กตรวจตั๋วบอกว่าเดี๋ยวผู้จัดการมาครับ...นอกจากนั้นมีคุณป้าเสื้อส้มซึ่งนั่งประจำที่เตรียมดูที่โวยว่าแก้ไขแบบเนี่ยไม่ถูก...ให้ผู้จัดการมาพบ...เราสามคนก็ไม่ได้ด่าเด็กหรอก..เข้าใจมันเพราะพวกเราล้วนผ่านการทำงานแบบลูกกระจ๊อกรับหน้า ทำงานตามหน้าที่ไม่ได้เป็นส่วนสมอง...ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่าผู้จัดการก็ยังไม่มาครับ...

เค้าบอกผู้จัดการเคลียร์อยู่ข้างนอก...ไปกันครับม็อบแฮรี่.. ป้าเสื้อส้มเดินไปแล้ว ภัทรบอกตามป้าไป..ลุย ลุย

ไปถึงไม่เห็นมีใครพูดอะไรเลยหละ รับเงินคืนกันเงียบ...ไหนหละพลพรรคม็อบแฮรี่...ไหนบอกจะดูรอบนี้..ไหนบอกดูรอบนี้เพราะว่างแค่ตอนนี้...ที่ดูโรงนี้เพราะจะดู IMAX ไง ...เงียบหมด...เงินคือพระเจ้างั้นหรอ...คิดว่าทุกคนหมดใจ...เราเองก็หมดใจ...

ปุ๊กบอกว่าเราไม่ได้ดูก็ต้องได้เงินคืนหนะมันแหง...แล้วเวลาของเราที่รีบออกจากบ้านจะดูตอนบ่ายแต่ต้องรอถึงสี่โมงเย็น ค่ารถของเรา อะไรๆที่เราเสียไปเพื่อจะรอดูหนังหละ

แล้วที่ห่านสุดๆคือทางโรงหนัง....มันรู้ว่าจะมีการกุศลแล้วมันทำไมเปิดจองบัตรแล้วมาแก้ตัวโง่ๆว่าคอมพิวเตอร์เป็นไรไม่รู้เป็นความผิดของทางเค้าเองขอโทษมากๆ..แก้ไขแบบคืนเงินหรือให้หนัง First class ฉันได้จองที่แต่แรก คิดกับน้องๆว่าเราจะทำไง เงียบรับเงินคืนกลับบ้านงั้นหรอ ..แล้วเราออกมาทำอะไรกัน..ฉันไม่เดือดดาลอย่างที่เคยเป็นๆคงเป็นอาการหมดใจ เซ็งสุดขีด...แต่คิดว่าต้องพูดอะไรบ้างไม่ใช่ให้เค้าเอาเงินกับที่นั่ง first class มาอุดปาก

ที่บอกกับผู้จัดการคือ...ทางโรงหนังทำเป็นให้จองตั๋วทางเน็ตแล้วข้อมูลในเนตไม่อัพเดท...แล้วสิบโมงฉาย บ่ายโมงยี่สิบห้าตามในเนตก็ฉายได้พอดี ทำอะไรอยู่(ห๊า..แกทำไรอยู่)แล้วการกุศลก็รู้ล่วงหน้าทำไมไม่วางแผน แล้วเปิดจองตั๋วได้ไง(ห๊า..เอาไรคิด)

ปุ๊กเอาเงินคืนกลับบ้าน ภัทรอยากดูเพราะไม่มีเพื่อนไปดูด้วยแล้วก็เลยดูเป็นเพื่อนภัทรด้วยที่นั่งไฮโซFB 28 & 29 ที่มันบอกว่าอยู่กลางแต่ความจริงไม่มีเพราะ FB มีถึง 22 ซึ่งชิดขอบกำแพง...ไอ่เวร!!! ให้ไปดูในกำแพงหรือไง ...ที่นั่ง First class ก็แค่ที่นั่งยกระดับให้สายตาเป็นระดับเดียวกับจอ ที่นั่งยกที่พักแขนขึ้นได้..แต่ยกขึ้นแล้วมันนั่งถนัดที่ไหนฟระ..

พอกันทีแฮรี่..ปีนี้เราไม่ดูนานผ่าน IMAX เราเซ็งมากเลย...

Tuesday, November 22, 2005

ข้อดี

ชาวบ้านเค้าออกไปทำงานกันหมดบ้าน...แต่ทั้งบ้านมันก็มีคนทำงานออฟฟิศอยู่สองคนแหละ :P คือน้าเขยกะน้องสาว

ที่เหลือเรียน(ภัทร) ทำขนมส่งขาย(น้า) และฉันที่ออกบ้านกันแบบไม่แน่ไม่นอน..ภัทรมีเรียนก็ไปไม่มีเรียนอย่างวันนี้ก็ออกไปกินข้าวเที่ยงกับน้าและเพื่อนของน้า..วันนี้ฉันว่างถึงเย็นกว่าจะทำงาน...เนี่ยแหละข้อดีอย่างนึงของนักศึกษา ทำงานอยู่บ้าน และแอร์

ได้เดินห้างวันธรรมดาทำไรไม่ต้องแย่งใครในวันเสาร์อาทิตย์ เข้าคิวหาหมอสิวกลางวันคิวไม่ยาว ดูหนังก็คิวไม่ยาว ออกกำลังกายก็ไม่เบียดเสียด(ยังไม่ได้ไปฟิตเนสที่สมัครใหม่ยังไม่เปิด..เทียบกับที่เคยทำ)แต่ก็ทำงานเวลาที่คนอื่นไม่ได้ทำหวะเค้านอนกันหมดแล้วโว้ย...กรรมไรของตูไม่ได้นอนเหมือนเค้า..นอนดึกหน้าเหี่ยวอีก สิวก็ไม่หายหมอบอกผิวไม่แข็งแรงพักผ่อนไม่เป็นเวลา - - ก็นั่นแหละมันถึงนอนไม่เป็นเวลา คืนนี้ก็นอนได้ห้าชั่วโมงแล้วก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมายังดีนอนต่อได้

อ่ะขอดีอีกหน่อย...ได้รับลมหนาวและแสงแดดอ่อนบนเตียงตอนสายๆ หุหุ ตื่นลงไปกินแตงโมชุ่มฉ่ำ...แตงโมมันมีหลายพันธุ์ต่างกันตรงไหนหว่า วันนี้กินแตงโมจินตหราเปลือกบางเนื้อแดงเหมือนในเพลงเป๊ะแถมถูกกิโล 18 บาท(ราคา The mall)..วันหลังจะลองพันธุ์อื่น

รับประทานอาหารเช้าขึ้นมานั่งเล่นเนต ฟังเพลง อ่านไดอารี่ เช็คทหาร(ตายโหงโดนตีอีกละเอาเงินเราไปเจ็ดแสนเชียวนะเอ็ง)คุยกับต่อเรื่อง Ragnarok ...คุยๆไปก็คิดว่าเราทำไรกันอยู่วะ...เกมมันก็ไม่เห็นมีคนเล่น บอทก็เยอะ จะไปฆ่าคนอื่นก็จนของดีๆไม่มีเงินซื้อ วอร์ก็ไม่ค่อยได้เล่น...เออแล้วทำไรกันอยู่หละ...ก็มีทำเควสเนี่ยแหละที่ทำให้เกมมันยังน่าเล่นอยู่

ทำเควส The sign สำหรับเข้าแม็บกิฟเฟ่นเนียมอนสเตอร์ไฮโซ ก็ยังไม่ผ่านติดมาหลายวันถึงขึ้นคลุ้มคลั่งละหัวเสียหงุดหงิด...เมื่อคืนนั่งทำไปภัทรพูดว่าไม่อยากให้เล่นเกมเลยบอกว่าเราดูเครียด..ดูสิโหดร้าย(เราสบถ)คนเล่นเกมเป็นคนที่ชีวิตจริง..บลาๆ ไม่ได้ฟังละมัวแต่ทำเควส...แต่ไอ่ตัวคนพูดมันยิง ปล้น ฆ่า ในเกมสารพัดเลยนะ...ภัทรก็เลยบอกว่านั่นแหละพี่ควรจะเปลี่ยนมาเล่นเกม action มันกว่าเยอะ...สรุปมันหาพวกนี่หว่า(ให้ถูกคือหานายทุนมากกว่า)

ต่อส่งเวบที่เควส The sign III แบบไม่ต้องต่อสู้มาให้เดี๋ยวจะไปลองหน่อย...ในเควสมันต้องมีฆ่ามอนสเตอร์โหดๆแต่ว่าเราเอาตัวพรีสอ่อนๆไปทำมันจะไปสู้ใครได้..เวบเนี้ยมันบอกทริค(โกงนั่นแหละ)ก็จะลองทำตามดู..เพราะเล่นคนเดียว น้องที่เล่นด้วยกันก็ไปทำงานแล้ว ต่อก็ทำงานอยู่ ...แล้วตกลงเราทำอะไรอยู่นะ...

ป.ล1 คืนก่อนไปนอนไทเป...ซื้อถุงน่องมาด้วยแหละ..มันฮิตมากในหมู่คนที่ทำงาน ตะก่อนต้องซื้อจากแอร์ไต้หวันคนนึงคู่ห้าร้อยบาท !!!(ที่ในความรู้สึกของเราว่าขายถุงน่องคงได้เงินมากกว่ารายรับจากงาน..และหน้าตาเค้าน่ากลัวมั่กๆหน้าไม่เรียบเกล้าผมรุงรังและทาปากสีม่วง...อะไรเข้าสิง...ควรปรับปรุง)ฉันไม่คิดอยากจะซื้อแต่พี่ๆเค้าบอกว่าลองดูดิเค้าซื้อกันก็ซื้อไปเหอะเด๋วเสียใจภายหลังและมันหาโอกาสที่คนอื่นๆเค้าซื้อพร้อมกันน้อยราคาก็ถูกกว่าก็มัน 90 บาท !?!?เป็นแบบเนื้อไม่แน่นแบบที่ฉันซื้อมา 120den ถ้าเป็นเนื้อแน่นๆ220 denขึ้นไป(เค้าว่าใส่ลำบากมากๆ)ราคาแพงกว่าแต่ยังไงก็ไม่ถึงห้าร้อย วันนี้จะลองใส่ไปทำงานแล้วจะมาบอกว่าต่างกับที่ใช้อยู่ยังไง (ข้อดีอีกอย่างมะ...ช้อปปิ้งต่างประเทศขนาดถุงน่องไม่เว้น)

ป.ล2 นายของน้องบอกให้ทำ university ranking อันดับมหาวิทยาลัยยอดฮิตไม่เท่าไหร่หาในเวบได้พวกคณะฮิตตอนเอ็นท์แต่เค้ายังให้ทำลงไปว่าอันดับภาควิชาฮิตของแต่ละคณะในมหาลัย...มีด้วยเหรอวะ...มหาลัยเราๆมันมีเก็บสถิติกันด้วยหรอ..คนไทยมีเก็บสถิติด้วยหรอ

ป.ล3 ภัทรเปลี่ยนมือถืออีกละเป็น nokia 6060 ก็หน้าตาดีแต่ไม่มีอะไรเลย..แพงกว่าโซนี่ที่มันมีอีกถ่ายรูปก็ไม่ได้...ถ้าอยากถ่ายรูปด่วนๆไว้ลงเวบก็อดละ...เด็กๆก็งี้หรือเปล่านะ นำสมัยมันจ๊าบ


ป.ล4 ดูเวบเนี่ยดิน่ารักดีเรื่องแมวๆน่ารักมาก

Monday, November 21, 2005

20th Century boys

3:30 เป็นไปตามความคาดหมาย..นอนได้ห้าชั่วโมงตื่นครับทั่น...ตื่นมาทำเบื๊อกไรเนี่ย

เจ็ดโมงเช้า..ชาวบ้านเค้าออกจากบ้านไปหมดแล้ว...มีแต่ความเงียบงันลมหนาวพัดทำให้นอนต่อได้อีกสามชั่วโมงก่อนจะลุกไปหาอะไรใส่ปากท้อง

เค้กและมอคค่าเย็นคืออาหารเช้า โจ๊กหมูเป็นอาหารกลางวัน นอนดูทีวีอ่านแฮรี่พอตเตอร์(ยังไม่จบซะที)ซักผ้า ถูบ้าน ผ่านเวลาสแตนบายมาสามชั่วโมงกว่า...ยังคงอยู่บ้าน

พยายามรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับชินจูกุ & ฮาราจูกุ....จำไม่ค่อยได้ ...เฮ้ยยยย...ทำไมอย่างงั้นหละไม่มันน่าจดจำขนาดนั้นเลยเรอะเนี่ย....นั่งดูรูปแล้วคิดต่อไป...

22:14 ไม่ได้ตั้งใจคิดเรื่องที่ไปญี่ปุ่นเพราะอ่าน 20th century boys ที่ฉกมาจากบ้านอี้ตอนไปส่งของที่ฝากซื้อ(เชียงใหม่ดิใครจะไปถ่อไปออสเตเรียหละ)...ถือเป็นค่าแรงหุหุ...อ่านไปสี่เล่มแล้ว..อี้ถามว่าถึงขั้นวางไม่ลงหรือยัง....ยังอ่ะคงต้องรอให้ถึงเล่มห้าตามที่อี้เคยไปยั่วคนอื่นๆจนสำเร็จ...เห็นได้สาวกไปหลายหละ

วันนี้รอดจากสแตนบายจนได้...แทนที่จะอยู่อย่างสบายใจมันก็อดกังวลลุ้นไม่ได้สิน่า...อ่านการ์ตูนนอนดีก่า

ป.ล เมื่อวานโดนเรียกบินอดดูโมโม่ที่รักตอนจบเลย ปกติก็ไม่ได้ดูหรอกเคยดูตอนแรกครั้งเดียว :P แต่เคยอ่านการ์ตูนไงอยากรู้ว่าจะจบยังไง ฝากน้องให้ดูก็ลืม ฝากเด็กให้ดูก็ไม่ตื่น หาในพันทิปเจอตอนจบละ...มันก็เป็นไปอย่างที่คิดนั่นแหละว่ายังไงโมโม่ก็อยู่กับเจ้านายแต่อยากดูรายละเอียดหรือไม่การ์ตูนก็แปลๆออกมาซะทีเซ่...ช้ากันจริงวุ้ย....อยากมีโมโม่

Sunday, November 20, 2005

ฟื้น

หลังจากสลบเหมือดไปตอนเย็น..จำไม่ผิดหกโมงฝ่าๆ(ดูนาฬิกาครั้งสุดท้ายตอนนั้น)ตื่นมาอาบน้ำตอนสี่ทุ่ม

วันนี้เป็น SB1 (ตีห้าถึงบ่ายสอง)แต่เมื่อคืนเข้านอนตีสองเพราะทำเควสในragnarok(ยังไม่เสร็จ)ลุ้นชะมัดว่าตีห้าอย่ามาเรียก..จริงๆอย่าเรียกเลยจะดีกว่า...รู้สึกตัวหกโมงเช้า..ยังอยู่บนเตียงเฟ้ย นอนต่อ

เกือบแปดโมงมาแล้วครับ...ไม่รอด...ยังดีนะว่าแค่ quickturn เชียงราย ตอนรับไฟล์ทรีบถามเค้าว่ากลับกี่โมงกลัวจะเจอแบบสี่แลนด์ปรากฎว่าเลิกงานบ่ายโมงห้าสิบ(แต่บินจริงมันดีเลย์บ่ายสองนิดๆ..ลอยอยู่ในอากาศ)ขนาดบินแค่สองแลนด์ไปกลับก็มึนแล้ว กลับมาถึงกับสลบไปได้อ่ะ(นอนไม่พอต่อเนื่อง) พรุ่งนี้ยังสแตนบายต่อแต่เป็น SB2(เที่ยงถึงสามทุ่ม)ลุ้นอีก...อย่าเรียก..อย่าเรียก

วันก่อนๆ

เมื่อวานเป็นวันหยุดหลังจากไปบินแบบสามวันสองคืน(ค้างเชียงใหม่)ออกไปเที่ยวละลายเงิน(จ่ายค่าประกันชีวิตของฉัน)และความเหนื่อยล้าจากการทำงาน(ของปุ๊ก)ด้วยการไป The mall นัดจ่ายเงินตัวแทนประกันและร่วมกิจกรรมเปิดตัวสครับและมาสก์หน้ากลิ่นสตรอเบอรี่ของลาเนจ เล่นกันสามคน..นี่ฉันทำคนทำภัทรเบี่ยงเบนทางเพศป่าววะ...งานนี้ฟรีได้ของแถมเล็กๆน้อยๆกลับบ้านด้วย

ตัวขัดหน้ากับมาสก์หน้าทำให้หน้านุ่มจริงๆเลยขั้นตอนการทำความสะอาดและบำรุงหน้าทำเอามึนได้เริ่มจากใช้

1 pure face cleansing milk ..น้ำนมล้างเครื่องสำอางค์นวดแล้วเช็ดออก
2 สครับขัดหน้า...นวดแล้วล้างออก
3 strawberry yoghurt pack ...มาสก์หน้านวดนิดๆแล้วทิ้งไว้พักนึงนั่งจิบชาแกล้มคุ้กกี้รอก่อนจะล้างออก
4 arrange skin refiner.. น้ำใสๆถ้าเป็นญี่ปุ่นจะเรียกโลชั่นให้เช็ดหลังล้างหน้า
5 clear c effector ..เค้าเรียก booster มีวิตามินซีทำให้ผิวใส
6 eye cream..จำไม่ได้แล้วตัวไหน
7 star white spot essense ...ลงเพื่อลดจุดด่างดำฝ้ากระ
8 water bank essense..moisturizer
9 city protect essense... กันแดด

ข้อ 2 & 3 ไม่ได้ทำทุกวันให้ทำสัปดาห์ละ 1 -2 ครั้ง

ต่อด้วยการแต่งหน้า

10 base makeup ...เป็นสีส้ม เขียว หรือม่วง
11 แป้งฝุ่น...จะลงรองพื้นก่อนก็ได้
12 ลงลิปกรอส

จบข่าว...งาม...กว่าจะงาม..เทียบกับที่วันๆทำก็แบบเนี่ยเลยนี่หว่า(ไม่ทำข้อ2&3)...ก็ใช้เวลาไม่นานนะแต่ไม่เห็นงามนิ >_<

เล่นเครื่องสำอางค์เสร็จหาเรื่องเจ็บตัว....ด้วยการเจาะหูเพิ่มไปสามพี่น้องแต่ให้เจาะแค่ฉันกับปุ๊ก พัดอย่าซ่า เหตุผลที่แน่ชัดไม่รู้แต่คิดว่ามันก็ดูเก๋ๆดีออกนิ เจาะกันไปคนละรูค่าตุ้มหูหารสอง ตุ้มหูที่ใช้เจาะหูแพงนะคู่ละเจ็ดร้อยกว่าฟรีแต่ค่าแรง

แต่ฉันเจ็บไม่พอ(ซาดิสป่ะเนี่ย)ทดลองของใหม่ Bikini wax !!! ไม่ใช่อะไรเล้ยจะwax จั๊กกะเร้อตามปกติแต่ยุขึ้นงะ ลองมั้ยอ่ะค่า..เคยถามๆเรื่อง bikini wax นานละแหละไม่กล้าทั้งกลัวเจ็บและอาย..แถมพนักงานแหละบอกว่ามีคนกรี๊ดดังไปหน้าร้านเลยอ่ะแต่วันนี้คงยังเจ็บตัวไม่พอหรือทำงานเหนื่อยจัดขาดสติ ที่ร้านเนี้ย(yves rocher)ทำตัวบ่อย(ขัดๆนวดๆ)จนไม่มีอะไรจะปิดบังกันแล้วยกเว้นนั่นหนะแหละ...ลองเลย...

ป้าย wax แปะผ้าแล้วดึง เจ็บโคตร!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! แต่ไม่ถึงกับกรี๊ดดังไปหน้าร้านหรอกกัดผ้าขนหนูไว้สิแล้วก็ไม่ถึงกับเดินขาถ่างออกมาจากร้านแบบในหนัง miss congeniality แต่เจ็บ Y_Y ทำไรลงไปเนี่ย....ยังงี้มันต้องใส่ bikini ให้หายแค้น(มีวิธีลดพุงเร็วๆมั้ย)

เสียเงินกะเจ็บตัวพอแหละกลับบ้าน

ลอยกระทง

16-18 ได้ไฟล์ททำงานไปค้างเชียงใหม่สองคืนพอดีแต่ไม่ได้ลอยกระทง คืนแรกกินข้าวกับเพื่อนที่โรงงานน้องตี้กับพี่แอร์มารับที่โรงแรมไปกินเค้กร้าน love at first bite กันแล้วก็ไปเดินเล่นหน้ามอ กินข้าวเย็นที่ MO'C MO'L (Monkey club & The moon lover)หน้ามอ..บริเวณที่ตั้งร้านก็เป็นร้านอะไรมาเยอะแยะแต่เป็นร้านนี้ท่าทางจะรุ่งสุดแล้วดูสวยไม่น่าเชื่อว่าเค้าปรับปรุงตกแต่งให้เป็นงี้ได้ไง อาหารก็ดีแต่วันนั้นกินมังสาวิรัติ(วันลอยกระทงกินเจทั้งชาติอ่ะ)ผัดยอดซาโยเต้กับต้มยำเห็ด มีรสชาติดีไม่จืดๆ เพื่อนๆเค้าจะไปต่อ monkey club เก่าไป dance & drink แต่ข้าพเจ้าสังขารไม่ให้ ขอกลับไปนอนก่อน อดเปรี้ยวกระชากวัยเลยมะแก่จริงๆ

วันที่สองที่เชียงใหม่เสร็จงานสิบเอ็ดโมงแม่มารับที่สนามบิน..พาแม่ไปดู Harry potter มันตัดทิ้งเยอะเหมือนกันนะแต่ที่เลือกมาก็เป็นจุดสำคัญจริงๆนั่นแหละ เซดริกหล่อจริงหน้าชมพูน่าร้าก >:D~~~ แฮรี่บางมุมก็แก่ หนังโดยรวมดีชอบคนอ่านหนังสือคงเข้าใจกว่า แม่ดูยังงงๆนิดนึงแต่ไม่ได้คุยกันมากหลังจบ ไว้ไปถามดีกว่า วันหยุดหน้าจะพาน้องๆไปดูที่ Imax ใหญ่เต็มตา

นอนดีกว่า...เมื่อง่วงต้องนอน..เพราะมันไม่เคยนอนยาวๆได้เลย นอนได้ที่ละหน่อย...พนันเลยว่าอีก 4-5 ชั่วโมงต้องรู้สึกตัว

ป.ล รูปมาทีหลัง

ป.ล ลืมบอกวันนี้คิดว่ามีวง body slam เดินทางไปเชียงรายด้วยนะ ก็พวกเค้าแต่งตัวไม่ปกติเองมันน่าจะเป็นใครซักคนแต่งดำทำร็อคกันมาดูหน้าคนนั่ง 31A แล้วคิดว่าเหมือนตูน body slam เลยแต่ว่าหน้ามีแต่จุดๆ ไม่ได้ใสเด้ง ...power of make up จริงๆ

Sunday, November 13, 2005

ปฎิบัติการดราโน่

ตื่นมาฝนฟ้าทำท่าจะตกแต่คิดว่ายังไงวันนี้ต้องออกจากบ้านไม่ว่าฝนก็ตาม สามพี่น้องคิดว่าจะไปดู Corpse Bride แต่แค่นั้นมันจะน้อยไปไม่คุ้มการออกจากบ้าน...แรดไปจัตุจักรก่อนดีกว่า...ฝนตกซ้า

แถวบ้านเมฆฝนพัดผ่านไปแล้วถึงเดินออกจากบ้านกันมาขึ้นรถตู้แล้วก็มารู้ทีหลังว่ามันพัดมารวมกันที่เจเจเนี่ยแหละ ก็เดินตากฝนมั่งมุดไปในโซนร้านค้ามั่งเพื่อจะหาข้าวมันไก่ร้านที่เคยกิน...จุดสังเกตุที่ไม่มีวันพลาดร้านอยู่หน้าห้องน้ำ4&5!! มุดไปมุดมาเจอด้วย หุหุ ซัดซ้าสองจานเลยมะต้มยำก็เปรี้ยวสมใจ

กินข้าวเสร็จตามสูตรมุดหลบฝนไปหาร้านลอดช่องใบเตยโครงการในฝันเป็นอันจบมื้อกลางวัน

ปุ๊กอยากได้หนังสือใหม่ของปราบดาก็เลยไปหากัน หนังสือพี่คุ่นเค้าไม่ขายกันหรือไงไม่มีสักร้าน(เค้าบอกไม่มีได้ไม่บอกหมด)น้องเลยไม่ได้ฉันได้แทน..แมวสามสีเล่มเจ็ด คินดะอิฉิเล่มสาม ซายากะหนูน้อยนักสืบเล่มสอง(เล่มแรกไม่เคยอ่านหรอก)ที่ซื้อมาหมดเนี่ยเพราะมันลดราคาเยอะ 20 % กว่าๆ(สามเล่ม 480 เอง)

สำหรับสัปดาห์นี้พอกันที่เจเจ เรียกแท็กซี่ไปอยู่ในห้างดีกว่า...กลับ The mall บ้านเก่า ดูหนังตามที่วางแผนไว้ เค้าทำตัวการ์ตูนดีแต่ชอบวอลเลซมากกว่านะอาจเพราะมาแนวฮา

ตอนนี้บัตร The Mall VIP เดิมเค้ายกเลิกเปลี่ยนเป็นบัตรPrestige ใช้ลดราคา 5%ได้สามห้างเลยทั้ง The mall, Emporium และ Siam Paragon หุหุ รอบัตรใหม่นานชะมัด



ก่อนกลับแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของกินและผงดราโน่มาให้อ่างล้างหน้ากิน.....และแล้วเราก็ได้อ่างล้างหน้ากลับคืนมาแล้ว สามสี่วันแล้วที่อ่างล้างหน้าอุดตันหลังจากที่ส่ออาการ(ระบายน้ำช้า)มานานพอสมควร วันนี้จัดการใช้ดราโน่(เขียนหน้าซองว่าดราโนแต่บังคับอ่านดราโน่)จัดการซะ เทหนึ่งซองลงไปตามด้วยน้ำสองถ้วยเทไปช้าๆแล้วปล่อยทิ้งไว้ 20 นาทีก่อนจะราดน้ำตามไปล้างท่อ...สยองจริงๆสารพิษฟองปุดๆกรอกปากเนี่ยไม่ตายก็คอแหกแน่ๆ

พรุ่งนี้น้องๆออกบ้านหมดเยย...ปุ๊กไปทำงาน ภัทรไปเรียน ตอนบ่ายฉันถึงจะไปทำงาน ^^

ป.ล เอารูปอาหารมายั่วน้ำลาย Madras prawn curry & garlic nan และเครปกล้วยหอมชอกโกแลตที่ food loft เซ็นทรัลชิดลม...แม้จะไม่ชอบแขกแต่อาหารแขกอร่อยนะ (แกงกุ้งอ่ะมีกุ้งสามตัว 175 บาทแถมไม่สดด้วย >< แต่น้ำแกงอร่อยกินกะนานหมดเยย)



Friday, November 11, 2005

พนักงานออฟฟิศ

หลังจากที่เร่ร่อนจากดอยมาหางานในเมืองหลวงเช้านี้ปุ๊กกี้ออกไปเซ็นสัญญาทำงานแล้ว !!!! เย้ !!!! หนี้สินไม่สูญแร้นนนนน(ดีใจเรื่องไหนกันแน่หว่า หุหุ)

รีบทำงานบ้านให้เสร็จก่อนแล้วตามออกไปเจอข้างนอกวันนี้จะพาน้องไปซื้อชุดทำงานใหม่ซักกะหน่อย..ตื่นเต้น ตื่นเต้น

ป.ล1สิ้นปีเหมือนจะสิ้นใจโบนัสก็ยังไม่ออก ประกันตามมาเก็บแล้วทั้งสองเจ้า หนี้สินที่ก่อไว้จากการบำบัดความซึมเศร้าเดือนที่แล้วก็ใช่ย่อย ตายแน่ๆ เงินเก็บที่จะให้ยอดถึงแสน ให้ถึงหมื่นก่อนเหอะเอ็ง

ป.ล2 เพราะเจ้าอี้กะปึ้กแท้ๆทุกเช้า สาย บ่าย ค่ำ ต้องเฝ้าค่ายทหารโดนตีกระหน่ำปล้นทองไปโม้ดจะสะสมเงินไว้ซื้อของแพงๆหน่อยแห้วตลอดรอวันเราแข็งแกร่งจะเอาคืนให้สาสม(จำชื่อคนที่มาตีเราไว้ใน enemy list หึหึ)

Wednesday, November 09, 2005

ขี้เกียจ

ยังสบายดีแต่เหนื่อยๆง่วงๆ เช้านี้ตื่นตีสามห้าสิบไปทำงาน...แต่ก็ทำงานเสร็จตอนสิบโมงเช้า ส่วนเวลาที่เหลือทั้งวันก็เนื่อยๆไม่นอนต่อและไม่สดใส พรุ่งนี้ก็ไปทำงานอีกแล้วเช็คอินบ่ายโมงยี่สิบไปกวางเจากลับดึก >_<

ขออู้ต่ออีกหน่อย

ป.ล สบโอกาสได้ทดลองใช้ผ้าอนามัยยี่ห้อ Always ที่ซื้อจากดูไบเพราะได้ยินว่าดีและราคาก็ถูกกว่าวิสเปอร์(ต้นสังกัดเดียวกันเลยP&Gแต่ทำไมต้องใช้คนละชื่อหละ)ห่อแยกชิ้นสีเหลืองสดใสมากๆเปิดมาแล้วงงๆ ไม่เห็นจะมีรอยเย็บลวดลายอะไรที่โฆษณาว่าช่วยซึมซับ หรือขอบตัวTสูงเท่าเพดานกันซึมเปื้อนหรือขอบอะไรต่ออะไรแบบในโฆษณาบ้านเรา อันนี้มันตัดมาเป็นแผ่นๆราบเรียบสุดๆดูเผินๆนึกว่าแผ่นรองรองเท้าแต่มันก็ดีจริงๆนะ...พูดเรื่องไรกันเนี่ย = ="

Wednesday, November 02, 2005

อีกแล้ว

อารมณ์หดหู่กลับมาอีกแล้วครับ...เป็นอารมณ์ที่เกิดจากการไม่ได้ดั่งใจเป็นส่วนใหญ่ประกอบกับหน้าตาที่ดูโทรมบั่นทอนจิตใจอะไรก็ดูเหี่ยวเฉาไปหมด

เวลาซึมเศร้าเซ็งชอบอยู่บ้านในถิ่นที่ของเราไม่ใช่ในห้องตามโรงแรมและชอบเวลากลางวันเพราะจะหม่นหมองไม่ได้นานอาการมันร้อนจะเปลี่ยนมาด่าฟ้าฝนแทน

ใช้เงินแก้เซ็งไปสองวันซื้อเครื่องสำอางค์กับเสื้อผ้าหมดไปเกือบหมื่น...หนักไปทางเครื่องสำอางค์ทั้งซื้อตุนไว้เพราะลดราคาและเพราะใจอ่อน..ดังนั้นข้อควรหลีกเลี่ยงในการไปซื้อเครื่องสำอางค์คืออย่าไปตอนโทรม BA จะมองหน้าเราแล้วแนะนำสินค้าได้ไม่สิ้นสุด

ของที่ตัดสินใจซื้อมาเอง mask หน้าของ ettusai's ลิปสติกของ bloom แต่งอกเงยมาเป็นลิปบาล์ม(เค้าว่าชุ่มชื้นนานหกชั่วโมง..ใช้แล้วก็ดีปากไม่แห้งไม่รู้สึกหนาๆแบบทาวาสลีน) ที่เขียนขอบตา(เค้าเรียกว่า shadow liner เค้าแต่งให้ก็งามหรอกใช้เองมันก็งั้นๆนะ) แล้วเลยเถิดไป eye serum กับ clear c ของลาเนจ (ยังไม่ได้ใช้เลย)

เสียเงินไม่เท่าไหร่แต่เสียใจเนี่ยดิ ซื้อปุ๊ปวันรุ่งขึ้นไปทำงาน มะแอ่ง...เปิดเคาท์เตอร์ใน dutyfree ซะงั้นถูกกว่าประมาณสองร้อยทุกอย่างไป แง แง แง คิดเงินแล้วถ้าซื้อในดิวตี้ฟรีทุกอย่างที่เราซื้อที่ the mall ประหยัดไปพันหก !?!??! แงๆๆๆ

เคาท์เตอร์ใหม่เปิดต้นเดือนมี mac, bloom, red earth, laneige, laura mercier

วันนี้ออกไปกินส้มตำนัวก็ใช้ได้...เดินวนๆจะหาเสื้อผ้าอยากจะเปลี่ยนแนวหน่อยดิ...เบื่อเสื้อยืดเกงยีนส์(ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่กระโปรงยีนส์)ก็ดันไปสนใจแต่เสื้อยืดอยู่นั้นแหละ...ไม่ได้เปลี่ยนแล้วแนวอ่ะ...แต่งตัวเพลนๆแต่หน้าเด้งดีกว่า

นอนหละ...พรุ่งนี้ทำงานเช้า...ใช้เงินเยอะก็ดีจะได้มีกำลังใจไปทำงานมาล้างหนี้

Friday, October 28, 2005

Winter

It's cold here in Korea. I woke up 3:45 this morning (went to bed at 00:00) worked on flight to Incheon via Taipei.It's very very sleepy.

Not enough time to do this that those if work on TG634/635 because of arriving Incheon at 16:15 and go back tomorrow about 17:00 next day.So as usual, I and my co-worker had Korean BBQ pork and went to E-mart.

On the way to E-mart, I thought I walk in a freezer.Temperature waslow,one sweater is not enough even plus one scarft >_< because it's windy too.

I planed to stay in my room till pick up time(16:15)but i have to changed my mind because the sticky bread was sold out. I must go for it tomorrow !!

P.S Nov.schedule released, one flight to Narita on 5th hahahahahahahahah

Thursday, October 27, 2005

วันหยุด

หยุดสองวันเนี่ยรู้สึกดีจริงๆวันแรกจะทำไรดึกดื่นก็ไม่กังวลวันนี้ก็ยังเหลือวันหยุดอีก(แต่มันคือการ"ไปตายเอาดาบหน้า"มากกว่านะ..เพราะก็ต้องทำงานสามวันติด ><)

เมื่อวานก็เลยใช้วันหยุดยันค่ำด้วยการไปดู movie buffet ที่เมเจอร์รัชโยธินเพียงแค่ 220 เท่านั้น(แต่จ่ายจริง 660 ออกให้น้องด้วย T_T)ดูไปสี่เรื่องบันเทิงจริงๆ

flight plan : ไม่หนุกเลย red eye สนุกกว่านะ

Wallace& Gromit : รอบสองก็ยังฮา..ทั้งเพนกวินมาดากัสการ์และ W&G

Naruto : ไม่เคยสนใจตอนเป็นหนังสือการ์ตูนแต่ดูถูกๆก็เลยดูซะ...ตลกดีซาซึเกะคุงก็เท่ทำให้ต้องหาอ่านในเนต..แต่ทำไมนารุโตะมีหนวดหละ(ถามผู้รู้,อี้,เค้าบอกว่านารุโตะเป็นจิ้งจอกเก้าหาง)

Doom : มืดทั้งเรื่อง...ตอนยิงๆกันใช้มุมเดียวกับเกมเลย(การมองเห็นแบบบุคคุลที่หนึ่ง..ใช่ป่าววะก็เห็นแต่ปลายปืนอ่ะเหมือนเราไล่ยิงเอง)

เดือนเดียวดูหนังไปเก้าเรื่องสิบรอบ(wallace สองรอบ)เสียเงิน 100(มาดากัสการ์)+ 200(บุฟเฟต์เชียงใหม่)+110(wallace กับแม่)+ 220(บุฟเฟต์กรุงเทพ) บาท(แต่ไม่ใช่สุทธินะเพราะออกให้แม่กะน้องด้วยอ่า แง แง)ดู little chicken มาเต้นบอกให้ปิดมือถือจนหลอนและเต้นตามได้แล้ว...ครั้งแรกที่ดูไปสี่รอบติดถึงขั้นนอนไม่หลับหลอนครับหลอน..มายะฮี้...มายะฮ้า..

เดือนหน้าแฮรี่พอตเตอร์มาแย้ว ^^

เช้านี้จัดห้องกับน้องๆมันรกจนรับมะได้แล้วววว..นิตยสารจะทับตายซื้อมาไม่ได้อ่านหลายเดือนแล้ว ทิ้งขยะไปสามถุง(แยกขยะกระดาษ พลาสติก และอื่นๆ )แถมทิ้งพวกรองเท้าเครื่องใช้ในบ้านที่ไม่ต้องการด้วย...อยากทิ้งพัดลมที่นอนหมอนเก่าๆด้วย..ผีขยันเข้าสิงงงงงงง....

มื้อค่ำวันนี้กินหมูกระทะกับที่บ้านเลี้ยงส่งภูมิ(พี่ชายภัทร)กลับไปเรียน(ศรีราชา)ปกติไม่เคยกินข้าวพร้อมๆกันหรอกเป็นนายห้องนางห้องมีแค่ฉันปุ๊กภัทรที่ไปด้วยกันบ่อยๆ(ห้องนอนอยู่ฝากเดียวกัน)

พรุ่งนี้ตื่นตีสามครึ่งไปทำงานเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไทเป อินชอน >_<

ป.ล เนตฉันเป็นไรเนี่ยเข้าเวบบ้าน project มะได้

Tuesday, October 25, 2005

บ่น

จบงานซะที..ถึงจะได้ไปเชียงใหม่แต่ระหว่างทางนั้นโหดร้ายแถมทางกลับเนี่ยสุดยอดแล้ว ทำงานตรงกับช่วงวันหยุดสามวัน(ชดเชยวันปิยมหาราช)คนก็เลยเดินทางกันเยอะแถมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักเรียนจากสิงค์โปร์ทัศนศึกษา(ไฮโซจริงๆ)ทำให้ไฟล์ทเชียงใหม่เต็ม(ไปกลับเชียงใหม่สามรอบเต็มซะสอง)..ก็น่าดีใจหรอกนะจะได้มีโบนัส ^^

วันสุดท้ายส่งท้ายด้วย quick turn พม่า ไฟล์ทไทม์ 55 นาทีเสิรฟอาหารและเครื่องดื่มบนถาด(Selection of Drink แต่เรียกกันย่อๆแค่ selection)ยังมีชากาแฟอีกด้วยและมีแขก !!! เดิมทีก็จะแย่เจอแขกเนี่ยทำให้สถานการ์ณเลวร้ายลงไปอีกหลายเท่าตัว ลูกเรือก็โดนตัด(ประหยัดจ้าประหยัด)ทำงานกันใบ้กิน(เหนื่อยจนพูดไม่ออก)ขาไปเครื่องลดระดับยังไม่ได้เก็บถาดซักกะถาด ตอนนีมีรถเก็บกี่คันก็เข็นกันไปเต็มเคบิน เก็บแหลกครับ

ฟ้ายังปราณีขากลับไม่เต็ม(ขาดไปประมาณ 20 คน)แต่ก็ทำงานเต็มเวลานั่นแหละ กลับบ้านมาไม่พูดไปซักพัก เหนื่อยโคตรอ่ะคร้าบ

มีรุ่นน้องมาขอแลกไฟล์ทเลื่อนวันให้แลกเลยมันจะทำให้ฉันได้หยุดสองวันติดกันไม่อย่างนั้นวันพฤหัสต้องตื่นตีสามครึ่งไปทำงาน >_<
เกาหลีแวะไทเปทั้งไปทั้งกลับ !!! ตื่นเช้าด้วยทั้งเหนื่อยทั้งง่วงอ่ะจ้า..แต่เลื่อนวันมาก็ทำให้ต้องทำงานติดกันสามวันนะ(ไปเกาหลีสองวัน)แล้วก็ต่อด้วยภูเก็ต quick turn วันที่ 30 ถ้าเหนื่อยจัดป่วย(การเมือง)ซะเลย...แต่ว่าไปทำงานเอาเงินไปช้อป the mall sale ดีกว่าเน้อออ..

+ + + + + + + +

ไปเชียงใหม่สองคืนคืนแรกนัดกินข้าวกลับเพื่อนโรงเรียน(แก๊งค์คุณแม่)ที่ daalaabar บรรยากาศเงียบ...ถึงคนเยอะก็เงียบ เงียบๆมืดๆแดงๆดำๆคงจะเป็นสไตล์ของเค้าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองมันยังเงียบๆอย่างเดิมคนเสริฟน่ารักแต่งตัวเก๋ๆนะแนวจีนๆ

แต่เจอกันไม่ครบทั้งที่แจงกลับมาเชียงใหม่พอดีเพราะเบญขี้เกียจ ?!? มันออกมาส่งแฟนมันขึ้นรถไฟได้แต่มันขี้เกียจมาหาเพื่อนแถมยังบอกว่าเมื่อวานเจอแจงกับแก้วไปแล้วคืนก่อน..ส่วนฉันกับต่ายเพิ่งเจอไปอาทิตย์ก่อน...เหตุผลน่าซ้ำเติมเวลาอกหักมากๆ

ต่ายบอกว่าฉันควรจะปรับปรุงการแต่งตัวให้มันดูดีหน่อยไม่ใช่กะโปโลอายุก็เยอะแล้ว >_<

วันที่สองที่เชียงใหม่ไปดู wallace& gromit :: curse of the wererabbit กับแม่หนังน่ารักตลกดีแต่ว่าทั้งหมดที่เคยดูมาชอบตอน The wrong trousers สุดๆหัวเราะลั่นบ้าน ก่อนดู W&G มีเรื่องสั้นของเพนกวินจากมาดากัสการ์ตลกกวนตีนดี ชอบ


ได้หยุดสองวันทำอะไรดีน้า...นอนอ่ะม้างเก็บแรงเก็บเงิน

Saturday, October 22, 2005

พลังงานต่ำ

ปวดหัวมึนทั้งวัน จะนอนนานๆก็ไม่ได้ จะนอนกลางวันก็ไม่หลับ ไม่สดชื่นเอาเลยใช้ร่างกายหักโหมเกินไป

แปะเรื่องชินจูกุไว้ก่อนพรุ่งนี้ตื่นตีสี่ไปทำงานอีกละ...คนนะเฟ้ยยมะใช่คูโบต้า !! ควายธรรมดายังทนมะได้

แต่ครั้งนี้ยังพอให้อภัยได้ปลายทางเป็นเชียงใหม่สามวันสองคืน

Friday, October 21, 2005

กลับมาแล้ว

ตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งทำงานถึงหกโมงเย็น (_ _')บินจากนาริตะไปแวะซื้อขนมจีนที่ภูเก็ตค่อยมากรุงเทพ ทั้งง่วงทั้งมึน

ตอนทำงานไปก็ไม่ได้นอนทั้งคืน(บินห้าชั่วโมงห้าสิบเริ่มจากห้าทุ่มสิบถึงตีห้าครึ่ง,เวลาไทย)ก่อนไปทำงานพยายามนอนแล้วก็ไม่หลับคิดไว้แล้วว่าผู้โดย(สาร)เต็มแหงๆ แล้วก็เต็มจริงๆล่วย >_<

ไปถึงนอนก่อนไม่งั้นตาย นอนไปสามชั่วโมงแล้วก็ออกไปผจญภัยมุ่งหน้าสู่ Shinjuku เดินนั่นเดินนี่ผจญภัยกลับถึงโรงแรมเกือบสี่ทุ่มรีบเก็บของ อาบน้ำเข้านอนแล้วก็ตื่นทำงานมาเนี่ยสิบสามชั่วโมง !! (ลงจากเครื่องบินประมาณหกโมงครึ่ง)

อยากนอนแล้วครับแต่โหลดรูปก่อนกลัวผีอำรูปหายแบบตอนไปเที่ยว Asakusa แต่ดูรูปแล้ว...ถ่ายไรมาว้าไม่เข้าท่า

ยังงี้มันต้องมีรอบสอง

ป.ล เด๋วรู้ผจญภัยยังไง

Wednesday, October 19, 2005

ขี้เกียจ

ออกไปไหนมาไหนเจอไรก็อยากจะเขียนนั่นนี่แต่ขี้เกียจ...อากาศก็ร้อนชะมัด เบื่อ เบื่อ เบื่อ

เมื่อวานไปส่งน้องสัมภาษณ์งานที่ตึกital-thai ท่าทางจะไม่ได้เรื่องเพราะก็เป็นบริษัทจัดหางานแถมยังจะส่งให้ไปทำงานเกี่ยวกับขายประกันของธนาคารซึ่งน้องไม่ชอบขายทำยอด สัมภาษณ์เสร็จเที่ยงไปซิ่งสยามเพื่อนน้องเลิกงานก็มาแจมด้วย

กินข้าวกลางวันแบบไม่เจเพราะเจแตกไปแต่เช้าแล้วไม่ได้รู้ตัวเล้ย...วันออกพรรษาแท้ๆ เวลาเหลือๆไม่มีอะไรจะทำจะอยู่ให้ถึงเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เลยไปกินวาฟเฟิล A&W รู้สึกถึงความดั่งเดิมดีแต่ว่ามันออกมาเหี่ยวๆเล่าแต่รสชาติก็ได้อยู่...original ก็ไม่ใช่จะดีเสมอหรอกนะ

นั่งโม้นั่งเม้าท์ไปทำการบ้านญี่ปุ่นไปท้อแท้..ทำไม่ได้หวะจะสอบผ่านได้ไงเนี่ยอังคารหน้าหมดคลาสจะได้ไปสอบหรือเปล่ายังไม่รู้(ตารางทำงานยังไม่ออก)สุดท้ายก็โดดเรียน 5 5 5 หมดใจจะไปเรียนกินข้าวสามย่านดีกว่า

แจ๊กกี้พาไปกินเย็นตาโฟเจ้จูหมายจะต่อด้วยไอติมไข่แข็งแต่เค้าเลิกขายไข่ไปตั้งแต่หวัดนกระบาดต้องไปกินร้านเต้าทึงข้างๆแทน

กลับบ้านด้วยรถไฟใต้ดินที่สามย่านมาจตุจักร...อยากให้รถไฟฟ้าผ่านใกล้ๆบ้านกว่านี้ชีวิตมันจะดีขึ้นมาก

ร้อนเฟ้ย......

ป.ล1 คืนนี้ไปนาริตะตัดสินใจไปชินจูกุแค่ค่ารถไฟไปกลับก็สามพันกว่าเยนแล้ว ><

ป.ล2 บ้าน project เป็นไรเข้าเวบใครไม่ได้เล้ย...

Sunday, October 16, 2005

เบื่อบางกอก

นั่งกินลูกพลับที่หอบหิ้วมาจากโอซาก้าพลางคิดถึงเจ็ดวันที่กลับบ้านนอก

พบปะเพื่อนฝูง
กินข้าวกับแก๊งค์สาวๆเพื่อนสมัยโรงเรียน..มันหมายถึงเรารู้จักกันตั้งแต่สมัยนั้นเป็นต้นมาใช่มั้ยเค้าถึงอ้างกันแบบนี้ กลุ่มเนี่ยมันก็หลายคนอยู่แต่ที่ติดต่อกันบ่อยๆมีแค่ห้าคนรวมฉัน..เป็นคุณแม่ไปซะคน(แก้ว) กำลังจะเป็นอีกคน(ต่าย) พยายามเป็นอีกคน(แจง) จะแต่งงานอีกคน(เบญ)และฉันซึ่งไร้แววทุกอย่าง หึหึ แจงทำงานกรุงเทพก็เลยเจอกันแค่สี่คนพ่วงน้องฉันไปแทน(น้องกลับเชียงใหม่ด้วยก็ยังโดนเรียกสัมภาษณ์งานซะที)

มื้อแรกกินพิซซ่าเบญพาแฟนมาทานข้าวกับเพื่อนเป็นครั้งที่สอง มื้อสองหลังจากไปเยี่ยมกิจการและเป็นลูกค้ารักษาสิวคลินิคต่ายข้างสถาบันราชภัฎฯ แก้วพาลูกชายมาด้วยหลังปิดร้านไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านpop-am เก่าแก่จริงจิ๊ง...ยังอยู่ถึงวันนี้ผ่านมาเป็นสิบกว่าปีดีใจที่มันยังอยู่แหละเชียงใหม่ไม่มีค่อยมีร้านอาหารแนวครอบครัวเลย(s&p แพงเกิน)แก้วแทบไม่ได้กินข้าวเพราะดูลูก นั่งดูแล้วคิดว่าอีกสองสามปีเวลานัดเจอกันทุกคนก็จะเป็นแม่หมดแหงๆส่วนฉันก็เป็นป้าแก่ไป
มื้อสามก่อนกลับกรุงเทพต่ายกับเบญมากินข้าวกลางวันที่บ้าน...ทำกับข้าวที่บ้านสนุกดีประหยัดด้วย

อาหาร
กลับมาครั้งนี้ไม่ค่อยกินข้าวนอกบ้าน..ประหยัดแล้วก็ผีแม่บ้านเข้าสิงอยู่กรุงเทพไม่ได้ทำครัวเลย ทำแกงกระหรี่ญี่ปุ่นแบบมั่วๆหม้อแรกแห้งหยังกะมันบด หม้อสองทำแบบมังสาวิรัติทิ้งไว้ให้แม่ก่อนกลับกรุงเทพออกมาหน้าตาดีเชียวแต่ฉันกับน้องก็ไปกินหมูกระทะมามื้อนึง..นึกถึงแก๊งค์หมูกระทะ..โกอินเตอร์ไปหมดแย้ว

น้ำส้มสวนสุขภาพก็ไปกิน..ไม่รู้สึกพิเศษเหมือนก่อนๆแล้วแฮะ...

ดูหนัง
ดูหนังไปสี่เรื่องในวันเดียวประหยัดจริงๆ movie buffet 200 บาทดู โดเรม่อน(น่ารักซึ้งจะร้องไห้) เพื่อนสนิท(ตลกน่ารักดี..เคยแอบรักเพื่อนมั้ย?..ไม่เคย..มั๊ง..แต่ดูแล้วย้ำว่าเวลาไม่ย้อนกลับและชักช้าหะมาจะคาบไปแดกเน้อ) เรดอาย(หนุกดี)into the blue(พระเอกหล่อ อิอิ)สามแม่ลูกปวดเข่าถ้วนหน้า

ไปวัด
หนึ่งวันไปวัดที่เชียงราย...นานๆไปทีไปวันเดียวสองวัด(วัดพระธาตุแม่เจดีย์กับเวียงกาหลง)ยิ่งโตยิ่งห่างไกลวัด

ซื้อหนังสือ
งานสัปดาห์หนังสือมีที่กรุงเทพแต่อยู่นานกว่าจะกลับก็หมดงานพอดี(วันนี้ก็ไปทันนิแต่ไม่อยากไปเพราะเย็นทำงาน)ก็เลยต่อสมาชิกร้านสุริวงค์บุ๊คเซ็นเตอร์ลด 10% ก็เอาละเพราะมันลดนิตยสารด้วยถ้าซื้อ wallpaper ก็ลดตั้ง 12 บาทแล้ว หุหุหุ ซื้อหนังสือชื่อ"โตเกียว โตเกียว"มาอ่านเป็นฐานข้อมูลซะหน่อยคืนวันที่19ไปนาริตะตอนเช้าที่ไปถึงจะลุยไปในเมืองให้ได้ หนึ่งวัน(ครึ่งวันมากกว่า..ต้องนอนก่อนแหละ)จะทำไรได้มั่งนะ

เจ็ดวันผ่านไปไวเหมือนโกหก...กลับมากรุงเทพแค่ออกจากเครื่องบินมาก็เซ็งละ...รอกระเป๋าอีกครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อยเซ็งอีก แต่งานคือเงิน อดทนไว้ เฮ้อ....เบื่อบางกอก

Saturday, October 08, 2005

Vote

AF2 โชว์สุดท้ายโหวตไปสามสิบสองครั้ง....อย่า อย่าคิดว่าเราลงเงินขนาดนั้นแต่เพราะเติมเงินค่าโทรศัพท์คราวก่อนได้โหวตฟรีห้าสิบครั้งแต่เหลือ 36 ครั้ง(กุ๊กไก่ออกก็ไม่ค่อยติดตามละ)คืนนี้ว่าจะนอนดูเฉยๆแต่ดูแล้วของขึ้นยังไงซะก็โหวตฟรีเอาซะหน่อย โหวตให้เปรี้ยวแต่เค้าได้ที่ห้าซะงั้น ไม่โหวตให้อ๊อฟเพราะไงก็ชนะ(ก็ชนะจริงๆ)ไม่โหวตให้บอยเพราะไงก็ดังแน่ พัดกับพาสมีแฟนประจำอยู่แล้วแต่จริงๆไม่ต้องกดให้มือหยิก V ไหนก็มีแฟนส่วนตัวอยู่แล้วแต่มันดีตอนลุ้นส่งโหวตใช้ไปแค่สามสิบสองอันเองไม่ทัน panasonic มันยุ่งยากกว่าจะส่งได้

+ + + +
สแตนบายได้ทำงานครบหกวันเลย ได้ไฟล์ทบินตรงทั้งไปทั้งกลับเกาหลียังไม่พอเหลืออีกสองวันคิดเล่นๆถ้าได้ 620 (ไปโอซก้าแวะมะนิลา ขากลับบินตรง)ก็ดีซิเนอะได้ไปญี่ปุ่นนิดหน่อยก็ยังดีไปถึงค่ำแต่ก็ทันก่อนซุปเปอร์มาร์เกตปิด(เที่ยงคืน)ตดยังไม่ทันหายเหม็นเค้าโทรมาเรียกบิน 620 !?!!??! โชคดีมากๆระแวงหวะไม่เค้ย ไม่เคย ได้ซื้อขนมเยอะแยะป๊อกกี้ก็มีแบบใหม่อีกแล้ว

รู้สึกหมดแรงหลังจากที่ยืนๆนั่งนิดหน่อยมาห้าชั่วโมงกว่าตอนกลับจากญี่ปุ่น รู้สึกเหนื่อยล้าไม่อยากจะยืนอีกต่อไป นึกถึงสาวห้างว่าทนได้ไงยืนเช้ายันเย็นทุกวันๆ

+ + + +

หมู่นี้ไม่ได้นอนหลับสนิทซะทีต้องฝันตลอด ฝันเหนื่อยๆโดดตึกมั่งไม่ได้ฆ่าตัวตายนะมันรีบเลยโดดลงมาซะงั้น ทะเลาะกับคนอื่นมั่งมันต้องได้เถียงตลอดหลายคืนละ ตื่นกลางดึกหลายรอบไม่รู้เก็บกดหรือเปล่าประมาณว่าอยากจะด่าแต่ต้องอดทน

Monday, October 03, 2005

เกาหลียามบ่าย

แม้จะเป็นบ่ายสองของที่นี่แต่ไม่มีแดดและอากาศก็เย็น(สัมผัสผ่านกระจก)

ฉันอยากจะนอนนานๆนอนต่อเนื่องจะตื่นบ่ายอะไรก็ช่างแต่มันต้องตื่นตอนหกชั่วโมงผ่านไปทุกทีสิน่า..นอนต่อก็มาตื่นมาบ่ายสองนิดๆนี่หละ ดูนาฬิกาอยู่พักนึงถึงรู้ว่าเดี๋ยวก็กลับบ้านแล้วนี่หว่าไม่เห็นต้องซื้อเสบียงมาตุนเพียบเลยอ่ะแม้แต่กล้วยหอมลูกละเกือบยี่สิบบาทก็ยังซื้อมาด้ายยยย...เหลือเวลาอีกประมาณห้าชั่วโมงต้องแต่งตัวไปทำงานแล้วของกินมีเยอะกว่าเวลาต้องไปหยิบมาจัดการซะแล้ว

กินไปออกรอบปังย่าไปด้วยได้เงินปังมาสะสม 166 จิ๊บจ๊อยจริงๆฝีมือเรา

เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงไปจัดการกล้วย ส้ม น้ำอัดลม มาม่า น้ำผลไม้ก่อนหละ

ฟังเพลงเกาหลีส่งท้ายให้เอียนไปเลยช่อง M net หายย้ายมาฟัง KM

ป.ล โง่ละตู hispeed ที่ไหนมันก็ไม่ร้อยเมกหรอกนอนสงสัยทั้งคืน อารามง่าวละมันแลนนี่หว่า(สงสัยจนไปถามเชษฐ์) ไปเช็คความเร็วกะเวบแร๊กได้84k มั่ง 114 k มั่งเอาเหอะ ไงซะก็โหลดเกมมาได้ไม่ต้องไปรอที่บ้าน หุหุ

Sunday, October 02, 2005

คู่รักเกาหลี

ทำไมคนเกาหลีแต่งงานพร้อมกันเยอะจังหรือว่ามันปกติแต่มีการรวมตัวเลยดูเยอะเกินเหตุ

ตอนเช้ารถรับจากสนามบินมาจอดที่โรงแรมที่พักซึ่งใกล้สนามบินระหว่างเราลงรถก็มีคู่รักรอขึ้นรถไปสนามบินไม่น้อยเลยน่าจะสิบคู่ได้ พี่แอร์เกาหลีบอกว่าเป็นคู่แต่งงานกำลังจะไปฮันนีมูน ฉันถามเค้าว่าทำไมไม่เห็นใส่เสื้อเหมือนกันเลยหละ ปกติเห็นคู่รักไปเที่ยวจะใส่เสื้อผ้าเหมือนกันทุกชิ้นเลยก็มี(ที่เห็นข้างนอกนะข้างในไม่รู้)พี่เค้าบอกว่าก็มาพักโรงแรมก่อนเช้ามามีเวลาอาบน้ำแต่งตัว

คู่รักจะไปเดินทางตาเราจะพักผ่อนมั่งหละรับกุญแจห้องแล้วแต่เห็นแก่กินมากกว่าไปกินอาหารเช้าที่เค้าจัดให้ อาหารมีไม่มากจัดอาหารดูไม่ครบยังไงไม่รู้ให้ข้าวแต่กับข้าวไม่เห็นจะมีมีซุบนอกนั้นเป็นพวกแฮม เบค่อน ไข่คน ผักต้ม ไส้กรอก มันฝรั่งทอดดูแล้วเหมือนพวกเนี่ยมันชุดเดียวกันหรือให้กินข้าวกับไส้กรอก เกาหลีต้องมีกิมจิ!! เค้าจัดกิมจิกับผักคลุกงาสไตล์เกาหลีในมุมสลัดก็เลยกินสลัดใส่กิมจิแล้วก็ผักนั่นกับน้ำสลัดthounsand island ซะเลยอร่อยดีแหะ

ขึ้นห้องเห็นเตียงอยากนอนเฟ้ยมีเตียงใหญ่กับเตียงเล็ก ลงเตียงใหญ่ก่อนเลย แม่ง!!! มีขนติดผ้าห่ม !!!!!! ไม่ใช่ขนหัวหรือขนหน้าแข้งอ่ะครับ ตูนอนเตียงเล็กดีกว่ายังไงซะมันนอนได้คนเดียวแน่ๆ แหวะ

ที่โรงแรมมีบริการรถไปส่งในเมืองด้วยเวลาบ่ายสองโมงประเทศเกาหลี(เร็วกว่าเราสองชั่วโมง)หลังจากนอนได้งีบใหญ่ตื่นแต่งตัวตามพี่เค้าไปกินหมูเกาหลีตรงตลาดNumdaemun เป็นร้านที่อยู่ในใจใครทุกคนหาใครเทียบเทียมได้ยากมากๆ รู้จักกันในนามร้าน"ป้าญาณี"ที่มาก็คือมีป้าคนนึงหน้าเหมือนญาณี

ไปหกคนนั่งสองโต๊ะ โต๊ะมันเล็กควรนั่งมากสุดสามคนแหละไม่งั้นเครื่องเคียงล้นโต๊ะแต่ร้านป้าไม่มีไข่ตุ๋นหรือแกงส้มกิมจิให้แต่เพราะหมูหมักของป้ากินขาดหนะสิใครๆถึงต้องกินแม้จะนั่งรถจากโรงแรมมาหนึ่งชั่วโมง

กินหมูเสร็จตามสูตรต่อด้วยไอติมเมล่อนเช่นเคยแล้วก็ไปเดินเล่นMyeong-dong เดิมทีไม่คิดจะไปไหนเลยถึงหอบคอมมากะอยู่ในห้องเท่านั้นแต่ว่าใครๆเค้าบอกว่าไฟล์ทแบบค้างได้เที่ยวแบบนี้จะไม่มีอีกแล้วก็ถึงได้ออกไปกินหมูไปเดินเล่นสยาม(เกาหลี)ส่งท้าย

คนเยอะมากๆดูของอะไรไม่ถนัดคู่รักตรึมแหมเว้ยจะรักกันน่าหมั่นไส้อะไรปานนั้น ฉันว่าคนที่นี่ก็หน้าตาดีไม่น้อยแฮะแต่วัยรุ่นไทยก็น่ารักกว่าคนที่นี่แต่งตัวได้เต็มที่เพราะอากาศเย็นอ่ะจะใส่บูทใส่เฟอร์อะไรก็ได้

ร้านเครื่องสำอางค์เยอะแยะมากเป็นของ local พวก The Face Shop, Missha, Beauty Credit และร้านที่ขายของหลายๆยี่ห้อ ลองโลชั่นกลิ่นมะม่วงร้าน BeautyCredit หอมได้ใจมากๆแต่โลชั่นเหลวเป็นน้ำเลย ร้านเสื้อผ้าเยอะเป็นพิเศษร้านขายหมวกแก๊บเพียบทั้งของจริงของปลอมเท่าที่สังเกตก็เค้าชอบใส่หมวกกันหนะสิ

ก่อนถึงเวลารถมารับแวะร้าน Muji อยากได้ของร้านนี้เวลาไปญี่ปุ่นไม่มีโอกาสจะไปหาร้านแต่พอดูราคาแล้วซื้อไม่ลงเลยมันแพงกว่า

กลับมาโรงแรมเจอคู่แต่งงานมาเช็คอินอีกแล้วครับ เอาของขึ้นไปเก็บแล้วก็ออกไป Emart ซื้อของกินสำหรับพรุ่งนี้ซึ่งจะไม่ออกไปไหน จากนั้นก็พยายามต่อเนตอีกครั้ง
เค้าให้สายแลนมาบอกเล่นฟรีแต่เล่นที่ไหนวะ หาในห้องก็ไม่เจอเอาคอมไปต่อใน crew lounge ก็มะได้มันไม่แจก IP วิชามารดูคอมที่เค้ามีให้เล่นแล้วมามั่ว IP ก็มะได้ ไปลอง wireless ที่ล็อบบี้ก็มะได้ คนนึงบอกมีสุดท้ายคนผู้หญิงบอกไม่มี ขอ IPเล่นที่ Crew lounge เค้าบอกไม่ต้องใส่เองแล้วถามว่าไม่เล่นในห้องหละ ...อ่าวเล่นไงอ่ะหา port ไม่เจอ เจ๊เค้าบอกเดี๋ยวส่งคนมาดูให้

แม่คู๊ณณณณณณณณณณณ...อยู่หลังหัวเตียง ต้องยกแผ่นหัวเตียงออกถึงจะไปต่อได้ - -""" เนตความเร็ว 100 Mbps โหลด Maple Story ขนาด 278เมกซะเลย ลองเข้าแร๊กนาล็อคเล่นไม่ได้ครับ ก็นั่งเขียนเวบดูคอนเสิร์ตช่อง M net นักร้องผู้หญิงเค้าเน้นเซ็กซี่กระมังนุ่งสั้นโชว์กันสุดฤทธิ์ขาวจริงๆเล้ย

เกมโหลดเสร็จละเร็วจริงๆ อิอิ

ป.ล Sudoku ตารางสองในหนังสือที่ซื้อมาแก้ไม่ได้ครับเล่นตั้งนานดันผิด moderate ไรของม้าน...ตารางที่สามเก็บมาจาก Bangkok post มาเล่นที่โรงแรม ผิดอีกแล้ว ท้อแท้ ><

Saturday, October 01, 2005

สแตนบาย

อยู่สบายใจมาทั้งวันคิดว่าค่ำแล้วคงรอดดันโดนเรียกไปเกาหลีตอนทุ่มกว่าเครื่องออกห้าทุ่มครึ่ง ว้าก ว้าก แว้ก แว้ก เก็บของ เก็บของ กรี๊ดดด กระเป๋าใหญ่เอาไปได้ป่าวว้า..ไปเกาหลีไม่หนุกเอาซะเลยน่าจะไปญี่ปุ่นมากกว่าแต่นับว่านี่เป็นโชคดีที่สุดของการสแตนบาย ไปสามวันแหละกว่าจะกลับก็วันที่สี่ตอนเที่ยงคืนสามสิบห้า >_< ดีน้าให้ไปสนาบินเลยไม่ต้องไปcrew center รู้สึก relax ขึ้นเยอะมีเวลาเออระเหยด้วย

เอาคอมไปด้วยดีกว่า

Friday, September 30, 2005

สุขุมวิททัวร์

sudoku ตารางแรกเล่นสำเร็จตอนเช้าทั้งที่ก่อนนอนก็พยายามดูแล้วแต่ตาลายนอนดีฝ่า ตื่นมาหยิบมานอนดูใหม่แก้ได้พรึ่บๆ บางทีจ้องมากๆมันมองไม่ออกพักสักหน่อยก็จะเห็นแสงสว่าง หุหุ อุเหม่มีสมองมิใช่น้อยเลยเรา...เล่นเสร็จแล้วมันก็ addictive ตามที่มันขู่เราไว้จริงๆ ดังนั้นเลยทำให้ vocher 100 บาทของ asiabook ที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจนวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หมดเขตก็มีประโยชน์ขึ้นมาทันใด

สามพี่น้อง(ภัทร ปุ๊ก ฉัน)ออกจากบ้านนั่งรถแท็กซี่ไปต่อรถไฟใต้ดินไปลงอโศกวางแผนไว้ว่าจะไป planet yoga เพราะโทรมาตามให้ไปเอาบัตรทดลองเล่นหลายทีแล้ว จะไปดูซานริโอเซลที่เซ็นทรัล ไปเอเชียบุ๊ค

ไป planet yoga แล้วอารมณ์เสียหลอกเรามาจะให้ซื้อเมมเบอร์ ไอ่การแจกvocherให้ลองเล่นก็รู้ว่าจะให้เล่นแล้วจะขายเมมเบอร์หรอกแต่นี่ยังไม่ได้ลองเลยก็มาขายแกมบังคับว่า first visit ราคาพิเศษต้องตัดสินใจวันนี้เท่านั้นแล้วสัญญาก็ต่ำสุดที่หนึ่งปี...เดิมที่ก็ไม่ชอบโยคะอยู่แล้วให้ลองเล่นแล้วค่อยมาขายยังไม่น่าเกลียดเท่าไหร่...แถม vocher ก็มีอายุแค่เจ็ดวันทั้งที่หนึ่งใบก็คือหนึ่งครั้งอยู่แล้วน่าจะให้เล่นวันไหนก็ได้(เค้าแจกสองใบใบละพัน)ไกลจะตายโหง..แถมสัปดาห์หน้า standby หกวันหยุดวันเดียวจะถ่อไปมั้ยอ่ะสุขุมวิท...ฉันบอกว่าถามแล้วทางโทรศัพท์ว่าจะเล่นที่ไหน vocher ใช้ยังไงก็ไม่บอกจะให้เข้ามาแล้วก็มาเสียเวลากันพอเซลคนแรกทำท่าขายเมมเบอร์ไม่ได้ก็ไปเรียกอีกคนใหม่ซึ่งจัดจ้านกว่าเดิมมารับหน้าที่ต่อ เจ้าหล่อนมานั่งสาธยายความดีของโยคะยังงั้นยังงี้รวมทั้งทำให้ผิวหน้าใสไม่เป็นสิวด้วย(เห็นข้อด้อยอะไรของตูก็ยกมาโม้ด)แต่คนพูดหน้ามีสิวอักเสบอยู่อ่ะทั้งที่เค้าบอกว่าเค้าเล่นโยคะจนมีเอว

การเป็นเมมเบอร์มีค่าแรกเข้า 1999 ทำบัตร 299(หรือ 999จำไม่ได้แต่จะคิดตูไมเนี่ย)แล้วก็รายเดือน 2099 ถ้าเราสนใจก็เอา vocher ที่จะให้มาลดค่าแรกเข้าได้...แล้วตูจะลองเล่นได้ไงวะ...หยิบยกดาราทั้งหลายมาโฆษณาว่ามาเล่นบ่อยๆ แล้วไงอ่ะ??สาธยายกันต่อไปแต่วันนี้เดี๊ยนใจแข็งหล่อนเลยยกไม้ตายสุดท้ายบอกว่าเป็นเมมเบอร์ฟิตเนสลดรายเดือนโยคะให้เหลือ 1599

ยังไงก็ไม่สมัครตอนนี่หละจ่ายถูกไป500ไม่มายังไงก็ไม่คุ้ม วันหน้าจะเล่นจริงๆจ่ายรายเดือนเต็มราคาก็ไม่เป็นไรไม่ใช่หรอก็บอกเองว่าครั้งละพัน ฉันบอกว่ามันไกลบ้านก็ยกเมมเบอร์บ้านไกลๆมาบอกว่าเค้าก็มาเล่นกัน..แล้วไงอ่ะเพ่..เค้าออกค่ารถให้ฉันเรอะ เมื่อคนขายเห็นว่าขายไม่ได้แน่ๆก็เลยกระฟัดกระเฟียดทำกริยาแย่กว่าเดิมซ้ำยังพูดว่ายังงี้ได้ vocher ไปก็ไม่ได้มาเล่นใช้มั้ยคะแล้วก็รวบเอกสารฟึ่บ ! แล้วบอกว่าถ้าวันหลังสนใจให้ติดต่อเซลคนแรกที่เค้าดูแลอยู่แล้วหล่อนสวัสดีเดินสะบัดตูดไปเลย...สรุปตูไปทำไรที่นั่นเนี่ย...ไหนอ่ะ vocher !??!

เดินออกมาจากโยคะสามพี่น้องนินทากันมันสุดๆ (เค้าก็คงนินทาเราเช่นกัน)อะไรหว่ามารยาททรามสุดๆ

เดินจากตึกจัสมินไปซื้อขนมปังร้านคัสตาร์ดนากามูระ(ซ.33)ชอบขนมปังร้านนี้สุดๆหั่นหนาดีแถมนุ่มและหอม ^^ แล้วก็ไปเอ็มโพเรียมได้ su doku เล่มบึ้มเล่นกันมันแน่ งิงิ

จากเอ็มโพเรียมไปเซ็นทรัลชิดลมจะซื้อสมุดซานริโอปรากฎว่าที่ซื้อไม่เซล = = ของที่เซลไม่มีอะไรอยากได้..เดินทางทั้งวันท่าทางไม่ประสพความสำเร็จเล้ยเจอแต่คนแปลกๆ ขนาดเข้าคิวซื้อข้าวขาหมูกินยังเจอคุณน้าประหลาดจุกจิกนี่ไม่เอานั่นไม่ดีไข่เบี้ยวจะเอาลูกใหม่เด็กคนขายมันก็ทนจริงๆแต่ก็แน่นอนคุณน้าลับหลังไปก็บ่นเป็นธรรมดา ไม่บ่นก็จะไหว้แล้วหละว่าคุณน้องช่างวางเฉยเก่งจริงๆ

นอนเล่นsudokuดีกว่า..บ่นมากเราจะบ้าตามคนอื่นไปด้วย

pictured by K300

Thursday, September 29, 2005

Sudoku

Sudoku เกมpuzzle ตัวเลขที่มันมาอยู่ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้แต่ฉันเพิ่งจะเอามาเล่นวันนี้ครั้งแรก

เวลาทำงานเห็นผู้โดยสารเล่นกันมานานแล้วบางคนก็เล่นในหนังสือพิมพ์ที่เราจัดไว้บริการ(ซึ่งมันก็จะยับเยินเละเทะเป็นบางทีจนไม่สามาเอามาพับไว้สำหรับใช้ในเที่ยวบินขากลับได้)บางคนก็ซื้อมาเองเป็นเล่นรวมโดยเฉพาะเห็นอยากจะเล่นมั่งแต่ไม่ได้จริงจังจนวันนี้แหละบินจากเชียงใหม่ไปภูเก็ตไฟล์ทไทม์อย่างนานเวลาว่างหลังบริการเพียบหยิบแอบหยิบ outlook(ใน Bangkok post)มาดูดวง(แอบทำอยู่น้า..เค้ามะให้อ่านนพส.ตอนทำงาน)เหลือบไปเห็น sudoku เล่นไงหว่านึกอยากจะเล่นปรากฎว่าเพื่อนร่วมงานโผล่มาจากไหนมะรู้เค้าบอกเค้าชอบเล่นมากเลยก็เลยให้เค้าสอนซะไม่ต้องแปลกติกาการเล่นเอง อิอิ เกมจะมาเป็นตางรางใหญ่ 9x9 แต่เค้าแบ่งเป็นกล่องละ 3x3 กฎคือทุกแถวแนวนอนและแนวตั้งและในกล่อง3x3ต้องมีเลข 1-9 ไม่ซ้ำกัน

ตารางแรกในชีวิตเริ่มเล่นจากที่ทำงานแต่ยังไม่สำเร็จเดี๋ยวไปเล่นต่อก่อนนอน...หนุกหนาน หนุกหนาน

ป.ล1 ภาพเป็นข่าว
หมูเกาหลีแบบสามชั่นอร่อยมั่กมาก ไข่ตุ๋นก็เยี่ยม



ชายหาดอ่าวอาราเบียนที่ Sharjah เมืองใกล้ดูไบพักที่ SharjahGrand






ป.ล2 สนามบินสุวรรณภูมิเนี่ยคิดก่อนสร้างแล้วใช่มั้ย...สงสารนก...สงสารตัวเอง

Wednesday, September 21, 2005

ขาดโอเมก้า3

ขาดโอเมก้าสามก็ทำให้ซึมเศร้าได้ข้อมูลจากcleoเดือนกันยาเค้าบอกว่าผู้หญิงที่กินปลาเดือนละครั้งหรือน้อยกว่านั้นจะมีอัตราการเกิดความซึมเศร้าเหงาหงอยสูงกว่าคนที่กินปลาทุกสัปดาห์หรือมากกว่านั้นแต่ดูเหมือนว่าโอเมก้าสามในปลาไม่มีผลต่ออารมณ์ในผู้ชายนะ...ฉันก็กินปลาน้อยจริงๆด้วย T_T อยากกินปลาทอด

วันนี้ไปหาหมอสิวหมอยังคงให้กินยาต่อไปหมอบอกปริมาณมันน้อยนิด หมอบอกว่ารอยมันจางลงนะเนี่ยแต่เราบอกหมอว่าหนูตื่นขึ้นมาเห็นหน้าสิวๆแล้วเซ็งไปหมดเลยค่า...เซ็งขี้หน้าตัวเองแก้ไขด้วยการไปตัดผมถ่อไปหลังบริษัทคิดว่าจะถูกปรากฎสามร้อยบาท..ธ่อตัด The mall ก็สามร้อยไม่เสียค่ารถอีกแถมร้านประจำที่สยามก็สามร้อยเหมือนกัน...จะทำสีผมแต่แพงจัดสองพันแหนะ

ผมยาวมันก็ทำไรไม่ได้มากไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากผมตรงซึ่งมันก็แค่วันที่ออกจากร้านนั้นแหละ...ถ้าผมยาวกว่านี้จะดัดซะเลย

พรุ่งนี้ไปดูไบอยู่ที่นั่นสี่คืน(ในเครื่องบินคืนนึงตอนขากลับไทย)เปลี่ยนโรงแรมไม่นอนดุสิตมานอนโรงแรมริมทะเลซึ่งไม่ได้สวยหรูเลยแสนจะธรรมดามากๆแต่ให้ค่าอาหารวันละสี่สิบแฮ่ม (ดีแร่ม หรือเดแฮ่มมะรู้ 1 AUD ประมาณ 11 บาท) จะไปกินปลาย่างซะหน่อยอร่อยดีเสริมสร้างโอเมก้าสาม หุหุ

Tuesday, September 20, 2005

ซึมเศร้า

วันๆไม่มีโอกาศได้ร่าเริง..ทั้งที่เพิ่งไปพักผ่อนมามะใช่เรอะรู้สึกหมดแรงหมดใจชอบกล..รู้สึกซึมเศร้าบ่อยเกินไปหรือเราจะเป็นโรคจิต..แค่ยาแก้สิวปริมาณเล็กน้อยไม่น่าจะมีทำให้ผลข้างเคียงของยาที่รวมเรื่องซึมเศร้าอารมณ์รุนแรงมีผลกระทบได้ขนาดนั้นแต่ว่าทุนเดิมมันเป็นอย่างงั้นอยู่ก่อนอ่ะดี๊

เมื่อคืนนอนที่เชียงราย..นอนคนเดียวฝนตก..แหมเว้ยทับถมสร้างบรรยากาศซึมเซ็งเข้าไปอีกเน้อ...หัวค่ำนี้ไปอุดรฯยืนเล่นประตูท้ายเครื่อง(สนามบินไม่มี jet bridge ใช้บันไดเทียบก็เลยเปิดประตูหลังด้วย)ลมเย็นๆพัดเงียบสงบรู้สึกอยากไปอยู่บ้านนอกอยากพักผ่อนอีกแล้ว..ต้นเดือนหน้าลาหยุดไว้แปดวันไม่มีเงินจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกลับบ้านต่างจังหวัดก็คงเพียงพอ

พรุ่งนี้ไปหาหมอสิว..จะถามซะหน่อยว่าต้องกินยาไปอีกนานเท่าไหร่ฉันหงุดหงิดบ่อยจนจะฆ่าคนได้อยู่แล้ว...แง่งๆๆๆๆๆๆ(แต่สิวยังขึ้นอยู่เลยนะซ่าจริงๆสิวตู)

ป.ล1 คุยกับเชษฐ์เรื่องซึมเศร้าหงุดหงิด..เพื่อนบอกไปหาจิตแพทย์ไม่เสียหายแกเคยแนะนำทีละตอนฉันบ่นจัดๆก่อนกินยาแก้สิวซะอีก = =" หรือไม่ก็ต้องมีกิ๊ก..ลองอย่างหลังก่อนมะ หุ หุ

ป.ล2 ทำไมผู้โดยสารชายเรียก "น้องๆ เอานี่เก็บในนั้น(overhead bin)ให้หน่อย" แล้วยื่นกระเป๋าขนาด notebookแต่ไม่ได้ใส่โน้ตบุ๊คมาให้ฉัน เค้านั่งที่นั่งริมด้านนึงยื่นข้ามหัวคนอื่นมาให้ฉันใส่ bin อีกด้านนึง งงๆละเพ่ทำไมไม่เก็บข้างตัวเองหละที่สำคัญทำไมไม่เก็บเองเล่า...วันๆมีแต่เรื่องชวนบูดเฟ้ย

Sunday, September 18, 2005

แดดจัด

แดดตอนเช้าสว่างสดใสน่าหมั่นไส้อีกแล้ว...อากาศจัดว่าร้อนทีเดียว..แต่ก็ไม่ดำริอยากไปทะเลหน้าฝนอีกละลุ้นเกินไปนะ

เอารูปไปเสม็ดขึ้น My space เรียบร้อยดูรูปแล้วอยากไปใหม่ฝั่งอ่าวพร้าวนี่งามสงบจริงๆถ้าพายุมาก็รับเต็มๆอีกต่างหาก ไปเที่ยวสามวันสองคืน ฝนตกซะสองวันหลอกกันนี่นาวันแรกทำแดดแรงเลยไม่เล่นน้ำก็เลยอดหมดไม่ต้องเล่นกัน

วันแรก
ออกจากบ้านหกโมงครึ่งคิดว่าสบายๆน่าจะไปถึงสถานีรถเอกมัยประมาณ 7:45 ปรากฎว่าจะแปดโมงเพิ่งลงจาก BTS วิ่งหน้าตั้งแต่คิดว่ายังไงรถก็เลทเว้ย สบายๆ แต่ก็อดลุ้นมะได้ถ้าไม่เลทเน่าเลยพลาดเรือ วิ่งๆดันติดเพลงชาติอีกต้องยืนตรง..เฟ้ย เฟ้ย มารักชาติกันตอนนี้อีก เพลงชาติจบวิ่งพรวดๆลงกะไดฉันนำหน้าไปหาที่ซื้อตั๋วก่อนเลย...แล้วรถก็เลทตามที่เราคาดหมายไว้..เดินย้อนไป 7-11 หน้าสถานีซื้อขนมได้อีกต่างหาก

แปดโมงกว่ากว่ารถจะออก...นั่งสบายๆวิ่งบนทางยกระดับชิลๆครับนอนเพลินๆถึงท่าเรือแล้ว เรือมาเที่ยง มีเวลาไปหาของกินอีกแล้วฉันเดินไป 7-11 นอกถนนนู่นน้องนั่งเฝ้ากระเป๋า..มียูนิฟกลิ่นข้าวบาร์เล่ย์ด้วยไม่หวานชอบ ขวดก็สีสวย...หาในแถวบ้านเราสามร้านละไม่มี...อยากกิน

คนไปร่วมชะตากรรมพร้อมฉันกับน้องอีกสามกลุ่ม..กลุ่มครอบครัวมีหมาพูดเดิ้ลชื่อมอมแมมตัวดำปี๋มาด้วย กลุ่มวัยรุ่น1 กลุ่มวัยรุ่น2 รวมก็สิบสองสิบสามคน(แต่เรือมันเขียนว่า 8+2 คนมะใช่หรอ) นั่งเรือเหินๆ มาแป๊ปเดียวถึงรีสอร์ทเราพักที่ Limacoc อ่าวพร้าว น้ำใสสวยงาม ลงเรือแตะน้ำทะเลเดินลุยขึ้นไป check in มีน้ำตะไคร้ต้อนรับแก้วแอบเก๋วางแล้วมันจะเอียงเหมือนจะล้ม ห้องที่พัก(deluxe sea view)เดินขึ้นเนินไปสองชั้น หน้าต่างกว้างมองเห็นทะเล(ลืมถ่ายรูปห้อง)

เก็บของเปลี่ยนขาสั้นลงมากินข้าวริมทะเล นั่งนอนดูทะเลรับลมเพลินจริงๆ บ่ายๆกินแพนเค้ก ไอติมกล้วยหอมทอดกับกาแฟเย็นเป็นอาหารว่าง...มาที่นี่ควรจะกินไอติมกล้วยหอมทอดมากๆ 90 บาทเท่านั้นกล้วยชุบแป้งทอดหลายชิ้นมากมีไซรัปให้ราดตามใจชอบ

อิ่มอืดมากๆไม่ได้เล่นน้ำเพราะไม่มีใครเล่นเลยอ่ะ ของว่างยังไม่ทันย่อยอาหารเย็นอีกแล้วกินปลากระพงทอดราดน้ำปลายำมะม่วง หมึกนึ่งมะนาว ปูนึ่ง กุ้งแช่น้ำปลา..หร่อยหมดเพราะของสด อิ่มพูดไม่ออก นั่งดูทะเลกัน นั่งดูคน มีครอบครัวฝรั่งครอบครัวนึงเหมือนมาพักนานแล้วสนิทกับทุกคนเลยทุกคนก็จะไปคุยกับเค้าสนิทสนม ลูกสาวตัวเล็กก็ให้คนนั้นคนนี้อุ้มได้ไม่หวงเลย ที่รีสอร์ทมีแมวด้วยตอนแรกเด็กฝรั่งก็เล่นลูกแมวตัวขาวอยู่ดีๆ ซักพักลูกแมวไปเดินเล่นเองปีนตันไม้แล้วลงไม่ได้...ฉันก็ไปล่อมันลงมาต่ำๆแล้วก็ปีนไปเอามันลง กลัวแมวข่วนมันตกใจกางเล็บหมดเลยใจมันเต้นแรงมากๆฉันไม่อยากจะฉีดยากันบ้าอีกแล้วต้องเอามาพักแปะกับต้นไม้กลางทางก่อนแล้วค่อยเอาใส่เสื้อกระโดดลงมาจากต้นไม้...พอลงมาได้ก็เล่นแมวกันจนดึกกว่าจะขึ้นห้อง

วันที่สอง
ตั้งนาฬิกาจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น...ไม่ตื่นครับไม่ไหว..ลงมากินข้าวเช้าแปดโมงเช้า อากาศเย็นลมแรง อาหารเช้าเป็นเซตให้เลือกพวกไข่ดาว ไข่คน ออมเลต ข้าวต้มเครื่อง แพนเค้ก กินข้าวเสร็จเดินเล่นน้ำชายหาดจะเล่นน้ำรึก็น้ำลงนะไม่มีใครเล่นอีก...ครอบครัวฝรั่งพาลูกไปเดินชายหาด ครอบครัวมอมแมมก็พามอมแมมไปเล่นน้ำเหมือนกัน ถ่ายรูปเล่นก็มานอนอ่านหนังสือกินลมทะเลจนจะหลับ ก็ขึ้นห้องก่อน หลับครับ

ลงมากินข้าวกลางวันซึ่งก็บ่ายสองแล้ว..ไรหว่า..ฟ้ามืดลมแรงมากๆคลื่นแรงลูกคลื่นมาเพียบ กินข้าวว่าจะเล่นน้ำก็ไม่มีใครเล่นมีฝรั่งเล่นอยู่นิดหน่อยแล้วคนที่มาพร้อมเราเค้าไปไหนวะ คนที่มาก่อนหน้าเราก็มีไม่เห็นมีใครเล่นน้ำมาทำไรกันนิ วันที่สองเป็นวันที่สามารถเลือกกิจกรรมนั่งเรือรอบเกาะได้แต่ว่าลมแรงใครจะไป(แม่ไม่ให้ไปด้วยแหละบอกตั้งแต่คืนแรกแล้ว...แม่ยังกะกรมอุตุฯรู้ได้ไงบอกให้อยู่รีสอร์ทนวดไป)ก็เลยนอนนวดไทยไม่นั่งเรือก็เลือกนวดได้ฟรี)นวดเสร็จฝนตก !!! ไม่ต้องเล่นน้ำครับ ตกไม่เลิกเลย สั่งอาหารไว้สองทุ่มก็กางร่มเดินลงมากินวันนี้กินแค่กุ้งเผากับปลาสามรส นั่งดูครอบครัวฝรั่งเอาลูกเล่นน้ำฝน..แปลกแฮะไม่หยังกะประคบประหงม ก็แค่จูงมือไว้แต่ว่าให้ลูกถอดรองเท้าเหยียบน้ำฝนเล่น ครอบครัวมอมแมนนั่งเล่นไพ่ไปกินข้าวไป...วัยรุ่นอื่นๆก็มากินข้าวคู่รักก็เยอะแยะไปหมดการนัวเนียในรีสอร์ททั้งที่มีคนอื่นเหมือนเรื่องธรรมดา...อิจฉาเค้าสิ...คนรีสอร์ทข้างๆ(เลอวิมานกับอ่าวพร้าวรีสอร์ท)ก็มากินข้าวที่รีสอร์ทเรา ก็บรรยากาศมันไม่อลังการแบบศาลาไทย เปิดเพลงก็เพราะด้วย

ฝนตกทะเลก็สวยนะพอเดินขึ้นห้อง..ฝนตกหนักเข้าไปอีก...ไฟดับไปสองรอบ !!!! คืนนี้นอนฟังเสียงฝนไป

วันที่สาม
ฝนยังตกอยู่...ไม่ต้องเล่นน้ำไม่ต้องถ่ายรูป..กางร่มลงมากินข้าวเช้า...คลื่นน่ากลัวสุดๆไม่มีทางกลับได้หรอกให้กลับก็ไม่กลับ...เจ้าหน้าที่ที่รีสอร์ทมาบอกที่โต๊ะว่าเรือรอบ 10:30 ยกเลิก..ถ้าถึงเวลาเช็คเอาท์ก็มารอข้างล่างก่อนถ้าตอนไหนเรือเข้ามาได้ก็ไปตอนนั้น กลับห้องไปนั่งเล่นนอนหลับ...เที่ยงลงมา คลื่นไม่มีแววจะเบาเลยไล่กันมาตูม ตูม น้ำใสหายไปหมดแล้วขุ่นมัวคลื่นสูง นึกว่าจะได้เป็นชาวเกาะแล้วไม่หละ...เป็นชาวเกาะโดดงานไม่เท่าไหร่ไม่มีตังค์เนี่ยดิ

ปรากฎว่าเค้าจัดเรือให้ไปรับที่หน้าด่านเค้าบอกอีกด้านคลื่นไม่แรงเท่านี้มันมีภูเขากัน การเตรียมการของเค้าดีนะมีถุงดำห่อกระเป๋าพวกเรากันเปียกแจกเสื้อกันฝนให้ทุกคนเรียกรถกระบะมารับที่รีสอร์ท นั่งกระบะไม่มีหลังคาไปตามถนนรอบเกาะ ไกลชะมัด มาอีกฝั่งมันดูโทรมจริงปุ๊กบอกว่าที่พักเหมือนกุฏิพระชอบกล..หาดสวยๆด้านหน้าด่านก็มีนี่นาแต่ตอนนั้นดูไรไม่ออกแล้วหละ

นั่งรถมาถึงหน้าด่าน..พบว่าข้อสงสัยเรื่องบนเกาะมี 7-11 หรือไม่ก็คลี่คลายมีร้าน 7-11 ใหญ่ทีเดียวจะมียูนิฟข้าวบาร์เล่ย์มั้ยนะ พอพนักงานขนกระเป๋าลงเรือเสร็จก็ให้เราลงเรือก็เป็นสปีดโบ๊ตแต่ลำใหญ่ขึ้นหน่อยเขียนว่ากู้ภัยฉลามขาว...ชูชีพแดงตัดกับเสื้อกันฝนสีเขียวมากๆ...นั่งเรือแบบน้ำสาดกระเซ็นคลื่นสูงน่ากลัวมากๆ มอมแมมเก่งจริงๆไม่ตกใจเลยเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา มาถึงท่าเรือฝั่งบ้านเพรู้สึกมึนคลื่นมาแรงเรือโยกชวนอ้วก...ขึ้นจากเรือได้ลำบากมากคลื่นมาซัดเรือโยกไปโยกมา...ไม่เอาแย้วหน้าฝนกับทะเลแบบข้ามเกาะ

คนอื่นเค้าขับรถกลับกันพรึ่บพรั่บ สองพี่น้องสำเหมาเอ๋อ รถทัวร์วันนี้ไม่วิ่ง...บ้าดิ!!! ครอบครัวมอมแมมชวนกลับด้วย..ใจดีจริงๆเลยแต่เกรงใจ..โทรไปถามรถทัวร์เค้าบอกว่าเด๋วพนักงานที่นั่นจะเอารถไปรับมาขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง...มีคนร่วมชะตากรรมนี้เป็นสาวญี่ปุ่นสองคน..เก่งจริงๆ backpack มา พนักงานรถทัวร์เรียกรถเหมาไปส่งท่ารถที่ระยอง นั่งในกระบะแบบ space cab จากบ้านเพถึงระยอง 20 กิโล จะเข้ากรุงเทพเหมือนกันทั้งไทยทั้งญี่ปุ่นแต่ว่าคนญี่ปุ่นจะไปลงเอกมัย...แต่ว่าฉันตัดสินใจไปลงหมอชิต แล้วมันก็ shit shit shit shiiiiiiiiiiiiittttttttt แบบที่เล่าไปแล้ว

ไว้หน้าหนาวหน้าร้อนจะไปแก้มือใหม่...


เกาหลี
โรงแรมที่อินชอนเค้าเปลี่ยนที่นานแล้วฉันเพิ่งเคยจะได้ไปค้างดีเหมือนกันไม่ได้ไปแต่ยุคแรกที่ไม่มีอะไรทำตอนนี้มี E mart(ซุปเปอร์มาร์เก็ต)มาเปิดได้ ไปถึงเกาหลีแบบลำบากลำบนก็คุณผู้ชายมาก่อกวน(ประจำเดือน)ปวดท้องปวดขา ดีนะผู้โดยสารไม่เต็ม(ถึงขั้นน้อยน่าหวั่นใจ)ไปถึงโรงแรมยังตะกละจะกินหมูเกาหลีนะแต่ว่าออกไปทันทีพร้อมกลุ่มแรกไม่ไหว ดีมีพี่แอร์พี่สจ๊วตใจดีรอออกไปกินด้วยให้เวลานอนพักหนึ่งชั่วโมง...แต่ไม่ทันได้นอน...ล้างหน้าอาบน้ำอุ่นเอาน้ำอุ่นฉีดท้องแทนกระเป๋าน้ำร้อน = ="

ออกไปกินหมูกันสามคนอร่อยชอบหมูสามชั้นรู้สึกว่าไม่ต้องหมักก็อร่อยเนื้อหมูหมักก็งั้นๆ...น่าแปลกใจที่กินหมูเกาหลีร้านไหนครั้งแรกจะไม่รู้สึกอร่อยนะต้องไปครั้งที่สอง

กินเสร็จไปเดินซุปเปอร์ทั้งที่ไม่มีอะไรอยากได้นอกจากคิดว่าจะซื้อ handcream ยี่ห้อ Atrix เค้าว่าดีแล้วมันก็ถูกกว่าซื้อญี่ปุ่นแต่ปรากฎว่าขนมเต็มตระกร้าหมดไปหมื่นกว่าวอน(แค่ค่าขนม)

กลับห้องรู้สึกง่วงนอนดู NHK สอนพับกระดาษเป็นห่อของขวัญ(origata)แต่นอนไม่สบายเอาซะเลยปวดท้องอีกรอบนอนกระสับกระส่าย...ยาคงหมดฤทธิ์ ทนไม่ได้ลืมตามาตีสองลากสังขารออกไปกดน้ำร้อนหน้าลิฟท์ใส่ขวดน้ำทำเป็นกระเป๋าน้ำร้อน...ทรมานจริงๆวุ้ย

วันทำงานกลับก็สบายอีกแล้วขาแรกที่แวะไทเปคนน้อยมากห้าสิบกว่าคนแต่จากไทเปเข้ากรุงเทพสองร้อยกว่าคน...กว่าจะถึงกรุงเทพห้าทุ่มกว่าจะถึงบ้านเที่ยงคืนกว่า...หยุดวันเดียว...พรุ่งนี้บินแต่เช้าอีกแย้วไปนอนเชียงราย >_<

ป.ล ส้มเกาหลีก็ไม่มีเม็ด... GMO หรอ

Thursday, September 15, 2005

เหนื่อย

เช้านี้อากาศสดใสเชียวนะ..ทำหยังกะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน..

ไปเที่ยวก็ดีแต่เสียตอนกลับพายุเข้า...ทุลักทุเลกลับฝั่งนั่งรถบัสไม่เท่าไหร่แต่เซ็งที่กรุงเทพจัดๆเลย...นั่งรถมาลงหมอชิตคิดว่าใกล้บ้านกว่าลงเอกมัย..เป็นการตัดสินใจที่ผิดมากๆ..ฝนตกรถติดแท็กซี่น้อย..จุดขึ้นรถแท็กซี่มีให้มีห้าช่องทางแต่กว่าจะมาแต่ละคัน..มาทีก็แย่งกันเข้าไปสิเฮงซวยมากเรื่องคิว ห่วยทั้งแท็กซี่ทั้งคนรอแท็กซี่ ไม่มีระเบียบไม่มีสามัญสำนึกใช้หลักการด้านได้อายอด ไม่คิดจะแย่งกับเค้าทำตัวเป็นคนดีคงไม่ได้กลับบ้าน เห็น microbus มานั่งมาเรียกหน้า BTS ตากฝนสิทีนี้กว่าจะได้รถแถมไม่ไปซะก็มี..รอไปทั้งหมดทั้งสิ้นสองชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน..ความรื่นรมย์ของทะเลหายไปหมดเพราะอารมณ์เซ็งเบื่อหงุดหงิดเปียกแฉะ

ยังเหนื่อยไม่หาย..พรุ่งนี้ไปทำงานอีกแล้ว ตีห้า !! ไปฮ่องกงก่อนแล้วไปเกาหลี

ป.ล1 เรื่องไปเที่ยวเล่าทีหลัง...ไม่ทันทำอะไรต้องนอนอีกแล้วเดี๋ยวไม่ตื่น

ป.ล2 ไม่ทันสมัครสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น..เค้าปิดไปแล้ว...พลาดไปอีกปี..แต่ถึงสอบก็ใช่ว่าจะผ่าน เฮ้อ...

ป.ล3 พาน้องไปสมัครงาน...ทำงานซะทีจะดีมาก

ป.ล4 ทำไมหงุดหงิดโมโหง่ายชะมัดเลยเรา

Sunday, September 11, 2005

ผจญภัย

เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมไปผจญภัยกันสองพี่น้อง..ตื่นเต้นและกลัวนิดๆนะไม่เคยไปไหนกันเอง..น่าแปลกที่รู้สึกกังวลมากกว่าไปผจญภัยเดี่ยวที่ญี่ปุ่น...บ้านเราน่ากลัวใช่มั้ยหละดังนั้นในกระเป๋ามีอุปกรณ์ป้องกันตัวด้วยพลังเสียง 110 dB พึ่งได้หรือเปล่าไม่รู้แต่อุ่นใจนิดนึง

การเดินทางจะไปด้วยรถบัสเที่ยวแปดโมงเช้าไปต่อเรือตอน 11:45...ชักกลัวอุบัติเหตุเหมือนกันสิเบญบอกว่าอย่าหลับนั่งดูทางไปเรื่อยๆ ก็ขอให้ปลอดภัยดีฝนอย่าตกเลยนะ

เพราะการจากไปของเพื่อนทำให้การติดต่อกับเพื่อนที่ญี่ปุ่นกลับมาอีกครั้ง...ตอบเมลกันตรึม...ไม่อยากให้ต้องมีข่าวร้ายก่อนถึงจะกลับมาติดต่อกันใหม่...แต่ทุกทีก็คิดแบบเนี่ยอ่ะแหละว่า"ทีหลังก็ได้"ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม...คิดว่าจะเริ่มใหม่ซะทีไม่ผลัดวันประกันพรุ่งก็ไม่รู้เริ่มใหม่กี่รอบแล้ว

Saturday, September 10, 2005

AF2

เริ่มติด AF2(Academy Fantasia 2)แล้วครับ..กว่าจะติดก็ความรู้สึกช้าเหมือนปีก่อนกว่าจะเริ่มดูก็ประมาณครึ่งหลังเข้าไปแล้วอาจเพราะช่วงนี้วันว่างเยอะดูได้เยอะก็เลยรู้สึกดูแล้วอยากดูต่อไป..พอเผลอไม่ได้ดูก็..อ่าว...พลาดไม่ได้ดูเค้ามีเรื่องไรกันอ่ะเราไม่เห็นรู้เลยทำนองนั้นแต่ว่าก็ติดตามข่าวได้ตามเวบบอร์ด(น้องตาม..เรารอฟัง)

เรื่องโหวตปีนี้แม่กะน้าไม่คิดจะโหลดเพราะเปลืองเงิน..เราก็ไม่คิดจะโหวตหกบาทแหนะ..โทรนาทีละ 25 สตางค์ได้หลายนาทีนะ

แต่โอกาสมาแล้ว !!! เติมเงิน orange just talk 300 บาทโหวตฟรี 50 ครั้ง !!! คิดแล้วมีแต่ได้(เงินโทรศํพท์)กะได้(โหวต)แต่เสียเงินสามร้อยก่อนนะ = =" มิรอช้ากลัวกุ๊กไก่ออก

ถ่อออกไปซื้อบัตรเติมเงินตอนเย็น(ไปกินชาบูชิด้วย...ให้ตายรอคิวเกือบสองชั่วโมงก็ยังประสาทรอจะกินผักบุ้งลวกให้ได้...นั่งแช่งชักหักกระดูกคนที่กินไม่เลิก enjoy สุดๆ..น้องบอกว่าทำหน้าสลดบ้างก็ได้ตอนเดินไปเติมน้ำอ่ะคนรอคิวตรึม..ทำหน้ายิ้มแย้มอยู่ได้ 5 5)กลับบ้านนั่งดูคอนเสิร์ตไปโหวตไปได้...จะช่วยกุ๊กไก่ปรากฎว่านออกเฉย..แป่ว ไงอ่ะเสียโหวตไป 13 อันแหนะคนที่ได้คะแนนโหวตน้อยสุดสามอันดับไม่มีผู้หญิงซักก๊ะคนด้วยซ้ำน่าจะเก็บไว้โหวตครั้งหน้า >_< ก็เห็นกุ๊กไก่คะแนนต่ำมาตลอดไม่ได้คิดถึงผู้ชายเล้ยแล้วพี่บอยV8 มาติดโผปากเหวด้วยเนี่ยนะ(คะแนนโหวตต่ำสุดสามคนจะถูกเรียกมายืนข้างหน้าให้ลุ้นขี้แตก)คะแนนเงี้ยโด่งทะลุใครๆเห็นแล้วก็สบายใจไม่น่าจะโดนมาแต่ต้นสัปดาห์...มันจะน่าแสดงผลโหวตตอนคอนเสิร์ตจะได้เชียร์ถูกทางหน่อย..ถ้าเสียเงิน 6*13 เนี่ยแค้นนะค้า..

ชีวิต

เบญโทรมา...เค้าไม่ค่อยจะโทรหาถ้าโทรมาแสดงว่ามีเรื่องให้ฉันทำไรซักอย่าง...รับโทรศํพท์ถามได้เลย"มีไร(ให้รับใช้)ป้า"แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเสียงมาสั่นๆเบาๆ บอกให้โทรไปหาแม่ซาโตะที่ญี่ปุ่นทีให้บอกว่าจันทร์เพ็ญเสียแล้ว !!!!!!!!!!!!!!

อะไรนะ !??!?!?!?!??!??!! จันทร์เพ็ญสนิทกับเบญมากเพราะเคยอยู่หอด้วยกันตอนเป็นนักศึกษาหลายปีเรื่องเงินทองความไว้ใจให้หยิบยืมกันได้เป็นหมื่นๆจันทร์เพ็ญยังรับฟังดีไม่ขัดใจเบญแบบฉันเพราะเค้าเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน(ฉันทำวีซ่าไม่ผ่านอ่ะดิ)ไปพักบ้านเพื่อนเป็นครึ่งเดือนก็เลยจะต้องแจ้งข่าวให้บ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่นรับรู้ด้วย

ความรู้สึกที่ฟังเรื่องแบบนี้มันเหมือนล้อเล่น...จะตายได้ไงก็เห็นกันดีๆอยู่ไม่อยากจะคิดว่าจริงเลยไม่เคยมีคนใกล้ตัวจากไปในวัยอันไม่ควร..เค้าเดินทางจากตากมากรุงเทพด้วยรถทัวร์แต่รถมาคว่ำที่อยุธยา !!!!! จะถึงอยู่แล้วแต่ได้ข่าวว่าไอ่คนขับรถหลับใน คนขับรถขับเร็วจะแซงแล้วไม่พ้นเพื่อนเลยต้องมาตายเพราะความเฮงซวย เบญบอกว่าไปดูดวงกันบ่อยมากๆไม่เคยมีหมอดูคนไหนทักว่าจันทร์เพ็ญจะอายุสั้นเลยแล้วก็มาจากไปกระทันหันแบบนั้น...เบญมันเลยยิ่งเกลียดรถทัวร์เข้าไปอีก(เดิมทีเพราะเมารถ)

จะมีวันพรุ่งนี้ได้อีกนานแค่ไหน..วันนี้ทำดีพอแล้วหรือเปล่านะเรา...

Thursday, September 08, 2005

เงิน

ออกจากบ้านทีใช้เงินเยอะจริงแฮะวันนี้แค่คิดจะไปกินอาหารร้านยำแซ่บกับซื้อยา(70บาท)แต่ก็ซื้อขนมกับน้ำในซุบเปอร์ด้วยรวมค่ารถวันนี้เสียเงิน 802 บาท..ใช้เงินมันง่ายกว่าหาเงินจริงๆเล้ย

ไปเสม็ดก็เสียเงินอีกน้า..สอบถามน้องนกขาเที่ยว(ทั่วไทย)เรื่องรถบัสไประยองต้องจองก่อนหรือเปล่า ปรากฎว่าน้องเค้าไม่เคยไปเสม็ด..จริงดิ ??แถมชวนเราไปปีนน้ำตกเสาร์อาทิตย์นี้..แสนจะเริ่ดเที่ยวต่อกันห้าวันแต่ติดที่เงินอดเลยแต่ก็อาจจะอึดไม่พอก็ได้เห็นทั้งพายคยัคทั้งปีนน้ำตกป้าคงไปเดี้ยงที่เสม็ดพอดี

ป.ล1 วันนี้ SB1(ตีห้าถึงบ่ายสอง)ไม่โดนเรียก

ป.ล2 ดู AF2 ซ้อมเพลงสุนทราภรณ์..ฟังมากๆเพราะดี

Wednesday, September 07, 2005

วัดแขก

วันนี้อากาศไม่ร้อนแดดไม่จัดเลยนอนยาวแต่ก็รู้สึกไม่พออยู่ดี...ตื่นมากินข้าวอาบน้ำพาน้องออกไปวัดแขกแม่บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดพระพิฆเนศวรให้ไปไหว้ซะ

กว่าจะออกไปวัดก็บ่ายซื้อดอกไม้ข้าวของไหว้พระแถววัด มาลัยสวยพวงยาวถูกกว่าร้านแถวพระพรหมที่เอราวัณมาก ชุดของไหว้ก็ชุดละ 70เท่านั้นมีกล้วย มะพร้าว น้ำมัน นม อ้อย หมากพลู ธูปเทียนแต่ในวัดก็มีนะชุดละ 50 เอง(แต่ไม่มีมะพร้าวกับอ้อยมั๊ง)

นอกจากนี้เรายังเดินเลยวัดไปร้านขายอาหารอินเดียนไปซื้อขนมแขก(ออกเสียงว่า ราดู มั๊ง จะหาข้อมูลที่แน่นอนจากเวบหาไม่เจอ)ซึ่งเป็นของโปรดของพระพิฆเนศวรด้วย เค้ามีขนมหลายแบบซื้อมาลองกินหลายแบบเสียแต่ที่ร้านไม่มีชื่อขนมติดไว้ก็เลยไม่รู้อะไรเป็นอะไรรู้จักแต่ราดูอย่างเดียว(แต่ก็บอกเค้านะว่าติดชื่อด้วยสิคะหนูจะได้รู้ด้วย)

ของที่ซื้อมาแบ่งใส่สองถาดถวายพระแม่อุมากับพระพิฆเนศวร เวลาจะถวายของเราแค่อธิษฐานแล้วส่งให้พราหมณ์เค้าจะเอาเข้าไปถวายให้แล้วเอาของบางอย่างคืนให้เรา(ได้มะพร้าว กับนม อ้อย ขนมที่ซื้อคืน)นอกจากนั้นจะเอาผงแดงๆมาจิ้มที่กลางหน้าผากให้

หลังจากไหว้พระเสร็จก็เดินหน้าผากมีจุดแดงเก๋ๆไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูอินเตอร์..ความจริงแล้วคือร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูที่บรรยากาศเก่าน่ากินคนทำก๋วยเตี๋ยวอายุประมาณป้าอ่อนๆ แต่เพลงในร้านเป็นเพลงฝรั่งร่วมสมัยเช่น it's like that ของป้ามาราย เจโล บริทนีย์ เด็ดสุดฉันว่าเพลงดูม ดูมของทาทา แหม ฟังดูม ดูมข้างวัดแขกได้อารมณ์

มาแถววัดแขกบรรยากาศแบบแขกๆก็ยังรู้สึกชอบเช่นเคยแต่ทำไมเวลาทำงานไฟล์ทแขกมันไม่อภิเชษฐ์เอาซะเลย

จากวัดแขกนั่งรถเมล์มาต้นถนนสีลม...โอวค่ารถคนละหกบาทแล้ว

ลงมาจากรถเมล์เห็นโรงเรียนสอนภาษา Wall street ซึ่งเห็นโฆษณามานานแล้วตามป้ายรถไฟฟ้าและใบปลิวก็เลยเข้าไปถามว่ามีสาขาแถวบ้านเรามั้ยน้องสาวอยากจะฝึกฝนเพิ่มเติมหน่อยเค้าบอกจะเปิดแถวลาดพร้าวประมาณปีหน้า(เซ็นทรัลมั๊ง) ระหว่างนี้เค้าก็ยินดีจะให้ข้อมูลการเรียนการสอนของโรงเรียนเค้า

โรงเรียนเค้าเน้นการนำภาษาอังกฤษมาใช้ในชีวิตประจำวันสามารถสนทนาได้ดีบอกว่าเรียนแล้วจะมีสำเนียงดีเหมือนเจ้าของภาษา(แต่พี่เซลคนขายพูดคำว่า with ไม่มี "th"นะ หุหุ)จุดเด่นของเค้าคือไม่กำหนดเวลาเรียนตายตัว มาเรียนเยอะแค่ไหนก็ได้ในเวลาที่กำหนด 1 คอร์สให้เวลาสามเดือน(เดิมให้สองแต่เพิ่มให้เป็นสามเดือน)เรามีหน้าที่ทำการบ้านเข้าห้องแล็บ ถ้าทำการบ้านเสร็จถึงจะได้พบครู(นัดตามเวลาสะดวกของเรา)ห้องนึงมีนักเรียนแค่ 4 คน นอกจากนั้นมีกิจกรรมพิเศษ คือสนทนากลุ่มแปดคนอาจจะเป็นการเล่นเกมหรืออื่นๆ แล้วก็มีกิจกรรมนอกสถานที่ด้วยเช่นไปดูหนังกัน(แต่ค่าใช้จ่ายออกเองซึ่งไม่แพงเพราะทางโรงเรียนออกให้มากกว่าครึ่ง)ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้พบครูกี่ครั้ง แต่หนึ่งคอร์สมีสี่ unit ในยูนิตก็มีอย่างที่บอก แล็บ การบ้าน พบครู สนทนากลุ่ม กิจกรรมนอกสถานที่(ไม่บังคับ)ยังงี้คือน้อยๆพบครูสี่ครั้งหรอ ??

น้องลองสอบถามค่าใช้จ่าย....แม่เจ้า !!!!!! ขายอย่างน้อยสามเลเวลคือเก้าเดือนราคาประมาณหกหมื่นสองพันบาท !?!?!?!??!?!?!?!?!?!??!?!?!? จ่ายสดลดเหลือประมาณห้าหมื่นห้า จะผ่อนจ่ายก็ได้ กู้โรงเรียนก็ได้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซนต์ ทำไมมันแพงเยี่ยงนี้....ห้าหมื่นเนี่ยจอง The Bangkok เข้าอยู่ได้แล้วนะ

เค้าให้ทดลองทำข้อสอบด้วยซึ่งก็ไม่รู้จะทำทำไม ทำไปก็จะเอาไปเงินจากไหนมาเรียนเล่า...มันเหมือนเรียนด้วยตัวเองชัดๆแต่บรรยากาศที่เรียนดีคนที่มาเรียนก็เด็กวัยรุ่นเนี่ยแหละ = =" แต่ว่าเราก็ทำข้อสอบกัน..ก็น้องจะไปสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษหนะสิได้ทดสอบความรู้ฟรีๆก็ดีใช่มั้ยหละ.... ทำข้อสอบออกมาได้ระดับเดียวกันเลยแต่คะแนนแกรมม่าน้องได้สามฉันได้หก ส่วนอื่นก็พอๆกันเค้าบอกว่าเพราะน้องทำเสร็จเร็วกว่า(เค้าบอกเอาเวลามาคิดด้วย)

สอบได้ระดับเจ็ด มีทั้งหมด 17 ระดับแบ่งเป็น General English 12 ระดับ แล้วต่อแบบ Advance อีกห้าระดับ ซึ่งเค้าบอกว่า ระดับที่ 13-15 คือสนทนาทางธุรกิจ ส่วน 16-17 เป็นadvanceเข้าไปอีก จบมาก็พูดเป็นไฟงั้นเลยหละเรียนหมดก็ vios คันนึงอ่ะม้างไปเรียน AUA โดดๆเรียนๆก็ได้มั้ย...ก็ไม่เชิงโง่แต่ขาดการฝึกฝนนะเราหนะ

ออกจากโรงเรียนก็กลับบ้าน...ฉันเล่นเกมน้องปั้น resume ต่อไป อี้โผล่มาช่วยชีวิตอีกคนหลังจากที่น้องปรึกษาเพื่อนๆที่เก่งๆภาษาอังกฤษ ก็ฉันให้คำปรึกษาได้ไม่ดีหนะสิเพราะงี้ถึงอยากจะเรียนภาษาอังกฤษอีก ภาษาสวยๆเก๋ๆสร้างภาพใน resume เนี่ย หายหด (แต่จริงๆก็ไม่เก่งสร้างภาพ ตอนเราสมัครงานก็มีคนช่วย อิอิ)

ป.ล1 เบื่อข่าวแหม่มท้อง...ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐตั้งกะวันเสาร์ถึงวันนี้

Sunday, September 04, 2005

เชียงใหม่

มานอนเชียงใหม่คืนที่สองแล้วมาในหน้าที่คืนแรกนอนโรงแรม คืนนี้นอนบ้าน

เพราะเช้านี้ต้องไปทำงานแต่เช้าก็เลยนอนโรงแรมดีกว่าไม่ลำบากแม่ตื่นไม่ส่ง...รับกุญแจเก็บของเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่มารับที่โรงแรม ก่อนกลับบ้านแวะกินอาหารที่ร้าน"เจไม่จำเจ" ชอบโรตีแกงเห็ดที่ร้านนี้ เมนูอื่นที่สั่งก็อร่อย เต้าหูฟูยำแอ๊ปเปิ้ลเขียว เห็ดถอบจิ้มน้ำพริกข่า แกงส้มผักสด กลับบ้านนอนดู AF จบแม่ไปส่งโรงแรม

วันนี้ทำงานเสร็จสายๆแม่มารับที่สนามบินไปเดินเล่นโรบินสันกัน ชอบกินอาหารชั้นล่างโรบินสัน ของกินเยอะแยะกระจุกกระจิกน่ารัก แต่ฉันป่วย...ท้องเสีย(ตั้งกะมะคืนแหละ ไม่ใช่อาหารร้านแน่แม่ไม่เห็นเป็นไร กินต่างกันก็มีสลัด ขนมในเครื่องบิน)แถมยังหนาวสั่นทรมานจริงๆแต่หน้าท้องแบนราบ...ข้อดีของการท้องเสียก็คงมีแค่เนี้ยะ กลับบ้านมานอนตอนบ่ายไปซักสี่ชั่วโมงตอนนี้ไม่รู้สึกหนาวแล้ว

ป้าปุ๊แวะมาหาแม่ที่บ้าน..แม่อยู่คนเดียวไม่เหงาก็เพราะมีป้าเนี่ยแหละ ไปเที่ยวไปสวดมนต์ก็ไปด้วยกัน...ฉันโทรศัพท์กับเพื่อนก็ฝากแม่กับเพื่อนไปด้วย

แมวๆดูสบายดี ขุรขระอ้วนขึ้นหน่อยจากที่ไม่ค่อยกินข้าวแล้วแม่เปลี่ยนมาให้กินอาหารกระป๋อง

กินพาราฯเดี๋ยวจะเข้านอน...พรุ่งนี้บ่ายโมงไปสนามบินทำงานสามตุ้บกว่าจะได้กลับบ้าน...อยากพักผ่อน...

ป.ล รู้สึกหมู่นี้หงุดหงิดใจ อารมณ์ไม่ดี ปวดหัวคิดมาก...วัยทอง ??

Friday, September 02, 2005

ที่อยู่อนาคต

กว่าฉันกับน้องจะออกจากบ้านก็ 9 โมงครึ่งไปถึงที่นัดหมายเลท 4 -5 นาที นัดปึ้กไว้ 10 โมงเช้าที่โครงการลุมพินีศูนย์วัฒนธรรมอยู่ติดร้านอาหารนาทองแยกเหม่งจ๋าย..ภายในห้องดูดี(ก็แบบเดียวกันทุกโครงการ)แต่ภายนอกและภาพรวมไม่สามารถซื้อใจกันได้ทั้งที่ราคาในการเป็นเจ้าของเป็นไปได้สูงมากเริ่มต้นที่ล้านนิดๆเท่านั้น

นอกจากหน้าตาคอนโดแล้วยังมีเรื่องที่ตั้งด้วยซึ่งได้เพื่อนเป็นหน่วยเก็บข้อมูลเรื่องเส้นทางเพราะฉันนึกไม่ออกว่ามันใกล้ไกลจากสุวรรณภูมิแค่ไหนจากโครงการแรกก็แวะไปตามทาง โครงการต่อไปคือ Le Metro ตรงข้ามฟอร์จูนแต่โครงการพับไปแล้ว = =" ก่อนออกจากบ้านหาในเนต(จะเช็คแผนที่)เค้าบอกว่ามีการติดต่อขายโครงการให้แสนสิริ ถ้าจริงก็ดีดูมั่นคงติดถนนใหญ่ติดรถไฟใต้ดินเค้าว่าจะเปิดตัวปีหน้า

ก่อนไปดู i-house พระราม9 ฝั่งเดียวกับ RCA แรดไปดูทาวน์เฮ้าส์พลัสซิตี้พาร์คพระรามเก้า-หัวหมากก่อนเหตุผลแค่มันเลี้ยวซ้ายตรงแยกอ.ส.ม.ท แล้วตรงไปเข้าซอย 49 ไปทะลุด้านหลัง(เข้าซอยไหนก็ได้หมดเค้าบอกทะลุได้หมด)ซึ่งไกลมากไม่มีรถตายชัก ไกลรถไฟใต้ดินเค้าว่ามีรถเมล์ผ่านแต่จะผ่านซักกี่สายกัน เรื่องหน้าตาบ้านก็สวยน่าอยู่เหมือนทำเลอื่นโครงการเดียวกันแต่ที่นี่แพงมากเริ่มต้น 4.19 ล้านบาทมันคือบ้านที่อยู่ในสุดของโครงการ = ="" ซึ่งขายไปเกือบหมดแล้ว ที่มาดูเนี่ยให้น้องดูเพราะสวยน่าอยู่แต่มันใหญ่มากพื้นที่ใช้สอย 170 ตรว ราคานี้ก็เกินตัวตัดไปคร้าบ

i-house อยู่ริมถนนใหญ่เลี้ยวมาจากเอกมัยนิดนึง วี่แววรถเมล์ไม่น่าจะมากใกล้จุดขึ้นทางด่วนแต่ไกลจากรถไฟใต้ดินประมาณ 5 ป้ายรถเมล์(เจ้าหน้าที่บอก)มีห้องสองแบบคือ studio 28 ตรม.ราคา 1,488,900-1,792,140 บาท กับ 1 ห้องนอน 56 ตรม. 3,269,000-3,668,280 บาท เค้าตกแต่งพร้อมทุกอย่างมีอ่างอาบน้ำด้วยหิ้วกระเป๋าไปอยู่ได้เลยไม่ยอมขายแบบไม่เอาเฟอร์นิเจอร์(ก็มันดูก้องแก้งอ่ะจิ)แผ่นพับเค้าข้อมูลไม่ดีเลย floor plan, layout ไม่มี เวบก็ไม่มีมีแต่โครงการเก่าใน RCA คนขายก็ท่าทางคุณนายมาขายโครงการเจ้าคุณพ่อ

นอกจากย่านนี้เพื่อนยังใจดีขับรถพาไปดู The Bangkok ที่นราธิวาสฯ ด้วยจากพระรามเก้าขึ้นทางด่วนลงพระรามสามแล้วไปเข้าซอยนราธิวาสฯ14 แม่เจ้า !!??! กว่าจะถึงเกือบโลแต่พอถึงแล้วมันน่าอยู่มากๆๆๆๆๆ บรรยากาศดีแต่ว่าจะออกไปถนนใหญ่ยังไง ไกล BTS เดินไปไม่ได้หรอกนะ(เค้าบอกมีรถรับส่งบริการ) ไปสุวรรณภูมิขึ้นทางด่วนไกลระดับหนึ่ง แต่พอดูห้องแล้วอยากอยู่มั่กมาก หนึ่งห้องนอนเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท แพงแต่ไม่หนักดาวน์เพราะจ่าย 50000 บาทก็อยู่ได้เลยแล้วผ่อนเริ่มต้น 16500 บาท สามสิบปีถ้าดาวน์เยอะก็ผ่อนน้อยลง

เทียบราคาพอกัน The Bangkok น่าอยู่กว่า i-house มากๆตกแต่งพร้อมอยู่เหมือนกันแต่เฟอร์นิเจอร์ดูดีกว่ามากๆ i-house ดีที่ติดถนนใหญ่ใกล้ทางออกมอเตอร์เวย์มากกว่าแต่ว่าจองหกหมื่นบาท ทำสัญญาสิบเปอร์เซนต์(สามแสนกว่า) แล้วยังผ่อนดาวน์อีก 5% ภายในสามงวด ห้องดูดีที่ดูไว้ผ่อนดาวน์งวดละหกหมื่น !!!!!!! ตาย ตาย ตาย

เหมือนดูขนาดนี้แล้วพบกว่าตอนนี้ The Bangkok ชนะขาดลอยแต่ไม่อยู่ตรงนราธิวาสฯ...รอโครงการหน้าตอนนี้ก็เก็บเงินไปก่อน ^^ ยังไงซะมันก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่

วันหลังจะลองนั่งแท็กซี่จากบ้านน้าไปสนามบินใหม่ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่

วันนี้ต้องขอบคุณปึ้กมากๆที่เป็นสารถีให้แต่ว่าเค้าต้องไปดูด้วยหนะถูกแล้วจะได้ฝากไปรดน้ำต้นไม้เวลาเราไม่อยู่ 5 5 5

ป.ล 1 ยกเลิก fitness first แล้วแต่ต้องเสียเงินเล่นเต็มเดือนก่อนจะเลิกได้ T_T

ป.ล 2 จองที่พักบนเกาะเสม็ดแล้น :D

ป.ล 3 เมื่อไหร่น้องมันจะทำงาน...เซ็ง

Thursday, September 01, 2005

หมดแรง

หมดแรง...เหนื่อยจัง...ให้บินไฟล์ทเหนื่อยติดกันจะขาดใจ...ยังไม่ทันหายเหนื่อยจากดูไบแวะเชนไนทั้งไปทั้งกลับได้พัก(ไม่ถึง)24ชั่วโมง ก็มาต่อไฟล์ทไปบรูไนด้วยเครื่อง 737 เครื่องเล็กคนเต็มของเต็ม...สุดยอดแร้น....อยากจับคนจัดไฟล์ทมาบินดูซักหน่อย >_<

ผู้โดยสารกวนใจอีกน้า....ขาไปเป็นทหารเป็นร้อยนายก็นิสัยดีหมดแต่มีคนนึงพูดจาไม่ดีเอาซะเลย...ขากลับมีแขก..ให้ตาย !!

พรุ่งนี้พฤกษ์จะเป็นสารถีพาไปดูคอนโดย่านพระราม 9 หลังจากที่น้าพาไปดูย่านสุขุมวิทวันก่อนยังชอบใจสุขุมวิทพลัสแต่ราคาขึ้นไปแล้วจากตอนเปิดโครงการสองสามแสนและห้องเหลือน้อยมากๆ The Bangkok 43 แพงมากเริ่มต้น 11-12 ล้าน ถ้าที่ซอยสุขุมวิท 61 ขายหมดไปแล้ว ส่วนลุมพินีวิลล์ 77 มันแออัดตลาดมาก หน้าตาคอนโดหยังกะแฟลตภายในห้องดูดีราคาถูกก็จริงสองห้องนอนชั้น 12 2.3 ล้านขนาด 60.5 ตรมแต่ดูตึกและสภาพแวดล้อมแล้วไม่ผ่านนะ..ไม่มีเงินแต่ก็ยังจะขอเลือกหน่อยยังไงซื้อบ้านก็อย่าใจร้อนแถมเงินยังไม่มี...ตอนเก็บเงินมีเวลาดูไปอีกนานแหละ

พรุ่งนี้จะไปลุมพินีวิลล์ตรงแยกเหม่งจ๋าย แล้วก็คอนโดแถวนั้น

รู้สึกย่ำแย่ในตัวเองมากขึ้นเหมือนไปดูบ้านแล้วตัวเองไม่มีเงินเก็บพอที่จะดาวน์ แง แง แง

ป.ล กินลำไยมากเจ็บคอ -*-

Saturday, August 27, 2005

คนเรา...

เกิดอะไรขึ้น...คนเราเดินเฉียดกัน ตัดหน้ากัน กระทบกันมันไม่รู้สึกอะไรเลยมั้ย คนอื่นเป็นอากาศหรือไง ไม่คิดจะขอโทษกันมั่งหรือไง ชนจนคนอื่นเซมันก็ยังไม่หันมามองด้วยซ้ำ...

สอบพูดภาษาอังกฤษผ่านแล้วผ่านแบบห่วยๆ บอกว่าสำเนียงไทย ยังกะอ่าน ราบเรียบสุดๆ ตะกุกตะกัก ไม่มี L R V สองวันครึ่ง!??! ม้นจะเอาแบบฝรั่งเลยใช่ป่าว....ถึงจะให้ผ่านแต่มีการนัดติดตามด้วยจะเรียกมาให้พูดให้ฟังภายหลังว่ามีการพัฒนาหรือเปล่า...คนตกก็มี...มีคนนึงร้องไห้เลยก็เค้าพยายามมากสุดๆนอนดึกหัดอ่านตลอดอ่ะน่าเห็นใจ..ฉันไม่ได้พยายามมากยังเซ็งเวลาโดนตำหนิเลย ไม่ใช่ว่าไม่มีเลยนะ R L V แต่บางตัวก็ยังทำไม่ได้ของงี้มันต้องใช้เวลา...ใครมันจะอยากประกาศเสี่ยวๆในเครื่องบินเล่า...อ่านช้า พูดให้ถูก พอถนัดก็คล่องขึ้นแล้วก็มากระแดะใส่อารมณ์ต่อมันก็ไฮโซขึ้นมาเองแหละหน่า...ใช่ป่าวแต่ไม่หัดตอนนี้อ่ะ ลืมๆไปซักพักเหอะ...เอียน

พรุ่งนี้ไปผจญภัยอินเดียดูไบ(คิดได้ไง viaทั้งไปทั้งกลับพัก 24 hrs)

ป.ล ซื้อบัตรเติมเงิน orange ได้รูปพาส อยากได้รูปกุ๊กไก่ เปรี้ยวไรเงี้ย >_<

Thursday, August 25, 2005

PA II

เรียนประกาศวันนี้ให้อ่านออกไมค์ทีละคนโดนตำหนิแบบตัวตัวกันไปเลย พรุ่งนี้สอบละ...จะรอดหรอว้า...ใครมันจะไปเปลี่ยนแปลงสำเนียงกระเหรี่ยงให้ไฮโซภายในสองวันครึ่ง -*- เจอคำว่า familiarize, automatically, valuables, assistance, disease งี้เจ๊งทุกรอบไปยังไม่รวมพวก L R V และอื่นๆอีกมากมาย(รู้ตัวขนาดนี้ตกไปเหอะเอ็ง)

ฝึกอ่านไปหมดแล้วยังคงไม่เจ๋งไฮโซแต่พอละ..อ่านมากมั่วมากแถมคอแหบเดิมก็ยังไออยู่ไม่หายซะที

พรุ่งนี้ขอให้เลิกเร็วทันซื้อผลไม้หลากหลายหลังบริษัทก่อนกลับบ้าน...ที่ผ่านมาสองวันกว่าจะเลิกเรียนร้านวายหมดอดกิน

ขอให้สอบผ่านเหอะ..ตกคนเดียวอายเค้า

Wednesday, August 24, 2005

PA

PA : Public Annoucement หรือ Public Address ไรของมานก็ช่างเหอะ...ปวดหัว...มึน...ตาย...ตกแน่
ให้อ่านเป็นวรรคเป็นเวรต้องมีสำเนียง หยุด วรรค เว้น เน้น เป็นจังหวะ บ้าบอ ได้โจทย์ข้อสอบมาฝึกแล้ว พรุ่งนี้ก็คงจะอ่านแต่ไอ่เนี่ยมันทั้งวันแล้ววันศุกร์ตอนบ่ายก็สอบกัน ครูที่สอนบอกว่าจะบอกผลให้เลยว่าผ่านไม่ผ่าน...สยอง...ไปฝึกหน่อยเหอะ..สำเนียงก็ไม่ได้อ่านยังมะค่อยจะถูกเล้ย...เค้าบอกให้มั่นใจมันจะถูก...มั่นใจผิดๆอ่ะเด้

สมัคร fitness ละเลือกที่ใหม่ที่ california wow สาขาเมเจอร์รัชโยธินสมัครแบบ platinum ด้วยสมาชิกประเภทนี้เล่นได้ทุกที่ทุกวันทุกเวลาเพิ่มเงินนิดหน่อยโดนชักจูงง่ายจริงๆแต่เห็นว่าน่าจะดีเพราะอีกหน่อยมันจะเปิดแถวแจ้งวัฒนะใกล้บ้านเหมือนกันแถมทำตัวไฮโซไปเล่นที่สยามพารากอนก็ได้...ดูคลาสออกกำลังกายก็มีทั้งวันไม่พักเที่ยงด้วย..ดูกันไปว่าดีจริงอ่ะป่าว กว่าจะเปิดก็ประมาณพฤศจิกายน เดือนหน้าก็ต้องไปเล่นที่เดิม(หลังจากดรอปไว้)หนึ่งเดือนเพื่อจะยกเลิก(ไม่ให้เลิกกันง่ายๆซักที่)หวังว่าจะเอาชนะความเกียจคร้านได้นะ ต้องส่องกระจกบ่อยๆจะได้ฮึด

Tuesday, August 23, 2005

ผัดผัก

ยังไม่สบายอยู่แต่ก็ผ่านไปด้วยดีสองไฟล์ทพรุ่งนี้ไปเรียนภาษาอังกฤษ...ก็ดีเสียงขึ้นจมูกสำเนียงฝรั่งดี 5 5 5

ไปเกาหลีก็อดเช็คราคาเครื่องสำอางค์ mac ไปสิงค์โปร์กับเพื่อนไปเดินเล่น ikea กับเพื่อน...เพื่อนเดินดูเฟอร์นิเจอร์จะไปแต่งบ้านมาดูไอเดียไปทำครัวที่บ้านเค้า...เห็นห้องตัวอย่างแล้วอยากมีบ้านให้แต่งมั่งจัง ผ้าม่านน่ารักเป็นสองชั้น ชั้นบางเป็นผ้าลายลูกไม้ราคาประมาณ 500 บาทผ้าแบบนี้ก็คล้ายๆหาซื้อได้ในพาหุลัดมาเย็บเองก็ได้แม่ยังเย็บเป็นม่านที่บ้านเลย ชั้นหนาๆก็แล้วจะเลือก ราวม่านเก๋ไก๋...อยากมีม่านสองชั้น...เฟอร์นิเจอร์น่ารักน่าใช้ชอบชั้นหนังสือ ชอบโซฟา ชอบไปหมดอ่ะ เก็บเงินเก็บเงิน

พักผ่อนด้วยการไปเดินเล่นกับน้องๆที่ the mall เช่นเดิมไปหาเรื่องเสียเงินแล้วก็ได้เสียเงินสมใจ ซื้อนาฬิกาใหม่ลด 15% เป็นสายโลหะจะได้ดูดีไม่มีคนมาทักว่านาฬิกาแบบ sport มันขัดกับชุดทำงาน(โดนทักไปสองทีละ) แต่ว่ามันเป็นเข็มพอจะอ่านเวลาครั้งแรกประมวลผลช้าเหลือเชื่อใช้แบบ digital มานาน = ="

พอเสียเงินแล้วก็เสียต่อๆไป SALE เนี่ยมันตัวอันตรายจริงๆแต่ก็ยั้งใจได้หลายอย่างเลย..ก็แหงบิลบัตรเครดิตยั้งไว้หนะสิ

เริ่มหาข้อมูลราคา fitness อีกครั้งเพราะเห็นว่าหุ่นชักจะเจ๊งซะแล้วเรา...phillip wain แพงมากเดือนละ 6000 ปีละ 36000 fitness ของ bodyshape ก็ปีละสามหมื่นกว่า ลองไปเช็ค california wow อันนี้พอได้เดือนละ 1300-1600เช็คไว้สองที่คือสยามพารากอนกับรัชโยธิน...มันควรจะใกล้บ้านไว้ดีกว่านะ ก็ขนาด the mall มาบ่อยโคตรยังไม่ขึ้นไปเล่น fitness เลย -*-

ชั่งใจอยู่ว่าเล่นที่เดิมหรือเล่นที่ใหม่(รัชโยธิน)ซึ่งเสียค่ารายเดือนถูกลงแต่ว่าค่าเดินทางมาออกกำลังกายมันจะแพงกว่าเดิมแถมสัญญารายปีอีกนะ เฮ้อ...กลัวใจตัวเองจะคึกแค่ตอนนี้พอไปเล่นก็เหมือนเดิม..ไปน้อยลง...น้อยลง....

อาหารเย็นร้านฮะจิบังราเม็ง...สั่งผัดผัก...แม่เจ้า!!! มันรสชาติแบบเดียวกับที่กินที่โอซาก้าราคา 1000 เยนเลย กินมันสองจานเลยให้หายอยากจานละ 53 บาทมีบัตรลด 10% อีกต่างหาก ...อาหารบ้านเราถูกจริงอร่อยจัง ~~~><~~~

Thursday, August 18, 2005

Incheon

Just arrive Incheon,it's raining. I stay overnight at Air Garden Transit hotel in Incheon International Airport.

Me get a cold it's terrible to work with running nose *_* already took medicine and will get some rest soon....bad bad bad i wanna check the price of MAC but no power to walk anymore.

Tomorrow fly back at 10:15 with running nose ???? BAKA !!!

Wednesday, August 17, 2005

คอมโบ

คออักเสบจะตัวร้อน...อันนี้แน่นอน...หายเจ็บคอจะไอ...อือก็พอเข้าใจพอเข้าใจ...แต่ทำไมต้องเป็นหวัดต่อด้วยฟระ...ไม่เข้าใจ..อะไรของมานนนนนนนนนนนนนนนนนนนน น้ำมูกไหลเค้าก็ไปทำงานกันแล้วมันอาจจเป็นอย่างอื่นต่อมาแต่ว่าจะไปเกาหลี..จะไปเช็คราคาสินค้า...เงินก็มะมีแย้ว >_< ไฟล์ทหน้าแลกตามผึ้งเค้าจะชวนไป ikea ที่สิงค์โปร์ก็ลามะได้ แงๆๆๆๆ เซ็งสุขภาพ ไอ่มาม่าบ้า...ทำกันขนาดนี้เลยนะ

ป.ล หาสาระมะได้อีกแย้ว...บ่นเฉยๆ...หมอสิวยังทึ่งสิวขึ้นคิว...แฮรี่มา 2/3 แล้ว ลุย ลุย

Tuesday, August 16, 2005

ไม่ใช่เจ๊ของหนู

เมื่อวานเพิ่งสงสัยว่าทำไมคนเข้าเวบเรามันพรุ่งปรู๊ดเป็นร้อยกว่าคนในวันที่ 15 กดที่ How ใน nedstat มาด้วยคำว่า"เจ๊วรรณ" 26 hit แล้วก็มาจาก google ด้วยคำว่า"เจ๊วรรณ"...อ่อนใจ...ใครอ่านเวบฉันแบบไม่ได้มาจาก google ด้วย keyword ประหลาดๆมั่งนั้น เอาไปบ่นกะนังอี้...วันนี้เพื่อนเลยเฉลยให้กระจ่างว่าเจ๊วรรณนั้นเป็นเอเยนต์ค้ากาม !?!?!??!?!?! อิ๊บอ๋าย...ไม่ใช่เจ๊ของหนู...ไอ่เจ๊ที่เคยกล่าวอ้างในไดอารี่เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยและคงไม่ได้ทำอาชีพเสริมอย่างนั้นหรอก

อยู่แต่ในรูข่าวบ้านการเมืองไม่ได้ดู นสพ.ที่บ้านก็ไม่มาส่งเพราะคนส่งไปผ่าตัด วันๆดู AF,music vdo :P

ป.ล1 แฮรี่มาครึ่งเล่มแล้วครับ

ป.ล2 The Face shop ของเกาหลีมาเปิดที่เดอะมอลล์บางกะปิ...กระแสเกาหลีมาแรงแต่ราคาแพงขึ้นประมาณ 50% (ดูจากยาทาเล็บ)

Monday, August 15, 2005

ฝน

เชียงใหม่น้ำท่วม...ไม่ท่วมบ้านฉัน...แต่ทำมิเตอร์ไฟฟ้าบ้านฉันช็อต !! ระเบิดโบ๋ไฟที่บ้านดับ(สองทุ่ม)...ดับอยู่บ้านเดียวเลยเฮงสุดๆแม่อยู่บ้านคนเดียวอีกต่างหาก(แม่บอกว่าเพื่อนบ้านไม่ถามไถ่ซักคำ)แม่โทรมาหาน้าว่าจะไปติดต่อใครที่ไหนว่าไฟที่บ้านดับ(ฉันไปสิงค์โปร์น้องไปเล่นเกมร้านเพื่อนที่เพิ่งเปิดใหม่...มันน่ามั้ย)น้าก็ให้แม่ถาม 13(เบอร์ใหม่มันอะไรนะ)แล้วก็แจ้งไป..ช่างมาต่อไฟตรงให้ใช้เสร็จประมาณสามทุ่มแม่ก็ดู AF ต่อ...คุณแม่เก่งจริงๆป้าแก่ของเรา...นี่ถ้าเป็นฉันอยู่บ้านคนเดียวนะ ร้องไห้ก่อนเลยแล้วก็คิดต่อว่า ทำไมต้อง(เป็นบ้าน)กู(ด้วยโว้ยยย)!!!

บ้านป้าเพื่อนแม่...น้ำท่วมชั้นล่าง...บ้านต่ายในโรง'บาลแมคคอมิคก็ท่วม...ฉันไม่ได้ดูข่าวแต่ดูภาพในพันธ์ทิพย์อ่ะโห..สุดยอดท่วมเวอร์ท่วมสุดๆ..น้ำท่วมก็เซ็งน้ำลดก็เซ็งข้าวของเสียหายโม้ดด...

เพื่อนมารับที่บ้านให้ไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อยช่าง build-in จะเข้ามาที่บ้านใหม่เค้า...แหมมีบ้านแล้วดูสนุกสนานตกแต่งบ้านแต่มันใช้เงินเยอะอ่ะ...เงินจะดาวน์ยังไม่มีเลยเราไปสิงค์โปร์ก็ซื้อรองเท้าซื้อเสื้อซะอีกมันลดราคาส่วนรองเท้าอ่ะถ้าซื้อถึงราคาที่กำหนดได้บัตรลด 10%ตลอดกาล...ล่อฉันสำเร็จหละ

พรุ่งนี้ลาป่วย...คออักเสบ...มีแต่คนว่าทั้งแม่ทั้งเพื่อนทั้งน้องว่านอนดึกเองเล่นเกมเองไม่สบายง่ายจริง...ปร่าวนะกินมาม่าแล้วมันระคายคอต่างหากเล่า

ป.ล1 หลังเสร็จเรื่องบ้านเพื่อนไปเลือกผ้าสำหรับตัดชุดไทยใหม่...ปีนี้เลือกสีสุดหรูออกทองๆ ขรึมๆ แต่ก็มีสีหวานชมพูม่วงผืนนึง

ป.ล2 สิวขึ้นที่คิ้ว..เอากะมันสิ

Wednesday, August 10, 2005

ภาษีรถยนต์

ปีนี้เป็นปีที่สองที่ไปต่อภาษีรถยนต์(คันที่ใช้ที่เชียงใหม่)เอง...เงอะ..คับรู้ว่าต้องมีใบตรวจสภาพรถยนต์แต่ไม่รู้ว่าต้องมีพรบ. เคยรู้แต่ลืม...ใบตรวจสภาพรถยนต์แม่ฝากน้องมานานละแต่ไม่ไปต่อซะทีจนโทรหาแม่วันนี้ว่าทะเบียนมันหมดไปแล้ว...แม่ยิ่งอยู่คนเดียวอยู่เดี๋ยวไปซิ่งไหนเจอจับซะจะทำไรไม่ถูก...ก็เลยเผ่นออกไปต่อให้แม่ซะก่อนจะได้ส่งไปพร้อมการ์ดวันแม่


ไปถึงจะรับบัตรคิว..ไม่มีพรบ.ครับ ตอนแรกวูบเลยนึกว่าต้องทำที่เชียงใหม่...แล้วค่อยระลึกชาติได้ว่าปีที่แล้วเราไปตรวจสภาพรถเองแล้วคนที่อู่บอกให้ทำพรบ.ด้วย ปีนี้น้องตรวจสภาพรถแล้วเอาเอกสารมากรุงเทพด้วย...คงจะเงอะออกนอกหน้าคุณน้าที่ต่อท้ายบอกว่าไปทำข้างล่างก็ได้มีคนรับทำ....วิ่งพรวดๆลงไปเลยครับ...อ่ะ..มีบูธรับทำพรบ.ของส่งเสริมประกันภัย...ทำเสร็จวิ่งขึ้นมารับบัตรคิว...เจอคุณน้าคนเดิมเค้าถามว่าเสียเงินเท่าไหร่จ๊ะ...740 บาทนะ...ซักพักก็ถึงคิวคุณน้าไปต่อทะเบียนนี่ถ้าไม่เสร่อก็ได้ทำไปแล้วเรา..แต่ก็รอไม่นานเลยคิววิ่งฉิวๆ...พอลุกไปเคาท์เตอร์ต่อทะเบียน...ฟาย...บูธทำพรบ.ชั้นสองก็มี = =" ต่อทะเบียนเสียเงิน 900 บาท

จากนั้นก็ไปหาหมอสิว...รับ Roacutaneกินต่อ

ก่อนกลับบ้านส่งการ์ดวันแม่และทะเบียนกับ พรบ.ให้แม่ด้วย EMS (จะทันวันแม่มั้ยนะ) ส่งของขวัญวันเกิดให้แม่ซาโตะ(เค้าเกิดวันแม่ไทย)..คนเต็มไปรษณีย์...ท่าทางส่งของให้แม่เหมือนกัน


อ่านแฮรี่ต่อ..กำลังมัน ลุ้นๆๆๆ...วรรคนึงอ่านไปสามรอบ..แปลไม่ออก..ใช้จินตนาการส่วนตัวสุดฤทธิ์...

ป.ล1 คืนนี้ทำงานไปพูซาน...พรุ่งนี้เช้า passive กลับ(นั่งเป็นผู้โดยสาร)สบายจริงๆ งิงิ มีคนมาขอแลกเอาไฟล์ทไป-กลับเซี่ยงไฮ้ของเราไป ไม่งั้นก็ทำงานทั้งวันกลับสามทุ่มกว่า

ป.ล2 โทรไปเช็ควันลาพักร้อนของเดือนหน้า...เหมือนจะไม่ได้..เฮ้ย..ไม่จริ๊งงงง...จะลาจะไปเสม็ดนะแพกเกจมันหมดสิ้นเดือนหน้าน้า....แต่พี่เค้าบอกจะดูให้...แล้วก็แจ้งข่าวร้ายว่าไฟล์ทไปนาริตะสองขีดโดนตัด !?!?!??!?! แง.บ้าๆๆๆๆ...อดไปดิสนีย์แลนโดะเลย ~~~~~><~~~~~~

Tuesday, August 09, 2005

เคยมั้ย

วันนี้น้องที่ทำงานถามว่าพี่เคยอยากทำอะไรให้ตัวเองรู้สึกภูมิใจหรือเปล่า...คำถามที่ตอบง่ายที่ซู้ด...เพียบ!!...น้องเค้าเลยถามว่าเช่นอะไรบ้าง

หึ...เช่นเก่งภาษาจะได้แปลหนังสือ...เก่งดนตรี...เก่งทำขนม...อยากทำงานเก่งๆเป็นคนเก่งฉลาดเฉลียวเปรี้ยวที่สุด..แต่ที่พูดมาไม่ได้เรื่องซักอย่าง...ก็มันดีแต่คิดอ่ะดี๊..ก็เรามันไม่จริงจังขี้และขี้เกียจ...ขนาดเล่นเกมยังไม่เก่งเลย

น้องที่ถามเค้ารู้สึกว่าไม่ภูมิใจในตัวเองเท่าไหร่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพิเศษ(อ่า...ใช่ๆๆ...ไม่มีเหมือนกัน)น้องเค้าเลยจะไปเรียนขับเครื่องบิน !?!?!?!? อ่ะโหย...มันไม่ใช้เงินเยอะไปหน่อยเรอะ ไฮโซววว....ฉันแค่คิดอยากเรียนเปียโนเฉยๆเองน้า

ปีนี้จะสอบภาษาญี่ปุ่น..ถ้าผ่าน..แค่นี้ก็น่าภูมิใจไปเรื่องหนึ่งแล้ว

ป.ล แฮรี่อ่านได้อีกหน่อยแย้ว....เริ่มเปิดปมให้ชวนติดตามแล้น

Thursday, August 04, 2005

มรสุม

พรุ่งนี้ต้องบิน 317 ไปมุมไบเดิมทีต้องค้างแล้วทำงานคืนวันเสาร์กลับมาถึงเช้าตรู่วันอาทิตย์ ลุ้นอยู่จะยกเลิกมั้ยก็มีฝนตกน้ำท่วมที่อินเดีย ไฟล์ทก่อนๆที่ไปอินเดียเค้ายกเลิกกันมั่ง อยู่กันนานกันมั่ง ก็เลยโทรไปถาม OD(หน่วยเรียกบิน)ว่าไฟล์ทเราเป็นยังไงปรากฎว่าเป็น quickturn !!! เช็คอิน 16:25 พรุ่งนี้ทำงานกลับมาถึงเช้าวันเสาร์ 05:05 >< แต่ก็ได้หยุดอาทิตย์กับจันทร์ซึ่งก็เหมือนหยุดสามวันอ่ะ งิงิ :D (เงินน้อยลงด้วยอ่ะ T_T)

เมื่อวานไปบาหลี..คนไปเที่ยวเยอะจังเต็มทั้งขาไปขากลับเลย..ตอนออกจากบ้านเราฝนมันตกคิดว่าเค้าจะไปทำไรกันนั่นฝนก็ตกไม่กลัวสึนามิรึไง...ไปถึงแดดอย่างแรง...อิจฉาคนมาเที่ยวอิฉันมันแค่เรือจ้างพามาส่ง...แต่ว่าพี่ที่ทำงานไปด้วยกันเค้าบอกว่าไม่เห็นจะชอบมาแล้วไม่สวยคนก็ดุ บ้านเราดีกว่าตั้งเยอะจะไม่ไปอีกเด็ดขาด แล้วก็บอกว่าแฟนกันมาบาหลีจะเลิกกันแล้วฝรั่งๆมากันนี่ไม่กลัวรึ...มี reference ด้วยอ่ะคือเพื่อนเค้าแต่งงานแล้วมาฮันนีมูนบาหลีสองปีเลิกเลย...อ่ะจิงดิ?!? แล้วคนที่กิ๊กๆกันไปด้วยกันจะเป็นแฟนกันป่าวอ่า หุหุ

- - - - -

ดูวัยอลวนมาแล้วก็ตลกดี...ไม่เคยดูสามภาคแรกเลยแต่ให้ดูก็ไม่อยากดูไม่ชอบหนังที่ภาพเก่าๆ ในหนังเสนอเรื่องใบตองอยู่กะแฟนที่หอไม่ได้บอกพ่อแม่ มีถุงยางที่ลิ้นชักหัวเตียง..จะสื่อไร..ใบตองร้องไห้ขอโทษ..ขอโทษเรื่องไรความสัมพันธ์ในวัยเรียนเรอะแถมน้องหนามเตยชอบครูฝึกสอน..แหม intrend รักต่างวัย....พูดมาไม่ใช่ไร...อิจฉา 5 5 5 พาพ่อแม่ไปดูด้วยคงจะอินกันหมดทั้งครอบครัวก็หนังตั้งกะสมัยพ่อแม่ยังเอ๊าะ

ป.ล1 หลังจากมากรุงเทพได้ 20 วันเพื่อจะหัดทำขนมกับน้า..วันนี้เพิ่งได้ทำ..หั่นขนุนให้น้าทำเค้ก..มันได้หัดทำเค้กตรงไหนเนี่ย ท่าจะเสียเที่ยวแล้วมาผลาญเงินอั๊วะนี่หว่า...น้องพูดว่าเคยดูคาราเต้คิดหรือเปล่า..เออให้มันได้เรื่องเหอะ..ปึ้ดอุตส่าห์หางานให้เด๋วแห้วหมด..น้ำตา(ฉัน)ไหล

ป.ล2 ผึ้งใส่ใจเรื่องปากดำๆที่เราบ่นเค้าอ่านเจอในนิตยสารเลยโทรมาบอกเราให้ไปใช้ลิปของblistex

ป.ล3 ไปเชียงราย...โรงแรมก็ช่วยเหลือเกษตรกร..จัดลำไยให้ในห้องจานใหญ่จัดแต่ลำไยมันแก่ไม่อร่อยเลย = =" ของที่อยากกินที่เชียงรายก็คือบัวลอยไอติม(บัวลอยหน้าไอติมกะทิถ้วยละ 15 บาท)หน้าไนท์บาซาร์ฝนตกเราก็ไม่หวั่น กินข้าวเสร็จก็ไปกินกันกินซะสองถ้วยแหนะ..แต่วันนี้เหม็นกลิ่นแป้งไปหน่อยนะ

Saturday, July 30, 2005

ผัดผักหนาวดึ๋ง

ได้ไปโอซาก้าอีกครั้ง..ไปญี่ปุ่นหนะชอบอยู่แล้วเสียก็แต่ไปถึงสามทุ่มครึ่งยังดีที่แผนกซุบเปอร์ฯของ Jusco เปิดถึงเที่ยงคืนก็ได้เดินเล่นดูของเยอะแยะกว่า 7-11 แถวโรงแรม

ของก็ไม่มีอะไรตั้งใจจะซื้อหรอกมีแต่เห็นแล้วอยากจะซื้อ..ตั้งใจมาซื้อขนมตามที่เห็นในนิตยสาร(cawaii เดือนก.ค)แต่ก็ได้ไม่มากมีข้าวเกรียบคาลบี้แบบถ้วยjagarikoสองรสสุดฮิต(จากการสำรวจในนิตยสาร)คือรสผักรวมกับรสชีส รสอื่นๆก็มีอีกแต่ไม่ซื้อมันแพงหนะสิโชคดีที่มันลดราคาพอดี 145เยน(ราคา 7-11)เหลือ 118(ราคาในจัสโก้)

ซื้อมันฝรั่งทอดกรอบลดราคาเป็นรสส้มyuzuกับพริกไทย...แปลกดีอร่อยด้วยขนาดไม่ค่อยชอบกินมันฝรั่งกันทั้งพี่ทั้งน้อง(ปุ๊ก)ยังรู้สึกว่าอร่อย...อร่อยกว่าเลย์

ป๊อกกี้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ก็ไม่ซื้อ(อ่ะโห..แปลกใจตัวเอง)น้าฝากซื้อเครื่องปรุงแกงกระหรี่เผ็ดระดับสามยี่ห้อ house ฉันก็ซื้อระดับสี่และระดับห้ามาด้วย อยากกิน อิอิ

ถึงจะเดินจัสโก้แล้วก็ยังแวะ 7-11 ไปกันสามคนแต่ละคนมีของในใจต่างกันฉันจะหาบ๊วย(แบบในนิตยสาร)กับขนมปังเนยถั่วของยามาซากิ...ไม่มีทั้งคู่ T_T ชูครีมก็ไม่มี จะให้น้องกินซะหน่อยมีแต่อันเล็กๆรสชอกโกแลต..ก็ยังดี..เหลืออันนึงพอดี

ซื้อไอติมด้วยยี่ห้อ SOH (ก็ตามนิตยสาร)มีแต่รสวานิลาไม่ค่อยปลื้มแต่ก็ลองซื้อมาเพราะไม่มีไฟล์ทญี่ปุ่นอีกนานลองกินดูก่อน..แข็งมาก..แต่ตอนนั้นดันลืมว่าซื้อไอติมมาด้วยไปแวะกินข้าวเฉย

หิวและคาใจ...ไปโอซาก้าครั้งก่อนพี่แอร์แบ่งผัดผักให้กินรู้สึกว่ามันอร่อยมากอยากกินอีกแหมว่ามันจะเกือบเที่ยงคืนที่ญี่ปุ่นแล้วแต่อยากกินประกอบกับมีเพื่อนร่วมทาง..น้องเค้าก็หิวข้าวก็แยกไปนั่งกินกันสองคน เราสั่งชุดผัดผัก น้องที่ทำงานสั่งชุดหมูชุบแป้งทอดตอนคิดเงินคุณป้ายื่นใบบอกราคาให้เราพันเยน ให้น้องเค้า 890 ก็นึกว่าให้ผิดปรากฎว่า ผัดผักของข้าพเจ้า 1000 เยน !!!!!!! พระเจ้าช่วย....ผัดผักหมูบางและน้อยสุดๆกับข้าว ไชเท้าดองวงนึง(หั่นครึ่ง)และซุปมิโซะราคา 356 บาท แพงกว่าหมูชุบแป้งทอดอีก !!?!?!!?!?! ไงหละเอ็งเข็ดเลยมะ อร่อยหรอกแต่ก็ไม่เท่าแย่งเค้ากินแล้วไม่อร่อยไปเลยตอนคิดเงิน Y_Y

ตอนกลับห้องนอนต้องนั่งจัดกระเป๋าอีก..ของก็น้อยน้า...แต่ยัดจะไม่ลงมันเป็นของบวมๆ กล่องๆเปลืองที่หนะ แล้วพบว่าไอติมที่ซื้อมาละลาย !! อิ่มข้าวก็อิ่มแต่ต้องกินไอติมก่อน...อร่อยมากถึงมันจะละลายเหลวแล้วไม่ได้เป็นน้ำมันเหมือนพวกนมปั่นมีเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆเต็มไปหมด..อร่อย..รสวานิลาก็อร่อย...ยี่ห้อ lotte SOH

อยากไปญี่ปุ่นอีกจังเลยหนอ...

ป.ล พรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นแต่ตีสามครึ่งแล้วเพราะไฟล์ทไปอุดรคู่แรกยกเลิก บินตุ๊บเดียวไปนอนเชียงราย..จะมีคนออกไปกินอาหารเย็นมั้ยน้า...อยากกินบัวลอยหน้าไนท์บาซาร์

Wednesday, July 27, 2005

ปาก

เวลารู้ว่าตัวเองดูโทรม เหี่ยว ไม่เด้ง ไม่งามเนี่ยก็อยากจะสวยด่วนขึ้นมาทันทีทันใด(หรือเป็นแต่เรา)ก็จะซื้อเครื่องสำอางค์หนะสิ ไอ่ที่ซื้อมาจะรักษาสิวครั้งก่อนก็ยังไม่ได้ใช้เล้ย เอามาใช้แต่โลชั่นหลังล้างหน้าซึ่งก็ไม่ใช่ทุกทีแล้ว = = " H20 ที่ซื้อมาใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ใบหน้าซื้อมาสามเดือนละยังไม่ได้ใช้เล้ย..เคาท์เตอร์มันเจ๊งไปละแต่ก็ไม่เลิก(ซื้อมาไม่ใช้)วันนี้ซื้อลิปสติกไปสองตัวกับดินสอเขียนขอบปากก็เพราะนอกจากหน้าสิวรับมะได้แล้วก็รับปากคล้ำๆไม่ได้เช่นกัน..เข้าข้างตัวเองว่าผิวคล้ำปากก็คล้ำสิ(หมอเคยว่างั้นที่ขอบปากคล้ำ)แต่นางแบบผิวคล้ำปากเค้าก็ไม่คล้ำนี่หว่าแล้วก็มันคล้ำมาในริมฝีปากละ..มันไม่ใช่เหตุผลนั้นแล้ว...

เหตุผลที่เป็นไปได้คือแพ้ลิปสติก แพ้ยาสีฟัน(หมอสิวสันนิษฐานมานานแล้วแต่ไม่คล้ำกินบริเวณเยอะงี้)และที่เป็นไปได้สุดๆซ้ำเติมจากเหตุผลข้างต้นอีกคือเดี๊ยนไม่ได้เช็ดปากตอนล้างหน้าก็คิดว่าล้างหน้าแปรงฟันมันก็หลุดหมดแล้วไง งืออ....

แต่ว่าปากมันคล้ำไปแล้วหนิก็เลยซื้อดินสอมาบังๆไว้ก่อนไงไม่เคยใช้ของ MAC เลยมีแต่คนใช้เราเลยไม่ใช้แต่วันนี้ไปซื้อมาเพราะว่ามีหลายสีมากๆยี่ห้ออื่นที่ดูจะออกแนวสำหรับคนขาวนะ อันนี้มันทุกเฉดแล้วก็เลยเถิดไปซื้อลิปบาล์มมีสีและกันแดด แล้วก็ลิปสีแต่อีกยี่ห้อเป็นสีนู้ดสมใจอยากได้มานาน...รักษาสิวมะพอต้องรักษาปากอีก แงๆๆๆ เพื่อนน้อง(ก็แอ้นท์แหละ)บอกว่าเราโทรมกว่าตะก่อนปากก็ดำ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ป.ล เดือนหน้าได้เรียน public annoucement แล้ว !!! (ผ่านวิชาการออกเสียง งิงิ)ตอนแรกดีใจมากที่มันทับไฟล์ทมะนิลา กับลาฮอร์ขีด(ไฟล์ทแขก) แต่เค้าใส่ไฟล์ทอื่นมาให้เป็น 521/522 ไปดูไบแต่แวะเชนไน(อินเดีย)ทั้งไปทั้งกลับ ขอบใจนะ ใส่มาทำม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย....ไฟล์ทที่ได้ไม่มีขีด(หนึ่งวันเต็ม)พักแค่ 24 ชั่วโมงโชคดีจริงๆทั้งสัปดาห์มีแค่วันที่บินวันอาทิตย์ไม่มีขีด ดันได้วันนั้นอีก...บุญมะหละ...แล้วพัก 24 ชั่วโมงจริงๆก็ไม่ถึงเพราะมันนับเวลาลงถึงเวลาออกได้ 24 ชั่วโมงแต่กว่าจะถึงโรงแรมหละวันทำงานก็ต้องแต่งตัวมาก่อนเครื่องออกอีก มันแปลว่า ห่วย แขก จิตตกและอีกสารพัดในทางลบทั้งสิ้นยกเว้นเงินซึ่งถ้ารวยจะบอกว่าไม่คุ้มกันเลย...ให้ตาย!!!ทรัพย์จางเฟ้ยหยิ่งมะไหวจะป่วยการเมืองไปลุ้น standby ก็ไม่เอาอ่ะไม่ชอบ..ได้แต่บ่นงี้แหละไม่มีทางออก

Monday, July 25, 2005

พระอาทิตย์ & ข้าวสาร

เมื่อวานน้องนัดเพื่อนๆไปกินข้าวเย็นทีข้าวสารแต่ว่านัดเจ๊แอ้นท์(เพื่อนน้อง)ไว้ก่อนเวลาที่บ้านพระอาทิตย์ ตอนมันเปิดใหม่ๆจนถึงเมื่อวานนี้ไม่เคยไปเลยก็สบโอกาสมาชิมเค้ก เจ๊แอ้นท์พาแฟนมาด้วย แหมแฟนเด็กกว่ามันน่าร้ากกก... :P~~~(อิจฉาเฟ้ย)






บรรยากาศในร้านก็น่านั่งดมีคนขนงานการมาทำเป็นปกติของร้านเบเกอรี่นั่งสบาย


เค้กในตู้ดูไกลๆก็ดีแต่ดูดีๆมันแห้งๆ ชื่อเค้กอะไรไม่ติดป้ายไว้ใครจะรู้วะต้องขอมาถามนี่ไรนั่นไรแล้วมาทำหน้าบูดใส่ สั่งมาสามอย่าง lemon cake,red velvet(เนื้อเค้กสีแดง),mable cheese cake(ชอกโกแลตชีสเค้ก)ไม่อร่อยซักอย่างราคาแพงมากชิ้นละ 80 90 แถมกาแฟเย็นง่ายๆก็รสชาติห่วยใส่น้ำเชื่อมกลิ่นอะไรไม่รู้ตุๆกลบกลิ่นกาแฟนหมดเหมือนกินน้ำเชื่อมสีกาแฟมากกว่า
อาหารคาวที่สั่งคือยำทูน่า..ใช้ได้ เสียเงินมื้อนี้ 590 แพงชะมัด (ควรไปกินเชรูแบง...confirm !!!!)



จากพระอาทิตย์เดินลัดไปข้าวสารตรงซอยข้าง 7-11(ออกจากบ้านพระอาทิตย์เลี้ยวขวา)


เดินทะลุวัดชนะสงครามจะโผล่ข้าวสารพอดี




แอ้นท์นัดเพื่อนที่ร้าน Silkbar ยำซิลค์บาร์ก็อร่อยดี ต้มยำทะเลเดือดก็เปรี้ยวดีแต่หอยแมงภู่เยอะไปหน่อยกุ้งมีตัวเดียวผ่าครึ่งอีก ซิลค์บาร์ลุยไฟไม่อร่อย ซี่โครงหมูสัปปะรดอร่อยดีแต่แล่ซี่โครงบางๆอีกละ ไปหกคนค่าอาหารคนละ 160 บาทไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอร์


มีดีเจ spin แผ่นด้วยถ้าเป็นฝรั่งจะเล่นเพลงแบบมีจังหวะหนักกว่าคนไทย


กินอาหารเสร็จเดินหาโรตีกล้วยหอมกิน 20 บาทเอง :) มีร้านน้ำผลไม้แยกกากร้านนึงเป็นคนมีอายุขาย..ดูสะอาดสะอ้านราคาก็ถูกด้วย(เดินไปจะสุดทางด้าน burgerking) แนะนำมะม่วงสัปปะรด เข้ากันเหลือเชือ

Saturday, July 23, 2005

ข้าวมันไก่ & หอยอนามัย

ตามหนังสือพิมพ์ฉบับเมื่อวานออกไปหาข้าวมันไก่ที่จัตุจักรกิน อ่านมาเค้าบอกว่ามีต้มยำไก่แก้เลี่ยนด้วยอยากกินต้มยำไก่กับข้าวมันไก่ เคยกินสมัยที่ทำงานแถววังบูรพาร้านข้าวมันไก่แถวคลองถม ต้มยำอร่อยมากน้ำเป็นสีดำซีอิ๊วอยากกินอีกแต่ไม่เคยไปกินอีกเลยหลังจากที่ทำงานย้ายออฟฟิศ

รายละเอียดร้านข้าวมันไก่ในเจเจจำมาแค่โครงการ 20 ซอย 1 ติดถนนตรงข้ามห้องน้ำ 4 และ5 ผู้ร่วมชะตาในการตามหาของกินครั้งนี้คือปุ๊กกะภัทรไม่คิดว่าจะหายากแต่มันยาก

เวลาไปเจเจถ้านั่งแท็กซี่มักจะไปทางกำแพงเพชรสอง ลงแถวประตูหนึ่ง พอลงประตูหนึ่งดูแผนที่เลยโครงการ 20 อยู่ตรงไหน โครงการ 20 มีสองส่วนคั่นด้วยช่องว่างตรงหอนาฬิกา แต่จะเริ่มทางไหนหละแผนที่ไม่บอกตำแหน่ง"you are here" ต้องเล็งเอาเอง

ก็เดินจากประตูหนึ่งลงจะเห็นป้ายโครงการ 20 ละเดินเลี้ยวขวาเข้าโครงการเจอป้ายบอกว่าซอย 5/1 เดินตรงไปจะเป็นทับสองทับสามไปเรื่อย จนมาเจอช่องว่างตรงหอนาฬิกา(กำลังซ่อมบำรุง)เดินตรงต่อไปก็ยังเป็นโครงการ 20 แต่ซอย 27 !??! กำละ ซอยห้ามาซอย 27 เลยเรอะ แต่ตามร้านจะบอกว่าเป็นโครงการ 20 ซอย 7 ทั้งที่มัน 27/7(สมมุติ)ก็เลยคิดว่าเดินต่อไปก่อนละกันเพราะเบอร์ทับมันลดลงเดี๋ยวคงถึงเลขหนึ่ง เดินจนออกมาเจอถนน ตรงข้ามเป็นโซนต้นไม้นี่หว่า อ๊ะ! เห็นแล้วห้องน้ำห้า ก็เดินตามถนนไปทางซ้าย(เหมือนเดินไปห้องน้ำสี่) เจอแย้ว!!! ร้านข้าวมันไก่ อ่ะโธ่ร้านเนี่ยเคยเห็นนานละแต่ไม่เคยคิดจะกินเพราะมาเจเจมักจะกินส้มตำ แล้วร้านหนะจะบุกลุยเข้ามาตามร้านทำไมเนี่ย จากประตูหนึ่งเดินเลี้ยวขวาวนไปเรื่อยๆก็เจอร้านข้าวมันไก่เนี่ยอ่ะ = =





ถึงแล้วก็ลุยเลย ข้าวมันไก่ไม่เอาหนังไม่เอาเครื่องในสำหรับฉัน ข้าวมันไก่ไม่เอาหนังใส่เครื่องในของปุ๊ก และข้าวมันไก่ใส่ทุกอย่างของภัทร เค้าให้น้ำซุปอยู่แล้วแต่ถ้าจะเอาต้มยำต้องสั่งต่างหาก มันเป็นต้มยำขาไก่ซึ่งไม่กินถามเค้าว่าจะเอาแต่น้ำได้มั้ยเค้าบอกว่าจะใส่ปีกหรือเนื้อไก่ก็ได้ก็เลยสั่งต้มยำเนื้อไก่ มีฉันไม่อิ่มคนเดียวอ่ะก็เลยสั่งข้าวมันไก่ทอดมาลองด้วยเลยครบตามเมนูไก่ที่ขาย(ไม่ได้กินปอเปี๊ยะทอด)








ข้าวมันไก่ก็ธรรมดาเหมือนทั่วไปน้ำจิ้มอร่อยมีขิงกับพริกให้เติมเยอะแยะ..ของธรรมดาๆน้ำจิ้มอ่ะสำคัญ ส่วนไก่ร้านข้าวมันไก่ตอนที่ประตูน้ำอร่อยกว่าเนื้อแน่นกว่า ต้มยำน้ำใสรสเปรี้ยวชอบมากใส่ไก่เยอะแยะซึ่งทีหลังถ้ากินจะสั่งแต่น้ำกับฟักพอจริงๆไม่ค่อยชอบกินไก่เท่าไหร่ ก็มีแต่ข้าวมันไก่กะ fastfood แหละที่ฉันถึงจะกินไก่นอกนั้นต้องน่ากินจริงๆ

จากข้าวมันไก่ต่อท้ายด้วยของหวานเดินลุยร้านย้อนทางเก่ากลับมาจะเจอโครงการ 27 พอดี(มีร้านโถพลูใหญ่ๆ)ร้านลอดช่องใบเตยราคาถ้วยละ 15 บาทหอมอร่อยกินไปคนละถ้วยอิ่มอร่อยครบอาหารคาวหวาน







ไม่เดินดูเสื้อผ้าไม่ดูสร้อยเอี่ยน ซื้อมาเยอะแล้วทั้งหลังบริษัทและที่สำเพ็ง..ถูกมากๆเส้นละสามสิบมั่ง ห้าสิบมั่ง ลูกปัดเล็กๆธรรมดาร้อยยาวๆเส้นละ 20 แต่ขายห้าเส้นนะไม่ขายเส้นเดียว

ก่อนกลับบ้านแวะ the mall ภัทรจะซื้อกระดาษทำรายงาน ฉันก็ซื้อผลไม้กับหอยแครงอนามัยขัดเปลือกสะอาดมีกรรมวิธีฆ่าจุลินทรีย์ในหอยกับให้มันคายโคลนออกมาด้วย ขายถุงละ 60บาทลวกให้ด้วยแต่ฉันชอบหอยแครงย่างมากกว่านะซื้อมากินเพลินๆน้ำจิ้มแซ่บดี





ซื้อการ์ตูนด้วยร้านตรงข้าม the mall ลดราคาเยอะประมาณเล่มละ 5 บาทตอนนี้น้องติด nana มากกว่า harry อีกฉันอ่ะค่อยซื้อค่อยอ่านเพิ่งจะถึงเล่ม 4 เอง แต่น้องมาอ่านรวดเดียวแล้วบอกอยากอ่านก็เลยซื้อมาถึงเล่ม 9 แล้วแถมมีเล่มพิเศษ 7.8 ด้วยห้าสิบบาทแหนะแต่เล่มเก้าก็หกสิบบาทอย่างหนาเลย ฉันยังอ่านถึงเล่มหก น้องบอกให้รีบๆอ่านจะได้มาโม้กัน งงน้อง...ไหนมันแฟนพันธ์แท้แฮรี่ไง ยังจำภาพที่มันดีดดิ้นจะตายที่ไปซื้อเล่ม4ไม่ทันเค้าเก็บร้านซะก่อน ตอนนี้ปล่อยแฮรี่นิ่งอ่านการ์ตูนเฉย

เล่นวอร์(guild war)ไม่หนุกละ srv มันเน่าระบบกิลด์กับปาร์ตี้พังมันจะไปเล่นอะไรได้


+ + ภาพเป็นข่าว + +

ผจญภัยนั่งแท็กซี่ไปต่อรถไฟใต้ดินแล้วนั่งรถเมล์เล็กไปสำเพ็ง


สร้อยที่ฮิตๆขายกันถูกๆแต่ขายส่ง ตุ้มหูไม้ที่ขายๆกันคู่ละ 15/20 ที่สยามที่นี่ขายโหลละ 100 120 บางร้านคู่เดียวก็ขายแต่จะแพงกว่าราคาส่ง


ทะลุไปเรื่อยๆจะเจอตึกธนาคารกับร้านทองสวยเก๋




จากสำเพ็งนั่งตุ๊กๆห้าสิบบาทไปตั้งฮั่วเส็งจะไปหาโมเสคติดกระจก(น้องกำลังเห่องานฝีมือ)แต่ไม่มีขายก็หยังว่ามันเป็นยี่ห้อเฉพาะ(cystraline mosaic)มาแล้วอยากไปนั่งเรียนงานฝีมือกับเค้าจัง ไม่เสียเทียวซื้อไหมเอาไปร้อยลูกไหมกลมๆที่ซื้อจากสำเพ็งสามถุงร้อยบาทน้องจะทำม่านติดประตู


มาถึงบางลำภูก็ไปเดินข้าวสารซะเลย




ถักผมมั้ยจ๊ะตอนนี้ไม่ร้อยลูกปัดกันแล้วเค้าฮิตเอาไหมสีๆใส่ในเปีย


หลบร้อนไป starbucks เกือบไม่เห็นแหนะอยู่ในซอยขนาดนั้น


เป็นบ้านเก่าสีสวย




เพดาน


ค่ำแล้ว


เบอร์เกอร์คิงร้านเก๋ปลายข้าวสาร