หยุดซะทีจะอยู่บ้านเล่นเกมรึไม่เอาอ่ะมันก็เหมือนไม่หยุดดิ ก็ออกไปนวดตัวนะที่อีฟโรเช่ก็ราคารับได้แต่เสียเงินซื้อคอร์สไปทำให้ได้คูปองชิงโชค 20 วัน 20 ล้าน มา 120ใบ ขนาดนี้แล้วควรจะเป็นของฉันซักล้านนึงนะ(จ่ายด้วย visa ได้คูปองสองเท่า)แพงดิแต่คิดแล้วถูกกว่าซื้อเป็นครั้งๆ พยายามใส่ใจสุขภาพและความงามอยู่ เรื่องเงินก็คิดเหมือนกันแต่ยากสุดที่จะยั้งใจ
ไปหาหมอสิวด้วยไม่ใช่หมอประจำ(วันพุธ)แต่ว่าไปเหอะไม่ได้ไปนานแหละเจอหมอผู้ชายก็ดีก็พูดเยอะดี เราชอบให้หมอพูดเยอะๆหน่อยนะเหมือนใส่ใจดีหนะ ก็กินยาแก้อักเสบต่อไป = = หมอบอกว่าหน้าตาจริงๆก็สวย(งี้คนที่ทำงานก็โคตรสวยหละครับ)แต่ดูแลหน้าไม่เป็นให้ออกกำลังกายอายุเท่านี้ไม่ออกกำลังกายเนี่ยนะ = ="" ให้กินผักผลไม้ กินอาหารทุกมื้อ ง่วงก็นอน(รู้ว่าทำงานไม่เป็นเวลาเค้าหมายเหตุไว้ในประวัติคนไข้)ตอนแรกจะเบี้ยวโยคะแล้วแต่หมอว่าเลยไปซะหน่อย
หมู่นี่ไม่ค่อยหิวกินข้าวไม่ตรงมื้อหิวค่อยกินมื้อเย็นกินเกาเหลากินไปงั้นอ่ะไม่ได้หิวเลยแต่จะได้กินมื้อเย็นซื้อน้ำผลไม้ด้วย เบญบอกว่ากินๆไปทุกวัน ขานั้นก็มารักสวยรักงามตอนแก่เหมือนกันเห็นว่าโยคะจนพุงหายหมดเลยอ่ะ เอามั่งจิ
ป.ล1 โทรไปหา OD ถามไฟล์ทบินพรุ่งนี้ถ้าเช้ามากจะได้รู้ๆไปเลยไม่ใช่มาปลุกตอนเช้า ปรากฎว่าไม่มีมาคอยดูกันว่าจะได้ไฟล์ทอะไร
ป.ล2 ความคิดชั่วร้ายจะโดดสอบญี่ปุ่น สอบไปก็ตกเอาผลไปใช้งานไรไม่ได้ โดดซะจะได้หยุด 4-10 เลยเที่ยวดีก่า
Tuesday, November 30, 2004
Monday, November 29, 2004
SB วันที่สาม
5:30 ผวาตื่น...จะเรียกตูบินเช้าอีกมะเนี่ย
5:45 ตื่นเพราะภัทรตั้งนาฬิกาปลุกไปโรงเรียน
11:30 โอววแสงแดด...ยังนอนอยู่บนเตียงอยู่ดีใจจริงๆ(ไฟล์ทเยินตอนเช้าก็คงไม่โดนแล้วเรา)
16:30 นอน..ทำไมมันง่วงยังงี้
17:30 ตื่นเพราะภัทรเข้ามาในห้อง...อยากนอนต่อจิง
18:00 ลุ้นครับอีกห้าชั่วโมงหมดเวลาสแตนบายแล้ว
18:55 โทรศัพท์ดัง ตะโกนลั่นบ้าน รับเอง รับเอง อยากรู้นัก ลุ้นซะแต่ดันเป็น citibank โทรมาบอกโปรโมชั่น รอดไป
19:05 โทรศัพท์ดังอีกแล้ว....แต่ของน้า รอด!
22:15 ไม่สนแล้วเว้ย นอนดีกว่า เรียกตอนนี้ก็พวกไฟล์ท ญี่ปุ่น เกาหลี ใครมันจะมาป่วยอยากจะรู้
พรุ่งนี้หยุดหนึ่งวันไปนวดตัวไปออกกำลังกายก่อนจะมารับชะตากรรมแบบนี้อีกสามวันที่เหลือ
ป.ล ภัทรซื้อตุ้มหูมาฝากสองคู่เป็นเหมือนเซรามิกสีฟ้าคู่นึงกะสีชมพู อารมณ์ไหนหว่า บอกของขวัญย้อนหลัง
5:45 ตื่นเพราะภัทรตั้งนาฬิกาปลุกไปโรงเรียน
11:30 โอววแสงแดด...ยังนอนอยู่บนเตียงอยู่ดีใจจริงๆ(ไฟล์ทเยินตอนเช้าก็คงไม่โดนแล้วเรา)
16:30 นอน..ทำไมมันง่วงยังงี้
17:30 ตื่นเพราะภัทรเข้ามาในห้อง...อยากนอนต่อจิง
18:00 ลุ้นครับอีกห้าชั่วโมงหมดเวลาสแตนบายแล้ว
18:55 โทรศัพท์ดัง ตะโกนลั่นบ้าน รับเอง รับเอง อยากรู้นัก ลุ้นซะแต่ดันเป็น citibank โทรมาบอกโปรโมชั่น รอดไป
19:05 โทรศัพท์ดังอีกแล้ว....แต่ของน้า รอด!
22:15 ไม่สนแล้วเว้ย นอนดีกว่า เรียกตอนนี้ก็พวกไฟล์ท ญี่ปุ่น เกาหลี ใครมันจะมาป่วยอยากจะรู้
พรุ่งนี้หยุดหนึ่งวันไปนวดตัวไปออกกำลังกายก่อนจะมารับชะตากรรมแบบนี้อีกสามวันที่เหลือ
ป.ล ภัทรซื้อตุ้มหูมาฝากสองคู่เป็นเหมือนเซรามิกสีฟ้าคู่นึงกะสีชมพู อารมณ์ไหนหว่า บอกของขวัญย้อนหลัง
Sunday, November 28, 2004
SB วันที่สอง
ไม่ปราณีกันเลยให้ตายเหอะ เสียงโทรศัพท์ดังคิดแล้วของตู หรี่ตามองหน้าต่างยังมืดอยู่เอาอีกแล้ว หกโมงเช้าอีกแล้ว หงุดหงิดโคตรไหนบอกจะดูให้..เข้าใจว่าดูไฟล์ทดีให้นะแต่ว่าจริงๆแปลว่าดูอะไรหว่า
เซ็งแมนมากถามว่าไฟล์ทไร 008 อุดรให้ไปเครื่องเลยเครื่องออก 6:30 ฟังแล้วงงอะไรนะเครื่องออกหกโมงครึ่งเรียกหกโมงให้สนามบินมันอยู่หน้าบ้านอาบน้ำแต่งตัวไปยังไม่ทันเลย ถามคนเรียกบินว่าตอนนี้มันกี่โมงเค้าบอก ตีสี่ครึ่ง !?!??!?!? โมโห!!!! นี่มันดูไฟล์ทแล้วใช่มั้ย ใครวะ sick ไม่ลามะวานวะเค้าจะได้เรียกล่วงหน้าได้เตรียมใจกันมั่ง เพราะอะไรเพราะว่าไม่ใช่แค่บินเช้าเท่านั้นมันยังบินสี่แลนด์อีกต่างหากไปอุดรกะพิษณุโลก โว้ยยยยยย
เอาเข้าจิงใครบอกตีสี่ครึ่งยะมันจะตีห้าแล้วไหนต้องเรียกแท็กซี่อีกอาบน้ำอีกมีเวลาครึ่งชั่วโมง พอใจเย็นก็คิดว่าดีแล้วที่มาบินงานเสร็จบ่ายสามโมงครึ่งก็ว่างไงไม่ต้องลุ้นถึงห้าทุ่มแต่เหนื่อยแลนด์ที่สาม(ไปพิษณุโลก)จะอ้วกแตก ก็เต็มสามขาสุดท้ายอ่ะสงสัยว่าทำไมพิษณุโลก-กรุงเทพคนญี่ปุ่นเพียบมีเด็กๆด้วย มาเที่ยวเหรอ? คนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้หลายคนนะเจอหลายทีละ
กลับมาจะสลบตายยังเหลือพรุ่งนี้อีกวันนึงก่อนจะหยุดพักครึ่งแล้วสแตนบายตัวจริงอีกสามวันติด(1-3 ธ.ค) ดูดิ๊จะเรียกไปไหนอีกอย่าเรียกได้มั้ยทำลืมๆฉันไปทีเหอะ
ป.ล1 ไปสระผมที่ร้านในเดอะมอลล์ 120 แหนะหน้าบ้าน 60 ><
ป.ล2 รูปมาแล้วคร้าบ
นางฟ้า
ต้นคริสตมาส
กระทงเราเอง
เซ็งแมนมากถามว่าไฟล์ทไร 008 อุดรให้ไปเครื่องเลยเครื่องออก 6:30 ฟังแล้วงงอะไรนะเครื่องออกหกโมงครึ่งเรียกหกโมงให้สนามบินมันอยู่หน้าบ้านอาบน้ำแต่งตัวไปยังไม่ทันเลย ถามคนเรียกบินว่าตอนนี้มันกี่โมงเค้าบอก ตีสี่ครึ่ง !?!??!?!? โมโห!!!! นี่มันดูไฟล์ทแล้วใช่มั้ย ใครวะ sick ไม่ลามะวานวะเค้าจะได้เรียกล่วงหน้าได้เตรียมใจกันมั่ง เพราะอะไรเพราะว่าไม่ใช่แค่บินเช้าเท่านั้นมันยังบินสี่แลนด์อีกต่างหากไปอุดรกะพิษณุโลก โว้ยยยยยย
เอาเข้าจิงใครบอกตีสี่ครึ่งยะมันจะตีห้าแล้วไหนต้องเรียกแท็กซี่อีกอาบน้ำอีกมีเวลาครึ่งชั่วโมง พอใจเย็นก็คิดว่าดีแล้วที่มาบินงานเสร็จบ่ายสามโมงครึ่งก็ว่างไงไม่ต้องลุ้นถึงห้าทุ่มแต่เหนื่อยแลนด์ที่สาม(ไปพิษณุโลก)จะอ้วกแตก ก็เต็มสามขาสุดท้ายอ่ะสงสัยว่าทำไมพิษณุโลก-กรุงเทพคนญี่ปุ่นเพียบมีเด็กๆด้วย มาเที่ยวเหรอ? คนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยได้หลายคนนะเจอหลายทีละ
กลับมาจะสลบตายยังเหลือพรุ่งนี้อีกวันนึงก่อนจะหยุดพักครึ่งแล้วสแตนบายตัวจริงอีกสามวันติด(1-3 ธ.ค) ดูดิ๊จะเรียกไปไหนอีกอย่าเรียกได้มั้ยทำลืมๆฉันไปทีเหอะ
ป.ล1 ไปสระผมที่ร้านในเดอะมอลล์ 120 แหนะหน้าบ้าน 60 ><
ป.ล2 รูปมาแล้วคร้าบ
นางฟ้า
ต้นคริสตมาส
กระทงเราเอง
Saturday, November 27, 2004
ลอยเคราะห์
โดนเรียกไปทำงานแต่เช้าเลยเข้าเวลา standby นิดเดียวเอง(standbyตัวจริง หกโมงเช้าถึงห้าทุ่ม)งัวเงียมากๆแต่ได้ยินว่าเลิกงาน 11:30 เอาวะไม่ไหวก็เอาจะได้ไม่ต้องลุ้นถึงห้าทุ่ม
ก็ง่วงมากอ่ะนอนเกือบตีสองออกไปลอยกระทงแต่ว่ากลับมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วไม่ยอมนอนมานั่งเล่นเนตคิดว่าเค้าคงไม่ใจร้ายหรอกก็เมื่อวานเพิ่งบิน 415 มานะ(ไฟล์ทไม่โปรดของคนส่วนมาก)แต่ก็โดนซะแน่ใจว่าลอยความซวยไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย
ไปลอยกระทงที่สวนเบญจสิรินัดกะแฟนไว้ที่เอ็มโพเรียมสองทุ่ม..ยังคึกคักอยู่มากเพราะ midnight sale และคนมาลอยที่สวนนี้เยอะ คนถ่ายรูปกะต้นคริสมาตก็เยอะฉันก็เอาด้วยถ่ายรูปเล่นกะภัทรระหว่างรอแฟนมาถึง จริงๆฉันกะพี่เค้าอ่ะไม่คุยกันมาพักนึงเพราะไม่พอใจในการกระทำของแต่ละคนไอ่เราอ่ะผิดนะแต่ไม่ง้อ อยากให้คนถูกง้อมั่งดิ ให้เราง้อตลอดผิดถูกเราง้อตลอดฉันเลยไม่ง้อปล่อยไว้งั้นแหละสองอาทิตย์ผ่านไปแล้ววันนึงพี่มาทักใน msn ก็คุยในเนตก่อนไม่โทรศัพท์ เพิ่งเมื่อวานแหละโทรมาถามว่าจะไปไหนมั้ย แหมเล่นตัวมากเดี๋ยวเค้าเลิกง้อใช่ป่ะ นานๆจะง้อซะทีก็ไปลอยกระทงกันไง ไปสามคนกระทงใบเดียวทั้งประหยัด(ห้าสิบบาท)แล้วชาติหน้าจะได้เกิดมาตบตีกันใหม่
คนในสวนเยอะมากๆเลยชาวต่างชาติเพียบ ลอยกระทงในสระแบบนั้นคิดแล้วมันก็วนเวียนเวียนวนหาทางออกไปไหนไม่ได้เลยหนะสิไม่เหมือนลอยในแม่น้ำแต่พี่บอกว่าถึงสระก็ไฮโซอยู่ข้างเอ็มโพเรียมนะ อืมม ลอยในแม่น้ำเคยมาแล้วมันก็ไปติดฝั่งเลยไปไม่เท่าไหร่อยู่ดี เหอเหอ คิดซะยังกะมันจะไปออกอ่าวไทยงั้นแหละ ดีมะดีเด็กเก็บมาขายต่ออีกรอบ = ="" เหมือนตอนจะซื้อกระทงอ่ะเห็นท่าทางร้านแรกมันเยินๆวะ พี่บอกว่าเก็บมาขายอีกรอบดิ ไม่เอานะจะเอากระทงมือหนึ่งแต่กระทงที่ไม่ได้เตรียมการมาหาเอาหน้างานแบบนี้ก็ไม่ได้สวยงามไรเท่าไหร่ ก็เลือกดอกดาวเรืองจะได้รุ่งเรือง ฉันเอาเล็บที่ตัดไว้มาใส่ในกระทงด้วยไม่รู้คนที่นี่เค้าทำกันมั้ยแต่คนเมืองจะเอาผมกะเล็บใส่กระทงลอยไปประมาณลอยเคราะห์ออกไปซะเช่นเดียวกับโคมลอยนั่นแหละ จะใส่เงินด้วยแต่พี่บอกว่าทำให้เงินของประเทศจมลงน้ำ(คือให้หมุนเวียนในตลาดดีกว่าใช่มั้ย)
ลอยกระทงเสร็จก็กลับบ้านด้วยรถไฟฟ้ามาต่อรถใต้ดินโผล่ออกมาที่ศูนย์วัฒนธรรม พี่ชี้ให้ดูซอยสี่ที่วัยรุ่นเค้าเที่ยวๆกันแต่ป้าไม่ไหวแล้วง่วงโคตร กินเจด้วยมะวานอ่ะเลยอดไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นพี่บอกอร่อย
รอเล็บใหม่ยาวเหมือนเขี้ยวเล็บใหม่คิดงี้ดีมะจะได้ดูมีพลังดี ตอนนี้ห่อเหี่ยวบ่อยไป บีมบอกให้กินน้ำเต้าหู้มากๆช่วยได้
ป.ล1 รูปมาทีหลัง usb มีสอง port ใช้หมดแย้วต่อกล้องมะได้ >_< รอไม่ต่อเนตค่อยเอารูปเข้าคอม
ป.ล2 มาดูกันว่าสแตนบายห้าวันที่เหลือจะได้อะไรเพราะพี่ที่เรียกเค้าบอกเดี๋ยววันหลังดูให้(วันนี้ช่วยไปบินทีเหอะ)
ก็ง่วงมากอ่ะนอนเกือบตีสองออกไปลอยกระทงแต่ว่ากลับมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วไม่ยอมนอนมานั่งเล่นเนตคิดว่าเค้าคงไม่ใจร้ายหรอกก็เมื่อวานเพิ่งบิน 415 มานะ(ไฟล์ทไม่โปรดของคนส่วนมาก)แต่ก็โดนซะแน่ใจว่าลอยความซวยไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย
ไปลอยกระทงที่สวนเบญจสิรินัดกะแฟนไว้ที่เอ็มโพเรียมสองทุ่ม..ยังคึกคักอยู่มากเพราะ midnight sale และคนมาลอยที่สวนนี้เยอะ คนถ่ายรูปกะต้นคริสมาตก็เยอะฉันก็เอาด้วยถ่ายรูปเล่นกะภัทรระหว่างรอแฟนมาถึง จริงๆฉันกะพี่เค้าอ่ะไม่คุยกันมาพักนึงเพราะไม่พอใจในการกระทำของแต่ละคนไอ่เราอ่ะผิดนะแต่ไม่ง้อ อยากให้คนถูกง้อมั่งดิ ให้เราง้อตลอดผิดถูกเราง้อตลอดฉันเลยไม่ง้อปล่อยไว้งั้นแหละสองอาทิตย์ผ่านไปแล้ววันนึงพี่มาทักใน msn ก็คุยในเนตก่อนไม่โทรศัพท์ เพิ่งเมื่อวานแหละโทรมาถามว่าจะไปไหนมั้ย แหมเล่นตัวมากเดี๋ยวเค้าเลิกง้อใช่ป่ะ นานๆจะง้อซะทีก็ไปลอยกระทงกันไง ไปสามคนกระทงใบเดียวทั้งประหยัด(ห้าสิบบาท)แล้วชาติหน้าจะได้เกิดมาตบตีกันใหม่
คนในสวนเยอะมากๆเลยชาวต่างชาติเพียบ ลอยกระทงในสระแบบนั้นคิดแล้วมันก็วนเวียนเวียนวนหาทางออกไปไหนไม่ได้เลยหนะสิไม่เหมือนลอยในแม่น้ำแต่พี่บอกว่าถึงสระก็ไฮโซอยู่ข้างเอ็มโพเรียมนะ อืมม ลอยในแม่น้ำเคยมาแล้วมันก็ไปติดฝั่งเลยไปไม่เท่าไหร่อยู่ดี เหอเหอ คิดซะยังกะมันจะไปออกอ่าวไทยงั้นแหละ ดีมะดีเด็กเก็บมาขายต่ออีกรอบ = ="" เหมือนตอนจะซื้อกระทงอ่ะเห็นท่าทางร้านแรกมันเยินๆวะ พี่บอกว่าเก็บมาขายอีกรอบดิ ไม่เอานะจะเอากระทงมือหนึ่งแต่กระทงที่ไม่ได้เตรียมการมาหาเอาหน้างานแบบนี้ก็ไม่ได้สวยงามไรเท่าไหร่ ก็เลือกดอกดาวเรืองจะได้รุ่งเรือง ฉันเอาเล็บที่ตัดไว้มาใส่ในกระทงด้วยไม่รู้คนที่นี่เค้าทำกันมั้ยแต่คนเมืองจะเอาผมกะเล็บใส่กระทงลอยไปประมาณลอยเคราะห์ออกไปซะเช่นเดียวกับโคมลอยนั่นแหละ จะใส่เงินด้วยแต่พี่บอกว่าทำให้เงินของประเทศจมลงน้ำ(คือให้หมุนเวียนในตลาดดีกว่าใช่มั้ย)
ลอยกระทงเสร็จก็กลับบ้านด้วยรถไฟฟ้ามาต่อรถใต้ดินโผล่ออกมาที่ศูนย์วัฒนธรรม พี่ชี้ให้ดูซอยสี่ที่วัยรุ่นเค้าเที่ยวๆกันแต่ป้าไม่ไหวแล้วง่วงโคตร กินเจด้วยมะวานอ่ะเลยอดไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นพี่บอกอร่อย
รอเล็บใหม่ยาวเหมือนเขี้ยวเล็บใหม่คิดงี้ดีมะจะได้ดูมีพลังดี ตอนนี้ห่อเหี่ยวบ่อยไป บีมบอกให้กินน้ำเต้าหู้มากๆช่วยได้
ป.ล1 รูปมาทีหลัง usb มีสอง port ใช้หมดแย้วต่อกล้องมะได้ >_< รอไม่ต่อเนตค่อยเอารูปเข้าคอม
ป.ล2 มาดูกันว่าสแตนบายห้าวันที่เหลือจะได้อะไรเพราะพี่ที่เรียกเค้าบอกเดี๋ยววันหลังดูให้(วันนี้ช่วยไปบินทีเหอะ)
Thursday, November 25, 2004
เพื่ออนาคต
ได้เริ่มทำสิ่งใหม่ให้อนาคต...ทำประกันสุขภาพกะประกันออมทรัพย์เสียเงินไปสามหมื่นกว่า >< แต่เพื่ออนาโค้ดดดดด...
เพราะไม่มีเงินเก็บเลยคิดว่าทำประกันสุขภาพดีก่าเป็นไรขึ้นมาไม่มีเงินรักษาอ่ะเลยเอาโบนัสที่ได้ของปีนี้เป็นค่าประกัน ก็คิดๆแล้วว่าต้องทำก่อน 30แต่ไม่ได้ทำซะทีไปบินกะปูเมื่อวันอาทิตย์เค้าถามว่าทำประกันหรือยังคำตอบของฉันคือ"ยัง" ปูเลยนัดแนะให้ออกไปหาตัวแทนประกันเค้าวันนี้ ฉันตั้งใจจะเสียเงินปีละ 25000 แต่ไปๆมาๆเสียสามหมื่นหกเพราะว่าจะได้ออมเงินไปด้วย...ไม่มากเท่าเพื่อนก็ปัจจุบันก็ไม่พอแล้วเว้ยยังจะให้ถึงอนาคตอะไรตอนนี้ แต่พอคิดว่าเสียค่าฟิตเนสแล้วไม่ไปปีนึงก็จะเท่าเบี้ยประกันแหละ
ฉันทำประกันเล็กๆน้อยๆไปสองตัวกับบัตรเครดิตเอาไปให้ตี้(ตัวแทนประกัน)ดูด้วยว่ามันซ้ำซ้อนกันหรือเปล่ามีของอยุธยากะ ING แต่ว่าหา ING ไม่เจอ >< (ตายไปจะเบิกได้มะนั่น)ตี้บอกว่าที่ทำกะอยุธยาก็ดีมันเป็นแบบชดเชยรายวันที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลแต่ไม่จ่ายค่ารักษา ก็เลยทำ aia แบบเอาค่ารักษาไม่เอาค่าชดเชยรายวัน สรุปตอนนี้มีการเสียเงินประกันทั้ง aia เมืองไทย(เก็บเงิน) อยุธยา ปีนึงปาไปหกหมื่นกว่าแล้วยังมีประกัน ing อีกอย่างปีละ 25000 ได้ ไม่น้อยเลยนั่นแต่ว่าที่รู้ตัวอ่ะมีแต่ aia กะเมืองไทยที่จ่ายเป็นก้อน อีกสองตัวมันตัดบัตรเครดิตพันสองพันไม่ได้คิด พอคิดแล้ว..เง้อ....ต้องไปเอา ing มาดูด่วนมันซ้ำซ้อนจะได้ยกเลิกไป ไหนต้องเก็บเงินเพื่อคอนโดไฮโซอีกอ่ะ เดือนนึงจะกินไรอ่ะทีนี้
เพื่ออนาคตเราต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ปัจจุบันใช่มั้ย...ตี้ลองให้นั่งคิดเงินสำหรับดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุ 50 ถึง 78(อายุเฉลี่ยของผู้หญิง)28 ปีใช้เงิน13ล้านกว่า!?!? ดังนั้นต้องเก็บตั้งแต่วันนี้...เพื่ออนาคต....เฮ้อ ตายก่อนดีกว่ามั้ย
ป.ล1 คนขายคอนโดโทรมาถามว่าปรึกษาที่บ้านหรือยัง ปรึกษาแย้วแต่ไม่มีเงินอ่า....
ป.ล2 บัตร ATM โดนดูดตอนกดเงินมาจ่ายค่าประกันมั่วแต่มึนกะเงินเป็นปึก เสียงไรมันดังวะ พอรู้ตัวก็เห็นเครื่องมันดูดบัตรเราไปกะตาเลย ><
ป.ล3 เหมือนจะไม่สบาย(อาจจะกินมาก)ตัวร้อนอยากจะโดดงานแต่เงินนะเงินคิดว่าเป็นค่าทำเล็บ(ยังไม่ได้ไปทำเลยตั้งกะศุกร์ที่แล้ว)
เพราะไม่มีเงินเก็บเลยคิดว่าทำประกันสุขภาพดีก่าเป็นไรขึ้นมาไม่มีเงินรักษาอ่ะเลยเอาโบนัสที่ได้ของปีนี้เป็นค่าประกัน ก็คิดๆแล้วว่าต้องทำก่อน 30แต่ไม่ได้ทำซะทีไปบินกะปูเมื่อวันอาทิตย์เค้าถามว่าทำประกันหรือยังคำตอบของฉันคือ"ยัง" ปูเลยนัดแนะให้ออกไปหาตัวแทนประกันเค้าวันนี้ ฉันตั้งใจจะเสียเงินปีละ 25000 แต่ไปๆมาๆเสียสามหมื่นหกเพราะว่าจะได้ออมเงินไปด้วย...ไม่มากเท่าเพื่อนก็ปัจจุบันก็ไม่พอแล้วเว้ยยังจะให้ถึงอนาคตอะไรตอนนี้ แต่พอคิดว่าเสียค่าฟิตเนสแล้วไม่ไปปีนึงก็จะเท่าเบี้ยประกันแหละ
ฉันทำประกันเล็กๆน้อยๆไปสองตัวกับบัตรเครดิตเอาไปให้ตี้(ตัวแทนประกัน)ดูด้วยว่ามันซ้ำซ้อนกันหรือเปล่ามีของอยุธยากะ ING แต่ว่าหา ING ไม่เจอ >< (ตายไปจะเบิกได้มะนั่น)ตี้บอกว่าที่ทำกะอยุธยาก็ดีมันเป็นแบบชดเชยรายวันที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลแต่ไม่จ่ายค่ารักษา ก็เลยทำ aia แบบเอาค่ารักษาไม่เอาค่าชดเชยรายวัน สรุปตอนนี้มีการเสียเงินประกันทั้ง aia เมืองไทย(เก็บเงิน) อยุธยา ปีนึงปาไปหกหมื่นกว่าแล้วยังมีประกัน ing อีกอย่างปีละ 25000 ได้ ไม่น้อยเลยนั่นแต่ว่าที่รู้ตัวอ่ะมีแต่ aia กะเมืองไทยที่จ่ายเป็นก้อน อีกสองตัวมันตัดบัตรเครดิตพันสองพันไม่ได้คิด พอคิดแล้ว..เง้อ....ต้องไปเอา ing มาดูด่วนมันซ้ำซ้อนจะได้ยกเลิกไป ไหนต้องเก็บเงินเพื่อคอนโดไฮโซอีกอ่ะ เดือนนึงจะกินไรอ่ะทีนี้
เพื่ออนาคตเราต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ปัจจุบันใช่มั้ย...ตี้ลองให้นั่งคิดเงินสำหรับดำรงชีวิตหลังเกษียณอายุ 50 ถึง 78(อายุเฉลี่ยของผู้หญิง)28 ปีใช้เงิน13ล้านกว่า!?!? ดังนั้นต้องเก็บตั้งแต่วันนี้...เพื่ออนาคต....เฮ้อ ตายก่อนดีกว่ามั้ย
ป.ล1 คนขายคอนโดโทรมาถามว่าปรึกษาที่บ้านหรือยัง ปรึกษาแย้วแต่ไม่มีเงินอ่า....
ป.ล2 บัตร ATM โดนดูดตอนกดเงินมาจ่ายค่าประกันมั่วแต่มึนกะเงินเป็นปึก เสียงไรมันดังวะ พอรู้ตัวก็เห็นเครื่องมันดูดบัตรเราไปกะตาเลย ><
ป.ล3 เหมือนจะไม่สบาย(อาจจะกินมาก)ตัวร้อนอยากจะโดดงานแต่เงินนะเงินคิดว่าเป็นค่าทำเล็บ(ยังไม่ได้ไปทำเลยตั้งกะศุกร์ที่แล้ว)
Saturday, November 20, 2004
ความหวังอันไกลริบหรี่
คอนโดสุขุมวิทพลัสเราจัดว่าทำเลดีมากติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟฟ้าแต่ว่าถ้าขับรถเองก็เหนื่อยหน่อยมั๊ง สวยอยากได้แต่ไม่มีเงินก็เลิกคิดเหอะ ฮืออออ
นอนก่อน..เดี๋ยวไปสิงค์สองวันกลับมาค่อยเล่า...อยากได้อ่า....
นอนก่อน..เดี๋ยวไปสิงค์สองวันกลับมาค่อยเล่า...อยากได้อ่า....
Thursday, November 18, 2004
ตื่นแต่เช้าทั่งที่นอนก็จะเช้า(ตีห้า)อยากนอนยาวแต่ตื่นมากินอาหารเช้ากะทาเล็บก่อนเดี๋ยวค่อยนอน ค่ำนี้จะไปบังกาลอ(อินเดีย)ทำงานทั้งคืนแต่ก็กลับเร็วหน่อย(ตีสามครึ่ง)คงจะเหมือนเล่นเกมแหละคงไม่ง่วงมาก
อยากให้วันเสาร์เร็วๆอยากไปดูคอนโดว่ามันจะเป็นยังไงดูจากเวบแพงสุด 3.8 สองห้องนอนด้วยดีมะดีอาจจะมีสองชั้น
นอนดีกว่าเด๋วไม่หลับ
ป.ล เคยถามคนอื่นว่ามะไหร่จะพอกับการรอง้องอนใครบางคน วันนี้รู้แล้วว่าพอก็คือพอมันพอเอง ยัง...ไม่ใช่แฟนแค่(คนที่เคยเป็น)เพื่อนในเกม(เพราะมันคือใครไม่รู้เลยพอง่ายๆป่าวหว่า..แต่ไม่ง่ายนะกว่าจะพอเนี่ยนาน....โง่อยู่นาน)
อยากให้วันเสาร์เร็วๆอยากไปดูคอนโดว่ามันจะเป็นยังไงดูจากเวบแพงสุด 3.8 สองห้องนอนด้วยดีมะดีอาจจะมีสองชั้น
นอนดีกว่าเด๋วไม่หลับ
ป.ล เคยถามคนอื่นว่ามะไหร่จะพอกับการรอง้องอนใครบางคน วันนี้รู้แล้วว่าพอก็คือพอมันพอเอง ยัง...ไม่ใช่แฟนแค่(คนที่เคยเป็น)เพื่อนในเกม(เพราะมันคือใครไม่รู้เลยพอง่ายๆป่าวหว่า..แต่ไม่ง่ายนะกว่าจะพอเนี่ยนาน....โง่อยู่นาน)
Wednesday, November 17, 2004
wish list II
เปิด นสพ.เจอโฆษณาคอนโดแสนสิริพลัสจะเปิดให้จองวันเสาร์อาทิตย์หน้านี้จะไปดู(ยังไม่มีเงินจอง)ผ่อนเดือนละ 6550 เองอ่ะ สบมยห.แต่ว่ากี่ปีหละแล้วไหนจะเงินดาวน์อีก ก็คิดทบทวนแบบเข้าข้างตัวเองว่าซื้อคอนโดดีกว่าบ้าน ราคาเท่ากันได้บ้านใหญ่โตแต่ว่าไกลแล้วอยู่กะใครหละอยู่คนเดียวน่ากลัวตายชัก อ่ะอาจจะแต่งงานแต่แฟนก็นอนที่ทำงานเค้ามากกว่าอยู่บ้านไม่ต้องเดินทางสรุปว่าแต่งงานไม่แต่งงานก็อยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ และอยากได้คอนโดเพราะไม่อยากได้บ้านขี้เกียจดูแล
คุยกะต่ายเรื่องนี้เค้าถามว่าจะอยู่ที่กรุงเทพถาวรแล้วเหรอ ก็คงงั้นอ่ะจะไปทำไรอ่ะก็ทำงานนี้ไปอีกนานหละแต่ต่ายกลับเชียงใหม่ไม่ว่างไปดูเดี๋ยวจะชวนแจงไปด้วยกันเพราะเค้าย้ายตามสามีมาทำงานที่กรุงเทพและหาคอนโดอยู่ ทุกวันนี้เช่าคอนโดเดือนแปดพัน หึหึผ่อนโครงการพลัสสบายๆแล้วก็จะชวนแฟนไปด้วย(สบโอกาสง้อ..ใจแข็งจิงวุ้ย เราไม่โทรไปเค้าก็ไม่โทรมา)
อันว่าเรื่องแฟนเรื่องแต่งงานนั้นยังอยู่ในหัวกะหมองอยู่แม้ว่าจะไม่รีบร้อนแต่ก็เกรงจะขึ้นคานเหมือนกันแต่ว่าถ้าตัดสินใจผิดก็ขึ้นคานดีก่าดังนั้นเลยยังไม่ง้อแฟนแต่ฟังน้องที่ทำงานเก่าเก่า("เก่าเก่า"อ้างอิงยากหวะ เก่าเก่าคือย้อนไปสองงานก็คืองานที่โรงงานที่ลำพูนนั่นเอง)พูดถึงข้อดีที่แฟนเค้าเลือกเค้าเป็นแฟนว่า
1 เล็บมือเล็บเท้าสะอาด :: เล็บมือเราก็สวยงามแต่เล็บเท้าขนาดตัวเองยังไม่ชอบเท้าตัวเองเลยอ่ะเหี่ยวๆแห้งๆเล็บนิ้วก้อยไม่สวย แตกอีกแต่จะพามันไปสปาศุกร์นี้
2 ห้องน้ำสะอาดแสดงว่าเรียบร้อยจริงเพราะจัดฉากให้ห้องอื่นเอี่ยมได้แต่ห้องน้ำมันหลอกไม่ได้ :: รกทุกห้อง
3 เวลาล้างมือไม่ทำหน้ากระเซ็นกระสายเลอะเทอะ :: อันนี้เราก็เป็น :D
4 ถ้าแฟนทำทิ้งเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวเรี่ยราด น้องเค้าก็เก็บไม่บ่น :: อันนี้ฉันด่าไปแล้วแน่นอน
5 เสื้อผ้าที่ใช้แล้วจะพับก่อนลงตระกร้า :: ลงตระกร้าไม่เคยพับแต่บ้านน้าถ้าไม่ซักทันทีก็พับกองไว้ก่อน
6 ตู้เย็นสะอาด :: น้ำแข็งเกาะก็ระบบกันน้ำแข็งมันห่วยและของกินเพียบ (เทียบที่บ้านเชียงใหม่ บ้านน้าเพียบกว่าแต่ไม่มีน้ำแข็งเกาะ)
7 เวลามารอรับไปทำงานแฟนจะแกล้งรื้อเตียงเล่นเตียงให้รกน้องเค้าก็เก็บ :: ด่าให้สิแล้วให้เค้าเก็บ
โดนทดสอบอยู่เป็นเดือนและเห็นว่าเรียบร้อยสะอาดไม่ใช่เก่งแต่งานนอกบ้านก็เลยคิดกันไปถึงแต่งงานแล้วอ่า พอเทียบกับตัวเองแล้วคงต้องกลับไปง้อแฟนก่อนหละวะหน้าตาไม่ดีข้อดีไม่ปรากฎบุญแล้วที่ทนเราได้ ถ้ากลับไปคุยกันดีๆคงต้องเปิดใจกันหน่อยเพราะแก่ๆกันแล้วจะไปทางไหนจะได้ไปๆกันซะทาง
ป.ล1 ไปออกกำลังกายแล้ว !! ไม่ไปมาสามเดือนได้ยังเนี่ยเสียเงินเปล่า
ป.ล2 กินคอลลาเจนที่ซื้อจากญี่ปุ่นมันเป็นเยลลี่ๆมันจะสวยเร้อ
คุยกะต่ายเรื่องนี้เค้าถามว่าจะอยู่ที่กรุงเทพถาวรแล้วเหรอ ก็คงงั้นอ่ะจะไปทำไรอ่ะก็ทำงานนี้ไปอีกนานหละแต่ต่ายกลับเชียงใหม่ไม่ว่างไปดูเดี๋ยวจะชวนแจงไปด้วยกันเพราะเค้าย้ายตามสามีมาทำงานที่กรุงเทพและหาคอนโดอยู่ ทุกวันนี้เช่าคอนโดเดือนแปดพัน หึหึผ่อนโครงการพลัสสบายๆแล้วก็จะชวนแฟนไปด้วย(สบโอกาสง้อ..ใจแข็งจิงวุ้ย เราไม่โทรไปเค้าก็ไม่โทรมา)
อันว่าเรื่องแฟนเรื่องแต่งงานนั้นยังอยู่ในหัวกะหมองอยู่แม้ว่าจะไม่รีบร้อนแต่ก็เกรงจะขึ้นคานเหมือนกันแต่ว่าถ้าตัดสินใจผิดก็ขึ้นคานดีก่าดังนั้นเลยยังไม่ง้อแฟนแต่ฟังน้องที่ทำงานเก่าเก่า("เก่าเก่า"อ้างอิงยากหวะ เก่าเก่าคือย้อนไปสองงานก็คืองานที่โรงงานที่ลำพูนนั่นเอง)พูดถึงข้อดีที่แฟนเค้าเลือกเค้าเป็นแฟนว่า
1 เล็บมือเล็บเท้าสะอาด :: เล็บมือเราก็สวยงามแต่เล็บเท้าขนาดตัวเองยังไม่ชอบเท้าตัวเองเลยอ่ะเหี่ยวๆแห้งๆเล็บนิ้วก้อยไม่สวย แตกอีกแต่จะพามันไปสปาศุกร์นี้
2 ห้องน้ำสะอาดแสดงว่าเรียบร้อยจริงเพราะจัดฉากให้ห้องอื่นเอี่ยมได้แต่ห้องน้ำมันหลอกไม่ได้ :: รกทุกห้อง
3 เวลาล้างมือไม่ทำหน้ากระเซ็นกระสายเลอะเทอะ :: อันนี้เราก็เป็น :D
4 ถ้าแฟนทำทิ้งเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัวเรี่ยราด น้องเค้าก็เก็บไม่บ่น :: อันนี้ฉันด่าไปแล้วแน่นอน
5 เสื้อผ้าที่ใช้แล้วจะพับก่อนลงตระกร้า :: ลงตระกร้าไม่เคยพับแต่บ้านน้าถ้าไม่ซักทันทีก็พับกองไว้ก่อน
6 ตู้เย็นสะอาด :: น้ำแข็งเกาะก็ระบบกันน้ำแข็งมันห่วยและของกินเพียบ (เทียบที่บ้านเชียงใหม่ บ้านน้าเพียบกว่าแต่ไม่มีน้ำแข็งเกาะ)
7 เวลามารอรับไปทำงานแฟนจะแกล้งรื้อเตียงเล่นเตียงให้รกน้องเค้าก็เก็บ :: ด่าให้สิแล้วให้เค้าเก็บ
โดนทดสอบอยู่เป็นเดือนและเห็นว่าเรียบร้อยสะอาดไม่ใช่เก่งแต่งานนอกบ้านก็เลยคิดกันไปถึงแต่งงานแล้วอ่า พอเทียบกับตัวเองแล้วคงต้องกลับไปง้อแฟนก่อนหละวะหน้าตาไม่ดีข้อดีไม่ปรากฎบุญแล้วที่ทนเราได้ ถ้ากลับไปคุยกันดีๆคงต้องเปิดใจกันหน่อยเพราะแก่ๆกันแล้วจะไปทางไหนจะได้ไปๆกันซะทาง
ป.ล1 ไปออกกำลังกายแล้ว !! ไม่ไปมาสามเดือนได้ยังเนี่ยเสียเงินเปล่า
ป.ล2 กินคอลลาเจนที่ซื้อจากญี่ปุ่นมันเป็นเยลลี่ๆมันจะสวยเร้อ
Tuesday, November 16, 2004
หนาว
คงจะมีวันนี้ละมั๊งที่อากาศตอนกลางคืนไม่ร้อน ที่ผ่านมาร้อนจนคิดว่ามันหน้าร้อนรึเปล่า ร้อนสัดเอ๊ยร้อนจัดเปิดแอร์ตลอด(เปลือง)คืนนี้นอนรับลมธรรมชาติ
วันที่ 21-24 ไม่ต้องไปบิน perthแล้ว รุ่นน้องมาไซโคแลกไปแล้วทั้งที่ทำใจว่าไปนอนเล่นเพลินๆเอาหนังสือไปอ่านเตรียมสอบคิดข้อดีเข้าข้างตัวเองว่าจะได้ไปซื้อไวน์มากินเล่นปีใหม่และให้คนอื่นแต่น้องเค้ามาบอกว่าเพื่อนแลกเข้าหมดแล้วสามคนเหลือเค้าคนเดียวทำใบขับขี่แล้วจะเช่ารถไปเที่ยวกัน ไม่ให้จะได้เรอะ
เค้าเอาไฟล์ท 413/414 มาให้บินวันที่ 21-22 ก็ได้หยุดสองวัน ยะฮู้ ก็เหนื่อยนะบินวันแรกสามแลนด์ไป bkk-sin-cgk(จาการ์ต้า)-sin ได้อยู่สิงค์ 24 ชั่วโมงวันอังคารบินตุ๊บเดียวถึงกรุงเทพดึกๆ แต่บินไป perth อ่ะเหนื่อยชั่วโมงบินนานผู้โดยก็ดื่มจัด แจ็คโค้กเนี่ยทั้งลำ (เค้าไม่กิน scotch ไม่กินเป๊ปซี่หรือไง)ทีวีน่าเบื่อ ของกินเห่ย อะไรก็แพง timtam ที่วิลล่ายังถูกกว่าอีก
มีเรื่องเงินนี่แหละที่จะยุ่งยากนิดหน่อยเวลาคืนกันแต่ฉันก็พูดไปแล้วอ่ะนะว่าให้โอนส่วนต่างมาให้เพราะเค้าจะใช้เงินฉันอ่ะฉันเลยจะใช้เงินเค้าซะเลย(จริงๆมีเงินสิงค์ของตัวเองอยู่)เดี๋ยวจะโทรไปบอกเค้าอีกทีจะฝากซื้อยาทาเล็บด้วยแต่อยากได้ไวน์หนิแต่ไม่เอาก็ได้ประหยัด
พรุ่งนี้ได้หยุดซะทีจะไปออกกำลังกาย
ป.ล ก่อนไปบินตอนเย็นฉีดยาด้วยหละวัคซีนกันไข้หวัดเค้ามาฉีดให้ฟรีที่บริษัท ปีที่แล้วไม่ฉีดก็ไม่เห็นเป็นไรแต่เพื่อนๆบอกว่าฉีดไปเหอะไม่เจ็บเลย อืมมไม่เจ็บเลยไม่รู้สึกเลยว่าฉีด
วันที่ 21-24 ไม่ต้องไปบิน perthแล้ว รุ่นน้องมาไซโคแลกไปแล้วทั้งที่ทำใจว่าไปนอนเล่นเพลินๆเอาหนังสือไปอ่านเตรียมสอบคิดข้อดีเข้าข้างตัวเองว่าจะได้ไปซื้อไวน์มากินเล่นปีใหม่และให้คนอื่นแต่น้องเค้ามาบอกว่าเพื่อนแลกเข้าหมดแล้วสามคนเหลือเค้าคนเดียวทำใบขับขี่แล้วจะเช่ารถไปเที่ยวกัน ไม่ให้จะได้เรอะ
เค้าเอาไฟล์ท 413/414 มาให้บินวันที่ 21-22 ก็ได้หยุดสองวัน ยะฮู้ ก็เหนื่อยนะบินวันแรกสามแลนด์ไป bkk-sin-cgk(จาการ์ต้า)-sin ได้อยู่สิงค์ 24 ชั่วโมงวันอังคารบินตุ๊บเดียวถึงกรุงเทพดึกๆ แต่บินไป perth อ่ะเหนื่อยชั่วโมงบินนานผู้โดยก็ดื่มจัด แจ็คโค้กเนี่ยทั้งลำ (เค้าไม่กิน scotch ไม่กินเป๊ปซี่หรือไง)ทีวีน่าเบื่อ ของกินเห่ย อะไรก็แพง timtam ที่วิลล่ายังถูกกว่าอีก
มีเรื่องเงินนี่แหละที่จะยุ่งยากนิดหน่อยเวลาคืนกันแต่ฉันก็พูดไปแล้วอ่ะนะว่าให้โอนส่วนต่างมาให้เพราะเค้าจะใช้เงินฉันอ่ะฉันเลยจะใช้เงินเค้าซะเลย(จริงๆมีเงินสิงค์ของตัวเองอยู่)เดี๋ยวจะโทรไปบอกเค้าอีกทีจะฝากซื้อยาทาเล็บด้วยแต่อยากได้ไวน์หนิแต่ไม่เอาก็ได้ประหยัด
พรุ่งนี้ได้หยุดซะทีจะไปออกกำลังกาย
ป.ล ก่อนไปบินตอนเย็นฉีดยาด้วยหละวัคซีนกันไข้หวัดเค้ามาฉีดให้ฟรีที่บริษัท ปีที่แล้วไม่ฉีดก็ไม่เห็นเป็นไรแต่เพื่อนๆบอกว่าฉีดไปเหอะไม่เจ็บเลย อืมมไม่เจ็บเลยไม่รู้สึกเลยว่าฉีด
Monday, November 15, 2004
wish list
อยากได้มือถือใหม่ดูๆมาพักแหละแต่ไม่เห็นไรดี มันเหมือนตอนก่อนซื้อน้องโน้ต คิดอยู่นั่นอ่ะอยากได้นั่นได้นี่ก็มันดันแยกกันคนละเครื่องไง เครื่องนี้ดีงั้นไม่ดีงี้อันนี้ดีงี้ไม่ดีงั้นสุดท้ายเพื่อนบอกซื้อๆไปเหอะวะเดือนหน้ามันก็ตกรุ่นแล้ว = = มือถือก็เหมือนกันปึ้ดคนเดิมบอกซื้อๆไปเหอะวะจะได้ใช้ หนอยแล้วตัวเองไม่ซื้อซะที
เดิมทีก็ใช้ 6610 ก็ดีนะฟังเพลงได้ไงเวลาไปถึงที่ทำงานก็มีเพลงฟังแต่ว่าเวลาไปต่างประเทศอยากฟังเพลงที่เราชอบๆมากกว่ายิ่งไปเกาหลีน่าเบื่อโคตร จะถอยไอ่ป็อดแล้ว(ipod)แต่ฟังน้องสจ๊วตว่าเปลี่ยนมือถือดีกว่าคิดๆดูก็เข้าท่ากว่า ถ่ายรูป ฟังวิทยุ ฟัง mp3 แหมเพลงที่โปรดๆก็มีไม่กี่เพลง แต่ดูแล้วมันมือถือไม่ถูกใจไง หน้าตาดีแต่function ไม่ใช่ function ใช่เก่าอีกไม่เก๋ แหมเสียเงินก็อยากได้ของใหม่ไฮโซใช่ป่ะแต่ว่าโนเกียก็ออกรุ่นใหม่มายังกะขนม(ระบุไปเลยมั้ยป๊อกกี้อ่ะมีแบบใหม่ตลอดครับ) เพื่อนบอก 6230 เหมาะมาก mp3 stereo ตามต้องการถ่ายวิดีโอได้ ถ่ายรูปได้ มี bluetooth edge เอจคือไรวะยังไม่รู้เลย แต่รุ่นใหม่ๆมันใหญ่มากอ่ะ ดูให้น้องด้วยยังตัดสินใจไม่ได้ก็ดูต่อไปเก็บเงินไว้กะตัวนานๆไข้ไม่ขึ้นหรอกหน่า
ป.ล1 ไม่คุยกะแฟนมาหนึ่งอาทิตย์เรื่องเริ่มจากฉันทำไรชักช้าเฉื่อยเค้าก็ไม่พอใจไป เรื่องจิ๊บๆใช่ป่ะไม่ได้มีกิ๊กแก๊กไร ก็คนมันเหนื่อยอยากนอนไม่อยากคิดไร ฉันก็เซ็งที่เค้างอนบ่อยๆเซ็งขี้หน้าไปนู่น ก็ไม่ง้ออ่ะ เพื่อนมันบอกให้แต่งๆไปซะจะได้หมดเรื่องเอ๊าคิดงี้อ่ะ ไม่ได้แต่งเองพูดได้ดิวะ ไม่รักเหรอ ไม่รู้อ่ะ ปล่อยไปก่อนไม่ง้ออ่ะ คิดก่อนว่าจะเอาไงแต่งงานนะเว้ยไม่ได้ไปดูหนังสองชั่วโมงจะได้จบ ไอ่นี้พลาดจบเห่ ถ้าคิดไม่ทันเค้าบอกเลิกซะก่อนก็ดีไม่ต้องคิด เหอเหอ
ป.ล2 ปัญญาอ่อนเอาความหวังไปฝากกะเพื่อนในเกม แหมความสัมพันธ์จับต้องไม่ได้เจ็บใจมะล้า...ต่อชวนไปเล่น counter ดีกว่าเบื่อ rag ไปยิงหัวคนแก้เซ็ง เอ่อหวะ ไปๆๆๆ
ป.ล3 ตามลิงค์ในเวบพ่อมดไปไม่ได้อ่านไดอารี่ของกอล์ฟบลูบอยนานมากแล้วอ่านตั้งกะสมัยเขียนแรกๆ(ย้อนไปห้าหกปีได้)เจอไดอันนี้เข้าไป เปรี้ยง!!!!! ความจริงอันเป็นนิรันดร์ เซ็งหวะ
ผู้ชายนับ - 10
ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา
นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดง
ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งที่อิ่มจะแย่แล้ว
ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า?
ผู้หญิงนับ - 0
ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ
คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย
หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี้
ฉันคงจะอี-เมล์ไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ
ผู้ชายนับ - 9
วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน
เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม
แต่ที่แน่ กว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่ายและกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง
แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ
ผู้หญิงนับ -1
พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก
อีตาโนบิตะนั่นเอง!
เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่าง
สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ๆ เลย
(สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น)
เอ ... เอาเข้าจริงอีตานี่มองจากมุมเฉียงก็ดูดีเหมือนกันนะ
ผู้ชายนับ - 8
เธอทำงานแถวนี้จริงด้วย เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลายแห่งแถวนั้น
แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือและเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย
โรงเรียนสอนภาษาเหรอ ... เออเข้าท่า
ผู้หญิงนับ - 2
อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ!
วันนี้บุกมาถึงที่เลย
มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย
อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร
ผู้ชายนับ - 7
พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที Cafe ของสถานทูต
รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อย ...
ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย
เมื่อเธอลงมา คราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้
ผู้หญิงนับ - 3
“นีพี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหน่ะ นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย “
“จริงง่ะ! เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง “
“ไม่หรอกพี่เขามารอพี่อ่ะแหละ สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ“
“บ้า เหลวไหล ! ! !“
ผู้ชายนับ - 6
“คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ“ ผมเดินเข้าไปถามเธอ
“ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ“
ผู้หญิงนับ -4
อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน ! ! !
ผมชอบประโยคนี้จัง >> เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี่ทุกวันที่เขามอง ... ก็ ...
หวาย !
ผู้ชายนับ - 5
วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า
แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน
ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง
ผู้หญิงนับ - 5
พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ
แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรไดพี่กุ้งก็ชิงบอกว่า
“อ้อ ยินดีค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ“
ผู้ชาย - ผู้หญิง
“คุณ...เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ“
“ไม่เคยครับ เอ้อ ... ผมชื่อเอกครับ ...“
“หนิงค่ะ“
“หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ“
“ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง“
“ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย“
“อุ อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ“
ผมชอบประโยคนี้ด้วย >> คราวหน้า !!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
“คุณหนิงมีเบอร์มือถือไหมครับ ยังคุยไม่จบเลย พอดีผมต้องกลับไปทำงานแล้ว“
ผมชอบประโยคนี้อีก >> บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
“อ้อ ... ก็ เอ้อ มีค่ะ ... 0 1 6 1 5... “
ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า ... แง้ๆๆๆ ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู
ผู้ชายนับ - 4
ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน คืนละหลายชั่วโมง
ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
แต่ก็ได้แค่นั้นเองง่ะ ...
พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงาน
เคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน
ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้สงสัย เดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง
ผู้หญิงนับ - 6
พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก
ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน
ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว
ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ
ฟังเขาคุยทีเพลินเลย บางทีนึกว่าคุยแป๊ปเดียว
ที่ไหนได้ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
ผู้ชายนับ - 3
น้องหนิงน่ารักจริงและเธอเป็นนางฟ้าจริง
เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย ...
ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า
ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม
การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย ...
ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงส่วน ผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง
จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง และเข้าทำงานกับสถานทูต
ส่วนผมน่ะเหรอ ... อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว
ผู้หญิงนับ - 7
พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย
เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง
ลองมาหมดแล้วอะไรแสบทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย
แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด
และทำงานในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน
ผู้ชายนับ - 2
วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ ...
เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กใส่ดอกกุหลาบน่ารักเอาไว้บนโตทำงานเสมอ
แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ ...
ตอนเที่ยง ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ
ดอกไม้บนโตทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน ....
เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่ ...
สงสัยดอกไม้ถูกช่อเล็กซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้
มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง
ผู้หญิงนับ - 8
พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็กกับฉันละ ...
มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย
แม้แต่คำว่าขอบคุณ
สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ ...
ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย
ผู้ชายนับ - 1
ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน ...
นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า ... ผมคิด
ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน
ผู้หญิงนับ - 9
เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า
ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก ... บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน
มาถึงก็ก่อนแปดโมง
ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ
ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา
สิ่งที่ฉันทำได้ ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน ...
ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ...
ไว้ถ้าพี่เขาว่างคราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปล่ะนะ
ผู้ชายนับ - 0
ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
“พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย“ น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
“ออยไปซื้อให้ไหมคะ“
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้แล้วออยล่ะกินหรือยัง“ เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
“งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม ... พี่เลี้ยงเอง“
น้องออยพยักหน้าตอบรับ ... เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย
ผู้หญิงนับ -10
“พี่กลับไปก่อนนะหนิง“
“ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊ปนึงแล้วกันนะ“
พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว วันนี้แหละ
ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา ...
เดิมทีก็ใช้ 6610 ก็ดีนะฟังเพลงได้ไงเวลาไปถึงที่ทำงานก็มีเพลงฟังแต่ว่าเวลาไปต่างประเทศอยากฟังเพลงที่เราชอบๆมากกว่ายิ่งไปเกาหลีน่าเบื่อโคตร จะถอยไอ่ป็อดแล้ว(ipod)แต่ฟังน้องสจ๊วตว่าเปลี่ยนมือถือดีกว่าคิดๆดูก็เข้าท่ากว่า ถ่ายรูป ฟังวิทยุ ฟัง mp3 แหมเพลงที่โปรดๆก็มีไม่กี่เพลง แต่ดูแล้วมันมือถือไม่ถูกใจไง หน้าตาดีแต่function ไม่ใช่ function ใช่เก่าอีกไม่เก๋ แหมเสียเงินก็อยากได้ของใหม่ไฮโซใช่ป่ะแต่ว่าโนเกียก็ออกรุ่นใหม่มายังกะขนม(ระบุไปเลยมั้ยป๊อกกี้อ่ะมีแบบใหม่ตลอดครับ) เพื่อนบอก 6230 เหมาะมาก mp3 stereo ตามต้องการถ่ายวิดีโอได้ ถ่ายรูปได้ มี bluetooth edge เอจคือไรวะยังไม่รู้เลย แต่รุ่นใหม่ๆมันใหญ่มากอ่ะ ดูให้น้องด้วยยังตัดสินใจไม่ได้ก็ดูต่อไปเก็บเงินไว้กะตัวนานๆไข้ไม่ขึ้นหรอกหน่า
ป.ล1 ไม่คุยกะแฟนมาหนึ่งอาทิตย์เรื่องเริ่มจากฉันทำไรชักช้าเฉื่อยเค้าก็ไม่พอใจไป เรื่องจิ๊บๆใช่ป่ะไม่ได้มีกิ๊กแก๊กไร ก็คนมันเหนื่อยอยากนอนไม่อยากคิดไร ฉันก็เซ็งที่เค้างอนบ่อยๆเซ็งขี้หน้าไปนู่น ก็ไม่ง้ออ่ะ เพื่อนมันบอกให้แต่งๆไปซะจะได้หมดเรื่องเอ๊าคิดงี้อ่ะ ไม่ได้แต่งเองพูดได้ดิวะ ไม่รักเหรอ ไม่รู้อ่ะ ปล่อยไปก่อนไม่ง้ออ่ะ คิดก่อนว่าจะเอาไงแต่งงานนะเว้ยไม่ได้ไปดูหนังสองชั่วโมงจะได้จบ ไอ่นี้พลาดจบเห่ ถ้าคิดไม่ทันเค้าบอกเลิกซะก่อนก็ดีไม่ต้องคิด เหอเหอ
ป.ล2 ปัญญาอ่อนเอาความหวังไปฝากกะเพื่อนในเกม แหมความสัมพันธ์จับต้องไม่ได้เจ็บใจมะล้า...ต่อชวนไปเล่น counter ดีกว่าเบื่อ rag ไปยิงหัวคนแก้เซ็ง เอ่อหวะ ไปๆๆๆ
ป.ล3 ตามลิงค์ในเวบพ่อมดไปไม่ได้อ่านไดอารี่ของกอล์ฟบลูบอยนานมากแล้วอ่านตั้งกะสมัยเขียนแรกๆ(ย้อนไปห้าหกปีได้)เจอไดอันนี้เข้าไป เปรี้ยง!!!!! ความจริงอันเป็นนิรันดร์ เซ็งหวะ
ผู้ชายนับ - 10
ผมเกือบเดินกลับเข้าออฟฟิศแล้วสิ ถ้าไม่เห็นเธอเดินเข้ามา
นางฟ้าของผมวันนี้เธอใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีชมพู เธอดูน่ารักเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นแก้มแดง
ผมเดินเสไปเสมาหาอะไรกินอีกหน่อย ทั้งที่อิ่มจะแย่แล้ว
ทั้งนี้ก็เพื่อเฝ้ามองนางฟ้าเวลาพักเที่ยงของผม อยากรู้จักเธอจัง ทำไงดีหว่า?
ผู้หญิงนับ - 0
ฉันสังเกตเห็นเขาตั้งหลายวันแล้วละ
คนอะไรก็ไม่รู้ กินเส้นเล็กน้ำเนื้อเปื่อยได้ทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อมั่งเลย
หน้าตาเขาตลกดีนะ นี่ถ้าเขาจะสร้างหนังโดราเอมอนเดอะมูฟวี้
ฉันคงจะอี-เมล์ไปบอกผู้กำกับให้มาเชิญพี่แกไปเล่นเป็นโนบิตะ
ผู้ชายนับ - 9
วันนี้ผมตัดสินใจจะแอบตามเธอไปดูว่าเธอทำงานที่ไหน
เพราะเธอไม่ใช่พนักงานบริษัทเดียวกับผม
แต่ที่แน่ กว่าเธอจะลงมากินข้าวก็เกือบบ่ายและกว่าจะกลับก็จวนบ่ายสอง
แต่ที่ทำงานเธอคงอยู่แถวนี้แหละ
ผู้หญิงนับ -1
พี่กุ้งชี้หมอนั่นให้ฉันดูแล้วหัวเราะคิกคัก
อีตาโนบิตะนั่นเอง!
เขาทำเป็นเดินโทรศัพท์ตามพวกเรามาห่าง
สงสัยพี่แกจะแอบชอบใครสักคนในกลุ่มเราแน่ๆ เลย
(สงสัยจะเป็นพี่กุ้งแฮะ ก็เธอสวยออกซะงั้น)
เอ ... เอาเข้าจริงอีตานี่มองจากมุมเฉียงก็ดูดีเหมือนกันนะ
ผู้ชายนับ - 8
เธอทำงานแถวนี้จริงด้วย เธอทำงานอยู่ในสถานทูตแห่งหนึ่งในหลายแห่งแถวนั้น
แต่เป็นหน่วยงานย่อยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความร่วมมือและเป็นโรงเรียนสอนภาษาไปในตัวด้วย
โรงเรียนสอนภาษาเหรอ ... เออเข้าท่า
ผู้หญิงนับ - 2
อีตาโนบิตะถ้าจะเอาจริงแฮะ!
วันนี้บุกมาถึงที่เลย
มาหยิบโบรชัวร์อะไรให้วุ่นเลย
อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าแกจะมาจีบใคร
ผู้ชายนับ - 7
พักเที่ยง ผมยังไม่ไปกินข้าว แต่เดินมานั่งกินกาแฟอยู่ที Cafe ของสถานทูต
รอนางฟ้าเสด็จลงมาเสวยภักษาหาร
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อย ...
ที่นี่เขาใช้กาแฟพันธุ์อะไรมาชงเนี่ย
เมื่อเธอลงมา คราวนี้ผมจะต้องชวนเธอคุยให้ได้
ผู้หญิงนับ - 3
“นีพี่กุ้ง อีตาโนบิตะมารอพี่แหน่ะ นั่งกินกาแฟอยู่ที่คาเฟ่ด้วย “
“จริงง่ะ! เขาสมัครเรียนอะไรหรือเปล่าอ่ะ..หนิง “
“ไม่หรอกพี่เขามารอพี่อ่ะแหละ สงสัยวันนี้พี่กุ้งไม่ได้กินข้าวกะพวกหนูแล้วละ“
“บ้า เหลวไหล ! ! !“
ผู้ชายนับ - 6
“คุณครับ ทำงานที่นี่ใช่หรือเปล่าครับ“ ผมเดินเข้าไปถามเธอ
“ผมสนใจจะเรียนภาษาฝรั่งเศสครับ แต่มีคอร์สไหนสำหรับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างผมมั่งไหมครับ“
ผู้หญิงนับ -4
อีตาโนบิตะเขาเข้ามาคุยกับฉัน เขาถามฉัน ! ! !
ผมชอบประโยคนี้จัง >> เขามารอฉันหรอกเหรอเนี่ย แล้วอย่างงี่ทุกวันที่เขามอง ... ก็ ...
หวาย !
ผู้ชายนับ - 5
วันนี้เธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นอีกหลายเท่า
แก้มงี้แดงน่ารักเชียว เธอบอกให้เพื่อคนอื่นไปทานข้าวกันก่อน
ส่วนเธอยอมเข้ามาคุยกับผมใน Cafe และแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนให้ฟัง
ผู้หญิงนับ - 5
พี่กุ้งน่ะสิ ทำขยิบหูขยิบตาให้ฉันคุยกับเขา จะบ้าเหรอ
แต่ก่อนที่ฉันจะทันตอบอะไรไดพี่กุ้งก็ชิงบอกว่า
“อ้อ ยินดีค่ะ มีอะไรก็ปรึกษาน้องหนิงได้นะคะ น้องเขาดูแลเรื่องนี้อยู่พอดีค่ะ“
ผู้ชาย - ผู้หญิง
“คุณ...เคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาบ้างหรือเปล่าคะ“
“ไม่เคยครับ เอ้อ ... ผมชื่อเอกครับ ...“
“หนิงค่ะ“
“หนิงทำงานที่นี่นานหรือยังครับ หนิงจบเอกภาษานี้มาเหรอครับ“
“ค่ะ หนิงเพิ่งจบได้ปีเดียวเอง“
“ขอผมเลี้ยงข้าวนะครับ หนิงอุตส่าห์คุยกับผมตั้งนาน อดไปกินข้าวกับเพื่อนเลย“
“อุ อย่าเลยค่ะ ในนี้แพงออก ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ“
ผมชอบประโยคนี้ด้วย >> คราวหน้า !!! คราวหน้า ได้ยินกันไหมครับ ท่านผู้ฟัง เข้าทางผมเลย
“คุณหนิงมีเบอร์มือถือไหมครับ ยังคุยไม่จบเลย พอดีผมต้องกลับไปทำงานแล้ว“
ผมชอบประโยคนี้อีก >> บ้า!!! ฉันพลาดไปได้ไงอ้ะ
“อ้อ ... ก็ เอ้อ มีค่ะ ... 0 1 6 1 5... “
ให้เบอร์เค้าไปทำไมอ่า ... แง้ๆๆๆ ฉันจิกกระดาษทิชชูในมือจนเละเป็นปุยเหมือนปลาดุกฟู
ผู้ชายนับ - 4
ผมคุยกับน้องหนิง (เธออ่อนกว่าผมสี่ปี) สองสามคืนติดต่อกัน คืนละหลายชั่วโมง
ตอนกลางวันก็ไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
แต่ก็ได้แค่นั้นเองง่ะ ...
พอจวนบ่ายสองก็แยกย้ายกันไปทำงาน
เคยลองชวนไปดูหนังเธอก็บอกไม่อยากดู ตอนเย็นก็ต้องรีบกลับบ้าน
ไปนั่งที่ไหนต่อก็ไม่ได้สงสัย เดี๋ยวกลับบ้านช้าแม่จะดุละมั้ง
ผู้หญิงนับ - 6
พี่ๆ ล้อว่าฉันเป็นแฟนอีตาโนบิตะ เอ้ย! พี่เอก
ไม่ใช่ซะหน่อย ก็แค่เพื่อนคนนึง ทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน
ตอนกลางวันต่างคนต่างก็ต้องกินข้าวอยู่แล้ว
ให้เขากินด้วยอีกคนจะเป็นอะไรไป แต่พี่เอกเค้าคุยสนุกดีเหมือนกันนะ
ฟังเขาคุยทีเพลินเลย บางทีนึกว่าคุยแป๊ปเดียว
ที่ไหนได้ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน
ผู้ชายนับ - 3
น้องหนิงน่ารักจริงและเธอเป็นนางฟ้าจริง
เธอช่างมองโลกในแง่ดี สวยงาม และใสสะอาด เสียจนผมละอาย ...
ผมเริ่มได้คิดว่า ผมเหมาะกับเธอหรือเปล่า
ผมสามารถใช้ชีวิตแบบเธอได้ไหม
การเลี้ยงดูของเรามันต่างกันเหลือเกิน
เธอไม่เคยพบกับความยากลำบากและสิ่งอันชั่วร้ายอะไรในโลกเลย ...
ถ้าเธอเป็นนางฟ้าจริงส่วน ผมน่ะเหรอ เรียกว่าคนเดินดินยังยากเลย
เธอเรียนจบจากโรงเรียนสตรีชื่อดัง
จบมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อเสียง และเข้าทำงานกับสถานทูต
ส่วนผมน่ะเหรอ ... อย่าให้เล่าเลยคุณ ยาว
ผู้หญิงนับ - 7
พี่เอกนี่มีอะไรมากมายกว่าที่ฉันคิดแฮะ
พี่เขาผ่านอะไรต่ออะไรในชีวิตมามากมายกว่าที่จะนึกถึง
เขาไม่เหมือนใครที่ฉันรู้จักเลย
เขาเริ่มต้นจากเด็กเกเรคนหนึ่ง
ลองมาหมดแล้วอะไรแสบทั้งหลาย เหล้า ยา การพนัน เคยเข้าบ้านเมตตาก็เคย
แต่แล้วเขาก็สามารถตั้งใจเรียนจนจบทั้งการศึกษานอกโรงเรียน
และเรียนมหาวิทยาลัยเปิดจนจบด้วยตัวเองตลอด
และทำงานในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ได้ในตำแหน่งและเงินเดือนที่ไม่น้อยทีเดียว
ฉันทึ่งในชีวิตของพี่เขาเหลือเกิน
ผู้ชายนับ - 2
วันนี้ตอนเช้า ผมซื้อดอกไม้ให้เธอ ...
เพราะรู้ว่าเธอจะมีแจกันใบเล็กใส่ดอกกุหลาบน่ารักเอาไว้บนโตทำงานเสมอ
แต่เธอรับไปแล้วก็ไม่ว่าอะไรสักคำ ...
ตอนเที่ยง ผมไปหาเธอที่ห้องทำงานตามปกติ
ดอกไม้บนโตทำงานเป็นดอกเดียวกับที่ผมเห็นเมื่อวาน ....
เธอไม่ได้เอาดอกไม้ที่ผมให้มาปักแจกันหรือนี่ ...
สงสัยดอกไม้ถูกช่อเล็กซื้อที่สถานีรถไฟฟ้าแบบนี้
มันคงจะไม่ถูกใจเธอละมั้ง
ผู้หญิงนับ - 8
พี่เขาให้ช่อดอกไม้เล็กกับฉันละ ...
มันน่ารักจนฉนพูดอะไรไม่ออกเลย
แม้แต่คำว่าขอบคุณ
สงสัยฉันต้องรีบไปหาซื้อซิลิก้าเจลมาเก็บดอกไม้นี่เสียแล้วสิ ...
ไม่อยากให้มันเหี่ยวไปเลย
ผู้ชายนับ - 1
ผมพยายามที่จะยอมรับความจริง ว่าผมกับเธอนั้นแตกต่างกันแค่ไหน ...
นางฟ้าก็มีไว้สำหรับคนบนฟ้า ... ผมคิด
ผมพยายามทำงานให้หนักขึ้น กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเหมือนเดิม และคุยกับเธอให้น้อยลง
(หรือถ้าให้ถูก เธอเองก็ไม่ค่อยโทรหาผมสักเท่าไรแล้วช่วงนี้)
ผมจะจำเธอไว้ในฐานะความทรงจำที่สวยงามแล้วกัน
ผู้หญิงนับ - 9
เพื่อนฉันที่ทำงานบริษัทเดียวกับพี่เอกบอกว่า
ช่วงนี้พี่เขาทำงานหนักมาก ... บางวันสี่ทุ่มก็ไม่ยอมกลับบ้าน
มาถึงก็ก่อนแปดโมง
ฉันก็เหงานะ แต่เราก็ชอบที่พี่เขาเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ
ผู้ชายที่มีพลังและความรับผิดชอบ ที่พุ่งไปข้างหน้าตลอดเวลา
สิ่งที่ฉันทำได้ ก็คือให้เขาทำสิ่งที่เขาตั้งใจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ขัดขวางหรือแง่งอน ...
ถึงจะไม่ได้คุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ...
ไว้ถ้าพี่เขาว่างคราวนี้ถ้าจะชวนไปดูหนังหรือกินข้าวเย็นบ้าง ฉันจะไปล่ะนะ
ผู้ชายนับ - 0
ผมทำงานจนเกือบบ่ายสองแล้วนึกได้ว่าลืมกินข้าว
“พี่เอกคะ ทานข้าวมั่งป่ะเนี่ย“ น้องออย เด็กฝึกงานมาถามผมด้วยความเป็นห่วง
“ออยไปซื้อให้ไหมคะ“
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ไปกินเองก็ได้แล้วออยล่ะกินหรือยัง“ เธอสั่นหน้าแทนคำตอบ
“งั้นไปกินข้าวกับพี่ไหม ... พี่เลี้ยงเอง“
น้องออยพยักหน้าตอบรับ ... เออ วันนี้น้องออยแก้มสีชมพูเลย
ผู้หญิงนับ -10
“พี่กลับไปก่อนนะหนิง“
“ค่ะ เดี๋ยวหนูรอแถวนี้อีกแป๊ปนึงแล้วกันนะ“
พี่เอกคงงานยุ่งจนไม่ได้ออกมาทานข้าว วันนี้แหละ
ถ้าพี่เอกชวนฉันไปดูหนัง ฉันจะไปดูกับเขา ...
Friday, November 12, 2004
คนเดียวหัวหาย
การทำอะไรคนเดียวก็ดีเหมือนกัน คิดจะทำไรไปไหนตอนไหนอะไรก็ทำตามใจตัวเองล้วนๆไม่ต้องนึกถึงว่าคนอื่น มันจะมาซึ้งก็ตอนเจ็บป่วยนี่แหละชักไม่แน่ใจกว่า "คนเดียว"เนี่ยมันดีเหรอว้านอกจากเหงาแล้วมันจะพาลตายไปคนเดียวซะงั้น ก็เมื่อคืนไปเกาะขอบโถส้วมอาเจียนอยู่ที่ญี่ปุ่นคนเดียวอ่ะดิ ฮอร์โมนปั่นปวนอาการเฮงซวยของการมีประจำเดือนแต่ว่าจิตใจหายหดหู่
ทำงานได้ตลอดรอดฝั่งถึงโรงแรมเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ jusco ตามเค้าไปงั้นแหละใจคิดว่าไม่มีเพื่อนก็ไปแค่ 7-11 แต่ว่ามีคนตั้งใจจะไปจัสโก้ก็ไปเสียเงินกะเค้าด้วย เสียเงินกะขนมขบเคี้ยว น้ำชามะนาวลิปตันไม่มียี่ห้อ kirin รสชาติเหมือนๆแหละแต่ไม่หอมเท่าราคาก็ 100 เยนเท่านั้น(ราคาพิเศษในซุปเปอร์)ชาลิปตันที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนที่บ้านเราจะไม่มีความเปรี้ยวเคมีๆแบบในบ้านเรา(ลิปต้นที่ perth ก็เปรี้ยวกรดๆเหมือนกัน)ชาลิปต้นที่ญี่ปุ่นมีหลายรสมีรสมะนาว แอปเปิ้ล องุ่น พีช ไม่เคยกินรสองุ่นนอกนั้นกินหมดแล้วไม่หวานมากชอบก็ตรงนี้แหละ นอกจากนี้ซื้อเครื่องดื่มคอลลาเจนตามน้องสจ๊วตด้วยเค้าบอกกินแล้วจะได้สวยๆลองเอามากินถุงนึง แหม ทาคุยะเป็น presenter ไม่กินได้ไงหละ โฉบไปแถวชั้นขายผ้าอนามัย ขนาดของแบบนี้ยังแพคเกจน่ารักเลยนะจริงๆเคยเห็นที่ร้านขายยามีหลายยี่ห้อแต่ว่าในซุปเปอร์ก็คงมีแต่ยี่ห้อยอดนิยม ก็เหมือนๆบ้านเรา วิสเปอร์ โซฟี ลอริเอะ ดีไซน์และไซส์หลากหลายลายแต่ไม่ยักกะมีแบบชาเขียว อิอิ
เซ็งเลยอ่า...อดไปกินอาหารญี่ปุ่นข้างโรงแรมเลยแค่เดินกลับจาก supermarket แวะ 7-11 ก็จะตายอาการปวดท้องกำเริบมากพี่แอร์กะน้องสจ๊วตคนนึงแยกไปกินข้าวหน้าปลาไหลกันแต่ฉันกะน้องอีกคนแยกกลับห้องก่อน ถึงห้องวางของแล้วไปนอนกลิ้งไปมาบนเตียงทรมานจริงโว้ยยย...ขนาดโอเด้งว่าเลิฟเลิฟยังกินไม่ลงกินได้นิดเดียวจะอ้วกแตก อาบน้ำจะนอนแล้วแต่มันไม่ไหวต้องไปนั่งข้างโถส้วม อนิจจานี่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะยังงี้ใครมันจะอยากท้อง พาสังขารมาที่เตียงรื้อกระเป๋าหายาแก้ปวดท้องไม่เจอ >< กินพารากันตายไปก่อนวะ...ไอ่บ้าพอตอนเช้าเจอยา = =
ตอนเช้าค่อยยังชั่วขึ้นไม่งั้นจะ passive ซะ(นั่งเฉยๆไม่ทำงาน)เติมพลังด้วยกินชูครีมจาก 7-11 กะชามะนาวเป็นอาหารเช้า เผยแพร่ชูครีมให้น้องสจ๊วตด้วยเค้าก็ชอบ แต่อยากรู้ว่าชูครีมกับแอแคลร์ต่างกันไง เดือนหน้ามีไฟล์ทไปคันไซอีก (KIX)อย่ามามีเมนส์ไรตอนนั้นอีกหละเซ็งตายโหง จะกินเอาคืนคอยดูเหอะ
ป.ล1 น้องคนนึงเค้าจะซื้อขนมฝากหญิง ถามเราว่าเอาไรดี ไม่เห็นยากป๊อกกี้ดิมันเป็น standard จะมีซักกี่คนเชียวที่พูดถึงญี่ปุ่นไม่นึกถึงป๊อกกี้ ถ้าหญิงมันไม่รสนิยมสูงไงซะก็ต้องเห็นว่าป๊อกกี้น่ารักน่ากินเหมือนคนให้ หุหุ
ป.ล2 ขนมผักอ่ะเคยกินกันมั้ยบ้านเราเคยขายชอบกินอ่ะ ไม่ได้เห็นตั้งนาน
ป.ล3 กินเชื้อรามา !! มันอยู่ในชีสอ่ะ เค้าเสริฟในไฟล์ทขากลับจากคันไซ ก็ของเหลือนั่นเอง แหะแหะ พี่แอร์ first เค้าแนะนำให้ลองกินบอกว่าอร่อยมาก แต่หน้าตามันน่าแขยงมากเป็นชีสเชื้อรา blue castello พี่เค้าจัดการตักชีสปาดบนแครกเกอร์ยื่นให้ปาดมาซะเยอะเลยอ่า..ให้กินกับองุ่นจะอร่อยขึ้น อืมมม...อร่อยจริงๆแฮะกลิ่นก็ไม่เหม็นๆแบบชีสนะแล้วก็ไม่ได้เหม็นราด้วย
เรื่องบลูชีส http://www.foodsubs.com/Cheblue.html
ป.ล4 น้ำส้มสวนสุข(ภาพ)เดี๋ยวนี้มีสติกเกอร์ด้วยเว้ย (ไปกินตอนกลับบ้านครั้งที่แล้ว)
ทำงานได้ตลอดรอดฝั่งถึงโรงแรมเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ jusco ตามเค้าไปงั้นแหละใจคิดว่าไม่มีเพื่อนก็ไปแค่ 7-11 แต่ว่ามีคนตั้งใจจะไปจัสโก้ก็ไปเสียเงินกะเค้าด้วย เสียเงินกะขนมขบเคี้ยว น้ำชามะนาวลิปตันไม่มียี่ห้อ kirin รสชาติเหมือนๆแหละแต่ไม่หอมเท่าราคาก็ 100 เยนเท่านั้น(ราคาพิเศษในซุปเปอร์)ชาลิปตันที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนที่บ้านเราจะไม่มีความเปรี้ยวเคมีๆแบบในบ้านเรา(ลิปต้นที่ perth ก็เปรี้ยวกรดๆเหมือนกัน)ชาลิปต้นที่ญี่ปุ่นมีหลายรสมีรสมะนาว แอปเปิ้ล องุ่น พีช ไม่เคยกินรสองุ่นนอกนั้นกินหมดแล้วไม่หวานมากชอบก็ตรงนี้แหละ นอกจากนี้ซื้อเครื่องดื่มคอลลาเจนตามน้องสจ๊วตด้วยเค้าบอกกินแล้วจะได้สวยๆลองเอามากินถุงนึง แหม ทาคุยะเป็น presenter ไม่กินได้ไงหละ โฉบไปแถวชั้นขายผ้าอนามัย ขนาดของแบบนี้ยังแพคเกจน่ารักเลยนะจริงๆเคยเห็นที่ร้านขายยามีหลายยี่ห้อแต่ว่าในซุปเปอร์ก็คงมีแต่ยี่ห้อยอดนิยม ก็เหมือนๆบ้านเรา วิสเปอร์ โซฟี ลอริเอะ ดีไซน์และไซส์หลากหลายลายแต่ไม่ยักกะมีแบบชาเขียว อิอิ
เซ็งเลยอ่า...อดไปกินอาหารญี่ปุ่นข้างโรงแรมเลยแค่เดินกลับจาก supermarket แวะ 7-11 ก็จะตายอาการปวดท้องกำเริบมากพี่แอร์กะน้องสจ๊วตคนนึงแยกไปกินข้าวหน้าปลาไหลกันแต่ฉันกะน้องอีกคนแยกกลับห้องก่อน ถึงห้องวางของแล้วไปนอนกลิ้งไปมาบนเตียงทรมานจริงโว้ยยย...ขนาดโอเด้งว่าเลิฟเลิฟยังกินไม่ลงกินได้นิดเดียวจะอ้วกแตก อาบน้ำจะนอนแล้วแต่มันไม่ไหวต้องไปนั่งข้างโถส้วม อนิจจานี่แค่ปวดท้องประจำเดือนนะยังงี้ใครมันจะอยากท้อง พาสังขารมาที่เตียงรื้อกระเป๋าหายาแก้ปวดท้องไม่เจอ >< กินพารากันตายไปก่อนวะ...ไอ่บ้าพอตอนเช้าเจอยา = =
ตอนเช้าค่อยยังชั่วขึ้นไม่งั้นจะ passive ซะ(นั่งเฉยๆไม่ทำงาน)เติมพลังด้วยกินชูครีมจาก 7-11 กะชามะนาวเป็นอาหารเช้า เผยแพร่ชูครีมให้น้องสจ๊วตด้วยเค้าก็ชอบ แต่อยากรู้ว่าชูครีมกับแอแคลร์ต่างกันไง เดือนหน้ามีไฟล์ทไปคันไซอีก (KIX)อย่ามามีเมนส์ไรตอนนั้นอีกหละเซ็งตายโหง จะกินเอาคืนคอยดูเหอะ
ป.ล1 น้องคนนึงเค้าจะซื้อขนมฝากหญิง ถามเราว่าเอาไรดี ไม่เห็นยากป๊อกกี้ดิมันเป็น standard จะมีซักกี่คนเชียวที่พูดถึงญี่ปุ่นไม่นึกถึงป๊อกกี้ ถ้าหญิงมันไม่รสนิยมสูงไงซะก็ต้องเห็นว่าป๊อกกี้น่ารักน่ากินเหมือนคนให้ หุหุ
ป.ล2 ขนมผักอ่ะเคยกินกันมั้ยบ้านเราเคยขายชอบกินอ่ะ ไม่ได้เห็นตั้งนาน
ป.ล3 กินเชื้อรามา !! มันอยู่ในชีสอ่ะ เค้าเสริฟในไฟล์ทขากลับจากคันไซ ก็ของเหลือนั่นเอง แหะแหะ พี่แอร์ first เค้าแนะนำให้ลองกินบอกว่าอร่อยมาก แต่หน้าตามันน่าแขยงมากเป็นชีสเชื้อรา blue castello พี่เค้าจัดการตักชีสปาดบนแครกเกอร์ยื่นให้ปาดมาซะเยอะเลยอ่า..ให้กินกับองุ่นจะอร่อยขึ้น อืมมม...อร่อยจริงๆแฮะกลิ่นก็ไม่เหม็นๆแบบชีสนะแล้วก็ไม่ได้เหม็นราด้วย
เรื่องบลูชีส http://www.foodsubs.com/Cheblue.html
ป.ล4 น้ำส้มสวนสุข(ภาพ)เดี๋ยวนี้มีสติกเกอร์ด้วยเว้ย (ไปกินตอนกลับบ้านครั้งที่แล้ว)
Wednesday, November 10, 2004
สอบ
โอ้ยยยจะบ้า วันนี้สอบเลื่อนชั้น ฉันไม่ได้เรียนบทที่ 30 ทั้งบทเลย >< ฟังคุณครูสรุปให้ฟังแล้วก็เฉลยแบบฝึกหัดแล้วก็สอบเลย ยากอ่ะมันสับสนทุกอย่างเพิ่งอ่านทบทวนเมื่อวาน ตัวคันจิก็มั่วซั่วอ่านหนะได้เดาๆพอจำได้แต่เขียนมันไม่แม่นแต่ก็ทำได้บ้างบางตัว สอบคราวนี้มีเขียนเรียงความด้วยมันเรื่องไม่ยากเลย เรื่องครอบครัวของฉันจะโม้ไรก็ได้แต่ว่าคนมันไม่แม่นเขียนไรง่ายๆปัญญาอ่อนทั้งที่ไวยกรณ์เค้าไปถึงไหนแล้ว สู้เด็กๆไม่ได้เขียนยาวมากๆ สอบสัมภาษณ์ก็ตะกุกตะกัก ยังไงซะก็จะเรียนซ้ำอีกรอบ ระดับเจ็ดก็คงจะไม่เปิดด้วยเพราะว่าถึงฉันสอบผ่านก็มีแค่สามคน(น้องอีกคนติดเรียนพิเศษวิชาอื่น)เค้าก็จะไม่เปิดรอไปปีหน้า ก็เอาตัวรอดสอบเลื่อนชั้นไปได้ เหลือสอบวัดระดับเดือนหน้าอันนี้อ่ะไม่ได้ของจริงแต่ก็จะไปสอบดูดิ๊ว่าไม่รู้เรื่องเลยจะได้กี่คะแนน
วันนี้เหมือนอาการเซ็งจะดีขึ้นคิดไม่แน่ใจว่าเป็นอาการก่อนมีประจำเดือนหรือเปล่าแต่มันก็เกินไปเซ็งแต่ต้นเดือน อาการก่อนมีประจำเดือนมันมีเยอะมากเคยอ่านในนิตยสารบางอาการฉันก็เพิ่งมีตอนโตๆเนี่ยแหละ ปกติมันจะหงุดหงิดอยากกินส้มตำแบบนั้นไม่ใช่เหรอคนทั่วไปก็เป็นแบบนั้นแต่ไม่ได้สังเกตุว่าเมื่อไหร่ที่มันเปลี่ยนเป็นอาการหดหู่ต้องการการเอาใจ
พอมันไม่ร่าเริงก็หาไรทำไปเรื่อยทั้งที่ไม่มีใจเท่าไหร่อย่างเมื่อวานหาเรื่องไปตัดผมซะทั้งที่กลับจากทำงานเย็นแล้วออกไปสยามตอนห้าโมงเย็นกว่าจะไปถึงแต่ก็ไปมันเรื่อยๆอ่ะ ผมมันก็รุงรังด้วยเห็นหน้าตัวเองก็เซ็งไปอีก ลองรวบผมไปแล้วหน้าแก่เว้ยทั้งสิวทั้งแก่เยินไปหมดไว้ผมสั้นไปก่อนเหอะ พรุ่งนี้ไป kix จะไปกินโอเด้งที่ 7-11 ขี้โกงเลื่อนมากินเจวันนี้เพราะว่าพรุ่งนี้(วันพระ)จะได้ไปกินไรอร่อยๆแต่อาจจะอดแฮะดูพยากรณ์อากาศมันฝนตก = =" แม่นซะด้วยนะบอกฝนตกมันก็ตกทั้งวันทั้งคืนเลยหละ
มีคนโทรมาขอแลกไฟล์ทถ้าแลกฉันก็ต้องบินติดกัน 11-12,13-14 เค้าติดสอนเปียโนแต่ฉันไม่อยากทำงานติดๆกันเลยมันเหนื่อยยิ่งเป็นตอนนี้ด้วยไม่มีใจสุดๆ ขอโทษขอโพยเค้าไปก่อน ไม่อยากไปจริงๆ แค่คิดว่าต้องไปอยู่ perth สองวันก็เซ็งจะแย่
พรุ่งนี้ต้องใช้บริการแท็กซี่อีกแล้ววุ้ย วันก่อนที่เปลี่ยนศูนย์ก็ไม่ได้โทรมาคอนเฟิร์มตอนเช้าต้องโทรไปถามแถมแท็กซี่มาถึงก่อนเวลาดันมากดกริ่งอีกตีห้าห้าสิบเนี่ยนะกดทำไมเนี่ย อยากให้รู้ว่ามาแล้วก็จริงแต่คนอื่นเค้านอนอยู่เว้ย
Monday, November 08, 2004
taxi
เซ็งเรื่องแท็กซี่เดิมยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก เช้านี้มันทำให้หงุดหงิดอีกแล้ว !! ทุกวันที่ไปทำงานจะใช้บริการศูนย์แท็กซี่ ไอ่เรื่องไปผิดซอยอ่ะเคยมีเนืองๆให้เส้นประสาทปูด จัดการไปทีก็หายไปพักใหญ่แต่เช้านี้มันเอาอีกแล้ว บอกรับ 6:30 โทรมาคอนเฟริม 6:15 พอลงไปข้างล่าง 6:30 ไหนวะรถ โทรไปถามบอกว่ากำลังเข้าปากซอย...แม่มันดิสิบนาทียังไม่ถึงบ้านโทรอีกครั้งมันไปอีกซอยนึงคนละฝั่งเลยมันไปทางปากเกร็ด ชื่อซอยมันตั้งได้เจริญมาก ติวานนท์ พอเข้าเขตปากเกร็ด ชื่อ ติวานนท์-ปากเกร็ด จริงๆมันดีนะระบุดีว่าแถวไหนแต่แท็กซี่มันไปผิดโว้ยยยยขนาดย้ำแล้วตอนโทรไปรอบสองว่าไม่ใช่ไปผิดซอย บอกไม่ผิดคับไม่ผิด เวรนี่ พรุ่งนี้เลยไปใช้อีกศูนย์หมั่นไส้ศูนย์ประจำ คอยดูว่าเป็นไงเรียกให้มารับ 6:00 เช็คอิน6:50 พลาดมีเฮเลย(เคยใช้บ้างบางทีก็ดีตลอดอ่ะนะ)
อุดมการณ์กินดีอยู่ดียังคงดำเนินต่อไป หลังจากเซ็งไปเซ็งมาโทรหาผึ้งคุยกะมิ้นในเอ็มแล้วทำการบ้านไม่ไปถึงไหน โดดเรียนมันซะเลยไปสอบทีเดียวพุธนี้ผ่านจะหัวเราะให้ ก็โดดไปหาไรกินเซ็นทรัลไฮโซดิ foodcellar ปาไป 362.25 บาท ข้าวผัดน้ำพริกเผากุ้งแม่น้ำตัวใหญ่สองตัวเอ๊ง 145 บาทนิ กินเครปด้วยเป็นเครปนิ่มๆ75บาทไม่เหมือน20 บาทที่กรอบซะ แต่ใส่ไอติมไปด้วยเพิ่มอีก 35 ต้มยำกุ้งอร่อยดี น้ำอัดลม แต่ทั้งหมดนั้นอิ่มเกินพอดีอึดอัดอ่ะ
เหนื่อยๆอ่ะทำงานติดๆกันนอนไม่พอด้วย หน้าแหกอีก สิวขึ้นอีกเม็ด มันจะขึ้นอะไรกันนักหนาไม่ใช่วัยรุ่นนะเฟ้ย ก้ายขนาด
ป.ล แถวบ้านมันยังร้องรำทำเพลงกันอีก อะไรของมัน
Sunday, November 07, 2004
แต่งตัวเสร็จละรอรถแท็กซี่..ก็ยังคงต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปแหงสิไม่ใช่ถูกๆจะได้ซื้อรถใหม่มาประชด(จนเองไม่ว่า)
fat ไรไม่ได้ไปหรอกขี้เกียจไปเอาบัตรแล้วไปงานอีกแต่ก็หาเรื่องไปกินข้าวที่เดอะมอลล์กะภัทร กินฮาจิบังโซ้ยซะราเม็งต้มยำเพิ่มทั้งเส้นทั้งหมูแต่วันนี้น้ำซุปมันไม่อร่อย = =" ตูหละเซ็งหรือกินน้อยๆแหละถึงจะอร่อยแต่หิวหนิ กินสลัดไก่ทอดด้วยกินผักซะมั่ง ภัทรกินราเม็งเย็นมะเห็นอร่อยเลยอ่ะ
รถจะมาละขนกระเป๋าไปรอรถก่อง ทำงานหาเงินก่อนเว้ยย จะได้มีรถของตัวเอง
ป.ล1 จะกินกาแฟเย็นประหยัดไม่กิน coffeeworld (จริงขี้เกียจขึ้นไปชั้นห้าเดอะมอลล์)อุตส่าห์ไปเลือกกาแฟนมสดร้านน้ำปั่นไม่อยากกินกาแฟเย็นสำเร็จรูป fastfood เวรเอ๊ย 25 บาทน้ำเชื่อมใส่สีป่าวกลิ่นกาแฟยังไม่มีเลย(ภัทรบอกก็ไม่กินอ่ะยกให้ภัทร)ต้องไปซื้อกาแฟเย็นแมคมากินแทนเสียสองต่อเลยมะหละ 25+19 รู้งี้ coffeeworld ไปแล้นลด 20% อยู่ด้วย
ป.ล2เข้าเวบไดอารี่ของพ่อมดกดลิงค์พี่บิ๊คเล่นๆ กรี๊ดเค้ากลับมาเขียนไดอารี่อีกแล้วเค้าเลิกเขียนไปนานมากๆ(เรียกว่านานโคตรก็ได้)
แถวบ้านมันมีปาร์ตี้ไรวะ ร้องรำทำเพลงกันลั่น อากาศร้อนนะเฟ้ย หงุดหงิด เซ็งๆอยู่จะมาร่าเริงไรแถวเนี้ยะ
วันนี้ทำงานกลางคืนเช็คอินทุ่มสี่สิบกว่าจะถึงภูเก็ตกว่าจะได้เข้านอนพรุ่งนี้กลับถึงกรุงเทพ 9:35 เช้าจะได้นอนกี่ชั่วโมงหละนั่นตอนนี้ว่างแต่ตื่นสายดิเลยไม่ได้ไป intro jam ไม่ต้องเป็นเมมเบอร์มันแล้วมั้ยฟิตเนสอ่ะเสียเงินเปล่า ภัทรจะให้พาไปงาน fat ร้อนวุ้ยขี้เกียจ บ้านก็ยังไม่ได้ถู หนังสือไม่ได้อ่าน การบ้านไม่ได้ทำ อ๊ากกกกกกกกกกส์
ทำไรดีว้าเริ่มจากถูบ้านก่อนละกัน
ป.ล1 โทรแลกไฟล์ท perth กะ nagoya กับเพื่อนร่วมห้องแต่ว่าเค้าบอกให้แลกไปด้วยกันแทน ขี้เกียจละ ไป perth ก็ได้ไปเบื่อให้มันสุดๆเลยสองวันสะใจแน่ ไปซื้อไวน์มากินมั่งดีกว่า เบื่อโว้ย
ป.ล2 เล่นเกมยังไม่ได้เรื่อง มันจะไม่ได้เรื่องทุกอย่างเลยมั้ยอ่ะ
วันนี้ทำงานกลางคืนเช็คอินทุ่มสี่สิบกว่าจะถึงภูเก็ตกว่าจะได้เข้านอนพรุ่งนี้กลับถึงกรุงเทพ 9:35 เช้าจะได้นอนกี่ชั่วโมงหละนั่นตอนนี้ว่างแต่ตื่นสายดิเลยไม่ได้ไป intro jam ไม่ต้องเป็นเมมเบอร์มันแล้วมั้ยฟิตเนสอ่ะเสียเงินเปล่า ภัทรจะให้พาไปงาน fat ร้อนวุ้ยขี้เกียจ บ้านก็ยังไม่ได้ถู หนังสือไม่ได้อ่าน การบ้านไม่ได้ทำ อ๊ากกกกกกกกกกส์
ทำไรดีว้าเริ่มจากถูบ้านก่อนละกัน
ป.ล1 โทรแลกไฟล์ท perth กะ nagoya กับเพื่อนร่วมห้องแต่ว่าเค้าบอกให้แลกไปด้วยกันแทน ขี้เกียจละ ไป perth ก็ได้ไปเบื่อให้มันสุดๆเลยสองวันสะใจแน่ ไปซื้อไวน์มากินมั่งดีกว่า เบื่อโว้ย
ป.ล2 เล่นเกมยังไม่ได้เรื่อง มันจะไม่ได้เรื่องทุกอย่างเลยมั้ยอ่ะ
Saturday, November 06, 2004
ออกไปคอมมาร์ทไปแบบงั้นๆไม่มีอะไรเจตนามันก็ไม่รู้จะเดินอะไรแต่ก็มีเรื่องที่สนใจอยู่คือหาเครื่องเล่นMP3กะดูบูธโนเกีย ก็เดินผ่านๆอ่ะนะมือถือใหม่ก็ดีแต่ได้อย่างมันจะไม่ได้อีกอย่าง อยากให้มือถือมันเก็บไฟล์ MP3 แล้วก็เป็น FM แบบสเตอริโอด้วย รุ่นเก่าก็มีแต่หน้าตายังไม่ถูกใจไง แล้วทำไมต้องโนเกียด้วยอ่า ตะก่อนใช้ siemens พอเปลี่ยนเป็นโนเกียมันก็ดีอ่ะชอบที่ชื่อเดียวเก็บได้หลายๆเบอร์กะเก็บ sms ได้เพียบ เจ้าภัทรก็คอยพูดใส่หูอยู่นั่นว่า siemens มันhangตลอด(เพื่อนเค้าใช้)ตอนเราใช้hangครั้งนึงมั๊งก็ดูๆกันต่อไป
ส่วนเรื่อง MP3 creative ก็หน้าตาดีมีแบบบางมากๆด้วยรับวิทยุได้ด้วยแต่ว่า ipod หน้าตาดีกว่าหนิสรุปไม่ซื้อไรซักอย่างแต่ได้ปากกาฟรีมาแท่งนึงของ DTAC เค้าสาธิตเทคโนโลยีใหม่เรียกไรหว่าไม่ได้จำ ประมาณว่าเข้ามาบริเวณที่กำหนดก็จะส่ง sms ไปที่มือถือของลูกค้า DTAC วันนี้เค้าสาธิตแบบฉันเข้างานไปก็ได้รับ sms ต้อนรับตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าเค้ารู้ไงเนี่ยถ้าตอบ sms เค้าก็เอา thank you note ไปแลกปากกา พวกห้างร้านก็คงจะใช้ดีอ่ะลูกค้าเข้ามาก็บอกไปเลยมีอะไรลดราคาวันนี้ อิอิ
จาก commart ไป emporium ไปหาไรกิน กินกระจายอ่ะหิวกินมั่วมาก พาสต้า ข้าวเหนียวหมูย่างกินร้านกัลปพฤกษ์ รู้สึกตัวว่าพักนึงแล้วที่ไม่กินแพงแต่ว่าพอไปกินที่ต่างประเทศแล้ว กินไรไปเลยป่ะราคาเท่ากันแต่หรูหรากว่านะ กินไปสองคนห้าร้อยกว่าบาทนึกถึงข้าวห่อไข่คนเดียวเกือบสี่ร้อย ><
อยากไป fat แต่ก็หมดไฟแหละยังไงซีดีที่อยากได้ก็ฝากเพื่อนซื้อไปแล้ว(boydชุดแรกกะ moderndogชุดแรก)
เดินทางไปมาอยากได้รถส่วนตัวเว้ย ไม่ชอบขับรถแต่ไม่ชอบคนขับแท็กซี่มากกว่า คนขับดีๆมันมีน้อย
ป.ล1 สมุดไดอารี่หมดเล่มแล้วเย้ได้ใช้เล่มใหม่ ภัทรถามเขียนๆไปเคยอ่านมั้ย ฉันตอบว่าไม่ค่อย น้องเลยถามว่าแล้วเขียนไม นั่นดิเขียนไม ก็ระบายอารมณ์ขีดๆเขียนๆอ่ะ คนละเรื่องกะในเวบเลย เรื่องจริงในใจลึกๆก็อยากเขียนแต่มันอาย อ่านไดอารี่น้องตี้(ที่ทำงานเก่าเก่า = คือย้อนไปสองงานนั่นเอง)เค้าเล่าเรื่องชีวิตเค้าวันๆมันก็ได้อารมณ์ดีนะ สุขเศร้าเหงารักหนะอ่านแล้วอินไปกะเค้าดี
ป.ล2 แฟนฉันท่าทางจะเซ็งฉันแต่ฉันก็เซ็งเขาด้วย แน่ใจเหรอว่า"เรารักกัน"กลัวมันจะ"เกิดมาแค่รักกัน"ดิว้า
ส่วนเรื่อง MP3 creative ก็หน้าตาดีมีแบบบางมากๆด้วยรับวิทยุได้ด้วยแต่ว่า ipod หน้าตาดีกว่าหนิสรุปไม่ซื้อไรซักอย่างแต่ได้ปากกาฟรีมาแท่งนึงของ DTAC เค้าสาธิตเทคโนโลยีใหม่เรียกไรหว่าไม่ได้จำ ประมาณว่าเข้ามาบริเวณที่กำหนดก็จะส่ง sms ไปที่มือถือของลูกค้า DTAC วันนี้เค้าสาธิตแบบฉันเข้างานไปก็ได้รับ sms ต้อนรับตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่าเค้ารู้ไงเนี่ยถ้าตอบ sms เค้าก็เอา thank you note ไปแลกปากกา พวกห้างร้านก็คงจะใช้ดีอ่ะลูกค้าเข้ามาก็บอกไปเลยมีอะไรลดราคาวันนี้ อิอิ
จาก commart ไป emporium ไปหาไรกิน กินกระจายอ่ะหิวกินมั่วมาก พาสต้า ข้าวเหนียวหมูย่างกินร้านกัลปพฤกษ์ รู้สึกตัวว่าพักนึงแล้วที่ไม่กินแพงแต่ว่าพอไปกินที่ต่างประเทศแล้ว กินไรไปเลยป่ะราคาเท่ากันแต่หรูหรากว่านะ กินไปสองคนห้าร้อยกว่าบาทนึกถึงข้าวห่อไข่คนเดียวเกือบสี่ร้อย ><
อยากไป fat แต่ก็หมดไฟแหละยังไงซีดีที่อยากได้ก็ฝากเพื่อนซื้อไปแล้ว(boydชุดแรกกะ moderndogชุดแรก)
เดินทางไปมาอยากได้รถส่วนตัวเว้ย ไม่ชอบขับรถแต่ไม่ชอบคนขับแท็กซี่มากกว่า คนขับดีๆมันมีน้อย
ป.ล1 สมุดไดอารี่หมดเล่มแล้วเย้ได้ใช้เล่มใหม่ ภัทรถามเขียนๆไปเคยอ่านมั้ย ฉันตอบว่าไม่ค่อย น้องเลยถามว่าแล้วเขียนไม นั่นดิเขียนไม ก็ระบายอารมณ์ขีดๆเขียนๆอ่ะ คนละเรื่องกะในเวบเลย เรื่องจริงในใจลึกๆก็อยากเขียนแต่มันอาย อ่านไดอารี่น้องตี้(ที่ทำงานเก่าเก่า = คือย้อนไปสองงานนั่นเอง)เค้าเล่าเรื่องชีวิตเค้าวันๆมันก็ได้อารมณ์ดีนะ สุขเศร้าเหงารักหนะอ่านแล้วอินไปกะเค้าดี
ป.ล2 แฟนฉันท่าทางจะเซ็งฉันแต่ฉันก็เซ็งเขาด้วย แน่ใจเหรอว่า"เรารักกัน"กลัวมันจะ"เกิดมาแค่รักกัน"ดิว้า
Thursday, November 04, 2004
Tuesday, November 02, 2004
พยาการ์อากาศเชียงใหม่วันนี้อุณหภูมิ 17-31 องศาเซลเซียส ท้องฟ้ามีเมฆมากไม่มีแดดเลยอ่ะวันนี้
หอบผ้าหอบผ่อนกลับดอยดีก่าวุ้ยกลับเมื่อคืนหลังเรียนภาษาญี่ปุ่น ตัดสินใจกระทันหันเพราะเล็งตารางบินแล้วไม่มีช่วงไหนเหมาะเท่าช่วงนี้แล้ว ลาป่วยไปวันนึง DAC ดักก้าด้วย ไม่ได้มั่วนะไม่สบายจริงๆ ไม่สบายใจ อุอุ ครูเคยบอกใจไม่พร้อมไม่ต้องไปถ่วงคนอื่น เรามันเด็กดีแต่ว่าเท่าที่ทราบใครไปลามั่วไฟล์ทแขกจะได้ไฟล์ทแขกคืนสนองซึ่งปลายเดือนฉันเป็น SB ตัวจริง(6:00-23:00)ไว้ค่อยมาลุ้นกัน
เรื่องเรียนก็กลุ้มใจการบ้านคั่งค้างเพราะคอร์สนี้ไปเรียนแค่ห้าครั้งเองจะสอบผ่านได้ไงมันเรื่องใหม่ไม่มีในความทรงจำมาก่อนด้วยสิแต่เอาหนังสือมาด้วยแล้วจะอ่านแต่ยังไงคงเรียนซ้ำ เรียนซ้ำจ่ายร้อยเดียวเองไปเรียนๆโดดๆอีกรอบย่อมดีกว่าเพราะจะต่อคอร์สเจ็ดอ่ะคงยากตอนนี้เวลาที่เรียนอยู่(จ พ ศ)มีคนเรียนสี่คนเองถ้าฉันสอบตกซะคนเหลือสามคนต่อไม่ได้แน่ชวนน้องเค้าไปเรียนซ้ำกันดีกว่า ไม่ต้องพูดถึงสอบวัดระดับเลยไม่ได้อ่านซักกะตัว = =
ก็ทั้งที่อยากจะสอบระดับสาม(ตั้งใจไว้ก่อนไปสมัครเรียน)แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจเอาซะเลยไม่ไปออกกำลังกายมากี่เดือนแล้วนะมันบินเย้อออ(ไม่ได้แก้ตัวน้า)บินมาเหนื่อยก็ไปไม่ไหวหรอก ก็เล่นเกมอย่างเดียว เหอเหอ
เล่นเกมมากก็ประสาทไม่ได้ประสาทเก็บเลเวลหรอกนะประสาทเพราะติดคนที่เล่นด้วย ก็มันเล่นกันบ่อยๆมันก็มีโลภโกรธหลงเป็นธรรมดาของโลกเล่นกะเพื่อนไม่เท่าไหร่ร้อกของมันแน่เด็กเอ๊าะๆย่อมน่าสนกว่าเพื่อน :P~~
เด๋วออกไปปาร์ตี้หมูกระทะสมาชิกเดิมเพิ่มออกซ์กะเต็ม เดี๋ยวจับเป็นสมาชิกถาวรซะ จะเอาเครื่องเทศทำบักกุ๊ดเต๋ให้อี้ด้วย(ทำดีทำดีหวังผล อิอิ)
ป.ล ความรักมันมีหมดอายุอ่ะป่าว
หอบผ้าหอบผ่อนกลับดอยดีก่าวุ้ยกลับเมื่อคืนหลังเรียนภาษาญี่ปุ่น ตัดสินใจกระทันหันเพราะเล็งตารางบินแล้วไม่มีช่วงไหนเหมาะเท่าช่วงนี้แล้ว ลาป่วยไปวันนึง DAC ดักก้าด้วย ไม่ได้มั่วนะไม่สบายจริงๆ ไม่สบายใจ อุอุ ครูเคยบอกใจไม่พร้อมไม่ต้องไปถ่วงคนอื่น เรามันเด็กดีแต่ว่าเท่าที่ทราบใครไปลามั่วไฟล์ทแขกจะได้ไฟล์ทแขกคืนสนองซึ่งปลายเดือนฉันเป็น SB ตัวจริง(6:00-23:00)ไว้ค่อยมาลุ้นกัน
เรื่องเรียนก็กลุ้มใจการบ้านคั่งค้างเพราะคอร์สนี้ไปเรียนแค่ห้าครั้งเองจะสอบผ่านได้ไงมันเรื่องใหม่ไม่มีในความทรงจำมาก่อนด้วยสิแต่เอาหนังสือมาด้วยแล้วจะอ่านแต่ยังไงคงเรียนซ้ำ เรียนซ้ำจ่ายร้อยเดียวเองไปเรียนๆโดดๆอีกรอบย่อมดีกว่าเพราะจะต่อคอร์สเจ็ดอ่ะคงยากตอนนี้เวลาที่เรียนอยู่(จ พ ศ)มีคนเรียนสี่คนเองถ้าฉันสอบตกซะคนเหลือสามคนต่อไม่ได้แน่ชวนน้องเค้าไปเรียนซ้ำกันดีกว่า ไม่ต้องพูดถึงสอบวัดระดับเลยไม่ได้อ่านซักกะตัว = =
ก็ทั้งที่อยากจะสอบระดับสาม(ตั้งใจไว้ก่อนไปสมัครเรียน)แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจเอาซะเลยไม่ไปออกกำลังกายมากี่เดือนแล้วนะมันบินเย้อออ(ไม่ได้แก้ตัวน้า)บินมาเหนื่อยก็ไปไม่ไหวหรอก ก็เล่นเกมอย่างเดียว เหอเหอ
เล่นเกมมากก็ประสาทไม่ได้ประสาทเก็บเลเวลหรอกนะประสาทเพราะติดคนที่เล่นด้วย ก็มันเล่นกันบ่อยๆมันก็มีโลภโกรธหลงเป็นธรรมดาของโลกเล่นกะเพื่อนไม่เท่าไหร่ร้อกของมันแน่เด็กเอ๊าะๆย่อมน่าสนกว่าเพื่อน :P~~
เด๋วออกไปปาร์ตี้หมูกระทะสมาชิกเดิมเพิ่มออกซ์กะเต็ม เดี๋ยวจับเป็นสมาชิกถาวรซะ จะเอาเครื่องเทศทำบักกุ๊ดเต๋ให้อี้ด้วย(ทำดีทำดีหวังผล อิอิ)
ป.ล ความรักมันมีหมดอายุอ่ะป่าว
Monday, November 01, 2004
ตื่นแต่ไก่โห่เลยครับ ของมันแหงก็นอนตั้งกะสี่ทุ่ม มันง่วงมาก(ไม่เล่นเกมอ่ะคิดดูง่วงขนาดไหน)ตัวก็ร้อนๆคงจะเป็นไข้ใจอยากไปนาโกย่า~~(เพิ่งกลับมามะใช่เรอะ)
ก่อนไปไม่ได้นอนแต่ว่าเค้าก็จัดให้พักนะก็ประมาณว่า ยี่สิบสี่ชั่วโมงนอนไปหนึ่งชั่วโมง >< ผู้โดยสารไม่เต็มแล้วก็หลับกันหมดก็ไม่เหนื่อยหรอก ว่าแต่อาหารที่แจกก่อนนอนอ่ะเยินซะ คราวนี้เป็นฟรุตเค้กร่วนๆเห่ยอ่าทำดีๆหน่อยได้ป่าวเราว่าขนม puff&pie มันก็ดูดีกว่านั้นไม่ใช่เหรอหรือว่านี่มันยี่ห้ออื่นอีก
ไปถึงนาโกย่าเช้าวันศุกร์รถติดจะบ้าตายอยากจะถึงเตียงเป็นที่สุดแต่ต้องนอนในรถให้เมื่อยตัวเข้าไปอีก พอถึงโรงแรมรับกุญแจจะแยกย้ายเข้านอนแต่ว่ารอสอบถามข้อมูลเรื่องสวนสนุกก่อนจะได้วางแผนถูก
Nagashima Spaland เปิด 9:30 - 16:30 เดินทางไปด้วยรถบัส meitetsu จากสถานีนาโกย่าไปถึงสถานี Nagashima Onzen ประมาณ 45 นาทีตั๋วเที่ยวเดียว 1000เยนถ้าซื้อไปกลับเหลือ 1800เยน ค่าเข้า 1600เยน แต่ถ้าเป็นตั๋วแบบ passport 4100เยนรวมค่าเข้าและค่าเล่นเครื่องเล่น (100 เยนประมาณ 38 บาท)
จะไปตอนบ่ายเพื่อนคิดว่าไม่คุ้มเพราะกว่าจะไปถึงก็จะปิดกันก็เอาเป็นว่าไปวันเสาร์วันแรกเลยนอนก่อนแล้วตื่นไปช้อปปิ้ง นอนไปสองชั่วโมงเกือบไม่ตื่นแหนะ นัดกะเพื่อน13:30แต่ดันตื่น 13:25 = =
ออกจากโรงแรมเดินไปย่านช้อปปิ้งลงใต้ดินหาไรกิน(ใต้ดินร้านเยอะเป็นทางเชื่อมต่อไปห้างต่างๆกะไปสถานีรถไฟ)อยากกินออมไรส์ ก็หากินจนได้เป็นร้านขายข้าวห่อไข้อย่างเดียวเลยตกแต่งร้านสวยดีออกสีนวลๆเหมือนไข่สัญลักษณ์ร้านเป็นนายหัวไข่ยืนถือกะทะข้าวห่อไข่มีแบบราดซอสด้วยราดมาข้างๆมีหลายแบบแต่ส่วนมากเป็นเนื้อวัวแบบชีสกับมะเขือเทศก็มีเพื่อนสั่งหน้าชีสกะมะเขือเทศอร่อยดีมันออกเปรี้ยวมันตัดกะชีสในข้าวก็ทำให้ไม่เลี่ยนแต่ว่าฉันาดันไปสั่งหน้ากุ้งกะปูเหม็นอ่ะ(กลิ่นคาวอาหารทะเลหนะ)กินไม่หมด น่าจะกินแบบธรรมดาเนอะ(ถูกกว่าด้วย ><)
กินข้าวอยากกินขนมต่อแต่ว่าอิ่มซะจะกินน้ำผลไม้ปั่นก็สติมาทันมันแพงไงไว้กินบ้านเราดีกว่า เดินๆดูนั่นดูนี่เจอร้าน softcream ชื่อร้าน mozart มันก็คือไอติมนั่นแหละกินดีกว่ากินรสวานิลากะงาดำ 280เยนนั่งพักด้วยเพราะว่าง่วงมาก ฉันเดินเกาะเพื่อนเป็นพักๆเพราะว่ามันจะไหลลงไปเลื้อยกะพื้นอยู่แล้ว อยากนอน~~ไม่ได้มีใครบังคับซะหน่อย
กินเสร็จออกไปเดินต่อเดินร้านขายยาได้เสียเงินสมใจซื้อน้ำยาสำหรับฉีดผมเวลารีดผมหนะ มีความตั้งใจจะซื้อที่รีดผมเพราะผมกำลังยาวจะได้รีดเองไม่ต้องไปทำที่ร้าน(คิดเอาเองว่าประหยัดกว่า)ซื้อที่ดัดขนตาด้วยของ Shu มันลด 20% ซื้อสองอันแหนะให้น้องอันนึงแล้วก็ spare อันนึง(มันมีพังกันมั้ยนะของแบบนี้)เพื่อนตั้งใจจะไปซื้อยาทาเล็บที่ Loft ยี่ห้อ OPI เค้าว่าดีขวดละ 1890 เยนเลยไม่ซื้อตาม อิอิ เคยดูที่ perth คิดว่าประมาณ 600 บาท เดือนนี้ได้ไปอีกค่อยไปซื้อ(ถ้าไม่แลกไปซะก่อน)ฉันเสียเงินที่ Loft เยอะมากเพราะเจอวิตามินยี่ห้อที่อยากได้(FANCL)ก็เลยซื้อซะ จำราคาไม่ค่อยได้ด้วยว่าถูกหรือแพงกว่าที่สิงค์โปร์แต่ซื้อไปแล้วหละ B C แล้วเพิ่ม Ca ด้วยเค้าว่ามันจำเป็นทำงานบนอากาศทำให้กระดูกพรุนมากกว่าปกติ(จริงอ่ะ?)ก็เสียเงินค่าวิตามินไปประมาณ 4000 เยน จาก Loft แล้วก็ซื้อที่ดัดขนตาอีกไม่ซ้ำซ้อนหรอก(เข้าข้างตัวเอง)มันเป็นแบบแบนๆเอาไว้ติดกระเป๋าไม่ต้องเอาอันใหญ่ไปเวลาไปค้างที่ไหน มันดัดแล้วงอนดีนะเพราะยางที่รองมันเป็นแบบมนๆแล้วก็ใหญ่ขนมาก็เคยไม่หักๆแต่ว่าตอนใช้ต้องตั้งใจไม่งั้นมันหนีบหนังตาไปด้วยอ่ะดิ +_+
เดินซุปเปอร์ที่ daiei ซื้อข้าวตามเพื่อนเป็นข้าวหุงแล้วแต่เก็บได้นานเวลากินอุ่นในไมโครเวฟก็ซื้อมั่งเผื่อไปพวกดูไบเพราะข้าวกระป๋องบ้านเราไม่อร่อย ซื้อบะหมี่สำเร็จรูปด้วยทั้งที่คิดว่าจะใช้ก็ไปซื้อที่ isetan บ้านเราก็ได้แต่ว่ามันถูกกว่าแล้วก็เอากระเป๋าใหญ่มาก็เอาซะหน่อยอิอิ ขนมคิดว่าไม่ซื้อนะแต่ไอ้บ้าป๊อกกี้ไปทีไรมันออกแบบใหม่ๆมาตลอดเสียเงินเลยอ่า >_< ซื้อชามะนาว kirin ขวดใหญ่ด้วยคุ้มซะ(ขวดเล็ก 140Y 500 ml ขวดใหญ่ 1.5 l 260Y ไม่ซื้อได้งายย)
อาหารไม่ต้องหอบให้เสียหนักไปกันใหญ่เพราะว่ามีร้านราเม็งเปิดใหม่หลังโรงแรมเลยไปลองกิน อร่อยอ่ะหมูชาชูในราเม็งอร่อยไม่นุ่มเกินไปรสชาติดีสุดๆ เลือกแบบเผ็ดกลางอร่อยดีเพื่อนสั้งแบบธรรมดาฉันว่ามันติดหวานไปหน่อย
ขึ้นห้องตอนทุ่มสองทุ่มเองเวลาบ้านเราก็แค่ห้าหกโมงแต่ง่วงมากๆไปนั่งเล่นห้องเพื่อนแป๊ปไม่ไหวแยกไปนอนอีกวันจะได้ไปสวนสนุก
วันเสาร์ตื่น 8:30 อาบน้ำแต่งตัวออกจากโรงแรมเดินไป bus center เจอช้อปปิ้งใต้ดินอีกแล้วอิอิ เห็นสถานีรถไฟก็เลยลงไปกันจะได้ไม่ต้องข้ามถนน ก็มาโผล่ที่ bus center พอดี นึกว่าต้องไปรอบ 10:00 ซะแล้วแต่ว่าเค้ามีรถรอบ 9:40หนะ มันเป็นสุดสัปดาห์เลยมีรถเพิ่มปกติมีทุกครึ่งชั่วโมง(เริ่มจาก 9:30)ตอนซื้อตั๋วเสร็จดูนาฬิกาเวลาก็ 9:38 อยากจะซื้อขนมกินเลยไม่กล้าวิ่งไปป้ายเบอร์หนึ่งแบบคนที่โรงแรมบอกไม่เห็นมีรถเลยวุ้ยไปถามคนขับรถที่ป้ายเบอร์สองเค้าบอกว่า ป้ายเบอร์แปด ได้วิ่งอ่ะครับ
พอรถออกฝนก็เริ่มตกเลย - -" นั่งรถดูวิวบนทางด่วนนาโกย่าใกล้ๆถึงปลายทางมองเห็น steel dragon2000 แต่ไกลเลย ตัวที่เห็นชัดๆก็มี white cyclone อีกอันก็มันขาวมากใหญ่มากแต่ว่าฝนตก Y_Y ตอนนั่งรถผ่านก็ดูอยู่มันก็สิบโมงกว่าแล้วเปิดแล้วแต่ไม่เห็นมีเสียงกรี๊ดๆไม่เห็นมีเสียงไรเลยหละ มันปิดหนะสิฝนตกอ่ะ ก็ไม่ได้ถามหรอกนะแต่มันเดาได้คนที่เข้าไปอาจจะไปแช่น้ำร้อนหละมั๊งเพราะเค้าเปิดขายตั๋วนะ ยืนดูราคาคิดว่ามาเมื่อวานก็อาจจะคุ้มแหละ ค่าเข้า 1600 ค่าเล่นตัวเด่นๆอยาก steel dragon กะ white cyclone ก็ครั้งละพันแล้วยังมีอย่างอื่นอีกห้าหกร้อย ไม่น่าเลย
ไม่เสียเที่ยวหรอกนะเพราะข้างๆมี outlet park ชื่อ jazz dream เป็นสองชั้นเป็นวงๆมีร้านรอบๆ
อาหารเช้ากลางวันก็กินที่นี่(มันใหญ่มากอ่ะนะอิ่มไปสองมื้อ)กิน misokatsu set 1050เยนอิ่มอร่อย เดินดูร้านต่างๆเพื่อนได้รองเท้าฉันได้เสื้อกันหนาว MNG อีกแล้วอิอิแต่ถูกนะจากเกือบหมื่นเยนเหลือ 3118 เยนอ่ะ แวะนั่งกินชาเย็นร้าน bodum ไม่น่ากินชาเลยนะมันก็ไม่ได้ใช้เครื่อง bodum ทำมันเป็นกล่องสำเร็จเลยของ twining เพื่อนสั่งกาแฟร้อนเค้าไม่ชอบกาแฟญี่ปุ่นแต่ว่าเค้าติดกาแฟ เหอเหอ เพื่อนถือแก้วมาแล้วก็มานั่งตื่นตาตื่นใจกับแก้วกระดาษเพราะว่าจับแล้วมันไม่ร้อนมันชุบไรซักอย่างคิดว่าน่าจะเป็นโฟม ไว้มีบ้านแล้วจะมาซื้อของ bodum(outlet)ไปทำให้บ้านดูมีราศีขึ้น นั่งสบายใจแล้วไปซื้อของที่ระลึกกันเป็นที่ห้อยโทรศัพท์รูปคิตตี้มาเที่ยวบ่อน้ำร้อน คิดว่ากลับไปช้อปปิ้งในเมืองดีก่าไว้ค่อยมาเล่นใหม่นะ เพราะไงซะถึงเล่นก็ไม่หนุกเพราะเพื่อนคนนี้กลัวความสูงหนะอะไรเสียวเค้าขอไม่เล่น
กลับถึงนาโกย่าเดินเล่นห้างแถวสถานี(ห้าง meitetsu เหมือนชื่อสถานีแหละ)เพื่อนได้หนังสือแต่งบ้านฉันได้กางเกงยีนส์ตอนแรกคูณผิดคิดว่า 1200บาทเอาดิเอาก็แพงนะแต่ว่าใส่แล้วโอเค คนมันเหมือนผอมแต่จริงๆไม่ใช่หากางเกงใส่ดูดียากซื้อเสร็จคิดๆแล้วมัน 1600 ตะหาก แง้ว ! แต่ว่าใส่แล้วดูดีน้า(ขาบานไปหน่อย นั่งแหละมันถึงลดมั๊ง เห็นคนญีปุ่นใส่แต่ขาแคบๆ)ตอนไป outlet หนะมีร้านยีนส์ edwin ด้วยรู้สึกมันญี่ปุ่นมากอยากซื้อมาใส่มั่งแต่ว่าสีมันไม่สวยเท่าไหร่ดีนะไม่ทู่ซี้ซื้อมาเพราะว่าตัวที่ซื้อที่ห้าง seven(ส่วนนึงของห้าง meitetsu)สีสวยกว่า
ชั้นล่างมีร้านอาหารแล้วก็ร้านขายอาหารกล่องมีร้านมันเผาด้วย !!! กินซิอยากกินมันเผามานานแล้วเหมือนในการ์ตูนเค้าไม่ได้เผาถ่านแบบเรานะปิ้งบนหินมั๊งก็เห็นวางบนนั้นอ่ะ เปลือกมันก็สีแดงอยู่ อันละ 200 เยน(มันปิ้ง 80 บาท จ๊าก)ใส่ถุงกระดาษถืออุ่นๆเอาไปยืนกินกะเพื่อนที่ takashimaya สะเหร่อมั้ยนั้นไม่สนไม่มีใครรู้จักเราซะกะหน่อย อุอุ (เป็นแผนนะกินให้อิ่มก่อนเวลาซื้อของมันจะได้ไม่ซื้อแหลกไง)กินเสร็จเดินหาของกินสำหรับคืนนี้ ฉันมีสลัดในใจอยู่เคยกินตอนมาครั้งแรกชอบมากเป็นสลัดผักกับไก่ย่างหวานๆ ครั้งนี้ก็ซื้ออีกแล้วก็หา katsu sando(แซนวิช)สำหรับมื้อเช้า ชอบกินแซนวิชใส่หมูชุบแป้งทอดที่นี่ก็มีขายเป็นร้านที่ขายแต่แซนวิชเท่านั้นทั้งคาวและหวานแต่ว่ามันแพง 420 เยนแหนะแพงกว่าซื้อใน 7-11(แต่กินแล้วต่างกันเลยหละหมูดีอ่ะไม่ค่อยมัน)ซื้อของกินเสร็จเดินกลับจะกลับทางใต้ดินปรากฎว่ามั่วมากมาเดินบนดินดีกว่าลุยฝนแต่ชัวร์
เดินกลับผ่านร้านสะดวกซื้อเพื่อนซื้อของกินเพิ่มฉันก็ซื้อชูครีม ในห้างก็มีร้านเบเกอรรี่ที่ขายชูครีมแต่จะราคาแพงกว่าในร้านสะดวกซื้อที่ขายอันละ 105เยนซึ่งก็อร่อยแล้วนะ นอกจากชูครีมซื้อ chocobananacrape ด้วย 210 เยน มาครั้งนี้อยากกินเครปแต่ไม่ได้กินหนะ
กินข้าวเสร็จเข้านอนเร็วมากแค่สองทุ่มบ้านเราเองเลยตื่นหลายรอบเลยกลายเป็นนอนไม่พอไปซะ อยากไปนาโกย่าอีกจังเลยเอา perth ไปหาแลกไปญี่ปุ่นดีกว่ามั้ยนะ อ่า...ไงซะตอนมีงาน expoปีหน้าจะต้องไปนาโกย่าให้ได้เลย
เด๋วต้องซักผ้ารื้อกระเป๋าแล้วก็ถูบ้านหน่อย ไม่อยู่ภ้ทรเดินไปทั่วพื้นเหนียวไม่ชอบเลย การบ้านก็ยังไม่ได้ทำเลยอ่า อยากออกเที่ยวเล่นข้างนอก
ป.ล1 เมื่อวานซื้อที่รีดผมมาแล้ว 1890 บาท
ป.ล2 มี coffee world มาเปิดที่เดอะมอลล์ ^^ กำลังลด 20% ถึงสิ้นเดือนแหนะจะกินชอกโกแลตเย็น อาหย่อย
ป.ล3 เฮ้ย!??!?เงินใครมาอยู่ในบัญชีเรา โบนัสออกแล้วเรอะ
ก่อนไปไม่ได้นอนแต่ว่าเค้าก็จัดให้พักนะก็ประมาณว่า ยี่สิบสี่ชั่วโมงนอนไปหนึ่งชั่วโมง >< ผู้โดยสารไม่เต็มแล้วก็หลับกันหมดก็ไม่เหนื่อยหรอก ว่าแต่อาหารที่แจกก่อนนอนอ่ะเยินซะ คราวนี้เป็นฟรุตเค้กร่วนๆเห่ยอ่าทำดีๆหน่อยได้ป่าวเราว่าขนม puff&pie มันก็ดูดีกว่านั้นไม่ใช่เหรอหรือว่านี่มันยี่ห้ออื่นอีก
ไปถึงนาโกย่าเช้าวันศุกร์รถติดจะบ้าตายอยากจะถึงเตียงเป็นที่สุดแต่ต้องนอนในรถให้เมื่อยตัวเข้าไปอีก พอถึงโรงแรมรับกุญแจจะแยกย้ายเข้านอนแต่ว่ารอสอบถามข้อมูลเรื่องสวนสนุกก่อนจะได้วางแผนถูก
Nagashima Spaland เปิด 9:30 - 16:30 เดินทางไปด้วยรถบัส meitetsu จากสถานีนาโกย่าไปถึงสถานี Nagashima Onzen ประมาณ 45 นาทีตั๋วเที่ยวเดียว 1000เยนถ้าซื้อไปกลับเหลือ 1800เยน ค่าเข้า 1600เยน แต่ถ้าเป็นตั๋วแบบ passport 4100เยนรวมค่าเข้าและค่าเล่นเครื่องเล่น (100 เยนประมาณ 38 บาท)
จะไปตอนบ่ายเพื่อนคิดว่าไม่คุ้มเพราะกว่าจะไปถึงก็จะปิดกันก็เอาเป็นว่าไปวันเสาร์วันแรกเลยนอนก่อนแล้วตื่นไปช้อปปิ้ง นอนไปสองชั่วโมงเกือบไม่ตื่นแหนะ นัดกะเพื่อน13:30แต่ดันตื่น 13:25 = =
ออกจากโรงแรมเดินไปย่านช้อปปิ้งลงใต้ดินหาไรกิน(ใต้ดินร้านเยอะเป็นทางเชื่อมต่อไปห้างต่างๆกะไปสถานีรถไฟ)อยากกินออมไรส์ ก็หากินจนได้เป็นร้านขายข้าวห่อไข้อย่างเดียวเลยตกแต่งร้านสวยดีออกสีนวลๆเหมือนไข่สัญลักษณ์ร้านเป็นนายหัวไข่ยืนถือกะทะข้าวห่อไข่มีแบบราดซอสด้วยราดมาข้างๆมีหลายแบบแต่ส่วนมากเป็นเนื้อวัวแบบชีสกับมะเขือเทศก็มีเพื่อนสั่งหน้าชีสกะมะเขือเทศอร่อยดีมันออกเปรี้ยวมันตัดกะชีสในข้าวก็ทำให้ไม่เลี่ยนแต่ว่าฉันาดันไปสั่งหน้ากุ้งกะปูเหม็นอ่ะ(กลิ่นคาวอาหารทะเลหนะ)กินไม่หมด น่าจะกินแบบธรรมดาเนอะ(ถูกกว่าด้วย ><)
กินข้าวอยากกินขนมต่อแต่ว่าอิ่มซะจะกินน้ำผลไม้ปั่นก็สติมาทันมันแพงไงไว้กินบ้านเราดีกว่า เดินๆดูนั่นดูนี่เจอร้าน softcream ชื่อร้าน mozart มันก็คือไอติมนั่นแหละกินดีกว่ากินรสวานิลากะงาดำ 280เยนนั่งพักด้วยเพราะว่าง่วงมาก ฉันเดินเกาะเพื่อนเป็นพักๆเพราะว่ามันจะไหลลงไปเลื้อยกะพื้นอยู่แล้ว อยากนอน~~ไม่ได้มีใครบังคับซะหน่อย
กินเสร็จออกไปเดินต่อเดินร้านขายยาได้เสียเงินสมใจซื้อน้ำยาสำหรับฉีดผมเวลารีดผมหนะ มีความตั้งใจจะซื้อที่รีดผมเพราะผมกำลังยาวจะได้รีดเองไม่ต้องไปทำที่ร้าน(คิดเอาเองว่าประหยัดกว่า)ซื้อที่ดัดขนตาด้วยของ Shu มันลด 20% ซื้อสองอันแหนะให้น้องอันนึงแล้วก็ spare อันนึง(มันมีพังกันมั้ยนะของแบบนี้)เพื่อนตั้งใจจะไปซื้อยาทาเล็บที่ Loft ยี่ห้อ OPI เค้าว่าดีขวดละ 1890 เยนเลยไม่ซื้อตาม อิอิ เคยดูที่ perth คิดว่าประมาณ 600 บาท เดือนนี้ได้ไปอีกค่อยไปซื้อ(ถ้าไม่แลกไปซะก่อน)ฉันเสียเงินที่ Loft เยอะมากเพราะเจอวิตามินยี่ห้อที่อยากได้(FANCL)ก็เลยซื้อซะ จำราคาไม่ค่อยได้ด้วยว่าถูกหรือแพงกว่าที่สิงค์โปร์แต่ซื้อไปแล้วหละ B C แล้วเพิ่ม Ca ด้วยเค้าว่ามันจำเป็นทำงานบนอากาศทำให้กระดูกพรุนมากกว่าปกติ(จริงอ่ะ?)ก็เสียเงินค่าวิตามินไปประมาณ 4000 เยน จาก Loft แล้วก็ซื้อที่ดัดขนตาอีกไม่ซ้ำซ้อนหรอก(เข้าข้างตัวเอง)มันเป็นแบบแบนๆเอาไว้ติดกระเป๋าไม่ต้องเอาอันใหญ่ไปเวลาไปค้างที่ไหน มันดัดแล้วงอนดีนะเพราะยางที่รองมันเป็นแบบมนๆแล้วก็ใหญ่ขนมาก็เคยไม่หักๆแต่ว่าตอนใช้ต้องตั้งใจไม่งั้นมันหนีบหนังตาไปด้วยอ่ะดิ +_+
เดินซุปเปอร์ที่ daiei ซื้อข้าวตามเพื่อนเป็นข้าวหุงแล้วแต่เก็บได้นานเวลากินอุ่นในไมโครเวฟก็ซื้อมั่งเผื่อไปพวกดูไบเพราะข้าวกระป๋องบ้านเราไม่อร่อย ซื้อบะหมี่สำเร็จรูปด้วยทั้งที่คิดว่าจะใช้ก็ไปซื้อที่ isetan บ้านเราก็ได้แต่ว่ามันถูกกว่าแล้วก็เอากระเป๋าใหญ่มาก็เอาซะหน่อยอิอิ ขนมคิดว่าไม่ซื้อนะแต่ไอ้บ้าป๊อกกี้ไปทีไรมันออกแบบใหม่ๆมาตลอดเสียเงินเลยอ่า >_< ซื้อชามะนาว kirin ขวดใหญ่ด้วยคุ้มซะ(ขวดเล็ก 140Y 500 ml ขวดใหญ่ 1.5 l 260Y ไม่ซื้อได้งายย)
อาหารไม่ต้องหอบให้เสียหนักไปกันใหญ่เพราะว่ามีร้านราเม็งเปิดใหม่หลังโรงแรมเลยไปลองกิน อร่อยอ่ะหมูชาชูในราเม็งอร่อยไม่นุ่มเกินไปรสชาติดีสุดๆ เลือกแบบเผ็ดกลางอร่อยดีเพื่อนสั้งแบบธรรมดาฉันว่ามันติดหวานไปหน่อย
ขึ้นห้องตอนทุ่มสองทุ่มเองเวลาบ้านเราก็แค่ห้าหกโมงแต่ง่วงมากๆไปนั่งเล่นห้องเพื่อนแป๊ปไม่ไหวแยกไปนอนอีกวันจะได้ไปสวนสนุก
วันเสาร์ตื่น 8:30 อาบน้ำแต่งตัวออกจากโรงแรมเดินไป bus center เจอช้อปปิ้งใต้ดินอีกแล้วอิอิ เห็นสถานีรถไฟก็เลยลงไปกันจะได้ไม่ต้องข้ามถนน ก็มาโผล่ที่ bus center พอดี นึกว่าต้องไปรอบ 10:00 ซะแล้วแต่ว่าเค้ามีรถรอบ 9:40หนะ มันเป็นสุดสัปดาห์เลยมีรถเพิ่มปกติมีทุกครึ่งชั่วโมง(เริ่มจาก 9:30)ตอนซื้อตั๋วเสร็จดูนาฬิกาเวลาก็ 9:38 อยากจะซื้อขนมกินเลยไม่กล้าวิ่งไปป้ายเบอร์หนึ่งแบบคนที่โรงแรมบอกไม่เห็นมีรถเลยวุ้ยไปถามคนขับรถที่ป้ายเบอร์สองเค้าบอกว่า ป้ายเบอร์แปด ได้วิ่งอ่ะครับ
พอรถออกฝนก็เริ่มตกเลย - -" นั่งรถดูวิวบนทางด่วนนาโกย่าใกล้ๆถึงปลายทางมองเห็น steel dragon2000 แต่ไกลเลย ตัวที่เห็นชัดๆก็มี white cyclone อีกอันก็มันขาวมากใหญ่มากแต่ว่าฝนตก Y_Y ตอนนั่งรถผ่านก็ดูอยู่มันก็สิบโมงกว่าแล้วเปิดแล้วแต่ไม่เห็นมีเสียงกรี๊ดๆไม่เห็นมีเสียงไรเลยหละ มันปิดหนะสิฝนตกอ่ะ ก็ไม่ได้ถามหรอกนะแต่มันเดาได้คนที่เข้าไปอาจจะไปแช่น้ำร้อนหละมั๊งเพราะเค้าเปิดขายตั๋วนะ ยืนดูราคาคิดว่ามาเมื่อวานก็อาจจะคุ้มแหละ ค่าเข้า 1600 ค่าเล่นตัวเด่นๆอยาก steel dragon กะ white cyclone ก็ครั้งละพันแล้วยังมีอย่างอื่นอีกห้าหกร้อย ไม่น่าเลย
ไม่เสียเที่ยวหรอกนะเพราะข้างๆมี outlet park ชื่อ jazz dream เป็นสองชั้นเป็นวงๆมีร้านรอบๆ
อาหารเช้ากลางวันก็กินที่นี่(มันใหญ่มากอ่ะนะอิ่มไปสองมื้อ)กิน misokatsu set 1050เยนอิ่มอร่อย เดินดูร้านต่างๆเพื่อนได้รองเท้าฉันได้เสื้อกันหนาว MNG อีกแล้วอิอิแต่ถูกนะจากเกือบหมื่นเยนเหลือ 3118 เยนอ่ะ แวะนั่งกินชาเย็นร้าน bodum ไม่น่ากินชาเลยนะมันก็ไม่ได้ใช้เครื่อง bodum ทำมันเป็นกล่องสำเร็จเลยของ twining เพื่อนสั่งกาแฟร้อนเค้าไม่ชอบกาแฟญี่ปุ่นแต่ว่าเค้าติดกาแฟ เหอเหอ เพื่อนถือแก้วมาแล้วก็มานั่งตื่นตาตื่นใจกับแก้วกระดาษเพราะว่าจับแล้วมันไม่ร้อนมันชุบไรซักอย่างคิดว่าน่าจะเป็นโฟม ไว้มีบ้านแล้วจะมาซื้อของ bodum(outlet)ไปทำให้บ้านดูมีราศีขึ้น นั่งสบายใจแล้วไปซื้อของที่ระลึกกันเป็นที่ห้อยโทรศัพท์รูปคิตตี้มาเที่ยวบ่อน้ำร้อน คิดว่ากลับไปช้อปปิ้งในเมืองดีก่าไว้ค่อยมาเล่นใหม่นะ เพราะไงซะถึงเล่นก็ไม่หนุกเพราะเพื่อนคนนี้กลัวความสูงหนะอะไรเสียวเค้าขอไม่เล่น
กลับถึงนาโกย่าเดินเล่นห้างแถวสถานี(ห้าง meitetsu เหมือนชื่อสถานีแหละ)เพื่อนได้หนังสือแต่งบ้านฉันได้กางเกงยีนส์ตอนแรกคูณผิดคิดว่า 1200บาทเอาดิเอาก็แพงนะแต่ว่าใส่แล้วโอเค คนมันเหมือนผอมแต่จริงๆไม่ใช่หากางเกงใส่ดูดียากซื้อเสร็จคิดๆแล้วมัน 1600 ตะหาก แง้ว ! แต่ว่าใส่แล้วดูดีน้า(ขาบานไปหน่อย นั่งแหละมันถึงลดมั๊ง เห็นคนญีปุ่นใส่แต่ขาแคบๆ)ตอนไป outlet หนะมีร้านยีนส์ edwin ด้วยรู้สึกมันญี่ปุ่นมากอยากซื้อมาใส่มั่งแต่ว่าสีมันไม่สวยเท่าไหร่ดีนะไม่ทู่ซี้ซื้อมาเพราะว่าตัวที่ซื้อที่ห้าง seven(ส่วนนึงของห้าง meitetsu)สีสวยกว่า
ชั้นล่างมีร้านอาหารแล้วก็ร้านขายอาหารกล่องมีร้านมันเผาด้วย !!! กินซิอยากกินมันเผามานานแล้วเหมือนในการ์ตูนเค้าไม่ได้เผาถ่านแบบเรานะปิ้งบนหินมั๊งก็เห็นวางบนนั้นอ่ะ เปลือกมันก็สีแดงอยู่ อันละ 200 เยน(มันปิ้ง 80 บาท จ๊าก)ใส่ถุงกระดาษถืออุ่นๆเอาไปยืนกินกะเพื่อนที่ takashimaya สะเหร่อมั้ยนั้นไม่สนไม่มีใครรู้จักเราซะกะหน่อย อุอุ (เป็นแผนนะกินให้อิ่มก่อนเวลาซื้อของมันจะได้ไม่ซื้อแหลกไง)กินเสร็จเดินหาของกินสำหรับคืนนี้ ฉันมีสลัดในใจอยู่เคยกินตอนมาครั้งแรกชอบมากเป็นสลัดผักกับไก่ย่างหวานๆ ครั้งนี้ก็ซื้ออีกแล้วก็หา katsu sando(แซนวิช)สำหรับมื้อเช้า ชอบกินแซนวิชใส่หมูชุบแป้งทอดที่นี่ก็มีขายเป็นร้านที่ขายแต่แซนวิชเท่านั้นทั้งคาวและหวานแต่ว่ามันแพง 420 เยนแหนะแพงกว่าซื้อใน 7-11(แต่กินแล้วต่างกันเลยหละหมูดีอ่ะไม่ค่อยมัน)ซื้อของกินเสร็จเดินกลับจะกลับทางใต้ดินปรากฎว่ามั่วมากมาเดินบนดินดีกว่าลุยฝนแต่ชัวร์
เดินกลับผ่านร้านสะดวกซื้อเพื่อนซื้อของกินเพิ่มฉันก็ซื้อชูครีม ในห้างก็มีร้านเบเกอรรี่ที่ขายชูครีมแต่จะราคาแพงกว่าในร้านสะดวกซื้อที่ขายอันละ 105เยนซึ่งก็อร่อยแล้วนะ นอกจากชูครีมซื้อ chocobananacrape ด้วย 210 เยน มาครั้งนี้อยากกินเครปแต่ไม่ได้กินหนะ
กินข้าวเสร็จเข้านอนเร็วมากแค่สองทุ่มบ้านเราเองเลยตื่นหลายรอบเลยกลายเป็นนอนไม่พอไปซะ อยากไปนาโกย่าอีกจังเลยเอา perth ไปหาแลกไปญี่ปุ่นดีกว่ามั้ยนะ อ่า...ไงซะตอนมีงาน expoปีหน้าจะต้องไปนาโกย่าให้ได้เลย
เด๋วต้องซักผ้ารื้อกระเป๋าแล้วก็ถูบ้านหน่อย ไม่อยู่ภ้ทรเดินไปทั่วพื้นเหนียวไม่ชอบเลย การบ้านก็ยังไม่ได้ทำเลยอ่า อยากออกเที่ยวเล่นข้างนอก
ป.ล1 เมื่อวานซื้อที่รีดผมมาแล้ว 1890 บาท
ป.ล2 มี coffee world มาเปิดที่เดอะมอลล์ ^^ กำลังลด 20% ถึงสิ้นเดือนแหนะจะกินชอกโกแลตเย็น อาหย่อย
ป.ล3 เฮ้ย!??!?เงินใครมาอยู่ในบัญชีเรา โบนัสออกแล้วเรอะ
Subscribe to:
Posts (Atom)