ไปกัวลาฯเจอพี่ปุ๊กกี้ที่ไป Perth ด้วยกันและทำงานข้างเดียวกันด้วยรู้สึกโล่งใจเพราะพี่ใจดีถ้าฉันทำงานช้าก็คงไม่ได้เห็นหน้าตาไม่พอใจจากพี่เค้าหรอก ไม่รู้สิมันเป็นความกังวลใจด้วยหนะไม่รู้เหมือนกันทั้งที่เหมือนทำงานดีแล้ว ทำเครื่องดื่มได้คล่องขึ้นแล้วแต่ตอนไปไฟล์ทโคลัมโบหนะสติแตกผสมเครื่องดื่มช้า ยกถาดเก็บถาดอาหารช้าไม่รู้ทำไมคงเพราะหยุดไปนานก็ได้นะของอย่างนี้มันก็ทักษะหนะไม่ได้ทำบ่อยๆก็ไม่คล่อง
ไฟล์ทที่ไปกัวลาฯนี้ก็ดี IM ก็ใจดี Purser ก็ใจดีฉันทำงานเป็นตำแหน่ง 2L ก็คือคนที่รับผู้โดยสารเข้าเครื่องหนะจำได้ว่าตอนทำครั้งแรกมันบอกกลัวๆเพราะต้องพูดภาษาอังกฤษแน่ๆและเราก็ยังห่วงเรื่องที่นั่งด้วยแบบ A B D และ E อยู่ทางซ้ายของเครื่อง(หันหน้าไปทางหัวเครื่อง) ส่วน F G J และ K อยู่ทางขวา จะบอกเค้าว่า this way , that way แค่เนี่ยะมันก็ยังสับสนเลยนะ แล้วก็เคยเบลอแบบที่ไกด์ผู้โดยสาร BC (business class) ไปทาง Y class (Economy class) เฉยเพราะฉันดูแต่ตัวหนังสือไม่ได้ดูตัวเลขไง เลขที่นั่งของชั้นประหยัดหนะจะขึ้นด้วย 31 ส่วนชั้นธุรกิจจะขึ้นด้วย 11 และแน่นอน first class ก็ต้องเลข 1 แต่ทำนานๆก็คล่องขึ้นแม่นขึ้นแต่คราวนี้ IM เขียนในใบประเมินว่าต้องฝึกพูดตัว L และ ตัว R ให้ชัดๆ เพราะ turn right ฟังเป็น turn light นั่นสินะมันคงตลกแน่ๆในสายตาฝรั่งๆอ่ะ ตูจะไปนั่งให้ตูไปเปิดไฟที่ไหนหละเนี่ย อิอิ
เรื่องการทำงานก็ไม่น่าหนักใจอะไรถึงมันจะดูแบบแขกๆแต่ก็มีไม่กี่คนที่จุกจิกหนะหมายถึงขอนั่นขอนี่หรือทำตัวชวนอารมณ์เสีย การบริการอาหารก็นะฉันยังช้าอยู่แต่เครื่องดื่มเป็น Selection of drink คือจัดใส่ถาดมาเลยไม่ต้องออกรถเครื่องดื่ม ฉันว่าเรื่องทำงานเร็วหรือช้าเนี่ยผู้โดยสารก็มีส่วนช่วยได้นะอย่างไฟล์ทนี้เวลาบินมันสั้นเค้ามีเมนูให้อ่านก็สามารถอ่านแล้วตัดสินใจไว้ก่อนได้พออาหารมาก็บอกเลยไม่ต้องให้เราเสนอซะทุกที่นัง แล้วก็อย่างบางคนต้องการอาหารพิเศษก็ควรสั่งมาล่วงหน้าเพราะขึ้นไปบนฟ้าแล้วเนี่ยคงจะหาอะไรที่มันจำเพาะเจาะจงได้ยากหนะ เช่นคนที่แพ้ปลาก็สั่งว่าไม่เอาที่มีปลา คนที่กินอาหารมังสาวิรัติก็บอกมา หรือจะชีวจิตก็ยังได้เลยนะ แล้วก็บางคนชอบกินไก่ก็บอกล่วงหน้าได้ ไม่รู้สิไฟล์ทพวกแขกๆเนี่ยเห็นชอบกินไก่ทั้งที่มุสลิมกินปลาก็ได้อย่างไฟล์ทนี้ก็มีแขกสองคนจะเอาอาหารมุสลิมพอฉันถามก็บอกไม่แน่ใจว่าสั่งมาล่วงหน้าหรือเปล่า (อ่าวเพ่จะกินเองยังไม่รู้อีกรึว่าสั่งมาก่อนหรือเปล่า)ฉันก็ต้องบอกว่ารอก่อนนะจะไปเช็ครายชื่ออาหารพิเศษให้แต่ไม่มีไงซึ่งป่านนั้นเมนูไก่หมดไปแล้วเหลือแต่ปลาแกก็งอนไม่กินมันซะเลย อืมมนะตกลงมุสลิมกินได้แต่ไก่หรือไงเนี่ยปลาเก๋านึ่งกินกับข้าวสวยนะน่าอร่อยจะตาย แล้วแกมาฟึดฟัดกับเราเรื่องแอร์เย็นขอผ้าห่มชาตินึงแล้วไม่ได้ซะที อืมมมนะ
พรุ่งนี้ standby ยังไม่มีแววโดนเรียกไปบินไม่ได้บินก็ดีแล้ว ลุ้นกลัวโดนเรียกบินตื่นเต้นน่ากลัวกว่าฉลองฮาโลวีนซะอีก แต่เราก็กลัวขาดบรรยากาศฮาโลวีนไปก็เลยนั่งเล่นเกมผีๆ ฟักทองๆ และ trick or treat ในเวบ Cartoon Network Happy Halloween ค่ะ
Thursday, October 31, 2002
Tuesday, October 29, 2002
เธอจ๋าขอโทษที่ฉันหายหัวไปนานเลยเพราะไม่สบายหนะก็ไม่ใช่จะป่วยนานขนาดนี้หรอกนะแต่มันขี้เกียจๆไม่รู้สิคงเพราะหยุดนานๆหละมั้งไม่ค่อยมีบินเลยหละ วัน standby ก็ไม่โดนเรียกนะเมื่อวันอาทิตย์ไปบินโคลัมโบ(ศรีลังกา)เจอครูนกด้วยครูทักว่าหน้าตาใสขึ้นก็น่าจะจริงอยู่หรอกนะก็ไม่ได้ทำงานอ่ะวันๆก็นอนๆกินๆ สบายแต่ไม่ค่อยมีเงินแต่ก็เหมือนฟ้าประทานนะตอนไม่อยากบินก็ไม่โดนเรียกให้บินแต่พออยากบิน(อยากได้เงินอ่ะแหละ)ก็ได้เลยหละ พรุ่งนี้เป็นวัน standby และพี่ฝ่าย OD ก็โทรมาบอกตั้งแต่ตอนบ่ายสี่ให้ไปบิน KUL กัวลาลัมเปอร์ ไฟล์ทประจำจริงๆเล้ย แขกอีกแล้วน้อ เพิ่งเจอกันไปหยกๆ ต้องเตรียมกายเตรียมใจให้ดีเลยเชียว เรื่องที่ไป Perth กับโคลัมโบหนะจะมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะเธอ
Thursday, October 17, 2002
เมื่อวานไปดูโดเรมอนกับพี่กอล์ฟพี่ปอ พี่ๆต้องทำงานนัดเจอกันที่สยามดิสฯตอนหกโมงครึ่งแต่เราไปก่อนเวลาไปออกกำลังกายแล้วก็ไปเดินเล่นมาบุญครองปรากฎว่าอี้ซึ่งตอนแรกเพื่อนๆจะนัดกินข้าวเย็นเมื่อวานกันเพราะมันลงมาดูงานที่กรุงเทพแต่มันกลัวมาไม่ทันนัดพี่เชษฎ์เลยเลื่อนเป็นเย็นวันนี้เพราะพี่แกไม่ว่างวันพุธฉันเลยอดไปกินข้าวด้วยเลยเพราะเย็นนี้ต้องไปบิน แต่คนมันจะได้เจอกันมันก็เจอกัน เจอเข้าไปได้ยังไงที่มาบุญครองออกจะกว้างใหญ่ อี้บอกว่าทำกรรมมากันเยอะ..นั่นหนะสิก็เลยเดินเล่นด้วยกันเพราะฉันก็มีเจตนาจะมาเดินเล่นสำรวจตลาดอยู่แล้ว คุยๆเดินๆไปๆมาๆอี้เลยหลงจากพี่ๆที่มาด้วยกันแถมฉันยังไถชาไช่มุกจากมันมาหนึ่งแก้ว(จริงๆเราน่าจะเลี้ยงแต่มันบอกว่ามันควรจะเลี้ยงเราซึ่งก็ดีเดือนนี้ยิ่งบินน้อยไม่ค่อยมีเงินอยู่ อิอิ)
ปรกติฉันไปไหนคนเดียวจะไม่ค่อยกล้าเข้าร้านเล็กๆแคบๆแถวสยามแต่มีเพื่อนเราก็ลากมันไปด้วยเราดูเสื้อมันดูสาวได้ประโยชน์ร่วมกัน พาอี้ไปเดิน center point ซึ่งฉันบอกว่ามันว่าไม่กล้ามาเดินหวะกลัวโดนถามว่ายายมาทำอะไร อี้บอกว่าโธ่ถึงเป็นยายก็ยังมีไฟอยู่ ฮ่า ฮ่า อ้อ!มีเคล็ดลับทำให้หน้าอ่อนมาฝาก อี้ถามว่าฉันอยากหน้าเด็กมั้ยหละ(อยากดิ) แล้วอยากให้เด็กลงกี่ปีหละ(อายุซัก 23 เป็นไงหรือ 22 ดี) อี้บอกว่างั้นต้องอัพอายุขึ้นไปเช่นใครถามก็บอกว่าอายุ 34 เค้าจะได้บอกว่าหน้าเด็กจังเลย (ว่าแล้ว ว่าต้องความคิดบ้าๆ)
หลังจากลากเพื่อนๆไปนั่นนี่เพื่อติดตามกระแสแฟชั่น จริงๆก็เดินช่วยอี้หาเสื้อไปฝากแฟนมันซึ่งฉันว่าที่ฮิตๆกันตอนนี้มันเหมือนเสื้อโชว์ไหล่เอวจัพอ่ะ ตัวละ 199 แต่มันไม่สวยเข้าตาจริงๆน่าจะหาง่ายเพราะแฟนอี้ตัวเล็กนิดนึง(ซึ่งน่าอิจฉา ใส่เสื้อได้ทั้งสยามแหละ)แต่ที่สวยก็แพงไง สรุปไม่ซื้อ อด อด อดแล้วประมาณห้าโมงเย็นก็แยกย้ายกัน ฉันเดินผ่านร้านอิชิมารุเข้าไปซื้อเทปของน้องทักกี้กับซึบาซะ เพราะไม่เพราะไม่รู้แต่น้องเค้าน่าตาดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
พี่กอล์ฟมาถึงก่อนพี่ปอเราก็ไปรอคิวที่ร้านฟูจิพี่ปอมาถึงก็ไปจองตั๋วก่อนแล้วตามมาที่ร้าน มาถึงพี่ปอบอกให้พี่กอล์ฟด่าเค้าเลยซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจแต่พี่กอล์ฟก็ด่าๆไปและคิดว่าพี่ปอต้องทำอะไรไม่เข้าท่ามาแน่ซึ่งก็คือซื้อ Sony clie มาเพิ่งซื้อมาเมื่อวานเลย พี่ๆเค้ารู้กันดีแหละว่ามันไม่ได้มีประโยชน์กับชีวิตหรือการทำงานเลยแต่พี่ปอบอกว่าอยากได้อ่ะ ฉันหละกรี๊ดกร๊าดไปด้วยเพราะก็อยากได้ อยากได้มาเล่นเกม diamond mine เฉยๆ ซึ่งก็ยืมเล่นสนุกสนานเล่นไปหลายรอบจนมีข้อความมาบอกว่าเราเล่นไปกี่รอบแล้วถ้าไม่อยากได้ข้อความให้ไป register โธ่...
ดูหนังสนุกมากตลกดีดูแล้วนึกถึงตอนเด็กๆดูการ์ตูนแล้วทำให้จิตใจดี ดูโดเรมอนแล้วก็พาลอยากไปอ่านโดเรมอน อยากอ่าน.......
# # # # # # # # #
หาดใหญ่ (เล่าเรื่องที่ไปเจอพี่ไก่ที่หาดใหญ่)
ออกจากกรุงเทพไปพม่าแล้วกลับมากรุงเทพก่อนจะไปหาดใหญ่ พอไปถึงหาดใหญ่เราก็ไปซื้อไก่ทอดหาดใหญ่กันโดยขอให้รถโรงแรมพาไป(มีรถสองคัน คันหนุ่มๆ(นักบินและสจ๊วต)ไม่ไปแต่คันเรานำทีมด้วย purser ไปซื้อไก่ทอดเดชาก่อนเข้าโรงแรม ฉันซื้อมาเพียบทั้งไก่ทอด ไก่กอและ ข้าวหมกไก่เปล่าๆไม่เอาไก่ ข้าวเหนียว กุ้งทอด(เป็นแพๆที่ใส่แป้ง) กินไม่หมดหรอกกินนั่นนิดนี่หน่อยแต่ก็อิ่มหละ แล้วก็ออกไปตลาดกิมหยงกับพี่เอ้(เพิ่งไปบินกับพี่เอ้ตอนไป DPS) ออกจากโรงแรมนั่งรถป๊อกๆไปคนละ 10 บาทพี่เค้าจะซื้อเห็ดหอมส่วนฉันไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่อยากรู้ว่าอะไรมันอยู่ที่ไหนเกิดคราวหน้าไม่มีใครพาไป แต่พอไปถึงตลาดอยากซื้อไปหมดเลย ผลไม้น่ากินราคาถูกกว่าซุปเปอร์มาร์เกต ขนมหลากหลายและเกาลัดที่ราคาถูกกิโลละ 130 บาท ถูกกว่ากรุงเทพตั้งแยะฉันก็เลยซื้อมาครึ่งโล และก็ซื้อขนมด้วยอยากจะซื้อผลไม้กลับบ้านหรอกนะแต่ไม่มีที่ในกระเป๋าแน่ๆกลัวมันจะช้ำซะก่อน(เพราะเราวางแผนจะซื้อเกาลัดกลับบ้าน)
กลับจากตลาดนั่งกินเกาลัดแล้วก็โทรหาพี่ไก่ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้เจอกันซะแล้วเพราะร้านพี่เค้ามีลูกค้าเต็มเลยฉันเองก็ไม่ค่อยสบายเจ็บคอและง่วงแต่ไปๆมาๆพี่ไก่โทรมาบอกว่าเหลือเด็กเล่นอยู่นิดหน่อยเดี๋ยวปิดร้านออกมาพาฉันไปกินข้าวก่อนค่อยกลับไปเปิดใหม่ ฉันหละเกรงใจพี่เค้าจริงๆจะปิดร้านมาพี่ก็เสียรายได้แล้วต้องเดินทางมาหาเราอีกจะพาเราไปกินข้าวแล้วจะกลับไปทำงานต่อ แต่พี่ไก่บอกว่าไม่เป็นไรพี่เค้าเองก็อยากออกมากินข้าวนอกบ้านเหมือนกัน ก็โอเคเลยเราจะได้เจอกันด้วยแต่ต้องรอประมาณหกโมงครึ่งให้ลูกค้ากลับก่อน แล้วพอหกโมงเกือบครึ่งความเกรงใจก็เข้าครอบงำอีกครั้งโทรไปหาพี่ไก่อีกทีคิดว่าอย่าให้พี่เค้าลำบากเพราะเราเลยแล้วเราก็ตัวร้อนๆขึ้นมาด้วยนอนหลับไปเลยดีกว่าไก่ที่กินก็เต็มท้องยังจะออกไปกินอะไรอีกเล่า ปรากฎว่าพี่เค้าปิดร้านซะแล้ว(แง้) แล้วก็บอกว่าจะออกมาซื้อของที่เซ็นทรัลก่อนแล้วกันให้เรานอนไปก่อนซื้อของเสร็จประมาณทุ่มครึ่งจะโทรอีกที
ฉันก็นอนดูทีวีไปไม่ยักกะหลับแต่ก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆไม่ตัวร้อนแล้วไม่ง่วงแล้วจนประมาณเกือบสองทุ่มกลัวพี่เค้าจะลืมเราไปซะก่อนโทรไป(อีกแล้ว)หาพี่ไก่อีกทีแล้วก็นัดเจอกัน นัดตำแหน่งที่จะเจอกันเสร็จแต่ว่าพี่เค้าไม่เคยเห็นเราซะหน่อยเราเลยต้องบอกว่าเราใส่เสือ้สีฟ้านะคะ(เหมือนนัดบอดเลย) พอเจอกันพี่ไก่หน้าตาเด็กมากเลย ขาวและหุ่นดีด้วยหละ พี่ไก่มากับสามี(พี่ต้อย)และน้องปาล์ม
ตอนแรกพี่ไก่จะพาไปกินอาหารทะเลแต่มันก็ดึกแล้วและก็จะไปไกลจากโรงแรมกินแถวนี้จะได้กลับไปพักผ่อนเร็วๆก็ไปกินที่ร้านไพลินซึ่งขายสเต็ก ร้านก็ออกมันคันทรี่ๆ เราสั่งอาหารแล้วก็นั่งคุยกันไม่รู้สึกแปลกหน้าหรือว่าเกร็งเลยคงเพราะอ่านไดอารี่กันมาเหมือนรู้จักกันมาก่อนหละมั้ง แล้วน้องพี่ไก่ก็ตามมาสมทบอีกคนคือน้องทิน คราวนี้คุยสนุกกันเข้าไปใหญ่ คุยเรื่องละครเกาหลี ญี่ปุ่น ทีนี้สี่ทุ่มที่คิดว่าจะกลับไปนอน จะกลับไปเปิดร้านหายไปโม้ดดด...น้องทินพาไปต่อร้านอะคูสติก ก็เป็นร้านฮิตร้านนึงเลยแต่ฮิตๆต้องร้าน kiss chanel แต่ไม่ได้ไปเพราะน้องปาล์มมาด้วยชุดนักเรียนเลยแปะไว้ก่อนคราวหน้าเจอกัน พี่ไก่ก็อยากไปพี่เค้าอยากเข้าใจว่าเด็กๆเค้าฮิตอะไรกัน อิอิ ที่ร้านอะคูสติกเพลงเพราะกว่าร้านแรกมากเพลงฝรั่งเพลงไทยร้องได้หมดแต่เสียงดังคุยกันไม่ค่อยได้ยิน ดีนะว่าไปร้านไพลินมาก่อนให้เราได้คุยกันก่อน ประมาณห้าทุ่มก็กลับค่ะ กว่าฉันจะเข้านอนก็เที่ยงคืนค่ะ
เช้าวันถัดมาตื่นสายออกจากห้องประมาณ 11 โมงไปกินแปะก้วยถึงเจ็บคอไม่อยากกินของหวานก็ต้องกินเพราะมิ้นก็บอกให้กินพี่แอร์ก็บอกว่ามีร้านอร่อยแต่ฉันจำไม่ได้หาไม่เจอก็เอาแบบเจอร้านไหนก็กินไปเลย แล้วก็ซื้อเกาลัดกลับบ้าน แล้วก็แวะเซ็นทรัลซื้อเสื้อลดราคา u2 ลด 50% อ่ะ กลับห้องเก็บของยัดจะไม่ลง กระเป๋าหนักมาก ออกจากโรงแรมมาถึงสนามบินโทรไปขอบคุณและร่ำลาพี่ไก่ บอกพี่ไก่ว่าตอนมาสนามบินเห็นซอยร้านเนตของพี่แล้วถ้าได้มาคราวหน้าจะไปหา แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้กลับกรุงเทพกันง่ายๆค่ะ ติดอยู่สนามบินสองชั่วโมงกว่าเพราะฝนตกหนักมากๆๆๆๆๆ ฟ้าปิดเครื่องลงไม่ได้(เราจะรับเครื่องเพื่อบินกลับลูกเรือเค้าก็จะลงนอนหาดใหญ่) เครื่องก็วนๆอยู่แต่ก็ไม่สามารถในที่สุดก็ไปภูเก็ตก่อนแล้วค่อยกลับมาหาดใหญ่อีกครั้ง เราถึงได้กลับกรุงเทพแต่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านค่ะ พาเกาลัดในกระเป๋าไปเที่ยวเชียงใหม่หนึ่งรอบก่อนแล้วถึงจะได้กลับบ้าน
# # # # # # # # #
Evason Hua Hin
กลับจากหาดใหญ่วันรุ่งขึ้นไปปราณบุรีค่ะไปกับมิ้น ไปพักที่ Evason สวยมากเป็น resort & spa มิ้นเคยมาพักแล้วและโปรโมชั่นราคาพิเศษยังไม่หมดเขตก็เลยชวนฉันมาอีก ฉันเคยเห็นในหนังสืออยากจะมาพักแหละแต่เห็นราคาแล้วช็อคแต่เพราะเหลือคืนละ 2000 หารแล้วเหลือคนละ 1000 ฉันรึจะยอมพลาด(ไม่มีตังค์ก็ต้องยืมใครมาก่อนหละ)
ออกเดินทางประมาณเที่ยงเพราะมิ้นต้องไปบินตอนเช้าก่อนแล้วนัดเจอกันที่สนามบิน ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็ถึงที่พักฉันรู้สึกคุ้นๆที่นี่มากปรากฎว่ามันคือคลับอันเดียนาเก่านั่นเอง ไปถึงก็มีเครื่องดื่มมาต้อนรับ ชิมแล้วไม่รู้ว่าทำจากอะไรแต่อร่อยกว่าของที่เคยกินจากโรงแรมภูเก็ตกับหาดใหญ่ ถามๆดูบอกว่ามีน้ำทับทิมในส่วนประกอบด้วย ผ้าเย็นที่ให้มาก็มีกลิ่นตะไคร้สดชื่นดีรู้สึกแบบไทยๆด้วย การบินไทยน่าจะใช้กลิ่นนี้บ้างนะ เช็คอินเสร็จมีพนักงานพาเราไปส่งที่ห้องพัก ห้องที่เราพักเป็นห้อง standard เตียงคู่มีมุ้ง มีแอร์ มีทีวี มีระเบียง มีห้องน้ำเก๋ๆ แต่เก๋มากไปหน่อยคือผนังตรงอ่างอาบน้ำเป็นกระจกทั้งบานมองทะลุมาตรงห้องนอนอ่ะค่า เปิดเผยมั่กมากแต่ก็ปิดม่านได้ซึ่งม่านปิดจากข้างนอกนะ แต่มันก็ยังมีช่องว่างของขอบไม้กับผนังด้านนอกทำให้ม่านไม่แนบไปกับกระจกทีเดียวจะมีช่องตรงมุมห้องน้ำที่มองจากโถส้วมเห็นทีวีได้(สงสัยเอาไว้ให้คนนั่งส้วมดูทีวี) อีตอนอาบน้ำก็ต้องแบบว่าคนที่ไม่ได้อาบห้ามเดินเผ่นผ่านไปนอนบนเตียงนู่น แล้วประตูมันเป็นบานสไลด์ไม่ได้ปิดสนิทเสียงอะไรก็คงได้ยินโม้ด...ทำให้รู้สึกขี้หดตดหายมากเลย
เก็บของในห้องเรียบร้อยนอนเอขกนึดนึงมิ้นก็พาไปเดินชมสถานที่พาไปดูสระว่ายน้ำริมทะเล พาไปดูห้องน้ำ open air หนักกว่าห้องน้ำในห้องอีก ไม่มีเพดาน ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆเพราะมีบ่อน้ำในห้องน้ำมีบัว มีกกให้ดูระหว่างทำธุระ แต่ก็ดีไม่ใช่ผนังกระจกอ่ะนะ เดินไปดูห้องฟิตเนสและเกมรูม มีนิตยสารให้ดู สนุกเกอร์ หมากรุกแต่ที่เด็ดคือมีอินเตอร์เนตไง ฉันเห็นมันต่อเนตอยู่เลยเข้าไดอารี่มาเขียนไว้นิดนึงไงหละ
แล้วเราก็ไปนอนเล่นที่เตียงในสนามหญ้ารับลมทะเลเย็นๆ และกรรโชกมาก ทะเลหนะไม่มีหาดให้เดินนะมันติดริมถนนเลยคลื่นซัดโครมๆน่ากลัวเชียว ประมาณหกโมงเย็นก็เดินไปกินอาหารทะเลใกล้โรงแรมชื่อครัวไทยหรืออะไรนี่แหละ ปลาหมึกนึ่งมะนาวอร่อยสุดๆ เดินกลับโรงแรมก็มืดแล้วเดินผ่านแถวร้านขายเครื่องประดับมันมืดและมีเงาอะไรไม่รู้กระดุกกระดิกบรื้อ..ปรากฎเป็นแมว แมวดำมีกระพรวนอยู่ที่คอมันเดินมาหาฉันด้วยแหละก็เลยถ่ายรูปด้วยกันมันก็มาหาถูกคนนะเพราะมิ้นกลัวแมวแล้วเราก็เดินเข้าไปดูเครื่องประดับในร้านเล็กๆกลางน้ำ มีกำไลเงินดูดีแต่เป็นของอิตาลีราคา 3000 ไว้ลองไปหาของไทยดูดีกว่าอาจถูกกว่า มิ้นชอบต่างหูมุกแต่คู่นั้นแพงไปใหญ่เป็นมุกสีดำราคาสองหมื่นหก!! ถ้าสองพันหกมิ้นคงซื้อไปแล้ว เดินดูสถานที่ตอนกลางคืนเค้าจะจุดเทียนดูนวลตาดี กลับห้องอาบน้ำนอนค่ะพรุ่งนี้เช้าจะไปว่ายน้ำ
ตื่นเช้าวันถัดมาเพราะฉันดูนาฬิกาผิดเห็นหกโมงครึ่งเป็นเจ็ดโมงครึ่งเราเลยมีเวลามากขึ้น(เป็นความดีใช่มะเนี่ย) มิ้นเตรียมตัวไปว่ายน้ำฉันก็เตรียมตัวไปนอนข้างสระน้ำเอากระบุงของที่โรงแรมใส่ของไปแทนถุงของเราให้มันเข้ากับสถานที่(เป็นกระเป๋าสานจากกระจูดใบใหญ่มากๆมีให้ในห้องแขกโรงแรมก็เอาใส่ของเดินไปมา) ที่สระว่ายน้ำมีเก้าอี้นอนเยอะแยะและปกติจะมีบริการเช่นคีบแตงโมแจกแต่ถ้าใครไม่อยากได้รับบริการใดๆเค้าจะมีสัญลักษณ์ do not disturb เป็นสร้อยลูกประคำให้เอาไปห้อยที่ตะขอหลังเก้าอี้ ฉันไม่ได้ว่ายน้ำแต่ก็อยากเล่นน้ำก็เลยเดินเล่นตรงทางเดินกลางสระน้ำให้น้ำผ่านเท้าเราไป น่าจะเอาชุดว่ายน้ำเอามาแล้วจะว่ายหรือไม่ว่ายก็ได้ แต่ไม่เอามาก็อดว่ายอย่างเดียว มิ้นว่ายน้ำเสร็จกลับไปอาบน้ำที่ห้องฉันก็เดินเล่นถ่ายรูปรอแถวสระน้ำ(อาบน้ำคนเดียวในห้องน่าจะสบายใจกว่า) แล้วเราก็ไปทานอาหารเช้ากันกินกันนานเลยหละมีลมทะเลพัดมากระทบกับร่างกายรู้สึกดี กินเสร็จก็ไปเดินเล่นอีกแล้วก็ไปนอนที่ชั้นสองของศาลาใกล้สระน้ำลมเย็นทำเอาเกือบหลับไปเลย มีแมวแม่ลูกอ่อน(ลูกตัวเดียวด้วย)เดินมานอนใต้เตียงเจ้าลูกมันนะหมอบแล้วก็ขู่ฟ่อๆเวลาเราเข้าไปใกล้น่ารักดี ตอนถ่ายรูปมันก็หลบซะอีก นอนเพลินๆประมาณเที่ยงก็กลับห้องเก็บของเดินทางกลับกรุงเทพค่ะ
มื้อกลางวันเราแวะหัวหินกินอาหารทะเลอีกมื้อที่ร้านเจ๊เขียวโป๊ะแตกอร่อย ปลากระพงทอดราดน้ำปลาก็อร่อย ที่ทะเลนี้มีหาดด้วยฉันมันเด็กดอยขอลงไปถ่ายรูปกับทะเลหน่อย กลับถึงบ้านประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ อยากจะไปอีกจังแถมตารางบินตอนปลายเดือนก็มีวันหยุดที่เป็นวันเสาร์อาทิตย์ด้วยแหละ อยากไปแต่พี่บอกให้ประหยัดตังค์
ปรกติฉันไปไหนคนเดียวจะไม่ค่อยกล้าเข้าร้านเล็กๆแคบๆแถวสยามแต่มีเพื่อนเราก็ลากมันไปด้วยเราดูเสื้อมันดูสาวได้ประโยชน์ร่วมกัน พาอี้ไปเดิน center point ซึ่งฉันบอกว่ามันว่าไม่กล้ามาเดินหวะกลัวโดนถามว่ายายมาทำอะไร อี้บอกว่าโธ่ถึงเป็นยายก็ยังมีไฟอยู่ ฮ่า ฮ่า อ้อ!มีเคล็ดลับทำให้หน้าอ่อนมาฝาก อี้ถามว่าฉันอยากหน้าเด็กมั้ยหละ(อยากดิ) แล้วอยากให้เด็กลงกี่ปีหละ(อายุซัก 23 เป็นไงหรือ 22 ดี) อี้บอกว่างั้นต้องอัพอายุขึ้นไปเช่นใครถามก็บอกว่าอายุ 34 เค้าจะได้บอกว่าหน้าเด็กจังเลย (ว่าแล้ว ว่าต้องความคิดบ้าๆ)
หลังจากลากเพื่อนๆไปนั่นนี่เพื่อติดตามกระแสแฟชั่น จริงๆก็เดินช่วยอี้หาเสื้อไปฝากแฟนมันซึ่งฉันว่าที่ฮิตๆกันตอนนี้มันเหมือนเสื้อโชว์ไหล่เอวจัพอ่ะ ตัวละ 199 แต่มันไม่สวยเข้าตาจริงๆน่าจะหาง่ายเพราะแฟนอี้ตัวเล็กนิดนึง(ซึ่งน่าอิจฉา ใส่เสื้อได้ทั้งสยามแหละ)แต่ที่สวยก็แพงไง สรุปไม่ซื้อ อด อด อดแล้วประมาณห้าโมงเย็นก็แยกย้ายกัน ฉันเดินผ่านร้านอิชิมารุเข้าไปซื้อเทปของน้องทักกี้กับซึบาซะ เพราะไม่เพราะไม่รู้แต่น้องเค้าน่าตาดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า
พี่กอล์ฟมาถึงก่อนพี่ปอเราก็ไปรอคิวที่ร้านฟูจิพี่ปอมาถึงก็ไปจองตั๋วก่อนแล้วตามมาที่ร้าน มาถึงพี่ปอบอกให้พี่กอล์ฟด่าเค้าเลยซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจแต่พี่กอล์ฟก็ด่าๆไปและคิดว่าพี่ปอต้องทำอะไรไม่เข้าท่ามาแน่ซึ่งก็คือซื้อ Sony clie มาเพิ่งซื้อมาเมื่อวานเลย พี่ๆเค้ารู้กันดีแหละว่ามันไม่ได้มีประโยชน์กับชีวิตหรือการทำงานเลยแต่พี่ปอบอกว่าอยากได้อ่ะ ฉันหละกรี๊ดกร๊าดไปด้วยเพราะก็อยากได้ อยากได้มาเล่นเกม diamond mine เฉยๆ ซึ่งก็ยืมเล่นสนุกสนานเล่นไปหลายรอบจนมีข้อความมาบอกว่าเราเล่นไปกี่รอบแล้วถ้าไม่อยากได้ข้อความให้ไป register โธ่...
ดูหนังสนุกมากตลกดีดูแล้วนึกถึงตอนเด็กๆดูการ์ตูนแล้วทำให้จิตใจดี ดูโดเรมอนแล้วก็พาลอยากไปอ่านโดเรมอน อยากอ่าน.......
# # # # # # # # #
หาดใหญ่ (เล่าเรื่องที่ไปเจอพี่ไก่ที่หาดใหญ่)
ออกจากกรุงเทพไปพม่าแล้วกลับมากรุงเทพก่อนจะไปหาดใหญ่ พอไปถึงหาดใหญ่เราก็ไปซื้อไก่ทอดหาดใหญ่กันโดยขอให้รถโรงแรมพาไป(มีรถสองคัน คันหนุ่มๆ(นักบินและสจ๊วต)ไม่ไปแต่คันเรานำทีมด้วย purser ไปซื้อไก่ทอดเดชาก่อนเข้าโรงแรม ฉันซื้อมาเพียบทั้งไก่ทอด ไก่กอและ ข้าวหมกไก่เปล่าๆไม่เอาไก่ ข้าวเหนียว กุ้งทอด(เป็นแพๆที่ใส่แป้ง) กินไม่หมดหรอกกินนั่นนิดนี่หน่อยแต่ก็อิ่มหละ แล้วก็ออกไปตลาดกิมหยงกับพี่เอ้(เพิ่งไปบินกับพี่เอ้ตอนไป DPS) ออกจากโรงแรมนั่งรถป๊อกๆไปคนละ 10 บาทพี่เค้าจะซื้อเห็ดหอมส่วนฉันไม่มีอะไรเป็นพิเศษแค่อยากรู้ว่าอะไรมันอยู่ที่ไหนเกิดคราวหน้าไม่มีใครพาไป แต่พอไปถึงตลาดอยากซื้อไปหมดเลย ผลไม้น่ากินราคาถูกกว่าซุปเปอร์มาร์เกต ขนมหลากหลายและเกาลัดที่ราคาถูกกิโลละ 130 บาท ถูกกว่ากรุงเทพตั้งแยะฉันก็เลยซื้อมาครึ่งโล และก็ซื้อขนมด้วยอยากจะซื้อผลไม้กลับบ้านหรอกนะแต่ไม่มีที่ในกระเป๋าแน่ๆกลัวมันจะช้ำซะก่อน(เพราะเราวางแผนจะซื้อเกาลัดกลับบ้าน)
กลับจากตลาดนั่งกินเกาลัดแล้วก็โทรหาพี่ไก่ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้เจอกันซะแล้วเพราะร้านพี่เค้ามีลูกค้าเต็มเลยฉันเองก็ไม่ค่อยสบายเจ็บคอและง่วงแต่ไปๆมาๆพี่ไก่โทรมาบอกว่าเหลือเด็กเล่นอยู่นิดหน่อยเดี๋ยวปิดร้านออกมาพาฉันไปกินข้าวก่อนค่อยกลับไปเปิดใหม่ ฉันหละเกรงใจพี่เค้าจริงๆจะปิดร้านมาพี่ก็เสียรายได้แล้วต้องเดินทางมาหาเราอีกจะพาเราไปกินข้าวแล้วจะกลับไปทำงานต่อ แต่พี่ไก่บอกว่าไม่เป็นไรพี่เค้าเองก็อยากออกมากินข้าวนอกบ้านเหมือนกัน ก็โอเคเลยเราจะได้เจอกันด้วยแต่ต้องรอประมาณหกโมงครึ่งให้ลูกค้ากลับก่อน แล้วพอหกโมงเกือบครึ่งความเกรงใจก็เข้าครอบงำอีกครั้งโทรไปหาพี่ไก่อีกทีคิดว่าอย่าให้พี่เค้าลำบากเพราะเราเลยแล้วเราก็ตัวร้อนๆขึ้นมาด้วยนอนหลับไปเลยดีกว่าไก่ที่กินก็เต็มท้องยังจะออกไปกินอะไรอีกเล่า ปรากฎว่าพี่เค้าปิดร้านซะแล้ว(แง้) แล้วก็บอกว่าจะออกมาซื้อของที่เซ็นทรัลก่อนแล้วกันให้เรานอนไปก่อนซื้อของเสร็จประมาณทุ่มครึ่งจะโทรอีกที
ฉันก็นอนดูทีวีไปไม่ยักกะหลับแต่ก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆไม่ตัวร้อนแล้วไม่ง่วงแล้วจนประมาณเกือบสองทุ่มกลัวพี่เค้าจะลืมเราไปซะก่อนโทรไป(อีกแล้ว)หาพี่ไก่อีกทีแล้วก็นัดเจอกัน นัดตำแหน่งที่จะเจอกันเสร็จแต่ว่าพี่เค้าไม่เคยเห็นเราซะหน่อยเราเลยต้องบอกว่าเราใส่เสือ้สีฟ้านะคะ(เหมือนนัดบอดเลย) พอเจอกันพี่ไก่หน้าตาเด็กมากเลย ขาวและหุ่นดีด้วยหละ พี่ไก่มากับสามี(พี่ต้อย)และน้องปาล์ม
ตอนแรกพี่ไก่จะพาไปกินอาหารทะเลแต่มันก็ดึกแล้วและก็จะไปไกลจากโรงแรมกินแถวนี้จะได้กลับไปพักผ่อนเร็วๆก็ไปกินที่ร้านไพลินซึ่งขายสเต็ก ร้านก็ออกมันคันทรี่ๆ เราสั่งอาหารแล้วก็นั่งคุยกันไม่รู้สึกแปลกหน้าหรือว่าเกร็งเลยคงเพราะอ่านไดอารี่กันมาเหมือนรู้จักกันมาก่อนหละมั้ง แล้วน้องพี่ไก่ก็ตามมาสมทบอีกคนคือน้องทิน คราวนี้คุยสนุกกันเข้าไปใหญ่ คุยเรื่องละครเกาหลี ญี่ปุ่น ทีนี้สี่ทุ่มที่คิดว่าจะกลับไปนอน จะกลับไปเปิดร้านหายไปโม้ดดด...น้องทินพาไปต่อร้านอะคูสติก ก็เป็นร้านฮิตร้านนึงเลยแต่ฮิตๆต้องร้าน kiss chanel แต่ไม่ได้ไปเพราะน้องปาล์มมาด้วยชุดนักเรียนเลยแปะไว้ก่อนคราวหน้าเจอกัน พี่ไก่ก็อยากไปพี่เค้าอยากเข้าใจว่าเด็กๆเค้าฮิตอะไรกัน อิอิ ที่ร้านอะคูสติกเพลงเพราะกว่าร้านแรกมากเพลงฝรั่งเพลงไทยร้องได้หมดแต่เสียงดังคุยกันไม่ค่อยได้ยิน ดีนะว่าไปร้านไพลินมาก่อนให้เราได้คุยกันก่อน ประมาณห้าทุ่มก็กลับค่ะ กว่าฉันจะเข้านอนก็เที่ยงคืนค่ะ
เช้าวันถัดมาตื่นสายออกจากห้องประมาณ 11 โมงไปกินแปะก้วยถึงเจ็บคอไม่อยากกินของหวานก็ต้องกินเพราะมิ้นก็บอกให้กินพี่แอร์ก็บอกว่ามีร้านอร่อยแต่ฉันจำไม่ได้หาไม่เจอก็เอาแบบเจอร้านไหนก็กินไปเลย แล้วก็ซื้อเกาลัดกลับบ้าน แล้วก็แวะเซ็นทรัลซื้อเสื้อลดราคา u2 ลด 50% อ่ะ กลับห้องเก็บของยัดจะไม่ลง กระเป๋าหนักมาก ออกจากโรงแรมมาถึงสนามบินโทรไปขอบคุณและร่ำลาพี่ไก่ บอกพี่ไก่ว่าตอนมาสนามบินเห็นซอยร้านเนตของพี่แล้วถ้าได้มาคราวหน้าจะไปหา แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้กลับกรุงเทพกันง่ายๆค่ะ ติดอยู่สนามบินสองชั่วโมงกว่าเพราะฝนตกหนักมากๆๆๆๆๆ ฟ้าปิดเครื่องลงไม่ได้(เราจะรับเครื่องเพื่อบินกลับลูกเรือเค้าก็จะลงนอนหาดใหญ่) เครื่องก็วนๆอยู่แต่ก็ไม่สามารถในที่สุดก็ไปภูเก็ตก่อนแล้วค่อยกลับมาหาดใหญ่อีกครั้ง เราถึงได้กลับกรุงเทพแต่ก็ยังไม่ได้กลับบ้านค่ะ พาเกาลัดในกระเป๋าไปเที่ยวเชียงใหม่หนึ่งรอบก่อนแล้วถึงจะได้กลับบ้าน
# # # # # # # # #
Evason Hua Hin
กลับจากหาดใหญ่วันรุ่งขึ้นไปปราณบุรีค่ะไปกับมิ้น ไปพักที่ Evason สวยมากเป็น resort & spa มิ้นเคยมาพักแล้วและโปรโมชั่นราคาพิเศษยังไม่หมดเขตก็เลยชวนฉันมาอีก ฉันเคยเห็นในหนังสืออยากจะมาพักแหละแต่เห็นราคาแล้วช็อคแต่เพราะเหลือคืนละ 2000 หารแล้วเหลือคนละ 1000 ฉันรึจะยอมพลาด(ไม่มีตังค์ก็ต้องยืมใครมาก่อนหละ)
ออกเดินทางประมาณเที่ยงเพราะมิ้นต้องไปบินตอนเช้าก่อนแล้วนัดเจอกันที่สนามบิน ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็ถึงที่พักฉันรู้สึกคุ้นๆที่นี่มากปรากฎว่ามันคือคลับอันเดียนาเก่านั่นเอง ไปถึงก็มีเครื่องดื่มมาต้อนรับ ชิมแล้วไม่รู้ว่าทำจากอะไรแต่อร่อยกว่าของที่เคยกินจากโรงแรมภูเก็ตกับหาดใหญ่ ถามๆดูบอกว่ามีน้ำทับทิมในส่วนประกอบด้วย ผ้าเย็นที่ให้มาก็มีกลิ่นตะไคร้สดชื่นดีรู้สึกแบบไทยๆด้วย การบินไทยน่าจะใช้กลิ่นนี้บ้างนะ เช็คอินเสร็จมีพนักงานพาเราไปส่งที่ห้องพัก ห้องที่เราพักเป็นห้อง standard เตียงคู่มีมุ้ง มีแอร์ มีทีวี มีระเบียง มีห้องน้ำเก๋ๆ แต่เก๋มากไปหน่อยคือผนังตรงอ่างอาบน้ำเป็นกระจกทั้งบานมองทะลุมาตรงห้องนอนอ่ะค่า เปิดเผยมั่กมากแต่ก็ปิดม่านได้ซึ่งม่านปิดจากข้างนอกนะ แต่มันก็ยังมีช่องว่างของขอบไม้กับผนังด้านนอกทำให้ม่านไม่แนบไปกับกระจกทีเดียวจะมีช่องตรงมุมห้องน้ำที่มองจากโถส้วมเห็นทีวีได้(สงสัยเอาไว้ให้คนนั่งส้วมดูทีวี) อีตอนอาบน้ำก็ต้องแบบว่าคนที่ไม่ได้อาบห้ามเดินเผ่นผ่านไปนอนบนเตียงนู่น แล้วประตูมันเป็นบานสไลด์ไม่ได้ปิดสนิทเสียงอะไรก็คงได้ยินโม้ด...ทำให้รู้สึกขี้หดตดหายมากเลย
เก็บของในห้องเรียบร้อยนอนเอขกนึดนึงมิ้นก็พาไปเดินชมสถานที่พาไปดูสระว่ายน้ำริมทะเล พาไปดูห้องน้ำ open air หนักกว่าห้องน้ำในห้องอีก ไม่มีเพดาน ใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆเพราะมีบ่อน้ำในห้องน้ำมีบัว มีกกให้ดูระหว่างทำธุระ แต่ก็ดีไม่ใช่ผนังกระจกอ่ะนะ เดินไปดูห้องฟิตเนสและเกมรูม มีนิตยสารให้ดู สนุกเกอร์ หมากรุกแต่ที่เด็ดคือมีอินเตอร์เนตไง ฉันเห็นมันต่อเนตอยู่เลยเข้าไดอารี่มาเขียนไว้นิดนึงไงหละ
แล้วเราก็ไปนอนเล่นที่เตียงในสนามหญ้ารับลมทะเลเย็นๆ และกรรโชกมาก ทะเลหนะไม่มีหาดให้เดินนะมันติดริมถนนเลยคลื่นซัดโครมๆน่ากลัวเชียว ประมาณหกโมงเย็นก็เดินไปกินอาหารทะเลใกล้โรงแรมชื่อครัวไทยหรืออะไรนี่แหละ ปลาหมึกนึ่งมะนาวอร่อยสุดๆ เดินกลับโรงแรมก็มืดแล้วเดินผ่านแถวร้านขายเครื่องประดับมันมืดและมีเงาอะไรไม่รู้กระดุกกระดิกบรื้อ..ปรากฎเป็นแมว แมวดำมีกระพรวนอยู่ที่คอมันเดินมาหาฉันด้วยแหละก็เลยถ่ายรูปด้วยกันมันก็มาหาถูกคนนะเพราะมิ้นกลัวแมวแล้วเราก็เดินเข้าไปดูเครื่องประดับในร้านเล็กๆกลางน้ำ มีกำไลเงินดูดีแต่เป็นของอิตาลีราคา 3000 ไว้ลองไปหาของไทยดูดีกว่าอาจถูกกว่า มิ้นชอบต่างหูมุกแต่คู่นั้นแพงไปใหญ่เป็นมุกสีดำราคาสองหมื่นหก!! ถ้าสองพันหกมิ้นคงซื้อไปแล้ว เดินดูสถานที่ตอนกลางคืนเค้าจะจุดเทียนดูนวลตาดี กลับห้องอาบน้ำนอนค่ะพรุ่งนี้เช้าจะไปว่ายน้ำ
ตื่นเช้าวันถัดมาเพราะฉันดูนาฬิกาผิดเห็นหกโมงครึ่งเป็นเจ็ดโมงครึ่งเราเลยมีเวลามากขึ้น(เป็นความดีใช่มะเนี่ย) มิ้นเตรียมตัวไปว่ายน้ำฉันก็เตรียมตัวไปนอนข้างสระน้ำเอากระบุงของที่โรงแรมใส่ของไปแทนถุงของเราให้มันเข้ากับสถานที่(เป็นกระเป๋าสานจากกระจูดใบใหญ่มากๆมีให้ในห้องแขกโรงแรมก็เอาใส่ของเดินไปมา) ที่สระว่ายน้ำมีเก้าอี้นอนเยอะแยะและปกติจะมีบริการเช่นคีบแตงโมแจกแต่ถ้าใครไม่อยากได้รับบริการใดๆเค้าจะมีสัญลักษณ์ do not disturb เป็นสร้อยลูกประคำให้เอาไปห้อยที่ตะขอหลังเก้าอี้ ฉันไม่ได้ว่ายน้ำแต่ก็อยากเล่นน้ำก็เลยเดินเล่นตรงทางเดินกลางสระน้ำให้น้ำผ่านเท้าเราไป น่าจะเอาชุดว่ายน้ำเอามาแล้วจะว่ายหรือไม่ว่ายก็ได้ แต่ไม่เอามาก็อดว่ายอย่างเดียว มิ้นว่ายน้ำเสร็จกลับไปอาบน้ำที่ห้องฉันก็เดินเล่นถ่ายรูปรอแถวสระน้ำ(อาบน้ำคนเดียวในห้องน่าจะสบายใจกว่า) แล้วเราก็ไปทานอาหารเช้ากันกินกันนานเลยหละมีลมทะเลพัดมากระทบกับร่างกายรู้สึกดี กินเสร็จก็ไปเดินเล่นอีกแล้วก็ไปนอนที่ชั้นสองของศาลาใกล้สระน้ำลมเย็นทำเอาเกือบหลับไปเลย มีแมวแม่ลูกอ่อน(ลูกตัวเดียวด้วย)เดินมานอนใต้เตียงเจ้าลูกมันนะหมอบแล้วก็ขู่ฟ่อๆเวลาเราเข้าไปใกล้น่ารักดี ตอนถ่ายรูปมันก็หลบซะอีก นอนเพลินๆประมาณเที่ยงก็กลับห้องเก็บของเดินทางกลับกรุงเทพค่ะ
มื้อกลางวันเราแวะหัวหินกินอาหารทะเลอีกมื้อที่ร้านเจ๊เขียวโป๊ะแตกอร่อย ปลากระพงทอดราดน้ำปลาก็อร่อย ที่ทะเลนี้มีหาดด้วยฉันมันเด็กดอยขอลงไปถ่ายรูปกับทะเลหน่อย กลับถึงบ้านประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ อยากจะไปอีกจังแถมตารางบินตอนปลายเดือนก็มีวันหยุดที่เป็นวันเสาร์อาทิตย์ด้วยแหละ อยากไปแต่พี่บอกให้ประหยัดตังค์
Sunday, October 13, 2002
ไฟล์ทวันนี้รู้สึกดีถึงแม้จะเป็น 415 ไปกัวลาฯที่ใครๆก็ไม่ชอบแต่เพราะไปกับอาร์ตเพื่อน trainee เราเคยไปตรวจสุขภาพรอบสองด้วยกันลุ้นมาด้วยกันเลยหละและพี่รัตน์ พี่ตั้ว พี่แก้วก็น่ารักพี่ๆครัวหลังก็น่ารัก IM, Purser ก็ใจดีแต่ฉันคออักเสบไปบินตอนที่ลดระดับหูอื้อทั้งสองข้างและสุดท้ายก็ปวดหู ตอนนี้หูก็ยังไม่เคลียร์ดีอึดอัด ตอนนี้ปวดหัวและปวดหูทรมานมีแววจะปวดท้องอีกต่างหาก กินพาราแก้ปวดไม่อยากจะกินยาร้อกขนาดเจ็บคอยังไม่กินยาแต่ป่วยซ้ำซ้อนเกินไปนี่พยายามขยับกรามเพื่อให้หูเคลียร์จนกรามจะเบี้ยวยังไม่หาย...อึดดดดอัดดดด
Thursday, October 10, 2002
Wednesday, October 09, 2002
Sunday, October 06, 2002
หลังจากไม่ได้บินมา 6 วันเพราะวันหยุดและวัน standby ไม่ไดนเรียกแต่เมื่อวานโดนเรียก standby ให้ไปบิน Denpasa (DPS) เกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซีย ไฟล์ทไทม์ประมาณ 4 ชั่วโมง ผู้โดยสารส่วนมากเป็นฝรั่งและญี่ปุ่นการทำงานก็ไม่วุ่นวายอะไร แต่ขากลับ cognac ขายดี(จะเสริฟหลังชากาแฟในอาหารมื้อ lunch/dinner/supper)เพราะปกติที่เคยเสริฟ์ในไฟล์ทอื่นๆไม่ค่อยมีใครดื่มเลย
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มานอนที่นี่ ยัง ยังไม่ต้องอิจฉาแค่นอนกลางวันในเครื่องนั่นแหละ ฮ่า ฮ่า เครื่องไปจอดที่นั่นประมาณสามชั่วโมงจะได้นอนพักประมาณ 1 ชั่วโมงไม่อยากเชื่อว่าจะหลับได้แต่ก็หลับทั้งสองครั้งที่มาคงเพราะตื่นเช้านั่นแหละ(ตื่นตีห้าเพราะต้องเช็คอินก่อน 6.40 นอนห้าทุ่มแล้วยังนอนหลับๆตื่นๆอีกต่างหาก) คราวนี้ซื้อสละกลับมากินด้วยพี่ๆบอกว่าไม่อร่อยหรอกแต่ถ้ายังไม่เคยกินก็ลองดู สละบ้านเค้าจะอ้วนๆเนื้อกรอบมากเหมือนแอปเปิ้ลกาล่าเนื้อก็ไม่ติดเม็ดหอมเหมือนสละๆนี่แหละแต่จืดสละบ้านเราอร่อยกว่ามาก(สวรรค์แล้วหละเมืองไทย อะไรๆก็อร่อยแถมถูกกว่า)ราคาขายสละบาหลี(เรียกให้มันหรูๆไปงั้นก็สละอินโดนั่นแหละ) 1 กิโล 100 บาท จ่ายด้วยเงินไทยได้ด้วย จะมีคนมารับออเดอร์แล้วก็เอามาส่งตอนก่อน board ผู้โดยสาร
พรุ่งนี้บินแบบแพคเกจสองวันไปร่างกุ้งหาดใหญ่เชียงใหม่กรุงเทพ ไปค้างหาดใหญ่ไม่รู้จะได้ไปเจอพี่ไก่ littlehen หรือเปล่านะ
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มานอนที่นี่ ยัง ยังไม่ต้องอิจฉาแค่นอนกลางวันในเครื่องนั่นแหละ ฮ่า ฮ่า เครื่องไปจอดที่นั่นประมาณสามชั่วโมงจะได้นอนพักประมาณ 1 ชั่วโมงไม่อยากเชื่อว่าจะหลับได้แต่ก็หลับทั้งสองครั้งที่มาคงเพราะตื่นเช้านั่นแหละ(ตื่นตีห้าเพราะต้องเช็คอินก่อน 6.40 นอนห้าทุ่มแล้วยังนอนหลับๆตื่นๆอีกต่างหาก) คราวนี้ซื้อสละกลับมากินด้วยพี่ๆบอกว่าไม่อร่อยหรอกแต่ถ้ายังไม่เคยกินก็ลองดู สละบ้านเค้าจะอ้วนๆเนื้อกรอบมากเหมือนแอปเปิ้ลกาล่าเนื้อก็ไม่ติดเม็ดหอมเหมือนสละๆนี่แหละแต่จืดสละบ้านเราอร่อยกว่ามาก(สวรรค์แล้วหละเมืองไทย อะไรๆก็อร่อยแถมถูกกว่า)ราคาขายสละบาหลี(เรียกให้มันหรูๆไปงั้นก็สละอินโดนั่นแหละ) 1 กิโล 100 บาท จ่ายด้วยเงินไทยได้ด้วย จะมีคนมารับออเดอร์แล้วก็เอามาส่งตอนก่อน board ผู้โดยสาร
พรุ่งนี้บินแบบแพคเกจสองวันไปร่างกุ้งหาดใหญ่เชียงใหม่กรุงเทพ ไปค้างหาดใหญ่ไม่รู้จะได้ไปเจอพี่ไก่ littlehen หรือเปล่านะ
Subscribe to:
Posts (Atom)