Friday, August 30, 2002

ความคิดที่เคยได้ฟังจากพี่สจ๊วตคนนึงว่าส่วนหนึ่งที่เค้าชอบงานนี้เพราะถ้าในไฟล์ทไม่ชอบใครจบงานแล้วก็ไม่ต้องเจอกันอีก(น้อยมากที่จะเจอกัน)ไม่เหมือนงานออฟฟิศที่ต้องเจอกันทุกวันทุกวัน ฉันคิดว่าฉันก็ชอบงานนี้เพราะส่วนนี้ด้วยเหมือนกัน(แต่ถ้าเจอคนที่ชอบก็ยากที่จะได้เจอกันอีกหนะสิ...ว้า)

วันนี้บินไปฮานอยมีเพื่อน trainee คือป๊อปจากห้องหนึ่ง ในไฟล์ทพี่ๆก็ดีแต่มีคนนึงที่แปลกๆนิสัยไม่น่ารักเอาซะเลยว่างั้นเถอะ ตั้งแต่บินมาก็ไม่เคยเจอพี่แบบนี้(สาธุต่อไปก็อย่าเจอเลย) พอกลับมาถึงกรุงเทพฉันกับป๊อปและพี่อีกคนนึงไม่ได้ไปต่อ(ไฟล์ทนี้เป็นชุดบินไปค้างเชียงใหม่กับปีนังแต่ sector ต่อๆไปเค้าเปลี่ยนไปใช้เครื่องที่ฉันกับป๊อปบินไม่ได้) ซึ่งดีใจมากไม่ต้องเจออะไรที่กระทบความรู้สึกดีๆถึงสามวันสองคืน แต่พี่ purser เป็นรุ่นพี่(สุดๆ)จากมช.(ป๊อปก็จบจากมช.) ถ้าไปค้างเชียงใหม่ด้วยกันคงดี คงจะเป็นแบบยกโขยงไปกินข้าวเย็นด้วยกันอะไรแบบนั้น

กลับจากบินก็นอนหนึ่งตื่นแล้วออกไปดู About a boy กับพี่กอล์ฟเพิ่งจะเห็นว่าฮิวจ์แกรนท์ ดูดีแฮะ(แต่หน้าเหี่ยวๆนะ) เด็กในเรื่องก็น่ารักดี หนังก็ดีตลกมีแนวคิด ฉันชอบความคิดเรื่องการแบ่งเวลาเป็นหน่วยหน่วยละครึ่งชั่วโมงของพระเอกและกิจกรรมแต่ละอย่างเค้าก็ใช้เวลาไม่เท่ากันที่เค้าทำแบบนี้เพราะชีวิตจะได้ไม่เชื่องช้าเกินไป ฉันก็น่าจะทำแบบนั้นบ้างเพราะจะได้ไม่เอื่อยเฉื่อยนัก ว่าแล้วก็ไปนอนซัก 16 –20 หน่วยคงจะดีพรุ่งนี้มีบินตอนเย็นไปสุราษฎ์

ป.ล ไปมิดไนท์เซลไม่ซื้อยาทาเล็บ(ดีแล้วแพงจะตาย)แต่ซื้อบ้าบออะไรไม่รู้(รู้ดิ...เครื่องสำอางค์ง่ะ)หาเรื่องเสียเงินจริงๆ อุตส่าห์จะกดยอดหนี้ลงดันใช้เกินวงเงินไปซะอีก(เค้าเพิ่งจะเพิ่มวงเงินให้สร้างหนี้มาให้อีก 6000)

Wednesday, August 28, 2002

ฉันคงเริ่มจะชินกันการอยู่ในอากาศนานๆแล้วหละมั้งเพราะกลับมาแล้วไม่สิ้นสติสลบไสลเหมือนแรกๆ วันนี้ไฟล์ทเด็ดด้วยหละก็เลยอยากจะบันทึกไว้ซะหน่อย ไฟล์ท 313/314 BKK- CCU v.v (ไป-กลับ กรุงเทพ – โกลกัลตา อินเดีย) ไฟล์ทที่ร่ำลือว่าเหนื่อยม้ากมาก

เริ่มจากการไปเช็คอินตอน 9:40 (เวลาเครื่องออกคือ 11:40 แต่ต้องเช็คอินก่อนบิน 2 ชม.) ฉันไปถึงตั้งแต่แปดโมงนิดหน่อยเจอพี่บิ๊กที่เคยไปบินด้วยกันถามว่าทำไมมาเร็วจัง ฉันคงเพราะalertหนะสิกลัวมาเลท(พอบอกเบอร์ไฟล์ท พี่บอกว่าทำไมเจอเราทีไหนไฟล์ทโหดๆทุกที..นั่นไง confirm ความโหดอีกคนแล้วมะ)มาถึงเร็วก็ดีมีเวลากินข้าว ทำใจ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย(ใครหละชอบห้องน้ำในเครื่องแถมไฟล์ทนี้แขกนะจ๊ะนาย) แต่ยังไม่เอา schedule เดือนหน้าเก็บไว้ให้ตื่นเต้นตอนบินกลับมาค่อยไปเอา

ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเซ็นชื่อที่ SV กะแล้วเชียวว่าวันนี้ต้องเจอพี่หม่อง(ฉันเคยโดนพี่เค้าติเรื่อง appearance แบบว่ากินข้าวแล้วลิปสติกหลุดไม่ได้เติมก่อนจะไปเซ็นชื่อ โดนซะแล้วก็เรื่องติดกิ๊บ) เห็นพี่เค้ากำลังคุยๆฉันเซ็นชื่อเสร็จคิดว่าย่องหนีดีกว่าก่อนจะโดนอะไรเข้าอีก(แต่วันนี้ก็ทาปากเด้งนะคะขอโบวก) ออกมาห่างจากโต๊ะเซ็นชื่อแล้วเชียวพี่เค้าเห็นพอดีเลยเรียกให้กลับไปคุยด้วยแต่คราวนี้พี่เค้าชมนะว่าดูดีขึ้น อิอิอุอุ เทคนิคปากเด้งมันเวิร์ค....

ไฟล์ทนี้มี trainee 3 คนฉันกับสจ๊วต 2 คนโจ้กับต้อม ฉันอยู่ครัวหลังไฟล์ทนี้ใช้เครื่อง A330 ครัวหลังกว้างขวางดี ชอบ ชอบ (สังเกตุง่ายๆว่าเป็น A330 คือ Airbus ที่มีห้องน้ำอยู่ตรงกลางของชั้น economyข้างละ 2 ห้องแล้วก็ข้างหลังก็มีอีกข้างละห้อง ถ้าเป็น A300 ห้องน้ำอยู่ท้ายเครื่อง) แล้วก็ไม่โดน evaluate ด้วยเพราะ IM อยู่ข้างหน้า พอเริ่ม board สิ่งที่ได้ยินมาว่าผู้โดยสารจะขอมาก ขอทุกอย่าง ก็เห็นว่าจะเป็นจริงเพราะขอน้ำกันตรึม มาขอถึงครัวเลยแล้วก็ขอตามๆกัน บางคนระบุด้วยนะว่าขอ juice ตอนแรกก็เสิรฟทีละ 3 แก้วใส่ small silver tray(มันใส่ได้แค่นั้น) ไปๆมาๆเอาถาดใหญ่ออกไป serveกันเลยดีก่า พอเครื่องขึ้นถึงตอนที่บริการจริงๆ ฉันมีหน้าที่ประจำรถ drink แถมรถ drink ข้างหลังเป็นแบบรถ sport คือเป็นแบบ half-cart เดินคนเดียวทำ drink ไม่ทันเลยหละ ผู้โดยสารขอไม่เกรงใจกันเล้ย บางคนก็ขอทีเดียว 3 อย่างพอเสริฟเสร็จพี่กก็ขอเพิ่มอีกอย่าง ต้องบอกว่ารอก่อนนะก็ผู้โดยสารคนอื่นเค้ายังไม่ได้ซักกะ drink เลยนี่นา ตอนก่อน landเคลียร์ของในครัวท่านผู้โดยสารก็ตามไปขออีก เค้าจะขอทุกอย่าง อย่างนึงไม่มีก็จะขออย่างอื่นต่อๆไปจนกว่าจะมีอะไรซักอย่างขนาดนั้นเลย พอ land ที่ CCU พี่โต๊ะ puser นี่โชคดีนะเนี่ยไฟล์ทนี้ถือว่าผู้โดยสารดีขอน้อย(ตรงไหนเนี่ย ?? แล้วถ้ามากจะเป็นไงเนี่ย)

ตอนเขากลับก็เหมือนเดิมแต่มากกว่าพี่โต๊ะว่าขาไปเป็นระดับ(การขอแบบ)อนุบาล ส่วนขากลับเป็นระดับประถม เพราะขอหนักทุกอย่างหมดค่ะ เบียร์ น้ำอัดลม วิสกี้ ปากกา ไพ่ หวี แถมมีการข่มขวัญกันด้วยคือผู้โดยสารผู้หญิงคนนึงขึ้นเครื่องมาเค้าขอ letter to president เลย โอ้...น่ากลัว แถมนั่งทางซีกที่ฉันทำงานซะด้วยแล้วคุณพี่เค้าก็เอาจริงเพราะตอนที่ disembarkที่กรุงเทพ เค้าส่งจดหมายที่ปิดผนึกให้พี่อวน แล้วพี่อวนส่งมาให้ฉันบอกว่าจากผู้โดยสารของฉัน ง้า...อยากจะแอบอ่านจริงๆคุณพี่เขาเขียนอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย เขียนถึงเราป่าวเนี่ย(อยากรู้เว้ยแต่ก็ส่งให้ purser) ง้า..ไม่โดน evaluate แต่โดน letter to president เลยนะ ฮือ..ฉันเปิดเบียร์กระฉูดโดนผู้ชายที่นั่งข้างคุณพี่เค้าตั้งสองทีแหนะ...เฮือก

พอมาถึงกรุงเทพมานั่งรถกลับ crew center คิดๆไปก็หัวเราะกับโจ้ มันวุ่นไปโม้ดขอกันมากจนจะเม้งแตกแต่คิดแล้วก็ตลกดี มันเป็นการวัดความอดทนและการสะกดอารมณ์เลยหละ พี่โต๊ะบอกว่าระดับการขอหนะมันมีมัธยมด้วยพวกไฟล์ทเดลี บอมเบย์ นั่นเลยเดือนหน้าฉันมีบินบอมเบย์จ้า แต่ก็มีไปโอซาก้าด้วย(สุดยอด) แล้วก็มีไฟล์ท combo ที่ค้างเชียงใหม่กับสิงค์โปร เย้กลับบ้านอีกแล้ว

เริ่มปวดหัวแล้วแต่จะดู x-files ก่อนพรุ่งนี้หยุดจะไปออกกำลังกายเสริมสร้างพลังให้แขนซะหน่อยจะได้มีแรงลากรถกับถือของหนักๆ(ถาดอาหาร,กาชา-กาแฟ เป็นต้น)

ป.ล midnight sale เซ็นทรัลจะไปซื้อยาทาเล็บ หนอยแหนะพี่โต๊ะบอกว่าสียาทาเล็บเราดูถูกๆ(ก็ถูกจริงง่ะ 123 บาท :P) พี่เค้าบอกว่ามันสีแดงธรรมดาไม่เห็นมีมุกๆเลยทำไมไม่ใช้ mac(แพงอ่ะสิพี่) ทำเราเสีย self ออกจะแดงแปร้นถูกตามกฎเลยนะเนี่ย ยังตอกย้ำเราอีกนะว่ามันธรรมดาแบบเปรียบเหมือนรถสีธรรมดากับสีลูไซท์ ฮือ..

Monday, August 26, 2002

เรียบร้อยบินไปสิงค์โปรสามไฟล์ทติดกันมีให้เลือกสามแบบ แบบแรกที่เป็น combo แวะหาดใหญ่ค้างเชียงใหม่ ค้างสิงค์โปร์ แบบที่สองแวะภูเก็ต(ดูทะเลจากบนฟ้าสวยจริงๆ)นอนสิงค์โปร์ แบบที่สาม direct flight ไปแล้วกลับเลย ชอบแบบแรกถึงจะเหนื่อยแต่ได้กลับบ้านแล้วก็ได้อยู่สิงค์โปร์วันนึงมีเวลาไปเดินดูอะไรเล่น

เมื่อวานที่ไปสิงค์โปร์คือไฟล์ท 411/412 มี trainee ตั้ง 4 คนแหนะ มีบอย ทิพ ฉัน และขวัญจากห้อง 1-2 ก่อนจะบินได้ฟังคำร่ำลือว่าเป็นไฟล์ทเหนื่อยซึ่งตอนขาไปฉันว่าก็โอเคดีนี่น่ามาเจอตอนขากลับนี่แหละ ฉันคิดว่าสบายแล้วน่าไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษมากเพราะว่าคนไทยเยอะแต่ก็ request เยอะด้วยเหมือนกัน ขอนั่นขอนี่แบบไม่ว่างเว้นกันเลย ไม่รู้เพราะไฟล์ทเบอร์นี้หรือว่าเพราะวันนี้กันแน่ ไว้รอดูคราวหน้า

ขนาดบินได้ไม่นานแต่จากไฟล์ทต่างๆที่ผ่านมาฉันสังเกตุได้ว่าคนไทยเป็นคนที่ติดโทรศัพท์มือถือมากกว่าใครเค้าเลยทั้งที่โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์นึงที่ห้ามใช้ตลอดเวลาที่อยู่ในเครื่องเพราะมันรบกวนระบบนำร่องและระบบสื่อสารและระบบของเครื่องบิน แต่ปรากฎว่าตอนเดินเข้าเครื่องมาบางไฟล์ทแทบจะเปิดมือถือกันหมดแล้วยังโทรออกอีกต่างหากและส่วนใหญ่พอถึงที่หมายปุ๊ปจะเปิดปั๊ป ฉันเลยคิดว่าความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเครื่องบินก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้เพราะมันหมายถึงความปลอดภัยของทุกคนที่เดินทางพร้อมกันเรา

อุปกรณ์อิเลคโทรนิคที่ห้ามใช้ตลอดเวลาที่ on board (ไม่ว่าก่อนออกเดินทางหรือถึงที่หมายแล้วแต่ตัวยังอยู่ในเครื่อง)
Radio transmitters, walkie-talkies, mobile phone, portable radio controlled toys, radio and television receivers, citizen band radios, pagers, electronic toys

อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตอน cruise (15 นาทีหลัง take off ถึง seat belt sign on ก่อน landing)
Portable video equipment, laptop or portable PC without printer, cassette/CD/DVD/MD players(with headphones only), electronic games, electronic calculators, electronic shavers

อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตลอดไฟล์ท
Hearing aids, heart pacemakers, electronic watches and properly certified operator equipment

ป.ล วันนี้ต้อง standby2 ต้องอยู่บ้านรอเผื่อถูกเรียกบิน ฉันหละต๊กกะใจเวลาโทรศัพท์ดัง มีลุ้นไปถึงสามทุ่มอ่ะค่า(เริ่มจากเที่ยงวัน)

Sunday, August 18, 2002

ตอนนี้อยู่บ้านเชียงใหม่ได้เจอแม่เจอน้องเจอแมว ดี ดี ได้กลับบ้านในหน้าที่ประหยัดดีแต่เวลาน้อยมาถึงเชียงใหม่บ่ายโมงครึ่ง กว่าจะมาถึงต้องไปหาดใหญ่ก่อนแล้วกลับไปกรุงเทพอีกรอบถึงจะเป็นไฟล์ทสั้นๆแต่บินติดกัน 3 hop จะแย่ ไฟล์ทนี้มีเพื่อนรุ่น2002มาด้วยแต่เค้าอยู่ห้อง1-2 ก็ยังดีไม่เป็น trainee คนเดียวเหี่ยวแห้ง

ไฟล์ทก่อนหน้านี้ไป LHE( ลาฮอ ปากีสถาน) เช็คอินตอนหกโมงเย็นไปถึง Crew center เย็นๆ อาการงัวเงีย(เพิ่งตื่นนอนมา)และบรรยากาศเหมือนเหงาๆไม่เจอคนรู้จักเลย ต้องทำงานกลางคืน(เครื่องออกสองทุ่มไปถึงปากีสถานเที่ยงคืนกว่าแล้วรับผู้โดยสารกลับมาเลยถึงกรุงเทพ 6:20 AM) เป็น trainee คนเดียวในไฟล์ท รู้สึกเหี่ยวและเครียดกลัวทำไม่ดี ยังดีว่ามีต้นไปด้วย(เพื่อนมหา’ลัย)แต่เค้าเป็น copilot ได้เจอกันก็ตอนที่จอดที่ปากีสถานถึงได้เดินมาคุยกัน เวลาไปคนเดียวมันเหี่ยวใจจริงๆ กลับจากไฟล์ท combo นี้(พรุ่งนี้ออกจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพต่อไปหาดใหญ่แล้วไปค้างสิงค์โปร์ วันที่ 20 ถึงจะกลับจากสิงค์โปร์มาหาดใหญ่แล้วเข้ากรุงเทพ)ไปบินแบบไม่รู้จะเจอคนรู้จักหรือเปล่า 1 ไฟล์ทก็จะได้เจอทิพกับบอยเพื่อนร่วมห้องสองคนพร้อมกันเลยในไฟล์ทถัด :)

เย็นนี้จะไปกินข้าวกับแม่กับปุ๊กที่ river side ซะหน่อยอยากกินไอติมกล้วยหอมทอด แล้วก็กลับโรงแรมนอน..นอนบ้านลำบากแม่น้องต้องตื่นเช้าไปด้วย อยากอยู่บ้านนานๆเน้อ

Tuesday, August 13, 2002

ผ่านไป 3 วันบินมาแล้วรวม 3 ไฟล์ท วันแรก(หลังจบ)บินไป CAN (3 letter code ของกวางเจา) ทำตำแหน่งครัวหน้าได้รับผู้โดยสารที่ปากประตูพูดภาษาอังกฤษไม่ทันเล้ย..จะ this way sir, go that way sir มั่วไปโม้ด ชั่วโมงบินนานแต่งานก็เต็มชั่วโมงบินนั่นแหละ ยังดีที่มีมานพ(เพื่อนรุ่นเดียวกัน)ไปด้วย ทำอะไรชักช้าก็มีคนรอ จบไฟล์ทแรกกลับมาพัก 1 วัน

วันที่ 12 บินไปกัวลาฯ(อีกแล้ว)ไฟล์ทนี้โดนประเมินการทำงานด้วย ไม่มี 2 (คะแนน ถ้าได้สองแปลว่าไม่ดีต้องโดน contact) จริงๆโดนเช็ค emergency ตั้งแต่ในห้อง brief แล้วหละดีนะว่าตอบได้ถ้าใครตอบไม่ได้ต้องโดนให้ไปเรียนใหม่ แต่ประเมินผลการทำงานหนะ IMV ไม่ได้บอกก่อนหรอกนะเค้าเอาใบคะแนนมาให้เซ็นรับทราบก่อนจะลงกรุงเทพ เพราะกลับมาถึงกรุงเทพตั้งแต่บ่ายสองโมงครึ่ง ก็เลยให้พี่พาไปกินไก่กะต๊าก...อยากกินอะไรแซบๆเด้อแล้วก็กลับบ้าน อ่ะนะ อยากจะไปเที่ยวนิดหน่อยก็ขอให้ได้ไปเต๊อะ จริงๆง่วง..หลังบินมึนและง่วงทุกทีมันปกติหรือว่าฉันผิดปกติกันนะ ก่อนนอนอุตส่าห์เอาไสยศาสตร์เข้าข่มว่าถ้าลูกไม่โดนเรียกนะจะถวายแอ๊ปเปิ้ลลูกใหญ่ๆเล้ยยยยย แล้วก็เข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่ม ปรากฎว่าห้าทุ่ม OD (หน่วยเรียกลูกเรือไปบิน)โทรมาบอกว่าวันนี้ให้ไปบินบรูไน งัวเงียรับปากไปแล้วก็มาเปิดตารางบิน...เอ๋เครื่อง 734 เราไม่ได้เรียนนี่หน่า ไม่ไหวหละง่วงแล้วพรุ่งนี้ค่อยไปดูกัน

ตอนเช้าตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้า เล็บก็ไม่ได้ทา หน้าแต่งไม่ทัน ปัดๆหน้าในรถแท็กซี่มืดก็มืดมองไม่เห็นแต่จะลงรถไปเช็คอินแบบหน้าเปล่าๆไม่ได้หรอกม้างงงง รีบรูดบัตรแล้วไปทาเล็บในห้องน้ำ พอไปเซ็นชื่อ(เหมือนเช็คอินอีกครั้งปรากฎว่าเค้าเปลี่ยนเครื่องมาใช้ AB7 เราเลยไปบินได้ไง กลับมาอยากสลบเช่นเดิม ปวดขามากๆ
พรุ่งนี้วันหยุดจะไปซื้อคัทเตอร์เล็กๆ(ไว้ตัดนั่นนี่ตอนเตรียมงาน)กับที่รัดขาเผื่อมันจะช่วยให้ไม่ปวดขามาก

ไปนอนก่อนดีฝ่า ดีไม่ดีอาจโดนเรียกบินได้เพราะวันหยุดเค้าก็อาจขอให้เราไปบินได้ซึ่งเราจะได้เป็นความดีความชอบไป

Saturday, August 10, 2002

เรียนจบแล้ว!!!! เมื่อวานมีงานรับประกาศฯตอนเช้า ส่วนตอนเย็นมีงานเลี้ยง เรียนจบปุ๊ปวันนี้บินเลยในฐานะ trainee (ทำงานจริงมีตำแหน่งกำหนดให้)
เพิ่งกลับมาง่วงและปวดเท้า ขอนอนก่อนจ้าแล้วจะมาเล่า

Tuesday, August 06, 2002

การสอบผ่านพ้นไปแล้ว จบแน่นอน !!!! แต่งานจบไม่มีคนไปเนี่ยสิ ตอนแรกแม่ผ่าตัดให้น้องมาคนเดียวปรากฎหมอนัดดูแผลวันเสาร์น้องก็ต้องอยู่พาแม่ไปหาหมอ พิธีจบมีวันศุกร์อีกต่างหากใครเค้าก็เรียนก็ทำงานกันโม้ดเหลือน้าป้อม(ทำงานอยู่บ้าน)กับพี่(โดดงานได้อยู่แล้ว)นี่แหละ หลอกเพื่อนโดดงานไปถ่ายรูปกับเราดีฝ่า นวระมาเมืองไทยพอดีแต่เค้าจะว่างมาถ่ายรูปกับเรามะน้า

ก่อนสอบหนะเครียดเหมือนกัน ดู flow การเสริฟอาหารมื้อต่างๆ ดูยังไงก็ไม่จำพาลสงสัยว่าเซลสมองมันตายไปหมดแล้วรึไง แต่ก็ดีที่ครูแบ่งให้เขียน flow ของเครื่อง AB7 ตอนเช้า 3 มื้อ เครื่องA330 ตอนบ่าย 3 มื้อ ถ้าเขียนพร้อมกัน 6 flow chart ตีกันตาย ข้อสอบวงกลมก็โอเคทำได้ไม่มีปัญหา(ทำไม่ได้ก็มีอะไรให้เดา) ทำข้อสอบตอนเช้าเสร็จตรวจกันเห็นๆจะได้รู้ว่าตอนบ่ายต้องทำคะแนนอีกเท่าไหร่จะได้ไม่สอบตก

ตอนนี้ก็สบายใจแล้ว(ค่อยไปหนักใจตอนทำงานจริง)เหลือแต่ทำ portfolio กับเขียนจดหมายถึงเพื่อนในห้อง เขียนจดหมายถึงครู(สิริรวม53 ฉบับ) เขียนจดหมายขอบคุณผู้โดยสารที่สัมภาษณ์เค้าตอนไปบินดูงานอีก 8 คน

พรุ่งนี้เรียนหนังสือไม่ต้องแบกกระเป๋าใหญ่ไปแล้ววันพฤหัสทำ appraisal II คราวนี้ appearance จะได้เท่าไหร่น้อ มิ้นท์(ได้สองครั้งก่อนมาเหมือนกัน) บอกว่าได้สองอีกที ลาออกดีฝ่าสงสัยจะแย่มากจริงๆ

Sunday, August 04, 2002

วันก่อน Emporium midnight sale ฉันกับพี่ไปเดิน window shopping ดูนาฬิกา เวอร์ซะไม่มีเดินเข้าไปดู rolex เนี่ยนะ แต่งตัวก็สำเหมาสุดฤทธิ์แต่คนที่ร้านเค้าก็ดีนะยิ้มแย้มต้อนรับดีนะ ราคาแต่ละเรือนหละแสนขึ้นทั้งนั้น ยังเว่อร์ไม่พอเดินไปดูร้าน pendulum ดูนาฬิกาที่อยากได้ พระพุทธเจ้า!!! 47000 บาท ลดแล้วนะนั่น เลิกเว่อร์ได้แล้วไปดูยี่ห้ออื่นกันดีกว่า tag เอย iwc เออ Gucci เอย Seiko ยี่ห้ออื่นอีกสารพัดสนุกดี แพงนะแต่เพราะไปเจอเป็นแสนมาก่อนเจอแบบหมื่นๆเหมือน(แค่เหมือน)ถูกเลย เดินดูอะไรเว่อร์ๆแบบนี้ก็บ้าๆดีนะ ของที่ใช้บอกเวลาเหมือนกัน 199 หรือพันหรือหมื่นก็บอกเวลาได้เหมือนกันแต่ว่าความเป็นจริงๆคนที่เค้าซื้อของแพงๆเค้าไม่ได้ต้องการแค่รู้เวลาแล้วหละอาจจะเป็นรสนิยม ความสบายใจ อะไรทำนองนั้น แต่ตอนนี้ฉันต้องการเวลาแล้วทำไมน้องนาฬิกาของฉันต้องน้อยใจตายไปซะเฉยเลย วันนี้ตอนบินผู้โดยสารถามเวลา อะไรฟระนาฬิกาเรายังเที่ยงสิบห้าอยู่เลย ทั้งที่มันบ่ายสองไปแล้ว โธ่หนูจ๋าไม่น่ามาตายตอนนี้เลยพี่ต้องเสียเงินไปเปลี่ยนถ่านซะอีก ตังค์กินข้าวไม่ค่อยจะมีแล้ว

วันนี้บินไปกัวลาฯ เครื่อง A330 ซึ่งมี IM ไปด้วย ไฟล์ทที่ไปมีครูแซม ครูเป็น IMV คือ inflight manager ที่เป็น instructor ด้วยกลัวหละสิเกิดครูเช็คความรู้ขึ้นมาหละอาจแย่ ซึ่งพอขึ้นไปก็โดนเลยเพราะเก็บกระเป๋า overnight bag ไม่ถูกที่จะเก็บตามพี่ พี่เลยโดนไปด้วยเลย(ขอโต้ดดด) ต่อไปนี้จำแม่นเลยว่าเครื่อง A330 ให้เก็บกระเป๋าที่ bin สุดท้ายของโซน ตอนรอรับผู้โดยสารขากลับจากกัวลาฯ ครูก็ทดสอบความรู้เรื่องรถ drink แบบเหล้าอะไรขวดไหนผสมยังไงหนะ ครูบอกว่าเด็กใหม่มีปัญหาทำ drink ช้าเพราะไม่รู้ว่าอะไรขวดไหนอยากจะให้หยิบให้ถูกๆไม่ใช่หยิบขึ้นมาดู

เรื่องการทำงานในชั่วโมงบินสั้นแต่เสริฟอาหารเกือบสมบูรณ์แบบ(ขาดแต่ไม่ออกรถ drink ออกเป็นถาดแทน) ต้องทำงานเร็วซึ่งพี่ๆทำงานเร็วมาก ถ้าฉันไม่มีพี่ดูแลจะทำได้ไหมเนี่ย( purser ให้ฉันกับอิดทำงานแบบมีพี่ประกบเราเลยแยกกันคนละครัว ฉันเลยไม่มีคนดูแลเวลาเมาเครื่อง แต่ครั้งนี้ก็ไม่เมาเพราะขึ้นไปก็กินยากันไว้ก่อน) กลัวตอนตัวเองเป็น trainee จังเลย ไปคนเดียวด้วยไม่มีเพื่อนในรุ่นอีกต่างหาก

กลับจากไฟล์ทหลับไปตั้งแต่บ่ายสี่โมงถึงทุ่ม

ป.ล สอบ final วันที่ 6 ยังไม่ได้อ่านอีกตามเคย

Friday, August 02, 2002

ไม่มีเรียนอีกแล้วเมื่อวานเป็นวันสุดท้ายของการเรียน เรียนภาษาอังกฤษมา 5 วันสนุกดี คือการได้ความรู้ใหม่ๆได้ไอเดียในการแก้ปัญหาบนเครื่อง(รวมทั้งการไปช้อปปิ้งหลังการบินไทย) ครูที่สอนก็เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องเหมือนกันเค้ากีมีสถานะการต่างๆมาให้เราลองจัดการ ลองคิดดูว่าเป็นเราเราจะตอบผู้โดยสารอย่างไร

ประโยคที่ติดปากเอาไว้เลยหรือ How may I help you? ซึ่งเกิดมาฉันว่าก็เพิ่งเคยได้ยินแหละทุกทีก็ How can I help you? แต่ครูบอกว่า How may มันสุภาพมากกว่า ยังมีประโยคหากินอีกมากแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนทำงานจริงๆจะเป็นยังไงแต่คิดว่าการท่องๆเอาไว้ให้ติดปาก ติดสมอง คงจะทำให้เราตอบเป็นอัตโนมัติออกไปได้นะ (ก็ไม่รู้เหมือนกันจะเริ่มท่องเมื่อไหร่)

ฉันยังคงใช้เวลาไม่ได้เรื่องอยู่ดีมีวันหยุดแต่ก็ยังไม่เริ่มอ่านหนังสืออย่างจริงจังปล่อยผ่านมาเกินครึ่งวันแล้วเนี่ย ต้องสอบ final วันที่ 6 ก่อนสอบต้องไปบิน SN อีกครั้งวันที่ 4 คราวนี้ไปกัวลาลัมเปอร์ต้องดูหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งไว้ก่อนเผื่อได้ทำ(ยังไงก็ออกสอบด้วย)เพราะไฟล์ทตรงวันหยุดหรือไฟล์ทเหนื่อยจะมีคนลาป่วย เราไป observe ก็อาจได้ทำแทน