Tuesday, June 28, 2005

งง

จะอัพรูปมาประกอบการเขียนด้วยบริการใหม่ของมันที่อัพรูปได้ทีละห้ารูปแต่ทำเอางงแตกไปเลยไม่ต้องการให้มันเป็นลิงค์ต้องการแค่รูปเฉยๆ นี่มันทำเป็นลิงค์แล้วใส่ code มาเต็มไปหมดถ้าไม่อยากให้ลิงค์ไปเปิดรูปในหน้าต่างใหม่ก็ต้องนั่งลบ a href ทิ้งบ้าตายมีตั้งหลายรูป ถ้าอยากได้รูปเฉยๆก็ต้องอัพแบบไฟล์แต่มันทำได้ทีละไฟล์ ก็คงต้องนั่งทำทีละไฟล์นั่นแหละตอนนี้ต้องหาโปรแกรม ftp ไปจัดการขยะก่อนมันเล่นเอารูปไปใส่ใน sub directory อีกจะ ftp แบบโบราณอ้วกแตก

เสียฤกษ์ นอนดีกั่ว คริๆ(อู้ต่อไป)

ป.ล ไปดูรูปที่ my space ละกันเนื้อหาอ่านทีหลัง

Saturday, June 25, 2005

มั่ว

ตื่นมาตอนเช้าเกือบไร้สติออกไปเปลี่ยนมือถือกับภัทรแล้วเพราะเมื่อวานตอนไปทำงานน้องที่ทำงานเอามือถือใหม่มาถ่ายรูปเค้าบอกกำลังเห่อมันคือ K750i ถ่ายรูปออกมาดีอ่ะ หน้าตาแหกๆเพราะสิวเครื่องสำอางค์ก็ไม่ได้เติมผมก็ฟูลูกผมเต็มไปหมด(ผมร่วงเยอะยังดีมันขึ้น)ถ่ายออกมายังดูดีเลยอ่ะ อยากได้กระทันหัน ดูคุณสมบัติฟังวิทยุได้อีก แต่มันเล่น MSN ได้มั้ยนะ เดินไปเดินมาคิดๆแล้วจะบ้าเรอะ เดือนนี้มีหนี้บัตรเครดิต เดือนหน้าขอพักร้อนไว้ รายรับก็น้อย เปลี่ยนตอนนี้ตายดิ แถม w800 ดีกว่าป่าวก็ไม่รู ก็เลยยั้งใจไว้ได้

นอนปวดท้องเซ็งจะไปลุย EXPO ดันมามีประจำเดือนอะไรตอนนี้มันผิดวันนะฮอร์โมนรวนหรือไงแค่ครึ่งชีวิตเองนะประหลาดๆแบบนี้ วัยทองฉันจะเป็นไงเนี่ย

ดูเวบในพันธ์ทิพย์ที่ mailing list ของคณะ(สมัยมหาลัย)ส่งมาเป็นเวบรวมภาพรับน้องมีภาพวิ่งขึ้นดอยของคณะเรา เห็นแล้วเหนื่อย ยังจำโค้งสุดท้ายตอนวิ่งขึ้นดอยได้เลย จะตายเอา ! เค้าให้กอดคอกันวิ่ง ฉันซึ่งกำลังจะตาย(ไม่สบายนั่งรถมาครึ่งทางหลัง)ต้องถ่อสังขารลงมาสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน กอดคอวิ่งแต่ว่าไปก็ห้อยตามเพื่อนไปมากกว่า 5 5 5 งานรับน้องดีๆก็มีข้อดีมันก็มีตอนเรารับน้องก็ว่ามันมาว้ากตูทำไมเนี่ยแต่คิดว่าสอบเข้ามาแล้วนะเว้ยเรืองแค่นี้ทนได้หรอกให้ยืนตัวตรงเป็นชั่วโมง ยุงกัดก็ห้ามตบ ร้องเพลงเชียร์ก็นั่งตัวตรงห้ามพิงพนักเก้าอี้ ด่าไร้เหตุผล สารพัดที่มันรู้สึกไม่เข้าท่า แต่ไม่ทำแบบนั้นคนห้าร้อยกว่าคนมันก็คงไม่รักกันอ่ะม้างโดนด่าเรื่องเดียวกันเลยรวมตัวกันเกลียดคนกลุ่มเดียวกันเรียกว่าสามัคคีป่ะ 5 5 5 เจออะไรไม่เข้าท่าซะบ้างออกโตมาทำงานก็จะได้อดทนเวลาโดนลูกค้าหรือเจ้านายด่าไร้เหตุผลตูไม่ผิดซะหน่อยแต่เถียงไม่ได้ เสียก็แต่คณะชอบให้วิ่ง จะตายก็ตรงเนี่ย รับน้องแบบกิจกรรมทะลึ่งๆก็ตลกดีออกก็ให้มีแต่พองามแต่คณะเราก็มีเกินงามเหมือนกันแหละน้าแต่ไม่เหมือนสมัยเนี่ย ส่วนตัวเหมือนว่าเด็กสมัยนี้จะความอดทนต่ำลง ทนแต่แรงเสียดทานกดดันบีบคั้นไม่ค่อยได้ ยุคสมัยมันเปลี่ยนการงานแบบเดิมก็อาจไม่ต้องใช้ความสามารถหรือแรงกายเท่าเดิมเครื่องทุ่นแรงมันเยอะ ความลำบากก็น้อยลงมีแต่ความสะดวกสบาย เนอะจะให้รู้สึกแบบเดิมได้ไง ป้าแก่อย่างฉันเอาเวลาไปรักษาสิวดีกว่าคงไม่มีลูกหลานให้กลุ้มในชะตากรรมของมัน

คืนนี้จะไปนาโกย่ายังไม่ได้นอนเลย ต้องไปข่มตาซะหน่อยไปถึงจะได้มีแรง ไหนจะต้องไปช้อปปิ้งก่อนไป EXPO ซะด้วย เงินก็ดันแพงขึ้นซะอีก 100 เยน 37 บาทกว่าแล้ว ซื้อของต้องระวังใจตัวเองซะแล้ว

Friday, June 24, 2005

my space

นาฬิกาในตัวทำให้ฉันตื่นตีสามมาหลายคืนละอีกทีก็จะตื่นประมาณเจ็ดโมงเช้าทำไมมันไม่หลับรวดเดียวหละนั่นอ่านในหนังสือเค้าบอกว่าความงามขึ้นกับการนอนหลับด้วยนะ

ตื่นแล้วจะนอนต่อก็ไม่หลับลุกมานั่งทำเวบรู้สึกบรรยากาศดีสิ่งที่สำเร็จไปคือ my space บริการของ MSN ก็ดีเอามาใส่รูปซะเลยเวลาไปเที่ยวไหนๆจะได้มีรูปให้ดูเยอะๆไม่ต้องมาย่อๆเลือกๆ

คนตื่นเช้าก็มีเยอะเหมือนกันได้คุยกับเพื่อนผ่านเอ็มเอสเอ็นหลายคนเพลินๆส่งเพลงให้กันฟัง ถามเรื่องทุกข์สุข ถามเรื่องเวบก็อยากจะทำเวบให้เก๋ไก๋แต่ว่าขี้เกียจเกินเหตุ เพื่อนยกตัวอย่างเวบให้ดูสองเวบอันนึงสยองขวัญคือเวบไดอารี่ที่จั่วหัวคำแรกก็เหี้ยเลย เวบสีดำๆแดงๆ หยังงั้นมันเรียกมีลูกเล่นใช่มะเนี่ย หรือเวบหวานแหวว fix background นั่นก็มีลูกเล่นดีกว่าเวบเรียบธรรมดึ๋ยธรรมดาของฉันใช่มั้ยเนี่ย...แต่ว่าดูแล้วขอเรียบโคตรๆอย่างงี้ต่อไปดีกว่า..แต่ก็อยากให้เก๋ๆนะ >_< ช่างมันเหอะเอาให้อัพไม่ดองก่อนจะดีกั่ว

Thursday, June 23, 2005

สิว

เรื่องสิวๆ ใครเอาไปเทียบกับเรื่องจิ๋วๆเรื่องเล็กๆน้อยๆคนนั้นต้องไม่เคยเป็นสิวหรือโชคดีสิวหายเร็วจัดแน่ๆ

วันนี้จัดการซื้อ ettusais ชุดรักษาสิวมาซะทั้งชุดหมอเหมอไม่หาแล้ว..เออแต่อาจจะเอาหน้าตกสะเก็ดเนี่ยไปให้ดูอีกทีดิ๊ หมั่นไส้วันนี้หลุดไปสองจุดได้โดนด่าอีก

เมื่อวานไปบินเจอเพื่อนเค้าก็เพิ่งจะมีสิวเห่อๆเหมือนกัน เซ็งเหมือนกันตะก่อนเค้าหน้าใสแล้วเป็นคนสวยซะด้วยคงจะเซ็งกว่าเราหลายเท่าตัว เค้าบอกว่าแฟนเค้าให้คิดว่าเป็นหนอนก่อนเป็นผีเสื้อจะได้รู้สึกดีขึ้น ...งือ...แต่ว่าเป็นหนอนตั้งชาติเป็นผีเสื้อได้วันเดียวตายซะละไม่ใช่หรอ >_<

ฝนตก อารมณ์หม่น

Monday, June 20, 2005

Harry 6

ในที่สุดก็ได้ออกไปจองแฮรี่เล่มหกซะที..กว่าจะหาเหตุผลผลักดันตัวเองไปถึงสยามได้ต้องรอให้มีคนอกหักแล้วเราไปซ้ำเติมฮ่า..

เพื่อนรุ่นน้องหลบงานตอนบ่ายมาหย่อนใจหนีเรื่องเศร้าปนแค้นส่วนเราก็กำลังเซ็งเหมือนกันก็เลยออกไปเป็นเพื่อน..ใครไปเป็นเพื่อนใครไม่รู้เพราะสบโอกาสเข้าเมืองก็เดินวนๆร้านเสื้อ ดูนาฬิกา ซื้อซีดีตามคำสั่งท่านน้อง(Funky wah wah:: glow in the dark)น้องมันก็เดินตาม...ไม่มีจุดมุ่งหมายรู้แต่มันอยากเดิน

ก่อนแยกย้ายคิดจะไปนวดเพราะปวดบั้นเอวไหนๆก็มาถึงสยามจะไปสีลมต่อก็ใกล้กว่าแต่ว่ามันจะเลิกงานแล้วเดี๋ยวคลื่นมนุษย์จะมาหนีกลับบ้านดีกว่าไปหาหมอสิว

เซ็งหมอสิว..ฉันว่ารักษาหมอวันจันทร์หน้ามันแหกไปกันใหญ่ละยิ่งสัปดาห์ที่แล้วเนี่ยเอากรดจิ้มสิวติดๆกันหน้าก็ตกสะเก็ดเป็นกระจุกugly !! เอาหน้าจุดๆไปเรียนภาษาอังกฤษมีแต่คนบอกให้เปลี่ยนหมอแต่ด้วยความจงรักษ์ภักดีต่อ brand (ราชเทวี)วันนี้ก็ไปอีกครั้ง มาสอนเรื่องรักษาสะเก็ดบนหน้าให้อยู่เจ็ดวัน..บ้าเอ๊ย...ล้างหน้ามันก็หลุดแล้วก็อยู่ได้ 3-4 วันอ่ะ แล้วมาบอกว่าต้องทำไรเบามากๆหน้าเราเองถ้าสะเก็ดหลุดหน้าก็เป็นหลุมดันจิ้มซะใหญ่งี้มันหลุดไปมันก็เห็นชัดดิฟระ หมอวันพุธที่ใจดีๆหนะ จิ้มจุดเล็กๆเองเค้าแค่จิ้มให้สิวแห้งมะใช่เรอะ...ตูละเบื่อเห็นหน้าตัวเองแล้วเซ็งดำๆด่างๆจุดๆอีก ให้โอกาสอีกสัปดาห์เดียวจะลองดูดิว่าต้องเบามือแค่ไหนสะเก็ดมันถึงจะอยู่เนี่ย...จะหาหมอวันพุธเท่านั้น...ถ้าไม่ดีอีกเลิกหา..ไปหาหมออ้อยดีมะหน้าเด้งดีนะแต่เค้าใช้ผลิตภัณฑ์เค้าป่าวเหอะ

ไปไม่ถึงคันไซอีกแล้ว

ป.ล1 จะเอารูปลง msn space เพราะว่าเป็นสไลด์โชว์ได้ด้วย

ป.ล2 หกโมงเช้าวันที่ 16 จะไปรับแฮรี่พอตเตอร์ที่สยาม 5 5 5 (จะตื่นป่าวเหอะ)

Sunday, June 19, 2005

Sunday morning

9: 53 ตื่นมาทำแป๊ะไรแต่หกโมงเช้าฟระ...เวลาตื่นเช้าติดๆกัน(เพราะไปเรียนภาษาอังกฤษวิชา speak it rightที่สำนักงานใหญ่ ตื่นหกโมงเช้าสามวัน)มันต้องตื่นเช้าต่อไปอีกพักอาจจะแก่ด้วยก็ได้นอนน้อยลงไม่เห็นเกิดแปดชั่วโมงซะทีแถมไม่หลับสนิทยาวรวดเดียวอีกต่างหาก มึนๆแปลกๆมาสี่ห้าวันละเป็นไรนี่ เลือดมันจางลงกว่าเดิมป่าววะ หรือกินยาแก้อักเสบสิวมากเกินไป(สิวขึ้นไม่เลิกเลย เซ็งๆๆๆ)

ไหนๆก็ตื่นแล้วนอนคิดว่าไปจัตุจักรดีมั้ยนะไปซักแปดโมงกลับเที่ยงออกไปทำงานตอนบ่ายสามจะชวนภัทรออกไปกินส้มตำซะหน่อย ภัทรหายไปไหนตั้งกะเช้าเนี่ย..โทรไปหาออกไปวัดพระแก้วกับเพื่อน..ไปไหว้พระวันเกิดรึไง(มะวานวันเกิดน้องยังไม่มีของขวัญให้เลย วัยรุ่นเค้าฮิตอะไรเนี่ยเป็นนักศึกษามหา'ลัยแล้วต้องมีอะไรเก๋ๆป่าวน้า)แต่ไม่ไปก็ดีเมื่อวานก็ใช้เงินไปเยอะแล้วไปช้อปปิ้งตลาดลุงเพิ่มหลังการบินไทย หมดไปสองพันกว่าแหนะ >< แต่ก็ได้เสื้อยืดสี่ตัว กระโปรงยีนส์สองตัว โหะ โหะ สวยราคาถูกไม่ซื้อเสื้อผ้าราคาเกินกว่าตัวละห้าร้อยอีกแย้ววว(ถ้าไม่โดนจัดๆ :P)...แถมกินสปาเกตตี้กะหอยลายผัดกระเทียมร้านกระเทียมเพิ่งจะกินไปวันศุกร์แต่ติดใจหอยลายผัดกระเทียมมากอร่อยโคตรๆ มีฟามสุข(ตอนซื้อแต่กลับบ้านแล้วเซ็งเงินค่าส่งบัตรเครดิตลดไปสองพัน หุหุ)

นั่งเล่นเวบไปเรื่อยๆจะจองตั๋วทาทาซะหน่อยยังไม่ขายรอบวันที่ 17 กรกฎาสงสัยจะเช้าเกินไป(แปดโมงนิดหน่อย)ก็นั่งอ่านไดอารี่คนอื่นหาแรงกระตุ้นให้อัพไดอารี่ตัวเอง แล้วก็เช็คเมล yahoo ที่ไม่เช็คมานาน แม่เจ้า!! 1475 เมลที่ไม่ได้อ่าน !!! เมลขยะซะพันสี่ = =" แล้วก็ mailing list ไม่มีเมลเฉพาะเจาะจงลบหมดเลยละกัน หุหุ (ที่มันใช้เนื้อที่ตู้จดหมาย 1G เพราะมันจะได้ใส่โฆษณามาใช่มะเนี่ย)

12:35 เวลาหิวแล้วได้กินอะไรอร่อยๆเนี่ยมีความสุขจริงจิ๊งงง.. กรี๊ดดด... ทักกี้ช่องไอทีวี นั่งหาเวบสำหรับลงรูปต่อไป

23:00 ไปไม่ถึงคันไซ...วันนี้พอแค่นี้เหอะ ทำงานมามึน(อ้างตลอด)

Monday, June 13, 2005

BBQ

ไม่ตรวจสุขภาพอ่ะหิว..ไม่รู้ต้องตรวจเลือดซ้ำหรือเปล่าก็กะจะอดข้าวอดน้ำไปก่อนแต่ว่าตื่นมาผีขยันเข้า จัดหัวเตียงเรียงแมกกาซีนทิ้งขยะกว่าจะอาบน้ำอะไรเสร็จปาไป 11 โมง ไปตรวจร่างกายคงติดเที่ยง อี้โทรมาพอดีว่าเสร็จธุระแล้ว(ลงมากรุงเทพเช้าเย็นกลับ)นัดไปกินข้าวเที่ยงกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าวเพื่อนสมาชิกอีกคนคือพฤกษ์เพราะทำงานส่วนตัว

ฉันไปสรรพากรก่อนไปยื่นเอกสารเพิ่มเติมเรื่องขอภาษีคืนชาวบ้านเค้าได้เงินคืนจนใช้กันไปหมดแล้วฉันยังไม่ได้คืนเพราะยื่นทางเนตแล้วก่อนๆหน้านี้ได้เงินคืนนิดหน่อยปีนี้ได้คืนเยอะเพราะทำประกันชีวิตหนะ สรรพากรนนทบุรีอยู่ตรงข้ามคาร์ฟูรัตนาธิเบศน์มีป้ายชัดเจนแต่ทางเข้าคนคงสับสนเพราะประตูทางเข้าของบริษัทข้างๆที่ติดฟิลม์เหมือนกัน เค้าติดป้ายบอกว่าไม่ใช่สรรพากร!! ตอนแรกเห็นแล้วรู้สึกว่า "อ้าวเฮ้ย" แหมคนจะไม่สับสนได้ไงก็ไม่มีชื่อบริษัทหน้าตาดูแล้วเหมือนเป็นสำนักงานเดียวกันเลย การขอเงินคืนต้องติดต่อชั้นสี่ ออกประตูหลังจากส่วนงานบริการชั้นหนึ่งจริงๆมันมีลิฟท์อยู่ทางขวามือแต่เดี๊ยนไม่ได้ดูเลย วิ่งพรวดๆขึ้นบันไดยังคิดว่าประหยัดพลังงานงี้เลยหรอวะไม่มีลิฟท์พอขึ้นไปถึงชั้นสองเห็นลิฟท์จะขึ้นดันไม่เปิดต้องลงไปขึ้นชั้นหนึ่งก็เลยเดินมันขึ้นไปละกันถือว่าลดต้นขา

ยื่นเอกสารเสร็จออกจากสรรพากรไปเซ็นทรัล อาหารกลางวันเป็น bbq plaza อิอิ อยากกินก็เลยชักนำเพื่อนซะงั้นก็เมื่อวานตอนทำงานเสร็จเพื่อนที่ทำงานพูดถึง"ชุดครอบครัวหมู" ก็เลยสั่งกินซะเลยวันนี้

กินเสร็จเวลาเหลือกว่าอี้จะกลับไม่มีที่จะไปสุดๆ จะหาหนังดูก็เวลาไม่น่าจะพอดีเดี๋ยวออกมาช้ารถติดตกไฟล์ทซะอีกความสบายเลยตกที่ฉันมีเพื่อนพาไปหาหมอสิวที่ the mall แล้วก็ไปส่งบ้านด้วย คริ คริ

อังคารหน้าอี้จะไปเรียนต่อแล้ว สมาชิกแก๊งค์หมูกระทะ go inter ไปคนแรกแล้วดิ เพื่อนบอกอีกนานกว่าจะได้เจอกัน ..ฝันไปเหอะเด๋วบินไปรังควานเอง

ป.ล นั่งดูรูปจะย่อมาประกอบไดอารี่ไปแอ่วญี่ปุ่น...ทำไมมันเยอะงี้อ่ะ จะเอารูปไหนลงมั่งดีหละเนี่ย = =" ไปทำเวบรูปต่างหากดีกว่ามั้ยเนี่ยจะได้ส่งๆไปเลยไม่ต้องเลือก

Sunday, June 12, 2005

มึน

ไม่ได้บินสี่แลนด์นาน วันนี้บิน กรุงเทพ-เชียงใหม่-คุหมิง-เชียงใหม่-กรุงเทพ(สองขาสุดท้ายเต็มอีกตะหาก)ตอนอยู่ในเครื่องก็เหมือนจะดีหรอกถึงแม้ตอนเริ่มทำงานขาแรกจะง่วงและขี้เกียจพอลงมารู้สึกมึนนั่งในรถส่งบ้านก็จะหลับ

มีเรื่องเด็ดๆด้วยมีลุงคนจีนเดินทางจากกรุงเทพจะไปคุหมิง ขาแรกต้องแวะเชียงใหม่ก่อนเราก็เสริฟอาหารนะเป็นขนมปังใส่สลัดไก่ใส่ผงกระหรี่กับทอดมันปลาตอนเก็บกล่องอาหารคุณลุงคนเนี้ยเรียกให้ฉันเอาถ้วยลักษณะเหมือนหม้อเคลือบแต่อาจจะเป็นสังกะสีแบบกะละมัง กลมแบบปิ่นโตแต่ว่าสูงแบบถ้วยมัคมีหูหิ้วด้วยไปเติมน้ำร้อนให้หน่อยข้างในแกฉีกมาม่าซองพร้อมผักใส่ไว้เรียบร้อยแล้ว อะไรจะช่างเตรียมพร้อมในการเดินทางเยี่ยงนี้กลิ่นก็หอมชวนแย่ง ว่าแต่ว่าแกไม่ได้ให้เอาถ้วยมาล้างแฮะ

ตอนแวะเชียงใหม่ก่อนกลับกรุงเทพลงไปรับข้าวเหนียวหมูทอดที่สั่งร้านแหนมบุญศรีมาส่งกับน้องสจ๊วตเพราะว่าจะออกไปเอาซิมโทรศัพท์จากน้อง อิฉันลืมเอามาจากบ้านมะวานนี้ก็สลับซิมไปๆมาๆลืมเลยม้า..ดีนะวันนี้บินผ่านเชียงใหม่ไม่งั้นหละก็ติดต่อไรไม่ถนัดแน่ก็เลยได้เจอหน้าน้องกะแม่อีกครั้ง อิอิ เดือนหน้าค่อยกลับบ้านอีกรอบ

ร้านข้าวเหนียวที่สั่งแถมลิ้นจี่จักรพรรดิ์มาให้ชิมสบายเราได้กินลิ้นจี่ฟรีอร่อยเหาะ

มึนรู้สึกหวิวๆเข้านอนดีกั่ว..

Friday, June 10, 2005

สุขใจ

กลับมาเชียงใหม่สองคืน พรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปเตรียมทำงานวันอาทิตย์ละ

กระหืดกระหอบเก็บกระเป๋าหลังจากกลับจากญี่ปุ่นตอนเช้าวันที่เก้า จะขึ้นเครื่องกลับเชียงใหม่ตอน 13.15 รื้อของไม่หมดเลยจะเอาขนมที่ระลึกจากการไปเที่ยว universal มาให้น้องกิน แบ่งไม่ทัน ไว้น้องไปกรุงเทพค่อยกิน จับมาได้แต่เซมเบ้ในชามอาหารหมา เอามาทั้งชามเลยเพราะว่าชามเป็นของฝากขุรขระกับอดัมส์(แมวรุ่นป้าในบ้าน)

เรื่องราวที่ไปเที่ยวมายังไม่ได้เขียนลงสมุดไดอารี่ด้วยซ้ำยังไม่มีเวลาว่างให้นั่งนึกเรียบเรียงแต่คิดถึงแล้วสุขใจ ไปเที่ยวแป๊ปๆแว้บไปนั่นไปนี่ บางทีก็ไม่แน่ใจว่าฝันหรือไปจริง แต่เปิดไปดูรูปถ่าย(โพลารอยด์)ก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงเหตุการ์ณที่ผ่านมา เสียดายที่ถ่ายรูปน้อยไปด้วยซ้ำ ก็ไม่มีแบตสำรองหนิ กล้องดิจิตอลก็ทำงานได้วันละ 81-90 นาทีเอง ><

ไว้จะเล่าให้ฟังไม่ทำลืมไปแบบตอนไปนาโกย่า หุหุ

ป.ล1 ปวดขายังไม่หายเพราะเดินมากจริงๆ

ป.ล2 เพื่อนเชียงใหม่หดหายทำการทำงานกันหมดยังดี คืนแรกไปกินข้าวกะเบญนั่งเล่นคุยกันแก้วทำงานไม่เสร็จอดมา ต่ายก็มีคลินิคตอ้งดูแล แก๊งค์หมูกระทะไม่ได้นัด คืนนี้ไปกินโรตีแกงเห็ดร้าน"เจไม่จำเจ"แถวสวนสุขภาพ อร่อยอ่ะ เหมือนแกงแขกดี

ป.ล3 ฝนตกอากาศดี ออกไปซื้อผลไม้ที่ตลาดหน้าบ้าน ถูกซะ 120 บาทได้ทุเรียน มะม่วง ลองกอง มังคุด สัปปะรด

Saturday, June 04, 2005

Chicken Tikka

บินติดๆกันมาเลยสิ้นเดือนนี้เพิ่งกลับจากเดลีเมื่อวานตอนเช้าไปครั้งนี้ตั้งใจจะไม่ออกไปไหนก็เลยไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไป ปรากฎว่าดันออกไปตลาดตามคนอื่นเค้าเฉยเลย

ตื่นมากินอาหารเช้าเจอพวกพี่ๆน้องๆเค้าชักชวนกันไปตลาดมีคนไปเยอะแล้วตอนทำงานมาก็ไม่ชวนหัวเสีย(ผู้โดยสารไม่เต็มแล้วก็ไม่ยุ่งด้วย)ก็เลยตัดสินใจออกไปกับเค้าด้วย ขึ้นห้องไปหยิบเงินแล้วก็มาเลยลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าไม่ได้ทาครีมกันแดด ออกไปเจอแดดเปรี้ยงๆ หมองไปเลย

นั่งรถออกมาก็เจอเสียงแตรที่ไม่อยากเจอได้ก็นั่งหลับตาทำใจให้เย็นๆ (ไม่ออกมาหลังจากที่เคยออกไปตอนบินมาครั้งแรกก็เพราะเงี้ย เสียงแตร ฝุ่น )ครั้งนี้จะไปตลาดที่ไม่เคยไปมาก่อนคือตลาดจันปั๊ดแต่ก็ยังไปแวะตลาดสโรชินีอยู่เพราะพี่แอร์จะไปซื้อเสื้อ

จันปั๊ดน่าสนใจกว่ามากเพราะมีของพื้นเมือง ของเก๋ๆ หนังสือรองเท้าแล้วก็มีเสื้อผ้าเหมือนกัน ที่ตลาดเนี่ยให้เวลาสองชั่วโมงตอนแรกรู้สึกว่ามันมากไปแต่ว่าหมดเวลาไปกับร้านรองเท้า ต่อราคานานเลย ฉันก็อยากได้อยู่หรอกแต่ว่าไม่ซื้อมาเพราะว่าแลกเงินไปแค่ 10 USD ได้ 421 รูปี แต่รองเท้าที่อยาได้มันห้าร้อยกว่าซึ่งก็แค่อยากได้ไม่ได้จำเป็นเคยมีรองเท้าแขกคู่นึงแล้วมันใส่ไม่สบายหรอกแต่เก๋ดี รองเท้าแตะก็ถูกเลยราคาเริ่มต้นก็ประมาณ 350 แต่ก็ยังไม่วายต่อราคากันอยู่แต่แขกใจแข็งนะไม่ค่อยลดให้หรอก ก็ 375 ลดให้เหลือ 350 อ่ะนะ ยิ่งคู่ที่เราอยากได้อ่ะไม่ยอมลดเชียวบอกว่าปักทั้งหมดเลยน้า งานฝีมือ ..

เดินไปเดินมาด้วยกันห้าคนไปๆมาๆแยกย้ายหายไปหมดฉันไปกะน้องสจ๊วต แหมช่างเป็นคนที่นึกถึงแฟนจริงๆซื้อของฝากแฟนเยอะแยะ รองเท้า เข็มขัด กระเป๋า ถึงเวลาขึ้นรถก็รีบเพ่นกลับมา พอขึ้นรถก็ถึงเวลาโชว์ของแล้ว พี่แอร์ที่แยกไปก่อนคนแรกได้ของเก๋ๆทั้งกระจก ซีดีเพลงแขกแบบแนวป๊อป หนังสือ ชุดราตรีปักเลื่อมทั้งตัวเลยแค่ 80 USD !! อลังการมากเลยหละราคาถูกซะแต่เราไม่มีงานให้ออกเยอะแยะยังงั้นจะได้ซื้อไว้ แต่ไม่แน่มาครั้งหน้าถ้ามีอารมณ์ออกมาตลาดจะแลกเงินมาซื้อมั่ง

ส่วนตลาดสโรชินีเคยไปแล้วไปอีกมันก็เหมือนเดิมคือมีเสื้อผ้าซึ่งถ้าตาดีๆจะได้เสื้อเก๋ๆพวกเดรสเนี่ยแค่ร้อยห้าสิบต่อลงมาก็เหลือร้อยเดียวเท่านั้น ฉันไม่ใช่พวกหุ่นดีจะได้ใส่อะไรก็สวยก็เลยไม่เคยได้เดรสอะไรกับเค้าแต่ว่ามีกระโปรงที่อยากใส่มานานแล้วคือกระโปรงแบบฝรั่งชอบใส่ถนนข้าวสารก็มีขายแหละ ในสยามก็มีพวกกระโปรงรุงรังหนะ ซื้อมาไว้สำหรับไปทะเลราคา 80 บาท 5 5 5

ออกไปตลาดฝ่าฟันฝุ่นเสียงแตร เสียเงินไปแค่ 5 USD ซื้อถุงผ้าอินเดียกะกระโปรง กลับมานอนปวดหัวเพราะร้อนจัด กินน้ำไปเป็นลิตร ก่อนนอนไม่ลืมสั่ง chicken tikka มากินกับแป้งนาน

ทำงานกลับจากเดลีเวลาประมาณตีสองครึ่งประเทศไทย นั่งรถออกมาเจอเด็กขอทานมาเคาะรถบัส น่าสงสารชะมัด คนรวยกะจนมันต่างกันเหลือเกิน ดึกป่านนั้นยังไม่นอนกันอีก เห็นคนลำบากไม่อยากจะใช้เงินเลยสิถ้าไม่เก็บเงินไว้เราก็จะลำบากในวันหน้าได้...แต่ว่าไฟล์ทหน้า(พรุ่งนี้)ไปคันไซสามขีด(ว่างสองวันเต็มๆ)....จะไปเที่ยวเกียวโต นารา universal ซื้อไฟล์ทเพื่อนไป(คนที่ไม่อยากบินแต่ไม่อยากเสียเบี้ยเลี้ยงไปเค้าก็จะมาขายไฟล์ท..ก็คือแลกกันบินนั่นแหละแต่ว่าไม่แลกเงิน)เที่ยวอะไรก็เข้าเนื้อชัวร์ๆค่อยเก็บเงินหลังจากไฟล์ทเนี่ยได้ป่าวโอกาสดีๆมันไม่มีมาบ่อยๆนะ lonely planet ฉบับ Japan ของเราได้ใช้งานแล้น อิอิ

Wednesday, June 01, 2005

เป็ดปักกิ่ง

จะกินเป็ดปักกิ่งแต่ไปเซี่ยงไฮ้แลกตามเพื่อนไปเพื่อเป็ดโดยเฉพาะเพราะคาใจจากครั้งก่อนที่เคยกินแบบว่าติดใจมั่กมาก อีกอย่างไปกับเพื่อนย่อมดีกว่า

ออกเดินทางจากไทยไปเซี่ยงไฮ้ด้วยเที่ยวบิน TG 662 เวลา 00:45 ถึงเซี่ยงไฮ้ตอนเช้า 6:00 ง่วงมากๆเพราะก่อนมาบินไม่ได้นอนมาก่อน คนอื่นๆเค้าจะออกไปเที่ยวตลาดเซี่ยงหยางแต่ฉันกะผึ้งไม่ไปเพราะไม่มีอะไรจะซื้อเรามีความตั้งใจแค่จะกินเสี่ยวหลงเปา เป็ดปักกิ่งและไปดูตึกลูกชิ้น(ไข่มุกตะหาก :: oriental pearl tower)

นั่งรถประมาณ 45 นาทีจากสนามบินถึงโรงแรม Sheraton Grand Tai Ping Yang


รับกุญแจแยกย้ายเข้าห้องเปิดไปเจอเตียงอยากจะกระโจนลงเตียงเลยที่นอนหนานุ่มชวนมุดเข้าไปนอนสุดๆแต่หน้าที่แต่งมาทั้งคืนรวมทั้งสิวแหกๆยังไงก็ต้องล้างหน้าก่อน >_< (เข้าใจถูกแล้วไม่ได้อาบน้ำ นอนก่อนดิง่วงนะ)


นัดเวลาตอนแรกไว้เที่ยง(เซี่ยงไฮ้)แต่ฉันก็ตื่นมาซะเที่ยงนั่นแหละก็เลยโทรไปบอกเพื่อนว่ายังง่วงอยู่เลย ผึ้งบอกนอนต่อก็ได้ อิอิ นอนพลิกไปพลิกมาให้หายงัวเงียก็ลุกมาอาบน้ำสระผม ออกจากโรงแรมบ่ายโมง(หรือบ่ายสองหว่า)มุ่งหน้าสู่ตลาดหยูหยวน(yuyuan)สถานที่ใหม่ไม่เคยไปมาก่อน ที่เคยไปสองครั้งก่อนใครๆก็พาไปเซี่ยงหยางอาหารกลางวันก็กินร้านเดิมตรงข้ามตลาดคราวนี้เปลี่ยนที่ไปบ้างของกินก็ลองอะไรใหม่ๆตามที่พี่สจ๊วตบอกมาว่าที่ตลาดนี้มีเสี่ยวหลงเปาอร่อยมาก

ลงจากแท็กซี่...อ่ะโหที่เดินช้อปปิ้งดูมีสไตล์ไม่ใช่ตลาดนัดกลางแจ้งแบบเซี่ยงหยางเห็นแค่ตัวตึกกะอู้ฮู้แล้วมี starsbuck แบบจีนด้วยนอกเขต Shopping street ก็มีร้านค้าอื่นๆอีกตรงสี่แยกที่รถไปจอดหนะมีร้านทุกแยกเลย




ก่อนเข้าไปในyuyuan ก็เดินร้านเล็กๆข้างถนนก่อนมีพวกกระเป๋าแบบที่บ้านเราขนมาขายเยอะแยะทำภาระกิจที่ได้รับมอบหมายมาก่อนคือเพื่องของผึ้งฝากซื้อกระเป๋าสตางค์เล็กๆที่ทำจากผ้าจีนๆก็เลือกซื้อต่อราคากัน


ได้ของแล้วก็เดินหาร้านอาหาร เดินขอบๆเนี่ยยังไงก็ไม่เห็นร้านอาหารแฮะ ก็เลยเดินกลับไปถามเจ้คนขายกระเป๋าให้เราว่าเสี่ยวหลงเปาอ่ะอยู่ตรงไหน เค้าบอกว่าเดินตรงเข้าไปใน shopping street เนี่ยตรงไปเรื่อยๆเจอเองข้ามถนนหน้าร้านเจ้เดินเข้าไปในตึก อืมมของในนี้ก็พวกผ้าพันคอ ปลอกหมอน หยก สารพัดของจีนๆ เดินทะลุไปถึงส่วนที่ดูเป็นโบราณหน่อยอลังการจริงๆ



เจอแล้วร้านเสี่ยวหลงเปามีสองร้านติดกันร้านนึงเป็นรูปม้าร้านนึงเป็นรูปไก่ ร้านรูปไก่(Nanxiang Streamed Bun Resturant)เนี่ยคิวยาวมากๆๆๆ ชั้นสองมีโต๊ะนั่งด้วยแต่ก็คิวยาวเหมือนกันก็เลยคิดว่าต่อแถวซื้อมายืนกินแบบคนอื่นๆเนี่ยแหละ"ถึง"ดี ส่งผึ้งเข้าคิวส่วนฉันถ่ายรูปเล่น หน้าร้านมีคนขายสองคน คนนึงรับเงินแจกคูปองราคาขายอยู่ที่ 16 ตัวแปดหยวน (แต่นับแล้วมีแค่ 15นิ)อีกคนรับคูปองให้ของใช้เวลาต่อคิวไม่นานเท่าไหร่ก็ได้กินแล้ว





ถ่ายจากปลายแถว คิวยาวลดเลี้ยวไปตามมุมตึก


เสี่ยวหลงเปาไส้ปูร้านเนี่ยเค้าได้รางวัลเยอะแยะ อร่อยแต่ได้กลิ่นแป้งหมักนิดๆราดซอสเยอะๆอร่อยดีเสียแต่กระทงเป็นกระดาษนานๆไปน้ำจะซึมออกมา


วิวที่ร้านเนี่ยดีเพราะติดกับ Jiuqu Bridge ตามใบปลิวของร้านเค้าบอกว่าเป็นบริเวณ Old Town God's Temple


รับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วก็เดินเล่นดูตลาดไม่ได้ซื้อของอะไรดูแต่ตา...มีกล่องๆอะไรไม่รู้น่าสนใจแต่ไม่อยากเสียเงินสามหยวน เจ้าของกล่องพูดไรใหญ่เลยมีเด็กคนนึงส่องดูในกล่องอยู่ พ่อแม่ก็ถ่ายรูป ฟังไม่ออกซักแอะว่ามันคืออะไร น่าจะไปแอบดู



มีรถของกินประปรายขายเกาลัด เครื่องดื่มแล้วก็ผลไม้เคลือบน้ำตาลเพื่อนเคยกินบอกว่าอร่อยน้ำตาลที่เคลือบมันจะแข็งๆแต่ฉันไม่กล้ากิน


เดินดูร้านทุกแยกก่อนจะกลับโรงแรมนั่งเล่นนอนเล่นรอเวลาอาหารเย็น นัดน้องสจ๊วตคนอื่นไว้ว่าจะกินเป็ดปักกิ่งตอนห้าโมงเย็นแต่ว่ารอจนเกือบหกโมงไม่มีใครกลับมาสงสัยจะช้อปปิ้งเพลินก็เลยเดินไปกินกับผึ้งสองคน เมนูที่ภูมิใจแนะนำคือเป็ดปักกิ่งราคา 68 หยวนเองอ่ะ และหมูเปรี้ยวหวาน นอกนั้นก็ผัดผัก ข้าวผัดที่ทางร้านแนะนำว่าอร่อย


ดูเป็ดชัดๆ


แป้งที่ห่อเป็นรูปหอยก็อ้าปากหอยเอาเป็ด ผัก ใส่ลงไปราดซอสซะ จัดการเลย งัมๆๆๆ อร่อย


นั่งละเลียดกินอาหารจนฟ้ามืด..ถึงเวลาไปที่สุดท้ายแล้ว ย่านริมน้ำที่ว่าบรรยากาศดีมาก มีตึกไข่มุข มีหนุ่มสาวมาพรอดรัก ไม่ไปได้ไง นั่งแท็กซี่จากโรงแรมไป The Bund ก่อนจะถึงก็เริ่มเห็นความงามจากไฟของแต่ละตึกแล้ว พอรถแท็กซี่มาจอดตรงริมน้ำนะ ตะลึงเลยสวยดี คนเยอะแยะมาก มองไปทางไหนก็คนจีนนั่นแหละแต่มาเที่ยวเยอะจังอาจจะเหมือนมาเที่ยวกรุงเทพหละม้าง คนเยอะมาดูหอไข่มุขนั่นแหละ อยากจะข้ามไปอีกฝั่งไปขึ้นหอซะหน่อย แต่หาทางข้ามไม่เจอ มันมืดมากด้วย เห็นคนจูบกันด้วยอ่ะ แต่ว่าบรรยากาศจะดีกว่านี้นะถ้ามันไม่ใช่ประเทศจีน ^^"


Oriental Pearl Tower


ธนาคารการเกษตร


ไม่ได้ข้ามไปฝั่งหอไข่มุขก็จะหาบาร์ที่พี่สจ๊วตเค้าบอกว่ามานั่งกิ๊บเก๋หาไม่เจออีก แต่มีซอยนึงฝั่งตรงข้ามมีป้ายเป๊ปซี่ตลอดทางดูน่าเดินสุดแล้ว ก็ลองเดินเข้าไปมีร้านค้าสองข้างทางแต่สินค้าก็ไม่โดนหรอก เดินไปสักพักจะเป็น walking street แท้ๆไม่ให้รถเข้าเลย ตึกก็ประดับไฟสวยงามมาก




มีลานกิจกรรม คนไปมุงเยอะนึกว่ามีนักร้องมาแสดงสดแต่ก็แค่เปิดเพลงกับมีน้ำพุเต้นระบำ


เดินไปจนสุดทางก่อนจะเจอถนนอีกครั้งจะเจอขวดโค้กยักษ์หมดแล้วหนึ่งวันในเซี่ยงไฮ้ ได้เดินตลาดใหม่ กินของอร่อย ไปดูตึกสวยๆ ก็กลับโรงแรม อาบน้ำเข้านอน ซุกตัวในเตียงห่มผ้าหนานุ่มหลับสบายก่อนจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่ทำงานกลับบ้าน