กลับมาแล้วแต่ยังหลงเวลาอยู่ แต่พักวันเดียวไปนอนดมหมอนที่ญีปุ่นอีก(ไปถึงดึกกลับเช้า)
บาเรนบันทึกไว้แล้วจะมาโหดล วันนี้ไม่ไหวแล้ว นอนมะหลับนอนก่อน เย็นนี้ไปเรียนภาษาญีปุ่นเค้าเรียนกันบทที่ 16 ดันคิดว่าเตรียมตัวแล้วนะอ่านบนแรกของเล่มสอง (บท 14)ต้องดูๆไปก่อนหละ ตามเค้ามะทันเป็นคาบสุดท้ายของบท 16 ด้วย
Wednesday, June 30, 2004
Wednesday, June 23, 2004
12:30 แม่มาอยู่ทำให้บ้านน้ามีชีวิตชีวา เหมือนบ้านมันสดใสนะก็คงจะสดใสแหละก็แม่ทั้งขัดทั้งถู ของเกะกะห้องเราแม่ก็เก็บได้แบ่บว่าเราไม่คิดหนะ อย่างกล่องรองเท้าบู๊ท(ที่ซื้อมาทำบ้าไรเนี่ย)เราก็วางนอนใหญ่ไว้กะพื้นแม่ก็เอามาวางตั้งเสียบไว้ข้างเก้าอี้วางของก็โล่งขึ้นเลย ชั้นวางของหน้าห้องน้ำทุกทีก็วางแปะๆไว้แม่ก็เคลียร์ของไม่ใช่เก่าแก่ทิ้งหมด(ของยาย)แล้วรองพื้นชั้นใหม่วางของเราใหม่ ฮือออ แม่จ๋า แม่บอกว่าทำให้ด้ายยยย ถ้ามีลูกเองก็รับกรรมไปแล้วกัน เหอเหอ
เดี๋ยวจะออกไปตุนเสบียงไปเข้าค่ายที่บาเรนซะหน่อย
Shopping list
อาหารแช่แข็ง
ขนมปัง
น้ำพริกเผากะหมูหยอง(เอาเข้าได้ป่าวว้า)
นม น้ำผลไม้
ผลไม้สด
23:00 แห้วหมดมะได้ซื้อไรเพราะเปลี่ยนแผนไปกินข้าวกะน้องที่ทำงานเก่าแล้วก็แวะไปหัดเล่นโกะที่สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย (ไฮโซม้า) น้องในแร็กชวนไปหัดกระดานจริง ให้ตายยากมั่กมากกกกก หมดกำลังใจสุดๆหนะ ฉันกะเอไปด้วยกันคิดตรงกันว่าเราเอาเวลาไปทำอย่างอื่นกันมั้ย ฮ่า
พรุ่งนี้ต้องออกไปซื้อของที่ตั้งใจไว้ก่อนบินเดี๋ยวอดตายกันพอดี
ป.ล อ่ะโห yahoo เปลี่ยน interface และเพิ่มขนาดตู้จดหมายเป็น 100 MB เพิ่มให้เมลโฆษณาใช่ม้า มะเห็นจะมีเมลจากเพื่อนเลย อ่ะโด่
เดี๋ยวจะออกไปตุนเสบียงไปเข้าค่ายที่บาเรนซะหน่อย
Shopping list
อาหารแช่แข็ง
ขนมปัง
น้ำพริกเผากะหมูหยอง(เอาเข้าได้ป่าวว้า)
นม น้ำผลไม้
ผลไม้สด
23:00 แห้วหมดมะได้ซื้อไรเพราะเปลี่ยนแผนไปกินข้าวกะน้องที่ทำงานเก่าแล้วก็แวะไปหัดเล่นโกะที่สมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย (ไฮโซม้า) น้องในแร็กชวนไปหัดกระดานจริง ให้ตายยากมั่กมากกกกก หมดกำลังใจสุดๆหนะ ฉันกะเอไปด้วยกันคิดตรงกันว่าเราเอาเวลาไปทำอย่างอื่นกันมั้ย ฮ่า
พรุ่งนี้ต้องออกไปซื้อของที่ตั้งใจไว้ก่อนบินเดี๋ยวอดตายกันพอดี
ป.ล อ่ะโห yahoo เปลี่ยน interface และเพิ่มขนาดตู้จดหมายเป็น 100 MB เพิ่มให้เมลโฆษณาใช่ม้า มะเห็นจะมีเมลจากเพื่อนเลย อ่ะโด่
Monday, June 21, 2004
ทั้งๆที่ถึงเชียงรายตอนเที่ยงแต่ความรู้สึกเหมือนมันบ่ายแล้วเพราะต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่ตีสามครึ่งบินไปพิษณุโลกรอบนึงก่อนจะไปเชียงราย ง่วงมากทีเดียวแต่โชคดี(ของเรา..บริษัทคงไม่ใช่ อิอิ)ผู้โดยสารไม่เต็ม(ประมาณ 60-80 ตลอด)ทำให้ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ถึงแม้จะเดินทางด้วยเครื่องเล็ก(Boeing737) ทำงานกันสองคนกะเพื่อนแต่พี่purser ใจดีมาช่วยทำด้วย
ก่อนจะเข้าโรงแรมกัปตันชวนแวะนครปฐมก่อน เป็นร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบหนะ อร่อยมากๆเลยอยากจะเบิ้ลสองแต่ว่าไม่มีใครกินอีกหนะสิ เราพักกันที่ดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท โรงแรมก็สวยดีแต่เงียบ มันเป็นเกาะเพราะมีแม่น้ำกกล้อมรอบ
มาเชียงรายมีภารกิจคือต้องไปซื้อน้ำพริกน้ำเงี้ยวของป้านวลให้แฟน พี่เค้าบอกว่าถามใครใครก็รู้จัก ตลาดสดอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากแต่เดินไม่ไหวหรอกแค่จากตัวโรงแรมออกมาที่ทางเข้าก็อ้วกแล้ว พนักงานที่โรงแรมเรียกรถสามล้อถีบให้ ไม่ได้นั่งมานานมากๆแล้ววันนี้มานั่งอีกทีได้บรรยากาศดีนั่งรับลม สงสารก็คนถีบเพราะเพื่อนไปกะฉันด้วยเราจะออกไปตลาดและเที่ยววัดพระแก้ว เจรจาค่ารถ 150เพราะให้เค้ารอรับกลับด้วยแล้วก็เพราะเราตัวใหญ่กันนั่นเองสงสารเค้า อิอิ
ตลาดสดคึกคักแต่รอบนอกด้านในเลิกๆเปิดร้านแล้ว(พวกเนื้อสัตว์)เดินมั่วในตลาดจะหาร้านน้ำเงี้ยวตามที่ฟังเค้าบอกมาแต่หาไม่เจอต้องถามคนในตลาด อืมม เป็นที่รู้จักจริงด้วยนะร้านเนี่ย เค้ากำลังตักน้ำพริกใส่ถุงพอดีและคิดว่าถ้ามาเร็วๆเราจะได้กินน้ำเงี้ยวป้านวลแน่ๆ น้ำพริกขนาดหนึ่งกิโลครึ่งอยู่ที่ราคาหนึ่งร้อยห้าบาท และในน้ำเงี้ยวต้องมีดอกงิ้ว(หรือเงี้ยวหว่า)ด้วยก็ซื้อจากร้านหอมกระเทียมข้างๆ ในตลาดมะมีอะไรดูแล้วเพราะมีแต่ของกินซึ่งเราจะไม่กินเพราะเจตนาว่าเย็นนี้จะไปกินอาหารเมืองกันที่ร้าน
เดินไปหาสามล้อคู่ใจ เพื่อนฉันใจดีซื้อโค้กให้พี่คนถีบสามล้อด้วยอ่ะแต่เราไม่ได้นึกถึงเลยนะอืมมไร้น้ำใจป่าวเนี่ย พี่เค้าพาเราไปเที่ยววัดต่อ ถามถึงวัดที่อาจารย์เฉลิมชัยมาทำอยากจะเห็นเหมือนกันเพราะเห็นในหนังสือดูขาวๆสวยงามดีแต่เค้าว่าอยู่ไกลออกไปมากเราก็ไปแค่วัดพระแก้วแถวตลาดนั่นแหละ วัดนี่เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลอง ในวัดร่มรื่นมีไผ่สีทองสวยดี แล้วก็มีเศียรกะหัตถ์(เค้าเรียกงี้ป่าวอ่ะ มืออ่ะ)โบราณที่บังเอิญไปเจอตอนขุดลอกแม่น้ำกกแถวสะพานข้ามไปโรงแรมดุสิตแหละ พี่คนถีบสามล้อบอกว่าพวกเค้าแหละเจอ
นอกจากโบสถ์ หอพระที่มีพระแก้วแล้วยังมีเจดีย์สีทองที่มีศาลาอธิษฐานด้วย แน่นอนฉันก็เพื่อนก็ไปอธิษฐาน(จะพลาดได้ไง) อธิษฐานเสร็จก็เคาะฆ้องแถวนั้นเป็นสิริมงคลตอนแรกฉันจะเคาะก่อนแล้วแต่เพื่อนบอกต้องอธิษฐานก่อนดิ ไอ่เราก็นึกว่าต้องเคาะก่อน เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะได้หันมาสนใจฟังคำอธิษฐาน อิอิ
ด้านข้างเจดีย์(อยู่หลังโบสถ์)มีอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นไม้สูงๆดูสวยดีสีไม้ดำๆตัดกับสีทอง
ออกจากวัดกลับไปโรงแรม เดินเล่นรอบๆดูแม่น้ำไหลเชียวมากๆแล้วก็ขึ้นห้องนั่งนอนเล่นรอเวลาหกโมงเย็นลงไปขึ้นรถโรงแรม
ไฟล์ทเรามากันแค่ 5 คน(เฉพาะลูกเรือ)แต่พี่คนนึงไม่ค่อยสบายเลยนอน นึกว่าต้องไปกินกันสี่คนแต่เจอลูกเรืออีกไฟล์ทก็เลยไปด้วยกัน 9 คน ไปเยอะก็มีเรื่องคุยกันเยอะสนุกดี ร้านที่ไปชื่อร้านสลุงคำขายอาหารเหนือ ฉันกะเพื่อนอยากกินแกงเห็ดเผาะมากแต่ดันไม่มีอารายยว้าผิดหวัง ผิดหวัง แต่ฉันทดแทนด้วยแกงหน่อไม้ซี่โครงหมู เป็นแกงที่โปรดปรานมากที่ร้านนี้ก็ทำอร่อยมากด้วย ไส้อั่วก็อร่อย ลาบคั่วก็ดีแต่ไม่ค่อยจะกินเสียก็แกงฮังเลรสชาติดีแต่ว่าหมูแข็งเพราะเค้าใส่เนื้อล้วนๆไม่ได้เป็นสามชั้น ซึ่งก็อาจจะไม่กินมากแต่ปนมาบ้างให้คนชอบนิ่มๆกินจะดีกว่า ผลไม้รวมหลังอาหารมีสัปปะรดภูแลด้วย ชอบๆ เป็นสัปปะรดลูกเล็กมากๆผสมกันระหว่างภูเก็ตกะนางแล คิดว่าเป็นของที่มาเชียงรายต้องกินหนะเป็น original กว่าถึงแม้อาจจะมีขายที่อื่นก็ตาม(ป.ล เพิ่งรู้เมื่อ 4-5 ปีมานี้ว่านางแลเป็นสัปปะรดของเชียงรายนึกว่าสัปปะรดมีแต่เมืองที่มีทะเล)
กลับโรงแรมแทนที่จะนอนเพราะเมื่อวานตื่นเช้าดันมานั่งดู mercury rising ดูเสร็จก็แบ่บไม่เห็นต้องดูเลย สรุปก็นอนดึกอีก ตอนเช้าวันนี้ตื่นมากินอาหารเช้า ชอบน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง อร่อย อาหารอย่างอื่นก็เหมือนโรงแรมทั้วไป
ทำงานกลับสามแลนด์มากรุงเทพแล้วไปกระบีอีกหนึ่งรอบเสร็จงานทุ่มครึ่งเหนื่อนแฮะนอนไม่พอแน่ๆ
กลับบ้านก็ไม่นอนอีกหนะมาโหลดรูปลงจาวาน้องในแร็ก(ragnarok)จะสอนเล่นโกะ ฮืออพรุ่งนี้ก็เล่นเนตเป็นวันสุดท้ายแล้วไปบาเรนเจ็ดวันเกมไม่ได้เล่นไม่พอไม่มีแม้แต่เนตให้ใช้เลย ตายแน่
ก่อนจะเข้าโรงแรมกัปตันชวนแวะนครปฐมก่อน เป็นร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบหนะ อร่อยมากๆเลยอยากจะเบิ้ลสองแต่ว่าไม่มีใครกินอีกหนะสิ เราพักกันที่ดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท โรงแรมก็สวยดีแต่เงียบ มันเป็นเกาะเพราะมีแม่น้ำกกล้อมรอบ
มาเชียงรายมีภารกิจคือต้องไปซื้อน้ำพริกน้ำเงี้ยวของป้านวลให้แฟน พี่เค้าบอกว่าถามใครใครก็รู้จัก ตลาดสดอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากแต่เดินไม่ไหวหรอกแค่จากตัวโรงแรมออกมาที่ทางเข้าก็อ้วกแล้ว พนักงานที่โรงแรมเรียกรถสามล้อถีบให้ ไม่ได้นั่งมานานมากๆแล้ววันนี้มานั่งอีกทีได้บรรยากาศดีนั่งรับลม สงสารก็คนถีบเพราะเพื่อนไปกะฉันด้วยเราจะออกไปตลาดและเที่ยววัดพระแก้ว เจรจาค่ารถ 150เพราะให้เค้ารอรับกลับด้วยแล้วก็เพราะเราตัวใหญ่กันนั่นเองสงสารเค้า อิอิ
ตลาดสดคึกคักแต่รอบนอกด้านในเลิกๆเปิดร้านแล้ว(พวกเนื้อสัตว์)เดินมั่วในตลาดจะหาร้านน้ำเงี้ยวตามที่ฟังเค้าบอกมาแต่หาไม่เจอต้องถามคนในตลาด อืมม เป็นที่รู้จักจริงด้วยนะร้านเนี่ย เค้ากำลังตักน้ำพริกใส่ถุงพอดีและคิดว่าถ้ามาเร็วๆเราจะได้กินน้ำเงี้ยวป้านวลแน่ๆ น้ำพริกขนาดหนึ่งกิโลครึ่งอยู่ที่ราคาหนึ่งร้อยห้าบาท และในน้ำเงี้ยวต้องมีดอกงิ้ว(หรือเงี้ยวหว่า)ด้วยก็ซื้อจากร้านหอมกระเทียมข้างๆ ในตลาดมะมีอะไรดูแล้วเพราะมีแต่ของกินซึ่งเราจะไม่กินเพราะเจตนาว่าเย็นนี้จะไปกินอาหารเมืองกันที่ร้าน
เดินไปหาสามล้อคู่ใจ เพื่อนฉันใจดีซื้อโค้กให้พี่คนถีบสามล้อด้วยอ่ะแต่เราไม่ได้นึกถึงเลยนะอืมมไร้น้ำใจป่าวเนี่ย พี่เค้าพาเราไปเที่ยววัดต่อ ถามถึงวัดที่อาจารย์เฉลิมชัยมาทำอยากจะเห็นเหมือนกันเพราะเห็นในหนังสือดูขาวๆสวยงามดีแต่เค้าว่าอยู่ไกลออกไปมากเราก็ไปแค่วัดพระแก้วแถวตลาดนั่นแหละ วัดนี่เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลอง ในวัดร่มรื่นมีไผ่สีทองสวยดี แล้วก็มีเศียรกะหัตถ์(เค้าเรียกงี้ป่าวอ่ะ มืออ่ะ)โบราณที่บังเอิญไปเจอตอนขุดลอกแม่น้ำกกแถวสะพานข้ามไปโรงแรมดุสิตแหละ พี่คนถีบสามล้อบอกว่าพวกเค้าแหละเจอ
นอกจากโบสถ์ หอพระที่มีพระแก้วแล้วยังมีเจดีย์สีทองที่มีศาลาอธิษฐานด้วย แน่นอนฉันก็เพื่อนก็ไปอธิษฐาน(จะพลาดได้ไง) อธิษฐานเสร็จก็เคาะฆ้องแถวนั้นเป็นสิริมงคลตอนแรกฉันจะเคาะก่อนแล้วแต่เพื่อนบอกต้องอธิษฐานก่อนดิ ไอ่เราก็นึกว่าต้องเคาะก่อน เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะได้หันมาสนใจฟังคำอธิษฐาน อิอิ
ด้านข้างเจดีย์(อยู่หลังโบสถ์)มีอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นไม้สูงๆดูสวยดีสีไม้ดำๆตัดกับสีทอง
ออกจากวัดกลับไปโรงแรม เดินเล่นรอบๆดูแม่น้ำไหลเชียวมากๆแล้วก็ขึ้นห้องนั่งนอนเล่นรอเวลาหกโมงเย็นลงไปขึ้นรถโรงแรม
ไฟล์ทเรามากันแค่ 5 คน(เฉพาะลูกเรือ)แต่พี่คนนึงไม่ค่อยสบายเลยนอน นึกว่าต้องไปกินกันสี่คนแต่เจอลูกเรืออีกไฟล์ทก็เลยไปด้วยกัน 9 คน ไปเยอะก็มีเรื่องคุยกันเยอะสนุกดี ร้านที่ไปชื่อร้านสลุงคำขายอาหารเหนือ ฉันกะเพื่อนอยากกินแกงเห็ดเผาะมากแต่ดันไม่มีอารายยว้าผิดหวัง ผิดหวัง แต่ฉันทดแทนด้วยแกงหน่อไม้ซี่โครงหมู เป็นแกงที่โปรดปรานมากที่ร้านนี้ก็ทำอร่อยมากด้วย ไส้อั่วก็อร่อย ลาบคั่วก็ดีแต่ไม่ค่อยจะกินเสียก็แกงฮังเลรสชาติดีแต่ว่าหมูแข็งเพราะเค้าใส่เนื้อล้วนๆไม่ได้เป็นสามชั้น ซึ่งก็อาจจะไม่กินมากแต่ปนมาบ้างให้คนชอบนิ่มๆกินจะดีกว่า ผลไม้รวมหลังอาหารมีสัปปะรดภูแลด้วย ชอบๆ เป็นสัปปะรดลูกเล็กมากๆผสมกันระหว่างภูเก็ตกะนางแล คิดว่าเป็นของที่มาเชียงรายต้องกินหนะเป็น original กว่าถึงแม้อาจจะมีขายที่อื่นก็ตาม(ป.ล เพิ่งรู้เมื่อ 4-5 ปีมานี้ว่านางแลเป็นสัปปะรดของเชียงรายนึกว่าสัปปะรดมีแต่เมืองที่มีทะเล)
กลับโรงแรมแทนที่จะนอนเพราะเมื่อวานตื่นเช้าดันมานั่งดู mercury rising ดูเสร็จก็แบ่บไม่เห็นต้องดูเลย สรุปก็นอนดึกอีก ตอนเช้าวันนี้ตื่นมากินอาหารเช้า ชอบน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง อร่อย อาหารอย่างอื่นก็เหมือนโรงแรมทั้วไป
ทำงานกลับสามแลนด์มากรุงเทพแล้วไปกระบีอีกหนึ่งรอบเสร็จงานทุ่มครึ่งเหนื่อนแฮะนอนไม่พอแน่ๆ
กลับบ้านก็ไม่นอนอีกหนะมาโหลดรูปลงจาวาน้องในแร็ก(ragnarok)จะสอนเล่นโกะ ฮืออพรุ่งนี้ก็เล่นเนตเป็นวันสุดท้ายแล้วไปบาเรนเจ็ดวันเกมไม่ได้เล่นไม่พอไม่มีแม้แต่เนตให้ใช้เลย ตายแน่
Saturday, June 19, 2004
Friday, June 18, 2004
17:45 กลับจากคาร์ฟู ออกไปซื้อของกะแม่ซื้อไมโครเวฟใหม่ถูกแสนถูกนะของสมัยนี้ 1990 บาท ยี่ห้อแดวู(รถนี่หว่า)ก็ไม่รู้ว่าดีป่าวเอามาแค่อุ่นอาหารแช่แข็งกะต้มมาม่า(อาหารกลางวันของน้อง)
คาร์ฟูจัดห้างใหม่ไม่เป็นชั้นสูงๆแบบเดิมเค้าจัดเหมือนซุปเปอร์มาร์เกตในห้างก็ดูโล่งโปร่งดี ซื้อข้าวเกรียบกุ้งมากินไม่ได้กินนานมากแล้วแต่ไปกินที่ทำงานพี่วันก่อนรู้สึกว่ามันอร่อยดีแฮะ แล้วก็ซื้อบันบัน(ขนมถั่วลันเตา)ลดราคาอยากรู้ว่าเหมือนที่แม่ซาโตะให้หรือเปล่าที่แม่เพื่อนให้อร่อยเพลินหน้าตาเป็นรูปฝักถั่ว
เพิ่งเห็นว่าซีตร้ามีโลชั่นทำให้ผิวขาวสำหรับคนที่ผิวคล้ำ เหอเหอ อยากซื้อมาใช้มั่งยืนดูส่วนผสมอยู่นานสูตรปกติใส่วิตามินบีสามแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์แต่สูตรพิเศษเนี่ยใส่ไปสามเปอร์ฯ ถ้าเป็นสูตรครีมจะใส่สารกันแดดด้วยแต่ไม่ได้ซื้อหรอกเพราะมันเหลวไปอ่ะตัวแห้งจัด
22:00 กินข้าวเย็นที่ goodview ขาหมูทอดร้อนๆ ปลาหมึกแดดเดียว และแกงสุดเริ่ดประจำฤดูฝนคือเห็ดขบเผาะกับหมูย่าง (เห็นถอบในภาษาเมือง) อร่อยมั่กมากหมายถึงอร่อยมากมื้อเย็นแต่ถ้าให้เลือกใหม่จะไม่สั่งปลาหมึกแดดเดียวน่าจะเป็นปลาหมึกชุบแป้งทอดมากกว่า
คำเก๋ๆในห้องน้ำ
ขิขุ topview
คาร์ฟูจัดห้างใหม่ไม่เป็นชั้นสูงๆแบบเดิมเค้าจัดเหมือนซุปเปอร์มาร์เกตในห้างก็ดูโล่งโปร่งดี ซื้อข้าวเกรียบกุ้งมากินไม่ได้กินนานมากแล้วแต่ไปกินที่ทำงานพี่วันก่อนรู้สึกว่ามันอร่อยดีแฮะ แล้วก็ซื้อบันบัน(ขนมถั่วลันเตา)ลดราคาอยากรู้ว่าเหมือนที่แม่ซาโตะให้หรือเปล่าที่แม่เพื่อนให้อร่อยเพลินหน้าตาเป็นรูปฝักถั่ว
เพิ่งเห็นว่าซีตร้ามีโลชั่นทำให้ผิวขาวสำหรับคนที่ผิวคล้ำ เหอเหอ อยากซื้อมาใช้มั่งยืนดูส่วนผสมอยู่นานสูตรปกติใส่วิตามินบีสามแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์แต่สูตรพิเศษเนี่ยใส่ไปสามเปอร์ฯ ถ้าเป็นสูตรครีมจะใส่สารกันแดดด้วยแต่ไม่ได้ซื้อหรอกเพราะมันเหลวไปอ่ะตัวแห้งจัด
22:00 กินข้าวเย็นที่ goodview ขาหมูทอดร้อนๆ ปลาหมึกแดดเดียว และแกงสุดเริ่ดประจำฤดูฝนคือเห็ดขบเผาะกับหมูย่าง (เห็นถอบในภาษาเมือง) อร่อยมั่กมากหมายถึงอร่อยมากมื้อเย็นแต่ถ้าให้เลือกใหม่จะไม่สั่งปลาหมึกแดดเดียวน่าจะเป็นปลาหมึกชุบแป้งทอดมากกว่า
คำเก๋ๆในห้องน้ำ
ขิขุ topview
Wednesday, June 16, 2004
ไม่ได้ออกกำลังกายทั้งที่อยากไปเข้า Body jam เพราะหลับไปตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงทุ่ม
เช้านี้ตื่นตีสามห้าสิบ(เมื่อวานเวลานี้ยังไม่นอนเลย)ทำงานไปขอนแก่น เหนื่อยมากเลยเป็นเครื่องเล็ก 737 ผู้โดยสารเต็มไปและเกือบเต็มกลับเครื่องนี้ชั้นประหยัดมีแอร์ทำอยู่สองคนเองก็ทั้งลากรถอาหาร เตรียมชากาแฟ น้ำส้มน้ำเย็นไฟล์ทไทม์ก็สั้นขาไปเกือบไม่ทันเก็บของรนๆเพราะเครื่องจะลงแล้ว ไปถึงก็ต้องเก็บหนังสือพิมพ์มาพับ พับเสร็จไม่ทันไรก็บอร์ดผู้โดยสารทำกลับอีกแล้ว แต่มันก็จบงานเร็วดี 9:30 ก็เลิกงานแล้ว ก่อนกลับบ้านไปออกตั๋วกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้(หลังเลิกงานตอนบ่ายสาม)ไปรับแม่มากรุงเทพด้วยแม่จะมาช่วยน้าจัดบ้าน
กลับถึงบ้านอาบน้ำออกไปหาพี่ทำงาน(ไปกินข้าวกลางวันฟรี) แล้วก็หลับที่ทำงานพี่นั่นแหละ อิอิ เลยไม่ต้องออกกำลังกายเลย กินข้าวเย็นก็กลับบ้านมาเก็บของพรุ่งนี้เลิกงานแล้วกลับบ้านต้องรีบเผ่นไปขึ้นเครื่องแต่คิดว่าไม่ทันแน่เลยเพราะจองไว้ตอนห้าโมงเย็นแต่ก็ลุ้นๆหน่อยไม่ทันก็กลับรอบทุ่มก็ได้
ป.ล ซีดีของ”เรียนเชิญผุ้มีจิตศรัทธา group” เริ่มวางจำหน่ายแล้ว
ป.ล 2 เหอเหอ girly berry โดนวิจาร์ณเละ สมควรแล้ว เกินงามไปมาก
เช้านี้ตื่นตีสามห้าสิบ(เมื่อวานเวลานี้ยังไม่นอนเลย)ทำงานไปขอนแก่น เหนื่อยมากเลยเป็นเครื่องเล็ก 737 ผู้โดยสารเต็มไปและเกือบเต็มกลับเครื่องนี้ชั้นประหยัดมีแอร์ทำอยู่สองคนเองก็ทั้งลากรถอาหาร เตรียมชากาแฟ น้ำส้มน้ำเย็นไฟล์ทไทม์ก็สั้นขาไปเกือบไม่ทันเก็บของรนๆเพราะเครื่องจะลงแล้ว ไปถึงก็ต้องเก็บหนังสือพิมพ์มาพับ พับเสร็จไม่ทันไรก็บอร์ดผู้โดยสารทำกลับอีกแล้ว แต่มันก็จบงานเร็วดี 9:30 ก็เลิกงานแล้ว ก่อนกลับบ้านไปออกตั๋วกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้(หลังเลิกงานตอนบ่ายสาม)ไปรับแม่มากรุงเทพด้วยแม่จะมาช่วยน้าจัดบ้าน
กลับถึงบ้านอาบน้ำออกไปหาพี่ทำงาน(ไปกินข้าวกลางวันฟรี) แล้วก็หลับที่ทำงานพี่นั่นแหละ อิอิ เลยไม่ต้องออกกำลังกายเลย กินข้าวเย็นก็กลับบ้านมาเก็บของพรุ่งนี้เลิกงานแล้วกลับบ้านต้องรีบเผ่นไปขึ้นเครื่องแต่คิดว่าไม่ทันแน่เลยเพราะจองไว้ตอนห้าโมงเย็นแต่ก็ลุ้นๆหน่อยไม่ทันก็กลับรอบทุ่มก็ได้
ป.ล ซีดีของ”เรียนเชิญผุ้มีจิตศรัทธา group” เริ่มวางจำหน่ายแล้ว
ป.ล 2 เหอเหอ girly berry โดนวิจาร์ณเละ สมควรแล้ว เกินงามไปมาก
Monday, June 14, 2004
ไปนาโกย่าครั้งนี้ไม่ได้ซื้อขนมเลยอะไรจะประหยัดปานนั้นใช้เงินไปประมาณเก้าพันเยนเอง :D แต่ก็มีเสียดายเหมือนกันที่ทำไมไม่ซื้อของนั้นมานะแต่ก็ไม่ใช่ของจำเป็นอะไรแค่อยากได้เฉยๆ ไม่ค่อยได้กระตือรืนร้นจะเดินดูของเท่าไหร่ ไปถึงตอนเช้าก็นอนจนบ่ายสองของที่นั่นกว่าจะตื่นมาแต่งตัวออกนอกโรงแรม
เพราะอยากกินชามะนาว Kirin แต่ก็งกก็เลยเอาคูปองที่โรงแรมให้สำหรับแลกชาหรือกาแฟไปกินที่ร้านในโรงแรม เลือกชามะนาวรสชาติดีมากเลยแต่ดันสั่งเค้กมากินเสียเงินไป 660 เยนแต่ว่าอร่อยมากเป็น opera cake ชิ้นเล็กนิดเดียว
ออกจากโรงแรม(พักที่ Nagoya Kanko hotel) ทางด้านหลังจะเจอ hardrock อยู่ฝั่งตรงข้าม
เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆจะเจอสี่แยกใหญ่มากๆเป็นสถานีรถใต้ดินด้วย (Fushimi St.)
ฉันเดินข้ามถนนมาเดินฝั่งตรงข้ามของโรงแรมเพื่อเปลี่ยนวิว(ครั้งก่อนๆเดินฝั่งเดียวกับโรงแรมมาเรื่อยๆจนถึงย่านห้างร้าน)เดินต่อไปอีกเจอศิลปะหน้าตึกก็สวยดีนะ
เดินต่อไปเห็นร้านขายยาที่ชอบๆอยู่อีกฝั่งเป็นร้านใหญ่มีสองชั้น ร้านขายยาที่ญี่ปุ่นมีเครื่องสำอางก็เลยชอบเดินเล่นแต่ครั้งนี้เจอร้านใหม่ไม่เชิงขายยาเน้นขายเครื่องสำอางมากกว่าชื่อ Tulpe แวะเดินเล่นซื้อของในร้านนี้นานเลยกว่าจะออกเดินทางต่อ
ผ่านพุ่มไม้ร่มรื่นดี
เลี้ยวขวาเข้า princess odori ซอยนี้มีของกินและร้านร้อยเยนอยู่บนห้าง Daiei ฉันจะซื้อกระเป๋าเก็บความเย็นสำหรับใส่อาหารแช่แข็งตอนไปบาเรนสิ้นเดือนแต่ว่าไม่มีหนะ ออกจากห้างเดินไปเรื่อยๆจะไปตึก Nadya ผ่านร้านอาหารมีปูยักษ์อยู่หน้าร้าน
ตึก Nadya มี Loft กะ Kinokuniya แต่พอเดินลอฟท์ได้ซักพักก็ออกไม่รู้จะดูอะไรแล้วก็ไม่ได้ไปคิโนะเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรอีกเหมือนกันเลยเดินออกหลังตึกมีสนามฟุตบอล สวนๆหน่อยอ่ะ คนเค้าก็มานั่งกันเป็นคู่ๆที่กระไดก็นั่งกันเต็มเลย นั่งพิงกัน ซบไหล่ น่าอิจฉานิ มันก็คงไม่มีที่จะไปอ่ะนะก็มานั่งพักผ่อนดีอากาศมันก็ดีอ่ะ
เดินออกจากสวนลัดเลาะไปเรื่อยโผล่หน้าร้านของเล่นที่ชอบอีกร้านนึงขายของเล่นขนมแปลกๆเก๋ๆและหนังสือก็แวะไปซักหน่อยมีของเล่นใหม่เป็นต้นไม้ดุ๊กดิ๊กราคา 1890 เยนมันก็น่ารักดีเป็นตะก่อนคงซื้อแล้วอ่ะแต่ตอนนี้คิดว่าซื้อแล้วเอาไปไว้ไหนหว่าไอ่ตัว nohohon zoku(ที่เหมือนตุ๊กตาหิมะส่ายหัวซ้ายขวา)ยังไม่เปิดเล่นเลย
แวะหาของกินเป็น kitusne udon กินกะปลาหมึกและกุ้งเทมปุระ
ตอนรีบเดินไป tokyu hand เพราะมันจะสองทุ่มแล้วต้องหากระเป๋าเย็นนั่นแหละแต่ก็ไปแวะเสียเวลากะร้านการ์ตูนมือสองร้านที่ชอบอีกเช่นกันไม่ได้ซือ้แต่ขอดูหน่อยก็ยังดี อิอิ Tokyu hand อยู่ตึก annex ตรงกันข้ามจะมี Nagoya TV tower ได้กระเป๋าเย็นเป็นที่เรียบร้อยแทนที่จะได้ซื้อของร้อยเยนต้องมาซื้อพันนิดๆแต่มันก็ดูดีกว่า
สองทุ่มห้างปิด ปิดหมด ร้านอาหารก็ปิด T_T แต่ซุปเปอร์ยังไม่ปิด เดินผ่านร้าน LV ที่หัวมุมถนน เก๋ดีนะ
เดินกลับไป Daiei ซื้อบะหมี่ถ้วยเอาไปกันตายที่บาเรนอีกเช่นกัน สุดท้ายก็เสียเงินซื้อชามะนาวของ Kirin ก็มันลดราคา อาหารเย็นต้องพึ่งสลัดจากร้านสะดวกตรงข้ามโรงแรม กลับห้องแล้วเข้านอน
เพราะอยากกินชามะนาว Kirin แต่ก็งกก็เลยเอาคูปองที่โรงแรมให้สำหรับแลกชาหรือกาแฟไปกินที่ร้านในโรงแรม เลือกชามะนาวรสชาติดีมากเลยแต่ดันสั่งเค้กมากินเสียเงินไป 660 เยนแต่ว่าอร่อยมากเป็น opera cake ชิ้นเล็กนิดเดียว
ออกจากโรงแรม(พักที่ Nagoya Kanko hotel) ทางด้านหลังจะเจอ hardrock อยู่ฝั่งตรงข้าม
เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆจะเจอสี่แยกใหญ่มากๆเป็นสถานีรถใต้ดินด้วย (Fushimi St.)
ฉันเดินข้ามถนนมาเดินฝั่งตรงข้ามของโรงแรมเพื่อเปลี่ยนวิว(ครั้งก่อนๆเดินฝั่งเดียวกับโรงแรมมาเรื่อยๆจนถึงย่านห้างร้าน)เดินต่อไปอีกเจอศิลปะหน้าตึกก็สวยดีนะ
เดินต่อไปเห็นร้านขายยาที่ชอบๆอยู่อีกฝั่งเป็นร้านใหญ่มีสองชั้น ร้านขายยาที่ญี่ปุ่นมีเครื่องสำอางก็เลยชอบเดินเล่นแต่ครั้งนี้เจอร้านใหม่ไม่เชิงขายยาเน้นขายเครื่องสำอางมากกว่าชื่อ Tulpe แวะเดินเล่นซื้อของในร้านนี้นานเลยกว่าจะออกเดินทางต่อ
ผ่านพุ่มไม้ร่มรื่นดี
เลี้ยวขวาเข้า princess odori ซอยนี้มีของกินและร้านร้อยเยนอยู่บนห้าง Daiei ฉันจะซื้อกระเป๋าเก็บความเย็นสำหรับใส่อาหารแช่แข็งตอนไปบาเรนสิ้นเดือนแต่ว่าไม่มีหนะ ออกจากห้างเดินไปเรื่อยๆจะไปตึก Nadya ผ่านร้านอาหารมีปูยักษ์อยู่หน้าร้าน
ตึก Nadya มี Loft กะ Kinokuniya แต่พอเดินลอฟท์ได้ซักพักก็ออกไม่รู้จะดูอะไรแล้วก็ไม่ได้ไปคิโนะเพราะไม่รู้จะซื้ออะไรอีกเหมือนกันเลยเดินออกหลังตึกมีสนามฟุตบอล สวนๆหน่อยอ่ะ คนเค้าก็มานั่งกันเป็นคู่ๆที่กระไดก็นั่งกันเต็มเลย นั่งพิงกัน ซบไหล่ น่าอิจฉานิ มันก็คงไม่มีที่จะไปอ่ะนะก็มานั่งพักผ่อนดีอากาศมันก็ดีอ่ะ
เดินออกจากสวนลัดเลาะไปเรื่อยโผล่หน้าร้านของเล่นที่ชอบอีกร้านนึงขายของเล่นขนมแปลกๆเก๋ๆและหนังสือก็แวะไปซักหน่อยมีของเล่นใหม่เป็นต้นไม้ดุ๊กดิ๊กราคา 1890 เยนมันก็น่ารักดีเป็นตะก่อนคงซื้อแล้วอ่ะแต่ตอนนี้คิดว่าซื้อแล้วเอาไปไว้ไหนหว่าไอ่ตัว nohohon zoku(ที่เหมือนตุ๊กตาหิมะส่ายหัวซ้ายขวา)ยังไม่เปิดเล่นเลย
แวะหาของกินเป็น kitusne udon กินกะปลาหมึกและกุ้งเทมปุระ
ตอนรีบเดินไป tokyu hand เพราะมันจะสองทุ่มแล้วต้องหากระเป๋าเย็นนั่นแหละแต่ก็ไปแวะเสียเวลากะร้านการ์ตูนมือสองร้านที่ชอบอีกเช่นกันไม่ได้ซือ้แต่ขอดูหน่อยก็ยังดี อิอิ Tokyu hand อยู่ตึก annex ตรงกันข้ามจะมี Nagoya TV tower ได้กระเป๋าเย็นเป็นที่เรียบร้อยแทนที่จะได้ซื้อของร้อยเยนต้องมาซื้อพันนิดๆแต่มันก็ดูดีกว่า
สองทุ่มห้างปิด ปิดหมด ร้านอาหารก็ปิด T_T แต่ซุปเปอร์ยังไม่ปิด เดินผ่านร้าน LV ที่หัวมุมถนน เก๋ดีนะ
เดินกลับไป Daiei ซื้อบะหมี่ถ้วยเอาไปกันตายที่บาเรนอีกเช่นกัน สุดท้ายก็เสียเงินซื้อชามะนาวของ Kirin ก็มันลดราคา อาหารเย็นต้องพึ่งสลัดจากร้านสะดวกตรงข้ามโรงแรม กลับห้องแล้วเข้านอน
Friday, June 11, 2004
กลับเชียงใหม่ห้าวันผ่านไปไวเหมือนโกหก ครั้งนี้ใช้เงินไม่มากนอกจากซื้อของเข้าบ้านกะเงินให้แม่ กลางวันทำกับข้าวให้น้องกะแม่กินด้วยทำสี่วัน ส่วนวันที่น้องหยุดออกไปกินที่ร้านเย็นตาโฟศรีพิงค์ คิดถึงเกี๊ยวกรอบต้มยำ กินข้าวเย็นนอกบ้านสองวัน นอกนั้นกินที่บ้าน ทำกับข้าวก็สนุกดีเหมือนกันแต่ก็เบื่อเหมือนกันประมาณว่า ทำอีกแล้วเหรอ(ฟระ)ติดใจผักหวานผัดอร่อยชอบๆ เลียนแบบรุ่นน้องที่ผัดให้กินตอไปค้างดูไบ ผักหวานหนะเคยกินตอนเด็กเป็นแกงแบบเหนือใสๆเผ็ดนิดหน่อยใส่วุ้นเส้นด้วยไม่คิดว่าผัดก็อร่อยอยากกินอีกอ่า
กลับจากเชียงใหม่เมื่อคืนต้องรีบเข้านอนเพราะเช้านี้ต้องตื่น 4:30ไปบินเชียงรายแต่เที่ยงก็เสร็จงาน วันนี้บังคับใจตัวเองสำเร็จสองเรื่องคือประหยัดค่าข้าวเย็นกินอาหารที่ food center ทั้งที่ใจมันอยากจะกิน ZEN ZEN ZEN แต่ข้าวหมูชุบแป้งทอดของร้าน irasshaimase ก็พอทดแทนได้ห้าสิบบาทเองด้วยซื้อน้ำอัดลม(ไม่ดีแต่ก็ไม่อยากกินน้ำเปล่าอ่ะ)เสียค่าข้าวเย็นไปเจ็ดสิบบาท อิอิ อีกเรื่องคือไปออกกำลังกายตอนเริ่มหละเหี่ยวๆไม่อยากเลยเล่นเครื่องเล่นสิบห้านาทีแรกเซ็งนิดๆหน่อยแล้วก็เข้า Body jam อีกปรากฎว่าเต้นพอจะได้ดีใจจริงๆเรามีกำลังใจจะเข้าอีกได้เหงื่อด้วย
พรุ่งนี้บินไปนาโกย่าตอนค่ำดีใจได้ไปญี่ปุ่นต้องประหยัดไม่ซื้อของแต่จะกินซูชิ อิอิ กุ้งกรอบๆอาหย่อย
ป.ล เอารูปที่ถ่ายที่เชียงใหม่มาอวดมีนิดหน่อย
ขุขะ(ขรุขระ)ติดตามแฟชั่น
ตัวเล็กบนที่บรรทม
วัดบุปผาราม ถนนท่าแพ ตรงข้ามร้านทำฟันประจำครอบครัว
มุมนี้สวยดีนะ
กลับจากเชียงใหม่เมื่อคืนต้องรีบเข้านอนเพราะเช้านี้ต้องตื่น 4:30ไปบินเชียงรายแต่เที่ยงก็เสร็จงาน วันนี้บังคับใจตัวเองสำเร็จสองเรื่องคือประหยัดค่าข้าวเย็นกินอาหารที่ food center ทั้งที่ใจมันอยากจะกิน ZEN ZEN ZEN แต่ข้าวหมูชุบแป้งทอดของร้าน irasshaimase ก็พอทดแทนได้ห้าสิบบาทเองด้วยซื้อน้ำอัดลม(ไม่ดีแต่ก็ไม่อยากกินน้ำเปล่าอ่ะ)เสียค่าข้าวเย็นไปเจ็ดสิบบาท อิอิ อีกเรื่องคือไปออกกำลังกายตอนเริ่มหละเหี่ยวๆไม่อยากเลยเล่นเครื่องเล่นสิบห้านาทีแรกเซ็งนิดๆหน่อยแล้วก็เข้า Body jam อีกปรากฎว่าเต้นพอจะได้ดีใจจริงๆเรามีกำลังใจจะเข้าอีกได้เหงื่อด้วย
พรุ่งนี้บินไปนาโกย่าตอนค่ำดีใจได้ไปญี่ปุ่นต้องประหยัดไม่ซื้อของแต่จะกินซูชิ อิอิ กุ้งกรอบๆอาหย่อย
ป.ล เอารูปที่ถ่ายที่เชียงใหม่มาอวดมีนิดหน่อย
ขุขะ(ขรุขระ)ติดตามแฟชั่น
ตัวเล็กบนที่บรรทม
วัดบุปผาราม ถนนท่าแพ ตรงข้ามร้านทำฟันประจำครอบครัว
มุมนี้สวยดีนะ
Tuesday, June 08, 2004
น้องอิฉันไปก่อหนี้(ท่วมหัวเอาตัวคงไม่รอด)ถอยคอมใหม่ แน่นอนอยู่แล้ว ให้มันผ่อนเอง(เงินก้อนไม่มีไม่มีเงินเก็บเหมือนพี่มันอ่ะแหละ)ไม่มีหละออกเงินให้อ่ะกำลังจะเข้าคอร์สประหยัดสุดใจขาดดิ้นอยู่ แล้วก็ชีวิตมันจะสบายไปหรือเปล่าอยากได้อะไรพี่ต้องหาให้หนะ ลำบากซะมั่ง ได้กินข้าวกะน้ำปลาหกเดือน ดีมะดีกินแต่ข้าวไม่มีเงินซื้อน้ำปลา กร้าก กร้าก กร้าก
เพราะเปลี่ยนคอมใหม่ก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตใต้โต๊ะสองวันละมุดไปรื้อคอม(เก่า) ต่อคอม(ใหม่) รื้อคอม(ใหม่เอาไปลงโปรแกรมใหม่ที่ลงมามันเพี้ยนเล่นเนตมะได้ใจจะขาดทั้งที่ได้ตั้งกะมะคืนแต่อดเล่นเกม เหอเหอ) ต่อคอม(ใหม่)ตอนแก้ปัญหากว่าฟันธงปัญหาลงไปอ่ะต่อเนตไปเป็นสิบรอบมันต่อเนตติดแต่ไม่วิ่งเลย ทำโม้ดดดด หมดแล้วความรู้ที่มีอ่ะก็คิดว่า windows พังแน่แต่มันเพิ่งลงนะเฟ้ย วันนี้ต้องยกกลับไปที่ร้าน DATA IT ที่แอร์พอร์ตพลาซ่า ใหเค้าเช็คเค้าน่าจะมารับไปนะแหมวันเดียะมีปัญหาแหละ)สุดท้ายมันก็ windows ไม่ดีอ่ะแหละ ตอนแรกเสียกำลังใจโม้ดดด อุตส่าห์ไว้ใจ ACER(ใช้โน้ตบุ๊คมันอยู่ก็ถูกและดีนี่นา)แถมรุ่นที่ซื้อแพงมากอ่ะ คืนนี้จะ burn ใช้งานหนักๆหน่อยดิ๊ เค้าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วัน เสียดายไม่มีเกมหนักๆมาลองการ์ดจอ Geforce นะครับ (รายได้ต่ำรสนิยมสูง)
พรุ่งนี้น้องหยุดงานลากมันออกไปเที่ยวแต่ก็จะกลับมาเร็วไม่บอกก็รู้มันเห่อคอม
ป.ล เอาคอมไปส่งเช็คแล้วพาแม่ไปเช็ค mammography(ตรวจเต้านม)มีคนมาตรวจเยอะแยะเลยแฮะ พยาบาลบอกว่าผู้หญิงอายุ 35-40 ไรเนี่ยก็มาตรวจได้แล้วปีละครั้ง มะเร็งเต้านมอ่ะฮิตเป็นอันดับสองเลย(แต่ใครอยากจะอินเทรนด์หละคะ จึ๋ย)
เพราะเปลี่ยนคอมใหม่ก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตใต้โต๊ะสองวันละมุดไปรื้อคอม(เก่า) ต่อคอม(ใหม่) รื้อคอม(ใหม่เอาไปลงโปรแกรมใหม่ที่ลงมามันเพี้ยนเล่นเนตมะได้ใจจะขาดทั้งที่ได้ตั้งกะมะคืนแต่อดเล่นเกม เหอเหอ) ต่อคอม(ใหม่)ตอนแก้ปัญหากว่าฟันธงปัญหาลงไปอ่ะต่อเนตไปเป็นสิบรอบมันต่อเนตติดแต่ไม่วิ่งเลย ทำโม้ดดดด หมดแล้วความรู้ที่มีอ่ะก็คิดว่า windows พังแน่แต่มันเพิ่งลงนะเฟ้ย วันนี้ต้องยกกลับไปที่ร้าน DATA IT ที่แอร์พอร์ตพลาซ่า ใหเค้าเช็คเค้าน่าจะมารับไปนะแหมวันเดียะมีปัญหาแหละ)สุดท้ายมันก็ windows ไม่ดีอ่ะแหละ ตอนแรกเสียกำลังใจโม้ดดด อุตส่าห์ไว้ใจ ACER(ใช้โน้ตบุ๊คมันอยู่ก็ถูกและดีนี่นา)แถมรุ่นที่ซื้อแพงมากอ่ะ คืนนี้จะ burn ใช้งานหนักๆหน่อยดิ๊ เค้าจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ถ้ามีปัญหาภายใน 7 วัน เสียดายไม่มีเกมหนักๆมาลองการ์ดจอ Geforce นะครับ (รายได้ต่ำรสนิยมสูง)
พรุ่งนี้น้องหยุดงานลากมันออกไปเที่ยวแต่ก็จะกลับมาเร็วไม่บอกก็รู้มันเห่อคอม
ป.ล เอาคอมไปส่งเช็คแล้วพาแม่ไปเช็ค mammography(ตรวจเต้านม)มีคนมาตรวจเยอะแยะเลยแฮะ พยาบาลบอกว่าผู้หญิงอายุ 35-40 ไรเนี่ยก็มาตรวจได้แล้วปีละครั้ง มะเร็งเต้านมอ่ะฮิตเป็นอันดับสองเลย(แต่ใครอยากจะอินเทรนด์หละคะ จึ๋ย)
Monday, June 07, 2004
ฝนตกกระหน่ำมากเช้านี้แต่ก็ทำให้อากาศเย็นสบายดี
มาถึงเชียงใหม่ได้สองวันครึ่งแล้วคราวนี้อยู่ยาวถึงวันที่สิบ(ลาพักร้อนไฟล์ทแขกสองวัน)และมันซึ้งจริงๆว่าก่อนจะมีความสุขมันต้องมีทุกข์ก่อน
กว่าจะถึงเชียงใหม่ต้องไปทำงานก่อน(วันที่ 5) มันดูดีเพราะทำงานเสร็จบ่ายสองกลับบ้านเปลี่ยนกระเป๋าก็ได้กลับเชียงใหม่แต่ว่าไฟล์ทนั้นนรกแตกมาก นึกว่าไปเดลลีเลย จริงๆมันเป็นสิงค์โปร์ 403/404 ขาไปโอเคดีแต่ขากลับโซนที่ฉันทำงานเป็นแขกเกือบล้วนๆมีคนสิงค์โปรนิดหน่อย คนไทยสองคน ฝรั่งคนนึง แต่ครั้งนี้บ้ากว่าทุกทีมากเพราะมีแขกโวยลั่น ตัวนึงอ่ะโวยก่อนแล้วมีตัวแจมสะเออะร่วมโวยด้วย สองตัวเนี้ยอยู่ฝั่ง L แต่ฉันทำงานอยู่ฝั่ง R ผู้โดยสารฝรั่งถามฉันว่าเกิดไร ฉันก็ไม่รู้ แล้วแขกมันมีนิสัยอย่างนึงคือยืน มันจะยืนทำไมริดสีดวงรัปประทานหรือเปล่าไม่รุ้แต่มันต้องยืนต้องไม่อยู่ที่ คนไทยผู้ชายทนไม่ได้พูดเสียงดังว่า ทำไมไม่นั่งที่กัน(ฟระ)
กินข้าวแล้วมีม็อบแขกอีกมันยืนเป็นกลุ่มคุยไรกันไม่รุ้ แล้วก็มีนังเจ๊เจ้ากี้เจ้าการตัวนึงมาคอยสั่งฉันว่าคนนี้ขอน้ำ คนนั้นขอน้ำ คนนั้นก็เอาน้ำ คือแบ่บคนจะกินมันพูดเองไม่ได้หรือไงนะ นังเจ๊เนี่ยมันเป็นเหมือนหัวหน้าทัวร์แล้วก็รู้สึกในไฟล์ทมีสองกรุ๊ปเท่าที่เรารู้ บ้าบอสุดๆแล้วพวกแขกช่างขอที่น่ารำคาญจืดไปเลยงานนี้ ไอ่สองตัวจี๊ดนั้นก็ไม่ยอมว่างเว้นจองล้างผลาญจะเอาชื่อ Purser จะเขียน report พี่เราก็เขียนชื่อให้มันไปเลย เรื่องของเรื่องคือมันไม่ได้กินอาหารเจ !?!?! บ้ามะ มันมั่วว่าสั่งมาซึ่งมันอาจจะสั่งจริงแต่ไม่มีชื่อใน list อาหารเค้าก็ต้องไม่ได้ทำมาเผื่ออยู่แล้ว แต่นรกสุดๆ
ยังทุกข์ไม่พอเพราะตอนที่เรากลับมาเชียงใหม่จะได้พักผ่อน(เล่นเกม)ยาว ดันกระเป๋าหาย !??!? ทุกทีก็ไม่โหลดใต้เครื่องแต่ว่าขนนิตยสารกลับมันหนักเลยเอาลง แต่ดันมาไม่ถึงพร้อมฉันเพราะว่าฝนมันตกหนักมากแล้วเค้าเลยไม่ขนกระเป๋าต่อ กระเป๋าจะตามมาไฟล์ทถัดไป แต่ฉันไม่ได้รอเพราะเพื่อนมารับและนัดน้องไปกินหมูกระทะแล้ว ซึ่งเค้าก็จะเอากระเป๋ามาส่งที่บ้านเราให้ แตว่าไม่ใช่ว่าฝนตกไม่ขนต่อแล้วกระเป๋าจะมาดีๆนะ มาเยินเลย นิตยสารหนังสือที่เอามาบวมน้ำหมด !??!?!??!?!?! พูดไม่ออกเลยจ้า
ต้องมานั่งแกะหน้าที่มันติดๆกันหมดเลย หนังสือภาษาญี่ปุ่นที่เอามาก็บวมดีนะที่ไม่ได้เอาหนังสือของโรงเรียนมาไม่งั้นต้องเรียนหนังสือบวมๆ ฮืออออ
เมื่อวานเย็นก็ไปกินข้าวกะเบญที่หน้ามอ กว่าจะบังคับสั่งให้เบญขับรถมาเองแทบคลั่งมันยกเหตุผลสารพัดมาอ้างแต่ในที่สุดก็ขับมาเอง(เพิ่งหัดขับ)มันก็ทำได้อ่ะแต่มันติดที่หวงรถใหม่มันแหละ กินกันเยอะมากสามคน(น้องฉันด้วย)อาหารหกอย่าง(413 บาทเองนะ)กินหมดด้วยเหลือพิซซ่าญี่ปุ่นที่กินไม่หมด ผู้หญิงโต๊ะข้างๆมันก็มองอยู่นั่นอ่ะ เดียะก็ชวนมากินด้วยเลย เหอเหอ อยากกินไอติมต่อแต่น้องกะเพื่อนไม่ไหวแล้ว
อาหารกลางวันนี้ทำอาหารให้น้องกะแม่กินเป็นแกงจืดปลาหมึกยัดไส้กะผัดผักแต่คนทำยังไม่ได้กิน
บ่ายว่าจะไปก่อหนี้อีก(แต่คิดว่าจำเป็นนะ)จะไปถามค่าทำฟิลม์รถหน่อยมันย่นหมดเลย
มาถึงเชียงใหม่ได้สองวันครึ่งแล้วคราวนี้อยู่ยาวถึงวันที่สิบ(ลาพักร้อนไฟล์ทแขกสองวัน)และมันซึ้งจริงๆว่าก่อนจะมีความสุขมันต้องมีทุกข์ก่อน
กว่าจะถึงเชียงใหม่ต้องไปทำงานก่อน(วันที่ 5) มันดูดีเพราะทำงานเสร็จบ่ายสองกลับบ้านเปลี่ยนกระเป๋าก็ได้กลับเชียงใหม่แต่ว่าไฟล์ทนั้นนรกแตกมาก นึกว่าไปเดลลีเลย จริงๆมันเป็นสิงค์โปร์ 403/404 ขาไปโอเคดีแต่ขากลับโซนที่ฉันทำงานเป็นแขกเกือบล้วนๆมีคนสิงค์โปรนิดหน่อย คนไทยสองคน ฝรั่งคนนึง แต่ครั้งนี้บ้ากว่าทุกทีมากเพราะมีแขกโวยลั่น ตัวนึงอ่ะโวยก่อนแล้วมีตัวแจมสะเออะร่วมโวยด้วย สองตัวเนี้ยอยู่ฝั่ง L แต่ฉันทำงานอยู่ฝั่ง R ผู้โดยสารฝรั่งถามฉันว่าเกิดไร ฉันก็ไม่รู้ แล้วแขกมันมีนิสัยอย่างนึงคือยืน มันจะยืนทำไมริดสีดวงรัปประทานหรือเปล่าไม่รุ้แต่มันต้องยืนต้องไม่อยู่ที่ คนไทยผู้ชายทนไม่ได้พูดเสียงดังว่า ทำไมไม่นั่งที่กัน(ฟระ)
กินข้าวแล้วมีม็อบแขกอีกมันยืนเป็นกลุ่มคุยไรกันไม่รุ้ แล้วก็มีนังเจ๊เจ้ากี้เจ้าการตัวนึงมาคอยสั่งฉันว่าคนนี้ขอน้ำ คนนั้นขอน้ำ คนนั้นก็เอาน้ำ คือแบ่บคนจะกินมันพูดเองไม่ได้หรือไงนะ นังเจ๊เนี่ยมันเป็นเหมือนหัวหน้าทัวร์แล้วก็รู้สึกในไฟล์ทมีสองกรุ๊ปเท่าที่เรารู้ บ้าบอสุดๆแล้วพวกแขกช่างขอที่น่ารำคาญจืดไปเลยงานนี้ ไอ่สองตัวจี๊ดนั้นก็ไม่ยอมว่างเว้นจองล้างผลาญจะเอาชื่อ Purser จะเขียน report พี่เราก็เขียนชื่อให้มันไปเลย เรื่องของเรื่องคือมันไม่ได้กินอาหารเจ !?!?! บ้ามะ มันมั่วว่าสั่งมาซึ่งมันอาจจะสั่งจริงแต่ไม่มีชื่อใน list อาหารเค้าก็ต้องไม่ได้ทำมาเผื่ออยู่แล้ว แต่นรกสุดๆ
ยังทุกข์ไม่พอเพราะตอนที่เรากลับมาเชียงใหม่จะได้พักผ่อน(เล่นเกม)ยาว ดันกระเป๋าหาย !??!? ทุกทีก็ไม่โหลดใต้เครื่องแต่ว่าขนนิตยสารกลับมันหนักเลยเอาลง แต่ดันมาไม่ถึงพร้อมฉันเพราะว่าฝนมันตกหนักมากแล้วเค้าเลยไม่ขนกระเป๋าต่อ กระเป๋าจะตามมาไฟล์ทถัดไป แต่ฉันไม่ได้รอเพราะเพื่อนมารับและนัดน้องไปกินหมูกระทะแล้ว ซึ่งเค้าก็จะเอากระเป๋ามาส่งที่บ้านเราให้ แตว่าไม่ใช่ว่าฝนตกไม่ขนต่อแล้วกระเป๋าจะมาดีๆนะ มาเยินเลย นิตยสารหนังสือที่เอามาบวมน้ำหมด !??!?!??!?!?! พูดไม่ออกเลยจ้า
ต้องมานั่งแกะหน้าที่มันติดๆกันหมดเลย หนังสือภาษาญี่ปุ่นที่เอามาก็บวมดีนะที่ไม่ได้เอาหนังสือของโรงเรียนมาไม่งั้นต้องเรียนหนังสือบวมๆ ฮืออออ
เมื่อวานเย็นก็ไปกินข้าวกะเบญที่หน้ามอ กว่าจะบังคับสั่งให้เบญขับรถมาเองแทบคลั่งมันยกเหตุผลสารพัดมาอ้างแต่ในที่สุดก็ขับมาเอง(เพิ่งหัดขับ)มันก็ทำได้อ่ะแต่มันติดที่หวงรถใหม่มันแหละ กินกันเยอะมากสามคน(น้องฉันด้วย)อาหารหกอย่าง(413 บาทเองนะ)กินหมดด้วยเหลือพิซซ่าญี่ปุ่นที่กินไม่หมด ผู้หญิงโต๊ะข้างๆมันก็มองอยู่นั่นอ่ะ เดียะก็ชวนมากินด้วยเลย เหอเหอ อยากกินไอติมต่อแต่น้องกะเพื่อนไม่ไหวแล้ว
อาหารกลางวันนี้ทำอาหารให้น้องกะแม่กินเป็นแกงจืดปลาหมึกยัดไส้กะผัดผักแต่คนทำยังไม่ได้กิน
บ่ายว่าจะไปก่อหนี้อีก(แต่คิดว่าจำเป็นนะ)จะไปถามค่าทำฟิลม์รถหน่อยมันย่นหมดเลย
Friday, June 04, 2004
Harry Potter ก็ดีนะแต่บอกไม่ถูกเหมือนกันและรู้สึกว่าฉันจะจำผิดว่าเล่มสามสนุกหรือเปล่าหว่าดูหนังแล้วไม่ได้มีเค้าเลยจำมะได้ หรือว่าเล่มสนุกสุดคือเล่มสองตะหากที่หัวเราะหนักๆหนะแต่ตลกสุดกะสนุกสุดมันเล่มเดียวกันป่าวอ่ะดิ คิดว่าอ่านใหม่ดีกว่ามั้ย (เล่มห้าว่าจะอ่านเล่มภาษาอังกฤษยังไม่ได้อ่านจนถึงวันนี้)
ดู IMAX ผิดหวังเรื่อง subtitle อย่างแรงตัวเล็กและบางมากพอทับกับฉากขาวมองมะเห็น จริงตามคำวิจารณ์ว่า sub ไม่ตรงกะคำที่พูดแต่ให้คิดว่าเป็นการเรียบเรียงก็ได้เพราะมันก็แปลตรงแหละ คนที่ไม่ได้อ่านมาก่อนจะไปดูให้เข้าใจท่าจะยากอาจจะประทับใจภาพและความน่ารักได้อยู่แต่งงแน่ๆอย่างแฟนเราก็ไม่เข้าใจ อ่านหนังสือจะได้รายละเอียดมากกว่าใช้จินตนาการของเราไปด้วยสนุกสนาน แต่ดูหนังแล้วก็ดีเพราะอย่างเราดูภาคหนึ่งก่อนถึงเริ่มอ่านเพราะชอบหนังมากแต่พออ่านแล้วมาดูก็ไม่สนุกเท่าอ่านหนะ
จะว่าไม่หนุกก็ไม่ได้นะเพราะดูแล้วก็อมยิ้มไปด้วย ดีใจไปด้วยตามเนื่อเรื้อง บัคบีทก็น่ารักดีด้วยแต่เสียใจที่ซีเรียสไม่หล่อแต่ว่าภาคหลังคงหล่อเพราะคงได้อาบน้ำ อิอิ รอนก็ยังไม่หล่อ(ตัวจริงในแมกกาซีนหล่อขึ้นจมเยย) เพรดกะจอร์จ(ยอร์จ มันเรียกไรกันนะ) น่าร้ากกก อิอิ
เดี๋ยวจะออกจากบ้านไปวัดแขกซะหน่อยเคยขอไว้เรื่องงานแล้วจะเอาขนมไปถวายก็ถวายไปแล้วหละแต่ไม่ใช่ขนมที่สัญญากันไว้ก็จะไปดูร้านขนมใหม่ว่ามีป่าวไม่มีคงต้องสั่งให้จริงจัง คือชีวิตติดค้างไรป่าวหว่าเลยดูไม่ได้เรื่อง แต่ว่าจริงๆแล้วหนะเป็นเพราะตัวเองเลย ฉันนั่งคิดรายจ่ายที่จดๆไว้ปรากฏว่าจ่ายนิดๆหน่อยๆทีละพันๆนั่นแหละมันถึงหมดเลยเงินเดือน กรรมแล้วอ่ะ มะคืนบีมก็อบรมเรื่องการเงินและบอกให้เล่นเกม offline ประหยัดกว่าเดี๋ยวจัดแผ่นให้ เหอเหอ
ป.ล LP จ้าจะได้ดูป่าวเนี่ย
ดู IMAX ผิดหวังเรื่อง subtitle อย่างแรงตัวเล็กและบางมากพอทับกับฉากขาวมองมะเห็น จริงตามคำวิจารณ์ว่า sub ไม่ตรงกะคำที่พูดแต่ให้คิดว่าเป็นการเรียบเรียงก็ได้เพราะมันก็แปลตรงแหละ คนที่ไม่ได้อ่านมาก่อนจะไปดูให้เข้าใจท่าจะยากอาจจะประทับใจภาพและความน่ารักได้อยู่แต่งงแน่ๆอย่างแฟนเราก็ไม่เข้าใจ อ่านหนังสือจะได้รายละเอียดมากกว่าใช้จินตนาการของเราไปด้วยสนุกสนาน แต่ดูหนังแล้วก็ดีเพราะอย่างเราดูภาคหนึ่งก่อนถึงเริ่มอ่านเพราะชอบหนังมากแต่พออ่านแล้วมาดูก็ไม่สนุกเท่าอ่านหนะ
จะว่าไม่หนุกก็ไม่ได้นะเพราะดูแล้วก็อมยิ้มไปด้วย ดีใจไปด้วยตามเนื่อเรื้อง บัคบีทก็น่ารักดีด้วยแต่เสียใจที่ซีเรียสไม่หล่อแต่ว่าภาคหลังคงหล่อเพราะคงได้อาบน้ำ อิอิ รอนก็ยังไม่หล่อ(ตัวจริงในแมกกาซีนหล่อขึ้นจมเยย) เพรดกะจอร์จ(ยอร์จ มันเรียกไรกันนะ) น่าร้ากกก อิอิ
เดี๋ยวจะออกจากบ้านไปวัดแขกซะหน่อยเคยขอไว้เรื่องงานแล้วจะเอาขนมไปถวายก็ถวายไปแล้วหละแต่ไม่ใช่ขนมที่สัญญากันไว้ก็จะไปดูร้านขนมใหม่ว่ามีป่าวไม่มีคงต้องสั่งให้จริงจัง คือชีวิตติดค้างไรป่าวหว่าเลยดูไม่ได้เรื่อง แต่ว่าจริงๆแล้วหนะเป็นเพราะตัวเองเลย ฉันนั่งคิดรายจ่ายที่จดๆไว้ปรากฏว่าจ่ายนิดๆหน่อยๆทีละพันๆนั่นแหละมันถึงหมดเลยเงินเดือน กรรมแล้วอ่ะ มะคืนบีมก็อบรมเรื่องการเงินและบอกให้เล่นเกม offline ประหยัดกว่าเดี๋ยวจัดแผ่นให้ เหอเหอ
ป.ล LP จ้าจะได้ดูป่าวเนี่ย
Thursday, June 03, 2004
บินไฟล์ท 225 เครื่องออก21.40ไปนอนภูเก็ตกลับตอนเช้าถึงกรุงเทพ 9.40 ก็ดีเหมือนกันนะ เหมือนๆหยุดสองวันแต่ขากลับก็ง่วงอ่ะ บอกว่าง่วงแต่ฉันก็ไม่ได้นอนต่อตอนถึงบ้านนะมานั่งเล่นเกมซะอีก อี้ทักว่าฟิตแต่จริงๆคิดว่าเป็นการกระทำที่แย่(แต่ก็ยังทำ อิอิ)
เย็นนี้จะดู Harry Potter3 ช้าแต่เจ๋งนะดู IMAX DMR ด้วย แบ่บว่าชอบมากต้องดูจอใหญ่ๆ(ดูจอใหญ่ทุกภาคเลย)แต่ฟังวิจารณ์มาก็แบ่บว่ากังวลเหมือนกันเค้าว่าตัดความเป็นเด็กออกไปทำนองนั้นแต่ภาคนี้มันก็หนุกหนานสุดในความทรงจำของการอ่านมาทุกภาค
(จริงๆแต่ละเล่มก็สนุกคนละแบบ)
ป.ล ยังไม่ได้ซื้อตั๋ว linking park ใจเย็นไปป่าว ลังเลไปป่าว (ยังไม่ได้หาแลกschedด้วย)
เย็นนี้จะดู Harry Potter3 ช้าแต่เจ๋งนะดู IMAX DMR ด้วย แบ่บว่าชอบมากต้องดูจอใหญ่ๆ(ดูจอใหญ่ทุกภาคเลย)แต่ฟังวิจารณ์มาก็แบ่บว่ากังวลเหมือนกันเค้าว่าตัดความเป็นเด็กออกไปทำนองนั้นแต่ภาคนี้มันก็หนุกหนานสุดในความทรงจำของการอ่านมาทุกภาค
(จริงๆแต่ละเล่มก็สนุกคนละแบบ)
ป.ล ยังไม่ได้ซื้อตั๋ว linking park ใจเย็นไปป่าว ลังเลไปป่าว (ยังไม่ได้หาแลกschedด้วย)
Tuesday, June 01, 2004
พอคิดรายจ่ายของบัตรเครดิตลมจะใส่สองหมื่นสอง !??!! ไรกันเรานึกว่าเดือนนี้ต้องจ่ายหมื่นเดียวซะอีก เครียดเลยไม่มีเงินเก็บอีกแล้วดิเงี้ยอ่ะ
สุขภาพแปลกๆนอนๆจังเลย ง่วงหัวค่ำแต่นอนไม่หลับเมื่อวานเข้านอนสี่ทุ่มครึ่งกว่าจะหลับคงเกือบเที่ยงคืน ไปทำงานกลับบ้านมาตอนบ่ายโมงก็หลับๆตื่นๆนอนอีก มึนด้วยซ้ำ ออกไป fitness หัวใจได้เต้นแรง(แทบจะหลุดออกมา)คงได้สูบฉีดทำงานอ่ะนะ กินข้าวกลับบ้านรู้สึกง่วงอีกแล้วมึนๆด้วยนอนๆแต่ไม่หลับเลยลุกมาเล่นเนตเที่ยงคืนค่อยนอน
คอนเสริ์ต LP จะได้ดูมะเนี่ยแฟนไม่ดูด้วยและยกนั่นนี่มาบอกเราว่ามันอันตรายและเราจะทนได้เหรอมันเบียดๆกันกระโดดๆอ่ะ ก็ไม่รู้ดิตอนนี้โทรหาเพื่อนแบบถ้าเค้าไปดูก็มาอยู่กันเป็นกลุ่มๆก็ยังดีแต่มีเวลาตัดสินใจแหละม้างตั๋วยืนมันคงมีเยอะอ่ะ
ป.ล บ้านที่ไปดูขายออกไปแล้วตั้งกะเดือนกุมภา สี่ล้านแหนะ ?!?!
สุขภาพแปลกๆนอนๆจังเลย ง่วงหัวค่ำแต่นอนไม่หลับเมื่อวานเข้านอนสี่ทุ่มครึ่งกว่าจะหลับคงเกือบเที่ยงคืน ไปทำงานกลับบ้านมาตอนบ่ายโมงก็หลับๆตื่นๆนอนอีก มึนด้วยซ้ำ ออกไป fitness หัวใจได้เต้นแรง(แทบจะหลุดออกมา)คงได้สูบฉีดทำงานอ่ะนะ กินข้าวกลับบ้านรู้สึกง่วงอีกแล้วมึนๆด้วยนอนๆแต่ไม่หลับเลยลุกมาเล่นเนตเที่ยงคืนค่อยนอน
คอนเสริ์ต LP จะได้ดูมะเนี่ยแฟนไม่ดูด้วยและยกนั่นนี่มาบอกเราว่ามันอันตรายและเราจะทนได้เหรอมันเบียดๆกันกระโดดๆอ่ะ ก็ไม่รู้ดิตอนนี้โทรหาเพื่อนแบบถ้าเค้าไปดูก็มาอยู่กันเป็นกลุ่มๆก็ยังดีแต่มีเวลาตัดสินใจแหละม้างตั๋วยืนมันคงมีเยอะอ่ะ
ป.ล บ้านที่ไปดูขายออกไปแล้วตั้งกะเดือนกุมภา สี่ล้านแหนะ ?!?!
Subscribe to:
Posts (Atom)