Wednesday, December 31, 2003

มะได้ countdown เดี๋ยวต้องเข้านอนแล้วพรุ่งนี้ตื่น 4.30 ไปทำงานแต่เที่ยงก็เสร็จไปเที่ยวได้แต่วันที่ 2 ก็ทำงานอีก -_-'

วันนี้ไปดู the lord of the ring3 อลังการงานสร้าง ชอบจริงๆ ฉากใหญ่ๆดูเนียนดีไม่หลอกๆอ่ะ อยากจะดูสามภาคในวันเดียวเลยไว้จะทำสักวันนึง เอาให้ตาแฉะไปเลย

พรุ่งนี้จะไปเอาน้องโน้ตกลับสู้อ้อมอก เวรเอ๊ยสุดท้ายก็ส่งไปเคลมที่ acer แล้วไงถ้ายังจะยืนยันเก็บเงินเรา 535 บาทอ่ะโดนแน่ๆ

ป.ล มะวานไปงานวันเกิดแม่แฟนที่แพกลางกรุง คาราโอเกะเพลงใหม่มี peace maker ด้วยอ่ะ อาหารก็อร่อย ปาร์ตี้เพื่อนๆบอกให้มาที่นี่ละกันคิดกันไม่ได้ซะที
ป.ล2 ที่ดูไบมะได้ซื้อครีมซักกระปุกแต่ไปซื้อเสื้อกะกางเกงวอร์มแทนแจกเกตอีกตัว เฮ้อ..ก็หาเรื่องเสียเงินมันก็เสียเงินนะซี้

Monday, December 29, 2003

Hello from Dubai..next 20 mins i will go out to shopping. Last night when I arrived here I and other crews went to City Center but there was not enought time. Despite I don't want to go out today but nothing to do.Tonight I will leave Dubai at 23:00(2.00 Thailand time) It's just 10.42 now.

I got only a shirt from MNG (it is on sale up to 40% more expensive than Singapore but cheper than Thailand) but my coworkers got a lot of clothes and bags from MNG and Zara. I can't find anything good in my opion.

Today, I will go to Carrefour again to buy Kamill body lotion I think it's rich lotion cos my skin is sooo dry and it comes in small container so I pack it in my overnight bag.

Going out is dangerous cos I spend money for sure :(

P.S my notebook still at the shop cos a technician fixed it wrong way. I told it's hardware problem but they format my C: !!!!!!!!!! and charged me 535 without any permission from me but when he test internet connection for me,it doesn't work..shame on him !!!!

Wednesday, December 24, 2003

น้องโน้ต(บุ๊ค)ของฉันต้องไปโรงบาลซะแล้ว ถอยมาได้เดือนกว่าเองน้า.. ผ่อนก็ยังไม่หมดนะเว้ยยยย ตามการวิเคราะห์คิดว่า RJ 11 เดี้ยง !!! ง่ะก็เล่นเนตมะได้ไง แหงะ

แหม่งๆมาสองวันแล้นก็ความเร็วที่ต่อติดดรอบอ่ะ จาก 50 หลุดต่อใหม่ได้ 31 เมื่อคืนติด 12 แล้วก็ไม่ติดอีกเยยยย แง้ว ส่งซ่อมด่วน ผลเป็นไงวันเสาร์รู้พรุ่งนี้ไปสิงค์จะออกไปเที่ยวดูไฟคริสมาต

ฮือออ น้องโน้ตของพี่

Monday, December 22, 2003

ขี้เกียจ ไม่มีอารมณ์ผสมกับการป่วยกายเข้าไปด้วย ลาป่วยทิ้งเงินพันขออยู่บ้านพักกายวันนึง พรุ่งนี้ต้องบินกวางเจาแต่ลาไม่ไปหละเดี๋ยว 25 ต้องบินสามแลนด์ไปนอนสิงค์โปร์ เงินก็เสียดายแต่เสียดายสุขภาพมากกว่าแถมการพักอาจทำให้มี”ใจ”ในการทำงานวันหลังมากขึ้นด้วยนะ

Sunday, December 21, 2003

จะอุดฟันสามร้อยกลายเป็นครอบฟันแปดพัน กลับจากทำงานหกโมงเย็นจะกลับบ้านคงไม่ทันนัดก็เลยไปร้านทำฟันก่อนกลับบ้าน หอบกระเป๋าถุงเสื้อหนักและบวมไปร้านด้วย (ตอนนี้แหละที่คิดอยากจะมีรถส่วนตัวเฟ้ย จะได้ทิ้งกระเป๋าไว้ในรถได้)

หมอฟันใจดีเป็นหมอผู้หญิงชื่อหมอฮุยมือก็เบาแต่ฉีดยาชาที่เพดานปากยังไงก็เจ็บอ่ะนะ ที่ไม่ใช่แค่อุดเฉยๆเพราะฟันที่ผุมันเคยโดนอุดมาแล้วและก็เหลือเนื้อฟันไม่เยอะขัดๆขูดๆออกไปก็เหลือเนื้อฟันน้อยไปอีกจะอุดไปก็เหมือนทั้งซี่มีแต่วัสดุอุดฟันถ้าเกิดฟันแตกวันหลังก็ต้องครอบอยู่ดีก็ครอบๆไปเลยเราก็เห็นชอบด้วยตอนไปปรึกษาที่ร้านครั้งแรกอ่ะห้าพันก็อ่ะนะ เป็นโลหะไม่ทำแบบสีเหมือนฟันเพราะต้องการความแข็งแรงและเนื้อฟันเราเหลือนิดเดียวถ้ากรอออกเพื่อเตรียมครอบก็ไม่เหลือไรกันพอดี

เมื่อวานไปพบหมอหมออธิบายให้เราฟังใหม่(หมอที่ตรวจวันแรกที่ไปคนละคนกันคนนั้นไม่ใช่หมอเฉพาะทาง)แล้วก็ให้เราเลือกวัสดุเพราะมันมีวัสดุสามแบบ มีแบบเงินห้าพัน แบบมีทองผสม 50% แปดพัน กับแบบผสมทอง 80% อันนี้ราคาไม่เข้าหูแล้วหละ ได้ยินแค่แปดพันสมองก็ไม่สั่งการแล้ว ข้อดีของการมีทองคือทำให้ทำรูปฟันได้ดีกว่าเพราะโลหะมันจะอ่อนตัว ไม่เลือกแบบ 80% กลัวฟันจะทองแบบอาม่า(แต่หมอบอกมันเหลืองนิดๆเท่านั้น) อิฉันก็ลงทุนนะเห็นกะว่าอยู่กะเราไปทั้งชีวิตเราก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่(คิดว่า)สามารถละกันด้วยการเดินทางสายกลางก็เสียค่าเดินทางไปแปดพันบาทถ้วนๆ หมอจะทำให้สวยงามด้วยแหละ คือจะทำด้านนอกเป็นสีเหมือนฟันเวลายิ้มก็เห็นเป็นฟันส่วนด้านในกะตรงที่เคี้ยวอาหารอ่ะเป็นโลหะแต่จะทำไปทำไมนะเพราะซี่ที่ตรงกันด้านล่าง(ฟันที่ผุคือกรามบนซ้าย)เราก็ครอบสีเงินทั้งซี่เลยก็ยิ้มแวววาวไปอีกแบบ(ไม่เห็นเท่าไหร่หรอกอยู่ลึก)

จ่ายเงินไปแค่สามพันห้านะมีแค่นั้นแหละวันที่ไปครอบค่อยจ่ายที่เหลือตอนนี้หมอครอบพลาสติกให้ก็เป็นสีฟันทั้งซี่เลยแหละสวยดีนะเหมือนสุขภาพฟันดีไม่เคยอุด ตอนนี้ยังนัดวันไปครอบไม่ได้เพราะว่างไม่ตรงกันคงต้องเป็นปีหน้าก็ดีมีเวลาหาเงินก่อน ดีนะที่ไปญี่ปุ่นไม่ซื้อของบ้าบอ

ไปนาริตะครั้งนี้เป็นครั้งที่สองมีเวลาเที่ยวด้วย(อยู่ 24 ชั่วโมง) แต่ก็ไม่ได้ไปชินจูกุ โตเกียวอย่างที่คิดหรอกนะ เพราะโจบอกไม่ทันหรอกเชื่อเค้ากว่าจะนอนกว่าจะตื่นนั่งรถเป็นชั่วโมงไปเที่ยวที่A eon กันก็พอแล้ว นัดกันสามคน ฉัน โจ พี่ตุ่น ให้ฉันตื่นก่อนแล้วโทรไปปลุกโจแล้วจะปลุกกันเป็นทอดๆไป จากนั้นก็แยกย้ายไปนอน(ทำงานคืนวันที่ 19 23:40 ไปถึงเช้าวันที่ 20 7:30) พระเจ้าช่วยสมควรจะไปไหนไม่ทัน ตื่นมาตอน 11:30 เอ๊ะตูตั้งเวลาประเทศไหนเนี่ย จำได้ว่าตั้งปลุกไว้ตอน 10:30 นะ กรรมแล้วมัน 13:30 แล้วหละพลาดรถรอบ 13:15 ไปแล้วรอรถรอบต่อไปตอน 15:15 เลยอ่ะ แง้….

ระหว่างรอเวลาหารายการทีวีดู มีรายการผีด้วยดำเนินรายการเหมือนชมรมอะไรซักอย่างหัวหน้าชมรมคือโกโร่ อินางากิ (smap) สมาชิกเป็นเด็กๆ เอาจดหมายจากทางบ้านมาทำเป็นภาพเรื่องผีอ่ะ น่ากลัวมิใช่น้อย ตอนที่เริ่มตั้งใจดูอ่ะคือตอนที่มีผีมาเขย่าประตูห้องน้ำ ผู้ชายคนนึงนั่งตัวสั่นกลัวผีอยู่ในมุมห้องน้ำมองลูกบิดประตูที่สั่นเขย่าๆ ภาพฉายให้เป็นว่าด้านนอกของประตูมีมือผี(มันปุปะเลือดๆ)อยู่ที่ประตู ผู้ชายกลัวมากเอาเครื่องรางในกระเป๋าออกมาถือแล้วก็สวดไรงึมงำๆ นานไปสักพักประตูก็เงียบ ฉันก็คิดว่ามันต้องผ่าง!! ผีโผล่ไรเงี้ย ไม่เว้ย ผู้ชายก็มองเครื่องรางอย่างชื่นชมและรู้สึกโล่งอกแล้วก็ค่อยๆยืนขึ้นพเงยหน้าขึ้นมาผีมันก้มหน้าลงมาจากข้างบนอ่ะ ตาดำก็ไม่มี กรี๊ดดด อิอิ มันๆๆ นั่งดูตอนต่อไป แล้วก็มีช่วงภาพถ่ายผีๆด้วยอ่ะ แบบหัวหายไปเลยอ่ะ นั่งผิงไฟกันกลางวันเห็นๆคนนึงในรูปไม่มีหัวเฉย หรืออีกรูปเป็นรูปเด็กประถมถ่ายรูปกันแต่มีเด็กคนนึงมะมีขา เจี้ยก ! แล้วอีกรูปที่เราก็เล็งว่าอะไรผีว้า เป็นรูปชายหญิงถ่ายรูปคู่กันจับมือกันเงาขาวๆแสงอะไรก็ไม่มีในภาพนิ ปรากฎว่ามือที่กุมกันมีสามมือ !! จ้าก !!! เพลินมันไม่ค่อยจะกลัวเพราะสมาชิกชมรมเป็นเด็กพอเด็กๆเห็นภาพมันก็กรี๊ด เหวอ เสียงแบบเด็กๆอ่ะก็ตลกดีแต่คิดว่าถ้าดูตอนกลางคืนยังไงก็ต้องมีเสียวกันมั่งหละว้า

ได้เวลารถจะออกจากโรงแรมฉันก็ลงไปที่ lobby คนเพียบ(มีไฟล์ทอื่นด้วย) ใครๆก็คงจะนอนกันน่าดูแหละก็บินทั้งคืนไม่มีจัดพัก ฉันหนะวันที่ 19 ก็ตื่นตั้งแต่ 9 โมงเช้าเพราะคิดจะนอนตอนเย็นก็ไม่หลับมาหลับเอาเช้าวันที่ 20 เหมือนตื่นเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหละ เห็นคนเยอะก็จริงแต่ไม่มีพี่ตุ่นโจบอกว่าออกไปแล้วม้างโทรไปก็ไม่รับปรากฎสอบถามภายหลังพบว่าพี่เค้าตื่นห้าโมงเย็น !!

รถออกเดินทางไปแวะจุดแรกที่สถานี Narita แถวนี้ก็มีร้านให้เดินเที่ยวด้วยแต่ไม่ได้ลงนั่งต่อไปที่ Aeon ห้างใหญ่เหมือนกันนะ มี Jusco ด้วย เรา(ฉันกะโจ)คิดว่าหาไรกินกันก่อนซื้อของ มีร้านของกินเยอะแต่ฉันเลือกร้านซูชิอยากกินอ่ะก็ชักชวนเพื่อนด้วย สั่งยากนิดนึงนะถึงจะมีสายพานแต่เค้าไม่ได้ทำออกมาเยอะๆเราต้องสั่งจากเมนูแต่ก็มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย เรามาสองคนก่อนจากนั้นก็มีครอบครัวกัปตันแล้วก็พวกนักบินมาอีกสี่คน ก็เป็นคนไทยหกคนนั่งเรียงกันบรรยากาศสนุกดี วันนี้แหละได้กินปลาโทโร่เห็นในร้านอาหารญี่ปุ่นที่บ้านเราแพงๆ แต่เป็นปลาโทโร่กลาง(Chuu Toro) นะ ปลาโทโร่ใหญ่มะได้สั่งอ่ะ คือจริงๆโทโร่กลางก็ไม่ได้สั่งหรอกแต่ในสายพานมะมีไรมีจานนี้ผ่านมาก็หยิบไม่ได้รู้เล้ยว่าปลาไรหน้าตาเหมือนทูน่าไง แต่จานมันทองๆชักหวั่นใจ กว่าจะกินจานนี้นี่สั่งอย่างอื่นมากินก่อนสองสามจานอ่ะ ด้วยความอยากรู้ว่าปลานี่มันปลาไรหว่าก็ถามดูเค้าบอกโทโร่กลางมันจะเรียงจากโทโร่ใหญ่ โทโร่กลางแล้วก็ทูน่า โทโร่ใหญ่อร่อยสุดและแพงสุด วันนี้กินปลาเดิมๆเหมือนกินกันในบ้านเราแต่สั่งปลาหางเหลืองมาด้วย (young yellow tail = hamachi) แล้วก็ซุปมิโซปูอร่อยดีไม่คาวเลยชามใหญ่มีปูมาด้วยกรรเชียงมันนะสองซีก ราคาแค่ 160 เยนเองอ่ะ

กินข้าวเสร็จแยกกันเดินนะโจแนะนำว่ามีอะไรตรงไหนมั่ง(ร้านร้อยเยนอยู่ชั้นสอง ทางจัสโก้มีซุปเปอร์ …) ฉันก็เลยไปเดินชั้นสองก่อน ชั้นสองก็มี food court แล้วก็มีไอติมบาสกิ้นด้วยหละ ไปส่องๆดูรสไอติมมีแปลกๆด้วยแพงนะลูกละร้อยบาทนิดๆอ่ะ แต่ก็กินลูกนึงรส winter white chocolate บ้านเรามะมีนี่นาแล้วมันก็น่ากินด้วยเป็นไอติมสีขาวมีชอกโกแลตขุยๆ มีสตรอเบอรี่ กินแล้วเหมือนมันใส่เหล้าด้วยหละ อร่อยดี ก่อนหน้านี่อ่ะกินไอติมชาเขียวมาแล้วด้วยลูกนึงที่ประตูทางเข้าห้างเห็นแต่แรกแล้วก็อยากกินแต่กินข้าวก่อนถึงมากิน

ถัดจากร้านไอติมมี game zone น่าเล่นแต่ไม่เล่นมะมีพวกเล่นคนเดียวเสี่ยวคนเดียวอาย แต่ก็เดินดูหมดอ่ะ มีจับตุ๊กตาอยากให้คนแถวนั้นจับให้มีคนนึงจับได้เพียบเลยแต่ก็อีกอ่ะไม่กล้าขอให้เค้าจับ จากนั้นก็ไปร้านร้อยเยนไม่ได้ซื้ออะไรมากไม่รู้จะซื้ออะไรดี กระเป๋าไม่มีที่จะใส่ด้วยแหละเสื้อกันหนาวก็เต็มแล้ว ดูๆแล้วก็ไปร้านขายยา ชอบร้านขายยามันลดราคาด้วยหละซื้อของนิดหน่อยซื้อวิตามินซีด้วยแพงนะแต่อยากลองเคยฟังแอร์ญี่ปุ่นมาว่า chocola BB ดี แต่ที่ฉันซื้อมัน Chocola CC white แหงสิทำให้ขาวด้วยอ่ะและมันก็ผสมวิตามินบีเหมือนกันแต่น้อยชนิดและปริมาณที่ผสมก็น้อยกว่า

จากร้านขายยาเดินไปเรื่อยอ่ะยังไงก็น่าดูน่าชมไปหมด มีร้าน Village/Vangaurd ด้วยชอบร้านนี้เคยเข้าไปซื้อของทีนึงแล้วที่นาโกย่ามันเป็นเหมือนร้านของเล่นแปลกๆ ของน่ารัก ขนม หนังสือ เพลงแปลกๆ ยังมีอีกร้านนึงขายขนมอย่างเดียวเลยเหมือนขนมเด็กๆอ่ะขนมแผง ขนมหลอกเด็ก ตื่นตาดี

เดินทะลุไปจัสโก้ก็แบบห้างทั่วไปอ่ะเหมือนเซ็นทรัลยังงี้ไม่ตื่นตาธรรมดาเดินลงไปซุปเปอร์หาของกินชอบน้ำสลัด ขนมเซมเบ้รูปเมล็ดข้าวอร่อยจริงๆ อยากมีกล้องจริงๆเลยจะได้ถ่ายรูปมาแปะประกอบการเล่าแต่ดูราคากล้องแล้วแพงอ่ะ T1 พอๆกะที่ขายในเวบบ้านเราเลย ไว้รอซักพักให้หารุ่นที่ต้องการให้ได้ก่อนค่อยซื้อเพิ่งจะมาสนใจดูกล้องดิจิตอล ดูพร้อมๆกันงง

รอเวลารถมารับ(มันมีหลายรอบ)กลับโรงแรมมะเห็นมีโจในรถปรากฏว่าหนีกลับไปก่อนแล้ว ธ่อ...ฉันเอาของขึ้นไปเก็บแล้วลงมากินบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารในโรงแรมกินส้มเพียบเลย ส้มญี่ปุ่นไม่อร่อยเท่าสายน้ำผึ้งหรอกเปรี้ยวไปนิดแต่ชอบที่ไม่มีเม็ด กินแล้วก็ขึ้นไปเก็บของ เข้านอน วันนี้ต้องตื่นเช้ามาทำงานกลับต้องแวะเชียงใหม่ก่อนกลับกรุงเทพด้วยแต่สบายมากเลยผู้โดยสารแค่ 41 คนอ่ะ (เค้าเพิ่งเปิดเส้นทางบินใหม่) มีจัดพักด้วยแหละแต่จากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพเต็มนะ 303 คนอ่ะ

Friday, December 19, 2003

ออกไปช้อปปิ้งบำบัดซะหน่อยก็ไม่ได้ซื้อไร้สตินะแต่ก็หมดไปหลายตังค์ซึ่งเป็นเงินในอนาคตซะด้วยสิก็ระวังๆอยู่เรื่องใช้จ่ายอ่ะก็ไม่อยากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย(เป็นหนี้บัตรเครดิต)

ตอนนี้จิตใจไม่ซึมเศร้าเซ็งเท่าสองวันก่อนแต่ก็ยังผิดปกติอยู่ก็ไม่ค่อยมีอารมณ์อะไรเท่าไหร่ไม่แม้แต่กระตือรือร้นวางแผนเที่ยวโตเกียว ไปแค่วันเดียวจะทำอะไรได้(ปลงซะงั้นอ่ะ)

พรุ่งนี้ก็ไปนาริตะแล้วไปที่ไกลๆก็ดีเหมือนกันโทรศัพท์อะไรก็ติดต่อไม่ได้คนละระบบแต่ปกติไปไหนก็ไม่มีใครโทรไปหาอยู่แล้วอ่ะนะเพียงแต่ไม่ต้องหวังว่าจะมีใครติดต่อมามั้ยนะมั้ง อยากไปนานๆนะแบบหลอกตัวเองว่าไม่มีเรื่องข้างหลังให้ห่วงดี บางทีชอบเข้าไปในเกมเพราะหลอกตัวเองอีกเหมือนกันแหละก็ถ้าความจริงมันเจ็บปวดหนีได้ก็ดีเหมือนกันว่ามะ

Tuesday, December 16, 2003

ตอนนี้เศร้าใจไม่รู้จะอธิบายไง ไม่รู้จะเขียนไร ไว้วันหลังมันๆจะมาเขียนใหม่

Monday, December 15, 2003

ชงกาแฟเย็นมันไม่ง่ายเลยแฮะ ขมปี๋เยย นึกว่าใส่กาแฟ น้ำตาล ครีม น้ำร้อน น้ำแข็งเสร็จ ปกติอยู่บางกอกก็ไม่เคยชงกินเองหรอกนอกจากซี้อไม่ก็กลับเชียงใหม่ปุ๊กชงให้กิน(ก็ไม่อร่อยเหมือนกันอ่ะแหละแต่ดีกว่า)แต่วันนี้ในตู้เย็นมี Black forrest cake ก็นึกอยากจะกินกะกาแฟขึ้นมา ไว้วันหลังจะลองชงใหม่

ป.ล จะไปนาริตะวันศุกร์นี้แล้วยังไม่ได้เปิดคู่มือนำเที่ยวที่ซื้อมาซักกะหน้า


Sunday, December 14, 2003

กระชากวัยไปดูงานประกวดกองเชียร์ระดับมัธยม กระชากมากๆแค่คิดว่าเด็กม.6 กะฉันก็อายุห่างกันสิบปีฉันอ่ะน้ามันเลยนะนั่นแต่ภัทร(อยู่ม.ห้า)ขอให้ไปเป็นเพื่อนซึ่งของมันแน่ที่เป็นเพื่อนแบบที่ต้องออกตังค์ค่ารถและค่าอาหารด้วยอ่ะนะ

งานเค้าจัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรอบชิงชนะเลิศแล้วผ่านเข้ารอบมาสิบโรงเรียนเท่าที่จำได้มีโรงเรียนศรีสุริโยทัย,โรงเรียนสวนกุหลาบนนท์,บดินทร์เดชา,พุทธจักร,หอวังนนท์,สมุทรปรากร,สตรีวัดระฆัง,สายปัญญา (สะกดผิดขออภัยไม่คุ้นเคยอ่ะผมคนต่างจังหวัด) แต่ดูได้สามโรงเรียนแรก(ที่เอ่ยชื่อ) ก็ดูโรงเรียนน้องเสร็จก็ขี้เกียจแล้วอ่ะนานนะตอนนั่งรอกว่าจะเปิดงานแถมผ่านไปสามโรงเรียนก็มีกิจกรรมมาคั่น มีดีเจ นักร้องของอาร์เอสมาโชว์ตัวเด็กกรี๊ดกันลั่นเลย ใครเป็นใครส่วนมากฉันจะไม่รู้แต่เด่นๆออกมาคือนักร้อง 001 (ตัวแบบ 00 อ่ะนะไกลแค่ไหนก็เดาได้)

จากงานเชียร์ตอนบ่ายครึ่งกว่าๆไปเซ็นทรัลไปเอาของที่ระลึกที่ร้าน C-plus เค้าส่งจดหมายมาให้สมาชิก(คือภัทร)ไปร่วมงานเค้าบอกจะมี pretty ragnarok ด้วยอ่ะแต่เพราะไปดูงานเชียร์นั่นอ่ะมาถึงเงียบกริบไหนอ่ะงานแต่ของที่ระลึกยังมีอยู่เค้าก็เลยให้มาเป็นซีดีเกมมังกรหยกออนไลน์หนะไว้จะลองลงเล่นดูมั่งตอนนี้เป็น close beta เล่นฟรีหนึ่งเดือน จากนั้นก็กินไดโดม่อนแบบกระหน่ำอิ่มถึงเย็นอ่ะนะแล้วก็เดินเรื่อยเปื่อยไม่ได้อะไรกลับบ้านตอนหกโมงเย็นเสียเวลาจริงๆรีบกลับบ้านเล่นเกมน่าจะดีกว่า

พรุ่งนี้ไปฮ่องกง ไม่...ไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลยไปถึงดึกเช้าอีกวันก็กลับละ แหงะอยากมีเวลาไปช้อปปิ้งเนอะ(วินโดว์ ช้อปก็ยังดี)

ไฟล์ที่ไปภูเก็ตเมื่อวันที่ 12 -13 อ่ะโชคดีตรงกับงานย้อนอดีตภูเก็ตพอดีเลยนี่ถ้าไม่ตามพี่เค้าออกไปกินขนมจีนหละก็ต้องพลาดอะไรหลายอย่างเลยหละ

ขนมจีนร้านป้าที่ใครๆเค้านิยมไปกินกันฉันก็อยากจะไปกินมั่งถึงโรงแรมก็เปลี่ยนชุดไปกันเลยสมาชิกเจ็ดคนเดินจากโรงแรมไปร้านป้าปรากฏว่าแห้ว!?!? ป้าเก็บร้านไปละอะไรกันตอนนั่งรถผ่าน(จะไปโรงแรม)ยังเห็นตั้งหม้ออยู่ป้าก็ยิ้มให้ลูกเรือ ไปถึงปิด ปิด ปิด พี่แอร์อยากกินมากป้าเลยแนะนำให้เดินตรงไปอีกมีของกินแน่ๆเค้ามีงาน งานใหญ่เลยหละมีเวทีการแสดงและเตรียมปิดถนน ตอนเราไปยังไม่เย็นมากก็กินขนมจีนร้านแรกที่เจอเลย ฉันลองกินตามพี่ๆกินขนมจีนแกงไตปลาผสมน้ำยาก็อร่อยดี ตามด้วยหมี่หุ้นกระดูกหมู จานนี้เหมือนหมี่ผัดซีอิ๋วของเชียงใหม่แต่เส้นเล็กกว่ากินกับน้ำซุปกระดูกหมูเห็ดหอม ชุดละยี่สิบบาทเอง ส่วนขนมจีนจานละสิบสองบาท

ออกจากร้านขนมจีนพี่สจ๊วตไปร้านผ้าจะซื้อผ้าถุงฝากคนทางบ้านทุกคนก็ดูตามและบางคนก็ได้ของตามไปด้วยส่วนฉันยืนนอกร้านมองหาอะไรกินต่อไป ตรงข้ามร้านผ้าขายขนมมีเตาตั้งเยอะเลย เค้าติดป้ายว่าอาโป๊งขนมสูตรโบราณฉันเลยข้ามไปดูมองไกลๆเหมือนขนมถังแตกแต่จริงๆไม่ใช่มันเป็นแป้งม้วนเอาแป้งราดบางๆบนกระทะเล็กๆ(กระทะอาหารจีนที่โค้งๆไม่ใช่กระทะแบนๆ) พอแป้งสุกก็เอามาม้วน เค้าขายให้สองอันห้าบาท กินแล้วรสชาติแบบกะทิอ่ะรู้ว่าทำจากมะพร้าวแน่ๆ อร่อยดีกรอบๆแต่ตรงกลางจะนิ่มๆเพราะเป็นก้นกะทะอ่ะแป้งไหลไปรวมกัน เดินต่อมาอีกเจอร้านเต้าส้อก็ซื้อกลับมาฝากคนที่บ้าน

พอยิ่งเย็นคนก็ตั้งร้านมากขึ้นโรงเรียนต่างๆก็มาตั้งร้านโชว์ฝีมือแกะสลัก โชว์การละเล่น มีของกินเยอะขึ้นน่ากินไปหมดเลย เจอขนมจือจุนเคยกินมานานแล้วชอบด้วยแต่ไม่รู้จักชื่อฉันเรียกขนมไข่ดาวมาตลอดมันทำจากแป้งเอาไปทอดแล้วตรงกลางจะนูนๆดูแล้วเหมือนไข่ดาว อาจจะเห็นได้ที่ท่าพระจันทร์นะคนขายบอกเป็นขนมพื้นเมืองของภูเก็ตนึกว่าของกรุงเทพซะอีก

เดินต่อไปผ่านโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว เจ้าหน้าที่เค้าเชิญชวนให้เค้าไปดูนิทรรศการ ตึกเค้าโบราณน่าดูเหมือนฉากถ่ายละครช่องสามเลย ตึกเป็นสถาปัตยกรรมแบบArt Deco ที่บนสุดของจั่วหลังคามีรูปปั้นค้างคาวแดงกางปีกติดอยู่ซึ่งหมายถึงความโชคดี เราไม่ได้เดินดูชั้นสองของโรงเรียนก็เสียดายเหมือนกันอ่ะแต่พี่เค้าจะไปแล้ว แผนที่ที่ทางโรงเรียนแจกให้บอกถึงเส้นทางเดินชมเมืองเก่าแต่ไม่ได้เดินดูอ่ะจะเดินคนเดียวก็ไม่กล้ากลับโรงแรมคนเดียวไงก็ตามๆพี่เค้าไป

พอออกจากโรงเรียนงานก็เหมือนเกือบเต็มรูปแบบหละคนมาเดินเพียบเลย ที่หน้าโรงเรียนฉันได้ของกินอีกสองอย่างคือโอวเอ๋ว หน้าตาเป็นวุ้นกินกะน้ำแข็งไสน้ำแดง พี่แอร์บอกว่ามันทำจากกล้วยฉันนึกว่าจากหยวกกล้วยแต่พี่เค้าบอกว่าขูดๆเยื่อจากเปลือกกล้วย พี่เค้ารู้มาจากพี่อีกคนที่เป็นคนใต้อ่ะบอกกินแล้วจะมีกลิ่นกล้วยแต่กล้วยจะเป็นวุ้นได้ไงหรือขูดแล้วมาผสมผงวุ้นอีกทีนะ แต่ที่กินไม่ได้กินกล้วยเลย ลุงแกเอาวุ้นใสๆมาหลอกเค้าอ่ะป่าวเนี่ย

ข้างร้านโอวเอ๋วเป็นร้านเบือชุบแป้งทอดหน้าตาเหมือนต้นหญ้ายาวๆเค้าบอกเป็นพืชน้ำเอามาชุบแป้งมีกุ้งด้วยนะแล้วก็ทอดฉันซื้อกลับไว้กินตอนค่ำๆเผื่อหิว ตอนเดินกลับผ่านร้านยำปลาชิงชังมันคือปลาเล็กปลาน้อยที่บอกว่ากินแล้วดีมีแคลเซียมอ่ะเค้าเอามายำใส่มะม่วงก็ซื้อกลับไปด้วย

เดินถึงโรงแรมก็แยกย้ายเข้าห้องไม่มีการนัดกินข้าวเย็นแล้วอดกินอาหารทะเลเลยแต่ที่กินไปก็เพียบแล้วยังมีในมืออีกสองเมนูเข้าห้องก็นั่งกินไปดูทีวีไปแล้วก็นัดสปาของโรงแรมด้วยจะไปนวดบอกเค้าว่าเมื่อยไหล่และคอเค้าแนะนำให้นวดแบบ sport จะออกแรงมากกว่า Swedish นัดได้เวลาสามทุ่มก็กินเบือกินยำดูบอลไทย-เวียดนาม

กินเสร็จง่วงนอนหลับดีก่าตั้งเวลาไปสองทุ่มสี่สิบห้าตื่นมาอาบน้ำแล้วลงไปนวดตัวเจ็บอ่ะไม่มีเลยนะอาการเคลิ้มแบบนวดน้ำมันเพราะนวดแบบนี้เค้าออกแรงกดๆนวดๆอ่ะหลับไม่ลง เหมือนปวดไหล่จะหายนะแต่เจ็บหลังแทน(วันรุ่งขึ้นถึงเจ็บ) นวดเสร็จกินน้ำขิงอุ่นก็ดีนะ คนนวดแค่แนะนำให้ขัดเกลือบอกคนผิวแห้งให้ขัดเกลือมั่งจะดีส่วนมะขามมันจะกัดนิดๆเหมาะกับคนผิวมันมากกว่า

กลับจากนวดก็ดูทีวีแล้วก็นอนวันรุ่งขึ้นเดินไปหาติ่มซำกินเบญ(คุยกะเพื่อนตอนกลางคืน)บอกว่ามีร้านอร่อยที่สุดในภูเก็ตใครๆก็รู้จักให้ไปกินมันไปกินมาครั้งนึงชอบมาก จริงๆฉันก็ขี้เกียจจะหาเรื่องไปเที่ยวไกลแต่คิดว่ามาแล้วก็ไปดีกว่าปรากฏว่าคนที่โรงแรมบอกว่าเดินถัดจากร้านก๋วยเตี๋ยวปลาไปนิดเดียวเองฉันถามอีกครั้งว่าร้านที่อร่อยที่สุดอ่ะนะ เค้าบอกใช่แต่ตอนนั้นมันสิบโมงแล้วไม่รู้จะเหลือหรือเปล่าให้ลองไปดู ไปถึงร้านก็ยังมีเหลืออยู่บ้างแต่กินแล้วฉันว่าไม่เห็นอร่อยซอสที่ใช้จิ้มมะใช่ซอสเปรี้ยวอ่ะหน้าตายังกะน้ำราดข้าวหน้าเป็ดกลิ่นและรสชาติก็แปลกๆอ่ะไม่รู้ร้านเดียวกับที่เบญพูดึถงหรือเปล่าไว้เช็คกันอีกที (เช็คละร้านเดียวกันแหละ ร้านบุญรัตน์มันบอกไปกินสายก็ไม่เหลือของอร่อยสิ ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่น้ำจิ้มไม่อร่อยก็ทำให้ทุกอย่างไม่อร่อยไง)

ต่อจากติ่มซำกินก๋วยเตี๋ยวปลาจริงๆด้วยก๋วยเตี๋ยวปลาไม่อร่อยแบบที่ฉันคิดไว้นั่นแหละแต่ปลาทอดอ่ะชอบจริงๆปลาที่ใช้ทำชื่อปลากล้วยญี่ปุ่น ปลาอะไรหว่าไม่รู้จัก กินเสร็จก็ขึ้นห้องดูทีวีรอเวลาแต่งตัวทำงานกลับหนะ เสียดายจะไม่มีกล้องถ่ายรูปอยากถ่ายรูปที่ไปเดินเที่ยวที่งานย้อนอดีตชอบๆ ชอบของกิน

Thursday, December 11, 2003

OD โทรมาแจ้งว่าพรุ่งนี้บินไฟล์ท 211 ไปภูเก็ตตามปกติแต่วันเสาร์ที่กลับมาแต่ไม่ต้องไปบินฮานอยต่อเพราะเค้าเปลี่ยนเครื่องเป็นจัมโบ้ ไชโย้ เลิกงานสี่โมงครึ่ง(เครื่องลง)เงินน้อยลงแต่กลับบ้านเร็วอ่ะถ้าบินตามตารางเดิมกลับสี่ทุ่มครึ่งแหนะ

พรุ่งนี้บินสบายๆบินตุ้บเดียวไปนอนภูเก็ตไปถึงก็แค่บ่ายสองกว่าๆฉันคงไม่ทำอะไรอ่ะนอนๆนั่งๆให้หมดเวลาไปแล้วก็กินข้าวเย็นถ้าไม่มีใครรวมพลก็ไปกินคนเดียวร้านตรงข้ามโรงแรม กลางคืนจะไปนวดตัวที่สปาในโรงแรมรู้สึกเมื่อยตัวมานานแล้วแต่ไม่ไปนวดที่ไหนเพราะต้องออกจากบ้านไม่รู้ที่จะไปด้วยแหละรอจังหวะแบบนี้ดีกว่าลงลิฟท์มานิดหน่อยแถมได้ส่วนลดด้วย

วันเสาร์ก็จะกินก๋วยเตี๋ยวปลาร้านอันดามันก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยแหละแต่ชอบปลาชุบแป้งทอดมากกว่าอร่อยมั่กมากส์ วันเสาร์บ่ายสามก็บินกลับกรุงเทพตุ้บเดียวเช่นกัน ไปดูหนังต่อได้คงไม่เหนื่อยดู Star runner ดีมะแวนเนส F4 พูดถึงดาราแล้วข้ามไปเจโชวหน่อย ในนสพ. บอกเค้าจะมาไทยวันที่ 21 ไฟล์ท 669 ดูสเกตรวมแล้วเพื่อนเราทำงานไฟล์ทนั้นด้วยอ่ะ อยากจะขอแลกบินเลยนะแต่ไม่สามารถเพราะตารางของเพื่อนเค้าตัดไปเรียนภาษาอังกฤษงั้นขอให้เพื่อนถ่ายรูปกะขอลายเซ็นแทนได้มะ อิอิ ตอนนี้ก็ยังคิดๆอยู่ว่าจะไปดูคอนเสริ์ตดีมะคือก็อยากดูแต่ก็ไม่กระตือรือร้นจองตั๋วอ่ะ

มักจะปล่อยให้เวลาผ่านๆไปแล้วทำอะไรนาทีสุดท้ายอ่ะเราอ่ะ

Tuesday, December 09, 2003

ออกไปสยามตอนเย็น(กลางวันเล่นเกมอย่างเดียวอัพไปสี่เลเวล)นัดกินไก่กาต๊ากกะพี่และน้องเอ(น้องที่ทำงานเก่า)พ่วงน้องไปด้วยเพราะไหนๆก็มาเจอกันแล้วเค้าจะยืมบัตร asiabook ซื้อหนังสือนำเที่ยว จะไปเที่ยวต่างแดนอีกแล้วไฮโซจริงๆคราวที่แล้วไปเวียดนามสองอาทิตย์คราวนี้จะไปเนปาลสองอาทิตย์ก็เลยจะซื้อหนังสือนำเที่ยว

เอบอกว่า lonely planet ดีเหมาะกับการเที่ยวแบบ backpack ฉันเองก็อยากได้เหมือนกันเคยดูๆแล้วหละแต่มันมีหลายยี่ห้อเลือกไม่ถูกแต่น้องบอกว่าดีเราก็เลยเลือกยี่ห้อนี้ด้วยฉันซื้อแนะนำญี่ปุ่นแม้จะไปวันเดียว(นาริตะ)แต่ก็ซื้อเผื่อว่าไปเที่ยวเองไง ยังไงก็เป็นประเทศแรกที่อยากไปอ่ะนะ

หลังจากซื้อหนังสือก็มุ่งหน้าไปกินข้าวกันไปสามคนสั่งได้เยอะแยะ(เหตุผลที่ชวนเอไปด้วยอิอิ)รู้สึกว่ากินไก่ส้มตำไรเนี่ยกินกลางวันอร่อยกว่ากลางคืนหรือว่าไม่ค่อยจะหิวโซมะรู้สิ ต่อจากข้าวเหนียวไปต่อไอติมแต่เอแยกไป fitness ฟิตจริงๆ ฉันไม่ได้ออกกำลังกายนานละรอให้ฟิตเนสมาเปิดใกล้บ้านก่อนค่อยไปเป็นสมาชิกอีกครั้ง

พรุ่งนี้บินอีกแล้วแต่บินแค่เชียงรายสบายๆกลับมาตอนเย็นนัดไปดูหนังกะพี่เพราะวันพฤหัสต้องเฝ้าบ้านน้าไปต่างจังหวัด สบายอยู่แล้น...เฝ้าบ้านก็เล่นเกมอ่ะสิเล่นกะเพื่อนใหม่จะไปแชร์ด้วยกัน เล่นกะคนแปลกหน้าเจอแต่เด็กทั้งนั้นชอบถามอายุจริงเฟ้ย จ้างให้ก็ไม่บอกร้อกเด็กมันได้เรียกว่าป้า เหอ เหอ

ป.ล กลับมาจากปักกิ่งจมูกแตกแถมน้ำมูกยังไหลๆอยู่เลยอ่ะ

Sunday, December 07, 2003

ตัดสินใจใช้บริการ broadband ที่โรงแรมจนได้ครึ่งวันห้าสิบหยวนก็ประมาณสองร้อยห้าสิบบาท หลังอาหารเช้าคิดๆแล้วว่าคงไม่ออกไปนานก็เลยไปติดต่อที่ Bussiness Center ยืมสายเคเบิลเค้าแล้วต่อเนตทิ้งไว้ในห้อง(เปิดร้านขายของในเกม)ออกไปช้อปกลับมาประมาณสี่โมงครึ่ง เย็นนี้คงไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกแล้วม้างฉันรู้สึกเหมือนจะไม่สบายด้วยสิ ต้องกินยากันไว้ก่อน

สมาชิกช้อปปิ้งวันนี้สามคนน้องปาล์มมี่ น้องปุ้มและฉัน(ที่เหลือแยกไปช้อปที่อื่นกะแยกไปกำแพงเมืองจีน) เราไปคาร์ฟู คนมาช้อปมันเยอะนักฟระเดินเต็มไปหมด คาร์ฟูที่นี่มีสองชั้นชั้นบนเป็นข้าวของเครื่องใช้ชั้นล่างเป็นSupermarket ฉันซื้อผ้าปูที่นอนกะปลอกหมอนถูกนะประมาณสองสามร้อยบาท(เตียงเดี่ยว)สีก็แรงๆดีสีช้อกกิ้งพิงค์ ซื้อสายรุ้งคริสตมาสอันละห้าบาทนิดๆ ซื้อถ่านด้วย Energizer ลดราคาถูกอ่ะประมาณสี่สิบคงจะไม่ได้ใช้แล้วหมดทันทีนะ ชั้นของกินไม่ได้ซื้อไรมากซื้อขนมไว้เป็นของขวัญปีใหม่

จากนั้นไป Ikea คนก็เยอะอีกละอาจเพราะเป็นวันอาทิตย์วันครอบครัวช้อปปิ้ง Ikea มีหลายชั้นขึ้นวนๆไปไม่เหมือนที่ดูไบมีชั้นเดียว(อยู่ในตึก CityCenter) แต่คนที่นี่เค้าก็ไม่ได้เดินตามลูกศรเดินย้อนไปย้อนมาเกะกะแถมที่ไหนก็เหมือนกันเดินชนอยู่ได้แถมไม่ขอโทษคือไม่รู้สึกด้วยซ้ำไปว่าทำผิด ชนๆจนฉันสบถเหี้ยห่าสารพัดแต่เครียดไปก็เท่านั้นเพราะเค้าไม่แคร์ก็ดีเหมือนกันเราชนใครก็ไม่ต้องหันไปขอโทษ

ใน Ikea ไม่ได้ซื้ออะไรมากฉันเลยมานั่งรอเพื่อนๆแล้วดูคน ไม่ชอบคนที่นี่ไม่ชอบที่นี่(เมืองจีน)ไม่ชอบห้องน้ำไม่สะอาดแม้แต่ Ikea ก็ยังไม่เว้นห้องน้ำเค้าดีทำเหมือนที่อื่นๆ(คิดว่าเพราะเคยเห็นแต่ที่นี่กะดูไบ)มีทิชชู่มีไฟสว่างก๊อกน้ำล้างมือแบบ auto แต่ก็ไม่รอดทั้งเหม็นและเปียกแฉะ ฉันเลือกเข้าห้องในสุดเพราะคิดว่าคงผ่านการใช้งานน้อยไม่ค่อยสกปรก(จริงๆเค้ามีคนทำความสะอาดอยู่) คนที่นี่โวยวายจะขากถุยไรก็ทำเลย ไอไม่ปิดปาก ดูเป็นคนไม่มีมารยาท ที่นี่มีร้าน Ikea คนที่มาร้านนี้ฉันคิดว่าเหมือนคนมี style แต่ว่าเค้าก็เหมือนคนอื่นๆที่เดินตลาดโหวกเหวก สิ่งสวยงามไม่ได้ทำให้คนสวยงามเสมอไป นอกจากนี้ฉันว่าช่องว่างคนจนคนรวยคงจะกว้างเห็นคุณยายมาเก็บขยะสองสามคนเมื่อนวานที่ตลาดก็มีขอทานแก่ๆหลายคนตามทาง รันทดจัง อากาศมันเย็นมากเลยเค้าทนได้ไง

ถ้าได้ไฟล์ทนี้อีกใครมาขอแลกเอาไปเลยนอกจากเพื่อนจะมาด้วยและถ้ามาอีกไม่ออกไปไหนแล้วถ้าจะออกไปช้อปปิ้งจะออกวันเดียววันที่เหลืออยู่โรงแรมเล่นเกมดีกว่า

ป.ล แต่ชอบผัดผักที่นี่จริงๆแต่คืนนี้ไม่ออกเหมือนจะเป็นไข้กินมาม่า(เอาเงินไปจ่ายค่าเนต)กินขนมกินยาแล้วนอนดีกว่า


ไดอารี่ที่เขียนเมื่อคืน…เขียนอยู่ในห้องนอนที่ปักกิ่งหอบเอาโน้ตบุ๊คมาด้วยเผื่อกรณีไม่ออกไปข้างนอกแต่ปรากฏว่าวันแรกก็ไปข้างนอกตั้งแต่เที่ยง(เวลาประเทศไทย)กลับมาเกือบสามทุ่มพรุ่งนี้ก็จะออกอีกแล้วฉันเอามันมาด้วยทำไมเนี่ยหนักจะตาย(กระเป๋า overnight มีแต่กางเกงยีนส์กะโน้ตบุ๊ค)

ไม่ได้ออนไลน์เพราะคิดว่าไม่คุ้ม ค่าต่อเนตมีสองราคาแบบครึ่งวันห้าสิบหยวนหรือเต็มวันแปดสิบห้าหยวน(1 dollar ได้เงินประมาณ8.2 หยวน ก็หยวนละห้าบาทละกันคิดง่ายดี)จริงๆที่ตัดสินใจเอาคอมมาเพราะจะลองเล่น Rag เพราะเค้าเปิดบริการให้คนที่อยู่ต่างประเทศสามารถต่อ server ที่ไทยได้แต่ไม่มีเวลาจะเล่นอ่ะสิจะต่อเนตทิ้งไว้เปิดร้านขายของในเกมก็แบบว่าสองร้อยอ่ะนะ(สมมุติต่อแบบสิบสองชั่วโมง)จะต่อคืนนี้เล่นเกมกะเพื่อนก็นอนก่อนดีกว่ามั้ยเพราะเดินทางมาถึงเช้านี้นอนไปสองชั่วโมงแล้วก็ออกไปเที่ยว

เค้านัดรวมพลตอนเที่ยงไปกันทั้งหมดสิบสองคนมีแอร์จีนคนนึงทำหน้าที่เป็นไกด์ของเรา นั่งแทกซี่ไปสามคันไปกินอาหารเที่ยงเป็น Hot pot อารมณ์แบบสุกี้เอ็มเคแต่นั้งเป็นโต๊ะกลมแล้วมีหม้อเดียวตรงกลางแต่ว่ารัศมีของโต๊ะยาวมากสุดแขนเลยหละช่วงสั้นอาจจะกินลำบาก สุกี้ที่กินเป็นแกะจริงๆสั่งหมูแต่ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือร้านเค้าเป็นอาหารสำหรับคนมุสลิมเนื้อก็กินไม่ได้(หลายคนไม่กินเนื้อ)ก็ต้องกินแกะนี่แหละแต่อร่อยนะไม่คาวเลยตอนที่เค้ายกเนื้อมาเสริฟถ้าไม่บอกว่าแกะก็คิดว่าหมูแหละ ถึงกินไปแล้วก็แยกไม่ได้เค้าแล่บางมากลวกๆออกมาก็หน้าตาเหมือนหมูที่กินที่ร้านชาบูชิ(แต่สังเกตว่าสีของเนื้อแกะลวกดำกว่าเนื้อหมูออกจะคล้ายเนื้อวัวลวก)

นอกจากเนื้อแกะก็มีเห็ดต่างๆเต้าหู้ผักวุ้นเส้นแต่เต้าหู้ไม่เป็นแบบหลอดๆนะหน้าตาเหมือนฟองน้ำ(ในทะเล)มีโพรงอากาศอ่ะอร่อย นอกจากสุกี้มีอาหารจานอื่นด้วยเป็นเต้าหู้ทรงเครื่อง(มั่วตั้งเอาเอง)สองแบบแบบเต้าหู้คล้ายเต้าหู้หลอดตัดแบบลูกเต๋าอีกจานเป็นเต้าหู้รูปสามเหลี่ยมที่เหมือนทอดแล้วแล้วเอามาทำทรงเครื่องจานนี้อร่อยกว่าแบบแรก มีปลาเปรี้ยวหวานด้วยหน้าตาจืดแต่อร่อยเสียแต่มีกางด้วยหละกินแล้วเสียอารมณ์ ของหวาน(แต่เค้าก็เสริฟพร้อมกับของคาวก็กินปนกันอาหารคาวอาหารหวาน)เป็นมันเทศเคลือบน้ำตาลแข็งแป๊กก่อนกินจะเอามาชุบน้ำร้อนก่อนให้เปลือกน้ำตาลนุ่มลงอร่อยมาก(เนื้อมันนุ่มอยู่แล้วเหมือนนึ่งก่อนแล้วเอามาเคลือบน้ำตาลโรยงา)กินกันเพียบเสียค่าอาหารคนละสามสิบหกหยวน

กินอาหารเสร็จนั่งแทกซี่ไปช้อปปิ้งที่ตลาดหงเฉียว(Hong Qiao Market) ชื่อตลาดแต่เป็นตึกอารมณ์คล้ายมาบุญครองแต่ไม่ใหญ่เท่ามีของหลายแบบเสื้อผ้า เครื่องหนัง(ก๊อบแบรนด์เนม) ของแบบจีนๆพวกกระเป๋าปลอกหมอน นาฬิกา สารพัดอ่ะแต่ไม่มีห้องน้ำดีๆ เคยเข้าห้องน้ำไปจะร้องไห้ไปป่าวมันมืดมันเหม็นทุกห้องล็อคไม่ได้จะไม่เข้าก็ไม่ได้ปวดฉี่มากส์(ใส่ s ด้วยหมายถึงมากมาก)ต้องทำใจและจำใจ(ถ้าปวดอึอาจใช้เวลาทำใจน้อยลง) เลือกซักห้อง(ตอนเลือกอ่ะเปิดเจออาม่านั่งยองๆด้วยดีนะว่ามืด) ตอนจะนั่งก็เอามือจับด้านล่างของประตูไว้แต่ถ้าม่เจอคนกระชากประตูก็คงรั้งไม่อยู่อ่ะนะ พอตอนจะใส่กางเกงจะทำไงวะประตูเป็นแบบเปิดออกใส่กางเกงมือเดียวก็ไม่เป็นก็ต้องเอาเท้าเกี่ยวด้านล่างประตูไว้ทุลักทุเลซะไม่มี

ก่อนช้อป ฉัน,น้องแยม,พี่อูมอยากไป Temple of Heaven (Tiantan park) เพราะยังไม่เคยไปกันเลยแล้วมันอยู่ตรงข้ามตลาดเอง(รั่วอ่ะตรงข้ามแต่ทางเข้ามะใช่เลย) เราจะไปวัดแห่งสวงสวรรค์แต่เหมือนเราไปนรกมากกว่าเพราะอากาศเย็นมากๆๆๆ(ลืมบอกไปตอนมาถึงอุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียสไม่เคยมีประสบการณ์อุณหภูมิติดลบมาก่อน เจอเข้าไปกรี๊ด) มือไร้ความรู้สึกไปเลยทั้งที่ใส่ถุงมือหนัง เราเข้าทางประตูตะวันออกเดินผ่าน Long Corridor มีกลุ่มคนมาร้องเพลงสามกลุ่มไม่รู้เพลงอะไร มีคนเล่นการละเล่นต่างๆด้วยเตะขนไก่(ฐานของขนไก่มีเหล็กถ่วง) โยนรับลูกบอลเล่นสองคนแต่ละคนถือไม้หน้าตาเหมือนไม้ปิงปองแต่ทำจากวัสดุบางๆไม่ได้หนาและแข็งแบบไม้ปิงปองทั้งมือซ้ายขวาแล้วส่งลูกหากันแบบนุ่มนวลเหมือนร่ายรำไปด้วยหนะ พอเดินถึงตัวหอที่เป็น highlight (The Hall of Prayer for good Harvests) ก็รีบถ่ายรูปเดินดูกลับตลาดเฟ้ยไม่ไหวไม่สามารถชื่นชมทิวทัศน์อะไรได้ทรมานจากความเย็นแบบสุดๆ(ค่าเข้าสวนสิบหยวน จะเข้าไปตรงหอกลางจ่ายอีกยี่สิบ) คงต้องไปอีกครั้งเพราะดูจากแผนที่ก็มีสถานที่น่าชมอีกเช่น Circular Mound Altar, Echo wall

ไปตลาดไม่มีของอะไรต้องซื้อแต่ก็เดินดูของแล้วก็ซื้อมาเป็นกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมต่อจากแปดสิบหยวนเหลือห้าสิบ, กระเป๋าบางๆทำจากผ้าจีนเอาไว้ไปงานราคาสิบหยวน,ถุงมือใหม่ราคาสามสิบหยวนซึ่งก็ไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นนี่นาแล้วซื้อมาทำไมเนี่ย(แต่ตอนลองเหมือนมันอุ่นกว่าของตัวเอง),กระเป๋าผ้าเล็กๆปากเป็นแบบรูดไว้ใส่มีดที่เปิดกระป๋องเล็กๆ(อุปกรณ์ทำงาน) และก็ได้ longjohn แล้วยี่สิบหกหยวนเองก็ร้อยสามสิบบาทอ่ะของมาร์คตั้งพันหก ตอนรอรวมพล(แยกย้ายกันซื้อนัดเวลาเจอกันห้าโมงเย็น)ฉันกะน้องแยมลองกินสโมคกี้ไบค์ปักกิ่ง(กุนเชียงย่างบนเตาแบบสโม้คกี้ใน 7-11)ราคามสามหยวนอร่อยมากส์

รวมพลได้แล้ว(บางคนก็กลับโรงแรมไปก่อน)ย้ายไปตึกขายของเล่นหลังตลาดหงเฉียวพี่ๆช้อปอีกสี่สิบห้านาทีแล้วก็แยกกันเป็นสองกลุ่มกลับโรงแรมกลุ่มนึงเหลือสี่คนตามพี่วินนี่(แอร์จีน)ไปร้านถั่วฉันไปด้วยเพราะอยากได้เกาลัด พี่บอกว่าร้านนี้ถั่วดีใหม่อร่อยและเป็นร้านที่ดังเป็นร้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงค์ชิง(สมัยไหนหละนั่น) ชื่อร้านหวังเหล่าโถ ตอนแรกจะซื้อแต่เกาลัดแต่พอชิมถั่วอื่นก็ซื้อมาทั้งวอลนัท เฮเซลนัท อัลมอนด์(เผื่อน้าจะใช้ทำขนม)

กลับโรงแรมเอาของไปเก็บแล้วทุ่มนึงไปกินข้าวสมาชิกเหลือสิบคนกินที่ร้านข้างโรงแรมชื่อร้าน great wall นะถ้าจำไม่ผิดหน้าร้านจะมีโคมแดง(เราพักที่ Sheraton ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายแล้วก็เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกร้านที่สอง) กินกันกระหน่ำแน่นอนมีเป็ดปักกิ่งด้วยออริจินอลอีกแล้นแต่ฉันไม่กินนะเคยกินแล้ว(ที่ร้านนี่นั่นแหละ)ไม่ชอบมันมากและไม่ได้กรอบๆแบบที่เคยกินที่บ้านเรา แต่ชอบ Hot and Sour soup กะผัดผักอร่อยจริงๆเล้ยผัดผักที่เมืองจีน เรายังสั่งมันเคลือบน้ำตาลอีกเพราะติดใจตั้งแต่กลางวันมีของกินแปลกเพิ่มคือขนมปังทอดจิ้มนมก็ดีแต่ชอบมันเทศมากกว่า

หลังอาหารว่าจะไปกินบราวนี่กะไอติมที่ Hard rock café เสียค่าเข้า(ได้หนึ่งดริงก์)เรียบร้อยผู้ชายแปดสิบหยวนผู้หญิงสองหยวน !??! งงเซ้..มันเป็น ladies night ทุกวันเสาร์อ่ะแต่มันห่างกันมากๆๆเป็นผู้หญิงนี่มันดีนะแล้วจะมาเรียกร้องความเท่าเทียมอะร้ายยย เดี๋ยวก็ได้จ่ายแปดสิบร้อก เข้าไปข้างในปรากฏไม่มีโต๊ะเลยกลับเอาเงินคืนกลับๆๆ ก็ดีไม่ต้องไปนั่งดึกดื่นๆแต่นี่ก็ยังไม่นอนเลย เอาคอมมาแล้วต้องงัดมาใช้หน่อยไม่ได้ตอนเนตก็เขียนไดอารี่เลยดีก่ากลับไปจะได้โพสต์เลย

พรุ่งนี้จะไป Ikea กะคาร์ฟู ดูสิหาเรื่องออกทุกวันแล้วจะเอาโน้ตบุ๊คมาทำไม

Friday, December 05, 2003

เมื่อคืนเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม เหนื่อยอ่ะสิเกมเกิมไม่ได้เล่นให้น้องโทรมาปลุกหรอกแต่ไม่ไหวนอนดีฝ่าเลยตื่นมาเล่นเนี่ย มะช่ายยย ข้างบ้านดิเสียงดังตีห้าห้าสิบห้านาทีอ่ะเสียงดังฟระคงจะออกไปเที่ยววันหยุดแต่เด็ก(อีกละ)พูดเสียงดังอ่ะยังกะมาพูดข้างหูไม่ตื่นได้ไง ตื่นมาเช็คอุณหภูมิ ตอบGB เขียนไดอารี่เล่นเกมดีก่า ตอนบ่ายจะได้ง่วงแล้วนอนอีกเพราะคืนนี้ต้องทำงานกลางคืนไปปักกิ่ง(เครื่องออก 00.35)

อุณหภูมิสุดสยองวันที่ไปถึงกะวันที่อยู่(รวมสองวัน)อุณหภูมิ -6/0 -7/2 ตามลำดับเสื้อกันหนาวเอาไปพอไหมหว่า เอาเสื้อคอเต่าไปสองตัว(สำหรับสองวัน)เสื้อไหมพรมตัวนึง แจกเก็ตอ้วนหนึงตัว (northface เบอร์ 600 นะ คนขายบอกสามารถนี่ก็ทุ่มทุนนะเนี่ยไม่สวยเล้ยอ้วนเป็นแหนมๆแต่ไม่อุ่นก็เที่ยวไม่ได้) เอาที่ปิดหูไปด้วย ถุงมือ ผ้าพันคอ กางเกงยีนส์กะกางเกงโยคะใส่สองตัวเลยยังมะได้ซื้อ longjohn(เขียนไงอ่ะ)เพราะแพงยังมะเจอของถูก เออถุงเท้ารองเท้ายังมะได้จับใส่กระเป๋านิ

กลางวันจะออกไปกินข้าวกะดูหนังอยากดู kill bill แต่รอบชักน้อยดูหนังใหม่ๆก่อนจะได้กลับบ้านมานอน(ตอนบ่าย)เร็วๆ ดู scary3 ดีมะน่าจะตลก รีบไปเล่นเกมก่อนเดี๋ยวต้องออฟไลน์แล้วเพราะใช้สายโทรศัพท์หลัก(เบอร์ที่ให้โทรมาเป็นเบอร์ที่น้าไว้ทำธุรกิจขนมหนะ)

ป.ล สุขสันต์วันพ่อ
ป.ล2 น้องเติร์ดที่ไปบินด้วยกันชอบเจโช(Jay Chou)เค้าก็อยากไปดูคอนเสริตฉันก็อยากไปอ่ะแต่มะมีเพื่อนไปแฟนฉันบอกว่าถ้าซื้อตั๋วให้ก็ไปดูด้วยก็ได้ง่ะง่ะจะดูบัตรพันห้าเหลือพันเดียวละกันสองคนก็สองพันอ่ะ

Wednesday, December 03, 2003

หน้าแหกสิวเห่อไปค่อยได้ไปหาหมอสิว(หยุดไม่ตรงวันพุธนี่นา)หมอแต้มสิวเจ็บจี๊ดๆไปทั่วหน้าเยย ให้ยามากินวันละสามมื้อสองอาทิตย์แหนะ เกินเยียวยาทาอ่ะนะต้องกินด้วย นอนดึกอ่ะจิทำลายสุขภาพกายแต่สุขภาพจิตดีนะ นอนดึกก็กินวิตามินซีด้วยกลัวไม่สบายอดบิน(อดได้ตังค์)แล้วถ้าไม่สบายก็ไม่ควรไปบินนะ เห็นเล็กๆน้อยแบบเป็นหวัดไรเงี้ย เดี้ยงไปแล้วหลายราย เพื่อนเราสองคนเลือดออกในหูเลยเพราะเป็นหวัดไปบินอ่ะต้องหยุดต่ำๆก็ห้าวันเลย ที่บริษัทเค้ามีวัคซีนกันไข้หวัดใหญ่ด้วยนะยังไม่ได้ฉีดเลยก็ขี้เกียจอีกนั่นแหละแล้วก็เราก็ไม่ค่อยจะไม่สบายหรอกมีแค่ปวดหัวปวดท้องปีนึงจะเป็นหวัดหรือไข้ซะที เดี๋ยวก็ต้องนอนละพรุ่งนี้ตื่นตีห้าบินสี่แลนด์อีกตะหาก แหวะ

Tuesday, December 02, 2003

รายงานรสชาติของนมถั่วแระ จริงๆมันอาจจะเป็นนมถั่วเหลืองเพราะฉันก็ไม่เคยเห็นหน้าตาฝักเมล็ด(เม็ด?)ถั่วเหลืองแต่คิดว่าหน้าตาเหมือนถั่วแระ รสชาติจืดและผสมงาอย่างที่พี่เค้าบอกแต่จะบอกว่าน้ำเต้าหู้ผสมงาที่น้าซื้อที่ตลาดอร่อยกว่าห้าบาทเองม้าง แต่น้ำถั่วแระเนี่ยยี่สิบได้(หกร้อยวอน) นมกล้วยรึก็ดีแต่รู้สึกปลอมๆไว้จะไปกินของโฟร์โมสต์แล้วจะมาบอกอันไหนอร่อยกว่า สตรอเบอรี่เหรอก็หอมนะหอมมากลูกใหญ่ด้วยแหละแต่ของญี่ปุ่นอร่อยกว่า หมูย่างเกาหลีก็อย่างที่บอกหมูกระทะเชียงใหม่อร่อยกว่า(หมูกระทะกรุงเทพยังไม่เจอที่ไหนอร่อยแต่ก็ไปกินไม่กี่ที่อ่ะนะ) แต่ต้องยอมรับว่าอร่อยที่ซู้ดดดดด คือไอติมเมล่อน อร่อยจริงๆอร่อยมาก ไปอีกจะกินอีก

ในตารางบินของฤดูหนาวเนี่ยได้ไปเกาหลีอีกเดือนมกรา กุมภา มีนาเลย เพิ่งจะเคยได้ไฟล์ทไปเกาหลีนี่แหละคนอื่นเค้าไปกันจนเบื่อฉันยังไม่เคยไปอยู่คนเดียว(มัวแต่ไปแขกไปต่างจังหวัด) พอได้ไปมั่งเค้าก็ย้ายโรงแรมมาไกลจากในเมืองจะไปเที่ยวต้องนั่งรถบัสที่โรงแรมไปต่อรถไฟอีกชั่วโมงนึง แต่ก็อยากไปกะเค้าซะที(ถึงใครจะบอกไม่มีไร) ตลาดDongdaemun, Namdaemun ไรเนี่ยคุ้นๆนะ ชื่อ Itaewon ก็คุ้นๆ แต่ดูในแผนที่เหมือน Itaewon จะเข้าท่ามีห้างๆ แล้วก็ Pizza hut ,Mc (ไม่คิดจะกินอาหารเกาหลีอีก) แต่นี้มันก็อนาคตอันไกลอ่ะนะ เอาใกล้ๆก่อนเลยไปปักกิ่งวันที่หกนี้ ไปทำไรดีอ่ะ เคยไปมาแล้วกำแพงเหมือนจีน พระราชวังต้องห้าม อยากไปวัดอื่นหรอกเคยคิดไว้แต่อากาศหนาวซ้า... เช็คอุณหภูมิวันนี้ยังปาไปติดลบห้าอุณหภูมิสูงสุดหก สะท้าน!! มีคนมาขอแลกอ่ะแต่ไฟล์ทไม่ลงตัวแห้ว ฉันก็ไปขอฉันตามปกติ(แต่ไฟล์ทแบบไปอยู่นานๆเค้ามักจะแลกตามกันมาฉันอาจจะเหี่ยวแห้งไม่มีเพื่อนอ่ะนะ)

เปลี่ยนเรื่องดีก่า... ได้รับเมลจากเพื่อนมาคิดว่าเป็นความจริงเลยเอามาให้อ่านกัน

> ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : ENGINEER
> สัญลักษณ์ : EN
> มวลรวม : มาตรฐาน 600 N แต่อาจแปรผันได้ตาม ภาวะเศรษฐกิจส่วนตัว
> มวลสมอง : แปรผกผันกับมวลรวม และมีได้เกิน 1 %
> ลักษณะทางกายภาพ:
> - ภายนอกเถื่อนถ้ำ ภายในติงต๊อง
> - พื้นผิวหมองคล้ำ ไม่ชวนต่อการสัมผัส
> - เมื่อถูกเคาะอย่างแรงจะเปล่งเสียงดังกังวานเป็นคำหยาบคาย
> - แปรสภาพเป็นวัตถุแข็งเกร็ง (Rigid body) เมื่อถูกสัมผัสโดยแผ่วเบา
> - ถึงจุดเยือกแข็งได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุแต่การคงสภาพขึ้นอยู่กับชั่วโมงบิน
> - เป็นของแข็งที่ประพฤติตนคล้ายไอศครีมคาลิปโปคือดูดอมได้แต่ไม่ละลาย
> - ไม่ทนต่อการเสียดสีโดยปราศจากการหล่อลื่น
> - สามารถเป็นผู้ออกแรงกระทำได้ดี
>
> คุณสมบัติทางเคมี:
> - ทำปฏิกริยาอย่างรวดเร็วกับน้องๆ เฟรชชี่
> -ทำปฏิกริยาอย่างรุนแรงกับเด็กบัญชี วารสาร เศรษฐศาสตร์ และเด็กต่างสถาบัน
> - เกิดปฏิกริยานิวเคลียร์กับสาวเกาะอกหรือสายเดี่ยว
> - ไม่ทำปฏิกริยากับธาตุ Wo ที่มีลักษณะสีค่อนข้างคล้ำหรือดำ มวลมากกว่า 550 N อายุมากกว่า 20 ปี
> - ดูดซึมและส่งผ่านข้อมุลข่าวสารใต้เข็มขัดได้อย่างรวดเร็ว
> - มีสมบัติทำละลายเงินได้ดีเมื่อมีแอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งปฏิกริยา
>
> การทดสอบ:
> - วัตถุตัวอย่างจะมีอาการเซื่องซึมในเวลาราชการ
> - วัตถุตัวอย่างจะรู้สึกสดชื่นและกระตือรือร้นหลังตะวันตกดิน
> - วัตถุตัวอย่างจะช่วยรักษาธรรมชาติเป็นอย่างดีโดยการปล่อยสัตว์สงวนทั้งหลายออกมาเป็นจำนวนมากเมื่ออยุ่รวมกัน
> - วัตถุตัวอย่างนิยมการเล่นฟุตบอลด้วยโทรศัพท์มากกว่าเท้า
>
> ประโยชน์:
> - สืบสานวัฒนธรรมโดยการใช้ภาษาสมัยพ่อขุนรามคำแหง
> - เป็นตัวอย่างทึ่ดีต่อเยาวชนในสิ่งผิด
> - ช่วยชาติโดยบริจาคเงินผ่านทางกรมสรรพสามิต
>
> ข้อควรระวัง:
> - ไม่ควรใช้คำสุภาพในการสนทนา เนื่องจากจะไม่ได้รับการสนใจใดๆเพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างรุนแรง
> - ห้ามพูดถึงเรื่องเกรดเฉลี่ยหรือ point สะสมเพราะถือว่าเป็นการหยาบคายอย่างยิ่ง

Monday, December 01, 2003

วันนี้ไปไฟล์ท 664 เป็นเซี่ยงไฮ้ควิกเทิร์น(ไปกลับวันเดียว) ไม่ค่อยจะชอบเพราะไฟล์ทไทม์นานแต่ต้องชอบเพราะเงินเยอะ เวลาไปไฟล์ทนานๆ(ขาไปประมาณสามชั่วโมงครึ่ง ขากลับประมาณสี่ชั่วโมงครึ่ง) อยากได้เพื่อนร่วมงานดีๆวันนี้เพื่อนร่วมงานก็ดีร่าเริงอัธยาศัยดี

ขาไปและกลับผู้โดยสารเกือบเต็มแบบสุดๆ(ขาดไปไม่กี่ที่)ขาไปคนไทยเยอะเพราะเป็นทัวร์ที่ทำงานก็สบายดีไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษพูดกันรู้เรือ่ง ขากลับผู้โดยสารคนจีนสื่อสารมั่วดีทำงานทั้งสองขาก็ราบรื่นดีไม่นับผู้โดยสารขามากวนอ่ะนะ ก็พอจะเข้าใจว่ามาคนหมู่มาก(มากจริงๆนะหลายสิบ)ก็มั่นใจอะไรก็มันอ่ะนะแต่กวนอ่ะถามว่ารับน้ำอะไรดีนะ บอกมีน้ำตกไหมครับ น่านน่าน อีกฟากเจอรับไวน์...วายตามิลค์ เอาเข้าป่ะ

กลับมายังจะมานั่งเล่นเกมแทนที่จะไปนอนแต่ว่าน้องอิฐ(น้องที่ทำงานเก่า)ตามมาเล่นที่ server เดียวกันตอนนี้เลเวลพอดีให้แชร์กันได้ฉันเลยจำต้องอดนอนขอตามไปดูด(คนที่ไปดูดก็คืนคนที่ไม่ได้สู้แต่ไปนั่งขอแบ่ง% อย่างเดียวอาจจะมีประโยชน์ก็ได้เช่นอาชีพนักบวชก็เติมเลือดให้เพื่อนได้)

เดี๋ยวก็นอนแล้วหละวันนี้พรรคพวกไม่เล่นเกมมีแต่ปุ๊ก ฉัน กะน้องใหม่แห่งวงการ เดี๋ยวอิฐไปนอนฉันก็เลิกละพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้กะมะรืนได้หยุดดีใจจริงๆ (จริงๆฉันแอบไปนอนก่อนน้องก็คงไม่รู้เพราะไม่ได้เดินตามกันไปแต่ฉันนั่งหลบมุมดูดอยู่อ่ะจิ อิอิ)