ไปสมัครสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นมาแล้วคิดว่าจะได้ไปกับเพื่อนดันสอบคนละเวลา o_Oแล้วมันได้อะไรขึ้นมาเนี่ยก็ไปคนเดียวอ่ะดิ ระดับสี่สอบเช้า ระดับสามสอบบ่าย ยังดีสอบที่เดียวกัน(จุฬา)เพราะระดับ 1,2 สอบที่ธรรมศาสตร์รังสิต นี่ถ้าเก่งนอกจากสอบคนละเวลายังคนละที่อีก - -
เดินทางไปสมัครสอบสะดวกดีนะนั่งรถไฟใต้ดินจากหมอชิตไปสุขุมวิทแล้วเดินไป ตอนเดินทางเจอเพื่อนร่วมทางเค้าไม่ได้ไปสมัครสอบหรอกแต่เอาวีซ่าของคนที่บริษัทไปยื่นที่สถานทูต เค้าก็ไม่รู้ว่าจากสถานีสุขุมวิทจะไปไงต่อก็เลยชวนไปด้วยกันนั่งคุยกันในรถไฟ เด็กโคตรๆรหัสมหา’ลัย 43 โอวว ป้าแล้วฉานน ตอนแยกเค้าขอเบอร์อ่ะเราก็ดันให้ซะอีกจะไม่ให้ได้ไงอ่ะก็เห็นๆอยู่ว่าเรามีมือถืออ่ะ(ก็ไอ่น้องเราดันโทรมาหา)แต่น้องเค้าก็อัธยาศัยดีก็คุยด้วยก็รู้สึกไปทางบวกเสียแต่เป็นผู้หญิง เหอเหอ
พอสมัครสอบไปแล้วก็ไม่อยากสอบตกแฮะยิ่งไม่ได้ไปสอบเอามันแบบไปกับเพื่อนแล้วก็ไม่อยากจะตกยืมข้อสอบเก่าจากห้องสมุดมาดูด้วยนะ มันเหลือเล่มที่ยืมออกได้นิดหน่อย(คนอื่นเอาไปหมดแล้ว)ก็ใช้สิทธิ์เต็มที่เค้าให้ยืมได้ครั้งละสามเล่มก็เอาหมดที่มีของปี 92 93 94 เหมือจะมุแต่ว่าภายในสามเดือนกับคันจิสามร้อยตัวแล้วก็คำศัพท์เพียบแค่คิดก็รู้ผลสอบแล้วแหละ
ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นโดนอาจารย์ถามว่าโดดสามคาบไปไหน ฝนตกไม่ไปคาบนึงอีกสองคาบเพราะทำงาน ตอกย้ำว่า”สอบไม่ผ่านแน่ตู” เข้าไปอีก
โดดเรียนเพราะไปเกาหลีครั้งนึงไปครั้งนี้กินหมูกระทะร้าน B1 กับไอติมเมล่อนแล้วก็ซื้อขนมที่ E-Mart คิดว่าจะไม่ซื้อแท้ๆแต่ซื้อตามเพื่อนแล้วพบว่าอร่อยอ่ะ แครกเกอร์ไส้ครีมสัปปะรดไปอีกจะซื้ออีก ขนมเกาหลีก็อร่อยดีนะถูกกว่าขนมญี่ปุ่น
โดดเรียนอีกครั้งเพราะไปคันไซใช้เวลาไม่ดีเพราะนอนมากเครื่องถึง 7:30 (เวลาญี่ปุ่น) อาบน้ำเข้านอนตื่นมาบ่ายสามแล้วอ่ะ แต่ว่าใช้เวลานอนน่าจะดีเพราะว่าพักผ่อนและมีเวลาใช้เงินน้อย อิอิ
ออกจากห้องบ่ายสี่โมงเย็น ฝนตกด้วยอ่ะ เดินไปสถานีรถไฟคิดว่าจะเข้าเมืองก็เกินไปใช้เวลาไปกลับสองชั่วโมงนะนั่นเลยคิดว่านั่งรถไฟเล่นแถวๆนี้ละกัน ไม่ได้มาคันไซนานจำไม่ได้ว่าสถานีอะไรมีร้านอะไรแถวๆสถานีก็เลยยืนเล็งจากแผนที่เลือกเอาสถานีที่เป็น interchange เลือกโอโทริ(ootori) ลงไปก็ไม่มีอะไรอ่ะน่าจะลงไปตั้งกะสองสามสถานีที่ผ่านมาเพราะมีห้าง Saty (มีร้านร้อยเยนด้วย)แต่ก็เลือกมาแล้วก็มาจนถึงอ่ะ ยืนกางร่มมองซ้ายขวาไปทางไหนดีหว่า มองเห็นร้านทาโกะยากิคิดว่านั่งรถมากินทาโกะยากิก็แล้วกันดันปิด

ระหว่างทางมีชมรมโกะด้วยนะเก่าเชียวขลังๆดีนะไม่ได้ถ่ายรูปเพราะเปิดหน้ากล้องมาฝ้าขึ้น
ในเมือไม่ได้กินทาโกะยากิแล้วก็นั่งรถย้อนไปหาไรกินที่ Saty แถวสถานี Izumi fuchu ดีกว่า จากสถานีเดินพอสมควรกว่าจะถึงห้าง หิวมากแล้วก็ตั้งแต่เช้ากินแค่มื้อเช้าในเครื่องต้องเติมพลังก่อนเดินเล่นหละ มีร้าอาหารติดๆกันสามสี่ร้านอยากกินข้าวหมูชุบแป้งทอดแต่ดันไม่เข้าร้านนั้นไปเข้าร้านที่มีแต่ข้าวหน้าหมูทอดลืมไปว่าไม่ชอบข้าวหน้าหมูทอดเพราะซอสหวานๆแต่อยากกินหมูชุบแป้งทอดก็หยวนๆหน่า น้ำชาร้านนี้เหมือนกาแฟจืดดดดด(หรือน้ำล้างหม้อกาแฟนั่นเอง) กินเสร็จเดินเข้าห้าง มีร้านขายเครื่องสำอางด้วยอยากดูเชียวแต่คิดว่าไปชั่นบนสุดแล้วค่อยเดินลงมา แต่คิดผิดเพราะไปข้างบนก่อนไปเสียเวลากะร้านซีดีไม่รู้จะเข้าร้านซีดีไปทำทำไมเสียเงินไป 2700 เยนเลยเพราะซีดี kiroro แล้วก็ไปเล่นตู้สติกเกอร์อีกนานอ่ะ ตู้ใหญ่มากมีม่านปิดมิดชิดนะจะ act ไรได้หมดอ่ะไม่มีเขิน ในตู้ไม่ธรรมดาเลยมีไฟส่องสุดฤทธิ์แบบถ่ายในสตูเลยแหละมีกล้องให้เลือกมุมบนหรือมุมล่าง(จะนั่ง action ที่พื้นก็ได้)
ฉันถ่ายไปสองตู้ผิดหวังกะตู้แรกเพราะรูปออกมาไม่ชัดจางมากๆ 400 เยนนะก็ว่าไม่มีคนถ่ายตู้นี้(ชื่อ bishin2) แต่ไม่มีเรื่องไรให้เสียเงินก็เลยลองถ่ายอีกดีกว่าเปลี่ยนตู้ที่เด็กๆเค้าถ่ายกัน(ตู้ misaki) อืมมสมควรเด็กจะฮิต ตู้มันไฮเทคมากฉากหลังไม่ได้fix แบบตู้แรก(แต่ก็มีผ้าสีม่วงให้ดึงลงมาเปลี่ยนได้แบบบ้านเรา) ตู้นี้พอเรากดในจอว่าจะเอาสีอะไรมันจะเปลี่ยนแสงหลังฉากเป็นสีนั้น ถ้าเอาฉากแบบมีลาย(จุดกะข้าวหลามตัด)มันก็มีลายขึ้นมาได้ด้วยนะ มั่วสนุกมากๆ(คือฟังไม่ค่อยออก อ่านไม่ค่อยได้) ถ่ายประมาณสิบรูปมั๊งให้เลือกหกรูป ก็มีรูปดีๆเหมือนกันจริงๆก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอกเพราะหน้าเป็นรอยแผลสิวตรึมและหน้ามันแต่พอตกแต่งรูปเนี่ยแหละกลบเกลื่อนได้ดีมากๆ น่ารักสนุกสนาน ระยิบระยับ(เลือกแสงระยิบระยับตามติดในรูปทำให้ดูเราเป็นประกายดีมาก อิอิ) มันมากๆคือแต่งผิดเละก็ต้องหายางลบลบออกคำว่ายางลบรู้แต่ว่าเครื่องมันฉลาดกว่านั้นไม่ใช่จะลบทุกอย่างหมดมันให้เลือกว่าจะลบกรอบ ลบลายที่เขียนจากปากกา หรือลบอะไรไม่รู้อ่านไม่ออกอีกสองตัว แต่แต่งรูปอ่ะจับเวลานะถ้าเดาพลาดหมดเวลาก็รูปเละ ไม่แน่ใจว่าตู้สองมันฉลาดกว่าหรือเปล่าเพราะไม่ได้จับเวลาตั้งแต่แรกแต่พอมีคนมาถ่ายรูปมันถึงเริ่มนับเวลาถอยหลัง(ส่วนถ่ายกะแต่งรูปแยกกัน)ต่อไปนี้ถ้าถ่ายรูปสติกเกอร์คนเดียวจะถ่ายที่ญี่ปุ่นเท่าน้านนน(ไม่ได้ถ่ายนานมากแล้วแหละหมดวัย แต่อยากได้ไว้ติดของส่วนตัวหนะ แสดงความเป็นเจ้าของ อิอิ)
เล่นไอ่สองอย่างเนี่ยหมดเวลาห้างจะปิด เดินซื้อถุงน่องอีกแล้วยังไปเสียเวลาในร้านหนังสืออีกพอไปข้างล่างร้านเครื่องสำอางปิดแล้วอ่ะ เดินซุปเปอร์ฯซื้อชามะนาวสุดเลิฟแล้วก็ชาสวย(ที่เพื่อนบอกกินแล้วสวยไง soukenpicha) ตากฝนนั่งรถไฟกลับ ฝนตกมากๆเลยไม่ได้เดินลุยฝนนานแล้วก็เพลินดีแต่น่าจะมีคนเดินด้วย
ลงรถไฟที่สถานีแถวโรงแรมเดินไป 7-11 ซื้อโอเด้งเป็นมื้อก่อนนอนแล้วก็ชูครีมสุดเลิฟและแซนวิชหมูชุบแป้งทอด(ชอบๆ) กำลังจ่ายเงินหันไปเจอ hi-chew รสแตงโม แพงกว่าบ้านเรานะแต่บ้านเรามีรสแตงโมหรือเปล่าหละก็เลยซื้อมา มันอาจจะเป็นรสพิเศษสำหรับหน้าร้อนมั๊ง(หน้าร้อนนึกถึงแตงโมกันมั้ย) ถึงโรงแรมเละไปหมดรองเท้าเละ(แต่ดูสะอาดขึ้นเลยอ่ะโดนฝนล้าง) กางเกงเปียกนี่ขนาดรู้ตัวเลยใส่กางเกงห้าส่วนเตรียมลุยฝน กลางคืนนี้แหละปัญหานอนไม่หลับก็ดันนอนไปซะเยอะ พอเก็บของแล้วคิดว่าไม่น่านอนเยอะเลยอ่ะแต่ก็ดีแล้วอ่ะไม่เสียเงินเยอะ
ป.ล โดน IM ลากไปทาปากเพราะเราแต่งหน้าจืด พี่เค้าเป็นครูด้วยนะและก็เป็นรุ่นพี่มหา’ลัยโดนติเละเลยอ่าไม่สวยนั่นเอง ผมก็กระเซิงมันเหมือนผมทรงนักเรียน พี่purser ก็สอนเรื่องภาพพจน์จะแต่งตัวไรก็ให้ดูดีถึงจะนอกหน้าที่แล้วก็ตาม ฮืออ ไม่สวยซะทีอ่าแง้