Sunday, March 30, 2003

เพิ่งกลับมาจากพนมเปญแต่นึกว่ากลับจากไฟล์ทญี่ปุ่น ผู้โดยสารเป็นคนญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่(มาก)เค้าไปทำอะไรกันหว่าไปเป็นกลุ่มๆเลย ทัศนศึกษารึ ขาไปก็มีคนญี่ปุ่นไปบ้างเหมือนกัน วันนี้ผู้โดยสารน้อยประมาณร้อยคนทั้งไปและกลับ ทำงานก็สบายดีไม่เร่งรัดจนเกินไป ไฟล์ทไทม์ประมาณห้าสิบนาที

การเสริฟอาหารก็ออกรถอาหารตามด้วยน้ำ(จัดใส่ถาด) กาแฟ ชา เป็นอันเสร็จ อาหารวันนี้ขาไปเป็นปลาทอดกับข้าว มีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นคนนึงทานแล้วเผ็ดออกอาการ ฉันเลยถามว่าเอาน้ำมั้ย พยักหน้าแทบไม่ทัน อิอิ ขากลับเสริฟแพนงเป็ดย่างกับข้าวขนมที่เสริฟคราวนี้อร่อยทั้งคู่เลยขาไปเป็นบราวนี่ ขากลับเป็นกล้วยบวชชี เสริฟกล้วยบวชชีก็ดูดีนะเป็นขนมไทยๆดีอร่อยด้วย

เนื่องจากโรคหวัดมรณะยังคงอยู่ผู้โดยสารบางคนก็ใส่หน้ากากถึงแม้กัมพูชายังไม่มีโรคนี้ระบาดแต่ที่แน่ๆฉันอาจไม่รอดเพราะเปิดเดือนด้วยไซ่ง่อน ปลายเดือนมีฮานอยและคุนหมิงต่อกัน ยิ่งคุณหมอที่วิเคราะห์โรคนี้ดันตายไปซะแล้ว น่ากลัวมั่กมากแต่ทางบริษัทเค้าก็ให้ใส่หน้ากากได้ตลอดเวลาการทำงานอ่ะนะ ตอนแรกให้ใส่เฉพาะตอนอยู่ในครัวแล้วมันจะกันอะไรได้แต่มี information ล่าสุดว่าใส่ได้ตลอด purser เพิ่งบอกมา มันก็อาจดูตลกๆอ่ะแต่ว่าถึงเป็นถึงตายแบบนี้ทนตลกไปดีฝ่า

Thursday, March 27, 2003

ไปกัวลาฯมาสองครั้งสนุกทั้งสองครั้งเลย เจอคนดีๆพี่และเพื่อนน่ารักๆ แต่ครั้งนี้มันส์กว่าเพราะมีโอ๋และพี่ท็อฟฟี่(เพื่อนเทรนนี)ตลกเม้าท์แตก ถึงผู้โดยสารเต็มก็ทำงานสนุกเพราะบรรยากาศในการทำงานมันดี สำคัญนะเนี่ย

ฉันชอบไฟล์ท 419 ออกเดินทางประมาณทุ่มกว่าไปถึงกัวลาก็สามทุ่มครึ่ง(เวลาไทย) ไปโรงแรมนอนตื่นเช้ามาทำงานกลับถึงกรุงเทพ 9.30 การทำงานก็ง่ายดีไม่ต้องออกรถ drink เดินรถอาหารแล้วทำน้ำใส่ถาด(selection of drink) เดินตาม ขากลับทำเสิร์ฟอาหารเช้าก็ไม่มีรถ drink อยู่แล้วเพราะทำน้ำผลไม้ใส่ถาดเดินก่อนออกอาหาร แต่มีอะไรต้องทำมากไปหน่อยตรงที่ไฟล์ทไทม์ประมาณ 1.45 ต้องแจกหูฟัง แจกเมนู เปลี่ยนชุดไทย (ถ้าเป็นไฟล์ทแบบเดียวกันแต่เป็น quick turn ขอกรี๊ดค่ะ ไม่นิยมเลย)

กลับมาถึง crew center ไปกดคอมเช็คลูกเรือในไฟล์ทต่างๆว่ามีเพื่อนเราไปด้วยหรือเปล่า(ตารางบินเดือนหน้าออกแล้ว)แต่ไม่มีเลยแถมเศร้าด้วยนะ เดือนหน้าบินแหลกสเกตดำมืดไปหมดหยุดวันเดียวตัลหลอด ไม่หยุดก็มีกรี๊ดดดด...คงเพราะมีคนลาพักร้อนไปเยอะคนไม่พอแน่เลยเราถึงต้องบินถี่เช่นนั้น แถมไม่มีญี่ปุ่นอีกนะแต่มีกัลกัตตาอีกแล้น !!!!! อะไรกันนี่แต่คราวนี้เป็นไฟล์ทกลางวันเหมือนจะดีกว่า(เคยไปมาแล้วครั้งนึง สิริรวมก็กลายเป็น สี่ครั้ง แต่ว่าบินสองเดือนติดกันมากไปป่าวตัว) แต่ก็มีไฟล์ทเด็ด(หรือเปล่า)ไปค้างพูซานสองขีดแต่รวมวันเดินทางไปเดินทางกลับเหมือนอยู่สี่วัน จะเหงาหรือเปล่าเนี่ย คงต้องขนเพลงขนเกมไปเล่นกันเฉาตาย เดือนหน้าคงต้องนอนเร็วรักษาสุขภาพ เกมคงเล่นตามเพื่อนไม่ทันแน่เลย แง้

พรุ่งนี้จะไปจ่ายภาษีซะทีผลัดมาจนวันสุดท้ายแล้วเรา

ป.ล ความรู้ใหม่วันนี้-หลังเล่นโยคะสองชั่วโมงห้ามอาบน้ำ

Wednesday, March 26, 2003

ไปกระบี่ไม่เหมือนไปพักผ่อนเพราะมีเวลาทั้งวันให้ออกไปเที่ยวทำงานขากลับก็ตุ้บเดียวถึงกรุงเทพกลับบ้านนอน(ถึงกรุงเทพ21.20) ตอนแรกก็กลัวจะมีใครไปเที่ยว กลัวฝนตก แต่ฝนก็ไม่ตกเท่าไหร่และทุกคนออกไปเที่ยวยกเว้นกัปตัน(เครื่อง 737 มีลูกเรือ 5 คนรวม cockpit อีกสองเป็นเจ็ดแต่พี่วัฒ(purser) พาลูกสาวและภรรยามาด้วย ส่วนพี่แก้วพาลูกสาวมาก็เลยมีสมาชิกเยอะขึ้น)

เย็นวันที่ไปถึงออกไปกินอาหารทะเลใกล้โรงแรมชื่อร้านหาดทรายซีฟู๊ดตอนแรกไปกันแค่สี่คนพี่หนิง พี่แชมป์ เอ(นักบิน) และฉัน ออกเดินไปร้านตั้งแต่ 19.30 รออาหารที่สั่งไปนานมากจนครอบครัวพี่วัฒตามมา(ประมาณสองทุ่มกว่า)เพิ่งได้เมนูปลาเก๋ามาจานแรก อาหารอร่อยแต่แพงจริงๆอาจจะไม่แพงก็ได้แต่เพราะมีกุ้งเสือย่าง 8 ตัวสองพันหนึ่งร้อยบาทและปลาเก๋า(ตัวใหญ่เนื้อนิดเดียว)ตัวละ495 บาท ค่าอาหารเลยเป็นสามพันกว่าบาท

ออกจากร้านอาหารเดินเลยโรงแรมไปมี outlet เดินดูร้านค้าแถวนั้น คิดจะซื้อกล้องถ่ายใต้น้ำแต่แพงเลยไม่ซื้อ ซื้อโรตีกล้วยหอม 10 บาทเองเดินกินระหว่างทางกลับโรงแรม

ตอนเช้าตื่นมากินอาหารเช้าแล้วก็ออกไปขึ้นเรือที่อ่าวนาง(พักที่อ่าวนางปกาสัย)นั่งเรือชื่อสะเก็ดดาว 137 มุ่งหน้าไปเนินทรายระหว่างเกาะทับกับเกาะไก่ไปเดินเล่น(ก่อนน้ำจะขึ้น) แล้วก็อ้อมไปหน้าเกาะไก่ไปดำน้ำดูปลาดูปะการัง ปลาเยอะแยะเลยสีเหลืองดำ น้องแจ้ว(ลูกพี่แก้ว)ชอบปลาซื้อขนมปังมาล่อปลาทั้งสามแถว โยนขนมปังลงไปทีปลาก็มาเพียบน่ากลัวอ่ะ พี่หนิงพาไปดูปะการังสีฟ้า(นอกนั้นส่วนมากมันจะตายแล้ว)แล้วก็หอยมือเสือ ขึ้นเรือเดินทางไปเกาะปอดะกินอาหารกลางวันที่นั่น มีหาดให้เล่นน้ำด้วย(ไม่มีหิน ไม่มีปะการังที่พื้น) มีฝนตกด้วยเห็นเลยว่ามันตกไม่ทั่วฟ้าเมฆฝนลอยย้ายไปเรื่อยๆเราก็เจอนิดหน่อยตอนนั่งเรือย้ายจากเกาะปอดะไปหาดถ้ำพระนาง

ถ้ำพระนางสวยดี หินของภูเขาที่นี่ต่างจากหินภูเขาที่ภาคเหนือมันมีสีด้วย ทรายที่หาดถ้ำพระนางก็นิ่มละเอียดดี ติดหาดก็เป็นรายาวดีดูสวยดีตอนเดินผ่าน(อ้อมไปหาดไร่เล)ก็ชะโงกดูที่พัก เค้าว่ามันแพงมากอยากรู้จังว่าสวยและดียังไงหนอ หาดน้ำเมาไม่สวย(ก่อนถึงไร่เล)เพราะน้ำดำมีน้ำมันและพวกกิ่งไม้ขยะนิดๆหน่อยๆ หาดไร่เลก็สวยดี ถ้ามาเที่ยวฉันคิดว่าพักที่ไร่เลวิลเลจก็ได้เพราะราคาถูกแล้วเดินอ้อมไปเล่นน้ำหาดถ้ำพระนางได้ หมดทัวร์แล้วก็เดินทางกลับฝั่ง ตอนออกจากไร่เลลุงคนขับเรือชี้ให้ดูคนที่มาปีนหน้าผามีคนมาปีนเยอะเหมือนกันลุงว่าก็มีคนตกมาเหมือนกัน ตกมาคงไม่เหลือหละ

กลับถึงฝั่งเดินกลับโรงแรมไปว่ายน้ำสระประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนกลับห้องไปอาบน้ำสระผมเก็บของ ฉันล้าง sun block ไม่ออกอ่ะพี่หนิงบอกว่าพวก SPF สูงๆต้องใช้สบู่เฉพาะสำหรับล้างไม่งั้นมันจะสะสมใต้ผิวหนัง จะไปหาจากไหนอ่ะ

เก็บของเสร็จนอนไปหนึ่งชั่วโมงก่อน wake up call แล้วก็ตื่นมาแต่งตัวขึ้นรถไปสนามบินแต่ฝนตกอ่ะ ที่พักเหมือนมันอยู่บนเขามันเป็นทางลาดและมีบันไดเยอะเกือบพลาดลื่นไปหนึ่งที (ขนาดพักชั้นสองนะ ชั้น 7 สูงที่สุด)

ขากลับดันเจอชิโกะเพื่อนมหาลัย ทำไมต้องเจอเครื่องนี้ด้วยมันต้องทำ demo life vest oxygen mask เองแถมทำหน้าเพื่อนเลย อายซะ

ก่อนเข้านอนคิดอีกแล้วว่าชีวิตเหมือนฝันไปเมื่อเช้ายังดำน้ำที่กระบี่ตอนนี้จะเข้านอนที่กรุงเทพ คืนนี้ก็ย้ายที่นอนไปกัวลาลัมเปอร์ เพื่อนมาขอสลับวันกับฉันหนะ(ขอตัวเองบินพรุ่งนี้)เพราะเค้าจะไปกับแฟน ส่งเสริมสถาบันครอบครัวบุญกุศลจะได้กลับมาหาเรา อิอิ

ตารางบินเดือนหน้าคงออกแล้วเย็นนี้จะไปดู อยากไปญี่ปุ่นอีกจังได้โปรดขอเป็นของขวัญวันเกิดเถอะหน่า

ป.ล ไปงาน pattaya music festival อยู่เวทีฟ้าอย่างเดียวเลย นั่งดูหลังเวที ภาพชัดแต่เสียงไม่ดีเพราะเสียงมันไปข้างหน้า อยู่รอจนพี่ป๊อดแสดงแต่พี่ทำผมผิดหวังเพราะเริ่มด้วย accoustic ไปสี่เพลงทำเอาง่วงเลย

Monday, March 24, 2003

ตอนนี้อยู่ที่กระบี่ค่ะ กำลังรอห้องพักอยู่(พนักงานกำลังทำความสะอาด) ไม่มีอะไรทำก็เลยมาเล่นเนตรอ(เป็นลูกเรือก็ดีนะ ไม่ต้องเสีย minimum charge เล่นแบบยาวราคาเดียว ดี ดี แต่ว่าห้องจะได้แล้วหละคงไม่คุ้ม)

ตอนเช้าทำงานไปกลับสุราษฎร์หนึ่งรอบแล้วก็ต่อมากระบี่ คืนนี้จะไปกิน sea food พรุ่งนี้จะไปเที่ยวเกาะต่างๆดำน้ำ จับปูจับปลา แล้วจะมาเล่าทีหลังจ้าไปหละได้ห้องแล้ว

Thursday, March 20, 2003

อัพไดอารี่ซะที กั๊กไว้หนะก็เขียนเรื่องญี่ปุ่นไม่เสร็จ จนเจ้าที่(ปึ๊ด..เจ้าของโฮสต์)มันมาทวงแล้วเย็นนี้จะไปนอนกัวลาลัมเปอร์ ดี..อากาศมันร้อนจริงๆเลย ไปนอนห้องแอร์ในโรงแรมแล้วก็กลับมาเช้าวันศุกร์ เพื่อนนัดเจอกันตอนบ่ายที่เซ็นทรัล(อีกแหละ) ก็ดีตอนเย็นอาจจะไปออกกำลังกาย ตอนนี้ตึงแขนมากยกแขนไม่ขึ้นเพราะแอโรบิคเหมือนวานแหละมันยกดัมเบลเหมือนกับเล่น body pump นะ ปวดคอด้วย(ออกแรงแขนไปเกร็งคอ) เดี๋ยวรถมารับไปทำงานแล้วเล่นเกมตอนแต่งตัวดีฝ่า

Wednesday, March 19, 2003

คลาสออกกำลังกายที่ว่าโยคะลาเต้มาจากการออกกำลังกายแบบโยคะกับพิลาต์(พิลาเต้?)รวมกันมีคุณครูฝรั่งมาสอน ตอนแรกนึกว่าอดเล่นแล้วเพราะไปช้า(เค้าเริ่ม 10.00-11.00)ลูกบอลที่ใช้ประกอบการออกกำลังหมดก็เลยต้องไปถีบจักรยานทั้งสองแบบ(ทั้งนั่ง ทั้งนอน) เดินตั๊กแตน เดินสายพาน ขาหมดแรงแต่เค้ามีรอบสื่อมวลชน(เหมือนรอบหนังเลย)มาถ่ายไปออกรายการ morning health อะไรนี่แหละ ฉันเลยได้ไปลองเล่นดู(รอบ 11.00-12.00)ถือว่าโชคดีเพราะสัปดาห์นี้ไม่มีคลาสนี้แล้ว(มันเป็นคลาสแบบ all level ด้วยไงเราไม่มีพื้นฐานก็เล่นได้) การออกกำลังก็ใช้ลูกบอลประกอบยกขึ้นยกลง นั่ง นอนบนลูกบอล แล้วก็มีนอนออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย ฝึกกำลังหน้าท้อง

หลังจากคลาสแรกต่อด้วยแอโรบิคแบบประกอบอุปกรณ์(สเตป บาร์ ดัมเบล บอล) ครูคนเดิมสอน เหนื่อย ทำตามไม่ค่อยทันและไม่ค่อยไหว ฉันยังไม่อึดพอ แต่ได้เหงื่อมากๆวันนี้ไม่เข้าสตรีมพอแล้วเสียน้ำในร่างกายไปมากแล้ว

หลังออกกำลังซัดอาหารกลางวันเพียบ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยใหญ่ สลัด 1 จาน ผลไม้ 1 จาน ก็อาหารในฟิตเนสนั่นแหละเมนูเค้าจะคำนึงถึงสุขภาพมากเลยน้ำก็ไม่ให้กินน้ำเย็น ฉันก็เลยกดน้ำจากตู้น้ำเย็นกินชื่นใจฝ่า อิอิ จริงๆในใจคิดถึงน้ำอัดลมมากเลย

ออกจากฟิตเนสไปโรงเรียนภาษาญี่ปุ่นก็อารมณ์ค้างมาจากไฟล์ทญี่ปุ่นนั่นแหละ อยากจะพูดรู้เรื่อง ไม่อยากจะลืมมันไป(เคยเรียนมา) ก็เลยคิดจะเรียนใหม่พนักงานเค้าแนะนำให้เรียนสนทนาเพราะฉันเรียนจบแกรมม่าชั้นต้นไปแล้ว เค้าให้ลองทำข้อสอบวัดระดับ ไม่ใช่ขี้ๆนะนั่นได้คะแนน 71 จาก 100 เลยจัดอยู่ในระดับกลางไม่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นประหยัดเงินไปครึ่งนึงแต่ตอนนี้ไม่มีเงินไปจ่ายอ่ะสิ จะเริ่มเรียนวันที่ 1 เมษานี้แล้ว ไหนจะค่าภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่ม(ฮืออออออออออออ) ค่าวีซ่า ค่าโทรศัพท์ เอาใบภาษีมาให้พี่เล็ก(พี่ที่ทำงานพี่กอล์ฟ)ช่วยคิด เฮ้ยเงินมันผ่านมือเราเยอะเหมือนกันแต่มันไปไหนหมดเล่า...ยูบีซีจะขึ้นราคาอีก จ๊าก...

พรุ่งนี้ขี้เกียจไปออกกำลังกายแล้วสิชักขี้เกียจแพ้ใจอีกแล้วเรา รอตื่นตอนเช้าแล้วค่อยคิดแล้วกันเพราะตอนเย็นบินไปค้างกัวลาลัมเปอร์ คงไม่มีใครนำไวรัสหวัดไรนั่นมาไฟล์ทนี้นะ ยังไม่อยากตาย(ยังใช้หนี้ไม่โม้ดดด)

ป.ล พี่กอล์ฟยัด(เยียดให้จ่ายตังค์ค่า)เสื้อ minimint มาตัวนึงสำหรับใส่ไปเฮคอนเสิร์ตมินิมินท์ที่พัทยาเสาร์นี้

Tuesday, March 18, 2003

ไปออกกำลังกายครั้งที่สามหลังจากสมัครไปตั้งแต่ต้นเดือน สมควรแล้วที่จะไม่สมัครฟิตเนสใดๆไม่เคยไปสม่ำเสมอเลยเปลืองเงินโดยแท้

วันนี้ตั้งใจไปเล่นมากไม่รีบ(ไม่มีนัดต่อ)ถ้าเค้าให้ทำอะไรจะทำหมดอยากแข็งแรงอยากให้คุ้มเงินแต่เจอโปรแกรมที่เค้าให้ทำวันนี้อยากตาย ตอนแรกก็ไม่มีไรเดินสายพาน นอนถีบจักรยาน(เครื่องมันจัดท่าให้เหมือนเรานอนถีบหนะ) เดินตั๊กแตน(ไม่รู้จะบอกว่าไงแต่เครื่องมันเหมือนตั๊กแตนเค้าเลยเรียกยังงั้น) ยังไม่ค่อยแฮ่กเท่าไหร่ พอไหว พอไหว แต่พี่แหมที่ดูแลเราเค้าไปข้างนอก พี่คนใหม่เค้าดูบันทึกของเราเห็นว่าเรามีสภาพแย่(ตก fit test อ่ะ) ไม่แข็งแรง ไม่มีกำลังขา เค้าเลยให้นั่งถีบจักรยาน(เครื่องที่ใช้ทำ fit test) 3 นาที แล้วก็ไปเล่นเครื่องออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาด้านใน แล้วก็กลับไปขี่จักรยานอีก 3 นาที แล้วก็กลับไปเล่นเครื่องอีก แล้วก็ไปเล่นสเตป ตาย ตาย ขาสั่นแล้วอ่ะ จากนั้นก็เล่นเครื่องนั่นนี่เพื่อออกกำลังขา แล้วก็ต่อออกกำลังแขน แล้วก็เลิก

พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะไปเล่นอีกเจอแบบนี้แล้วอยากจะเปลี่ยนใจจริงๆเลย แต่อายุสมาชิกมันแค่ 1 เดือน(รู้ตัวดีว่าสมัครแล้วไม่เล่น)ก็ต้องไปซะหน่อยเดี๋ยวเสียเงินแล้วไม่ได้อะไรซักอย่าง พรุ่งนี้มีคลาสโยคะลาเต้อะไรไม่รู้(อ่านไม่ออก) เหมือนกาแฟลาเต้ป่าวหว่าแล้วจะมาบอกว่าเป็นไง

ป.ล 1 ยังไม่ได้ยื่นภาษีเลยเขียนไม่เป็นไม่เคยทำเองซะด้วย
ป.ล 2 มีคนโทรมาขอแลกสเกตไฟล์ทเดียวกันแหละแต่เค้าจะให้เราไปวันศุกร์-เสาร์เราเลยปฎิเสธเค้าไปเพราะเราจะไปพัทยามิวสิคเฟสติวัล ไม่ได้ใจร้ายใช่มั้ย
ป.ล 3 เซ็งคอม เซ็ง isp ต่อไม่ติด ต่อติดก็ login ไม่ผ่านเพราะปัญหาเรื่อง font นั่นแหละ ห่วยไรไม่รู้ หงุดหงิด
ป.ล 4 นสพ. ไม่เคยอ่านแต่วันนี้ซื้อสองฉบับเลยเห็นเรื่องอเมริกากับหวัดมรณะ ฉันคงไม่ไปติดเชื้อมาหรอกนะเพิ่งกลับจากสิงค์โปร์ด้วยสิ ไหนจะหวัดมรณะ ไหนจะสงคราม อาชีพฉันเสี่ยงไปหรือเปล่า

Monday, March 17, 2003

กลับจากไฟล์ท 411 หรือมีชื่อเล่นว่า”สี่เหนื่อยเหนื่อย” ฉันคิดว่าคนที่เหนื่อยกว่าใครคือสจ๊วตอ่ะนะเวลามันน้อยหนะ(ไฟล์ทไทม์สองชั่วโมง) ขนาดไฟล์ทวันนี้ไม่วุ่นวายพี่สจ๊วตยังเหนื่อยเลย พวกไฟล์ทเหนื่อยๆแบบเนี่ยเค้าก็จะเอาไปผูกกับไฟล์ทดีๆ ดังนั้นคนอื่นเค้าก็จะไปเซี่ยงไฮ้กันแต่ทำไมฉันได้ไปโอซาก้าคนเดียวอ่ะ(ไปมาแล้วอีกต่างหาก..ที่แลกเพื่อนไปไง) ทำไมไม่ตัดคนสุดท้าย(ในรายชื่อ)ออก เป้(คนสุดท้ายในรายชื่อ)บอกว่าไฟล์ทเพื่อนเค้าก็ตัดคนรองสุดท้าย ไม่เคยไปเซี่ยงไฮ้เลยอ่ะถึงแม้ว่าจะเป็นไฟล์ทจีน(โหวกเหวกแหงๆ)แต่เงินดีกว่าโอซาก้านะตัว

ป.ล เค้าเริ่มรับสมัครแอร์สจ๊วตกันวันนี้วันแรกเห็นว่าคนสมัครเพียบ

16.03.03
กลับถึงกรุงเทพแล้วใจก็อยากจะกลับไฟลท์ช้ากว่านี้แต่ว่ากลัวพลาดพรุ่งนี้ต้องทำงานซะด้วยก็เลยกลับตอนไฟล์ท 16.15 ไปเช็คอินตอน 15.15 แต่ยังไม่ได้ที่(ขนาด list ชื่อไปก่อนแล้วนะ)ต้องรอจนกว่า 15.50 มีพนักงานใช้ตั่ว ID เยอะเหมือนกันเจอ purser ที่ไปค้างปักกิ่งด้วยกันด้วยบ้านแกก็อยู่เชียงใหม่ แกใจดีจะมาส่งบ้านด้วยแต่ฉันเกรงใจ

กลับถึงบ้านยังไม่รื้อกระเป๋าเลยมาแย้งน้องเล่นเนตก่อนเดี๋ยวค่อยอาบน้ำทาเล็บเตรียมตัวไปทำงานพรุ่งนี้

Friday, March 14, 2003

ตอนนี้อยู่เชียงใหม่ตอนเช้ากลับจากโอซาก้าถึงกรุงเทพประมาณ 5.05 ติดรถเพื่อนมาตึกภายในประเทศต่อเครื่องไฟล์ทแรกสุดมาเชียงใหม่ ง่วงสุดๆ ไฟล์ทมันเช้าน้องยังไม่ตื่นแม่เราอุตส่าห์ขับรถออกมารับเองเลย กลับถึงบ้านหมดเรี่ยวแรงนอนก่อน

ตื่นมาตอนบ่าย(ยังเบลอยู่เลย) ลงมาดูเกมให้น้องเพราะว่ามันมีปัญหาต่อ patch server ไม่ได้เจออี้ออนไลน์คุยกันให้เค้าช่วยแก้ด้วยแหละ แล้วก็นัดกินข้าวกันแต่เพื่อนต้องมารับเพราะน้องขับรถไปทำงาน โทรนัดอี้ นัดปึ๊ด นัดพี่เต็ม สรุปเป็นอาหารมื้อค่ำมาก(สี่ทุ่ม)เพราะพี่เต็มมีอบรม amway (โอววว..โน้) อี้มารับที่บ้านตอนทุ่มครึ่งบอกว่าปึ๊ดกินข้าวไปแล้วนะ แต่ตอนนี้มันก็หิวฉันก็หิวเลยไปกินบะหมี่ลุงว๊ากหลังมอ(ลุงได้ชื่อนี้เพราะแกสั่งอาหารดังลั่นหนะ) แล้วก็ไปนั่งเล่นเกมที่ทำงานอี้ ปุ๊กเลิกงานก็ตามมานั่งเล่นเกมกันบรรยากาศยังกะร้านเกม สี่ทุ่มแล้วโทรหาปึ๊ดปรากฎว่าป่วยไปแล้ว โทรหาเต็มปรากฏยังไม่เลิกแถมเพื่อนคนอื่นๆที่ให้เต็มโทรนัดก็ไม่ว่าง(ก็แหงมันดึกอ่ะ)สรุปยกเลิกอะไรกันนี่ไม่น่าเลยไม่งั้นก็กินหมูกระทะพาเพลินกันสี่คน เลยนั่งเล่นเกมกันต่อถึงห้าทุ่มแยกย้ายกลับบ้าน

ขับรถกลับบ้านคุยกับปุ๊กว่าชีวิตมันแว้บไปแว้บมาดีจังเลย เมื่อวานยังอยู่ญี่ปุ่นเล่นของเล่นนั่นนี่อยู่เลยแล้วก็กลับมากรุงเทพแป๊ปนึงแล้วตอนนี้มาอยู่เชียงใหม่กำลังจะกลับไปนอน แล้วจริงๆมันได้ไปญี่ปุ่นหรือเปล่าหว่า ความรู้สึกเหมือนฝันไปยังไงชอบกล เหลือเวลาพรุ่งนี้หนึ่งวันเต็มๆแต่น้องทำงานอดเที่ยวกัน เวลาน้อยแฮะไหนต้องซื้อของเข้าบ้าน อยากกินเค้กร้านเลิฟ ซื้อหนังสือลดราคา เอารถไปเช็ค ตอนเย็นกินข้าวกับพี่กอล์ฟและเพื่อนเค้า(มาเชียงใหม่เรื่องงานพอดี)อยากให้เพื่อนเรามาด้วยแต่มันติดดูบอล ฮ่วย..ทำไม OD ไม่ให้พี่เค้าแลก 411 ไปนะจะได้อยู่บ้านหลายๆวัน

เล่าเรื่องญี่ปุ่นดีก่า

ไปญี่ปุ่นครั้งนี้(12-14 มีนา)ไม่ต้องไปเดินเที่ยวคนเดียวเพราะมีเพื่อนสมัยเรียนไปด้วย เพื่อนฉันชื่อต้น มันเป็นคนใจดี(จริงๆน่าจะเรียกว่าไม่มีปากไม่มีเสียงเพราะพี่สจ๊วตที่ทำงานครัวหน้ายังถามว่ามันเงียบยังงี้เป็นปกติเหรอ อิอิ)เราลากไปทางไหนมันก็ไปกับเรา เราไม่เกรงใจมันแต่ว่าตั้งแต่ขึ้นเครื่องยังไม่เห็นหน้ากันเลยหรือว่ามันไหวตัวทันแลกหนีไปแล้ว(เคยมาแล้วหนนึง)ไฟล์ทไทม์ประมาณ 6 ชั่วโมงได้เจอหน้ากันก็ตอนนั่งรถกลับโรงแรม..อืมม มาจริง

ถึงโรงแรมรับกุญแจห้องก็ไปเกาะเคาท์เตอร์ถามตารางรถไฟก่อนเลยเพื่อใช้ในการวางแผนการเดินทางแล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไป 7-11 ซื้อโอเด้งและทาโกะยากิเป็นเสบียงระหว่างการวางแผนเที่ยว

พรุ่งนี้(13 มีนา)ต้องขึ้นรถไฟเที่ยว 8.27 (6.27 เวลาไทย) เป็นขบวนที่ตรงไปสถานีโอซาก้าไม่ต้องเปลี่ยนขบวน เนื่องจากต้องตื่นเช้าก็เลยกะจะมานั่งหลับในรถเพราะใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีแต่ดันยืนไปซะครึ่งทางแล้ว ง่วงต่อไป

ถึงสถานีโอซาก้าจากรถไฟ JR ต้องเปลี่ยนไปใช้รถไฟสาย Hankyu เป็นรถไฟท้องถิ่นไปเมือง Takarazuka จุดหมายของเราคือพิพิธภัณฑ์หนูน้อยปรมาณู ( The Osamu Tezuka manga museum) เจอสถานีแต่ไม่รู้จะขึ้นรถไฟที่ชานชาลาไหนดีเดินไปถาม information ถามเป็นภาษาอังกฤษเค้าตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเจริญแล้วทุกท่าน แผ่นที่รถไฟที่เค้าให้มาก็ตัวคันจิอ่านไม่ออก รู้แต่ข้อมูลที่หามาบอกให้เปลี่ยนรถที่สถานีนึงไม่ตรงกับที่เค้าบอกและให้ลงสถานี takarazuka แต่ที่พนักงานบอกมันเปลี่ยนรถอีกสถานีและให้ลง takarazuka minami guchi แต่เราก็เชื่อเค้านะ พอขึ้นรถมาก็นั่งดูข้อมูลที่ฉันหามาอีกที(เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์นั่นแหละแต่มาจากสองเวบ) ปรากฎว่าจากสถานีที่พนักงานบอกใช้เวลาเดินไปพิพิธภัณฑ์น้อยกว่าสามนาที สมแล้วที่เป็นผู้ให้คำแนะนำมันต้องยังงี้แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้เรา

เดินข้ามสะพานตามข้อมูลตรงมาเรื่อยๆเจอสี่แยก เย้ถึงแล้วมีนกฟินิกซ์สีทองเด่นอยู่ ข้ามถนนไปถ่ายรูปด้วย ที่พื้นก็มีรอยประทับของมือ เท้า จมูก หาง ของตัวละครดังๆ เหมือนถนน Hollywood หละมั้ง แล้วก็เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน

พิพิธภัณฑ์มีสามชั้น ชั้นแรกจะมีของแบบในการ์ตูนเช่น Phoenix Air-lock, Princess Knight Royal Palace hall แต่สองเรื่องนี้ฉันไม่เคยอ่านหนะ มีตู้แสดงของเกี่ยวกับตัวการ์ตูนเช่นกระเป๋า กล่องข้าว มีการแสดงภาพวาดอะไรนิดหน่อย และชั้นนี้มี mini theater ด้วย เราก็เข้าไปนั่งดูหนังสั้นผลงานของ Tezuka ด้วยแต่เกือบหลับแหนะก็ปิดไฟมืด เปิดฮีตเตอร์ อบอุ่นน่านอน

ชั้นสองเป็นเหมือนห้องสมุดให้เราอ่านได้(แต่อ่านไม่ออก) มีตู้โชว์หนังสือเค้าว่ามี 500 เล่ม มีส่วนที่พักผ่อนเรียก Jungle Emperor (เรื่องนี้ก็ไม่ได้อ่าน) แล้วก็มีมุมที่เป็นโดมตามในเรื่องหนูน้อยปรมาณู มีหนูน้อยนอนชาร์จแบตอยู่(หรือซ่อมหว่า) มีร้านขายของที่ระลึกด้วย ฉันกับต้นซื้อเสื้อไปคนละ 2 ตัวแค่นี้ก็หมดเงินไปหลายแล้ว

ลงไปชั้นใต้ดินตกแต่งเหมือนในยานอวกาศ(มั้ง)แล้วก็มีโต๊ะคอมให้เล่นเกม สร้างการ์ตูน ทำภาพเคลื่อนไหวเล่นได้ มีสตูดิโอของ Tezuka ด้วยให้ดูบรรยากาศโต๊ะทำงานเค้าหนะ ชั้นนี้มีทางออกไปสวนสนุกด้วยหละ ชื่อสวนสนุก Family land ยืนพยายามเข้าใจค่าตั๋วเพราะอีเพื่อนอยากไป ดูตัวคันจิพอจะเดาได้ว่าค่าเข้า 1400 แต่มันมีอะไรไม่รู้เขียนว่า 2500 เยน เราถามพนักงานไปเค้าเข้าใจแต่ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เราเดินขึ้นไปชั้นหนึ่งอีกทีถามพนักงานต้อนรับข้างบน ได้ความว่า 2500 เป็นตั๋วแบบรวมค่าผ่านค่าเล่น ใจก็คิดว่าแพงหวะแต่มันก็มาถึงนี่แล้วอ่ะนะ ลงมาข้างล่างพนักงานเปลี่ยนคนใหม่ถามอีกครั้งได้ความเหมือนพนักงานข้างบน เอาก็เอาฟระ 2500 เยน แง้ จ่ายเงินแล้วพนักงานก็ติดแถบพลาสติกที่ข้อมือให้จะเล่นอะไรก็เอาให้เค้าดู ฟรีหมดแล้ว

แต่ตอนนี้หิวมาก ออกจากโรงแรมมาแต่เช้าไม่ได้กินอะไรเลย ได้แผนที่ของ family land มาพลิกๆมั่วๆ หาโซนของกิน เติมพลังด้วยราเม็งแล้วก็ไปเล่นของเล่นอันแรกรถไฟเหาะ โอววว ราเม็งจะออกมาเที่ยวแหนะ มันดีรางสั้นแต่เสียวใช้ได้ ไม่ได้เล่นของเล่นมานานแล้ว อากาศเหมาะสมเย็น(จัด) เล่นอะไรยังงี้หนุกบ้านเรารึคงไม่ไปเล่นหรอกมันร้อนหนะ แล้วก็เล่นไรมั่งจำไม่ได้แล้วแต่เล่นรถไฟเหาะชวนหวาดเสียวไปทั้งหมด 3 แบบ ชื่อ big one (มันสุด), prism, space coaster (รถไฟเหาะแบบมืดตึ๊ดตื๋อ) แล้วก็รถไฟหวานเย็นดูวิวรอบๆสวนสนุก แล้วก็รถไฟในบ้านผีสิง แล้วก็เล่นล่องแก่งด้วย ตอนแรกไม่อยากจะเล่นหรอกถ้าหนาวแล้วยังต้องเปียกนี่มันทรมานไปป่าว แต่อีเพื่อนจะเล่นอีกแล้ว เล่นอันนี้เสร็จก็ย้อนไปเล่น Crazy duck เหมือนแกรนแคนย่อน ฉันไม่เคยเล่นเลยตั้งแต่มันโฆษณาของ dream world แต่เพื่อนมันว่าของที่นี่ดีกว่า เล่นสองอย่างนี้ก็ไม่เปียกแค่น้ำกระเซ็นนิดหน่อย (ล่องแก่งมันไม่เปียกเพราะมีพลาสติกให้เราถือบังไว้ตอนลงจากยอดหนะ)

ในสวนสนุกมีสวนสัตว์ด้วยนะ มีแมวน้ำพิการอยู่ตัวนึงตัวใหญ่ก็น่ารักดี พยายามจะถ่ายรูปแต่มันไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่มีเด็กคนนึงถือปลาทูตัวกระจึ๋งยื่นไปในบ่อมันถึงอ้าปากก็ดูมีชีวิตชีวาดี ฉันหันไปดูในสายตาถามว่าเอามาจากไหน เด็กก็ชี้ไปที่โต๊ะขายปลา ตัวละ 100 เยน ไงหละไม่ต้องพูดกันแต่เข้าใจกันได้ ฉันไม่เสียเงินไปซื้อหรอกหวังพึ่งน้องแต่น้องมันโยนเร็วไปเพื่อนจับภาพไม่ทัน กล้องเพื่อนก็แย่หวะ เหมือนโฟกัสช้าแถมไอ้ที่สำคัญถ่ายรูปฉันออกมาไม่สวยเลย ยุให้มันขายทิ้งไปดีฝ่า ไม่มีกล้องเองไม่หนุกเลย อยากถ่ายอะไรก็ไม่ได้ จะเกรงใจมันก็เรื่องถ่ายรูปนี่แหละ เราอยากถ่ายนั่นนี่ ยุมันไม่ขึ้นเลยให้ตาย เลยอดถ่ายรูปกับดอกซากุระเลยอ่ะ(หรือเปล่าไม่รู้มันต้นเล็กนิดเดียวแต่ดอกเป็นสีชมพู ถามซาโตะดูมันบอกดอกบ๊วย เซ็ง)

แต่ที่ชอบสุดในสวนสนุกคือนิทรรศการโดราเอมอน พอดีเลย พอดีไปหมดทุกอย่าง คือพิพิธภัณฑ์ปิดวันพุธ งานแสดงโดราเอมอนก็เพิ่งเริ่มไปไม่นาน แต่จะดูงานนี้ต้องเสียเงินเพิ่มนะ ตอนแรกก็คิดก่อนเดินผ่านไป แต่คิดได้ว่าจะบ้ารึ 500 ช่าง(แม่ง)เถอะ น่ารักมากเลย มีฉากต่างๆให้เราถ่ายรูป ฉากในห้องนอนโนบีตะที่โนบีตะกับโดราเอมอนโผล่มาจากลิ้นชัก มีเพื่อนๆคนอื่นด้วยทั้งไจแอนท์ ชิซุกะ ซึเนโอะ ฉาก time machine ฉากเมืองบาดาล แล้วก็มีจอแสดงการผลิตโดราเอมอน รู้ป่าวทำไมแมวมันถึงมีสีเหลือง(เหมือนโดเรมี) ตอนแรกมันเป็นสีน้ำเงินแต่ว่ามาโดนตอกไข่ใส่แล้วไปอบ แต่โดเรมอนเป็นสีเหลืองอยู่แล้ว(ไม่มีหูอยู่ตัวเดียวด้วย)แต่ไข่ที่ตอกใส่ไปเป็นสีน้ำเงิน พออบเสร็จมี QC ด้วยมีพนักงานตรวจสภาพดึงหางให้เปิดสวิตช์ แล้วแมวๆก็อ้าปากให้ตรวจ ขั้นสุดท้ายพนักงานจะชะโงกหน้าเข้าไปในกระเป๋าดูของวิเศษข้างใน ใกล้ทางออกจะมีฉากที่ฉันชอบสุดและเพื่อนถ่ายรูปให้ออกมาดูดีสุด(กล้องโพราลอยด์มันโฟกัสได้ไม่ไกลและการวางภาพต้องเบี้ยวนิดนึงหนะรูปเราถึงจะออกมาตรงกลาง) เป็นฉากที่โดราเอมอนกับโนบีตะนั่งที่ท่อในสนามเด็กเล่น เย้ ฉันก็ได้ไปนั่งกับเค้าด้วย เรากำลังจะออกแล้วนะ แต่เค้ามุงอะไรหว่า ปรากฏเป็นโดราเอมอนอ่ะ(หุ่นแบบที่คนอยู่ข้างใน) ตอนนั้นก็เหมือนเชื่อไปหละมั้งเพราะพยายามจะถ่ายรูปคู่ทั้งที่คนมุงมากเลย

ออกจากสวนสนุกก็เค้าปิดพอดีแหละ ของที่เต็มฝากต้นซื้อยังไม่ได้ซื้อ ช้อปปิ้งอะไรไม่ได้ทำ เพื่อนว่าจะซื้อของก็ต้องยอมอดนอนแหละ ก็ไม่ได้นอนจริงๆเพราะจาก Takarazuka กลับไป umeda ห้าโมงกว่า(เวลาญี่ปุ่น) รู้ว่ารถไฟสายตรงหนะมีรอบ 18.54, 19.32, 19.52 ที่จะกลับไปอย่างไม่กระหืดกระหอบ แต่ก็พลาดรถสองขบวนแรกไปเพราะ ไปร้านซีดี หาอะไรกิน ไปร้าน loft (เจ๋งมีตั้ง 8 ชั้น) ตอนแรกคิดว่าไม่ทันขบวนสามหรอกเดี๋ยวฉันพากลับแบบต่อรถเอาก็ยืนต่อแถวร้าน Okonomiyaki แต่คิวยาวไปขืนกินไอ้นี่มีหวังฉันร้อนใจตายก็เลยกลับไปโรงแรมถึงสถานีหน้าโรงแรมประมาณสองทุ่มครึ่ง ไปซื้อของ 7-11 (ของที่เต็มฝากซื้อ) แล้วก็มานั่งกินข้าวแถวโรงแรม อร่อยดี มีเมนูภาษาไทยด้วยนะ กินข้าวหมูทอด(ทำยังกะบ้านเราไม่มี) สามทุ่มครึ่งแยกย้ายกลับห้อง เก็บกระเป๋า ขนาดของไม่ได้ซื้ออะไรนะเนี่ย ยังเต็ม(มันเต็มไปด้วยเสื้อกันหนาวตั้งแต่มาแล้ว) และก็ไม่ได้นอนตามคาด มานอนในไฟล์ทหลังทำงานเสร็จ(โชคดีที่เค้าจัดพักไม่งั้นตาย แถมฉันยังนอนเกินเวลาเค้าอีกแหนะ ละอายใจถ้าพี่สจ๊วตไม่ปลุกคงนอนไปอีกนาน)

อยากไปญี่ปุ่นอีก สนุก สนุก ชอบ ชอบ เดือนหน้าเมษาอยากให้มีไฟล์ทญี่ปุ่นจังอยากเห็นซากุระจริงๆไม่ใช่ดอกบ๊วย

Tuesday, March 11, 2003

มาเล่นเกมที่ทำงานพี่กอล์ฟ(ก่อนจะไปไถข้าวฟรีหนึ่งมื้อ)ใช้ADSLได้เห็นคุณพระวิ่งด้วยนะไม่เหมือนเล่น dial-up แถมตีด้วงได้การ์ดด้วงด้วยหละ เย้
ที่อัพไดอารี่ไม่ได้หลายวันเพราะ password ไม่ผ่านวันนี้มีปึ๊ดช่วยร่วมแก้ไขทดลองทดสอบปรากฎว่าเครื่องฉันต๊องมีปัญหาเรื่องตัวอักษรคิดว่ารหัสของตัวหนังสือมันเพี้ยนแน่ๆต้องใช้วิธี copy/paste user กับ password (ปึ๊ดพิมพ์ให้ฉันลอก)เพราะพิมพ์เองไม่ได้ แง้ ตอนนี้เลยมาใช้ที่ของเพื่อนแทนมีหวังได้ออกจากบ้าน evilgodzila ซะแล้วเพราะพิมพ์ user password เองไม่ได้จ้า เศร้าใจ ต้องไปลาเจ้าบ้านซะแล้ว

ชีวิตมันเจ๊งๆมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหละ ที่ไปทำงานหนะไฟล์ทเมื่อวานนรกแตกๆมากเลย แย่กว่าที่เคยไปมา ป่วยทางใจไปเลยฉันไม่อยากจะไปบินไฟล์ทแขกอีกปลายเดือนอย่าเพิ่งมีนะ(เดือนนี้ออกตารางบินไม่ครบเพราะคาบเกี่ยวระหว่าง summer กับ winter program) วุ่นวายใจ ก่อกวนและขอไปหมดทุกอย่าง ไม่อยากเล่าไม่อยากพูดถึงมันแล้ว ปล่อยมันไปเลย พรุ่งนี้จะไปคันไซแล้วจะไปกับเพื่อนคงจะสนุกสนานไปหาอะไรแปลกใหม่ดู ไปหาอะไรอร่อยกิน ไปซึมซับสิ่งที่ชอบมาต้านทานสิ่งที่น่ากลัว แง้..

วันนี้คุยกับเพื่อนวิดวะตั้ง 5 คนใน msn สนุกจริงก็จะนัดกินข้าวกันเพราะถ้าพี่น้องเค้าแลกตารางบินได้ฉันก็จะว่าง 15-19 นัดกินข้าวกันวันที่ 16 เพราะเพื่อนนักบินก็บินไปพอดีแต่ปรากฎแห้วรับประทานพี่น้องโทรมาบอกว่า OD ไม่ให้แลก พี่เค้าจะแลกไฟล์ท 411 ไป-กลับสิงค์โปร์ค่ะมันเป็นไฟล์ทคู่กับคันไซ(เอาไฟล์ทไม่น่าไปคู่กับไฟล์ทน่าไป) เค้าเลยแลกไม่ได้ มันคงต้องแลกไปทั้งชุดหนะ ก็เลยต้องวางแผนกลับบ้านใหม่เพราะหยุด 15-16 ทำงาน 17 แล้วหลุด 18-19 อืมมม กลับบ้านตอนไหนดี ยังไงก็อยากกลับ อยากไปหาแม่ ไปหาน้อง ไปหาแมว ไปหาเพื่อน ฮือ..ชีวิตไม่ดีไปหมดทุกอย่างหรอกใช่มะ

ป.ล ฝาก minimint ด้วยนะคะเค้าร้องเพลงจ๊าบมาก

Monday, March 10, 2003

เมื่อวานไปดูหนัง Final destination II เครียดมันตายกันแหลกลาน คืนนี้ทำงานไฟล์ทกัลกัตตา(ไฟล์ทแขก)แค่คิดก็เครียด..เฮือก

Saturday, March 08, 2003

ไปค้างขอนแก่นมาเพิ่งจะเคยไปครั้งแรกในชีวิตเลย เดินทางไปตั้งแต่วันที่ 7 แล้วบินไปพิษณุโลกก่อน(ไฟล์ทไทม์สั้นจริงเสริฟจะไม่ทัน)แล้วก็กลับมากรุงเทพรอบนึงแล้วก็ไปขอนแก่น เข้าพักโรงแรม(ผ่าน ม.ขอนแก่น ประตูทางเข้าใหญ่มากๆ)

หมดเรี่ยวแรงเลยเพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสามนิดหน่อย นอนไม่ค่อยหลับอีกแถมห้าทุ่มมีคนโทรมาขอแลกตารางบินอีกกว่าจะสะกดจิตตัวเองให้หลับก็เกือบเที่ยงคืนถึงโรงแรมล้างแต่หน้าแล้วก็นอนไปเลย ตื่นมาเพราะเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนแอร์ พอเค้ารู้ว่าเราอยู่ขอนแก่นก็เลยแนะนำให้เรากินต้มเส้นตรงข้ามโรงแรม แล้วก็ซื้อน้ำพริกปลาทูคุณเรียงด้วย กุนเชียงก็อร่อย ได้ฟังดังนั้นจึงจัดเมนูต้มเส้นเป็นอาหารเย็นแล้วก็นอนต่อไป หกโมงเย็นตื่นมาดูละครที่ไจ๋ไจ๋เล่น (ฉันบ้า f4 ตามน้องไปแล้ว ดูมากๆก็เห็นว่าช่างหน้าตาดีมิใช่น้อยแถม jerry หน้าเหมือนคิมุทาคุมากเรยย..) ดูไม่รู้เรื่องเท่าไหร่เพราะดูไปเจรจาขอแลกตารางบินกับเพื่อนไป ฉันจะขอแลกกับผึ้งเพื่อจะได้ไปบินกับเพื่อนวิดวะ ผึ้งให้ด้วยแหละก็เอาคันไซแลกกับคันไซนี่นา(แค่สลับวันบินกันหนะ)คนอื่นเค้ามาเสนอผึ้งเหมือนกันแต่เอาอย่างอื่นมาให้แต่ผึ้งอยากไปญี่ปุ่น เรายังอยากเลย ถ้าเราไปบ่อยๆจนเบื่อแล้วใครมาแลกก็อาจให้อ่ะนะแต่ตอนนี้ขอไปเองก่อน

ออกนอกเรื่องไปถึงไหนแล้วเนี่ย ดูละครเสร็จก็ออกไปตลาดโต้รุ่งตามที่พี่ในไฟล์ทบอก เดินไปไกลใจมันหวิว แหมคนมันมีประวัติ(เคยโดนจี้ น่ากลัวมาก)แต่พอไปถึงตลาดก็คึกคักดี ของกินเพียบ ฉันเดินดูของสุดทางเลยได้เสื้อมาสองตัว ตัวละ80 บาท ไม่ซื้อได้งายยย... มี VCD ขายเพียบ มีF4 ด้วยนะอยากจะได้เหมือนกันแต่ในกรุงเทพก็คงมีแหละ แล้วก็กลับไปกินต้มเส้น มันคือต้มวุ้นเส้นกับเลือดและตีนไก่(เท้าไก่) ตีนไก่เยอะมั่กมากฉันไม่อยากจะกินเลยแต่เพื่อนบอกอร่อยมากเลยต้องลองกินดู ฉันสั่งแต่เส้นกับหมูยอ(แต่เค้าก็ใส่เลือดมากเยอะมาก) นั่งกินไปดูเค้าขายไป ขายดีมาก เค้ามาตักตีนไก่ไปเพิ่ม ไม่รู้แค่คืนนั้นไก่ตายไปกี่ร้อยตัวกว่าจะได้ตีนเยอะขนาดนั้น(คงยังไม่มีไก่ 8 ขาอ่ะนะ) กินลำบากควรให้ตะเกียบมากกว่าใช้ช้อนกินแล้วก็ไม่ได้อร่อยนักหนาแต่ก็ได้กินอาหารท้องถิ่นอ่ะนะ

กลับโรงแรมดูละคร F4 แล้วก็นอนตอนเช้าตื่นมากินอาหารเช้านอนเกลือกกลิ้งถึงเวลา wake up (10.05) ก็ยังนอนต่อไปเพราะเราอาบน้ำไว้แล้วก่อนหน้านั้น ค่อยลุกมาแต่งตัวก่อนรถออกประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วก็บินกลับกรุงเทพแล้วก็บินไปขอนแก่นอีกรอบ แล้วก็บินกลับกรุงเทพ คิดว่าบินซะจนเหมือนจะชำนาญไฟล์ทกรุงเทพ-ขอนแก่นแล้วหละ อ๋อเครื่องทึ่ใช้เป็น 737 ต้องสาธิตการใช้หน้ากากออกซิเจนเองบึ๋ย..

ป.ล ขอเม้าท์นิดส์นึง เวลาโดยสารเครื่องบินปิดมือถือเมื่อเข้ามาในเครื่องบินนะคะแล้วก็เปิดได้อีกทีตอนเครื่องจอดสนิทสังเกตที่สัญญาณไฟรัดเข็มขัดดับ วันนี้มีคนนึงหน้าตาดีนะก็หน้าตามีการศึกษาไม่ปิดมือถือในระหว่างไฟล์ท ฉันทำงานแล้วผ่านมาเห็นถืออยู่ในมือก็เล็งสุดฤทธิ์ว่าเปิดหรือเปล่า แหมฉันก็ไม่อยากโดนตอกกลับหน้าแหกหรอกค่ะ ปรากฎว่ามือถือไม่ได้ปิด ฉันก็ไปบอกเค้าว่ารบกวนปิดด้วยนะคะ ทำเป็นเมิน ฝั่งABC หันมาดูหมดแล้วอ่ะ (ที่นั่ง 737 เป็น abc/hjk) พี่ก็ไม่สนใจ ฉันเลยก้มลงไปพูดด้วยให้รู้ไปเลยว่าพูดกับเอ็งนั่นแหละว่าปิดมือถือด้วย แล้วก็เดินไปด้วยความว่าเค้าคงจะปิดโตๆกันแล้วพูดแล้วก็น่าจะทำไม่ต้องพูดมากปรากฏว่ามือที่ถือมือถืออย่างเปิดเผยเปลี่ยนเป็นคว่ำหน้ามือถือลงและหดมือเข้ามาให้ชิดตัว คุณว่าเค้าปิดมั้ย อย่าบอกว่าเค้าปิดนะฉันว่าเค้าไม่ปิดหละ คิดดูคนแก่ คุณลุงคุณป้าคนอื่นเค้าปิดอ่ะ เอากระเป๋าใส่ที่เก็บของไปแล้วนึกได้เค้ายังเอากระเป๋าลงมาเพื่อปิดมือถือ แม้แต่พระที่ท่านปิดไม่เป็นเพราะโยมซื้อให้ยังส่งมาให้ฉันปิดให้เลย(หมายถึงไฟล์ทอื่นๆด้วย แต่กรณีลืมจริงๆก็ไม่ว่ากันแต่ไม่ควรอยู่ดี) เราอย่าดำรงชีวิตอยุ่ในความประมาทเลยเอาชีวิตมาเสี่ยงแถมชีวิตคนอี่นที่ร่วมเดินทางอีก วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วไปแต่มันอาจไม่เป็นยังงี้ทุกทีไปก็ได้ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

Tuesday, March 04, 2003

Blogger เจ๊งอีกแล้วเหรอ ทำไมโพสต์ไม่ขึ้นนะข้อความ error ก็มองไม่เห็นมีแต่ลิงค์ให้ไปดู more info โธ่แล้วจะดูถูก error เรอะแต่ก็จะเขียนไว้ก่อนแล้วกัน

ดีใจกับน้องฉันหน่อยมันได้งานทำแล้วแถวหน้ามอด้วยสิก็คงคึกคักกว่า งานก็ดูเข้าท่า เงินเดือนก็ตามวุฒิ มีวันหยุด ทำงาน 8 ชม. ฟังดูก็ดีแต่ก็ขาดสมาชิกเล่นเกมตอนกลางวันไปซะแล้ว เย็นนี้จะออกไปกินข้าวกับน้องที่ทำงานเก่าเนื่องจากก๊อกและพี่อรลาออก ฉันออกมาตั้งนานแล้วยังจะไปเกี่ยวอะไรเนี่ยแต่มันก็เหมือนหาเรื่องไปเจอเพื่อนเก่านั่นแหละ

เดือนนี้ฉันมีบินไปคันไซอีก ดีใจจังไม่ได้ไปญี่ปุ่นตั้ง 4 เดือนแล้ววางแผนเที่ยวค่ะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า