Friday, June 28, 2002

หลังจากเรียนทฤษฎีมานานวันนี้เป็นการฝึกปฎิบัติ(mock up)ครั้งแรก ฉันได้ฝึกตอนบ่ายแต่ต้องดูเพื่อนกลุ่มแรกทำตอนเช้า ยืนตั้งแต่เก้าโมงครึ่งถึงบ่ายโมงเมื่อยสุดๆ แล้วก็ต้องมาเดินทำงานตอนบ่ายอีกกว่าจะเลิกก็หกโมงเย็นตอนนี้ระบมเท้าเหลือเกิน

ตอนเรียนทฤษฎีฉันก็ว่าจำได้นะแต่มาเป็นตัวคนจริงๆทำแล้วสับสนอลหม่านไปหมดหยิบจับอะไรไม่ถูก ตอน demo life vest, oxygen mask ก็ไม่คล่อง กาน้ำชาที่ต้องเสริฟหนักมากๆถือมือสั่น แถมยังต้องพูดภาษาอังกฤษกับผู้โดยสารอีกนะ เกร็งไปกันใหญ่พูดผิดพูดถูก แย่อ่ะไม่เท่เอาซะเลย

เดือนหน้าวันที่ 4 จะได้ฝึกอีกทีระหว่างนี้ก็นั่งเป็นผู้โดยสารดูเพื่อนทำแล้วก็นั่งกินอาหารที่เพื่อนเสริฟ ช่วงนี้ก็ประหยัดเงินไปเลยไม่ต้องเสียเงินกินข้าวกลางวันและข้าวเย็น(บางวันมีสามมื้อเลย) แต่เอาเงินไปซื้อเครื่องสำอางค์แทน(แพงกว่าค่าข้าวกลางวันรวมกันทั้งเดือนอีกม้างง..)เพราะโดนครูว่าหน้าไม่เด้งเอาซะเลย วันจันทร์ใครหน้าไม่เข้มโดนปรับอีกต่างหาก แต่มันก็จริงอ่ะนะ ทำงานแค่ในเครื่องจำลองมีที่นั่งไม่กี่แถวเวลาที่เท่ากับชั่วโมงบินจริงยังเสริฟไม่ทันเลย(หน้าก็ซีด หัวก็ฟูอีกต่างหาก)ไม่มีเวลาเติมแต่งหน้าให้ดูดีหรอกครูบอกให้แต่งเข้มไว้แล้วมันจะซีดไปเอง จะกลัวก็แต่ทุกคนจะได้ฝึกแค่สองครั้งก็ไป SN (ไฟล์ทดูงาน) ไม่รู้จะไปช่วยพี่ๆเค้าได้หรือเปล่าหรือไปทำเค้ารำคาญกันแน่

การบ้านและหนังสือที่ต้องอ่านมีมาก(ของเก่าไม่แม่นเลยสะสมมาเละไปหมดตอนนี้) วันจันทร์นี้ก็ต้องส่งรายงานตั้ง 4 หัวข้อ บันทึกประจำวันของสัปดาห์นี้อีก วันหยุดก็จะไปล่องแก่งกับเพื่อนๆ ฉันต้องหอบงานไปทำด้วยไม่งั้นเสร็จแน่ก็ไม่รู้จะไปเที่ยวหรือเปลี่ยนที่ทำการบ้านกันแน่

ป.ล วิชาครูเอที่สอบไปก็ผ่านแบบร่อแร่ ไหนว่าจะอ่านหนังสือไง !?!

Saturday, June 22, 2002

ไปออกกำลังกายมาแทบตายไม่ได้ทำอะไรนักหนาแค่ combo lo ชั่วโมงเดียวเท่านั้น(อยู่ไม่ครบชั่วโมงอีกต่างหาก) รู้สึกมึนตึบจะเลิกเลยก็กระไรถ่อไปตั้งไกล ปั่นจักรยานดูบอล(เกาหลีกับสเปน)แล้วก็อาบน้ำ(โทรไปสั่งเสียปุ๊กให้ดูพี่หัวฟูเบอร์ 19 ให้หน่อยแต่ปุ๊กดันเชียร์สเปน) ออกจากฟิตเนสไปหาหนังสือให้ปุ๊กที่เอเชียบุ๊คเดินไปดูบอลไปตามทีวี เอ็มโพเรียมดีแฮะมีทีวีทุกมุมบันไดเลื่อนเลย แต่ไม่มีหนังสือเหาะไปหาที่ชิดลมต่อ ยืนดูยิงลูกโทษ เกาหลีชนะโทรหาปุ๊ก คำแรกที่พูดกับเราคือ”นิสัยไม่ดี” ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่กอล์ฟตามมาเจอที่ร้านหนังสือ พี่บอกเกาหลีขี้โกง

พี่กบฝากพี่กอล์ฟไปของขวัญที่เซ็นทรัล แค่เอาสูติบัตรของโจอี้ไปให้พนักงานก็ได้ gift set ของ baby mild (ให้เด็กที่เกิดเดือนนี้) เหาะไปเดินเล่นมาบุญครองแล้วก็กลับมาบ้านพี่กบ

ไม่ดูบอลแล้ว(เซเนกัลกับตุรกี)ออกไปกินข้าวแล้วก็กลับมาบ้าน ทำการบ้านอ่านหนังสือดีฝ่าจะได้ไม่ตกอีก วันศุกร์ที่สอบ emergency ไปไม่น่าจะตกแต่ก็ไม่ได้เต็ม ส่วนวิชาครู C ตกแน่ๆมีคนผ่านแค่ 6 คนมันไม่น่าเป็นฉันเลยแต่คิดๆดูแล้วผ่านแค่ 6 คนฉันตกแหงๆเพราะแปลโง่ๆเนี่ยแหละ วันอังคารสอบวิชาครู A อีกไม่อยากตกแล้วเฟ้ย ได้เต็มบ้างได้มะเนี่ย อุตส่าห์ไม่ดูหนัง(kairo รอบพิเศษ)มาอ่านหนังสือจะตกได้ไงกัน สอบเสร็จค่อยดูหนังก็ดะยังไงก็เคยดูมาแล้วรอบนึง ตอนนั้นแล้วยังไม่มีใคร alert เลิกความคิดไปดูเป็นหมู่คณะ เซ็ง (ไม่ใช่ไปดูรอบพิเศษกันหมดแล้ว เซ็งเข้าไปอีก)

ป.ล ศุกร์เย็นไปงานศพแม่เพื่อนห้องสาม แม่เค้าตายด้วยอุบัติเหตุ ยิ่งคิดยิ่งเศร้าคนเราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้เลย อยากทำอะไรๆก็รีบทำเลยดีกว่า อยากกลับบ้านเมื่อไหร่จะได้กลับเชียงใหม่ว้า...

Wednesday, June 19, 2002

วันนี้เรียนภาคปฎิบัติเรื่องการอพยพ ซ้อม order การเปิดประตูเตรียมผู้โดยสาร แล้วก็ซ้อมกระโดดสไลด์จากเครื่อง simulator โดด 3 รอบ รอบแรกให้นั่งลงมาเร็วใช่ได้เลย น่ากลัวนิดๆแต่พอให้กระโดดไม่เสียวเท่านั่งลงมาหรือว่าเพราะเป็นครั้งที่สอง ครั้งสุดท้ายมีการซ้อมเรื่องไฟไหม้ในเคบินและ simulator ทำแบบสมบูรณ์เลยมีการจำลองการ take off มี turbulance มีการอ่านประกาศก่อนการอพยพแล้วก็จบที่การกระโดดสไลด์อีกครั้ง

ภาคบ่ายเรียนดับไฟแล้วก็ไปซ้อม wet drill การใช้ life vest ได้ปีนขึ้น raft และลงแบบม้วนหลังเป็นที่สนุกสนานเลิกเรียนประมาณบ่ายสามนิดหน่อยแล้วก็ว่ายน้ำเล่นกับเพื่อนต่อจนสี่โมงเย็น อาบน้ำขึ้นมาฟังเฉลยข้อสอบคราวที่แล้ว มีผิดเยอะเหมือนกันนะผิดเพราะแปลไม่ได้เรื่องเองแย่ๆ ไม่ top เลยเรา(อ่านไม่ทันแล้วยังจะหวังอีกนะ)

วันศุกร์มีสอบอีกแล้วเรื่อง emergency อีหรอบเดิมยังไม่ได้อ่านหนังสือ

Monday, June 17, 2002

ฉันคงจะไม่ถูกกับแทกซี่เอาซะเลย นานน้านถึงจะเจอคนที่ขับดีๆซักครั้ง วันนี้ก็อีกที่ตอนเช้าอีตาลุงคนขับจะหลับมิหลับแหลฉันต้องนั่งภาวนาอย่ามาหลับตอนนี้ส่งฉันก่อนเซ่ ตอนเย็นจะกลับบ้านลุ้นซะปวดหัวเลยไม่รู้จะขับเร็วๆจี้ๆทำไมกันเนี่ยฉันหละเครียด อยากนั่งรถแบบสบายใจไม่ต้องลุ้นไม่ต้องกังวล คุณภาพชีวิตจ๋า คุณภาพชีวิตอยากให้รถไฟฟ้าผ่านหน้าบ้านไปถึง crew center จังเลย

วันที่ 4 ที่เรียน emergency ยิ่งเรียนยิ่งเห็นว่างานแอร์หนะมันไม่ใช่แค่ coffee or tea นะเฟ้ยมีอะไรสารพัดสารเพเกี่ยวกับความปลอดภัยมีเยอะมาก อุปกรณ์ในภาวะฉุกเฉินก็มีเตรียมพร้อมแต่ที่ฉันคิดว่าเจ๋งสุดคือ Emergency Locator Transmitter เป็นแท่งทรงกระบอก activate ด้วยน้ำ(น้ำเค็ม 5 วินาที น้ำจืด 5 นาที)แล้วจะส่งสัญญาณไปที่ความถี่ 121.5 กับ 243 MHz ขอความช่วยเหลือและบอกตำแหน่งของเรา (ความที่ 121.5 MHz เป็นความถี่สากลในการขอความช่วยเหลือ) ยิ่งรุ่นใหม่จะส่งสัญญาณไปดาวเทียมเลยเหมือนในหนังซะไม่มี

เรื่องที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้จากวิชานี้อย่างระบบอ๊อกซิเจนในเครื่องบินฉันก็นึกเสร่อๆว่ามันบรรจุถังมาแต่จริงมันเอาอากาศจากภายนอกมาผ่านตู้ ACM อัดๆแล้วจ่ายเป็นอ๊อกซิเจนออกมาหรืออย่างถังน้ำมันของเครื่องบินอยู่ที่ปีก แล้วที่มักได้ยินว่า cabin crew door slide arm คือการยึด slide bar กับตัวล๊อคเผื่อว่าต้องออกจากเครื่องแบบไม่มีงวงหรือบันไดมารับเปิดประตูแล้ว slide จะได้กาง(และ slideยังเป็นแพได้ด้วย) การใช้มือถือหรืออุปกรณ์ที่เค้าห้ามหนะอันตรายเพราะไปรบกวนระบบ auto pilot ฉันหละเคยแค่ปิดเสียงเฉยๆ ไม่ดี ไม่ดี เกิดเครื่องมันออกนอกลู่นอกทางขึ้นมาหละแย่แน่ๆ แต่ที่น่าปรับปรุงคือการปรับสำหรับคนแอบสูบบุหรี่เพราะแค่ 3000 บาทเท่านั้นซึ่งคนๆเดียวอาจทำให้ชีวิตของคนที่เหลือทั้งหมดในเครื่องได้รับอันตรายได้ ยิ่งเรียนยิ่งกลัวนะ

เลิกเรียนช่างเอาชุดไทยมาให้ลอง สยองขวัญจริงๆใส่แล้วมืดมนเลือกสีไม่เอาไหนเล้ย..แต่ความชำนาญก็เกิดจากความผิดพลาดนี่แหละคราวหลังจะได้เลือกดีๆ อย่างน้อยก็รู้ว่าชุดสีเดียวกันทั้งกระโปรงและเสื้อดูดีกว่าสีตัดกันวันนี้ได้สีฟ้าทั้งชุด กับเสื้อม่วงกระโปรงเขียว(อะไรเข้าสิงเนี่ย)

Journal สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้ทำอยู่นอกบ้านทั้งเสาร์อาทิตย์ เพื่อนบอกว่าเป็นยังงี้ทุกทีทั้งที่จด lecture ละเอียดนะแต่ชอบขยัน delay

ป.ล. ในที่สุดบราซิลกับอังกฤษก็มาเจอกัน ถึงจะไม่ใช่แฟนบอลและไม่ชอบดูบอลแต่คู่นี้ไม่พลาดแหงๆ

Sunday, June 16, 2002

ไปกาญได้ไปเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วย อากาศร้อนแดดแรง ก่อนไปกาญขับผ่านนครปฐมแม่พี่พาไปกินข้าวหมูแดงอร่อยแถวองค์พระปฐมเจดีย์ อร่อยมาก ตอนเย็นใช้เวลาที่บ้านเพื่อนพ่อแม่เพราะมีงานเลี้ยงของเพื่อนเขาที่นั่น แต่ฉันกับพี่นั่งดูบอล(และแว้บออกไปกินข้าวกับเขาด้วย) กว่าจะกลับถึงกรุงเทพก็ดึกเลย

ตอนสายออกไปดูนั่งกับพี่กอล์ฟ พี่ปอ พี่ต่วย ที่ SFX ไปดูสคู้ปปี้ดู เหมือนการ์ตูนเลย เห็นภาพโฆษณาเรื่อง kairo ดี ดี ดี จะได้ให้พี่ๆน้องๆได้ดูเรื่องนี้แบบว่าเล่ายังไงก็ไม่มันเท่าไปดูเองหรอกจะได้กรี๊ด นึกถึงตอนที่ตัวเองดู(ชื่อ pulse ตอนเทศกาลหนัง...อะไรหว่าจำไมได้แล้วแฮะ)กลัวสะใจดี มันจะเข้าเมื่อไหร่นะ ตอนแยกย้ายกับพี่ปอพี่ต่ายจะกลับไปดู my sassy girl มันมีแต่รอบค่ำฉันหละเซ็ง หน้าบูดแบบว่าวันนี้อยากดูหนังนี่นา อยากดูเรื่องนี้ด้วย หน้าบูดไปเรื่อยๆ ถึงจะแวะตลาดบองมาเช่ซื้อขนมจะกลับบ้าน พี่ก็อุตส่าห์โทรถามที่เมเจอร์ให้แต่มันมีรอบเกือบทุ่มจะเลิกดึกกว่าจะถึงบ้านอีก ไม่ดูก็ดะ จนกลับถึงบ้าน มาดูหนังสือพิมพ์ปรากฎว่าที่ the mall แถวบ้านมีรอบห้าโมงครึ่งก็เลยได้ไปดู เย้

หนังก็เว่อร์แบบน่ารัก มันจะมีหญิงโหดแต่น่ารักจริงๆเร้อ หนังตลกดีแล้วก็ให้ความรู้สึกดี เพลงก็เพราะ พี่ดูแล้วก็ยังหัวเราะด้วยเลย(ดีนะไม่ใช่ฉันงอแงจะดูหนังไม่เอาไหน ซวยแน่) เสียดายที่ mini cd เพลง I believe หมดซะได้ เฮ้อ...ชอบกรุงเทพก็อย่างนี้หนังออกช้าดีแฮะ หนังเค้าฮิตมานานโครตมันก็ยังอยู่ให้เราดูจนได้

พรุ่งนี้เรียนหนังสือแต่ยังคงเป็นสัปดาห์สุขสันต์เรียน 9 โมงเลิกไม่เกิน 4 โมงเย็นตอนเย็นจะนัดเจอเพื่อน จะนัดเจอพี่ จะเดินห้างให้หมดเล้ยเพราะสัปดาห์ต่อไปใส่ยูนิฟอร์มแล้วยังลากกระเป๋า(ใส่หนังสือเรียน)หลักเลิกเรียนกลับบ้านอย่างเดียวเลยเราแต่ฉันยังไม่ได้ทาเล็บเลยนี่นาไปทาเลยดีกว่าจะได้ไม่นอนดึก

ป.ล อยากได้ปลอกหมอนซาตินกันหน้ายับย่นแต่ผ้าซาตินมันเป็นยังไงกันหละนี่

Saturday, June 15, 2002

อุตส่าห์ได้ไปดูคอนเสริต์ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พี่กอล์ฟยอมให้ไปทั้งที่วันจันทร์วันอังคารขอไป he ยังฟาดหัวฟาดหางไม่ย้อมไม่ยอม(วันพุธยังตึงๆอยู่แต่วันพฤหัสก็ไม่ว่าอะไรแล้ว)พอถามดูว่าทำไมอยู่ดีๆก็หายโมโหหละ พี่บอกว่าไม่อยากเป็นมะเร็ง !?!?! (ไม่ใช่ว่าจะไปนัดสาวไหนไปเที่ยวหรอกนะ) แต่เมื่อไปดูคอนเสริต์แล้วอยากตายมากค่ะ

เลิกเรียนบ่ายสามคิดว่านั่งรอก๊อกกับเอมารับเหี่ยวตายกว่าเค้าจะเลิกงานกันก็ 6 โมงเย็นเลยเข้าเมืองไปหาดีกว่าจะได้ไปเอาเอกสารที่พี่อ้อด้วย(ยังไม่ได้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลยนี่นา ยังงี้ก็มีรายได้(อันน้อยนิด)อีกอ่ะสิ ) ไปถึงตึกคราวนี้ต้องแลกบัตรไปไหนฐานะ visitor ไปคุยเล่นกับพี่หยุด(คนนอกแล้วนะเราอยู่ได้แต่ที่รับแขก) รอรับเอกสารจากพี่อ้อแล้วก็มีเพื่อนๆออกมาคุยเล่นด้วย เจออาโบ(bossilla)ด้วยเค้าถามว่ากลับมาทำงานแล้วเหรอ ยังหน่าว่าแต่ถ้าจะกลับมาจริงๆยังได้อยู่เร้อ...เขาบอกว่าใส่ยูนิฟอร์มแล้วมาให้ดูด้วย

คุยนานนะก็ยังไม่หกโมงซะทีลงไปอยู่โอบองแปงกินครัวซองช็อกโกแลตให้หายอยากกับอ่าน timeline ของเรื่อง ring ที่เจ้าก๊อกเอามาให้อ่านค่าเวลา(ดูใน ubc อ่ะ อะไรฟระ ring 0 แล้ว 2 เลย ring 1 ไปไหนอ่ะ) อ่านจบทำการบ้านก็แล้วยังไม่มีใครลงมาอีก แล้วนทีกับพันลงมานั่งเป็นเพื่อนแล้วเด็กๆถึงตามมา ออกจากโอบองแปงไปกินข้าวที่แอนนา อาหารล้วนเผ็ดเสี่ยงทำให้ท้องเสีย(เพิ่งหายจากท้องเสียเนื่องจากการกินส้มตำสามแบบและสารพัดเมื่อกลางวันวันพฤหัส) ไม่ได้กินปลาทอดกับพาสต้าที่อยากกินซะอีกไม่รู้สิตอนไม่ได้มาก็อยากกิน พอมาถึงร้านก็เฉยๆ

กินข้าวเสร็จถึงเวลาเดินทางไปดูคอนเสิร์ตแล้วหละขึ้นทางด่วนจากพระราม 4 ไปลงเมืองทอง ผู้คนเยอะใช้ได้ประมาณว่าฝรั่งคงมาหมดทั้งเมืองไทย ฝรั่งตรึม ดาราเพียบ มาก่อนสามคนก็นั่งรออิฐ รอพี่วิน เวลาผ่านไปผ่านไป พี่วินมาแล้วอิฐยังไม่มา ก็นั่งคุยถามเรื่องตั๋วฟรีก็คิดดูชาวบ้านเค้าดูตั๋วฟรีหมดมีฉันกับก๊อกไปเสียเงิน 500 ค่าตั๋ว(บ้าที่สุด) พี่วินบอกว่าเพื่อนเค้าเป็นดีเจเด็กๆทั้งหลายจึงบอกว่าคอนเสิร์ตอะไรมีนับรวมเราไปอีกสามคนเลยนะพี่ หมดเรื่องคุยแล้ว สี่ทุ่มกว่าไอ้อิฐถึงจะมาแล้ว ครบ5คนแล้วก็เดินไปหาเพื่อนพี่วินให้ตายเพื่อนพี่วินคือ พอลอ่ะ !!! ใครคิดไม่เหมือนฉันบ้างว่าพี่วินเป็นคนน่าคบหา อิอิ (เบื้องหลังคือเอบอกว่ากำลังจะชี้ให้ดูพอลเพราะจำได้ว่าฉันชอบที่เค้าเล่นเรื่องนังเหมียวย้อมสี ส่วนก๊อกบอกว่าพอเห็นพอลก็คิดว่าแน่แล้วเพื่อนพี่วินที่เป็นดีเจ)

ก็เข้าไปดูคอนเสิร์ตกัน 7 คน(เพื่อนพี่วินมา 2คน) ขณะนั้นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง ฉัน no idea กับเพลงจริงๆแบบว่าไม่คุ้น ตอนแรกเราก็ไปอยู่แถวหลังนั่งเก้าอี้ก่อนจากนั้นก็เดินไปแถวกลางแล้วก็เดินแทรกไปอีกข้างหน้าแบบว่าอีตอนเดินๆชาวบ้านเค้าก็มองอ่ะนะ(ก็มองว่าอีพวกนี้บังตูกับมองดารา) พอจะเดินแทรกไปข้างหน้าให้ดารานำเลยค่ะใครเขาจะได้ไม่ชกเอา ประมาณห้าทุ่มยี่สิบได้ คุณ fat boy slim ก็ถือแก้วน้ำแล้วโค้ง ฉันเริ่มมองตาก๊อกปริบๆ(ก็เสียเงินกันแค่สองคน)นี่ตูเสียเงินห้าร้อยมาทำอะไรเนี่ย ประมาณว่าสาวๆหนุ่มๆที่กะมาแดนซ์กระจายยังเต้นไม่คุ้มกับที่แต่งตัวมาเลยอ่ะ ฉันหนะไม่เต้นอยู่แล้วแต่ 50 นาทีนี่ยังไม่รู้สึกคึกคักอะไรเลยนะ ประชาชนงงแตกยังไม่ออกจาก hall ทั้งที่เค้าเปิดไฟแล้ว จนต้องมีคนประกาศว่าจบแล้ว มึน มึนไปหมด ถึงเข้าตรงเวลาอ่ะ 1 ชั่วโมงครึ่งนี่ก็มันพอแล้วรึ ? ส่วนตัวอิฉันไม่ทราบเลยว่าเค้าต่อแผ่นได้เจ๋งขนาดไหน ก็ยังดีนะที่พี่ๆพาเดินไปข้างหน้าให้อยู่ในฝูงชนได้อยู่ในบรรยากาศที่เห็นคนอื่นเค้าเต้นอ่ะ แม่งถ้ายังอยู่ข้างหลังนี่น้ำตาตกแน่ๆ ฉันไม่เชื่อเลยถ้าใครบอกว่ามาคอนเสริต์นี้แล้วมันส์พะย่ะค่ะ(โดยไม่อาศัยอัลกอฮอล์) เอาวะถือว่าเสียเงินมาดูคอนเสิรต์กับพี่พอล คุ้มจะตาย

ก่อนออกจาก Hall กินโค้กให้หายแค้น(ต่อไปนี้จะกินแต่เป๊ปซี่)แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เอไปกับอิฐ ฉันไปกับก๊อก ถึงบ้านเที่ยงคืน(คุณน้าหลับซะแล้ว ขอโต้ดดดดค่า)ขณะกำลังลบหน้าเฮ้ย พริกติดฟัน !!! โทรไปกรี๊ดกับเอตายแล้วพี่พอลเห็นป่าวนี่ ฮ่า ฮ่า (ป่าวหรอกจะถามว่าเอถึงบ้านอ๊ะยัง)

วันนี้ไปกับกาญจนบุรีกับบ้านพี่ ไปส่งพ่อแม่เค้าไปงานเลี้ยงตอนเย็น กลับดึกอีกอ่ะสิได้นอนนอกบ้านแน่ตู

Tuesday, June 11, 2002

ครูเคยถามตอนที่ให้แนะนำตัวว่าทำไมจากทำงานคอม(system engineer)แล้วมาทำงานแอร์หละ ฉันตอบว่าฉันไม่ชอบเทคโนโลยีฉันไม่ชอบตามมากขนาดนั้น(เราต้องเสนอหรือตอบคำถามลูกค้าได้) แต่พอคิดจริงๆตอนมาทำงานเป็น technical support ฉันก็โอเคกับงานนะ งานภายในงานพีซียังไงก็ทำได้ มันไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบเทคโนโลยีหรอกแต่ฉันขี้เกียจต่างหาก ฉันว่าฉันชอบเทคโนโลยีชอบในปริมาณที่ฉันอยากจะรู้ ฉันชอบกล้องดิจิตอล ชอบคอมพิวเตอร์ แล้วตอนนี้ยังชอบ conference call ด้วยโทรคุยกันที่เดียวหลายคนไม่ต้องพูดอะไรซ้ำๆ ได้อารมณ์เดียวกันหมดเวลาคุย ขอบคุณเทคโนโลยี

สองวันนี้นั่งแทกซี่กลับบ้านกับปู(เพื่อนที่ห้อง)ก็ดีนะมีเพื่อนมาทางเดียวกันแต่เมื่อวานมีเสียวอีกแล้ว แทกซี่ขาโจ๋ไม่ยอมคนขับรถกระบะขาโจ๋กว่า มันก็สีๆไม่ยอมกัน(แบ่บว่ากูจะไปก่อน)ฉันหละนั่งกลัวอยู่หลังรถ(เพื่อนลงไปแล้ว) แทกซี่มันก็คว้าท่อลงไปจะตีกับคนขับรถกระบะ ไอ้คนชับรถกระบะมันดันมีมีดแบบมีดตัดหญ้า ฉันนั่งกรี๊ดอยู่หลังรถ จะออกทางขวาก็ติดรถกระบะ จะออกทางซ้ายมันก็จะตีกันอยู่ เอามือถือมาเตรียมเรียกตำรวจก่อนหละตูแต่เค้าก็ไม่ได้ลงมืออะไรกันเพียงแต่ว่าถ้ารถกระบะมันมีปืน ฉันมินั่งโดนเลือดสาดหรือโดนลูกหลงเหรอฟระ เพราะฉะนั้นที่ปูถามไว้ก่อนจะถึงบ้านเค้าว่าเราจะซื้อรถหรือเปล่า ฉันซื้อแน่ๆ ตายเพราะตัวเองน่าจะดีกว่าเอาชีวิตไปฝากไว้กับคนอื่น(แต่ถ้าไปอยู่หอใกล้ crew center เวลาที่ต้องนั่งรถมันก็สั้นลง อัตราเสี่ยงมันก็น้อยลงด้วยนะ ไม่ซื้อรถก็จะดีกว่า)

แล้วยังซวยไม่พอมาทะเลาะกับแฟนเรื่องจะไปดู concert fat boy slim อีกต่างหาก คุณพี่เค้าไม่ให้ไปบอกอันตรายและฉันก็ไม่ชอบอะไรแบบนี้ซะหน่อย(คอนเสิร์ตแบบยืน)แต่มัน fat boy slim นะ..โธ่....ฉันไม่ชอบกรี๊ดๆเต้นๆก็จริงแต่ once in a life อ่ะนะก็ไม่เคยเห็นคอนเสริตแบบนี้เหมือนกันแล้วอยากไปกับเพื่อนด้วยอ่ะ เพื่อนมันดีไม่ดีไม่รู้แหละแต่อย่างน้อยฉันก็เจอคนที่เหมือนๆกับฉันซึ่งก็ดีจะตาย หากันไม่ได้ง่ายๆซะหน่อยก็อยากจะ keep ไว้ไงแต่พี่ก็ไม่ฟังบอกว่าไม่ให้ไป ฮือ....เด็กๆ(น้องที่ทำงานเก่า ไม่ใช่เด็กที่ไหน)ที่จะไปด้วยบอกให้เคลียร์กันแล้วมา confirmพรุ่งนี้ ว่าแต่บอกปูเรื่องนี้เค้าบอกว่าไร้สาระ(ดีนะว่าพี่เราไม่อ่านไดอารี่เรา) นั่นสิก็ไปกับเพื่อนแค่นี้เองอ่ะแต่ point คือมีแต่ผู้ชายไป แต่แก๊งค์เด็กของฉันก็มีแต่ฉันกับรสที่เป็นผู้หญิงอ่ะ รสเค้าชอบ boy band นู่นก็เลยมีกัน 3 คนแก๊งค์ power puff แล้วไงหละ แล้วคืนนี้จะเริ่มพูดกับพี่ว่ายังไงหละ บังคับพี่ไปด้วยซะก็สิ้นเรื่องใช่มะ ทางออกที่ดีเหมือนกันนะ

ตอนนี้ไปเขียน journal อ่านหนังสือซะบ้างก็จะดีไม่งั้นมึนสุดๆถ้ามาอ่านตอนใกล้สอบเหมือนเมื่อสอบวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำงานเสร็จจะได้คิดคำพูดหว่านล้อมเรื่องคอนเสริต์ อิอิ

ป.ล ปุ๊กกี้กับแม่ไปวัด บอกปุ๊กให้สวดมนต์นั่งสมาธิเผื่อด้วย ตอนนี้สมาธิไม่มี

Saturday, June 08, 2002

สอบ drink วันก่อนครูยังไม่บอกคะแนนแต่ไม่น่าจะแย่เกินเหตุ(ถึงแม้ว่า manner จะไม่ดีก็ตาม) วันจันทร์นี้ก็จะสอบอีกแล้วและพบกับครู A ซะด้วย(รหัสเรียกครูเป็น A B และ C) ครูเอห้องฉันได้รางวัล top ten purser อีกต่างหากไม่ต้องห่วงเลยว่าจะเข้มงวดขนาดไหน วันจันทร์คงต้องงามเป็นพิเศษ ส่วนวันก่อนที่เรียนแต่งหน้าวันศุกร์ตอนเช้าเข้าแถวเช็ค apperance ครูนก(ครู B) ครูเป้(ครู C) บอกสาวๆว่าตกลง Bobbi Brown ช่วยอะไรไม่ได้เลยใช่มะเนี่ย บอยบอกว่าครูครับคราวหน้าคงต้องยันฮี(ศัลยกรรมกันไปเลย)

ตอนนี้ก็ยังไม่เริ่มอ่านหนังสือเล้ย แต่ลอกรหัสสนามบินลงกระดาษไว้ท่องเวลาว่างแล้ว(เริ่มต้นได้ดี) ส่วนหนังสืออีก 1 กระบุงมันจะอ่านจบวันสองวันนี่เหรอเนี่ย(ก็คงจบแต่ไม่จำ) ตอนบ่ายจะออกไปติวกับเพื่อนๆ ไปฟังเค้ามากๆคงจะเข้าหัวกันบ้างแหละ ช่วงเช้าที่เหลือเวลาน้อยนิดออกไปชำระหนี้ตามกฎหมายก่อน

Thursday, June 06, 2002

กลับบ้านก่อนฟ้าจะมืด !!! วันนี้เรียนแต่งหน้าแต่งกันทั้งวันตั้งแต่เช้าจนเลิกเรียน Bobbi brown เค้ายก counter มาสอน

วันนี้ได้เรียนกับห้องสาม(ฉันอยู่ห้องสี่)หลังจากแยกกันเรียนมานานผู้หญิงมีทั้งหมด 24 คนแบ่งเป็น 6 กลุ่มมีพี่ๆมาคุมกลุ่มละคน ก่อนแต่งหน้าเค้าให้เช็ดเครื่องสำอางค์เดิมออกแล้วไปล้างหน้าพอพวกผู้ชายเห็น(แยกไปเรียนเรื่องการแต่งตัว)แซวกันใหญ่ว่าไม่สบายก็ไม่บอก(หน้าซีดกันหมด)

ช่วงเช้าสอนให้แต่งหน้าเหมือนกันหมดสีตาเหมือนกัน แก้มเหมือนกันและทาปากแดงสุดฤทธิ์(สีเบอร์ 10 RED แดงสุดๆ) เพื่อแต่งกับยูนิฟอร์ม ตอนลงไปกินข้าวหน้าตามาบล๊อกเดียวกันหมดเลย ปากแดงเด่นมาแต่ไกลแต่ที่แปลกคือลิปสติกสีเดียวกันทาบนปากแต่ละคนอาจได้สีไม่เหมือนกัน บางคนแดงเหมือนที่เห็นจากแท่งลิปสติก บางคนทาแล้วออกสีชมพู

หลังทานข้าวลบหน้าอีกครั้งแล้วให้ลองแต่งเองคราวนี้อยากแต่งสีอะไรก็เชิญเลย ฉันคงต้องฝึกฝนอีกซักพักเพราะดูไม่สามารถเอาซะเลย การทา eye shadow สีกลาง(หลังลง hi-light) ต้องทาแบบวนๆจากหางตามา อิฉันก็ทำเลอะ แถมอีตาสองชั้นหลบในอีกนะ ทา eye shadow สองสีตามทฤษฎีแล้วแต่พอลืมตาหนังตามันก็มาบังซะได้ พี่จูน(พี่ที่คุมโต๊ะฉัน)เลยสอนเทคนิคเน้นตาสองชั้นคือใช้ shimmer ทาลงไปอีกที่รอยพับตา(จากที่ทา hi-light และสีกลางไปแล้ว) มันจะวาวๆดีนะ แต่ฉันว่าฉันอย่าทา eye liner จะดีกว่าเพราะหนังตาสองข้างมันตกไม่เท่ากันข้างซ้ายมันตกมาโดน eye liner ทำให้สีจางไป กลายเป็นตาข้างนึงมี eye liner เด่นคมอีกข้างไม่มีตลกหงะ แต่เขียนแล้วมันก็โค้ม..คมนะมีแบบกันน้ำมะเนี่ย พอถึงตอนทาลิบสติก พี่เค้าให้สีแบบธรรมชาติมาก็ดูดีนะ สี Fig แต่ฉันอยากได้สีเข้มๆอีกสีนึงเผื่อตอนทำงาน ใครจะทาแต่สีแดงเบื่อแย่ ก็ลองเอากลอสสีชมพูเข้มๆมาทาทับกลายเป็นว่าสีชมพูหนะไม่เค้าไม่เข้ากับฉัน สีส้มฉันว่าแก่นะสรุปแดงต่อไปค่ะ แต่เปลี่ยนจากสี Red เป็น Scarlet เบอร์ 27 หลังแต่งหน้าเสร็จมีการถ่ายรูปกันไว้ด้วยและในใจเกือบทุกคนมีแผนเสียเงินกันถ้วนหน้าฉันก็ด้วยตายแน่ๆหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด

Wish list
Eye brow - cocoa
Eye shadow – banana, stone/mocha, shimmer pale silver, snow
Lip – Scarlet (option)
Lip liner – red (option)
และฉันว่าแต่งหน้าดีมันก็เกี่ยวกับแปรงเหมือนกันนะแต่แปรงชุด 8 ชิ้นราคา 12000 อ้วกกกกกกกกกกก...ดังนั้น wish ก็คงเป็น wish ต่อไป ตอนนี้ไปทำ journal ให้เสร็จดีฝ่า วันจันทร์สอบอีกแล้ว คราวนี้สอบทฤษฎีเยอะไปหมดยังไม่แม่นซักอย่างคะแนนเอาไปรวมกับ final ซะด้วย

ป.ล ก่อนเลิก class ครูเม่นเอาสลากมาให้จับ ใครจับได้เลข 2 ให้เขียนชื่อส่งคืนครู กลัวสิทุกคนถามกันใหญ่ว่าจับไปทำไม ครูก็ไม่ยอมเฉลย ฉันนะสวดมนต์เชียวเลข 2 มันคืออะไรไม่รู้แต่ให้ลูกช้างได้สิ่งดีๆแล้วกัน ปรากฎว่าจับได้เลข 2 เจ้าค่ะ สุดท้ายครูทนรบเร้าไม่ได้เลยบอกว่า เลข 2 คือได้บิน sn (เหมือนดูงาน) 2 flight ดีใจหรือเสียใจดีหละ โอกาส checkin late เอย miss briefing เอย ดีไม่ดี miss flight มันก็เป็นสองเท่าอ่ะนะ

Monday, June 03, 2002

เสาร์-ทำการบ้านไม่ได้เขียน journal เพราะไปโรงพยาบาลพี่สาวแฟนคลอดลูก
อาทิตย์- ปั่น journal เช้ายันค่ำ ไม่ได้ออกไปไหน
วันนี้ตอนบ่ายไปดูภายในเครื่องบิน ฉันว่าที่ฉันเมาเครื่องบินเพราะกลิ่นของมันนี่แหละ กลิ่นเฉพาะตัวจริงๆ กลิ่นที่ต้องอยู่กันไปอีกนาน
มะรืนนี้สอบผสม cocktail จำอะไรยังไม่ได้ตายแน่ๆ

ป.ล เมื่อก่อนไม่อยากให้พี่กอล์ฟซื้อกล้องดิจิตอลใหม่แต่ตอนนี้อยากแล้วจะได้ยืมไปถ่ายรูปตอนเรียน อยากถ่ายรูปใน cockpit จังเลย หวังว่าตอน flight sn เจอกัปตันใจดีอนุญาตให้เข้าไปนั่งเถอะ