ก่อนไปฮ่องกงรู้สึกว่าไม่อยากไปไม่เห็นจะหนุกเลย อาหารก็ไม่อร่อย ครั้งนี้ไปก็ไปที่เดิม causeway bay กินข้าวก็ร้านเดิมที่มีคนไทยทำงานล้างจานที่นั่น แต่ว่าความรู้สึกมันเปลี่ยนไปไปกับกลุ่มคนใหม่ๆอาหารก็สั่งเมนูใหม่ที่ไม่ประทับใจก็ไม่สั่ง(บะหมี่หมูแดงกับคะน้าน้ำมันหอย)
กว่าจะได้มาช้อปปิ้งฮ่องกงต้องไปนอนไทเปหนึ่งคืนก่อนทริปนี้ทำงานแบบสามวันสองคืนวันที่สองมาถึงฮ่องกงประมาณสิบเอ็ดโมง แต่ละคนก็จับกลุ่มแยกว่าใครจะไปกับใครไปไหนบ้างไปตอนกี่โมง ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าจะไปไหนอยากจะลองไปที่ใหม่ไม่เคยไปก็คือไปฝั่งเกาลูนดู อยากจะไป victoria peak แต่ว่าถูกใจเพื่อนร่วมงานเค้าจะไป causeway bay บอกจะพาไปกินติ่มซำก็เลยไปกับเค้าดีกว่ามีเพื่อนเดินย่อมสนุกกว่า
ก็นัดเจอกันตอนเที่ยงไปกันสี่คน(ฮ่องกง..เร็วว่าไทยหนึ่งชั่วโมง)นั่งรถไฟจากสนามบินไปสถานีฮ่องกงแล้วต่อรถ H2 ซึ่งผ่านตามโรงแรมต่างๆไปลงที่โรงแรม excelsior ตรงนั้นก็ห้างร้านค้าเยอะแยะแล้วแต่ว่าเราเดินไปกินติ่มซำก่อนร้านชื่อ cheers ไรเนี่ย(ข้อมูลไม่ปึกเลยวุ้ย)สั่งอาหารเมืองจีนทีไรเป็นต้องมีช่วงชี้ตามโต๊ะ สั่งแบบโต๊ะข้างๆจะสั่งผักแต่สั่งไม่ได้ต้องชี้ ติ่มซำอร่อยดีฮะเก๋าเหนียวนุ่มดีแท้ มีเกี๊ยวกรอบที่ใหญ่มากแป้งที่ห่อจับชายมันเป็นวงกลมต้องใช้มือจับ กรอบสุดๆ แต่ไม่มีเผือกทอดอ่ะ ที่มีมันก็ออกจะเป็นของหวานมากกว่า(สั่งมาแล้วเห็นบอก deep fried taro bun ไรเนี่ย)เสียเงินคนละ 280 บาท(ประมาณ ห้าบาทต่อ 1 ดอลล่าฮ่องกง)
อิ่มแล้วก็เป็นเวลาเดินเล่น นัดเจอกันเป็นจุดๆ แล้วแยกย้ายกันเดิน ฉันเสียเงินกะ bossini จนได้ว่าจะไม่ซื้ออะไรน้า..แต่เดินเข้าไปเล่นๆแล้วเห็นกางเกงขาสั้นน่ารักดีประมาณห้าร้อยบาทถูกกว่าขายในบ้านเราแน่ๆก็ซื้อซะเลยให้น้องด้วยคนละตัว พอสมาชิกมารวมตัวกันอีกเหมือนว่าเวลาที่ให้ตอนแรกมันน้อยไปก็เลยแยกกันใหม่ให้เวลาสองชั่วโมงแหนะ คราวนี้ไปทีละสอง พวกผู้ชายก็ไปกันสองคนฉันก็ไปกะพี่แอร์ ตามพี่เค้าไปเดินในซอกเล็กๆระหว่างพวกร้านเป็นตึกๆ บรรยากาศในนั้นเหมือนสำเพ็งมีพวกชุดนอน เสื้อกล้าม เสื้อยืด เหมือนที่เอาไปขายตามสยามหรือหลังบริษัทเลย เสียเงินซื้อชุดนอนมาด้วยร้อยบาทเองเป็นลายก๊อปปี้ซานริโอ้ อิอิ ถูกนะ เพราะชุดนอนคิตตี้ที่ขายที่ญี่ปุ่นราคาชุดนึงเกือบหกพันเยนแหนะ มีกระเป๋าเมทัลลิคด้วยแต่ว่าตอนนี้มัน out ไปยังนะก็ไม่ได้ถามราคาเพราะคงไม่กล้าใช้หรอกแต่มีแบบหนังธรรมดาด้วยใบใหญ่แบบพวกนางแบบชอบใช้ราคาแค่ 600 เองดันไม่ซื้อมาเพราะคิดว่าประหยัดไว้ซื้อมาก็ไม่ใช้หรอก แต่ว่าฉันกะพี่แอร์มาเสียใจภายหลังทั้งคู่เลยหละที่ไม่ได้ซื้อกระเป๋านั่นมา งืออ....
พอเข้าร้าน bossini อีกรอบ(พี่เค้ายังไม่ได้มา)ฉันก็เสียเงินอีกเพราะไปเห็นกระเป๋าเดินทางผ้าร่มก็ถูกกว่ากระเป๋าหนังที่ติดใจแล้วก็พับให้เล็กๆได้เราก็เอาไปบินได้เวลาไปเที่ยวก็กางออกมาใช้ราคาประมาณ 450 เอง
พอถึงเวลารวมพลครั้งที่สองก็เดินย้ายฝั่งไปแถวร้าน Ikea แล้วก็แยกกันอีกชั่วโมงนึงผู้ชายไป ikea พี่แอร์ไปนั่งพักเพราะเจ็บเท้า พี่สจ๊วตบอกให้ฉันไปเดินเล่นในตึก Causway place มันเป็นร้านเล็กๆขายของวัยรุ่นแบบญี่ปุ่นไรเงี้ย ก็เดินไป จะบ้าตายมันวนๆเล็กๆ ที่สำคัญหาทางลงไม่ได้ !!!!!! น้ำตาจะไหลชักหมดสนุกแล้วเดินไปเดินมาก็วนมาเจอร้านเดิมแต่มีครั้งนึงหลุดไปทางด้านหลังมีคาเฟ่ชาไข่มุก วัยรุ่นเยอะมากเลยนั่งเต็มร้านเด็กที่มาเดินก็แนวๆหนะ ของในนี้ก็เป็นแบบวัยรุ่นและตอกย้ำว่าอิทธิพลของแฟชั่นญี่ปุ่นเนี่ยมันไปทุกที่จริงๆ ข้าวของไม่ได้ซื้อรองเท้ามันก็แพงน้า 1500 บาทก็ไม่ได้โดน กลายเป็นเสียเงินซื้อ gummy แทนราคาถูกกว่าขายบ้านเรา เคี้ยวเล่นเหนียวหนึบระหว่างหาทางออก ..... ลองลงลิฟท์ไปชั้น G เผื่อจะออกได้เปิดมา ไอ่หย๋า..มืดรกสกปรก กดปิดแทบไม่ทัน..ต้องมาเดินวนๆต่อไป.....ไอ่บ้า!!! ทางออกมันอยู่นอกเขตร้านต้องเปิดประตูออกไปแล้วเดินลงกระได....นึกว่าไม่ได้ออกมาแล้วตู
มาถึงก่อนเวลานัดหมายกับพวกหนุ่มๆก็เลยไปหาพี่แอร์ที่ร้านเดลิฟองซ์นั่งกินชามะนาวแก้ว 70 บาท นึกว่าจะไปกินเพิ่มที่ร้านอาหารเย็น ดันกลายเป็นว่าที่ร้านข้างถนนราคาชามะนาวแพงกว่าในเดลิฟองซ์สิบบาท = ="" ไม่น่าเลยตู
อาหารเย็นกินร้านที่ไม่ชอบใจตอนมากินครั้งแรกนั่นแหละแต่คราวนี้น้องสจ๊วตสั่งข้าวหมูทอดแนะนำ อร่อยจริงๆ อยากกินอีก เผ็ดๆเค็มๆบอกไม่ถูก เกี๊ยวกุ้งที่ตั้งใจจะไปกิน กินแล้วไม่แน่ใจว่าอร่อยกว่าสิงค์โปร์หรือเปล่าแล้วก็คิดว่าไม่เห็นจะต่างจากเกี๊ยวกุ้งS&P สงสัยยังไม่ใช่ร้านอร่อย
รอ shuttle bus หน้าโรงแรม park lane ไปสถานีรถไฟแล้วก็กลับโรงแรม หมดแหละหนึ่งวันในฮ่องกง คิดๆแล้วก็ชักอยากจะไปเที่ยวฮ่องกงอีก อยากไปหาเกี๊ยวกุ้งกะหมูแดงอร่อยๆ ถ้าไปตอนมันลดราคาทั้งเกาะด้วยก็คงจะดี
คืนนี้จะบินไปเซี่ยงไฮ้ จะไปกินเป็ดปักกิ่งแสนอร่อย อิอิ ทัวร์กินจ้าทัวร์กิน
ป.ล น้ำหนักขึ้นมา สามกิโลจากที่ไม่ขึ้นมาเป็นสิบกว่าปี
No comments:
Post a Comment