Tuesday, March 30, 2004

วันก่อนตีสี่ยังไม่เข้านอนเลยเช้านี้ตีสี่ตื่นมาแต่งตัวไปทำงาน บินไปขอนแก่นไฟล์ทไทม์สั้นๆ45 นาทีเท่านั้นแค่ 10:30 ก็กลับถึงบ้านแล้ว

คิดว่าไม่ง่วงนะแต่อาบน้ำเสร็จแค่นอนบนเตียงอันนุ่มนิ่มของเราก็พาให้หลับไปสองชั่วโมงตื่นมาบ่ายสองหาไรกินเล่นเกมห้าโมงเย็นออกไปดูหนังกะบีมและน้องด็อจ

ดูหนังควบครับคนเห็นผี 2 กะผีช่องแอร์นัดกันตั้งแต่ก่อนตารางบินจะออกแล้วเหมือนกันแกล้งกันต้นเดือนหน้าค้างต่างที่สามไฟล์ทติดๆกันเลยนะ ไทเป ดูไบ อุบล อ่ะโหยมีแอร์ทุกที่ เสียค่าตั๋ว 60 ดูหนัง 30 (ปิดตาซะครึ่ง) ลุ้นซะร้อยแต่คุณภาพหนังห้าบาท - -“ คนเห็นผีอ่ะโอเคอยู่น่ากลัวมีเหตุผลเสียแต่พี่ติ๊กไม่หล่อ ส่วนผีช่องแอร์บทอ่อน เรื่องราวไม่มีเหตุผลเน้นให้กลัวอย่างเดียว บ่นให้ปึ้ดฟังเค้าบอกว่าเอาไรเหตุผลหนังผีก็ดูให้กลัวไง แต่แหมมันก็ต้องทำให้เราเชื่อในความเป็นมาเป็นไป มีบทที่เอื้อหน่อยมีผีเด็กตัวขาวโผล่มาด้วยนึกว่าเปลี่ยนเป็นเรื่องจูออน(เฉลยว่าผีตายตอนตั้งท้อง อ่ะนะหลอกคนทั้งแม่ทั้งลูกเลย)

สบายใจดีไม่ติดใจกลัวไรก็คงไปค้างที่ไหนได้สบายๆอ่ะนะนะโม

ป.ล เช็คผู้โดยสารก่อนเครื่องขึ้นมีกระเป๋าวางที่พื้นบริเวณ emergency exit บอกว่าให้เอาเก็บในที่ใส่กระเป๋าเหนือศีรษะบอกตั้งแต่ตอนพาไปที่นั่งแล้วบอกแล้วบอกอีกจนครั้งที่สามที่บอก คุณผู้หญิงพูดว่าหนักด้วยสิแล้วยี่นให้เรา อีบ้าแกยังหนักเลยแล้วฉันหละย่ะแต่ยกแล้วไม่หนักมากหรอกขี้เกียจอ่ะดิ มักง่าย อีกรายเอากระเป๋าใหญ่มากมาเลยนะบอกเราตอนเดินผ่านว่าช่วยยกด้วย ฟังขึ้นหน่อย”ช่วยยก”ด้วยเดินตามไปกะลังจะหย่อนตูดนั่งเชียวนะฉันบอกว่ากระเป๋าหละค่ะยื่นมาให้เรา อ่ะโหยเจ๊ ช่วยยกแปลว่าช่วยยกเองเหรอเนี่ย พูดไปว่าช่วยกันยกสิค่ะเลยเอาไปใต้เก้าอี้แทน คนเราอะไรวะ บอกไว้เลยนะหนักมากก็โหลดไปเลยยกไม่ได้บอกเจ็บหลังแล้วคนอื่นไม่เจ็บรึไง อย่าเห็นแก่ตัวค่ะแล้วก็จริงๆมันอันตรายที่ใส่กระเป๋ามันมีลิมิตของมันบางทีมันใหญ่รับได้ 20 kgs แต่จะให้เก็บได้ใบเดียวหรือไงทุกคนก็มีกระเป๋ายัดๆไปแล้วถ้ามี terbulance ตกใส่หัวแตกไม่รู้ด้วย

Sunday, March 28, 2004

ไม่ได้บิน 407 ตั้งนานแหนะถึงมันจะเปลี่ยนจับคู่จาก 407(BKK-HDY-SIN) /408(SIN-HDY-BKK) เป็น 407/406(SIN-HKT-BKK) เราก็ยังมีเวลาอยู่ที่สิงค์โปร์นานเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือแปลว่ามีเวลาออกไปเที่ยวเล่นได้นั่นเอง

วันเสาร์ไปลงที่สิงค์ประมาณบ่ายสามโมงครึ่งแต่ว่าจะถึงโรงแรมก็เกือบห้าโมงเย็น(ขับรถช้าวุ้ย หลับไปตื่นมายังมะถึง)รับกุญแจขึ้นห้องไปแปลงร่างเพื่อจะลงมานั่งรถฟรีจากโรงแรมไป Orchard Rd. ตอนแรกนึกว่าจะได้เป็นไกด์ให้น้องสจ๊วตแล้วแต่ว่าเค้าเปลี่ยนใจไปกะรุ่นพี่และเพื่อนเทรนนีด้วยกันตามกัปตันไป Sentosa ซึ่งก็ควรไปแล้วหละเพราะมีคนพาไปหนะ ช้อปปิ้งหนะจริงๆแล้วไปคนเดียวก็ได้มีแผนที่ก็พอ ฉันไม่ไป Sentosa เพราะเคยไปเที่ยวตั้งแต่สมัยทำงานเก่าส่งมาเทรนที่นี่(กี่ปีแล้วหว่า)และไม่ได้ประทับใจอะไรเลย นอกจากนั้นยังมีเจตนาแรงกล้าต้องไป Kinokuniya เพื่อซื้อการ์ตูน Saiyuki reload (มีฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ)

นั่งรถฟรีไปถึง Paragon ที่orchard เดินข้ามถนนไปตึก Ngee ann เข้าทางห้าง Takashimaya เสียค่าผ่านทางไปร้านหนังสือเกินครึ่ง perdium เพราะดันแว้บไปร้านเครื่องสำอางแล้วพบว่ามันถูกกว่าบ้านเรามาก !! กรรมเวร เลยซื้อซะด้วยเหตุผลว่ายังไงก็ต้องใช้(เข้าข้างตัวเองมาก) ระหว่างทางยังผ่านร้าน MNG ด้วยแต่เช็คราคาแล้วแพงกว่าดูไบ(แต่ก็ถูกกว่าบ้านเรา)ก็ไม่ตัดไปไม่เสียเงินค่าเสื้อ พอไปถึงร้านหนังสือดันมะมีการ์ตูนเล่มต่อ(เคยซื้อเล่มหนึ่งมานานมากแล้วมันยังไม่ออกเล่มต่อไปอีกรึ) พอไปเช็คภาคภาษาญี่ปุ่นมันก็มีสามเล่มเท่าเดิมเลย ลองไปถามคนขายปรากฏว่าออกแล้วค่ะแต่หมด T_T ถามเค้าว่าหาได้ที่ไหนอีกมั้ย พนักงานเค้าเช็คให้ว่ามีที่ Bugis ก็รู้จักอยู่เคยพักแถวนั้น(สมัยไปเทรน)แต่ว่าตรงไหนของ Bugis หละรู้แต่ออกสถานีเลี้ยวขวาขึ้นไปชั้นสาม แต่มันตึกอะไรหละชั้นสามของตึกอะไร ฟังมะออก กางแผนที่ให้เค้าดูเค้าบอกว่า Pargo bugis juction โฮะๆสบาย ให้เค้าจองหนังสือให้ด้วยเพราะเหลืออีกสามเล่มเท่านั้น แหมเกิดไปแล้วไม่ได้อ่ะไม่ได้นะไม่ได้มาหาซื้อกันได้ใหม่ แต่จองแบบเลื่อนลอยมากเลย มีแต่ชื่ออะไรจะยื่นยันมะมีเบอร์โทรก็ไม่มี passport ก็มะได้พกอ่ะ

ขณะนั้นเวลาเกือบสองทุ่มถ้าห้างปิดสามทุ่มแย่หละแต่ bugis ปิดสามทุ่มครึ่ง ฉันก็ออกจากร้านที่ Orchard เดินไปสถานีรถไฟนั่งรถไฟไปหนึ่งเหรียญ(23บาท)แต่เวลาซื้อตั๋วต้องมัดจำอีกหนึ่งเหรียญด้วยถึงปลายทางตอนคืนตั๋วค่อยรับเงินคืน ออกจากสถานีเลี้ยวขวาจริงๆล่วย เจอ foodcourt ก่อนเลย หิวก็หิวกลัวร้านปิดแต่ก็ซื้อลูกชิ้นปลาทอดหนึ่งไม้ 90 cent อร่อยอ่ะที่คิดว่าเบื่อลูกชิ้นปลาสิงค์แล้วหายไปเยยอ่ะ อยากกินอีกอ่ะแต่ก็เดินออกจากร้านมาซะแล้ว ขึ้นไปชั้นสามเจอเลยค่ะ พอบอกว่าจะมารับหนังสือที่จองไว้ บอกชื่อไปเค้าก็เอามาให้ เย้ เสียเงินค่าการ์ตูน 9.80 เหรียญ สบายใจหาข้าวกินว่าจะไม่กิน foodcourt แต่ดันใช้เงินไปซะจะหมดแล้วก็ต้องกินแต่เดินวนๆแล้วไม่มีอะไรน่ากินนอกจากก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแต่ไม่กินอ่ะเบื่อ เห็นร้าน yoshinoya แล้วอ่านในไดอารี่กอล์ฟสปายเกิลว่าเค้ากินข้าวร้านนี้เลยลองมั่ง(เห็นนานแล้วแต่ไม่เคยคิดจะกินมันเป็นเนื้อ) แต่มันไม่มีหมูแบบร้านที่กอล์ฟกินเลย มีแต่เนื้อ ไก่ แซลมอน ก็เลือกแซลมอนดันเป็นแบบสับๆชุบแป้งทอดรู้งี้กินไก่ดีก่า เครปร้านข้างๆก็หอมจริงแต่กินข้าวเสร็จก็อิ่มแล้ว กินไรไม่ลง จะลองกินน้ำเต้าหู้แต่อิ่ม papa’s beard (?) chucream (แอแคล์ยักษ์)ก็หมดอีก เข้าซุปเปอร์หาผลไม้ไว้กินวันอาทิตย์เพราะกินเจ สตรอเบอรี่จากเมกาลูกใหญ่มากหอมด้วย ก็ซื้อแค่นั้นแหละ

ก่อนเรียกแท็กซี่กลับซื้อเค้กแครอทที่ร้าน coffee bean แท็กซี่หามะยากแฮะรอคิวแป๊ปเดียวเอง


วันอาทิตย์ตื่นประมาณเก้าโมงเช้าประเทศไทย นอนไม่ค่อยจะหลับดีเลยฝันไรไม่รู้มั่วๆปรับอุณหภูมิแอร์ไม่ดีหละม้าง ตื่นมาก็เอาอาหารเช้าออกมาตั้งโต๊ะกินไปดูทีวีไป ไม่ค่อยจะมีไรดูเลยไม่เห็นใจคนต่างชาติด้วยมีแต่ภาษาแขก ภาษาจีน หนังก็ไม่ใช่ HBO, CINEMAX นะ MTV ก็มะมี ช่องวิทยุก็ห่วย โชคดีที่มาเจอวันอาทิตย์มั้งมีการ์ตูนตอนเช้าและเป็นภาษาอังกฤษด้วย ดูโคนันแล้วก็ยูกิโอะแล้วก็วันพีซ มีเรื่องโตเกียวเมี้ยวเมี้ยวด้วยแต่ไม่ได้ดู กินแล้วก็อาบน้ำออกไปเที่ยวดีกว่าเวลากำลังจะเที่ยงแต่เค้า wakeup 14:30 มีเวลา

เลยเดินไป Greatworld ห้างที่ใกล้โรงแรมที่สุดเค้ามีบริการรถไปในเมือง แต่มาข้าไปสิบนาทีรถไป City hall ออกไปแล้วมีอีกที 1.10 แหนะอีกรอบก็ 1.50 ต้องจำไว้เพราะเป็นเวลาที่เราต้องไปดักรถเพื่อนั่งกลับมา greatworldแล้วเดินกลับโรงแรม แต่จะรอให้มัน 1.10 ก็กระไรมีรถไปchinatown ออก 12:10 ก็เลยไปซะหน่อยไปถึงมะมีไรที่โดนเลย ก็เลยนั่งรถไฟไป city hall จะขึ้นไปโรบินสันซื้อเครื่องสำอางที่ผึ้งฝากซื้อ แต่เห็นป้าย esplanade กะ suntec อยากไปมานานแล้วไปไม่ถึงซะทีเลยเดินไปมันเดินไปทางใต้ดินตามทางก็มีร้านค้า (เรียกว่า citylink shopping มั้ง)


เดินไกลมากพอจะถึงจุดหมายต้องแยกกันเพราะ suntec ตรงไป(มีน้ำพุแห่งความร่ำรวยอยากไปเดินวนๆจะได้รวยๆ) esplanade ต้องเลี้ยวขวาไปอันนี้ก่อนดีกว่าเพราะไม่ช้อปปิ้งอยากถ่ายรูปหลังคา hall มัน จากแยกนั้นเดินอีกหนึ่งหอบกว่าจะถึงและรู้สึกแบบไม่มีอากาศด้วยหละ เดินเงียบๆไปตามทางถ้ามีโจรเนี่ยร้องไงก็มะมีใครได้ยินเพราะไม่ได้พลุกพล่านแบบ citylink ไปถึงแล้วต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกเจอลานโล่งเป็น meeting point มีศิลปะโชว์




จากนั้นเดินไปทางแม่น้ำ(หรือทะเลหว่า)จะออกไปดูริมน้ำ อากาศร้อนโคตรแดดแรงไม่แปลกถ้าสาวๆสิงค์จะแต่งตัวโป๊ร้อนสุดๆ แดดทำให้ทุกอย่างขาวไปหมดจ้ามากแต่ก็อดทนมาแล้ว(และคงไม่มาอีก) ได้รูปหลังคาจนได้ ถ่ายรูปเมอไลออนด้วย พยายามจะถ่ายรูปตัวเองกะหลังคาแต่ก็ห่วยๆ(หน้าตาห่วย) เดินมาด้านได้ได้หลังคาดูดีแต่มีคนติดในรูป ตอนถ่ายไม่ได้คิดไรถ่ายๆก่อนร้อนโว้ยแต่พอมาดูเสียดาย ถ้าได้มาอีกแล้วไม่มีอะไรทำค่อยมาใหม่และมันควรจะมาตอนเย็นคิดว่าจะดีกว่า






เวลาบ่ายโมงแล้วต้องรีบเดินกลับไปจุดที่ออกจากสถานีรถไฟก็ใช้เวลาไม่นานแฮะจุดที่ออกจากสถานี city hall มันขึ้นไป raffle city ได้ก็เจอโรบินสันมีเคาท์เตอร์ bobbibrown (ยี่ห้อนี้ไม่ได้มีทุกห้างแฮะ takashimaya ไม่มี) แต่ของที่เพื่อนอยากได้หมดไปแล้ว กรรมเวรอุตส่าห์ออกมาดังนั้นดีแล้วที่เดินไปเที่ยวซะก่อนไม่เสียเวลาเปล่า ยังมีเวลาหาของกินดีกว่าเจอ subway ก็กินเลยมันมีมังสาวิรัติพอดีแต่ก็นั่นแหละไม่อร่อย ถ้ากินพวกเนื้อสัตว์คงจะอร่อยกว่าเพราะหน้าตาดีมากๆ


กินแล้วเดินไปรอรถบัสที่หน้าสถานี city hall หน้าสถานีมีรถฟรีไปหลายที่เหมือนกันมี suntec ด้วยดีไม่ต้องเดินคราวหน้าก่อนเถอะ บ่ายสองห้านาทีรถเรามาก็นั่งกลับไป greatworld แล้วก็เดินกลับโรงแรมก่อนเวลา wakeup 5นาทีเองมั้ง นั่งพักให้หน้าเย็น(ล้างหน้าตอนหน้าร้อนๆไม่ดีใช่มั้ย)แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวเก็บของ ทำงานกลับมาเนี่ย ไฟล์ทหน้าวันอังคารไปขอนแก่นแม่เจ้าต้องตื่นตีสามครึ่ง

ป.ล HDY คือหาดใหญ่ / HKY คือภูเก็ต
ป.ล2 ทดลองแปะรูป หุหุ มีอีกเยอะแต่เอาไว้หาเวบเฉพาะรูป(จนวันนี้ก็ไม่ได้หาจริงจัง)

Thursday, March 25, 2004

หรือไฟล์ท 411 มันสมควรแล้วที่จะขึ้นชื่อว่าเหนื่อยมันก็ไม่ได้เหนื่อยมากสาหัสแต่ก็เหนื่อยอ่ะโชคดีแค่ไหนแล้วที่เต็มแค่ขากลับ(AB6 เต็มสนิท 201 ที่นั่ง) อันที่จริงคงนอนไม่พอหละมากกว่าเข้านอนช้าแล้วยังจะนอนไม่หลับแล้วยังจะพะวงตื่นทุกหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเก้าโมง

คืนนี้ก็จะเข้าสู่ขบวนการทำลายสุขภาพอีกครั้งว่าแต่นอนดึกทำให้หน้าเหี่ยวด้วยแหงๆหน้าผากย่นอ่ะไม่นับว่าทำงานในอากาศก็เป็นปัจจัยหนึ่งแล้วและคิดว่าการทำงานอาชีพแอร์มีการแสดงออกทางหน้าตามากอ่ะหน้าผากย่นเลย นอกจากหน้าผากย่นแล้วยังขี้เม้าท์อีกก็เจออะไรแปลกๆเยอะจัดมันต้องระบายออกอ่ะนะ หุหุ คิดว่าก่อนนอนต้องโบ๊ะครีมหนากว่าปกติแล้วแฮะอายุก็มิใช่น้อยๆ

พรุ่งนี้วันหยุดจะออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเวียดนามแถวที่ทำงานพี่ไปออกกำลังกายด้วย เมื่อวานเข้าห้อง ABS (บริหารหน้าท้องนะไม่ใช่สอนทำเบรก) จะลดพุงซะหน่อยดันปวดคอซะได้ออกแรงผิดส่วนเซ็งเลย พุงไม่ลดแถมพิการอีก

คืนนี้ก็นอนที่นอนใหม่อีกแล้น การเข้านอนมีฟามสุขจริงๆพรุ่งนี้วันหยุดด้วยนอนไม่ต้องห่วงตื่นเลย

ป.ล ไม่เจอแท็กซี่ฉวัดเฉวียนมานานมากแล้ววันนี้เจอเข้าไปตอนที่ปวดคอทำให้เซ็งซ้ำซ้อนเวลามันเบรคๆเราก็เกร็งคอเราก็เจ็บ เรากลับจากทำงานมาเหนื่อยอยากจะนั่งสบายๆก็ต้องนั่งลุ้นมันอีก ตอนขึ้นรถรู้สึกว่าจะดีนะคนขับก็แต่งตัวดีนะใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินมีปักตรา BMW ด้วย ก็เพราะปัก BMWเลยนึกว่าขับบีเอ็มป่าวหว่า จะออกซ้ายออกขวาจี้ตูดเข้าทำไมเนี่ย ขับแท็กซี่อยู่นะเฟ้ยมีผู้โดยสารมีชีวิตคนอื่นนะ ไม่ใช่รถแข่งนะจะได้ตายห่าไปคนเดียว แถมเงินทอนก็ไม่ให้เราอีกแหนะ เฉยเลย 11 บาทนะโมเม

ป.ล2 เคยไม่โทรหาแฟนก่อนแล้วเค้าท่าทางไม่อยากจะคุยตัดบทแล้วไม่นานเท่าไหร่โทรกลับมาคุยแบบมีอะไรจะคุยมั้ย งงวุ้ย วันนี้กลับจากทำงานโทรหาพี่ไปสองครั้ง เจอกินข้าวอยู่ตัดบท(พอเข้าใจกินอยู่) โทรไปอีกทีครึ่งชั่วโมงให้หลังเพราะได้ยินเพลง background ใน MTV Hitlist แล้วคิดว่าเป็นเพลงมิ้นท์หรือเปล่านะ(ถ้าใช่ก็มีแววจะติดหูประชาชนสิ)โทรไปถามก็คุยน้อยๆตัดบทอีกเพราะมีลูกค้าอยู่ เออเว้ยหมดอารมณ์จะคุยเหมือนกันแล้ว ไม่ถึงสิบหานาทีพี่โทรกลับมาน้ำเสียงแบบมีอะไรจะคุย แต่ฉันไม่เล่นด้วยแล้วนะจะเอาไงฟระตะกี้ไม่อยากจะคุยตอนนี้ทำจะมาคุย เล่นมุขถามคำตอบคำซะเลย(แต่บอกนะว่าไม่พอใจไร) พรุ่งนี้บอกให้เราไปเร็วๆอีกแล้วก็ถามฉันว่าอยากไปมอเตอร์โชว์มั้ย “ไม่” คำเดียวสั้นๆ ไม่เห็นจะชอบมอเตอร์โชว์เลย ไม่รู้เว้ยหงุดหงิด

ป.ล3 ไม่คิดแต่งงานใครถามก็ตอบว่ายังไม่คิด ไม่สบอารมณ์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าขึ้นคานจริงๆจะร้องไห้หรือเปล่า
ที่นอนใหม่มาแล้นหนานุ่มจริงๆ(ไม่นุ่มหรอกพูดให้คล้องๆกันไปงั้นแหละ)โคตรหนาเลยแหละเต็มเตียงไปหมดแถมคู่มือบอกต้องกลับที่นอนทุกสองอาทิตย์ด้วยหนักนะตัวเอง เข้านอนดีกว่าคงจะฝันดี หุหุ

ป.ล นอนดึกอีกนั่นแหละเพราะเล่นเกมอ่ะจิปั่นนักดาบจนเปลี่ยนเป็นไนท์แล้น คริๆ พรุ่งนี้ทำงานจะได้ไม่คาใจไง
ป.ล2 พี่มารับไปกินอาหารเที่ยงนอกบ้านแกมาค้ำประกันซื้อรถให้แฟนน้องชายซื้อรถแถวบ้านเรา ที่ทำงานพี่ดีจริงๆออกมาเที่ยวได้ด้วยวุ้ย พี่พาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือในซอยประชานิเวศน์สาม ร้านเจ๊ต้อยอร่อยดีถูกด้วย สิบห้าบาท ถัดไปข้างธนาคารไทยพาณิชย์ก็มีร้านกล้วยปิ้งโบราณที่อร่อยมาก

Sunday, March 21, 2004

ดู Butterfly effect หนังสนุกดีแต่ย้อนเวลากันจนงงไม่ได้คิดจะดูเลยแต่ว่าพี่อยากดูมาตลอดเพราะน้องจุ๊บอกวันนี้เลยไปดูจนได้ หนังช่วงนี้มีแต่โหด โหด สับ สับ ตายไม่ดีกันเลยสิ หน้าร้อนมันเหมาะกับหนังแบบนี้หรอกรึ

ดูหนังเสร็จกินข้าวที่ชั้นล่างเซ็นทรัลลาดพร้าวเค้าเปิด food court ใหม่ไฮโซแบบเซ็นทรัลชิดลมก็ไปกินกันราคาก็สูงอ่ะแหละแต่ก็ดีที่ชอบไม่ตรงกันก็นั่งกินด้วยกันได้ มีอาหารอิตาเลียน อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารญวณ เค้กก็มี บรรยากาศก็ดีใช้ได้(แต่ชิดลมดูดีกว่า)

นอกจากดูหนังกินข้าวแล้วยังช้อปปิ้งด้วยพี่ซื้อเสื้อใหม่ส่วนฉันซื้อของใหญ่ครับขอบอกซื้อที่นอนใหม่ !!! หมื่นห้าร้อยบาทถ้วนๆ จะเอารุ่นถูกหกพันห้าร้อยบาทแต่พี่บอกว่าสปริงมันไม่ดีเท่ารุ่นแพงและรุ่นแพงก็แถมชุดเครื่องนอนครบคิดๆแล้วของแถมก็แพงกว่าสี่พันที่ราคาสูงกว่าก็เอาอ่ะดิที่สำคัญอ่ะผ่อนหกเดือนศูนย์เปอร์เซนต์ขอรับ จ่ายสบายๆได้ที่นอนใหม่ขาดแต่หมอนข้างน่ารัก น่ารัก อาคิ อาคิ

+++ ดูไบรำลึก +++

17.03.04
มาถึงดูไบสบายๆเลยผู้โดยสารน้อยแค่เก้าสิบคนเท่านั้นแถมก็ไม่วุ่นวายเลยกินแล้วก็นอนไม่ก็ดูหนังเงียบๆไป บินประมาณหกชั่วโมงครึ่งถึงดูไบประมาณบ่ายสี่โมงเย็นก็หนึ่งทุ่มบ้านเรา รถโรงแรมที่มารับก็เป็นดุสิตดูไบเหมือนเดิมฉันได้ยินลือๆกันว่าจะเปลี่ยนโรงแรมแต่มาสองครั้งหลังที่มาก็ยังพักที่เดิม ในรถบัสเปิดเพลงไทยด้วยนะ ไม่เชยด้วยพวกโอ๋เสกสรร บัวหิมะ Friday เชียวนะคงมีลูกเรือให้เค้าหละมั้ง

ถึงโรงแรมรับกุญแจนัดแนะเวลากินข้าวคือประมาณสามทุ่มเพราะฉันกะพี่กิ๊พขอเวลาไปร้านรองเท้าก่อน มาครั้งนี้ตั้งใจมากว่าจะซื้อ skechers ให้ได้เชียว ร้านรองเท้าถัดจากโรงแรมไปสองบล็อคร้านใหญ่มากแต่รุ่นรองเท้าก็ไม่รู้อะไรใหม่อะไรเก่าเพราะบางรุ่นก็เห็นมานานมันก็ยังอยู่ รองเท้ายี่ห้อเนี่ยมักจะทำหัวแหลมๆไม่ชอบรองเท้าหัวแหลมๆที่หัวตัดก็เหลี่ยมเชียว คู่ที่หัวมนสวยก็แบบไม่สวยแต่ก็หาคู่ที่ดูดีที่สุดมาจนได้เป็นหนังพื้นบาง มีรองเท้าสีแสบๆอยากได้เหมือนกันแต่แสบเกินไปเป็นสีฟ้าแป๋นๆแถบด้านข้างสีเหลืองต้องใส่กับกางเกงขายาวเท่านั้นเพราะสีรองเท้าตัดกะสีผิวสุดๆไว้มีเงินก่อนจะซื้อสีแสบๆมาใส่ให้แซ่บ อิอิ

กลับโรงแรมไปลุยห้องพี่กิ๊พสมาชิกมีห้าคน น้องโอ น้องจ๋า น้องกล้วย เจ้าของห้องและฉันมื้อนี่ตามมีตามเกิดคือใครเอาไรมาจากเมืองไทยก็เอามาทำกันแต่ก็มีหลายเมนูเหลือเชื่อ ฉันทำแกงจืดเต้าหู้ปลา หมูยอทอด โอทำมาม่าผัด กล้วยเอาสปาเกตตี้สำเร็จรูปมาอุ่นแล้วก็มีไส้กรอก จ๋ามีกุญเชียงทอด พี่กิ๊พมียำวุ้นเส้น ฉันเอาข้าวกระป๋องไปรวมกะข้าวขาวของเพื่อนๆอุ่นในหม้อ(แช่ในน้ำร้อนตามข้างกระป๋องมะเห็นร้อนซะที) อาหารอร่อยกินไปคุยไปตีสามอ่ะค่ะถึงแยกย้ายห้องใครห้องมันทั้งที่คิดว่ามาต่างที่จะนอนเร็วๆนะกว่าจะนอนก็ตี่สี่อ่ะดึกกว่าอยู่บ้านเล่นเกมอีกนะ(เวลาดูไบเพิ่งจะตีหนึ่ง)

พรุ่งนี้ต้องตื่นไปช้อปปิ้งรถจากโรงแรมไปส่ง city center ตอน 11:00(LCT)

18.03.04
รู้สึกตัวเร็วทำไมกันเนี่ยนอนไปได้หกชั่วโมงเองนะงัวเงียอยู่แต่มุดๆให้หลับก็ไม่หลับซะแล้วเลยตื่นมากินขนมปังปิ้งกะนม ดูทีวีอ่านการ์ตูนสิบโมงกว่าก็แต่งตัวลงไปขึ้นรถ ประชาชนชาวลูกเรือจากไฟล์ทอื่นก็มาเพียบเต็มรถเลยอ่ะนะมาช้าแห้วแน่สมาชิกห้าคนแก๊งค์เราไปกันหมดไปถึงแยกเป็นสองกลุ่ม โอกะจ๋าไป ikea ฉัน,กล้วยพี่กิ๊พไป zara ฉันตั้งใจไปซื้อกางเกงวอร์มหนะเคยซื้อไปตัวนึงชอบมากใส่แล้วไม่ร้อนแต่ว่าครั้งนี้มันไม่ sale อ่ะสิ เสื้อผ้ารับฤดูร้อนยี่ห้อนี้สวยดีตอนฤดูหนาวไม่สวยเลย มีรองเท้าสวยอยากได้ส้นสูงและเป็นแบบพันๆข้อเท้าแต่แพงประมาณสองพันเจ็ดและคงไม่ค่อยได้ใช้เลยไม่ซื้อแต่สวยจริงๆเป็นหนังสีน้ำตาลอ่ะอยากได้อ่ะถึงตอนนี้พี่กิ๊พหายไปแล้นหลงกันอ่ะจิร้านมันใหญ่ ฉันกะกล้วยออกจากร้านกำลังจะไปคาราวะศาสดา(ลัทธิ mango) เจอจ๋ากะโอ เค้าบอกว่าพี่กิ๊พไป ikea แล้วเราสี่คนเลยไปหาไรกินที่ food court กินไก่ย่างกะนานตามที่ตั้งใจไว้แบ่งกะน้องกล้วย โอกะจ๋ากิน kfc แขกแถมได้ touch screen radio ด้วยอ่ะ(ซื้อโค้กแล้วลอกสติกเกอร์ข้างแก้ว)

13:00 กินอาหารอิ่มแล้วแยกย้ายอีกรอบโอกะจ๋าเข้าคาร์ฟู กล้วยไปซื้อยาเส้น นัดกันไว้หน้าคาร์ฟู 13:30 เวลาประเทศไทยแต่ฉันไปเลทครึ่งชั่วโมง ก็ต้องมนต์mango อ่ะ collection summer ก็สีสันดีถูกกว่า Zara ด้วยซื้อซะหกตัวเลยเป็นไง สติยั้งมะทันลืมตัวไปเลย
14:00 เหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียวก่อนที่รถจะมารับแล้วคาร์ฟูที่ไหนมันก็เหมือนกันคือคิวจ่ายเงินยาว ของที่อยากได้ไม่มีอะไรเลยมีแต่อินทผลัมของพี่เอาเยอะมาก หญ้าฝรั่นของน้า ผักสำหรับทำแกงจืดเย็นนี้ และไม่ลืมแวะเคาท์เตอร์นีเวียอยากไดยาทาเล็บของเค้าแต่สีไม่ได้เลยก็ยังไม่วายเอา top,base & care coat มาขวดนึง มีรองเท้าแขกๆด้วยนะราคาก็ประมาณ 220 หน้าตาก็เหมือน 199 ในคาร์ฟูหละม้างอยากได้นะแต่ไม่ทันแล้นเผื่อเวลาไปจ่ายตังค์หนะซึ่งก็จวนเจียนมากเพราะตอนออกไปรถมาแล้ว(สมาชิกหายหมดค่ะตอนนี้ตัวใครตัวมันเจอกันอีกทีในรถ)

16:30 นัดเวลาทำอาหารเย็นลุยห้องพี่กิ๊พเหมือนเดิมแต่เพิ่มสมาชิกพี่บีอีกคนนึง ฉันทำแกงจืดกะยำทูน่า พี่บีมีเฟรชพราย พี่กิ๊พมีต้มยำไข่เจียว ยำทูน่า โอกะกล้วยมีน่องไก่อบ,สเต็กเนื้อและมาม่าทอด จ๋ามีแกงแกะฉันชอบมากเลยกินกะผักกาดแก้ว กินมื้อนี้แล้วอยากได้ไฟล์ทดูไบอีกเพราะมีไอเดียทำกับข้าวกินแล้วเพราะทีเคยมาเอามาแต่หมูหยอง หมูยอไรเงี้ยไม่สร้างสรรแล้วก็กินข้างนอก คราวหน้าถ้าได้มาอีกก็หาอะไรมาสำหรับมื้อแรกพอแล้วออกไปซื้อกับข้าวมาทำได้ อย่างเมนูแกะเนี่ยชอบมากทำง่ายๆด้วยเอาน้ำมันผัดแกะและใส่ผงแกง(ซื้อในคาร์ฟูกล่องสีเขียวมีรูปคนยกนิ้วโป้งเขียนว่า chicken curry mix)แล้วเติมน้ำ ถ้าอยากให้ข้นน้องจ๋าบอกให้ใส่ครีมสดแต่กินใสๆก็ไม่อ้วนดี มื้อนี้ของเหลือบานเลยอิ่มอร่อย แยกย้ายเข้าห้องตอนตีสองเวลาประเทศไทย(ห้าทุ่มดูไบ)

19.03.04
11:15(14:15 ประเทศไทย) ค่อยยังชั่วไม่รู้สึกตัวมาเร็วๆแบบเมื่อวาน นอนไปประมาณเก้าชั่วโมงอยากจะนอนต่อแต่คิดว่าตื่นมากินแล้วก็ทำอะไรๆก่อนค่อยนอนใหม่ตอนบ่ายดีกว่า
13:00(16:00 ประเทศไทย) กลับจากห้องพี่กิ๊พไปกินข้าวกลางวันมา กิ๊พเตรียมของกินมาได้สุดยอดเลยพอดีกับมื้อแล้วก็อร่อย ของง่ายๆแต่อร่อย ไข่เจียวหมูยอ กุนเชียงทอด ปลาอินทรี ฉันเอาแกงจืดที่เหลือกะยำทูน่า(แบ่งของไว้จากเมื่อวาน)ไปร่วมด้วย กินกันสามคน(น้องโอส่วนที่เหลือหลับและมีของกินแล้ว) จะต้องเก็บของแล้วเข้านอนอีกรอบให้ได้ 15:15 ต้องแต่งตัวไปทำงาน

ป.ล pepsi twist ปรับปรุงใหม่เพิ่มกลิ่นมะนาว ได้กลิ่นมะนาวซะใจมากและรู้สึกว่ามันจะเป็นรสมะนาวมากไปด้วยซ้ำ

20.03.04
กลับถึงกรุงเทพเมืองฟ้าอมรตอนตีห้าห้านาทีถึงบ้านอาบน้ำปิดม่านเปิดแอร์นอนใส่ที่ปิดตากะนอนเต็มที่ รุ้สึกตัวมาตอนเที่ยงแต่ไม่ยอมครับนอนต่อตื่นมาอีกทีบ่ายสาม

หาไรกินแล้วออกไปฟิตเนสตอนบ่ายสี่โมงครึ่งนอนไม่พอนะมึนๆแต่ใจรัก(จริงๆมะมีอะไรกินวันนี้ต้องกินเจด้วย) ไปถึงฟิตเนสถีบจักรยานสิบห้านาทีแล้วไปเข้าคลาส easy move สนุกทำมะทันแต่เคยมีประสพการ์ณพอจำชือท่าได้แต่มั่วอยู่มาก ได้เหงือเยอะไม่งัวเงียแล้วหละ เลิกคลาสก็อาบน้ำไปซุปเปอร์ซื้อสลัดกลับไปกิน พรุ่งนี้พี่จะมารับไปดูหนัง

Tuesday, March 16, 2004

ออกไปกินติ่มซำกะพี่ พี่พาไปกินที่โรงแรมเรดิสันแถวพระรามเก้าอร่อยดีกุ้งตัวใหญ่มากแต่จริงๆไม่ค่อยชอบกลิ่นกุ้งเยยยิ่งตัวใหญ่ยิ่งกลิ่นแรงแต่มันก็สดและกรอบมากสมควรจะไปกินอีกอ่ะนะ

ก่อนกลับพี่พาไปดูลายเซ็นพี่เบคด้วยพูดถึงลายเซ็นคนดังเมื่อวานตอนไปกัวลาวงอินคุบัสก็ไปด้วยไม่ได้เห็นซักกะนิดหรอกไม่รุ้ด้วยซ้ำถ้าน้องแอร์ที่อยู่ครัวหน้าไม่มาถาม(ทำงานอยู่ข้างหลังสมาชิกน่ารักหมดเดี๋ยวก็ไปด้วยกันอีกไฟล์ทนึงไม่รู้จะโดนแยกวงป่าว)เค้าก็ไม่รู้จักแต่จะขอลายเซ็นนักร้องนำให้เพื่อนเราก็อยากไปขอถ่ายรูปหรอกแต่ไม่รู้จักเลยเพลงก็ไม่เคยฟังด้วยซ้ำไป เล่าให้พี่ฟังพี่บอกเสียดายหงะ จริงๆก็ถ่ายๆไปก่อนก็ดีแต่คงเพราะไม่กล้ามากกว่า

แยกกะพี่ก็ไปออกกำลังกายไปมาได้สองวันแล้วก็ไปตุนของกินพรุ่งนี้ไปดูไบไปค้างดูไบเกือบสองวันเลยก็เอาผักผลไม้ไปกินแต่ก็จะออกไปกินอาหารท้องถิ่นด้วย(กินที่ food court ไม่ได้ไปภัตรคารไหน)

ต้องนอนแล้วหละม้างก็ไม่นอนนั่งเล่นเกมไปเขียนไดอารี่ไปด้วย - - ไม่เคยมีวินัยเลยสิเรา

Sunday, March 14, 2004

อากาศร้อนจังวุ้ย ไปไหนรถก็ติดมากจังเลยวันนี้ ออกไปหลบร้อนในโรงหนังดู hidalgo ก็ดีนะหนังที่สร้างจะเรื่องจริงม้าน่ารักดี

นอนหละไม่รู้จะทำอะไรดีเบื่อๆคงเพราะอากาศร้อนหนะแหละ

Saturday, March 13, 2004

กว่าจะถึงบ้านได้ดูรักเกินแค้นแค่ฉากสุดท้ายอ่ะ ไม่เคยดูมากก่อนเลยแต่เพราะเมื่อวานเปิดไปเจอ ประกอบกับเคยเห็นข่าวบันเทิงเขียนถึงกบกะมอสว่าใครๆก็เรียกชื่อในละครเลยนอนดูเลยทำให้อยากรู้อยากเห็น พรุ่งนี้ตอนอวสานซะด้วยคงได้ดูเต็มๆเพราะหยุดงาน

เพิ่งทำงานกลับมาจากทัวร์เชียงใหม่ ภูเก็ต พม่า(ทำงานหนะ) ไปภูเก็ตคราวนี้มีกิจกรรมด้วยนึกว่าจะนอนเฉยๆเพราะเตรียมนิตยสาร การ์ตูนไปพร้อมแต่ว่าพี่แอร์กะพี่สจ๊วตเค้าชวนออกไปเที่ยวหาดป่าตอง

วันศุกร์ทำงานไปถึงโรงแรมประมาณบ่ายสองติดต่อเช่ารถแล้วก็แยกย้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าระหว่างรอรถมาที่โรงแรม(พักที่โบ้ตลากูนจริงๆที่โรงแรมก็มีให้บริการแต่ว่าถูกเช่าไปหมดแล้ว) เป็นรถจิ๊บคาริเบียน ไปกันสามคนดูแผนที่ไปกัน เดินทางผ่านหาดสุรินท์ หาดกมลา แล้วไปจอดที่หาดป่าตอง เดินหาของกินอยากกินอาหารทะเลแต่ว่ามันก็ประมาณบ่ายสี่เค้ายังไม่ตั้งร้าน ร้านส้มตำที่ว่าอร่อยเด็ดก็หาไม่เจอ(เค้าบอกอยู่ใกล้ไปรษณีย์) สุดท้ายก็เจอร้านที่พร้อมขายอาหารทะเล(ยังไม่ได้จัดโชว์หน้าร้านแต่มีของในครัว) กินกันที่ร้านลายไม้

สั่งอาหารไปสี่อย่างปาไปพันห้าแต่ก็อร่อยดีสดหนะ กินปลากะพงแดงทอดกระเทียม ปลาหมึกย่าง กุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกระหรี่ ราคามันแพงเพราะขายนักท่องเที่ยวหละมั้งก็ติดริมหาดไม่ใช่ร้านอาหารท้องถิ่นซะทีเดียวแต่ไม่รู้จักร้านอื่น ร้านที่เคยไปกินก็เบื่อแล้ว(ชื่อร้าน แหลมหิน อาหารหนะไม่เบื่อแต่เบื่อสถานที่)

กินอาหารเสร็จเดินไปนอนเล่นที่ริมหาด กินลมคุยกัน ไม่ได้เหยียบทรายนุ่มๆมานานแค่ไหนแล้วนะฉันเนี่ย แต่ไม่ได้สัมผัสน้ำทะเลหรอกนะมันลำบากเรื่องล้างเท้า อยากไปเที่ยวทะเลจังเล้ย

หกโมงครึ่งเตรียมตัวกลับเดินเล่นร้านขายของแถวนั้นนิดหน่อยได้รองเท้าแตะสีฟ้าสายคาดเป็นเพชรๆมาหนึ่งคู่เพราะพี่แอร์นำเสนอบอกว่าน่ารักดีเค้าก็มีซื้อเอาติดกระเป๋าเสื้อผ้าไว้

ก่อนเข้าโรงแรมแวะร้านขายของหน้าโรงแรมซื้อน้ำซื้อเบียร์(สำหรับพี่สจ๊วต)ไปนอนกินริมสระน้ำคุยกัน พี่ๆน่ารักและเป็นมิตรเค้าหนะเป็นเพื่อนกันแต่เราอ่ะดิมาจากไหนเนี่ยแต่ไม่รู้สึกเป็นส่วนเกิน คุยกันเรื่อยๆสนุกดี สามทุ่มครึ่งแยกย้ายเข้าห้องแทนที่จะนอนเร็วๆเพราะอยู่บ้านเล่นเกมนอนดึก ดันไปเจอละคร จบละครเจอพี่ติ๊กในสัญญามหาชนอีก นอนเที่ยงคืนกว่าเลย

ป.ล นั่งดูคนเห็นผีภาคหนึ่งซะหน่อยไม่เคยจะสนใจหรอกแต่ภาคสองอาจจะไปดูซะหน่อย พี่ติ๊กทั้งคนนะ อิอิ
ป.ล2 ไปเกาหลีวันที่ 7 สนุกเหมือนกันแฮะเขียนวันหลังดีกว่าท่าทางจะยาว

Thursday, March 04, 2004

นิทานในวัยเด็กที่ชอบมากเรื่องหนึ่งคือPeterPan ชอบมากๆมากกว่านิทานทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ตอนนี้มีหนังเรื่องPeter Pan ก็อยากดูอยากรู้ว่าจะทำเหมือนในการ์ตูนมั้ย แต่แม่อยากดูมากกว่าก็มันเพิ่งจะเข้าวันนี้เองอ่ะแม่ชวนไปดู

ตอนแรกผิดหวังนิดๆเพราะชุดของปีเตอร์แพนไม่เหมือนในการ์ตูนและปีเตอร์แพนดูสกปรกมือไม้ดำเชียวแต่รวมๆแล้วเหมือนในการ์ตูนเลยและให้ความรู้สึกมากกว่าอีกเช่นเติมเรื่องความรักลงไป มีโศกเศร้าและพลังศรัทธา ชอบมากอยากดูอีกจะไปดูกับแฟนอีกรอบ แม่ก็จะชวนน้องมาดูอีกรอบ(วันนี้น้องทำงานเลยอดไปด้วยกัน)

นอกจากสนุกไปกับหนังแล้วยังคิดว่าความรู้มากแบบผู้ใหญ่ทำให้จินตนาการหดหายหรือเปล่านะเพราะตอนที่ปีเตอร์แพนพาเวนดี้และน้องชายเหาะไปเนเวอร์แลนด์อ่ะชอบมากตั้งแต่สมัยการ์ตูนดูแล้วก็อยากจะเหาะไปมั่งแต่วันนี้ตอนดูฉากนี้ในหนังดันคิดว่าบินขึ้นฟ้าไปยังงั้นขาดออกซิเจนตายกันพอดีแถมทะลุออกนอกชั้นบรรยากาศโลกอีกแหนะ คิดได้ไงเนี่ย?!? เสียอารมณ์จริงๆแต่หลังจากฉากนี้ก็ไม่ได้คิดไรนอกจากคิดไปตามหนัง ชอบจริงๆเยย อยากดูอีก อยากดูอีก เด็กที่เล่นเป็นปีเตอร์แพนก็น่ารักมั่กมาก คิดว่าเค้าเลือกตัวแสดงมาดีด้วยหละ เหมือนในจินตนการเลยหรือไม่ก็เหมือนในความทรงจำที่เกิดจากการ์ตูนนั่นแหละ จะว่างไปดูวันไหนน้า กลับไปกรุงเทพก็ไปทำงานทันทีเลย

ป.ล วันนี้ไปกินหมูกะทะกับอี้ เพื่อนคนอื่นๆติดธุระหมด เหลือกันสามคนเนี่ยแหละ(ฉันไปกะน้อง) กินหมูกะทะแล้วไปต่อ milkzone เด็กๆทั้งน้าน แก่สุดในร้านยังเนี่ยพวกเรา

Wednesday, March 03, 2004

ดีใจเอ้ยดีใจจังต่อnetworkในบ้านได้ด้วยคืนนี้ได้เล่นเกมพร้อมกันสองคนกับน้อง มันส์ มันส์ มันส์

หอบน้องโน้ตมาเชียงใหม่ด้วยจะออกเดินทาง 10.20 ดันดีเลย์เป็น 11:00 เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องบินจากเครื่อง 737 เป็น Airbus300 ดีอ่ะใหญ่ดีไม่ชอบเครื่องเล็ก แต่ก็ดีเลย์อีกเพราะต้องเปลี่ยนเบอร์ที่นั่งเครื่อง airbus ไม่มีที่นั่งตัว C H แต่เครื่องเล็กมันนั่งฝากละสามคน(ABC/HJK) แล้วก็ดีเลย์อีกเพราะผู้โดยสารไม่ยอมไปสองคนต้องรื้อกระเป๋าออกแล้วก็ดีเลย์อีกเพราะการจราจรทางอากาศหนาแน่นกว่าจะถึงเชียงใหม่เที่ยงครึ่ง

แม่ไปรับที่สนามบินแล้วก็ไปกินอาหารเจหน้ามอก่อนกลับบ้าน กลับบ้านเก็บของได้ฤกษ์รื้อคอมแล้วเดี๋ยวมืดค่ำมองมะเห็น(คอมอยู่ในหลืบ)ต้องมุดไปนอนใต้โต๊ะถอดสายนั่นนี่แล้วยกลงมาแกะ อ่ะโหเพิ่งรู้ว่าเคสคอมเราทุเรศจริง(ซื้อมาสามปีได้แล้วม้าง)เหล็กที่ปิดช่องๆหลังเครื่องเป็นเหล็กชิ้นๆต้องดันออกมาแล้วทิ้งไปเลยใส่คืนไม่ได้(ในกรณีที่ถอดการ์ดออก)และเพราะมันเป็นแบบแงะออกเลยก็ทำให้ไม่มีน็อตสำหรับยึด LAN card ที่เพิ่งใส่ไปต้องไปแกะจากฝาเครื่องมายึด

แค่ต่อสาย LAN (แบบ cross)ก็มองเห็นกันแล้วน้องโน้ตกะคอมตั้งโต๊ะแต่ต้องแก้ไขให้อยู่workgroupเดียวกันก่อน(คลิกขวา my computer) จากนั้นโง่อยู่นานว่าจะทำไงให้ออกinternet ได้ มั้ว gateway ,DNS จนเกือบจะแก้ให้เหมือนเดิมไม่ถูก(ก็ไม่เคยใช้ xp เหมือนกัน) ปรากฎว่าทำง่ายๆเลยให้เล่นเนตได้หนะ ทำยังงี้

create new connection เลือก small /home office จากนั้นเลือกให้น้องโน้ตเป็นแบบอาศัยเครื่องอื่นออกเนตมันก็จะทำ network bridge ขึ้นมา จากนั้นไปที่คอมตั้งโต๊ะ ทำ new connection ใหม่เลือก small office แล้วเลือกแบบเป็นเครื่องที่ต่อเนต มันจะถามว่าจะแชร์ internet ด้วยอะไรฉันเลือก ISP ที่น้องใช้อยู่ปัจจุบัน เสร็จแล้วมันจะขึ้นว่า shared ที่ ISP จากนั้นก็ต่อเนต แล้วก็เล่นกันสองเครื่องได้เลย เย้ เก่งจริงๆเรา ว่าแล้วก็ไปเติมชั่วโมงเกมเตรียมเล่นคืนนี้ดีกั่ว เหอเหอ

ป.ล เล่น RO ชิง Jazz เย่ ใช้บัตรเติมงานส่งไปชิงโชค เก็บไว้เพียบเยย อิอิ

++ Tai's Wedding++
วันที่ 28 บินมางานแต่งงานต่ายที่เชียงใหม่เราเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยนักเรียนเลยหละอยู่กลุ่มเดียวกันเลย การ์ดงานแต่งงานใหญ่มากชอบๆ ที่หน้าการ์ดก็เขียนคำสวยๆ(Love binds everything in perfect harmony) แถมชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เท่นะ ไม่ใช่นาย นางสาวแต่เป็นนายแพทย์กะแพทย์หญิงเท่จริงๆ

ต่ายมีพิธีที่โบสถ์ตอนเย็นฉันคิดว่าจะมาทันแต่งตัวแล้วไปงานไม่ทันครับ จะกลับบ้านก่อนก็ไม่ทันแน่ไปที่โบสถ์แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าในรถเลย เยินสุดๆหน้าตามันโทรมแล้วต้องมาสวยด่วนอ่ะยังไงก็ไม่สวย ชุดที่ใส่เป็นชุดราตรีหลังก็เป็นสิวไม่มีเวลาจะโบกปูนแถมนังเพื่อนก็ไม่แต่งตัวตามที่นัด บอกเราว่ากลางวันกลางคืนชุดเดียวกันเราดันไปอลังการสายเดี่ยวชุดยาว แจงกะเบญไปชุดลำลองแถมคิดจะใส่ชุดนั้นไปงานที่โรงแรมอีก โดนสิต้องมีตักเตือนครับท่าน งานแต่งงานให้แต่งตัวสวยๆดิว้า งานเราเราก็อยากให้คนแต่งตัวงามๆไปใช่ม้าแถมแจงใส่กางเกงอีก เบญเลยบอกให้พี่สาวเอาชุดมาให้ที่บ้านแล้วก็เปลี่ยนชุดกัน

ไปเลทด้วยเพราะแจงรอเวลาไปส่งแฟนขึ้นรถไปกรุงเทพก่อนแล้วเราถึงจะไปที่โรงแรมกัน ไปไม่ทันตัดเค้กเลยอ่า T_T แถมไม่ได้ดูสไลด์ด้วย งานนี้ตัดเค้กเร็วไม่มีพ่อแม่ขึ้นไปกล่าวอวยพรมีแต่หัวหน้างานกะอาจารย์ที่คณะ(ก็เค้าเรียนกันนานอ่ะนะเป็นสิบปีก็สนิทกันแน่ๆ) มีช่วงสัมภาษณ์นิดหน่อยให้ครึกครื้น สามทุ่มกว่าๆก็เลิกแล้ว

เสียดายที่ไปไม่ทันงานที่โรงแรมตั้งแต่เริ่ม ไม่น่าเลย มันเป็นงานแต่งงานอ่ะไม่มีโอกาสแก้ไขอดถ่ายรูปงามๆเลย งานที่โบสถ์ก็ไม่ได้ถ่ายรูปตอนจุดเทียน แถมรูปที่ถ่ายก็ดีเลยมันไหวเศร้า งานที่โบสถ์มีโยนดอกไม้ด้วย เบญได้!!! ขานี้อยากแต่งงานมากมานานแล้ว เหอเหอ

ป.ล แก้วก็แต่งงานวันที่ 23 กุมภาเพื่อนสมัยนักเรียนเหมือนกันแต่ไม่ได้ไปร่วมงานเสียดายมากๆหาแลกไฟล์ทมะได้ การ์ดของแก้วเขียนออกมาสไตล์แก้วมาก "รับส่งกันมานานอยู่บ้านเดียวกันซะที"