Sunday, March 28, 2004

ไม่ได้บิน 407 ตั้งนานแหนะถึงมันจะเปลี่ยนจับคู่จาก 407(BKK-HDY-SIN) /408(SIN-HDY-BKK) เป็น 407/406(SIN-HKT-BKK) เราก็ยังมีเวลาอยู่ที่สิงค์โปร์นานเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือแปลว่ามีเวลาออกไปเที่ยวเล่นได้นั่นเอง

วันเสาร์ไปลงที่สิงค์ประมาณบ่ายสามโมงครึ่งแต่ว่าจะถึงโรงแรมก็เกือบห้าโมงเย็น(ขับรถช้าวุ้ย หลับไปตื่นมายังมะถึง)รับกุญแจขึ้นห้องไปแปลงร่างเพื่อจะลงมานั่งรถฟรีจากโรงแรมไป Orchard Rd. ตอนแรกนึกว่าจะได้เป็นไกด์ให้น้องสจ๊วตแล้วแต่ว่าเค้าเปลี่ยนใจไปกะรุ่นพี่และเพื่อนเทรนนีด้วยกันตามกัปตันไป Sentosa ซึ่งก็ควรไปแล้วหละเพราะมีคนพาไปหนะ ช้อปปิ้งหนะจริงๆแล้วไปคนเดียวก็ได้มีแผนที่ก็พอ ฉันไม่ไป Sentosa เพราะเคยไปเที่ยวตั้งแต่สมัยทำงานเก่าส่งมาเทรนที่นี่(กี่ปีแล้วหว่า)และไม่ได้ประทับใจอะไรเลย นอกจากนั้นยังมีเจตนาแรงกล้าต้องไป Kinokuniya เพื่อซื้อการ์ตูน Saiyuki reload (มีฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ)

นั่งรถฟรีไปถึง Paragon ที่orchard เดินข้ามถนนไปตึก Ngee ann เข้าทางห้าง Takashimaya เสียค่าผ่านทางไปร้านหนังสือเกินครึ่ง perdium เพราะดันแว้บไปร้านเครื่องสำอางแล้วพบว่ามันถูกกว่าบ้านเรามาก !! กรรมเวร เลยซื้อซะด้วยเหตุผลว่ายังไงก็ต้องใช้(เข้าข้างตัวเองมาก) ระหว่างทางยังผ่านร้าน MNG ด้วยแต่เช็คราคาแล้วแพงกว่าดูไบ(แต่ก็ถูกกว่าบ้านเรา)ก็ไม่ตัดไปไม่เสียเงินค่าเสื้อ พอไปถึงร้านหนังสือดันมะมีการ์ตูนเล่มต่อ(เคยซื้อเล่มหนึ่งมานานมากแล้วมันยังไม่ออกเล่มต่อไปอีกรึ) พอไปเช็คภาคภาษาญี่ปุ่นมันก็มีสามเล่มเท่าเดิมเลย ลองไปถามคนขายปรากฏว่าออกแล้วค่ะแต่หมด T_T ถามเค้าว่าหาได้ที่ไหนอีกมั้ย พนักงานเค้าเช็คให้ว่ามีที่ Bugis ก็รู้จักอยู่เคยพักแถวนั้น(สมัยไปเทรน)แต่ว่าตรงไหนของ Bugis หละรู้แต่ออกสถานีเลี้ยวขวาขึ้นไปชั้นสาม แต่มันตึกอะไรหละชั้นสามของตึกอะไร ฟังมะออก กางแผนที่ให้เค้าดูเค้าบอกว่า Pargo bugis juction โฮะๆสบาย ให้เค้าจองหนังสือให้ด้วยเพราะเหลืออีกสามเล่มเท่านั้น แหมเกิดไปแล้วไม่ได้อ่ะไม่ได้นะไม่ได้มาหาซื้อกันได้ใหม่ แต่จองแบบเลื่อนลอยมากเลย มีแต่ชื่ออะไรจะยื่นยันมะมีเบอร์โทรก็ไม่มี passport ก็มะได้พกอ่ะ

ขณะนั้นเวลาเกือบสองทุ่มถ้าห้างปิดสามทุ่มแย่หละแต่ bugis ปิดสามทุ่มครึ่ง ฉันก็ออกจากร้านที่ Orchard เดินไปสถานีรถไฟนั่งรถไฟไปหนึ่งเหรียญ(23บาท)แต่เวลาซื้อตั๋วต้องมัดจำอีกหนึ่งเหรียญด้วยถึงปลายทางตอนคืนตั๋วค่อยรับเงินคืน ออกจากสถานีเลี้ยวขวาจริงๆล่วย เจอ foodcourt ก่อนเลย หิวก็หิวกลัวร้านปิดแต่ก็ซื้อลูกชิ้นปลาทอดหนึ่งไม้ 90 cent อร่อยอ่ะที่คิดว่าเบื่อลูกชิ้นปลาสิงค์แล้วหายไปเยยอ่ะ อยากกินอีกอ่ะแต่ก็เดินออกจากร้านมาซะแล้ว ขึ้นไปชั้นสามเจอเลยค่ะ พอบอกว่าจะมารับหนังสือที่จองไว้ บอกชื่อไปเค้าก็เอามาให้ เย้ เสียเงินค่าการ์ตูน 9.80 เหรียญ สบายใจหาข้าวกินว่าจะไม่กิน foodcourt แต่ดันใช้เงินไปซะจะหมดแล้วก็ต้องกินแต่เดินวนๆแล้วไม่มีอะไรน่ากินนอกจากก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแต่ไม่กินอ่ะเบื่อ เห็นร้าน yoshinoya แล้วอ่านในไดอารี่กอล์ฟสปายเกิลว่าเค้ากินข้าวร้านนี้เลยลองมั่ง(เห็นนานแล้วแต่ไม่เคยคิดจะกินมันเป็นเนื้อ) แต่มันไม่มีหมูแบบร้านที่กอล์ฟกินเลย มีแต่เนื้อ ไก่ แซลมอน ก็เลือกแซลมอนดันเป็นแบบสับๆชุบแป้งทอดรู้งี้กินไก่ดีก่า เครปร้านข้างๆก็หอมจริงแต่กินข้าวเสร็จก็อิ่มแล้ว กินไรไม่ลง จะลองกินน้ำเต้าหู้แต่อิ่ม papa’s beard (?) chucream (แอแคล์ยักษ์)ก็หมดอีก เข้าซุปเปอร์หาผลไม้ไว้กินวันอาทิตย์เพราะกินเจ สตรอเบอรี่จากเมกาลูกใหญ่มากหอมด้วย ก็ซื้อแค่นั้นแหละ

ก่อนเรียกแท็กซี่กลับซื้อเค้กแครอทที่ร้าน coffee bean แท็กซี่หามะยากแฮะรอคิวแป๊ปเดียวเอง


วันอาทิตย์ตื่นประมาณเก้าโมงเช้าประเทศไทย นอนไม่ค่อยจะหลับดีเลยฝันไรไม่รู้มั่วๆปรับอุณหภูมิแอร์ไม่ดีหละม้าง ตื่นมาก็เอาอาหารเช้าออกมาตั้งโต๊ะกินไปดูทีวีไป ไม่ค่อยจะมีไรดูเลยไม่เห็นใจคนต่างชาติด้วยมีแต่ภาษาแขก ภาษาจีน หนังก็ไม่ใช่ HBO, CINEMAX นะ MTV ก็มะมี ช่องวิทยุก็ห่วย โชคดีที่มาเจอวันอาทิตย์มั้งมีการ์ตูนตอนเช้าและเป็นภาษาอังกฤษด้วย ดูโคนันแล้วก็ยูกิโอะแล้วก็วันพีซ มีเรื่องโตเกียวเมี้ยวเมี้ยวด้วยแต่ไม่ได้ดู กินแล้วก็อาบน้ำออกไปเที่ยวดีกว่าเวลากำลังจะเที่ยงแต่เค้า wakeup 14:30 มีเวลา

เลยเดินไป Greatworld ห้างที่ใกล้โรงแรมที่สุดเค้ามีบริการรถไปในเมือง แต่มาข้าไปสิบนาทีรถไป City hall ออกไปแล้วมีอีกที 1.10 แหนะอีกรอบก็ 1.50 ต้องจำไว้เพราะเป็นเวลาที่เราต้องไปดักรถเพื่อนั่งกลับมา greatworldแล้วเดินกลับโรงแรม แต่จะรอให้มัน 1.10 ก็กระไรมีรถไปchinatown ออก 12:10 ก็เลยไปซะหน่อยไปถึงมะมีไรที่โดนเลย ก็เลยนั่งรถไฟไป city hall จะขึ้นไปโรบินสันซื้อเครื่องสำอางที่ผึ้งฝากซื้อ แต่เห็นป้าย esplanade กะ suntec อยากไปมานานแล้วไปไม่ถึงซะทีเลยเดินไปมันเดินไปทางใต้ดินตามทางก็มีร้านค้า (เรียกว่า citylink shopping มั้ง)


เดินไกลมากพอจะถึงจุดหมายต้องแยกกันเพราะ suntec ตรงไป(มีน้ำพุแห่งความร่ำรวยอยากไปเดินวนๆจะได้รวยๆ) esplanade ต้องเลี้ยวขวาไปอันนี้ก่อนดีกว่าเพราะไม่ช้อปปิ้งอยากถ่ายรูปหลังคา hall มัน จากแยกนั้นเดินอีกหนึ่งหอบกว่าจะถึงและรู้สึกแบบไม่มีอากาศด้วยหละ เดินเงียบๆไปตามทางถ้ามีโจรเนี่ยร้องไงก็มะมีใครได้ยินเพราะไม่ได้พลุกพล่านแบบ citylink ไปถึงแล้วต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกเจอลานโล่งเป็น meeting point มีศิลปะโชว์




จากนั้นเดินไปทางแม่น้ำ(หรือทะเลหว่า)จะออกไปดูริมน้ำ อากาศร้อนโคตรแดดแรงไม่แปลกถ้าสาวๆสิงค์จะแต่งตัวโป๊ร้อนสุดๆ แดดทำให้ทุกอย่างขาวไปหมดจ้ามากแต่ก็อดทนมาแล้ว(และคงไม่มาอีก) ได้รูปหลังคาจนได้ ถ่ายรูปเมอไลออนด้วย พยายามจะถ่ายรูปตัวเองกะหลังคาแต่ก็ห่วยๆ(หน้าตาห่วย) เดินมาด้านได้ได้หลังคาดูดีแต่มีคนติดในรูป ตอนถ่ายไม่ได้คิดไรถ่ายๆก่อนร้อนโว้ยแต่พอมาดูเสียดาย ถ้าได้มาอีกแล้วไม่มีอะไรทำค่อยมาใหม่และมันควรจะมาตอนเย็นคิดว่าจะดีกว่า






เวลาบ่ายโมงแล้วต้องรีบเดินกลับไปจุดที่ออกจากสถานีรถไฟก็ใช้เวลาไม่นานแฮะจุดที่ออกจากสถานี city hall มันขึ้นไป raffle city ได้ก็เจอโรบินสันมีเคาท์เตอร์ bobbibrown (ยี่ห้อนี้ไม่ได้มีทุกห้างแฮะ takashimaya ไม่มี) แต่ของที่เพื่อนอยากได้หมดไปแล้ว กรรมเวรอุตส่าห์ออกมาดังนั้นดีแล้วที่เดินไปเที่ยวซะก่อนไม่เสียเวลาเปล่า ยังมีเวลาหาของกินดีกว่าเจอ subway ก็กินเลยมันมีมังสาวิรัติพอดีแต่ก็นั่นแหละไม่อร่อย ถ้ากินพวกเนื้อสัตว์คงจะอร่อยกว่าเพราะหน้าตาดีมากๆ


กินแล้วเดินไปรอรถบัสที่หน้าสถานี city hall หน้าสถานีมีรถฟรีไปหลายที่เหมือนกันมี suntec ด้วยดีไม่ต้องเดินคราวหน้าก่อนเถอะ บ่ายสองห้านาทีรถเรามาก็นั่งกลับไป greatworld แล้วก็เดินกลับโรงแรมก่อนเวลา wakeup 5นาทีเองมั้ง นั่งพักให้หน้าเย็น(ล้างหน้าตอนหน้าร้อนๆไม่ดีใช่มั้ย)แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวเก็บของ ทำงานกลับมาเนี่ย ไฟล์ทหน้าวันอังคารไปขอนแก่นแม่เจ้าต้องตื่นตีสามครึ่ง

ป.ล HDY คือหาดใหญ่ / HKY คือภูเก็ต
ป.ล2 ทดลองแปะรูป หุหุ มีอีกเยอะแต่เอาไว้หาเวบเฉพาะรูป(จนวันนี้ก็ไม่ได้หาจริงจัง)

No comments: