Friday, December 14, 2007

Final Countdown

คอนเสิร์ตแฟนฉันจะมีพรุ่งนี้แล้น!!! แต่ฉันไม่สบาย = ="" จะมีแรงไปกรี๊ดมั้ย???

เพราะว่านอนดึกมาตลอดแล้วมาทำตัวเองวันสุดท้ายเนี่ยแหละเลยป่วยเลย เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากลอนดอนตอนเช้าแล้วก็ไม่ได้นอนเพราะออกไปหาหมอที่โรง'บาลเหตุเพราะเจ้าปุ๊กหน้าเป็นผื่นขึ้นฉันเลยไปหาด้วยเพราะผิวแห้งมากคันมากมายโดยเฉพาะเวลาอยู่ในเครื่องบินถึงกับเข้าห้องน้ำไปถอดถุงน่องถอดเสื้อเอาน้ำมันลง จุดไฟ เปล่า!!! เอาน้ำมันทาคันละเกิน

เจ้าปุ๊กแพ้ยาส่วนฉันผิวอักเสบได้ยาสั่งผสม(เก๋เน้อ..สั่งผสม..ก็แหงอ่ะไม่ได้มีคนป่วยแบบเดียวกันเยอะๆจะได้ผสมไว้ก่อน)มาทากันไปคนละกระปุกแต่กระปุกของฉันใหญ่เพราะให้ทาแขนแต่อาจจะทาขาไปด้วย อิอิ

จากนั้นปุ๊กไปทำงานฉันไปเอาเสื้อเชียร์ที่สั่งไว้แล้วก็ไปเรียนเปียโนต่อบ่ายสามถึงหกโมงเย็น เหมือนเรียนนานแต่ครูก็ไม่ได้มาเช็คตลอดเพราะเรียนซ้อนกะนักเรียนอื่นหนะ ประมาณว่าสอนไปก็เท่านั้น = ="" ครูอุตส่าห์ทำเพลง Phantom of the opera ให้แต่มึนเลิกเรียนกลับบ้านด่วนๆซ้อมมะไหวแล้น เออๆ มีเปียโนมีขายผ่อน 0% สิบสองเดือนด้วยหละหรือถ้าซื้อสดแถม Ipod classic 80G เลยอยากได้

นับจากวันที่สิบสองตั้งแต่บ่ายสองครึ่งจนถึงตีสองฉันนอนไปสองชั่วโมงห้าสิบนาทีในเครื่องก็สรุปเป็นหวัดจนได้

คืนนี้มีปาร์ตี้แฟนคลับ น้กร้องไม่ได้มาแฟนคลับมาปาร์ตี้กันเอง อุปกรณ์แต่งห้องอยู่ที่ฉันส่วนใหญ่แต่ฉันยังไม่ได้ไป ป่วยนี่นาไม่อยากทำไร และแน่นอนก็ต้องนอนดึก

วันพรุ่งนี้คอนเสิร์ตแล้น จะออกไปแจกของเล่นในคอนตอนบ่ายแก่ๆก็ร้อนและดูคอนจบก็นอนดึก เว้ย..แค่คิดก็จะหายป่วยได้ไง แต่ปัญหาคือคอบวมๆจะกรี๊ดได้ไงมากกว่า แง่งๆๆๆๆ

เอาอุปกรณ์เชียร์มาอวด ปุ๊กออกแบบเสื้อฮ่ะแถมต้นคิดทำป้ายเชียร์ด้วย อิทธิพลของฟามรักอีกแล้วปุ๊กผู้ไม่เคยมั่นใจอะไรในความคิดตัวเองมีความมุ่งมั่นมากมายก็คราวนี้



และเอาของเล่นมาอวดนอกจากถุงบริจาคกรีนพีซแล้วยังไม่เข็ดทำกิจกรรมเซอร์ไพรส์แฟนฉันด้วยการแจกที่เป่าฟองสบู่ บ้ากันให้สุดๆไปเล้ย มันๆ คอนจบกินเกลือ

Sunday, December 02, 2007

3 kyu

วันนี้ไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นที่ม.ธรรมศาสตร์รังสิต ขนาดว่าบ้านก็มาทางโซนนี้แล้วขึ้นทางด่วนไปรู้สึกว่าหนทางยาวไกล มันจะไปโผล่นครสวรรค์หรือเปล่าวะ

แท็กซี่ที่พาไปก็ไม่ได้รู้ทาง ฉันก็บอกว่าไม่รู้ทางเหมือนกันจะมาหวังฉันบอกไรหละ ถ้าไปไม่เป็นจะได้เปลี่ยนคัน ก็พาขึ้นทางด่วนไปถูก..ลงถูก..ลงทางเชียงราก โอววววฟังดูไกล๊ ไกลนะ แต่คนขับไม่เข้าเลนในก็เลยมหาลัยไป บอกว่าไปกลับรถมั้ย จะไปกลับตรงไหนวะ ดูไม่มีแววเลย เดินไปเองดีกว่า

เดินไปเลยฮ่ะ จากปากประตู ดีแล้วที่เดินเพราะรถติด แต่เดินไกลความรู้หลุดไปตามทางหมดเหอะ

ทำข้อสอบก็ทันอ่ะ ทำทัน ที่ผ่านๆมาเคยแบบว่าใกล้หมดเวลาปั่นและมั่วคราวนี้ทำทัน มีสามส่วนคำศัพท์คันจิ100 คะแนน ฟัง 100 คะแนน และแกรมม่า 200 คะแนน ฉันทำฟังไม่ได้เลย 22 ข้อมั่นใจสองข้อ มันพูดหลอกตลอดเวลาจะใช้เทคนิคตัดทิ้งมันก็มีคำของทุก choice ในบทสนทนา

ถ้าจำไม่ผิด 60%ผ่านนะโดยไม่สนใจว่าจะได้คะแนนจากส่วนไหนแล้วที่เหลือสามร้อยคะแนนจะได้เกิน 240 มั้ยหละ Y_Y

ป.ล สิ้นปีหน้าไปสอบกะบีมอีกรอบ หุหุ

Friday, November 23, 2007

Bonjour

ไปเกาหลีมา อ่ะกร๊าก อ่ะคริคริ อ่ะกึ๋ยๆๆ ฮ่าๆๆๆ โฮะๆๆๆ มีฟามสุข ซื้อสมุดภาพล่าสุดของดงบังชินกิ Bonjour Paris มาได้ แหม บอก limited 5000 ชุดถามคนแถวนี้บอกว่าหายาก มีคนรับสั่งแพงแต่กว่าราคาปกติประมาณ 500-1000บาท (ขึ้นกับวิธีสั่งวิธีส่งของ)มันเพิ่งออก 20 พ.ย ลุ้นๆมันต้องทันบางดิคนเรา เรื่องอื่นไม่มีดวงแต่เรื่องเสียเงินโดนตลอดนิ

สี่ร้านในเมียงดง มีขายสองร้านแต่ร้านแรกไม่ซื้อเพราะไม่เคยซื้อร้านนั้นซะทีขายแพงตลอด ร้านที่มักแถมโปสเตอร์ดันหมด ร้าน Skc ที่ไม่เคยแถมอะไรเลยแม้จะเคยซื้อไปสองแสนวอนก็ไม่มี ร้านสุดท้ายใต้ดินที่สถานีเมียงดง มีบาน ฮ่าๆๆๆ บันเทิงใจ

กล่องใหญ่มากหนักมาก(สมควรแพงอ่ะส่งมาไทยอ่ะ)ของที่เพื่อนฝากซื้ออีกตรึม มิอยากจะเชื่อว่ายัด(ต้องใช้คำนี้เลย)มาหมดได้ไง จัดกระเป๋าเข้าขั้นเทพแล้วชั้น

ระเบิดกระเป๋าออกมาเพื่อจะจัดใหม่ไปญี่ปุ่นพรุ่งนี้ ไปหาบีม งุงิ

Tuesday, November 20, 2007

70

มิใช่อายุของข้าพเจ้าแต่ในบันดาลนักเรียนเปียโนของคุณครูฉัน ฉันเป็นคนเดียวที่ครูบอกว่าจำเพลงที่เล่นก่อนหน้าไม่ได้ เง้อ~ เจ็ดสิบคนเลยนะเว้ยมิใช่น้อยๆ

ครูเค้าก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาว่าแต่เค้าขอให้เล่นเพลงที่เล่นได้ไปครั้งก่อนแต่ฉันบอกว่าเล่นมะเป็นแล้วอ่ะ(เป็นอย่างนี้ประจำที่ครูขอให้เล่นเพลงเก่าๆ)ครูก็เลยถามว่าจำมะได้เลยหรอ เอ่อ....ก็ต้องอ่านโน้ตใหม่งมใหม่อ่า T_T

ฉันผิดปกติอะไรหรือเปล่าครูเค้าสอนเด็กพิเศษด้วยนะ ไม่อยากจะถามเลยว่าเด็กพิเศษก็จำได้ใช่ม้า แต่ฉันจำมะได้คนเดียวเลยจริงๆดิ มีคนที่ที่บ้านก็ไม่มีเปียโนเหมือนกันอ่ะ แต่ฉันก็ยังเป็นคนสุดท้ายจริงๆหรอเนี่ย T_T

อ่อนใจจริงๆ สงสารคุณครูด้วยอ่ะลูกศิษย์เห่ยวันนี้ก็ไปเรียนเลทครึ่งชั่วโมง...เจอหน้าครูรีบกรี๊ดเลย"ครูขาอย่าเกลียดหนู~~~" ปุ๊กบอกว่าช้าไปแล้วหละ

ป.ล ชั้นมันต้องเป็นกรณีศึกษาแน่นอน ครูท่าทางสงสัยมากอ่ะ ถามว่าปกติเล่นเปียโนยังไง ดูโน้ตอย่างเดียว ดูคีย์อย่างเดียว ดูสลับกัน (ฉันดูโน้ตอย่างเดียว ดูคีย์แล้วกดผิด....เฮ้ย ตรูผิดปกติแน่แท้)ถามไปถึงความจำสั้นหรือเปล่า ปกติอ่านหนังสือสอบจำได้หรือเปล่า ก็จำได้นะครูยกเว้นจำโน้ตเนี่ยแหละ แต่ตอนเด็กจำได้นะ จำได้ทั้งเพลงเลยแต่ตอนนี้จำมะได้ ต้องดูโน้ตเท่านั้น แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Friday, November 09, 2007

Fever

I get a fever, not TVXQ fever but real one at NYC!!! my gosh i think i gonna die cos last 24 hours i almost sleep. Luckily, my friend ask me to bring some stuffs for her sister here so when her sister come to the hotel she bring boiled rice with fish and medicine for me.

Now I feel better and will go out for food i'm so hungry and might go to Toy R us cos Chet wanna get PS3

P.S TVXQ is in Thailand for Yamaha AD shooting T_T why we are so far away like this

Thursday, November 01, 2007

Athens II

มาอีกแล้วค่ะ มาครั้งนี้ประมาณว่าอยู่สามวันเลย(ตามตารางงานเค้าเรียกกันว่าสองขีดแต่มันมาถึงเช้าก็อยู่ไปสามวัน)ชอบส่งชั้นไปคนละทิศละทางกะแฟนฉันจริงๆเล้ย ฉันอยากไปเกาหลีฉันดันไปทำงานที่รัสเซีย ฉันอยากไปหาเทพเจ้าตะวันออก(คำแปลชื่อดงบังชินกิ)ส่งมาหาเทพเจ้าโรมัน T_T

มาครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำไรนอกจากกิน กิน กิน ไม่ได้ไปเที่ยวเกาะอะไรทั้งนั้นไม่มีอารมณ์จะเที่ยว อ่ะแต่พาเพื่อนไปขึ้นเขาไปเดินขอบๆ Acropolis ไม่ได้เสียเงินเข้าไปดูพาเธน่อนไว้ให้เค้ามากะเพื่อนเค้าอีกทีละกัน

พูดเรื่องกินดีกว่ามีความสุข มาถึงวันแรกนอนสลบไสลนัดกันหกโมงเย็น(ห้าทุ่มประเทศไทย)ออกไปกินอาหารร้านแถวโรงแรม กินแกะย่าง สลัดกรีก สลัดผักร็อกเกต ปลาเล็กปลาน้อยทอด = ="" คนพาไปเค้าสั่ง small fish ไอ่เราก็นึกว่าจะเป็นปลาเอามาย่าง มาอบ มาเป็นปลาสิวปลาสร้อยทอดกรอบกันเลย แล้วก็ได้กินจนได้ปลาหมึกวงชุบแป้งทอดเรียกไฮโซ ไฮโซว่า calamari เป็นจานฮิตที่เสริฟในประเทศแถบเมดิเตอเรเนี่ยน

เช้าวันที่สองก็ออกไปกินกันอีกค่ะไปกินในเมืองร้านสุดซอยที่เคยกินคราวที่แล้ว กินเคบับไก่ เคบับหมู แกะย่าง สลัดกรีก สลัดมะเขือยาวที่ออกมาเหมือนทูน่าสเปรด สั่งปลาหมึกวงอีกแต่ไม่มี !! ร้านนี้ไม่มีตลอดอ่ะมัน มะไหร่จะได้กินก็เค้าบอกว่าอร่อยนักหนา ร้านมะวานทอดอมน้ำมันไปนะ ปลาหมึกดึ๋งๆด้วย เค้าเรียกสดใช่มั้ย แต่ชอบแห้งๆหน่อยมากกว่านะ

หลังกินอาหารพี่ผู้หญิงไปชอปปิ้ง ฉัน เพื่อนผู้ชายและพี่ผู้ชายไปขึ้นเขา โอวว เดินวันนี้มันต่างกับที่เราตะลุยไปคนเดียวมาก(เอ๊ะ ยังไม่ได้เล่าเลยนี่หว่า)อากาศเย็นเดินสบายๆขึ้นไปแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว ไม่เหมือนคราวก่อนฉันมั่วไปเดินไม่ถึงซะทีอากาศก็ร้อนบ่าที่ไหม้อยู่ยังไม่หายเลย ครั้งนี้ไปนั่งกินลมที่ก้อนหิน ลมพัดเย็นดี ไปสามคนก็สนุกดี มีคนถ่ายรูปให้แต่ถ่ายออกมาไม่ค่อยสวยเพราะไม่มีแดด

เช้าวันนี้ก็ออกไปอีกแต่เหลือกันแค่สองคนกะพี่ผู้หญิงกะว่าไปสองชั่วโมงกลับไปซื้อเคบับ ปรากฎว่าพอพี่เค้าบอกว่าแยกกันจะได้ซื้อของแล้วกลับตามที่นัดฉันดันเลือกของช้า เสื้อมันไม่มีไซส์ก็จะหาให้ได้ หาสามร้านไม่มีก็จะลองอยู่นั่น เป็นอะไรหรือเปล่าวะ ใจก็บอกตัวเองว่าเด๋วไปเมกาค่อยซื้อราคาเป็นมิตรกว่ายูโรแต่ก็ไม่เลิกซะที สุดท้ายไม่ทันรถโรงแรมรอบ 11:30(เวลากรีซ)อ่ะค่อยกลับบ่ายโมงครึ่งก็ดะ หาไรกินเลยละกัน (มันเว้นไม่รับตอนเที่ยงครึ่ง) อีจากนี้นี่แหละทำเอาประสาทจะแหล่ก

เจอพี่ผู้หญิงอีกคนมารถรอบที่เราตั้งใจจะกลับ เค้าว่าเค้ามาเดินเล่นๆ มาหาสปาเกตตี้กิน เราก็หรอคะ ที่ไหนหรอคะ หมายจะไปด้วย แต่เค้าว่ายังไม่หิวเดินเล่นก่อน อ่ะเราก็เดินเล่น พาไปดูไอ่เสื้อผิดไซส์ร้านที่สาม มันก็ผิดไซส์ในสายตาเค้าด้วยเราก็เดินต่อไปสุดซอยมะมีไรแล้วนอกจากร้านของกิน

อ่ะเค้าก็ว่ากินเลยมะนั่งเป็นเพื่อนได้ ก็ดีอ่ะดิ ก็หาร้านจะกิน ร้านแรกกินมะวานเราบอกว่าไม่เอาแหละ ร้านที่สองดูเมนู โอวว มีคาโบนาร่า แต่ไม่มีสปาเกตตี้ซีฟู้ดที่เค้าอยากกินมีแต่สปากุ้ง อ่ะก็ไม่เป็นไรเดินต่อไป ซอยปากทางเดินขึ้นเขาอ่ะมีร้านเยอะ ก็ไปดูกัน

ร้านแรกในซอยมีปลาหมึกวงถูกกว่าร้านที่สองที่เราดูแต่ไม่มีสปาซีฟู้ด อ่ะเดินต่อไป ดูทุกร้านก็ไม่มีสปาซีฟู้ด ดูไม่ต่ำกว่าแปดร้านอ่ะคุณ สุดท้ายก็กลับไปร้านที่สองที่ดูเมนู อ่ะพอจะกินละเว้ย พี่เค้าก็เอ๊ะไปดูร้านนั้นก่อนมั้ย เอาเว้ยไปก็ไป พอไปมันก็ไม่มีสปาซีฟู้ดหรอก ร้านไหนๆมันก็มีแต่สปามะเขือเทศ กะสปาซอสเนื้อ มีไอ่ร้านสองเนี่ยแหละหลายซอสสุดละ

สาหรุปกลับมาร้านสอง พนักงานพาเข้าร้านแล้ว อีพี่บอกเหม็นบุหรี่ แมร่งงงงงงงงงงงงงง ไรวะเนี่ย เป็นไรมากมั้ย หิวนะโว้ยยยย จะหมดความอดทนแล้ววว พนักงานบอกว่าที่นี่ร้านไหนๆก็สูบบุหรี่นะ พนักงานก็งอนไปละ อีพี่ก็เดินนำออกมาแล้วบอกว่าถ้านั่ง outdoor ลมพัดโบกก็ทนได้อ่ะ คือร้านนั้นก็โต๊ะนอกร้านนะแต่ก็สูบบุหรี่เป็นโรงงานอ่ะ

พอมาร้านตรงข้ามกะไอ่ร้านที่เรากินมะวาน ถามว่าอยากกินไรหรอ ปวดกบาล ฉันเลยถามว่าพี่จะกินมั้ยไม่หิวใช่มั้ยฉันกินคนเดียวได้นะ พี่เค้าก็ถามอีกอยากกินไรหรอ ชี้แม่งเลย ไอ่ร้านเหม็นบุหรี่นั่นแหละอยากกินคาโบนาร่า เค้าก็อุบอิบๆๆบลาๆ ฉันเลยบอกว่ากินคนเดียวได้พี่ ไปแหละ

เข้าร้านไปหามุมสั่งคาโบนาร่า ปลาหมึกทอด อ่านหนังสือรอ ซักพักตามมาหลอน ถามว่าสั่งไปหรือยัง เง้ยย ยังไม่ไปผุดไปเกิดอี๊กส์ ฉันตอบว่าสั่งไปแล้ว เค้าก็ยังจะมา ทนได้หรอเหม็นมากอ่ะ ฉันตอบ ทนได้พี่ dead air จบข่าว เค้าก็ออกไป

วู้ว~ ถ้าไม่แนวเดียวกันเนี่ยไปไหนคนเดียวสบายสุดละ เล่าให้ปุ๊กฟังมันบอกว่าฉันใจดีเรื่อยเปื่อย(ก่อนหน้านี้มีคดีฉันใจดีเรื่อยเปื่อยเยอะอ่ะ)ทีหลังสี่ร้านอ่ะก็มากพอแล้ว คือไงอ่ะเห็นเค้าจะมาเป็นเพื่อนเราก็คิดว่า win win จะดีกว่าใช่ม้าแต่จะว่าไปเค้าไม่หิวเค้าจะนั่งเป็นเพื่อน แล้วทำไมตูต้องไปดูมาจะสิบร้านเนี่ย เราจะกินร้านไรก็นั่งเป็นเพื่อนไปดิ(วะ)

กินปลาหมึก(แล้ว)อ้วนสบายใจก็ไปหาเสื้อกันหนาวอีกจะเอาเสื้อแหนมๆมีเฟอร์ที่ฮูด ZARA , Pull & Bear ร้านไหนๆก็ไม่มีไซส์ L ก็ไม่เข้าใจเสื้อนิตติ้งใส่ M แต่เสื้อกันหนาวพอ M อึดอัด สุดท้ายไม่ได้เสื้อแหนมแต่อยากเสียเงินก็เลยซื้อเสื้อไหมพรมมาแทนสีแดงแรงฤทธิ์กะลายขวางขาวดำเหมือนน้องมินในดงบังชินกิ งิงิ

หนังสือหนังหาไม่ได้อ่าน ถ้ามีเนตทีไรเน่าตลอด

Friday, October 26, 2007

ฮาร์ดดิส

มีเงินเก็บแล้วฮึกเหิมใช้เงินเยอะวุ้ย ไม่นับตุ้มหูกะแหวนที่ซื้อหลังบริษัทเมื่อวาน(แก่แล้ว accessory จัด)วันนี้ไปถอยฮาร์ดดิสคร้าบ อยากได้คอมใหม่แต่ก็ต้องเก็บเงินก่อนนะ ซื้อฮาร์ดดิสมาเก็บรูปที่รักก่อนละกัน

เก๋ไก๋ไฮโซววมาก portable harddisk 160GB 4200 บาท ไม่ได้เช็คราคาร้านไหนเล้ย ตาเซดแนะนำร้านนี้ตูก็ดูมันร้านเดียวคิดคำนวนเงินระหว่างขนาด 120 160 250 คิดว่า 160 คุ้มตังค์สุดแหละ อ่ะโห งามมากตัวบางสีดำ

กลับบ้าน ว้ากกกกกกกกกกกก!!! ต่อไม่ได้ ไฟไม่พอ เฮ้ยยยยยยย ไรว้า อะไรกันนี่ ตาเซดบอกคอมเก่า เว้ยย มีงี้อีก มีหวังได้เป็นหนี้คราวนี้หละ หมั่นไส้คอมมานานแล้นแต่เงินไม่พอซื้อแรมมาเพิ่มก็แล้ว ซื้อฮาร์ดดิสมาก็แห้ว เบื่อก็คือเบื่อนะเนี่ย ธ่อแมงแจฟามรักของเรามันอุปสรรคเย้อ ถ้าเอาเงินไปซื้อคอมการไปญี่ปุ่นก็ไร้วี่แววอีกแล้วดิ เป็นเจ้าแม่เงินผ่อนดีฝ่า เอ่อ แต่ผ่อนเดือนละห้าพันกว่าอ้วกแตกพอดี ไม่รู้แหละคอมมาร์ทเจอกัน ไฟต์ติ้ง!!! (เป็นเอามาก)

Thursday, October 25, 2007

เก็บเงิน

จุดพลุฉลอง !!! ทำงานมาห้าปีวันนี้แหละที่เพิ่งจะเคยเอาเงินไปฝากสหกรณ์ บราโว!!! ที่ผ่านมาถอนตลอดเข้าตัวตลอดเงินเก็บไม่งอก ตอ่ไปนี้เราจะตั้งใจเพราะเราต้องเอาเงินไปดูคอนเสิร์ต ฮ่าๆๆๆ

ป.ล1 ทำงานข้ามคืนกลับมาไม่ได้นอนเลย ตื่นเต้นเอาเงินไปฝากดีก่า งิงิ
ป.ล2ไปรัสเซียมา วู้ว...ให้ตายผู้โดยสารกินเหล้ากระจายไม่เมาอีกต่างหาก

Wednesday, October 17, 2007

Made in Kiwi

It's raining outside so I spend my time at net cafe. 1 $ for 20 mins >_<

Flying to Auckland takes 10.30 hrs.When arrive here, you lost your time 6 hours! This season till end of Octorber,local time here is 6 hours ahead of Thailand time.I wonder any other places that local time faster than Thailand's over 6 hrs.

I woke up at 7 PM here because my food order deliveried. It's so conveient because at hotel 1st floor there is a duty free shop that Thai owner do food delivery to crew.I had grilled lamb and New zealand mussels with spicy dipping sauce for my dinner (but it's lunch at Thailand !!)

I don't know since when I want to drink coffee after meal so I went out, guessed my way to find coffee shop and as usual no iced coffee available in ordinary coffee shop so I feel happy when saw starbucks but I still looked for something new and found Esquire coffee shop that has iced latte it's 5.9 $ T_T compare to very normal bad tasted cookie is 2 $ so it' not expensive, huh?

Tomorrow senior make appointment at 9 AM Thailand time, she will take me out to shopping. Normally I wake up at 10:30-11 AM TH time if I wake up as usually all shops here closed = ="""

Wonder that when I go home, will I get those 6 hours back?

Forever Love
My beloved TVXQ's lastest Single, please open your mind and listen how beutiful it is, especially my JJ voice and you might not wonder why ppl gathered thousands on 14th October.



[JS]massugu futari o terashita yuyake kirameiteru
imamade kanjita kotonaikurai mune no gukakuga atui

[YH]hitori demo heikisa nan te iikikasenagara jibun ni uso o tsuite
[YC]sugoshite kita keredo korekara wa kimidake o hanasanai

[JJ]nandomo nandomo okuruyo kimiga sagasite irumono
mayoi mo subete o tokashite ikite iko Forever Love

[YH]sakamichi nagai kage yosete nigitta teno kanshoku
[YC]yasashiku yawarakaku setsunasa o keshite iku mitai datta
[JJ]don na mirai egaiteiruno osanai koro no kimi no sugata o sora ni
[JS]ukabete mitsuketa ichiban boshi ima kimi ni ageyo

[CM]nandomo nandomo utau yo taisetsuna kimino tameni
konoyode hitotsuno tashikana takaramono Believe in Love
You're the only one,forever

romanized credit:: Akiko@tvxq-inter

P.S lyric not complete I will update when it's released or listen over and over till I get the lyric :P translation, as usually, comes later or I forget eieeiieie

Sunday, October 14, 2007

TVXQ in BKK

ป่านนี้แมงแจก็กำลังบินมาไทยแล้ว โว้ว โว แต่ฉันยังไม่ได้นอนตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเมื่อวาน = =""

ไอ่ที่ซวยๆเซ็งๆยังซวยได้อีกคร่า มะคืนไฟล์ทดีเลย์ออกก็เลยดีเลย์เข้าแล้วก็ผู้โดยสารเต็มไม่มีที่ให้จัดพัก ก็ตาเหลือกตาแข็งกันมาถึงเช้าเนี่ยแหละ

กลับมาถึงบ้านปุ๊กกี้กรี๊ดกร๊าดอวดเวบเกี่ยวกับนุ้งเซีย(น้องเซียแห่งดงบังชินกิ)ที่ปุ๊กชอบ ตรึมเลยเหอะ ตะก่อนเรียกให้ดูคลิปไม่ค่อยสนใจ บัดนี้มัน advance พี่มันไปแล้ว หาเวบเวิบสัมภาษณ์อะไรรู้เรื่องไปหมด ดงบังชินกิเข้าฝันอีกต่างหากคนอื่นเค้าชอบกันเป็นปีกว่าจะมาเข้าฝัน แม้แต่ชื่อ MSN มันก็ยังเป็นภาษาเกาหลีไปแล้ว แถมยังร้องเพลงได้อีกต่างหาก(แต่ยังจำเนื้อไม่ได้ต้องดูไปร้องไป)นี่มันเล่นแบบคลั่งเดือนเดียวล้ำหน้าคนกรี๊ดมาเป็นปีกันเลย

ฉันยังไม่ได้นอนแต่ว่ามีนัดตอนห้าโมงเย็นโดยประมาณเพราะสุดหล่อทั้งห้าจะมาแถลงข่าวคอนเสิร์ตที่ลานพารากอน ไม่อยากจะคิดว่ามันจะครึกครื้นและแดงขนาดไหน คือสีประจำของวงคือสีแดงอ่ะนะแฟนคลับเค้าเลยนัดกันแดง ได้รับโทรศัพท์ยืนยันความคึกคักจากน้องแฟนคลับตะกี้นี่เอง(เอ่อ ข้าพเจ้าบอกว่าสี่โมงเย็นไม่เห็นหัวข้าพเจ้าแถวนั้นให้โทรแหลกมิใช่รึ)ว่ามีประชาชนไปตั้งกะตีสี่ !! ไปทำอารายยย

คือจริงๆคงไปลุ้นจองบัตรหนะเค้าเปิดจองบัตรล่วงหน้าวันนี้ด้วย อิฉันก็ต้องไปจองตั๋วคอนเสิร์ตวันที่สองด้วยเช่นกัน ตอนแรกจะดู 2500 ค่ะประหยัดต้องเอาเงินไปซื้อผลิตภัณฑ์ของแมงแจที่ออกมาไม่เกรงใจแฟน มันกะจะให้ผอมด้วยการไม่มีกินรึไง แต่เจ้าปุ๊กมาแรงแซงโค้งอีกแล้วบอกว่าดู 4500 เหอะๆๆๆ เพราะมันไม่สามารถจะไปดูต่างประเทศได้นี่นา ฉันจำได้นะว่าตอนที่มันยังไม่กรี๊ดแล้วฉันชวนไปดูคอนเสิร์ตมันบอกว่า เออ ไปดูแต่มันจะไปนั่งที่แปดร้อย บัดนี้มันเปลี่ยนไปอย่างแฮง

แรงไม่แรงหล่อนก็ทาเล็บแดง ตุ้มหูแดง เสื้อแดง(เอ่อ จริงๆเสื้อยูนิฟอร์มร้านมันสีแดงหนะ)ออกไปทำงานแล้วฮ่ะ ตอนบ่ายก็ไปกรี๊ดดงบังชิกิต่อเลยไม่ต้องเปลี่ยนชุด ใส่ร้ายน้อง..จริงๆเขาจะเปลี่ยนเสื้อค่ะเปลี่ยนเป็นเสื้อขาว เอาชุดทำงานไปกรี๊ดเด๋วเค้ารู้ว่าหนีงาน กร๊าก อ่ะฮั่นก็ไม่ใส่เสื้อแดงหรอกฮ่ะเพราะไม่มีใส่เขียวไปดีกว่าตัดกันกระฉูดไปเลย

เพ้อเจ้อมาก...นอนดีฝ่า ไม่ตื่นหละจะฮาไม่ออก

Friday, October 12, 2007

ช้อปปิ้งบำบัด

เวลาซึมเซ็งเศร้าเหงาหงอยฉันว่าการช้อปปิ้งมันบำบัดได้ชะงักจริงๆหวะ

ฉันว่าการช้อปปิ้งมันช่วยเปลี่ยนเรื่องเศร้าเรื่องนึงไปอีกเรื่องนึงมั๊งเช่น ตูซื้อของพวกนี้มาทำไมหว่า แต่ฉันยังไม่ถึงขั้น"ของพวกนี้"นะ แค่ "อันนี้" หนะ

ที่จ๋อยจืดหดหู่เพราะว่าแลกไฟล์ทไปหาแมงแจไม่ได้ ยอดขายถุงเพื่อช่วยโลกร้อนในวันแรกไม่รุ่ง พอได้ซื้อของเท่านั้นแหละหาย มันเป็นเหมือนเครียดอยากใช้เงินโว้ย ... ซื้อ DVD ดงบังชินกิ history in Japan I ที่ผลิตในไทยราคา 340 ลดจากปก 399 ประหยัดกว่าซื้อของต่างชาติมากนักก็ยังไม่ค่อยนะ นึกถึงปัญหาพา'รมณ์เสียที่คุยโทรศัพท์กับปุ๊กแล้วไม่ได้ยินจะทะเลาะกันทุกทีเพราะใช้พานาโซนิคเหมือนกัน โทรศัพท์ดำน้ำมาแล้วเหมือนกัน เลยซื้อโทรศัพท์มือถือซะเลย เสียเงินสะใจดี

ตอนนี้สถานะไม่จืดจ๋อยเซื่องซึมแต่อย่าพูดถึงเรื่องทั้งสองเพราะของจะขึ้น เงินเนี่ยถึงจะไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงๆแต่มันแก้ปัญหาได้หลายอย่างมาก...และเพราะแมงแจเนี่ยแหละทำให้รู้ว่าไม่มีเงินมันลำบากขนาดนี้...มีเงินบินไปรับแล้วเหอะ ให้ตาย !

ป.ล1 อย่างง ตอนนี้ฉันฟั่นเฟื่อน
ป.ล2 โทรศัพท์ใหม่สวยงามมาก Motorola RAZR V8 แต่เปลี่ยนไอค่อนเป็นรูปที่ต้องการไม่ได้ เด๋วเอามาอวด
ป.ล3 วันนึงมันต้องเป็นวันของเรา สู้ต่อไป V8 Fighting~

Thursday, September 27, 2007

เสียว

อยากเสียวมะคะ ทำงานหนัก เรียนหัวโต เครียด เครียด อยากจะเสียวหละก็....แนะนำให้ไปทำฟัน ไม่ฉีดยาชาจะยิ่งเสียวหนักเลยทีเดียว

กึ๋ยๆไม่ได้ทำฟันนานพอจะต้องไปทำทีก็รู้สึกหวาดกลัวนิดๆ อันเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนฟันแตก(ตอนแรกเข้าใจว่าที่อุดฟันหลุดไปบางส่วน)ต้องไปรื้อที่อุดไว้แล้วอุดใหม่ หมอไม่ฉีดยาครับพูดปุ๊ป ลุย ๆ ๆ ๆ ทำเสร็จละ 800 บาท แปร๊ปเดียวเงินไปแปดร้อย T_T

แล้ววันนี้ก็ต้องนัดมาทำอีกเพราะว่าที่เคยอุดไว้เมื่อวัยเยาว์เริ่มไม่คงสภาพเดิม(ขอบไม่ติดสนิทกับฟัน)ควรจะรื้อทำใหม่ไม่อย่างนั้นจะทำให้ฟันผุใต้ที่อุดได้ภายภาคหน้าแล้วจะมาลำบาก(ฟันและกระเป๋าเงิน)รักษารากฟันกันได้ เป็นดังนั้นก็รื้อกันไปสองซี่ เสียงเครื่องมือทำฟันเนี่ยไม่ว่ากี่สิบปีมันก็ไม่เคยเปลี่ยน ความรู้สึกมันก็ไม่เคยเปลี่ยน...น่ากลัวมั่กมาก ไม่ฉีดยาชาเวลากรอโดนเส้นประสาทเสียวได้ใจ วันนี้ก็ทำแปร๊บเดียวเสียเงินไปหนึ่งพันบาท T_T

ครั้งหน้านัดขัดวัสดุอุดฟัน(เพื่อ?) ต่อไปก็จะขูดหินปูนและจัดฟัน แต่ก่อนจะจัดฟันต้องไปเก็บเงินให้ได้สองหมื่นก่อนนะ เฮือก = =""

ป.ล1 วันนี้ไปเรียนเปียโน อ่านโน้ตไม่ออก !! ไรหว่าเป็นอะไรไปปกติก็อ่านกุญแจฟาไม่ค่อยคล่องแต่วันนี้มันเอ๋อไปเลย ทั้งที่ครั้งที่เรียนก่อนหน้ากะวันนี้ห่างกันน้อยกว่าที่เคยเว้นช่วงไปซะอีก สมองของฉ้านนนน เลิกเรียนมะได้นะเฟ้ยเด๋วอัลไซเมอร์กิน

ป.ล2 ตาเซดถามว่าวันเสาร์ไปไหนป่าว ตอบว่าไป ตาเซดถามว่าไปไหน ตอบว่าไปลอนดอน <- ฟังดูน่าเตะมากมาย เสาร์นี้มดเค้าจะนัดแจกการ์ดแต่งงาน งึ๋ยไปมีแฟนตอนไหนอ่ะเนี่ย เมเจอร์เราเหลือสาวๆ(?)คนไหนยังไม่แต่งงานอีกอ่ะ งานนี้เสียวฉันจะขึ้นคานอยู่คนเดียวเพราะแฟนฉันเป็นคนของประชาชนแต่งงานกันเปิดเผยมะได้ กร๊ากกกก (ไอ่ที่หายไปก็บ้านักร้องอยู่หนะ)

Wednesday, August 29, 2007

นัด

เดิมทีวันนี้มีนัดนวด(ซ่อมสังขารที่แบกหามจนบ่าอักเสบ)ตอนบ่ายสอง
นัดกินข้าวเย็นกะเด็กๆ(สองคน)แฟนคลับ(ดงบังชินกิ)สี่โมงเย็น
ออกกำลังกายสองทุ่มกะแจม(คู่หูคู่ฮาดงบังชินกิ)

แล้วผึ้งโทรมาชวนกินข้าวกลางวันประมาณเห็นว่าไปแถวศิริราชอยู่แล้วเค้าก็อยากไปเดินเล่นแถวนั้นด้วยโดยที่จะให้มาเจอที่หลังบริษัทตอนเที่ยง ฉันเห็นว่าเที่ยงจากวิภาวดีไปศิริราชคงไม่ถึงบ่ายครึ่งอ่ะ(ไปก่อนครึ่งชั่วโมง)ก็เปลี่ยนไปสิบเอ็ดโมงคือปกติก็ตื่นสิบเอ็ดโมงแล้วมานัดสิบเอ็ดโมงจะตื่นมั้ย?? แต่เพื่อนมีน้อยต้องตามใจ

แล้วฉันก็ไปถึงเที่ยง - -* คือแล้วจะเปลี่ยนเวลาทำไมเนี่ย ตื่นไม่ไหวอ่ะเมื่อวานกลับจากไปดมหมอนไทเปก็ออกไปเที่ยวกะปุ๊ก(วันหยุดน้อง) ยังนอนไม่พอเล้ยไม่ออกกำลังกายตอนค่ำแล้วเว้ย(เบี้ยวไปหนึ่ง) พอไปช้าแล้วก็ดันเจอเพื่อนอีกคนที่หลังบริษัทก็กินข้าวมันแถวนั้นแหละ กินข้าวเสร็จไปเอายูนิฟอร์มเพราะระหว่างรอชั้นผึ้งไปเช็คให้ว่าได้แจ็กเกตกับเชิ้ตแล้ว ไปถึงก็ลีลาลีลาวัดตัวเช็คให้คนอื่นอยู่ ก็แทนที่จะหยิบๆมาซะ ชั้นบอกผึ้งแล้วว่าวันหลังเหอะ วันนี้มีเวลาจะอารมณ์เสีย

พอจะออกเดินทางฝนตก !?! ก็ไปไม่ถึงคะศิริราช(เบี้ยวไปอีกอย่าง)เปลี่ยนแผนไปเที่ยว TK Park ที่เซ็นทรัลเวิร์ดแทน เสียค่าเข้า 20 บาทเอง(แต่ค่ารถหละ)นอกจากหนังสือสาระก็มีนิตยสารทั้งไทยและเทศ มีนิตยสารญี่ปุ่นด้วยเนี่ยดิ เริ่ด สำคัญมีการ์ตูนด้วย ฮ่าๆๆ น่าไปอีกละเกิน

นั่งอ่านนิตยสาร Kimchi ของ The boy เค้าเอารูปของพวกนักร้องเกาหลีจากเนตมาเขียนแซวเป็นเรื่องเป็นราวอย่างฮา เคยเปิดอ่านแว้บๆตามร้านแต่ไม่ซื้อ 80 แหนะ วันนี้นั่งอ่านหมดเล่มอ่ะอ่านไปก็หัวเราะกรั่กๆต้องเอามือปิดปากเด๋วเสียงดังเกิน คนแต่งมันก็เก่งเว้ย มุขมากมาย อ่านเสร็จ เอ๊ะทั้งเล่มไม่มีไรเลยนี่หว่าเอารูปมาแซวๆ ขายได้แหละ (อ๊ะก็มีสัมภาษณ์จิงจังอยู่....หนึ่งสกู๊ปมั๊ง)

เหมือนว่าบัตร one day pass จะเล่นเนตได้ด้วย สมาชิกรายปีก็มีแต่คงไปไม่บ่อยงั้นม้าง...เข็ดทำสมาชิกดูฟิตเนสดิ priority ต่ำตัดออกอย่างแรกถ้าต้องเลือก ฮ่าๆ

ไปห้องสมุดแป๊ปเดียวมันจะเป็นไปได้ไงสุดท้ายเลทที่นัดกินข้าวไปเกินครึ่งชั่วโมง น้องปอนด์น้องกานต์นั่งหมดเรื่องโม้ นอกจากน้องมีเพื่อนใหม่เป็นเกาหลีครับ อืม ก็ทักทายกันงั้นๆงี้ พากันไปกินข้าว

กินข้าวไปคุยไปเวรกำ นึกว่าเพื่อนปอนด์ที่มหาลัยเพราะเห็นว่าเรียนภาษาเกาหลีฟรีกะนักเรียนที่มหาลัย ปรากฎว่าชีเพิ่งเจอกันตอนรอชั้นนี่เอง อ่ะเห้ย แล้วคุยกันซะดูสนิท แล้วตามมากินข้าวเฉย

พาไปกินร้านยำแซ่บ นำเสนออาหารไทยสุดฤทธิ์ ส้มตำ ยำ ทอดมัน ไข่เจียว เค้ากินเผ็ดได้ด้วยเค้าบอกชอบ ก็นะอาหารเกาหลีมันก็เผ็ดแต่มันเผ็ดคนละแบบกะอาหารไทยอ่ะ สั่งอาหารกันสี่คนหกอย่างบานเบอะแต่ก็กินหมด

กินไปคุยไปตกใจอีกค่ะ คือเค้าเข้าใจภาษาไทยด้วยไงแล้วก็จำคำศัพท์ไทยได้เร็ว(น้องเค้าสอนให้ตอนรอชั้นเดินมาหา)แต่ว่าอึนยองเพิ่งมาไทยได้เจ็ดวัน !!! เค้ามาเรียนภาษาไทยอย่างเดียวเลยเพราะจะมาทำงานไทย โอวววว ไอ่เราก็อยากไปเกาหลีใจจะขาด

รับประทานกันซะเรียบแล้วก็ไปต่อไอติมอีกท่าทางเพื่อนเกาหลีดูมีความสุขละเกินบอกว่าเพิ่งเคยเข้าร้านไอติมในไทย ก็แหงอ่ะเพิ่งมา

บัดนี้ก็ได้แลกเบอร์โทรกันเรียบร้อย(กะปอนด์...บ้านอยู่ทางเดียวกันอีกกลับด้วยกันซะงั้น)มีเพื่อนเกาหลีเป็นของกลุ่มซะแล้น มีคนแปลเรื่องดงบังชินกิให้แล้ว เป็นการช่วยให้เค้าฝึกภาษาไทย อ่ะมีแต่ได้กะได้ ฮ่าๆๆ

แล้วชั้นจะไปนวดมะไหร่หละ เสื่อมแล้วเนี่ยปวดเมื่อยละเกิน

ป.ล เดือนหน้าแลกไปเกาหลีได้แล้วหนึ่ง ฮ่าๆๆๆมีฟามสุข จะไปซื้อนิตยสารเอส ตัดใจจะไม่ซื้อแล้วหลังจากซื้อเล่มแรกมันก็ดีอ่ะแต่อ่านไม่ออกเลยแล้วก็รูปก็มีให้โหลดจากเนตตรึม แต่เล่มที่สามนี้แมงแจน่ารักโคตร ต้องซื้อมาเลีย...เอ๊ยซื้อมาเก็บ หุหุ

Saturday, August 18, 2007

โฆษณา

กว่าจะรู้ตัวว่าไม่ค่อยได้ดูโฆษณาก็นานอยู่มิใช่น้อยวันนี้นั่ง BTS ดูโฆษณาในรถไฟฟ้า

โฆษณาเครื่องดื่มรังนก..แม่เป็นห่วงเราเสมอ เจ็บเวลาคลอดเรา เราเจ็บแม่ก็เจ็บต้องให้รังนกตอบแทนแม่ แล้วแม่นกอ่ะ

โฆษณาโฟมล้างหน้า..หรือเปล่าแต่มันล้างหน้าแหลกแล้วมีภาพเสือสลับไปมาจนถึงเสือกินกวาง(มั๊ง)มันก็ยังล้างหน้าอยู่พอปิดกระจกหน้าอ่างล้างหน้าจะเห็นผู้หญิงแต่งตัวหวิวๆนั่งอยู่บนเตียง หมายความว่าไร?? แล้วก็มีข้อความ r u 18+? หมายความว่าไง

โฆษณาขายตรง..เออเข้าท่าสร้างภาพออกมาเข้าท่าน่าไปขายตามกันเลยทีเดียว

ป.ล วันนี้ไปฟิตเนสด้วยอ่ะ โอววววว ไม่เชื่อตัวเองเล้ย ไฟต์ติ้ง~~~(ทำไมไฟต์ติ้งไม่รู้อ่ะเกาหลีมันพูดงี้ ถ้าไฟต์โตะแบบญี่ปุ่นก็เข้าใจอยู่ว่าทำไม)

Wednesday, August 08, 2007

50000

วันนี้ไปปรึกษาคุณหมอเรื่องจัดฟัน ไม่ได้คิดจะจัดฟันเพราะตอนสาวๆหมอบอกว่าฟันมันก็ลบชนกันพอดีแล้วแหละไม่ต้องทำอะไร

ปัจจุบันฟันมันห่างแบบข้าวติดได้ทั้งเม็ดอ่ะมันห่างออกมาเรื่อยๆคิดว่าน่าเกลียดแล้วหละ แต่จะให้จัดข้างในแบบที่บริษัทกำหนดนั้นมันบ้าเกินไปคือว่าเริ่มต้นแสนห้าหมื่นบาท!!!!! ก็เลยจะทำเหมือนที่คนอื่นๆเค้าก็มีแอบทำกันคือจัดสีเหมือนฟันข้างนอกประมาณว่าห้าหมื่นกว่าประหยัดไปเกือบแสนนะคะคุณ เอาแสนนึงไปซื้อเปียโนไฟฟ้ากะไอแมคได้พอดี

แต่ยังไม่จัดตอนนี้ถึงแม้ร้านแถวบ้านจะแบ่งจ่ายไม่โหดเท่าน้องที่ทำงานบอก คือเค้าจะจัดข้างในหมอคิดแสนสองแต่ติดเหล็กเสร็จต้องจ่ายครึ่งนึงก่อนคือหกหมื่น โอววว...ไม่มีอ่ะหกหมื่นฉันไม่มีเงินขนาดน้านนนน รอให้มีเงินซักครึ่งนึงก่อนค่อยไปทำข้างนอกเนี่ยแหละ

ว่าแต่จะมีเงินมั้ยหละไปมุมไบมาใช้เงินไปเกือบสามพันเพราะไปทำสปาค่ะทำไปเรื่อยกันคิ้วด้วยด้าย โอวว..มันดีแควกๆๆเหมือนเสียงมีดโกนเลย ตอนนี้ก็เลยมีคิ้วตกใจสมใจปรารถนา ทำpedicure, foot massage แล้วก็ Ayurvedi massage มันมากค่ะหมายถึงมันน้ำมันมากๆนวดตัวก็ไม่ได้ประทับใจอะไรไม่ได้เพลินๆแบบนวดน้ำมันอะโรมาเธอราพีอะไรนั่น นวดแบบแขกเนี่ยมันเจ็บอ่ะแล้วก็ราดน้ำมันอุ่นๆเยอะน้ำมันกลิ่นแขกๆนวดตั้งแต่หัว หน้าแล้วก็ตัวเลย ดีนะสิวมะเห่อ ตอนนี้ระบบทั้งขาทั้งแขนเลยเหอะ

พรุ่งนี้ไปมิวนิคค่ะไม่เคยไปเค้าว่าโรงแรมอยู่ในป่า

ป.ล วันนี้ไปเบิกกระเป๋าใหม่ใหญ่เบ้อเริ่ม ตอนแรกไม่อยากเอามาเกะกะบ้านของเก่าก็ใช้ได้แต่มันไม่มีตราบริษัทเอาไว้ไปเที่ยว ฮ่าๆๆ

Saturday, August 04, 2007

Piano

oh my god!! I have learned playing piano for a year!!! I always think that one year is so long never think time past so fast like this.

Well, the point is one year but my skill is still bad = ="" as same as my Japanese skill despite I am gonna study level 9 (from 10) of Basic course.

Sunday, July 29, 2007

Athens

เอเธนส์อยู่ประเทศกรีซห่างจากไทยเก้าชั่วโมงสามสิบนาทีโดยประมาณ เวลาที่นี่ช้ากว่าไทยสี่ชั่วโมงใช้เงินยูโร

มาถึงโรงแรมตอนไหนไม่รู้รู้แต่นั่งรถนานมากจากสนามบิน(เครื่องลง 10:45 เวลาประเทศไทย)เข้าห้องก็ฝันสลายเนตในห้องไม่ฟรีนะคะราคาลดแล้ว 24ชั่วโมงประมาณ 12ยูโร..เท่าไหร่หละสมมุติหนึ่งยูโรห้าสิบละกันก็หกร้อยบาทอ่ะหรอ...อืมมม...ต้องมานั่งเล่นที่ crew room เนี่ยแหละฟรีไม่มีใครเล่นอีกต่างหาก ตอนมาถึงหนะเค้าก็มาสอนต่อเนตแบบโกงๆแหละคือมา connect ในห้องนี้แล้วกลับไปต่อที่ห้องเดี๋ยวจะลองทำมั่ง

เมื่อเช้ากว่าจะเข้านอนก็ประมาณสิบโมงกว่าๆที่นี่นอนไปห้าชั่วโมงกว่าๆตื่นขึ้นมานั่งรถ shuttle bus(van)ไปเที่ยวในเมืองมีพี่แอร์ออกไปสองคนฉันก็เกาะเค้าไปด้วย ของเซลล์ค่ะคุณ...ฉันไม่คิดจะซื้ออะไรนะเอาเงินออกมาร้อยกว่ายูโรตอนแรกคิดว่าจะเอาแต่แบงค์เล็กๆมาแต่เอาติดมาอีกร้อยละกันแม่คุณเข้าไปสองร้านเหลือยี่สิบยูโร = =""

ร้านแรกอ่ะ ZARA ซื้ออย่างถูกของมันลดราคามันดี เสื้อผ้าก็ดูๆแต่ยังไม่หยิบอ่ะพอเจอรองเท้าตะครุบเลยรองเท้าสีทองแบนๆเหมือนรองเท้าบัลเล่ต์ลดเหลือคู่ละห้าร้อยฮ่าๆๆแต่ว่าสีมันไม่ค่อยเหมือนกันแฮะตอนจะจ่ายเงินถึงสังเกตุเห็นว่าข้างนึงมันทองวาวๆอีกข้างมันด้านๆกลับบ้านไปค่อยเอาแวกซ์ลงข้างด้านๆละกัน แล้วก็ซื้อเรื่อยเปื่อยละชุดให้น้องไปงานแต่งงาน เสื้อไหมพรม เสื้อโค้ต โอววเสื้อโค้ตก็ลดราคาเว่อร์ดีประมาณว่าห้าพันเหลือพันห้า ฮ่าๆๆๆ ไม่เคยมีเสื้อโค้ตแต่เห็นเค้าว่าเวลาบินยุโรปหน้าหนาวมันหนาวจัดๆซื้อซะหน่อย

ซื้อของร้านแรกทั้งหมดที่ว่ายังไม่ถึง 35 ยูโรเล้ย แต่พอเข้าร้านที่สองแหละ คนอยากเข้าไม่ได้ของแต่ไอ่คนตามเสียเงิน เห็นกระเป๋าLongchamp ลด 50%แบบว่ามันก็กระเป๋าผ้าใบ(เรียกผ้าอะไรหละผ้าร่ม??เหมือนพลาสติกๆอ่ะ)ดูไปดูมากะเค้าแต่เค้าไม่ซื้อกันเพราะเค้ามีกันหลายใบแล้วเป็นแบบธรรมดาสีพื้นซื้อจากฝรั่งเศสถูกกว่าแต่ว่าไอ่รุ่นที่ลดเนี่ยเป็นรุ่นใหม่มีตัวเลขติดก็ไม่รู้หมายความว่าอะไร 1605 ใบเล็ก 2605 ใบกลางที่ฝรั่งเศสไม่ลดนะ ราคาลดแล้วพี่เค้าว่าซื้อได้ก็ซื้อซะงั้น = =""" ก็อยากได้นะแต่คิดว่าไม่ควรไงแพงไงก็เพิ่งซื้อกระเป๋าผ้าร่มพับได้เล็กๆสามสิบบาทจากอีฟโรเช่ กระเป๋าผ้าร่มพับได้ดูดีขึ้นมาหน่อยสองร้อยกว่าบาทของ Uniglo แล้วจะมาพับอะไรอีกอ่ะ 2500 บาท !!!!!!!!!!!! นอนน้อยไปหรือเปล่าตูขาดสติ มันก็ดีแหละก็จะได้หายอยากซะแต่มันเกินครึ่งตั๋วคอนเสิร์ตดงบังชินกินะ(โว้ย)

ยังไปเข้าร้านที่สามอีกนะMNG(ตามเค้าไปหนิ)ก็ลดราคาเยออ่ะ 70%แต่แบบเสื้อมันแปลกๆแต่ก็ไม่วายได้เสื้อยืดสองร้อยบาทมาตัวนึง

จากนั้นก็ถึงเวลากินเดินหาร้านที่ว่าอร่อยนักหนาเดินจาก walking street มาเจอตลาดของที่ระลึกไกลเหมือนกันนะกว่าจะเจอมันเป็นร้านแถวทางไป Acropolis นั่งกินเคบับหมูตอนประมาณสี่ทุ่มประเทศไทยก็ไม่น่าแปลกใจที่อ้วนขึ้นเรื่อยๆ ก็อร่อยดีกินกะหอมแดงเนี่ยอร่อยจริงๆ greek salad อร่อย feta cheese อร่อยอ่ะ เสียดายปลาหมึกวงชุบแป้งทอดหมดอยากกินอ่ะเคบับจานประมาณเจ็ดยูโรแต่พี่เค้าว่าสั่งแบบเดินกินสองยูโร...ที่หลังเดินกินมั้ยประหยัด

กินเสร็จไปกินกาแฟต่อสามคนสั่งไม่เหมือนกัน คาปูนิโน่ เฟรบเป้แต่ไม่ได้ปั่นแบบสตาร์บัคส์นะ ฉันสั่ง Fredduccino ตอนแรกจะสั่ง greek coffee แต่เค้าบอกว่าเป็นถ้วยเล็กๆและร้อน แหงะอยากกินเย็นๆให้เค้าแนะนำก็ไอ่ที่พี่เค้าสั่งแหละแล้วก็มีไอ่ที่ฉันสั่งเนี่ยแหละมันปนๆกันกาแฟชอกโกแลตอะไรอีกไม่รู้ฟังไม่ทันก็ลองดู ผลก็คือเหมือน milkshake ดูหนักๆหนืดๆปักหลอดไม่ล้มว่างั้นเหอะดูดก็ต้องใช้พลังมากละเกิน 4.2 ยูโรค่ะ อ่อ...เวลาสั่งกาแฟทั่วๆไปเค้าจะถามว่าเอาน้ำตาลขนาดไหนด้วยแต่เมนูฉันไม่ถามอ่ะ

กินเสร็จก็เดินย้อนกลับมาร้านขายของที่ระลึกซื้อดวงตาสวรรค์จนได้ ดวงตาอะไรไม่รู้เห็นแรกๆมันก็สะดุดตานะแต่เหมือนของไนท์บาร์ซาร์ว่างั้นพี่เค้าว่าเป็นของที่ระลึกของที่นี่เลยยยยย...ก็ฟังๆไว้ก่อนพอเห็นมันขายกันทุกร้านขายกันตรึมคือต้องซื้อละบางร้านเขียนว่ามันทำให้โชคดี ก็เลยซื้อเป็นแม่เหล็กมาติดตู้เย็นละกันจะเป็นแบบห้อยๆก็ไม่รู้จะไปห้อยอะไรแล้วเครื่องลางบานเบอะยังห้อยไม่ครบ

นั่งแท็กซี่กลับโรงแรมไม่แพงสองยูโรปลายๆ กลับปุ๊ปแบกคอมไปต่อเนตตอนนี้กลับมาที่ห้องและลองต่อกับแลนด์ในห้องก็ต่อได้ไม่ได้ปิดconnectionที่ต่อจาก crew room แต่ ip address มันน่าจะเปลี่ยนนะแต่ log in ไม่เปลี่ยนอ่ะ ตอน chk out เด๋วรู้ว่าจะเสียหกร้อยหรือไม่

พรุ่งนี้จะไปเดินขึ้นเขาวันนี้แค่มองขึ้นไปก็ท้อไกลและแดดแรงมากแต่ก็จะไป...ไปเยี่ยมเทพี Athena ซะหน่อย

ป.ล1 พรุ่งนี้มีคนไปเที่ยวแพคเกจสามเกาะ(hydra,poros,aegina)ที่เค้าว่าดังและสวยงามแต่ไม่อยากไปไม่อยากไปไหนทั้งวันอยากไปทีละเกาะได้มั้ยตั้งใจว่าค่อยไปคราวหลังละกันพอเห็นโปสการ์ดรูปแมวอยู่ตามบ้านขาวๆ พี่แอร์เค้าว่าหนึ่งในสามเกาะนั่นแหละมีแมวเยอะเลยบอกว่าแมวตรึมๆๆมารับที่ท่าเรือเลยแต่เค้าก็จำชื่อไม่ได้ ถามคนที่ขายของที่ระลึกเค้าบอกว่า santorini แต่พี่แอร์บอกว่านั่นมันไกลต้องนั่งเครื่องไปที่เค้าไปมาก็นั่งเรือไปเนี่ยแหละแล้วสรุปเกาะอะไรหละหาในเนตยังไม่เจอเลยรูปแมวในเกาะ ไปเที่ยว acropolis ก่อนละกันชัวร์ๆ

ป.ล2 พอดูรูปเกาะ santorini มันเหมือนในโปสการ์ดเลยบ้านขาวๆกะแมวอ้วนๆ อยากปายยยย.....เอาแมงแจไปด้วย(วกมาเรื่องนี้ได้ไง)

Tuesday, July 17, 2007

Sweden

มาอยู่ที่นี่ได้สองวันแล้วเริ่มเบื่อ ดูไม่มีกะใจจะทำอะไรเลยอย่าว่าแต่เดินเที่ยวดูเมืองเก่าเลยขนาดช้อปปิ้งว่า sale sale ยังไม่อยากจะเดินขนาดมีเพื่อนมาด้วยนะเนี่ย

หลังจากกลับจากเกาหลีคืนวันที่สิบสาม(แต่มันนับเป็นเช้าวันที่สิบสี่แล้วนะตีหนึ่งหนะ)คืนวันที่สิบห้าก็มาStockholm เดินทางจากไทยใช้เวลาประมาณสิบชั่วโมงยี่สิบห้านาที สนามบินชื่อ Arlanda สกุลเงินคือSEK(Swedish Kronor ออกเสียง"โคน" หรือ"โครน"ไม่รู้ดิแต่เรียก"โคน")วันที่มาถึงอัตราแลกเปลี่ยน 1 KR = 5.15 Baht

อาหารการกินไม่ได้ลำบากแต่ไม่มีของที่อยากกิน Mc ทั่วเมืองแต่ไม่อยากกินfastfood มันก็มีร้านแต่มันไม่น่ากินออกแนวมืดๆ เพื่อนอยากกินพาสต้าแต่หาร้านปกติไม่เจอมี pizza hut ก็รอคิวนานไม่ได้มีคนเยอะหรือไม่มีที่นั่งแต่ไม่จัดไปนั่งซะทีรำคาญเลยไม่กินละ พาสต้าราคา 89 โคน พิซซ่าขนาด Single 69 โคนประมาณสามร้อยห้าสิบบาทแพงนะนั่น

สุดท้ายสองวันก็ไม่ได้กินอาหารอะไรดีมื้อเย็นวันแรกกินมาม่าใส่แฮมไก่งวง(เพิ่มคุณค่าแล้วนะ)กะพาสต้าไก่ครีมซอสใน7-11 ราคา 55 โคนก็อร่อยดีของแช่เย็นเอาไปเวฟ วันนี้กินเบอร์เกอร์คิง = ="" พยายามจะหาร้านอาหารไทยแล้วร้านใกล้โรงแรมชื่อสยามดูไม่น่ากิน(พักRadisson)อีกร้านชื่อชบาออกหน้าโรงแรมเลี้ยวซ้ายอยู่ใต้ดินเมนูก็หลากหลายกว่าแต่ก็ไม่น่ากินอ่ะขึ้นมาบนถนนเดินเลยไปร้านMyThaiฝั่งตรงข้ามร้านก็ดูสะอาดดีแต่คนทำเป็นฝรั่งหรือแขกมะรู้เลยไม่กิน หาไปหามาก็นั่นแหละเบอร์เกอร์คิง

ไอ่ที่กินแล้วรู้สึกว่าอร่อยคือไอติมเจลาโต้สองลูกสามสิบโคน กะไอติม Ben&Jerry ใน7-11 สองลูก32โคน(ลูกเดียวยี่สิบหรือหนึ่งร้อยบาท)อ่ะ

เรื่องช้อปปิ้งก็เสียเงินเยอะวันแรกเพราะเดินดูร้านเสื้อผ้ากัน...คุณครูที่อบรมสมัยเบสิคคอร์ส(เข้างานใหม่ๆ)มาไฟล์ทเดียวกันก็เลยพาไปเดินเที่ยวถนนช้อปปิ้ง เสื้อผ้าก็ซื้อไปเยอะมากสองเดือนก่อนตอนนี้ก็ไม่มีอะไรอยากได้เข้าแต่พอรื้อๆไปมันก็ได้เสียเงิน ก็ลดเยอะนะเสื้อยาวๆเป็นเหมือนไหมพรมถักลดราคาจาก 399 เหลือ 149 มันก็น่ารักดีครูกะเพื่อนก็บอกว่าแนวเราเลยหนิก็เลยซื้อมา ไปร้าน H&M อยากได้เสื้อเด็กสีเทาตุนๆปักหมุดเล็กๆสีม่วงๆเป็นตัวหนังสือเต็มหน้าอกเลยไม่มีไซส์(ไซส์ใหญ่สุดเราก็ใส่ได้)เดินสองร้านแล้วไม่มีก็ดีไม่เสียเงิน อยากจะซื้อเสื้อหัวกะโหลก(เป็นของผู้ชาย)แต่มันไม่ลด สุดท้ายไปซื้อสายรัดข้อมือเป็นหนังลดราคาด้วยเผื่อจะได้ให้แจจุง(คิดไปนู่น)

วันนี้ไป ikea เค้ามีรถรับส่งจากห้างgallerian นาทีที่00 ส่วนขากลับนาทีที่30 ก็อยากไปดูซะหน่อยว่า original จะมีของอะไรมั่งก็มีแหละของมันก็น่าซื้อเสมอ(แต่ราคาที่ดูไบถูกกว่า)แต่ซื้อไม่ได้เพราะเอากลับไม่ได้ กลับเข้าเมืองมาจะไปเดินเมืองเก่าฝนดันตก เดินไปเข้าโซนได้นิดนึงกลับดีกว่าก็ไม่ได้อยากดูอ่ะ เบื่ออยากกลับบ้าน





อยากกลับบ้านไปจัดการเรื่องสั่งซื้อเสื้อที่แมงแจออกแบบจากเวบแต่มันverify บัตรเครดิตไม่ได้(ซื้อที่อื่นเค้าตัดบัตรกันโครมๆไอ่นี่หนิ)จะแก้ไขเกี่ยวกับบัตรเครดิตก็ไม่กล้ากรอกที่โรงแรม(ต่างกันมั้ยอ่ะกับกรอกที่บ้าน)อยากไปคุยกะน้องๆที่ทำเวบดงบังชินกิ อยู่นี่กลับมาเค้าหลับกันหมดแล้วเวลามันช้ากว่าไทยห้าชั่วโมงแถมที่นี่มืดช้าสี่ทุ่มยังไม่มืดก็เลยนอนดึกไม่รู้ตัว

เมื่อคืนเข้านอนหกโมงเช้าประเทศไทยติดพันมาจากการเข้านอนตอนอยู่ในเครื่องบินได้นอนรอบสอง อ่ะโหหกโมงครึ่ง หึหึ ก่อนมาทำงานไม่ได้นอน ตื่นบ่ายโมงไปสอบภาษาญี่ปุ่นกลับบ้านรีดผ้าจัดกระเป๋าไม่ทันนอนต้องมาทำงานแล้ว

ป.ล1 คนที่นี่หล่อจริงๆด้วยแฮะครูบอกว่าหล่อที่สุดในโลกแล้วเนี่ย ฉันว่าไปอิตาลีก็เจอแต่คนหน้าตาดีแล้วนะที่นี่หน้าตาดีกว่า

ป.ล2 แม่เจ้า...ซุปเปอร์จูเนียร์(นักร้องเกาหลีเผื่อลุงๆแถวนี้ไม่รู้จัก ฮ่าๆ)กลับวันนี้พอดีเวลาเดินทางต่างกันแค่สิบห้านาที ถ้าเป็นสมัยก่อนก็อาจจะได้เห็นกันหน้า gate หละว้าแต่สมัยนี้มันจับฉันยัดเครื่องเลย มารู้ไฟล์ท(จิงอ่ะป่าวไม่รู้)จากคู่ซี้วัยมันว่าTG638 เขียนจดหมายฝากพี่เค้าไปให้ดงเฮด้วยยย(ทำไปได้) ไม่ได้ถามชื่อคนที่ฝากอีกต่างหากเพราะรีบมากรถไปเครื่องบินของฉันมันออกก่อนรถของพี่เค้าอ่ะไม่ถึงดงเฮก็ถังขยะหละวะแต่เข้าข้างตัวเองว่าถึงจะได้สบายใจไม่คาใจที่ไม่ทำตอนเจอกันวันก่อน(เด๋วเล่าย้อน)

Monday, July 02, 2007

Korea Sparkling

ฉันจะเล่าไรทันในเมื่อบินแหลกลานเยี่ยงนี้ อยากเล่าเรื่องไปเที่ยวญี่ปุ่น

แต่กลับจากเที่ยวนอนบ้านแค่คืนนึงไปทำงานสี่วันกลับมานอนบ้านคืนนึงมาทำงานอีกสี่วัน เรื่องสนุกสนานทับถม เด๋วได้ลืมเล่า = ="

ตอนนี้มาตามหารักแท้อยู่เกาหลีขอแลกเค้ามาแค่อยู่ประเทศเดียวกะเธอก็ดีใจ(บ้าไปแล้ว)

ป.ล1 ไม่เจอชายแจก็ไปเยี่ยมวังใหญ่ของชายชิน(เคียงบกกุง)

ป.ล2 พี่แอร์เกาหลีตกใจมากที่เห็น(จากใบรายชื่อ)ว่าฉันเกิดเจ็ดเก้าเค้าคิดว่าฉัน 24คือเค้าเมาท์กะหลานว่าฉันชอบแจจุงบอกว่าให้แต่งงานกะแจเพราะกระแสพี่สาวเนี่ยแรง(มีแฟนเด็กว่างั้น)แต่เค้าต้องตกใจเข้าไปอีกเพราะเค้าดูผิดคนฉันแก่กว่าน้าน ฮ่าๆๆ ทีนี้เลยเชียร์ให้แต่งงานกะแจจุงไม่ลงเลยม้า....ตอนแรกบอกว่าจะไปอยากแต่งงานกะพี่ชายแจทำไมก็แต่งงานกะเค้าไปเลยสิ (เค้าไม่มีพี่ชายหรอกดันมีพี่สาวตั้งแปด...ให้ตายเหอะ)

ป.ล3 พี่เรนตายแน่คอนเสิร์ตที่แอลเอยกเลิกกระทันหันมากก่อนแสดงแค่ชั่วโมงครึ่งเพราะบริษัทที่รับผิดชอบไม่ได้ทำสเตจ ไม่รู้ป่านนี้พี่เรนเป็นไง

Monday, June 18, 2007

Hello again

Kono sekai de ima onaji tok no naka ni iru yo
-in this world in the same time we are here

boku wa anata ni aete yokatta
-it'so great that I 've met you

baby i'm with you when I think of you
baby i'm with you when I think of you

kyou no hi wo itsudemo wasurenai youni
-Forever,I can't forget this day

kokoro no fureemu ni nokoshite okouyo
- (can't translate right now )

mata itsuka kitto futari meguri aeru toki wa
- whenever we meet again

suki na egao de mitsumete hoshii
-I want to see the smiling face I like

P.S First day concert at West N40 so far but I can find you and my eyes fixed at you, JJ

Saturday, June 09, 2007

SYD II

มาซิดนีย์อีกรอบ ตัดสินใจไม่ยากเลยที่จะมาเพราะเค้าเอาไฟล์ทที่บินตุ้บบินตั้บไปแถมได้กำไรด้วยอิอิ

มาที่นี่ฝนตกทุกวันตกเป็นบ้าเป็นหลังลมก็แรงมากๆ

เมื่อวานวันพระต้องกินเจ(อยากกิน JJ มากกว่า ฮิ้วว เด๋วไปดูคอนเสิร์ตแล้วนะแจจ๋า)ไปกินข้าวหน้าเต้าหู้ทอดร้านKura ชื่อเมนู Tofu Teriyaki Don ที่คนข้างๆ(คราวที่แล้ว)กินจนได้ 7.90 เหรียญรสชาติก็พอกินได้หวานๆกินมากก็เลี่ยน

วันนี้กลางวันไปกินร้านSuperbowl อีกไม่ได้กินเมนูต่างจากคราวที่แล้วเล้ย(แต่น้อยกว่าเพราะไปแค่สี่คน)พาเพื่อนที่เพิ่งเคยมาไปกิน

จากนั้นก็ไปช้อปปิ้งไป Paddy's market อีกละแต่คราวนี้ไปกลางวันร้านค้ามันก็เปิดเยอะนะ มีร้านเสื้อผ้าด้วยแฮะลดราคาด้วยแหละ ร้าน cotton on ลดราคาสะใจดี ซื้อสร้อยคอยาวๆเป็นจี้หัวใจใสๆ ลดจาก 12.95 เหรียญเหลือสองเหรียญ กร๊ากก ซื้อมาสองอันเลยสีดำอีกอัน

แล้วก็ไปนั่งกินกาแฟกะมัฟฟิน อ่ะแอบยิ้มคนที่ต่อแถวก่อนหน้าเป็นเกาหลีน่าร้ากก มองข้างๆเหมือนพี่เรนเลยน้า แต่เซ็งเค้าซื้อกาแฟไปให้หญิงที่นั่งรออยู่

กว่าจะกินกาแฟเสร็จก็บ่ายสี่โมงแล้วก็แปลกใจว่าพี่เค้าไม่เห็นจะรีบไป walking street ปรากฎที่นี่มันปิดช้าไม่ได้ตลาดวายตั้งแต่สี่ห้าโมงเย็นแบบ Perth ร้านเปิดกันถึงสองทุ่ม(วันเสาร์หละมั๊ง)ของก็เซลเยอะนะแต่ว่าก็ไม่ได้ถูกขนาดนั้นแล้วก็มันอะไรไม่รู้ดูแล้วก็เสื้อผ้าแบบแปลกๆประเภทแบบเดียวกันแต่คนละยี่ห้อคนละราคาก็มี ไอ่สร้อยหัวใจที่ซื้อมาสองเหรียญร้านอื่นก็มีเป็นสีแดงใสๆด้วยนะแต่แพงกว่าราคาเต็มร้าน cotton on อีกแหนะ

สุดท้ายส่งเค้าช้อปก็ได้ไปด้วยอีกเช่นเคย ซื้อเสื้อกันหนาวอีกแล้ว ได้ข่าวว่าเต็มตู้ทำตัวเหมือนบ้านเป็นเมืองหนาวก็มันเซลนะเป็นเสื้อไหมพรมมีฮูดแถมที่ขอบมีขนๆ อยากได้มานานแล้น ลดราคาจาก 39.95 เหลือ 29.95 แล้วก็เสื้อยืดลายหัวกะโหลกที่ลดราคาบ้าระห่ำจาก 15.95 หรือ 4.75 ฮ่าๆๆๆๆๆๆ คนขายยังตกใจเลยอ่ะว่าเอามาจากไหนเพราะว่ารุ่นนี้มันขายมานานมากแล้ววววว....เนี่ยแหละของที่มันจะเป็นของเราก็เป็นของเรา ฉันกะรุ่นพี่ซื้อมาคนละตัวแต่มันฟิตไปอ่ะขนาดไซส์แปดแล้วนะให้ปุ๊กใส่ไปก่อนละกัน

ฝนยังคงตกอยู่ก็ยังดีที่ตอนเดินกลับโรงแรมไม่ตกนะแต่ลมแทบจะหอบไป ลมแรงมากๆขนาดว่าอ้วนแล้วยังเซตามลมได้ พรุ่งนี้ก็กลับบ้านเราแล้วเวลาผ่านไปเร็วดีเฮ้ย แต่เวลาในเครื่องบินมันนานนะชั่วโมงบินแค่ 8.45 แต่นานชะมัดแถมได้พักรอบสอง(ตอนตีห้า)เกือบน็อคไปหลายทีช่วงตีสามเนี่ยทรมานสุดๆ แต่ถ้าเล่นเนตอยู่ก็ทนได้หรอกน้า เข้าเวรเงียบๆมืดๆหนาวอีกอยากนอนมากกว่า

ป.ล บ้าอ่ะป่าวหอบโค้กวานิลาขนาดสองลิตรกลับบ้านไปให้ปุ๊ก...ก็น้องมันชอบอ่ะ

Wednesday, May 30, 2007

MOS

MOS burger เป็นร้านแฮมเบอร์เกอร์ของญี่ปุ่นแท้ๆ ตอนนี้มาเิปิดสาขาในไทยแล้วอยู่ที่เซ็นทรัลเวิร์ดชั้นสามห้อง A304เปิดทุกวัน 10:00-22:00

เห็นว่าเป็นร้านมีชื่อเสียง อยากจะกินมานาน อยากจะรู้ว่าเป็นยังไงแต่เวลาไปญี่ปุ่นทีไรของที่อยากกินที่นั่นมีเกินกว่ามื้ออาหารทุกทีก็เลยไม่เคยได้กิน แหมก็ไปถึงถิ่นคิดว่ากินราเม็งหรือซูชิดีกว่า fastfood ใช่มั้ยหละ แล้วก็ไม่ใช่จะเจอร้านนี้ทุกครั้งที่ไปส่วนมากร้านจะอยู่ในเมืองส่วนเราพักนอกเมือง = =”

พอมาบ้านเราก็เป็นของแปลกใหม่ที่ต้องไปลองกินหนะสิแถมน้องก็ไปได้กินด้วย

MOS หนะมาจากคำว่า Mountain, Ocean, Sunซึ่งเค้าสื่อความหมายถึงความรักที่มีต่อผู้คนและธรรมชาิติ เค้ายึดหลักว่า”ได้คำสั่งซื้อก่อนแล้วจึงลงมือทำ” ก็เพื่อให้ได้รสชาติของความสดและร้อนๆ ดังนั้นก็ต้องรอแล้วเค้าจะมาเสริฟที่โต๊ะไม่ได้ทันทีแบบไปกินแมคหรือเคเอฟซี แม้แต่น้ำก็ยังไม่ได้เลยนะทั้งที่มันก็ทำไว้แล้วอยู่ตรงนั่นอ่ะแหละ = =”

อาหารชุดมีสี่ชุด A 99 บาท B 109 บาท C 119 บาท และ D 129 บาท ในชุดก็มีเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์แล้วก็น้ำอัดลม
ราคาที่ต่างกันก็เพราะราคาของเบอร์เกอร์ในแต่ละชุดที่ให้เลือกมันต่างกันเริ่มจาก 49 59 69 และ 79 บาทตามลำดับ

วันนี้ฉันลองกินชุด B แต่ว่าเปลี่ยนน้ำอัดลมเป็นชาเย็นก็ต้องเพิ่มเงินอีก 16บาท ส่วนเบอร์เกอร์สั่ง Ginger Pork Rice Burger ประมาณว่าเค้าดังก็ไอ่เบอร์เกอร์ข้าวเนี่ยแหละ เป็นหมูผัดขิงที่อร่อยมากๆเลยอารมณ์เหมือนกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ฮ่าๆๆ

ปุ๊กสั่งชุด C เปลี่ยนเครื่องดื่มเป็นน้ำส้มเพิ่มเงิน 26 บาท ปุ๊กเลือก Spicy Chilli Dog ไ้ส้กรอกคุณภาพดีมากพริกดองก็อร่อย


สรุปว่าอร่อยอ่ะกินแล้วไม่เลี่ยนเลยและที่ชอบมากๆอีกอย่างคือเฟรนช์ฟรายส์แท่งอ้วน หุหุ ชอบๆๆๆ ถ้าไปกินอีกครั้งจะเปลี่ยนเป็นสลัดไปซะที่นึง(ต้องเพิ่มเงิน)เพื่อสุขภาพ

นอกจากมอสที่มาจากญี่ปุ่นแท้ๆมีคนญี่ปุ่นมาทำกันเห็นๆแล้วยังมีอีกร้านที่มาจากญี่ปุ่นแท้ๆเช่นกันแนะนำให้ไปลองคือร้าน Gindaco ขายทาโกะยากิ อยู่ที่ชั้นใต้ดินEsplanade ราคาขายกระทงหกลูก 99 บาท สิบลูก 140 บาท ราคาก็พอๆกับที่ญี่ปุ่นแถมให้สะสมตราประทับแลกกินฟรีด้วยที่เริ่ดก็คือสะสมทั่วโลกเลย

สองร้านเนี่ยไม่ผิดหวังแน่นอน

ป.ล ที่ Esplanade มีร้านชีสเค้กด้วยถ้าชอบชีสเค้กแบบเบาซะจนสงสัยว่าใส่ชีสหรอฟระ ก็ลองดูนะ ใกล้ร้านทาโกะยากิแหละ ชื่อร้าน Miki Ojisan no mise ฉันชอบนะเพราะนิ่มดีแนะนำรสต้นตำรับไม่ก็กาแฟ รสโกโก้ไม่อร่อยเท่าไหร่อ่ะ ชิ้นละ40 บาทแต่ซื้อเป็นก้อนใหญ่ๆถูกกว่าแค่ 220 บาทสะสมตราประทับแลกฟรีได้เช่นกัน

Friday, May 18, 2007

SYD

ฝนตกตามพยากรณ์อากาศเป๊ะที่คิดจะออกไปผจญภัยแต่เช้าก็ไม่จริงเพราะเมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีสามกว่าแล้ว(เวลาเร็วกว่าไทยสามชั่วโมง)รู้สึกตัวครั้งแรกเก้าโมงเช้าดันไปคิดว่าเพิ่งหกโมงเองนี่หว่าแล้วนอนต่อตื่นอีกทีเที่ยงมองออกไปนอกหน้าต่างฝนตกค่ะ

ไม่ได้รีบร้อนอะไรไม่มีอะไรตั้งใจอยากจะทำก็เลยนั่งกินแยมโรลที่ซื้อมาจากChinatownเมื่อคืนกะชาเขียวแล้วนั่งพิสูจน์ตัวอักษร fan fiction ไปพลางๆรอฝนหยุดตก

เมื่อคืนมาถึงที่นี่เกือบสามทุ่มพี่ๆเค้าชวนไปกินอาหารจีนร้าน SuperBowl ที่Chinatown เค้าว่าร้านเนี่ยเป็นที่นิยม ไปกันเจ็ดคนสั่งอาหารไปแปดอย่าง โจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับปลาเรนโบว์ทราวท์(อร่อย) ปาท่องโก๋(อร่อยแต่อมน้ำมันไปนิด) ผักคะน้าน้ำมันหอย(อร่อยมาก) เกี๊ยวน้ำ(งั้นๆ)ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานอันนี้ฉันสั่งเองมันเหมือนเมนูวัดฝีมือก็งั้นๆนะยังไม่เจอที่ไหนอร่อยกว่าร้านDragon Court(ปิดไปแล้ว)ที่เซี่ยงไฮ้ แกะมองโกเลียก็ดีรสชาติเข้มข้นเนื้อนุ่มและไม่มีกลิ่นแต่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ หอยpipi หอยไรหว่าหน้าตาเหมือนหอยหวานหอยลายผัดในซอสXOจานนี้ก็อร่อย ปลาหมึกชุบแป้งทอดเหยาะเกลือจานนี้อร่อยมาก

สมควรจะมาหลายคนเพราะอาหารจานใหญ่ ไอ่ที่คิดว่าจะลดความอ้วนเจอมื้อไปก็คงไม่ได้ผอมกันซักทีตามเคย ค่าอาหารมื้อแรกร้อยหกสิบเหรียญหารมาคนละยี่สิบสองนิดๆแต่ว่าIM(Inflight manager)เค้าเก็บเงินยี่สิบที่เหลือออกให้ อิอิ

ฝนหยุดตกตอนบ่ายสองโมงสมควรออกไปได้แล้วเพราะร้านค้ามันปิดห้าโมงเย็น

คิดจะเดินไปดูสะพานกะโอเปร่าเฮ้าส์ตามที่พี่ในไฟล์ทบอกไว้แต่เจอพี่จากอีกไฟล์ทนึงเค้ากำลังจะเช็คเอ้าท์เค้าบอกว่านั่งรถเมล์ไปดีกว่ามันไกลแล้วก็ให้เบอร์รถเมล์มา ขึ้นจากหน้าFlight Center ตรงข้ามโรงแรม Mercure(แถว Central Railway)
นั่งรถเมล์ได้หลายเบอร์ทั้ง 422 423 426 248 436 438 440 470 L23 L28 L38ไปลงที่ Circular Quay ค่ารถ1.70เหรียญ

ป้ายที่ลงมันชื่ออะไรหว่าแต่ว่าก็เห็นแหละว่าข้างหน้ามันคือ Circular Quay Station เดินเข้าไปตรงท่าเรือก็เห็นทั้งสะพาน Harbour และ Opera House เดินไปทางฝั่งสะพานก็ถ่ายรูปโอเปร่าเฮ้าส์ได้แล้วขี้เกียจเดินไปฟังโอเปร่าเฮ้าส์เพื่อจะถ่ายสะพานเพราะอยู่ทางนี้ก็ถ่ายภาพสะพานได้เต็มเหมือนกัน


ตอนแรกคิดว่าถึงไม่ได้ไปปีนสะพานก็ไปเดินข้ามสะพานก็ดีนะแต่สะพานมันใหญ่หวะถ้าเดินข้ามสะพานก็นานอ่ะแถมไม่รู้จะเดินไปขึ้นสะพานยังไงก็ได้แต่ดูวิวจากแถวนั้น

ถ้าจะปีนสะพาน BridgeClimb ต้องจองล่วงหน้ามันเป็นทัวร์เดินสะพานใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่งค่าใช้จ่าย169 เหรียญประมาณห้าพันบาท อืมมอยากจะปีนหรอกแต่ไปคนเดียวไม่ดีม้างจะเสียเงินแพงๆเนี่ยมีเพื่อนไปกรี๊ดก็ดีนะ ก็เลยนั่งเรือเล่นตามคำแนะนำของพี่ในไฟล์ทนั่นแหละขึ้นเรือท่าที่ห้าจาก Circular Quay ไป Darling Harbour ตั๋วเที่ยวเดียว 5.20 AUD ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงดูวิวโอเปร่ากะสะพานจากในน้ำก็สวยดีโครงสร้างสะพานก็สวยดีอยากปีนสะพาน ><

ขึ้นเรือที่ท่า Aquarium ตรงข้ามมี National Maritime Musuem มีเรือดำน้ำจอดอยู่ด้วย

เรือดำน้ำหน้าตาเหมือนปลาวาฬ เครื่องบินก็เหมือนปลาวาฬ รูปร่างปลาวาฬมันดีทางพลศาสตร์หรอ

ก่อนจะนั่ง monorailเล่นก็เดินเล่นแถว Darling Harbour ก่อน ว่าจะหาของกินเพราะยังไม่ได้กินข้าวเลยจะสี่โมงเย็นแล้ว มีคาเฟ่แหละแต่แพงไปนะเดินไปเจอ Lindt chocolate cafe ไม่ใช่ที่จะกินเลย(มันควรเป็นสวิสหรือเปล่า)แต่ก็อยากจะรู้ว่ามันจะอร่อยแค่ไหน เดินไปดูที่ร้านนอกจากช็อกโกแลตแท่งหรือแบบชิ้นๆแล้วก็มี macaron, ice cream ,cake,bakery ด้วย เครื่องดื่มก็มีฉันตั้งใจลองกิน hot chocolate แน่ๆแต่ดูราคาเค้กแล้วก็...นะ เค้กชิ้นละสามร้อยมันจะอร่อยขนาดไหนน้า...สุดท้ายสั่ง Dark hot chocolate แก้วใหญ่สี่เหรียญ(เพิ่มขนาดแต่เพิ่มตังค์นิดเดียวคนขายบอกอร่อยนะก็กินแก้วใหญ่เลยคุ้มๆ)กับ Brownie ก็ไม่ถูกนะชิ้นเล็กๆห้าเหรียญแหนะ


Hot chocolate อร่อยดี...ลืมไปว่าน่าจะกินที่ร้าน(แต่มันจะชาร์จ)เพราะกินกับถ้วยพลาสติกกลัวมันจะเสียรสชาติไปเพราะเหม็นพลาสติกแต่พอกินแล้วก็ไม่มีผลเท่าไหร่แล้วก็ยังอร่อยกว่าร้านคนหัวล้านที่พี่เค้าบอกต้องกินหนักกินหนาที่นิวยอร์ค

ได้ของกินรองท้องแล้วก็ไปทำกิจกรรมตามสูตร ไปนั่ง monorail เล่น

ตั๋วโมโนเรลเที่ยวเดียว 4.50 AUD ฉันกะว่าจะนั่งวนรอบนึงก่อนแล้วค่อยลงแต่ว่าตอนถึงสถานี (Darling Park Station -> Harbourside Station-> Convention Station->)Paddy's market ก็สี่โมงครึ่งแล้วกลัวร้านปิดก็เลยลง

เค้าว่าวันนี้มีตลาดนัด

พอข้ามถนนจากสถานีเข้าสู่ใต้ดิน Paddy's market อยากตาย...อืมม...ไม่มาก็ได้นะเนี่ยให้ความรู้สึกแบบตลาดเมืองจีน อารมณ์ชั้นสองกาดหลวงชอบกล เสื้อผ้าข้าวของแบบประตูน้ำ โบ๊เบ๊ มาทำไมฟระเนี่ยไม่มีอะไรอยากได้ในนี่หรอกหน่าให้นั่งรถไปดูห้าง Myer ดีกว่ามั้ยเนี่ย(ก็ไม่มีอะไรอยากได้ที่นั่นเหมือนกัน)

ลองขึ้นไปชั้นสองเค้าว่ามี food court,supermarket มีร้านค้าด้วยนะก็ร้านค้าจีนๆชุดนอน ที่นอน ของกระจุ๊กกระจิ๊ก(สำเพ็ง)ร้านอาหารก็มีแต่ไม่สนใจอ่ะไปดูซุปเปอร์ดีกว่า อ่ะโธ่...ซุปเปอร์เปิดถึงสองทุ่มไปนั่งรถเล่นก็ยังกลับมาซื้อทันเลย

ในซุปเปอร์ก็สมควรแล้วที่อยู่ย่านไชน่าทาวน์เพราะมีของแบบเอเชียเพียบทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ของแบบนั้นก็ไว้ไปซื้อที่ที่ควรจะซื้อละกัน ฉันอยากกินชีสยี่ห้ออื่นไม่รู้จักกิน Kraft ต่อไป Kraft single 10 แผ่นที่เดอะมอลล์ร้อยบาท ที่นี่ 24 แผ่นแบบลดไขมันลงเพียบประมาณร้อยห้าสิบบาทซื้อไปสองแพค หุหุ อ้วนๆๆแต่อร่อยๆๆ ลองซื้อมันฝรั่งทอดด้วยไม่ได้อยากกินแต่อยากรู้เห็นขายแต่ยี่ห้อ Smith's กะอีกยี่ห้อนึง(จำมะได้)เป็นส่วนมากอยากรู้จะอร่อยแค่ไหนถุงเล็ก 1.59 ถุงใหญ่ 1.89 (ลดราคา)ซื้อถุงใหญ่กินไม่หมดทิ้งก็คุ้มกว่า อิอิ

ออกจากซุปเปอร์ไปเดินเล่นเขตไชน่าทาวน์ให้สุดถนน(นับจากป้ายจีนๆ)มีร้านขายของของคนไทยหลายร้านมีครีมรกแกะ ครีมยี่ห้อ Re-birth ด้วยแต่ไม่ได้ซื้อกลัวจะสวยเกินไป มีร้านซีดี ดีวีดี ด้วย อ่ะกรี๊ดสิเพราะมีโปสเตอร์แฟนฉันอยู่หน้าร้าน อัลบั้มภาษาญี่ปุ่นของดงบังชินกิก็มีขายที่ซิดนีย์ งุงิ เกือบเก้าร้อยแหละ = =" เวอร์ชั่นขายในเอเชียอ่ะนะถ้าซื้อบ้านเราก็ถูกกว่าเยอะเลย

เดินกลับโรงแรมแวะร้านอาหารญี่ปุ่นดีกว่าจะกินอาหารจีนก็เบื่อแล้วจะกินอาหารไทยก็กินที่บ้านดีกว่านะ แวะร้าน KURA ตรงข้าม Reading Cinema (ตึกเดียวกับ Paddy's market) ร้านเล็กมากคนขายเป็นญี่ปุ่นหมดร้าน เค้ามากันไงอ่ะ พ่อครัวก็ดูไม่แก่นะมาทำธุรกิจกันเองหรอ สั่งซูชิหน้าปลาแซลมอนไป หนึ่งเซตมีแปดชิ้น 11.20 เหรียญเสริฟพร้อมซุปเต้าเจี้ยว


อร่อยอ่า~~ อิ่มอุ่นสบายท้อง อาหารของคนข้างๆก็น่ากินไม่รู้เรียกอะไรมันเป็นข้าวหน้าเต้าหู้ชุบแป้งทอดราดซอส

ขากลับจะเดินกลับทางเดิมที่เค้าพาเดินเมื่อคืนก็นะเปลี่ยนเส้นทางดีกว่าไปเดินริมถนนใหญ่ดูวิว โรงแรมที่พักอยู่ที่ถนน George นะริมทางก็มีร้านของชำเยอะนะ โปสการ์ดก็มีแต่แพงกว่าซื้อที่สถานี Monorail แถมขนาดต่างก็ราคาต่างแนะนำให้ซื้อที่สถานีรถรางแผ่นละ 50 เซนต์เองสวยด้วย

พรุ่งนี้กลับแล้ว...ให้มาไฟล์ทนี้อีกก็โอเคนะ มากินซูชิ ฮ่าๆๆ

ป.ล.ฉันเสนอตัว(หน้า)ไปช่วยน้องที่รู้จักกันในเนตพิสูจน์ตัวอักษรนิยายเรื่องที่สองที่เค้าจะรวมเล่ม ปุ๊กถามว่าว่างหรอเห็นตารางงานตรึม...ไม่ว่างอ่ะ...แต่เพราะมันเป็น fan fiction ของดงบังชินกิ(นั่นประไร)

Friday, May 11, 2007

ฝนตกตลอดเวลา

ไปเชียงใหม่สามคืนฝนตกทุกคืนยังดีมีช่วงไม่ตกตอนเช้ามั่งแต่กรุงเทพครึ้มตลอดเวลาตกไม่ว่าแต่ผ้าไม่แห้ง

ไปเยี่ยมหลานอาร์มมาด้วยคุณพ่ออี้โตล้ำหน้าคุณแม่ตุ๋มกะคุณลูกอย่างแรง

คุณพ่อตัวใหญ่



คุณแม่ตัวเล็ก



คุณลูกตัวจิ๋ว



น้องอาร์มเองคร้าบ~ เอ๊ะป้านี่เป็นใครกันนะ คิดไปเลยลูกในใจอ่ะแต่ถ้าเรียกป้าออกมามะไหร่อดกินหนม



อืมม....อายุรุ่นเราเนี่ยเค้าก็แต่งงงานมีลูกมีครอบครัวกัน(เกือบ)หมดแล้วหรือนี่แต่ก็ยังเหลือเพื่อนคณะตรึมหุหุ(แอบแต่งพฤตินัยกันไปหมดยังฟระ)

ป.ล1 จะไปเกาหลีฝนก็ตก
ป.ล2 กลับมา edit version เต็ม

Thursday, May 03, 2007

For J I will part 2

หลังจากการพยายามไปดูคอนเสิร์ตดงบังชินกิที่เกาหลีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภาคสองของการพยายามครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้นอันที่จริงมันเริ่มก่อนจะไปเกาหลีด้วยซ้ำเพราะมันเปิดขายตั๋วคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นครั้งแรกปลายเดือนธันวาปีที่แล้วแต่แห้ว(เพื่อนบีมลงชื่อจองให้)ตั๋วหมดหลังจากนั้นเค้าเปิดการแสดงเพิ่มอีกสองรอบสุดท้ายที่บูโดกันวันที่สิบแปดและสิบเก้ามิถุนายน ตอนแรกได้ยินน้องมิน(ชิมชางมิน)พูด(ภาษาญี่ปุ่น)ในคอนเสิร์ตเกาหลีว่าจะไปเล่นคอนที่บูโดกันนึกว่าปีหน้าหรืออนาคตข้างหน้าเพราะฉันเข้าใจว่ามันเป็นที่สุดยอดรอให้ดังระเบิดระเบ้อก่อน(ปีที่แล้วเล่นในฮอลล์เล็กแต่ก็ทั่วญี่ปุ่นปีนี้ก็เหมือนกันจนเพิ่มรอบเนี่ย)

ครั้งนี้ไม่ต้องพยายามมากก็ได้ตั๋วมาจากการอุปถัมภ์ของเด็ก..อีกแล้วครั้งที่แล้วก็เด็กดิ้นรนจนได้ตั๋ว(ต่างกันที่ครั้งนี้เด็กสาวยี่สิบนิดๆครั้งก่อนอายุสิบห้า)ตอนแรกน้องเค้าจะให้ฉันพาไปด้วย(อาชีพเสิรมพาเด็กดูคอน)แล้วเค้าไปเจอในเวบแฟนชาวไทยตั๋วขายพอดีเราก็ได้ตั๋วรอบสุดท้ายมาครอบครองแล้วเด็กก็เปลี่ยนใจไม่ไปซะงั้น(ขายตั๋วต่อไปละยังไงคนนั่งข้างก็คนไทยจะได้มีเพื่อนกรี๊ด)

พอชั้นซื้อซีดีอัลบั้มใหม่ที่ขายเดือนมีนาในนั้นมีหมายเลขที่ใช้ลงชื่อจองตั๋วคอนเสิร์ตฉันก็รบกวนเพื่อนบีมลงชื่อให้จะซื้อตั๋ววันที่สิบแปด ปรากฎแห้วอีก ฉันหละสงสัยวิธีสุ่มคนได้ตั๋วจริงๆแม้แต่เพื่อนบีมคนญีปุ่นแท้ๆก็ยังงง เคยลงชื่อกันไปสองครั้ง ครั้งแรกสามเมือง(ที่เล่นคอนเสิร์ต)ครั้งที่สองบูโดกันไม่ได้เลยแต่ก็ไปได้ตั๋วจากคนเดิมที่ซื้อเค้าครั้งแรกเค้าบอกว่าจริงๆมันก็เหลืออยู่หนึ่งใบแต่แรกแต่เห็นจะไปสองคนก็ตั๋วไม่ครบ เค้าช่างเป็นคนโชคดีลงชื่อที่ไหนก็ได้หมดเลย พระเจ้า!!!แต่เค้าเป็นแฟนพันธ์แท้ของจริงตามทุกงานขั้นเทพเลยทีเดียวเค้าว่าสมัครแฟนคลับหลายชื่อด้วยหนะ(แฟนคลับมีอภิสิทธิ์จองก่อน)

ตอนนี้ตั๋วอยู่ในมือทั้งสองรอบแล้วแต่ด่านสำคัญคือวีซ่า พรุ่งนี้รู้ผล(วันนี้แล้วดิ)

ตอนไปยื่นพนักงานบอกว่าไม่ต้องใช้เครดิตเพื่อนก็ได้ตั้งแต่ที่เค้าเคยทำมาคนจากการบินไทยไม่เคยไม่ได้...ก็กลัวตูเนี่ยแหละจะเป็นคนแรกแจงบอกว่าพนันกันคนละมื้อเลยได้แน่นอน ฉันก็คิดว่ามันน่าจะได้แน่นอนแต่มันเป็นอดีตฝังใจที่เคยขอวีซ่าจะไปบ้านเพื่อนเจ็ดแปดปีก่อน(แล้วหรอฟระ)โดนปฎิเสธ กลัวๆลุ้นๆ

วันไปยื่นฝนก็ตกรู้สึกแบบว่าลางไรป่าวเนี่ยคืนนี้ฝนก็ยังตก(มันตกมาสามวันติดละ) ฮ่วย!มันจะตกอะไรกันหนักหนาผ้าไม่แห้งหรือเพราะพี่เรนกำลังจะมาเล่นคอนเสิร์ต...เว้ยอีกตั้งนาน

ผลวีซ่าไม่ออกแต่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับโตเกียวแล้ว ยืนยันวันลาพักร้อนแล้ว ลุ้นๆนะโมขอให้ลูกได้ไปเจอหน้าหวานใจด้วยเหอะ เพี้ยง!!

ป.ล มันอะไรกันฝนตกไปหมดจะไปซูริกดูพยากรณ์อากาศฝนตกทุกวันเลย

Monday, April 30, 2007

NYC

เวลานี้เมื่อสองวันที่แล้วยังเดินเล่นอยู่ในนิวยอร์ควันแรกอากาศดีวันที่สองฝนตกเซ็งซะ

ไม่ได้ไปหาเทพีเสรีภาพด้วยเป็นสิ่งที่ตั้งใจว่าต้องทำก็ไม่เชิงไม่ได้ไปหรอกวันฝนตกอ่ะพี่เค้าก็พาไปแต่ไม่เห็นเพราะฝนตกทัศนวิสัยต่ำมองไม่เห็น โผล่ขึ้นจากซับเวย์ปุ๊ปก็มุดลงทันใด ให้ตายแล้วมาอีกครั้งจะมีคนพาไปมะเนี่ย

ขอร้องซับเวย์นรกมากๆใช้บริการแล้วรู้สึกเครียด สกปรก เหม็น เก่า น่ากลัว ตู้รถมีแต่รอยขูดขีดบรรยากาศอึดอัดสยองคนหลากหลายมากๆคนดำอีกมีครั้งนึงเจอแก๊งค์เด็กดำอ่ะโหแบบในหนังแร๊ปฮิบฮอปมากเค้าไม่ให้เปิดวิทยุในโบกี้มันเปิดอะไรของมันไม่รู้ไม่พอ ร้องอีกแล้วก็ทำเสียงดัง ตะโกนๆฉันหนะยืนเกาะเสาใกล้ประตูสุดฤทธิ์แถมเด็กในกลุ่มมีลูกรักบี้มันโยนๆทำท่าจะปาใส่พี่ในกลุ่มฉัน(มันไม่เห็นฉันมองแต่ฉันเห็นมันเล็งพี่)แถมมีครึ่งนึงทั้งตู้เหลือคนอื่นกะกลุ่มเราคิดว่าถ้าเหลือคนอื่นกะฉันสองคน ตูเผ่น ถ้าไปคนเดียวไม่ขอใช้ซับเวย์แน่นอน น่ากลัวเชี่ยๆ

ซับเวย์เกาหลีว่ามีมุมสยองกว่าญี่ปุ่นแต่ถูก(ถูกสุดแหละ)และดีกว่าเมกาหลายเท่า ญี่ปุ่นเนี่ยถึงจะสถานีรถไฟเก่าบ้านนอก(แถวโรงแรมที่พัก)ก็ไม่ให้ความรู้สึกน่ากลัวไปคนเดียวก็ไม่สยองเคยกลับมาห้าทุ่มก็ชิวๆ

เซ็งอีกเรื่องคือรูปที่ถ่ายหายเปิดๆดูอยู่จะโหลดลงคอมหาย ไม่เสียดายเท่าไหร่เพราะเด๋วก็ไปอีกแถมไม่ได้ถ่ายรูปเทพีเสรีภาพด้วยแต่ว่าอย่าง ground zero /soho หรืออะไรไกลๆโรงแรมจะไปยังไงอีกอ่ะไม่อยากนั่งซับเวย์อย่างแรง รถเมล์มันขึ้นยากมั้ยเนี่ยขออยู่บนถนนเท่านั้น

ป.ล1 เสียดายรูป north pole
ป.ล2ป่านนี้อยู่บ้านก็ยังไม่หลับอีกตู นอนสลับกลางวันกลางคืนแถมกินสลับอีกเนี่ย ร่างกายจะเป็นอะไรมั้ย

Tuesday, April 24, 2007

สงกรานต์

ได้หยุดแบบไม่เจตนาซะสิบเอ็ดวัน(เค้าใส่มาผิด?)ได้กลับเชียงใหม่ตรงกับน้องได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันไปเที่ยวเล่นดูหนังตามประสาพาแม่ไปดูมะหมาหนังก็น่ารักดีแถมหลังหนังจบมีเบื้องหลังน้องกอล์ฟซีนสุดท้ายได้คะแนนความน่ารักจากชั้นไปอีกหลาย(ได้ข่าวว่าชอบดงบังชินกิ กอล์ฟ-ไมค์มาได้ไงหว่า)

ตอนแรกก็แอบเสียดายเงินนิดๆตอนนี้ต้องการเก็บเงินมากๆก็ไม่ได้ทำงานก็ไม่ได้เงินแต่ตอนนี้รู้สึกดีละถ้าทำงานติดๆกันจะเอาเวลาไหนไปทำวีซ่าอเมริกา

นี่ว่าหยุดสบายใจนัดสัมภาษณ์ได้วันที่ 19 ก็นั่นแหละชะล่าใจโทรช้าแต่ก็โทรไปตั้งแต่วันที่9แล้วนะนั่นนึกว่าจะได้วันที่18เลือกแบบโทรนัดนอกจากเสียค่านัดแพงกว่านัดทางเนตยังต้องเสียค่าโทรต่างประเทศด้วย = =""

เค้าว่าปกติสามวันจะได้พาสปอร์ตคืนใช่มะแต่ว่าคนที่สัมภาษณ์น้องที่ทำงาน(ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ต่อแถวใกลักันเค้ามาขอวีซ่าไปเที่ยวเมกา)บอกว่าสี่วันได้ ไอ่สี่วันที่ว่าเนี่ยมันนับเสาร์อาทิตย์มั้ยถ้านับก็วันที่ห้าแล้วเจ้าพระคุณ EMS ฉันจะไปคืนที่ 25 แล้วนะ

เดือนที่แล้วฉันไม่ได้กลับบ้านเพราะทำงานแหลกลานบินแหลกของแท้ตั้งแต่16มีนา-1เมษาหยุดสองวันมันเป็นการหาเรื่องใส่ตัวด้วยหนะบินเกาหลีต่อฟุกุโอกะ(ทำงานหกวันติด)หยุดหนึ่งวันไปสิงค์โปร์ภูเก็ต(สามวันสองคืนนอนที่ละคืน)หยุดหนึ่งวันไปเกาหลีต่อคันไซ สาเหตุเพราะจะขึ้นยุโรปกลัวไม่ได้เกาหลีญี่ปุ่นก็เลยไปสั่งลาแบบแลกเค้าไปก็มีของตัวเองก็ด้วย

เกาหลีกะคันไซไม่เท่าไหร่นะเพราะเวลาเราไปทำงานก็มีพี่ยุโรปไปตรึม(ก็ฉันเป็นR คนเดียวเลยแหละ)แต่ฟุกไม่ไปไม่ได้เพราะทุกวันนี้เค้าไม่โหลดพี่อีไปทำงานไฟล์ทนั้น ฉันต้องไปสั่งลาของกิน

พอทำงานติดกันปลายเดือนที่แล้วต้นเดือนนี้ก็ไปต่อ 3-6 เมลเบิร์น 9-13ไปโคเปนเฮเกน ได้หยุดเยอะก็ได้กลับบ้านชดเชยอยากอยู่ยาวแต่ดันติดตรวจสุขภาพกะวีซ่าอ่ะแหละแถมไม่ได้อยู่ถึง24เพราะ 22 มีสอบภาษาญี่ปุ่นกะนัดเรียนเปียโนจะกลับไปอีกรอบก็เปลืองน้าเดือนหน้าค่อยไปชอบทำงานแบบยุโรบเพราะหยุดติดกันดีอย่างน้อยก็สองวัน ไม่ต้องลาพักร้อนก็กลับบ้านได้ :D

ไม่ได้กลับบ้านนานแม่ฉันมีลูกชายเพิ่มอีกสองตัว(จากเดิม11ตัว)ชื่อเฉาก๊วย กะด่างสอง มันมาจากบ้านตรงข้ามจูเนียร์พามา = = จูเนียร์เข้ากะใครในบ้านไม่ได้เลยไปนอนบ้านตรงข้ามแล้วมีแก๊งค์ของตัวเองพามากินข้าวบ้านตัวเองซะงั้น

ส่วนด่างสองนั้นมันหน้าตาเหมือนด่าง(พี่น้องของจูเนียร์)ก็คิดชื่อกันไม่ออกก็เรียกด่างสองเพราะมันเหมือนด่างตอนนี้(ปุ๊ก)สถาปนาด่างเป็นด่างศักดิ์ไปแล้วแมวที่บ้านเนี่ยตัวนึงมีไม่ต่ำว่าสองชื่อก็เพราะแมวไม่เหมือนมาหงะเรียกไงมันก็ไม่หันอยู่แล้วก็เรียกไปเหอะอยากเรียกไรอ่ะแต่เอาเข้าจริงมันก็รู้ชื่อตัวเองนะ

เพื่อนฉันกะน้องที่ทำงานคลินิก(พาแม่ไปรักษาผิวหน้า)ถามแม่ว่าเหงาป่าวแม่ว่าไม่เหงาเลย ฉันก็ว่างั้นอ่ะนอกจากแม่จะมีแมวคลายเหงาบานเบอะและเคยมีหมาบ้านตรงข้าม(ก็บ้านที่แมวไปอยู่)ให้เล่นเพราะเจ้าของ(เรียกกันว่าอิเจ๊)ไม่ค่อยอยู่บ้านแม่ชั้นก็ไปให้อาหารมันไปให้กล้วยมันกินแค่นั้นแม่ก็ว่าหมดเวลาไม่ทันจะเหงา

ตอนนี้ถึงไม่มีหมาเพราะแม่บอกอิเจ๊ให้เค้าเอาหมาไปให้หลานเจ๊หรือให้ใครซักคนเลี้ยงสำเร็จคือหมาก็เป็นของหลานคนนึงหลานมันก็รักแต่มันไม่อยู่เลี้ยง(นิสัยคุ้นๆเหมือนต้วเองชอบกล)แต่แม่ฉันก็ยังลามปามไปเปิดสปริงเกอร์รดน้ำให้บ้านอิเจ๊ด้วยทนไม่ได้หญ้าตาย นู่นอิเจ๊ก็ไว้ใจจัดฝากกุญแจไว้(เปิดให้คนตัดหญ้า)แม่ฉันก็เดินไปเปิดไฟบ้านเค้าตอนกลางคืนด้วยไม่ใช่ไรหรอกเปิดให้แมวตัวเอง หุหุ

นอกจากแมวและบ้านอิเจ๊แม่ฉันมีนกด้วยไม่ได้เลี้ยงก็เหมือนเลี้ยงแม่เล่นเอากล้วยไปแขวนไว้หลายที่มีกะละมังใส่น้ำให้นกเล่นน้ำด้วยมันมาอาบน้ำลงไปอยู่ในกะละมังเลยที่ทำไปก็เพราะแมวอ่ะแหละให้แมวดูนกอาบน้ำ นกซวยก็มีโดนกินหละค่ะ

อ่ะกลับบ้านไปตรงกับวันเกิดด้วยนะกินข้าวกะครอบครัวก็ได้กินข้าวกะเพื่อนด้วยจริงๆเวลาไปก็นัดกันให้เป็นปกตินะแต่มันตรงกะวันเกิดเราเราก็เหมาว่าปาร์ตี้วันเกิดซะงั้นครั้งนี้ยิ่งใหญ่คู่สามีภรรยาสามคู่ลูกหนึ่งโสดสามฉันกะปุ๊กแล้วก็เล็กเค้ากลับเชียงใหม่ตรงกันพอดี(ไม่เค้ยไม่เคยกินข้าวด้วยกันที่เชียงใหม่นานโคตรๆ)เป็นการเข้าสู่ปีที่แก่ขึ้น(ก็แย่พอแล้ว)ด้วยความอ้วนและสิว สิว สิวและสิว

นอกจากนี้ก็ได้ไปวัดด้วยแล้วก็ได้ดำหัวแม่ด้วยอ่ะไม่เคยทำมาก่อนเลย

อยากกลับเชียงใหม่อีก วันหยุดผ่านไปเร็วเสมอ

Tuesday, April 17, 2007

Don Mueang

ดอนเมืองรำลึก...การเปิดใช้สนามบินดอนเมืองเนี่ยช่างเรื่องสุขสันต์ของชั้นจริงๆแทนที่จะเสียค่าแท็กซี่ไปสุวรรณภูมิสามร้อยเจ็ดสิบห้าก็เสียแค่หนึ่งร้อยสามสิบห้าเท่านั้นแถมใช้เวลาไปกลับจากบ้านก็แป๊ปเดียว เริ่ดดดดดดด

โอ๊ะๆ เดินออกมาเรียกแท็กซี่กลับบ้านเงยหน้าไปเห็นป้ายชื่อสนามบินเป็นภาษาอังกฤษว่า Donmueang International Airport ที่เค้าเคยเถียงกันว่าจะเขียน"เมือง"ยังไงสุดท้ายก็เขียนยังงี้หรอเนี่ย

ต่อไปนี้ต้องแก้เวลาจ่าหน้าซองจดหมายมั้ยนะฉันเขียน Muang ตลอดแต่มันก็ถึงนะเพราะว่าเป็นคนไทยด้วยกันก็เดาได้หละมั๊ง ไปรษณีย์ไทยเก่งจะตายบ้านเชียงใหม่เปลี่ยนจากหมู่สามเป็นหมู่หกถึงจะเขียนที่อยู่เก่าก็ยังส่งถึงแต่อะไรไม่เท่าจดหมายไปที่บ้านเชียงใหม่ไม่มีคนอยู่บุรุษไปรษณีย์เอาไปส่งให้น้องที่ทำงานปากซอยบ้าน น้องถามว่ารู้ได้ไง เค้าตอบว่า ทำไมจะไม่รู้ ทึ่งกันไปเลย(แต่ก็แอบน่ากลัวอยู่นะ)

กลับมาทำธุระกรุงเทพชั่วคราวไปตรวจสุขภาพเช้าพรุ่งนี้กะทำวีซ่าเมกาเช้าวันถัดไปแล้วก็ไปเชียงใหม่อีกหยุดยาวนะ 14-24เริ่ดดด...หรือเปล่าฟระ ขอพักร้อน 16-22 มิ.ย ให้14-24เม.ย = =''''' แล้วมิ.ยจะได้มั้ยเนี่ยไม่หยุดไม่ได้นะจะไปญี่ปุ่นนนนน

Saturday, April 14, 2007

Denish

ไปเดนมาร์กไปกินเดนนิช...มั๊งหน้าตาใช่นะ(มั่วเอาเอง)แต่ในใบเสร็จเรียก wienerbr0d(เลขศูนย์แทนตัวศูนย์ที่เราเขียนแบบมีขีดอ่ะ)เค้กข้างๆคือ Othello


ที่ร้านLa Glace ร้านนี่ดังและเก่าแก่มาก Hot chocolate เป็นเครื่องดื่มแนะนำพลาดไม่ได้


ป.ล เดนนิชมันขนมของเดนมาร์กป่ะเนี่ย

Thursday, April 12, 2007

Hej

Hej is hello in Denish and Jeg Elsker Dig is I love you ^^

Hello from Denmark :D

Sunday, March 11, 2007

Tags

Tag
สิ่งที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ห้าเรื่อง
คิดไม่ค่อยออกเลยเพราะเป็นคนโพทะนาตลอดเวลาพยายามคิดว่าเรื่องต่อไปนี้น่าจะใช้ได้

1.อ่อนไหว แม้ว่าจะดูเป็นคนใจร้ายแต่เดี๊ยนเป็นคนอ่อนไหวนะเรื่องนี้อาจจะไม่มีใครทราบถ้าดูการ์ตูนหรือฟังเพลงเนี่ยถึงกับน้ำตาไหลได้เลยทีเดียว(อ่อนไหวหรือบ้ากันแน่)

2.ภาษาญี่ปุ่นเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ป.6 !! อ่ะ อ่ะ ไม่รู้อ่ะดิ สาเหตุมาจากนักร้องค่ะ สมัยก่อนชอบ SMAP กะโชเนนไตอย่างแรงเรียนได้ไม่นานก็เลิกแล้วมาเรียนอีกทีก็ปีสี่เป็น free elective จบมหาวิทยาลัยก็ยังเรียนต่อไปเรียนๆเลิกๆมาถึงปัจจุบัน(ก็ยังไปไม่ถึงไหน)

3.ดนตรี เท่าที่รู้ทางบ้านย้อนไปถึงสมัยคุณยายก็ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับดนตรีแม้แต่น้อยมีแต่ฉันกะปุ๊กเนี่ยแหละที่อยากเล่นเปียโน ไม่ใช่ดำริกันไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนั้นแต่มันค่อยๆเริ่มมาว่าสุดท้ายเราอยากเรียนเปียโน ฉันหนะเริ่มก่อนเลยดนตรีชิ้นแรกคือขิม(ไม่ได้เกี่ยวกะเปียโนเลย) เพลงแรกคือจระเข้หางยาว...ท่าทางมันจะยาวมากเล่นไม่จบเรียนได้สองท่อนก็เลิกเรียนซะงั้น จากนั้นฉันกะปุ๊กก็เรียนอิเลคโทนและฉันก็เรียนกีตาร์คลาสิคด้วยก็ไม่ได้เรื่องตามเดิมกีตาร์ท่าทางจะประสพความสำเร็จมากกว่าเล่นได้หลายเพลงและก็สอบผ่านตั้งสองเลเวลปัจจุบันเล่นไม่เป็นแล้วเข้ามหาวิทยาลัยเลิกเรียนทุกอย่าง ปัจจุบันเรียนเปียโนงานนี้เอาจริง(แม้จะไม่ได้ซ้อมและไม่ซื้อเปียโน)รู้สึกชื่นชอบมากทึ่งกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้มากๆใครเป็นคนคิดขึ้นมาเนี่ยมันเจ๋งจริงๆ

4.TVXQ กลับมาเป็นเด็กกรี๊ดนักร้องอีกครั้ง(หนักกว่าสมัยเด็กจริงๆ)ประมาณปลายปีที่แล้ว ฉันเห็นดงบังชินกิครั้งแรกก็ตอนเค้าเดบิ้วท์ปี2004(เพลง Hug)ตอนนั้นไปเกาหลีพอดีแต่สมัยนั้นยังหน้าละอ่อนกันเกินเหตุปัจจุบันโตแล้วน่ากินเอ๊ยน่ากรี๊ดกว่าเดิมมากหน้าตาดีมีฝืมือแถมเป็นแรงบันดาลใจให้กลับไปเรียนญี่ปุ่นเร็วกว่าเดิมเพราะเค้าไปเดบิ้วท์ที่ญี่ปุ่นด้วยและพูดญี่ปุ่นเป็นไฟอย่างน้อยไม่เข้าใจตอนเค้าพูดเกาหลีก็เข้าใจตอนพูดญี่ปุ่นก็ยังดี

5.BLOG ย้อนไปปี1999(มั๊ง)เป็นปีแรกที่ฉันเขียนไดอารี่ออนไลน์(สมัยนั้นคำว่า Blog ยังไม่อิน)เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆที่ทำเวบไดอารี่สาเหตุก็เพราะชอบบ่นนั่นแหละแล้วก็จะได้ไม่ต้องเล่าซ้ำๆเพื่อนๆจะได้มาอ่านมาเล่นมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ไง(แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครอ่านขนาดน้าน)

Wallpaper Tag
1.แปะWallpaper ของตนเอง
รูปของดงบังชินกิจ่ะ


2. บอก OS ที่ใช้, resolution หน้าจอ
Windows XP Professional Version2002 SP2, 1024*768 (มันเกี่ยวกะ wallpaper ตรงไหนเนี่ย)

3. ระบุหน่อยว่าเอามาจากไหน (web ที่ d/l, ถ้าเป็นรูปถ่าย บอกหน่อยว่ามาจากที่ไหน)
นึกว่าถามว่าเอา OS มาจากไหน = = เอาข้อสองไปเป็นข้อสี่ก็ได้นะ Wallpaper โหลดมาจากเวบไหนจำมะได้แล้ว

4. เหตุใดถึงเลือกมาเป็น wallpaper
เพราะความรักนะสิ อ้วกกก ก็เพราะชอบหนะไม่มีไรมากกว่านั้น(ก็อยากจะมีหรอก)

5. จากนั้นหาเหยื่อ ..เอ๊ย ผู้โชคดีอีก 5 คนรับ tag ต่อ
ป่านนี้เค้าก็เล่นกันหมดเมืองเปลี่ยนหัวข้อกันไปหลายแถมฉันก็เปลี่ยนwallpaperแล้วด้วยเดี๋ยวจะหาว่าแก้ตัวนะเค้าก็เตรียมภาพไว้กะจะทำทันทีที่ได้หรอกแต่ไม่มีเวลา เอาภาพปัจจุบันไปดูด้วยละกัน


Asian Movies Tag
ให้บอกชื่อ "หนังเอเชีย" ที่ชื่นชอบ มาทั้งหมด 4 เรื่องพร้อมฉากที่ประทับใจที่สุดในหนัง
หัวข้อเนี่ยยากสุดเลยฉันว่าฉันก็ดูหนังเอเชียเยอะนะแต่ถ้าจำฉากประทับใจไม่ได้ก็ไม่ผ่านเงื่อนไขดิส่วนมากจะสนุกแบบรวมๆมากกว่า

1.Kairoมันเหลือเกินเรื่องเนี่ยไปดูตอนเทศกาลหนังญี่ปุ่นไอ่เรื่องญี่ปุ่นๆเนี่ยมันได้คะแนนลำเอียงอยู่แล้วหละแถมเรื่องเนี่ยเค้าว่ามันดังและน่ากลัวก็เลยไปดู

ฉากที่ประทับใจ ฉากที่ผีออกมาครั้งแรกมาเงียบๆไม่มีsoundใดประกอบทั้งนั้นคนกรี๊ดทั้งโรงหนังสนุกดีแต่เป็นหนังที่ดูเสร็จแล้วก็ไม่รู้สื่ออะไรแต่สยองสะใจดี(ผีผู้หญิงที่เต้นเบรคแดนซ์มาก็น่ากลัวนะ)

2.Death Noteเพราะไม่ได้อ่านการ์ตูนจบก่อนไปดูก็เลยชอบมากกว่าคนที่อ่านการ์ตูนแล้วฉันรู้สึกว่าทำลุคเหมือนดี รู้สึกว่าแอลเหมือนดี รู้สึกว่าไลท์เท่ดีแต่ใครๆว่าไลท์หน้าบานไม่หล่อแบบในการ์ตูน

ฉากประทับใจ ไลท์กะแอลเจอกันแล้วแอลกินpotato chip แบบเดียวกับไลท์รู้สึกว่าสื่อได้เย้อ ดูหนังเสร็จไม่รอยืมอี้ละค่ะด้วยความรักต่อไลท์กะแอลถอยมาเอง(ยังอ่านไม่จบเลยอยากได้เล่ม 13 ด้วย)

3.เด็กหอเพราะเป็นหนังของทีมแฟนฉัน เพื่อนสนิทก็เลยไปดูรู้สึกว่าทำดีนะแต่สองเรื่องนั้นไม่มีฉากไรประท้บใจพิเศษหนิก็ดีก็สนุกดีส่วนเรื่องเด็กหอนั้นมาแนวเย็นๆผีหลอกดี

ฉากประทับใจ ตอนที่เด็กๆดูหนังกลางแปลงกันแล้วน้องแนคเพิ่งรู้ว่าเพื่อนเป็นผี boo~~~

4.My Sassy girlคิดเรื่องที่สี่ไม่ออกจริงๆก็ไม่ออกตั้งแต่เรื่องที่สามแล้ว เรื่องนี้เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ดูก็ตลกแต่ไม่ค่อยชอบนิสัยและการแสดงออกของนางเอกไห้ดูอีกหลายๆรอบก็ไม่ดูแต่มีฉากประทับใจที่จำได้ชัดเจนก็คือตอบจบ ไม่ใช่ว่ามันจบซะทีแต่มันแบบไงอ่ะพรหมลิขิตอ่ะม้าง

สามแทคจบแล้นเย้

Saturday, March 10, 2007

หอแต๋วแตก

ห่างหายการไปดูหนังนานพอสมควรไม่น่าเชื่อว่าเรื่องที่ทำให้ไปดูเป็นเรื่องหอแต๋วแตก

ใจก็อยากจะดูเรื่อง"ยังไงก็รัก"เหมือนกันดูจากหนังตัวอย่างท่าทางมันจะตลกปุ๊กไปดูมาแล้วก็บอกว่ากิ๊กแสดงดีมากๆหนังก็ตลกแต่อยู่ดีๆก็อยากร้องไห้ซะงั้นส่วนเรื่องหอแต๋วแตกนั้นไม่เคยดูหนังตัวอย่างเลยเห็นแต่ภาพโฆษณาแต่ภัทรอยากดูส่วนฉันรู้สึกว่าอยากดูหนังและอยากหัวเราะ

เข้าโรงไปก็ต้องป๊ะกับอะไรที่ไม่คิดว่าจะเจอนั้นก็คือเด็ก!! เห็นตั้งแต่ปลายแถวกันเลย(จับสัญญาณได้ดีมากๆ)ประมาณอายุไม่เป็นคิดว่าไม่เกินห้าขวบ มันมาทำไรที่นี่!??! นั่งบนตักคุณแม่ที่นั่งติดกับที่นั่งของเรา ฉันผลักภัทรเข้าไปก่อนเลย ไอ่ภัทรก็ผลักฉันให้เข้าไปก่อนเลยบอกว่ารู้ว่านางงามรักเด็ก

แม่เจ้า...เคยเจออยู่หรอกเรื่องที่ไม่ควรจะมีเด็กเล็กเข้ามาแต่ไม่เคยเจอระยะประชิดเยี่ยงนี้

หนังตัวอย่างเริ่มฉายแล้วค่ะและสิ่งที่เราหวาดกลัวก็ "นี่เรื่องอะไร" แว้ก...มันเริ่มขึ้นแล้ว ฉันกะภัทรสบตากันโดยไม่ต้องส่งสัญญาณอะไรกัน เริ่มแล้วมะหละเว้ย

พอเจอตัวอย่างการ์ตูนหนูตกชักโครก เด็กก็อยากดูค่ะ ก็ส่งเสียงไปเรื่อยค่ะ พูดเสียงดังขึ้นด้วยค่ะเพราะคุณแม่ไม่ตอบซักทียังดีคุณแม่ปรามน่าชื่นชมคุณแม่อยู่ไม่งั้นละคงจะมีรณรงค์ปิดมือถือก่อนชมภาพยนต์และปิดปากลูกของท่านด้วย

หนังเริ่มแล้วค่ะ ฉากแรกมาก็ ผ่าง! ปานวาดตายตาเหลือก คุณแม่~~~คิดไงพาลูกมาด้วยเนี่ยยยย

เดชะบุญของเด็กที่หลับ(ไปตอนไหนไม่รู้)ไม่งั้นจะได้ดูหนังผีที่ตัวเด่นเป็นกระเทยและคำหยาบตรึม

ผู้ปกครองควรคิดนิดนึงก่อนจะพาบุตรหลานท่านไปดูหนัง...ถ้าหนังเด็กแล้วมีเด็กเจี๊ยวจ๊าวเราพอเข้าใจแต่หนังหลายๆเรื่องเราไม่เข้าใจท่านคิดอะไรอยู่....อยากให้ลูกเป็นทหาร ? อยากให้ลูกเป็นหมอผี?

Tuesday, March 06, 2007

Europe

จากที่เป็นอา(Reginal)ตอนนี้กำลังจะเป็นป้าแล้ว(Europa)

สัปดาห์นี้อบรมเครื่องใหม่ Boeing 747, Airbus340 ทั้งเรื่อง Emergency และการบริการ

เรียนคราวนี้รวดเร็วเรื่องบริการก็วันละเครื่องไม่มาอธิบายอะไรกันนานเพราะว่าไปก็เหมือนการทำงานตอนอยู่ชั้นประหยัดเลยจำนวนคนในส่วนของชั้นประหยัดในเส้นทางยุโรปยังน้อยกว่าเส้นทางเอเชียซะอีกนะอีกสองวันก็ก็เรียน emergency วันละเครื่อง วันสุดท้ายไปดูเครื่องบินจริง

นอกจากเรื่องเรียนยังมีเรื่องทำวีซ่าไปอเมริกาฉันเห็นเพื่อนๆตื่นตัวทำกันใหญ่แต่ฉันไม่อยากจะทำเหตุผลก็แค่ไม่เห็นบริษัทบอกหนิ

เรื่องแบบเนี้ยเป็นเรื่องที่ต้องรู้เอาเองงั้นหรอคิดว่าตามระบบต้องมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ใช่รู้เอาเองเปรียบเทียบกับเรื่องขอรูปถ่ายเผื่อจะไปทำบัตรผ่านเข้าสนามบินยังบอกได้ แล้วทำไมเรื่องที่สำคัญต่อการทำงานไม่บอกด้วยก็บอกมาในตารางเรียนก็ได้หรือฉันไม่มีความรับผิดชอบที่ไม่รู้ว่าของแบบนี้ไม่ต้องบอกก็ต้องทำเอง ??

ทำวีซ่าก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกเสมอไปนะถึงบริษัทจะออกในรับรองในการขอ(ก็ทำให้ได้แน่ๆ)แต่ว่าต้องทิ้งพาสปอร์ตไว้ที่เค้าแล้วเราไม่ได้ทำงานออฟฟิศนี่หว่า พาสปอร์ตเป็นเอกสารที่ต้องติดตัวเสมอเวลาทำงานถ้าดันขอสัมภาษณ์ไปแล้ว(เฉือก)ได้วันที่ 15 หยุดวันนั้นวันเดียวต้องทิ้งพาสปอร์ตไว้สามวันแล้ววันที่ 16-18มีพี่เค้าจะเอาไฟล์ทเกาหลีมาให้ ฉันมิต้องอดแลกเรอะ ไม่เอาน้า~~ ยืนหลังจากไปเกาหลีแล้วดีกว่าแต่หลังจากนั้นก็มีแผนจะแลกไปญี่ปุ่นนี่หว่า...หลังจากนั้นค่อยยื่นก็ต้องไปค้างสิงค์โปร์อีก จากนั้นเข้าตารางบินซัมเมอร์หวังว่าคงไม่โป้งมาเป็นอเมริกาไฟล์ทแรกหรอกนะ ถ้าไม่มีวีซ่าแล้วมีไฟล์ทไปบินไม่ได้ เป็นความผิด(ของเราหรอวะเนี่ย)

จะไม่ทำแล้วแต่เพื่อนเอาฟอร์มขอซื้อ PIN มาให้แถมพาไปส่งไปรษณีย์อีกแค่นั้นหนะไม่ใช่แรงผลักดันที่แท้จริงหรอกเค้าดันบอกว่าไฟล์ทไปนิวยอร์คจะเปลี่ยนไม่บินตรงหรือไม่ก็ปิดไปเลยแล้วถ้าเดือนหน้ามาดันได้นิวยอร์คแล้วไม่มีวีซ่าก็อดไปกินฟรี(บังคับปึ้ดเลี้ยงข้าวน้า)อ่ะเด้เลยต้องเสียเงิน 4560 !!!!!!!!!! ไอ่บร้า ค่าบ้าไรไม่รู้สามพันแปด ค่าขอข้อมูลทางโทรศัทพ์ 760(ถ้าขอทางเนต 456 บาท)ดีนะเบิกได้

พรุ่งนี้เรียน Emergency 340 เค้าว่าเรียนไม่นานเพราะไม่ต่างจาก 330 เท่าไหร่แต่ว่าดันต้องมีซ้อมลงน้ำ(ปีนแพเวลาเครื่องตกน้ำ)ขอบอกว่าลงน้ำแล้วจะปีนแพไม่ง่ายเลยคร้า...ขนาดน้ำนิ่งในสระแม่งยังปีนไม่ขึ้น

Saturday, March 03, 2007

one last cry

หลังจากร่าเริงในเกาหลีกลับมาก็ทำงานชุดใหญ่ไร้วันหยุดแต่ฉันลาป่วยไปวันนึง คออักเสบ(กรี๊ดกระหน่ำไปหน่อยหละม้าง) เหตุผลจริงๆคือจัดตารางบินมาโหดเกินไปทำมะไหวเลิกงานห้าทุ่มกว่าจะกลับถึงบ้านคงเที่ยงคืนครึ่งกว่าจะนอนหกโมงเช้าต้องตื่นไปเช็คอินทำงานถึงสามทุ่มกว่า..มีหวังได้ไม่สบายหนักแจก็ไม่มาดูแล(ฮิ้ววว)

หลังจากนี้ก็ไม่ต้องทำงานไปแปดวัน โย่ว!แต่ไปเรียนห้าวันเตรียมตัวไปยุโรปแล้นจ้า

เวบตัวเองไม่ได้อัพแต่ไปหาคลิปกะดูเวบชาวบ้าน..คลิปก็เรียกว่ามีให้ดูกันบัดเดี๋ยวนี้เลยแค่คืนที่ดูคอนเสิร์ตเสร็จกลับไปเกสต์เฮ้าส์ก็มีให้ดูแล้วเทคโนโลยีเนี่ยสุดยอดจริงๆอินเตอร์เนตเนี่ยทำให้โลกแคบลงสุดๆ

แฟนคลับไทยเนี่ยก็เก่งมากๆว่องไวในการนำเสนอข่าวมากๆหารูปจากเวบต่างๆมาลง"อิน"เหมือนกับไปดูมากับตาเลยทีเดียว

อยากจะโม้อยากจะโม้แต่พรุ่งนี้ต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่เปิดคลาสมาฉันก็โดดไปสามครั้ง(จบบทแรกพอดี)แถมก็ยังไม่ได้อ่านบทที่สองซะด้วยต้องอ่านซะหน่อย

วันนี้เอาเพลงไปฟังก่อนนะ เพลง one last cry มิกกี้เค้ารอตอนโชว์เดี่ยวจ่ะ..

One Last Cry

My shattered dreams and broken heart
Are mending on the shelf
I saw you holding hands
Standing close to someone else
Now I sit all alone
Wishing all my feelings was gone
I gave my best to you
Nothing for me to do
But have one last cry

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind this time
Stop living a lie
I guess I'm down to my last cry

Cry.....

I was here
You were there
Guess we never could agree
While the sun shines on you
I need some love to rain on me
Still I sit all alone
Wishing all my feelings was gone
Gotta get over you
Nothing for me to do
But have one last cry

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind
For the very last time
Stop living a lie

[Bridge:]
I know I gotta be strong
Cause round me life goes on and on
And on ....
And on ....

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind
For the very last time
Been living a lie

I guess I'm down,
I guess I'm down,
I guess I'm down...
I guess I'm down...
To my last cry...

ป.ล. ร้องไห้ให้กับเวบ Heroshock เพราะปิดตัวไปแล้วเศร้าใจมากๆเพราะเป็นที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดเจเจส่งของขวัญไปให้ก็ถึงทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ทำให้ได้ไปดูคอนเสิร์ตเพราะมีแฟนคลับเดนตายทำผิดวัตถุประสงค์เวบเมเนเจอร์ไม่อยากให้เสื่อมเสียถึงเจเจปิดซะเลย...ไกลเท่าเดิมเลยม้า

Sunday, February 25, 2007

goodbye JJ

By this time, last day concert has been started for an hour.How is the concert today?What will my love do tonight?

For me,I am going to the airport with unforgettable memory.

Goodbye JJ~~ see you once again my love.

Friday, February 23, 2007

Heart attack !!

just back from the concert, my god!!!! how much is maximum heart rate? and how endure the heart is.

I feel good~~~ >/////////////////////<

Hi Seoul

I'm arrived safely.

When travelling as a passenger, I feel that flight time is short but when i'm on duty it's long and boring.

In-flight breakfast is shrimp fried rice with chicken sausage. I had never seen it before so i ate it ahahah (despite it's 5.30 am Thailand time)

Immigration is not a big problem but it takes a bit long time compare to the kid that come with me.

Travelling with a kid drive me crazy.She is 15, alert and repeat everything she has said and I have to repeat what I said to make her understand.

Guest hourse condition is not good,actually a bit shock me it's old and small , but it's cheap just about 640 Baht a night.

It's 1.27 PM now I will go to the concert plance,Olympic park, at 6 PM

it's so excited >////<

Thursday, February 22, 2007

For J I will

ตื่นเต้น ตื่นเต้ลล จะไปเกาหลีคร่า...

ปุ๊กบอกว่าประสาทหรือเปล่าทำอย่างกับไม่เคยไปเมืองนอก มันไม่เหมือนกันอ่ะดิอันเนี่ยอ่ะไปด้วยตัวเองเป็นการไปเมืองนอกครั้งแรกที่ไม่มีหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้อง เห็นว่า ต.ม. ที่นั่นก็โหดมิใช่น้อยไปถึงแล้วแห้วอดเข้าก็มีนะ

แต่กว่าจะได้ลั่นล้าอย่างนี้นอกจากลุ้นตั๋ว ลุ้นแลกไฟล์ทเพื่อจะไปดูในหน้าที่(ประหยัด)สุดท้ายก็ไม่ได้ซักอย่างที่หวังไว้เพราะกะจะไปวันที่ 24 หรือ 25 แต่ก็ไม่ได้ตั๋ววันนั้นแล้วก็แลกไฟล์ทไม่ได้ด้วย

ได้ตั๋วนั่งวันที่ 23 ก็ย่อมดีกว่าตั๋วยืนวันที่ 24 ก็ต้องออกตั๋วไปเองแล้วก็ต้องแลกไฟล์ทอยู่ดีเพราะว่าฉันขอคนจัดตารางบินให้หยุด 24 25 เลยต้องทำงานหนักค่ะ ห้าวัน(18-22)สิบเอ็ดแลนด์(ดิ้ง)อ้วกจะแตกสี่คืนนอนไม่ซ้ำที่เลย คืนแรกกระบี่ คืนที่สองปีนัง คืนที่สามบ้าน คืนที่สี่เชียงใหม่ คืนนี้ไปนอนในเครื่องบิน

รู้งี้อะไรที่เราควบคุมได้เราก็น่าจะทำๆไปก่อนนะก็คือขอลาพักร้อนอะไรทำนองนั้นมัวแต่งกค่ะ แต่ก็ผ่านไปด้วยดีนะเหลือลุ้นแค่ไปรับตั๋วเพราะนัดกันหน้างานแถมน้องที่จะไปด้วยกันรู้จักกับพี่ไรซักอย่างจะขายตั๋วยืนวันที่ 24 ให้อีก ไหนๆเราก็ไปแล้วและน้องเค้าซื้อตั๋วราคาเต็มดูมันให้หมดค่ะ

เพื่อแจดั๊นทำได้

ไปแล้น

Saturday, February 17, 2007

dress

เพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานแต่งงานไปอีกคนแล้วเกือบเบี้ยวเพราะหาชุดไม่ได้..เหตุผลไม่เข้าท่าเอาซะเลยแต่ว่ามันเป็นอะไรที่มองข้ามไม่ได้เหมือนกันนะถ้าเราแต่งตัวมั่วๆไปมันก็ดูไม่ให้เกียรติเค้า(ถึงแม้เค้าจะไม่ค่อยได้เห็นเราหรอกเจอกันแค่ตอนเข้างานกะออกจากงาน)

เพราะปกติไม่ได้แต่งตัวสวยๆก็เลยไม่มีชุดอะไรให้มาดัดแปลงจับนู่นผสมนี่ให้ออกมาเก๋ไก๋ไปงานกลางคืนได้
ยิ่งหาชุดตอนจวนตัวเนี่ยยิ่งกดดันไปใหญ่ถ้างบประมาณไม่จำกัดก็คงไม่รู้สึกอะไรแต่ถ้าจะให้ถูกและดูดีและไม่โหลเนี่ยยากมากๆ ชุดของดีไซน์เนอร์ไทยราคาแพงมาก dressสั้นราคาหมื่นหก ตัวที่แพงสุดที่จับดูราคาสองหมื่นกว่า โอวแม่เจ้า!!!

ดูที่สยามสแควร์ก็ไม่เห็นจะสวยสมราคาขนาดนั้น(สองพันแปด)ยังงี้ใส่ยี่ห้อดีกว่าZARAยังถูกกว่า(ถูกสุดแต่ตัดธรรมาดาๆ1990)แต่ของมีแบรนด์ราคาค่อนข้างย่อมเยาก็เสี่ยงต่อการใส่ชุด"ชน"กัน

สรุปหาไม่ได้ขุดชุดเก่ามาใส่ size 6 ปัจจุบันอ้วนจนใส่ไซส์ 8แล้วยังดียัดลงไปได้ เป็นชุดที่เคยใส่ไปแล้วเมื่อสองปีก่อนชุดที่เคยใส่ไปงานของคนกลุ่มนี้แล้วพออีกคนในกลุ่มแต่งงานก็ไม่อยากจะใส่ซ้ำกลัวคนจำได้แต่ก็เหมือนไม่มีใครจำได้นอกจากผึ้ง(ปรึกษาก่อนใส่แค่บอกว่าชุดสีแดงดำของ MNG จำได้แหละ = =) กับภัทรที่บอกว่าเหมือนเพิ่งใส่เมื่อวาน = ="" แต่ไม่หาแล้นประหยัดเฟ้ย

และลืมไม่ได้ต้องขอบคุณคนที่สรรสร้างสเตย์ลดพุงยื่นลงได้บ้างแต่อยากรู้ว่ามีคนตายเพราะใส่สเตย์มั้ยเอ่ย....ทรมานมิใช่น้อย

ต่อไปนี้เวลาไปไหนเจอชุดราตรีชุดกระโปรงลดราคาต้องซื้อเก็บไว้บ้างแล้วเดี๋ยวจะแต่งงานกันอีกหลายงาน

Wednesday, February 14, 2007

HVD

สุขสันต์วันแห่งความร้ากกก....แหมหมู่บ้านเราเนี่ยความรักก็แบ่งบานเต็มไปหมดก็เผื่อแผ่มาทางนี้ด้วยน้า

ไอ่ความตั้งใจที่จะแปลเพลงของสุดที่รักมาส่งเสริมความรักให้ทุกคนก็ทำไม่ได้..ก็คิดว่ายังเหลือเวลาตั้งเยอะตั้งแยะพอเมื่อคืนก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า...เฮ้ยพรุ่งนี้วาเลนไทน์..ทำไรไม่ทันแล้น..ก็ถ้าเก่งภาษาญี่ปุ่นก็คงจะไม่มีปัญหาแต่ว่าเปิดดิกมือหงิกก็ไม่ทันแล้น ไว้มาแปลให้วันหลัง

ฉันไม่มีคู่ในวาเลนไทน์(ไม่นับตอนเด็ก)กี่ปีแล้วอ่ะสองปีแล้วมั๊ง(น้องบอกว่านานอย่างงั้นเลยหรอ...นั่นดินะเวลาผ่านไปเร็วโคตร)แต่ว่าถ้ามีแฟนอยู่ปีนี้ฉันก็คงไม่อยู่กับแฟนเพราะฉันขอเลือกไปญี่ปุ่นดีกว่า...คืนนี้ไปญี่ปุ่น ย่ะฮู้~~ ได้ไปญี่ปุ่นช่วงเวลาแบบนี้ซักสามปีติดกันได้แล้วนะ ที่ญี่ปุ่นความรักเบ่งบานไปทุกย่อมหญ้าวัดจากขนมที่ขายอ่ะนะชวนให้ in love ขนมธรรมดา repackage กันหมด แหววไปโม้ดดด

ไอ่เรื่องเปลี่ยนแปลงเนี่ยคงจะเป็นเรื่องประจำของการค้าที่นั่น ไม่ใช่แค่กล่องสินค้าแต่ไปถึงร้านกันเลย ไม่รู้ว่าคราวนี้ mister donut จะเป็นสีอะไรเดือนธันวาวันที่ 17ฉันไปฟุกุโอกะป้ายร้านโดนัทยังเป็นสีเหลืองน้ำตาลแบบบ้านเรา เดือนมกราวันที่ 17 ฉันก็ไปฟุกป้ายร้านโดนัทกลายเป็นเขียวแดงไปแล้น วันแห่งความรักจะเป็นสีอะไรกันน้า

วันนี้ไม่ใช่แค่วันวาเลนไทน์ธรรมดาแต่เป็นวันเกิดของแม่ฉันด้วยหละ สุขสันต์วันเกิดคุณแม่~~~~~~~~~~ มะวานอยู่เชียงใหม่ให้ของขวัญคุณแม่ไปแล้นนนนน

แต่มันเศร้านิดนึงอ่ะที่ไปเชียงใหม่..ที่ไปเพราะพ่อแก้วเสียฉันทำงานกลับมาตอนเช้าก็เลยไปฟังสวดตอนกลางคืนวันที่สิบสองวันนี้เป็นวันเผาด้วยสิ...ความรักของพ่อก็คงจะปกป้องครอบครัวของแก้วต่อไปอย่างแน่นอน

ขอให้ความรักนำพานะจ๊ะ...ฉันไปช้อปปิ้งก่อนอะไรที่แปะไว้(เรื่องเล่าเมื่อชาติก่อน หรือเรื่องtag)ก็จะทำแน่นอน

ป.ล.ความรักจะนำพาฉันไปดูคอนเสิร์ตแฟนฉันแน่นอน มันเซ !!! (ภาษาเกาหลีวันละคำ ตามตัวหนังสือแปลว่า จงเจริญ!! แต่ตามอารมณ์ก็น่าจะ โย่ว!!)

Saturday, January 27, 2007

วัดมังกร

ตั้งแต่ปีใหม่ยังไม่เคยไปไหว้พระเลย

วันนี้เป็นวันหยุดที่ตรงกับเพื่อนแจงจะนัดเจอให้เลือกระหว่างไปเที่ยวดอนหวายหรือไปวัดมังกรกะกินข้าวที่ร้านกินลมชมสะพานฉันเลือกอย่างหลังด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ไปวัดนั่นแหละ

นัดเจอกันที่ท่าพระจันทร์ตอนสิบโมงเล็กข้ามเรือมาจากฝั่งศิริราชส่วนฉันกว่าจะไปถึงก็สิบเอ็ดโมง = =" ฉันมาสายเพื่อนจะขับรถไปรับที่อื่นก็ไม่เอานะเพราะฉันอยากซื้อขนมปังกระเทียมตรงท่าพระจันทร์ระหว่างรอแจงเลยให้ลิ้ม(สามีแจง)ไปต่อแถวซื้อขนมปังกระเทียมแล้วเค้าก็วนรถไปเรื่อยอ่ะเพราะไม่มีที่จอดรถ >< ไปถึงยังมีขนมให้กินอีกต่างหากเป็นขนมเบื้องเจ้าอร่อยที่บางลำภู..หวานนิดนึงแต่หอมและอร่อย :D~~


จะกินข้าวตอนเย็นก็เปลี่ยนเป็นกินตอนกลางวัน ร้านกินลมชมสะพาน มันกินลมและชมสะพานจริงๆไปถึงรายแรกได้นั่งริมน้ำลมพัดสบายดี สะพานก็สวย เพื่อนๆบอกว่าถ้ามากลางคืนไม่ค่อยได้นั่งหรอกแถมก็ไม่ค่อยเห็นวิวอะไรมาก ร้านเค้าเปิดตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า วันนี้สั่งปลากระพงผัดผลไม้(มั๊งไม่ได้ตั้งใจฟัง)ต้มข่าทะเล ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาวแล้วก็ยำยอดมะพร้าว อาหารอร่อยดีของทะเลสด...คงจะหิวจัดลืมถ่ายรูปอาหาร = =" มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆมีชาวต่างชาติด้วย...ชาติแถวเอเชียเนี่ยแหละเค้าสั่งปูกะตอย...รู้จักด้วยหรอเนี่ย อิอิ

ถึงเวลาไปวัดลิ้มขับรถไปส่งที่วัดแล้วกลับบ้านไปเลี้ยงลูก..สามีที่ดีจริงๆแจงบอกว่าวันนี้คนไม่เยอะปกติแทบไม่ต้องเดินมันจะไหลไปเองและต้องระวังธูปปักหัว

วัดมังกรชื่อเต็มว่ามังกรกมลาวาศ(เล่งเน่ยี่)แจงบอกว่าประชาชนนิยมมาทำบุญปีชง..ทำแล้วเรื่องไม่ดีก็จะบรรเทาเบาลง ปีนี้มีปีชง(ปีที่ไม่ถูกกับปีหมู)อยู่สี่ปี..ไม่ได้จำแฮะรู้แต่มีมะเส็งไม่มีปีเถาะ..ปุ๊กเกิดปีมะเส็งก็เลยทำบุญให้ปุ๊ก..ทำแทนกันได้นะแต่ว่าตอนปักธูปไม่ต้องปัดตัว 12 ครั้ง

ชุดทำบุญหนึ่งร้อยบาทให้เขียนชื่อ นามสกุล อายุ(แบบจีนเค้ามีตารางให้ดูแล้วเดาๆเอาก็คิดว่าอายุปีนี้แล้วบวกไปอีกหนึ่ง..อ๊าก ฉันก็ 33ดิ!!)วันเดือนปีเกิดและเวลาตกฝากด้วย จากนั้นไปจุดธูปสามดอกไหว้ ?? ไหว้ไท่...อะไรหว่าจำมะได้แต่อยู่ขวาสุด นอนน้อยนี่หว่าไร้สติไม่ได้จดอะไรมาซักอย่าง เอาเหอะไปถึงเค้ามีบอกเองแหละนะจากนั้นก็ไปปักแต่ปักไม่ทันไรหลวงพี่ก็ดึงธูปไปทิ้งแล้น เทพเจ้าจะทันรับรู้มั้ยเนี่ย

ขั้นตอนหนะไม่ยากทำตามป้ายแต่ว่าชุดทำบุญหนะไม่มีธูปให้หรอกนะ(อารายกันนี่)หลวงพี่ที่ขายชุดทำบุญบอกให้ไปซื้อปากทางแต่ว่าไปตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์จะมีกองถุงธูปอยู่นะฉันก็ขอหลวงพี่ที่เป็นประชาสัมพันธ์มาหนะ ก็เรียกไปเองนะว่าประชาสัมพันธ์...หลวงพี่จะประกาศว่าอย่าจุดธูปเยอะเกินกว่าที่ต้องใช้ไหว้มันเป็นมลพิษ..แต่ก็ไม่มีใครฟัง หุหุ

ตอนที่จะเข้าไปตรงเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะมีคนในชุดเหมือนมูลนิธิอะไรซักอย่างประกาศปาวและจับธูป..เหมือนจับบัตรประชาชนหละนะแต่ไม่ได้ดูอายุเค้าดูธูป...ถ้าเกินหกดอก(ไม่รู้ทำไมหก สงสัยไหว้ปกติใช้หกดอกหรือใช้ไหว้เทพเจ้าสามกะเจ้าแม่กวนอิมสาม?)จะเอาออกทิ้ง..พูดจาไม่ค่อยดีด้วยนะก็ต่อว่าคนจุดธูปเยอะๆหนะว่าเป็นมลพิษเห็นแก่ตัว ปาว ปาว ปาว ปาว ก็อ่ะนะคนเค้าก็อยากได้สิริมงคลกลับไปอยากให้คำอธิษฐานเป็นจริง เทพเจ้าก็มีจมูกใช่มั้ยนะ คงจะสำลักธูปเป็นแน่ ฉันหนะคิดว่าแพ้ธูป..เจอเยอะๆเป็นน้ำตาไหล ตอนไหว้กันรอบแรกกับเพื่อนๆก็ไหว้กันมือเปล่าไม่ได้จุดธูป

ฝ่าดงไปไหว้เทพเจ้าให้ปุ๊กเพื่อเสริมดวงแต่ตัวเองก็เกือบหัวโกรนไปแล้น เพราะมันร้อนๆหลังหันไปเจอเทียนอาเจ้...ไม่ใช่ธูปนะครับเทียนแดงลุกโชติช่วงสองเล่ม!! เผาผมเดี๊ยนอีกต่างหากเหม็นไหม้เลยฮ่ะ

ออกจากวัดมาผ่านร้านขายของสิริมงคลแบบจีนๆเพื่อนที่ทำงานเคยบอกว่าคนปีเถาะให้ซื้อถ้วยทอง..ไม่รู้เรียกอะไรก้อนทองแบบเงินในหนังจีนอ่ะเอาไปตั้งทางทิศใต้ พอบอกคนขายเค้าบอกว่ามันเป็นอีกตำรานึงร้านเค้าอ่ะขายของอีกตำรานึงซึ่งสุดยอดกว่า โอวว!! เป็นปูเกาะใบกุ้ยฮวา เราก็ต้องเลือกอันที่สุดยอดอ่ะดิ แต่ว่าสีไม่สวยเอาซะเลยนะเป็นสีตุ่นแบบน้ำตาลโคลนๆอ่ะ เค้าบอกเป็นสีถูกโฉลก ของคนเกิดปีอื่นนะสีสวยกว่ามีแบบใสๆสีชมพู สีเหลือง ตุ๊กตาแบบตั้งโต๊ะ150ให้หันปูไปทางทิศใต้เหมือนกันแต่ฉันซื้อแบบพกพาฮ่ะ ถูกกว่า แปดสิบบาท ส่วนของปีมะเส็งเป็นลิงถือลูกท้อสีดำ(ก็ยังสวยกว่าสีตุ่นๆของฉันหละหน่า)แม่เคยพูดถึงปี่เซียะเพราะได้ยินมาอีกทีเห็นเค้าว่ากำลัง in trend หน้าตาเหมือนสิงห์นะตุ๊กตาตั้งโต๊ะใช้สองตัวเป็นตัวดูดทรัพย์ !! แต่ก็มีแบบห้อยคอห้อยมือถือ(ยังงี้มีตัวเดียว)ก็ซื้อมากับเค้าด้วยค่ะ ปี่เซียะใช้ได้กับทุกปีเกิด

มาแถวย่านจีนไม่กินขนมแบบจีนๆได้ไง กะลอจี๊ ฮ่ะ รถเข็นนี้เชลล์ชวนชิมด้วยวงนิดเดียวสิบบาทแต่มีแบบรสชาติอื่นนอกจากแป้งเฉยๆด้วย ลองกินรสเผือกกัน กินแล้วก็ไม่เห็นจะเผือกเลย

จากนั้นก็ผจญภัยนั่งรถเมล์ ลิ้มบอกว่าให้นั่งเบอร์ 53 ไปท่าพระจันทร์ สาวๆว่าจะไปเดินเล่นเสร็จแล้วเด๋วสามีมารับ...กว่าจะรถเมล์จะมาจะเปลี่ยนใจไปเรียกแท็กซี่ก็มีมารมาแย่งค่ะตัดหน้ากันเห็นๆมิได้สำนึกอะไรทั้งนั้น ทำไมมันไร้ระเบียบกันได้ขนาดนี้ฟระเนี่ยประเทศชาติทุกหย่อมหญ้าเลยหรือไง นั่งรถเมล์เดาเส้นทางกันว่ามันจะไปทางไหนให้ไปโผล่ท่าพระจันทร์หว่าพอมันวนมามาถึงอู่(แถวหัวลำโพง)ต้องลงไปเปลี่ยนรถค้นใหม่(เบอร์เดิม)พอผ่านบางลำภูแจงบอกว่าลงดีกว่าให้สามีมารับ

พอขึ้นรถได้รู้สึกว่าแอร์มันช่างเย็นสบายจริงๆเว้ยยย...เล่าให้ลิ้มฟังว่าต้องมีเปลี่ยนรถเมล์ด้วยลิ้มรู้หรือเปล่า..ลิ้มบอกรู้..เออแต่ไม่บอกกันเลยน้า >< ฉันว่าเค้ารู้ว่าถ้าบอกแจงไม่นั่งแน่ อิอิ

สะบักสบอมในรถเมล์มาถึงธรรมศาสตร์ไม่มีที่จอดแจงก็เลยกลับบ้านฉันกะเล็กก็เดินเล่นนิดหน่อย เล็กบอกว่าเสาร์อาทิตย์จะมีของมาขายแบบเนี้ย ของมันก็ลานตาดีนะแต่ดูแล้วก็ไม่ได้ซื้ออะไร ซื้อแต่ขนมน้ำมะพร้าวถูกดีสิบบาท กล้วยปิ้งสามลูกสิบบาท น้ำปั่นยี่สิบ ไข่นกกระทา(ไม่อร่อย)ถุงละสิบบาท

แวะน้องท่าพระจันทร์ด้วยอยากได้อัลบั้มของ Exile ชอบเพลง Hero เคยเห็นมาบ้างแถมไปญี่ปุ่นเนี่ยอัลบั้มขายดีอันดับหนึ่งแต่ไม่สนใจเพราะเข้าใจว่ามันเป็นjrock หน้าตาjrock มากๆแต่ร้อง jpop แต่ที่ร้านบอกว่าหมดนะแต่มีดงบังชินกิอัลบั้มสามเวอร์ชั่นซี(แถมละคร vacation พากย์ไทยซะด้วย & poster)

ผ่านร้านการ์ตูน วุ่นรักนักดนตรีเล่มหกออกแล้ว(ให้ไว้เลย เค้าไปถึงสิบหกแล้น)แต่ไม่ซื้อค่ะไว้ไปซื้อแถวเมเจอร์รัชโยธินเป็นร้านเล็กๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเพราะมันหลบเข้าไปจากฟุตบาธมากๆ ลด 15% หุหุ (นิตยสารก็ลดราคาด้วยนะ)เป็นอีกแรงจูงใจในการไปออกกำลังกาย

กลับบ้านด้วยรถเมล์ 19 บาทแถมตะวันยังไม่ตกดิน...น่าประหลาดมากๆ ปี่เซียะจ๋าดูดทรัพย์มาให้เค้าเร้ว....

Friday, January 26, 2007

HBD JJ

ยัง...ฉันยังไม่ตาย....แค่ทรุดโทรมนิดหน่อย

ต้นเดือนทำงานเยอะทั้งแลกไปมั่งทำของตัวเองมั่งก็พยายามจะไปที่ชอบที่ชอบตอนที่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆก็อยากจะไปอีกนะแต่ว่ามักจะใช้เงินเข้าเนื้อก็เลยต้องเพลาๆลงบ้างได้หยุดจัดบ้านมั่งก็ดี

นอกจากจะทำงานแล้วก็ยังหมกมุ่นวิ่งวุ่นลุ้นกับการจองตั๋วคอนเสิร์ตด้วย ก็ขวัญใจ(ดงบังชินกิ)จะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นเพื่อนของบีมก็ช่วยลงชื่อให้ตั้งสามที่(สามเมือง)ก็ยังแห้ว...ไม่ค่อยปลื้มระบบ lucky draw เลยนะเนี่ย

พอมีแถลงข่าว asia tour ของขวัญใจจะเล่นที่เกาหลี จีน(ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้) ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย มาเลเซีย(ทำไมมันไม่รวมญี่ปุ่นเข้าไปด้วยหละ พิเศษจริงนะยะ)ข่าวออกมาทีหลังแต่เล่นก่อนครับเริ่มกันกุมภาที่โซลและจะเสร็จภายในเมษา(ก็พฤษภาเริ่มไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นหนะสิ)ก็เริ่มลุ้นกันใหม่ค่ะจะไปดูที่เกาหลี !!

ง่วง..ไม่มีเรี่ยวแรงจะเล่าแต่อยากอัพเพราะวันนี้วันเกิดแฟนฉัน...แต่ฉันไม่ใช่แฟนเค้านะ งุงิ

สุขสันต์วันเกิด แจจุง

Wednesday, January 10, 2007

สนามบินใหม่

ใช้สนามบินสุวรรณภูมิในฐานะผู้โดยสารเป็นครั้งที่สองความรู้สึกเหมือนครั้งแรกนั่นแหละ....แม่ง...

ครั้งแรกเดินทางไปเชียงใหม่บอร์ดเกท A6 เดินไกลสุดๆ ขากลับเข้ากรุงเทพจอดงวง(jet bridge)แต่ให้ลงกระไดไปนั่งรถ ?!?!? ก็เพราะมันจอดที่งวง inter. ต้องนั่งรถไปเข้า domestic ได้เห็นสถาปัตยกรรมปูนเปลือยโหลยโทยไม่เห็นจะขัดปูนมีรอยด่างด้วยมันสร้างไม่เสร็จหรือมันพังซะละ

ครั้งนี้ขาไปบอร์ดเกท B6 สุดทางตามเคยขากลับจอดงวงได้เดินออกจากงวงระยะทางไกลเหมือนขาออกแหละ ไม่ใช่ไกลธรรมดาแต่ไกลชิบหาย!!

อาคารสีเทา ร้านค้าบ้าบอ ห้องน้ำเห่ยๆ ไม่งามเอาซะเลยไม่ชอบใจอย่างแรงรู้สึกอายมากกว่า"ความภูมิใจ"ของคนไทยที่โฆษณาไว้

ออกมาข้างนอก(ยังไม่ใช่นอกถนน)แออัด ร้านน้ำ ร้านของกินอะไรมันจะเยอะอย่างงั้นวะ ความกว้างของโถงแคบมากคนพลุกพล่านเต็มไปหมด ป้ายก็ไม่ดี

ออกมานอกอาคาร รถก็จอดรุงรังไม่ได้ต่างจากดอนเมืองหรอกแค่มีที่ให้จอดมากขึ้น สนามบินเปิดไม่นานแต่ลาดทางเดินโทรมซะ รถเมล์ที่ต้องมารับไปอาคาร Transportation ก็นิสัยรถเมล์ครับ ไม่จอดเข้าป้าย(เวรเอ๊ย)มีรถสองสีสีขาวเป็น Express สีส้มเป็นธรรมดา นั่งดูรถไปดิป้ายมันไม่ได้บอกเลยว่ารถนั่นจะพาไปไหนเขียนว่า Shuttle bus มีคนญี่ปุ่นแบก surf board กะกระเป๋ายักษ์มาไม่รู้จะรอรถเมล์หรือเปล่า อยากจะถามแต่ตอนนั้นตอบไรไม่ได้(ไม่รู้ไรเหมือนกัน)แค่นั่งดูว่าเค้าจะโดนคนหลอกหรือเปล่าเพราะมีคนพยายามจะมาเสนอรถแท็กซี่แถมไปพาฝรั่งมาจากไหนอีกคนเหมือนทั้งคู่จะไปข้าวสารแล้วแท็กซี่นั่นจะให้เค้าไปด้วยกัน สุดท้ายเค้าก็คงจะศึกษามาพอควรแหละว่าจะโดนหลอกเอาได้ง่ายๆเค้าก็แบกของเค้าไปหาทางกันเองสองคน(เป็นเพื่อนกันไปละ)ฉันก็แบกกระเป๋าของฉันไปถามพนักงานว่ารถไหนพาไปต่อรถเมล์

เจอพนักงานผู้หญิงใจดีเพราะเค้ากำลังจะไปต่อรถเมล์กลับบ้านเหมือนกันเค้าบอกว่าที่ต้องเดินไกลนิดนึงเพราะประตูไม่ได้เปิดทุกบานเหตุผลก็คือระวังเรื่องระเบิด...พ่อคุณเอ๊ย ข้างในมันวางก็ไม่รู้หรอก คนเยอะจะตาย ใครเป็นใครไม่รู้มีเคาท์เตอร์รถแท็กซี่แต่ก็มีคนมาเดินเร่ให้ดูใบราคาอีก เห่ยหวะ

นั่งรถมาต่อที่ Transportation Terminal เรียกซะมาถึงแม่งหมอชิตประเนี่ย มีโทรโข่งประกาศเรียกแขกขึ้นรถตู้ สภาพก็อาคารก็สกปรก

นั่งรถเมล์ 555 มาทางมอเตอร์เวย์ออกพระรามเก้า ออกดินแดงวิ่งวิภาวดี

ในรถเมล์ก็ไม่สะอาดหรอกนะแล้วทำไมต้องมี shuttle bus ด้วยให้รถเมล์เข้าเมืองวิ่งไปหน้าอาคารเลยไม่ได้หรือไง ถ้าแบกกระเป๋ามาเยอะๆเนี่ยมันก็ลำบากนะที่จะต้องแบกขึ้นลงหนะ ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีเค้าก็มีรถเมล์ที่วิ่งเข้าเมืองหรือที่เด่นๆมาถึงหน้าอาคารเลย การออกแบบการใช้พื้นที่ก็ดูดีกว่าบ้านเราเยอะ

ถึงตอนนี้ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องเอาไฟส่องไปข้างบนสะท้อนลงมาก็ไม่ได้แสงเต็มที่ ทำไมใช้เหล็กเหลี่ยมทำโครงสร้างโค้ง ทำไมต้องสีเทา ห้องน้ำไม่มีสายฉีด ห้องน้ำมีสามห้องจริงๆด้วย

ฉันอาจจะเป็นคนเบาปัญญาริอาจไปตำหนิเค้าก็ไม่รู้ได้แต่ในฐานะคนใช้งานรู้สึกว่าไม่ WORK!!!!!!!!!! ไม่ภูมิใจเว้ยยยยยขอบอกมันดูเก่าและสกปรกแล้ว

Monday, January 01, 2007

010107

สวัสดีปีใหม่~~~~~

จัดบ้านรับปีใหม่ด้วยจัดหิ้งพระเช็ดฝุ่น ล้างระเบียงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนสารพัดแต่ไม่ได้จัดหนังสือไม่รู้จะจัดยังไงเยอะจัดที่ก็ไม่มีค่อยทำวันต่อๆไปต้องมีทิ้งกันมั่งละนิตยสารเก่าๆ

ปีนี้ไม่ได้ออกไปไหนเลยทั้งที่หยุด มันหยุดกระทันหันเพราะมีคนมาแลกไฟล์ทก็เลยไม่ต้องทำงานแต่ก็ไม่มีตั๋วกลับเชียงใหม่ ถึงไม่หยุดก็ไม่เห็นจะมีวี่แววจะมีปาร์ตี้อะไรซักกะอย่างยังดีได้กินข้าวพร้อมหน้า(บ้านน้า)ยกเว้นหน้าปุ๊ก(ไปกับแฟน)หน้าภัทร(ไปกับเพื่อน) มีเค้กชอกโกแลตด้วย ยังงี้ก็ค่อยมีอะไรพิเศษหน่อยนะ

อ๊ะมีจุดพลุกันด้วยที่ระเบียงห้องมองเห็นพลุด้วยหละ...หวังว่าประเทศชาติจะไปในทางที่ดีขึ้นนะฉันก็ไม่รู้จะไปทำตัวเป็นพลเมืองดีกว่านี้ยังไงแต่ไอ่คนไม่ดีก็ให้มันหายๆไปได้ก็จะดีมาก

ส่วนตัวแล้วปีใหม่ก็จะตั้งใจให้เป็นปีของการอ่านอย่างแท้จริง (เคยคิดมาทีแต่ไม่ได้เรื่อง) ปีของการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้เรื่องมากขึ้นจะต้องสอบระดับสามให้ได้(ปีนี้พลาดสมัครซะงั้นแต่ไปสอบก็ไม่ผ่านแน่นอน) ปีของการลดน้ำหนัก (ทั้งแก่ทั้งอ้วนไม่ได้นะเฟ้ย) ปีของดงบังชินกิ(อ๊ายยย >//<)

อยากให้เป็นปีท่องเที่ยวด้วยนะเนี่ย อยากจะไปเกาหลี ญี่ปุ่น ก็เพราะอินกับนักร้องหนะสินะ ถึงจะขี้เห่อขึ้นมาแต่ก็ไม่อยากเสียความรู้สึกนี้ไปเลยเพราะมันทำให้อยากจะทำอะไรอย่างจริงจังมากขึ้น

ไอ่เรื่องเก็บเงินหนะเหรอ...อย่าไปพูดถึงมันเลยตั้งใจไว้กี่ปีกี่ปีก็ไม่ได้เรื่องซะทีแต่จะพยายามเพราะไอ่ที่พูดๆมาว่าจะทำอ่ะมันก็ใช้เงินอยู่แล้ว

สวัสดีปีใหม่ทุกคน

ป.ล เซ็งระเบิดในวันส่งท้ายปีเก่า...มันบ้าอะไรกันนี่อยู่กันดีๆได้มะเนี่ย