เฮ้ย........ ทำไมพี่โด้งออกหละเนี้ย นึกว่าซาร่าซะแล้วเห็นคะแนนต่ำสุดเลย
เฮ้อ...ผู้ชายไปอีกคนซะแว้ว แง
หมดรมณ์อัพเรื่องอื่นเลยม้า(มั่ว..อู้ อิอิ)
ป.ล1 มีคนมาแลกสแตนบายตัวจริง(หกโมงเช้าถึงห้าทุ่ม) ไปสี่วัน เอาค้างคืนกัวลา กะไปนาริตะมาให้ หุหุ ดีใจไม่ต้องรอลุ้นโทรศัพท์แต่ก็ต้องโดดเรียนญี่ปุ่น ขึ้นบทใหม่ด้วยดิ >_< โอวววว ใช่ๆ ไม่ได้สอบวัดระดับด้วยเพราะซื้อใบสมัครสอบไม่ทัน ทำงานไม่ได้ไปเรียนหลายสัปดาห์ แห้วเลย
ป.ล2 เรียนเปียโน(ชดเชย)ติดกันสองชั่วโมง จะอ้วกแตก เรียนอะไรติดกันนานๆมึนเลยทีเดียว เริ่มยากอีกต่างหาก
Saturday, August 26, 2006
Saturday, August 19, 2006
ตะลึง
AF3 วันนี้น้องตูนออกกกกกกกกก....อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกส์
อุตส่าห์ร้องดีขึ้นแล้วเชียว...หรือร้องดีแล้วจะออกหว่าเป็นงี้ตั้งกะคนแรกๆ
งือ น้องตูน T_T
อุตส่าห์ร้องดีขึ้นแล้วเชียว...หรือร้องดีแล้วจะออกหว่าเป็นงี้ตั้งกะคนแรกๆ
งือ น้องตูน T_T
Still alive
ไม่ได้เขียนนานเริ่มไม่ถูก....
.....เริ่มไม่ถูกจริงๆหวะ.....ผลกรรมของการดอง
เริ่มจากเรื่องล่าสุดก่อนละกันเนอะ
อังคารถึงพฤหัสที่ผ่านมาเนี้ยะไปมัสกัตเมืองเนี้ยอยู่ที่โอมานตะวันออกกลางไม่มีอะไรทำยิ่งกว่าดูไบ ถึงจะมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ทะเล แต่ก็ไม่ถูกกะการออกกำลังกายเท่าไหร่ รถฟรีรับ-ส่งห้างไม่มี อาหารโรงแรมก็แพง มีร้านอาหารมีstarsbuckที่ตึกหน้าโรงแรมแต่มันต้องเดินตากแดดแสบสันกว่าจะไปถึง ถ้าจะไปตอนค่ำคิดเป็นเวลาไทยมันก็ดึกแล้ว...เวลาช้ากว่าบ้านเราสามชั่วโมง ถ้าหนึ่งทุ่มค่อยไปกินข้าวมันก็สี่ทุ่มแล้ว...นอนดูทีวีในห้องดีกว่า
การต้องไปอะไรแบบเนี้ยแค่เห็นในตารางบินก็น่าเบื่อแล้ว ปกติไม่เคยจะไปเช็คชื่อเพื่อนร่วมงานเลยแต่คราวนี้คิดไงไม่รู้ลองดูดีกว่าว่าจะมีคนรู้จักไปมั้ยนะ...เจอชื่อต้นเป็นนักบินไป รีบโทรไปว่าอย่าแลกออกนะเฟ้ยเราจะได้มีเพื่อน...มันบอกมันแลกเข้าตามสาว
ได้ฟังดังนั้นก็คิดว่าคงจะพึ่งมันไม่ได้เสียแล้ว
แล้วก็เป็นดังคาด......
ไม่มีการออกกำลังกาย ไม่มีการไปกินข้าวข้างนอก ไม่มีเพื่อนเฮๆแบบครั้งก่อนที่เราเคยไป คนในไฟล์ทเค้าไปไหนกันหมด เค้าไปเป็นคู่ๆนั่นเอง โมเลกุลเดียวก็อยู่ในห้องมากกว่าและเพื่อนเราก็ไม่มีประโยชน์จริงๆ วันแรกยังคุยกันมั่งแต่ก็ทำให้ซึ้งหลังดูหนังในห้อง crew room เสร็จ เวลานั้นก็ทุ่มครึ่งcrew room แยกออกมาจากตัวโรงแรม ก็เหลือสองคนดูหนังเสร็จก็ต้องกลับห้องแหงๆอยู่แล้ว ไม่รอตูซักกะติ๊ดออกห้องไปเลยไม่พูดไรซักคำ งงเลยม้าแต่ว่าแฟนเค้าไม่สบายหนะ...มีแฟนแล้วเป็นงี้หรอเนี้ย ส่วนวันกลับไม่พูดกับฉันเลยทั้งที่เห็นๆกันอยู่..หรือมันไม่เห็น.. คิดอะไรไม่ได้เลยนอกจาก รักกันให้ตลอดนะเมิงงงง
โชคดีที่ไปครั้งนี้แค่หนึ่งขีด(หนึ่งขีด คือ 24 ชั่วโมงเต็ม)แต่อยู่ประมาณสองวันเพราะวันกลับออกกลางคืน ถ้าเกิดได้ไปแบบสองขีดปาไปสามวันฉันคงอ้วกแตกเป็นเกลียดห้องสี่เหลี่ยมได้
ป.ล ตอนบอร์ดผู้โดยสารจากกรุงเทพจะไปมัสกัต ที่หน้าเกทมีป้ายบอกว่าห้ามพวกเจล น้ำ ไรพวกเนี่ย แต่ว่ามีผู้โดยสารเอาน้ำขึ้นมาคนแรกที่ฉันเห็นยังลังเลว่าจะพูดไรออกไปดีมั้ย สักพักก็มีคนเอาน้ำขวดขึ้นมาอีกแต่ก็ยังไม่กล้าบอกอะไรเค้า แต่ถามเจ้าหน้าที่ของเราเองว่า ไม่ห้ามเอาน้ำขึ้นเครื่องหรอ...เค้าบอกว่า..."ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว..ทางที่ดีที่สุดเราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร(ประโยคหลังพูดว่าไรไม่แน่ใจแต่ถอดความได้อย่างนี้)" !?!??!! ที่ว่าคนพวกเนี้ยยอมตามแล้วถ้ามันมายอมตายบนเครื่องนี้อ่ะ พี่เค้าพูดได้ดิเพราะตัวเองแค่ส่งงานหน้าเครื่อง ....ไม่อยากจะพูดเล้ยแต่คิดว่าถ้าจะก่อการร้ายให้ทำกับเครื่องที่ออกจากเมืองไทย...ยิ่งการบินไทยได้ผลชัวร์ !!
.....เริ่มไม่ถูกจริงๆหวะ.....ผลกรรมของการดอง
เริ่มจากเรื่องล่าสุดก่อนละกันเนอะ
อังคารถึงพฤหัสที่ผ่านมาเนี้ยะไปมัสกัตเมืองเนี้ยอยู่ที่โอมานตะวันออกกลางไม่มีอะไรทำยิ่งกว่าดูไบ ถึงจะมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ทะเล แต่ก็ไม่ถูกกะการออกกำลังกายเท่าไหร่ รถฟรีรับ-ส่งห้างไม่มี อาหารโรงแรมก็แพง มีร้านอาหารมีstarsbuckที่ตึกหน้าโรงแรมแต่มันต้องเดินตากแดดแสบสันกว่าจะไปถึง ถ้าจะไปตอนค่ำคิดเป็นเวลาไทยมันก็ดึกแล้ว...เวลาช้ากว่าบ้านเราสามชั่วโมง ถ้าหนึ่งทุ่มค่อยไปกินข้าวมันก็สี่ทุ่มแล้ว...นอนดูทีวีในห้องดีกว่า
การต้องไปอะไรแบบเนี้ยแค่เห็นในตารางบินก็น่าเบื่อแล้ว ปกติไม่เคยจะไปเช็คชื่อเพื่อนร่วมงานเลยแต่คราวนี้คิดไงไม่รู้ลองดูดีกว่าว่าจะมีคนรู้จักไปมั้ยนะ...เจอชื่อต้นเป็นนักบินไป รีบโทรไปว่าอย่าแลกออกนะเฟ้ยเราจะได้มีเพื่อน...มันบอกมันแลกเข้าตามสาว
ได้ฟังดังนั้นก็คิดว่าคงจะพึ่งมันไม่ได้เสียแล้ว
แล้วก็เป็นดังคาด......
ไม่มีการออกกำลังกาย ไม่มีการไปกินข้าวข้างนอก ไม่มีเพื่อนเฮๆแบบครั้งก่อนที่เราเคยไป คนในไฟล์ทเค้าไปไหนกันหมด เค้าไปเป็นคู่ๆนั่นเอง โมเลกุลเดียวก็อยู่ในห้องมากกว่าและเพื่อนเราก็ไม่มีประโยชน์จริงๆ วันแรกยังคุยกันมั่งแต่ก็ทำให้ซึ้งหลังดูหนังในห้อง crew room เสร็จ เวลานั้นก็ทุ่มครึ่งcrew room แยกออกมาจากตัวโรงแรม ก็เหลือสองคนดูหนังเสร็จก็ต้องกลับห้องแหงๆอยู่แล้ว ไม่รอตูซักกะติ๊ดออกห้องไปเลยไม่พูดไรซักคำ งงเลยม้าแต่ว่าแฟนเค้าไม่สบายหนะ...มีแฟนแล้วเป็นงี้หรอเนี้ย ส่วนวันกลับไม่พูดกับฉันเลยทั้งที่เห็นๆกันอยู่..หรือมันไม่เห็น.. คิดอะไรไม่ได้เลยนอกจาก รักกันให้ตลอดนะเมิงงงง
โชคดีที่ไปครั้งนี้แค่หนึ่งขีด(หนึ่งขีด คือ 24 ชั่วโมงเต็ม)แต่อยู่ประมาณสองวันเพราะวันกลับออกกลางคืน ถ้าเกิดได้ไปแบบสองขีดปาไปสามวันฉันคงอ้วกแตกเป็นเกลียดห้องสี่เหลี่ยมได้
ป.ล ตอนบอร์ดผู้โดยสารจากกรุงเทพจะไปมัสกัต ที่หน้าเกทมีป้ายบอกว่าห้ามพวกเจล น้ำ ไรพวกเนี่ย แต่ว่ามีผู้โดยสารเอาน้ำขึ้นมาคนแรกที่ฉันเห็นยังลังเลว่าจะพูดไรออกไปดีมั้ย สักพักก็มีคนเอาน้ำขวดขึ้นมาอีกแต่ก็ยังไม่กล้าบอกอะไรเค้า แต่ถามเจ้าหน้าที่ของเราเองว่า ไม่ห้ามเอาน้ำขึ้นเครื่องหรอ...เค้าบอกว่า..."ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว..ทางที่ดีที่สุดเราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร(ประโยคหลังพูดว่าไรไม่แน่ใจแต่ถอดความได้อย่างนี้)" !?!??!! ที่ว่าคนพวกเนี้ยยอมตามแล้วถ้ามันมายอมตายบนเครื่องนี้อ่ะ พี่เค้าพูดได้ดิเพราะตัวเองแค่ส่งงานหน้าเครื่อง ....ไม่อยากจะพูดเล้ยแต่คิดว่าถ้าจะก่อการร้ายให้ทำกับเครื่องที่ออกจากเมืองไทย...ยิ่งการบินไทยได้ผลชัวร์ !!
Tuesday, August 01, 2006
วัยเรียน
เคยได้ยินว่าที่พ่อๆแม่ๆทั้งหลายผลักดันให้ลูกทำนั่นนี่นู่นทั้งเรียนทั้งเล่นทั้งเต้นทั้งร้องประกวดอะไรเยอะแยะสารพัดบางทีเพราะชดเชยที่เค้าไม่ได้ทำตอนวัยเด็ก
ยิ่งสมัยเนี่ยเหมือนโอกาสที่จะทำอะไรของผู้ใหญ่หมดลงเร็วมากๆเพราะไม่ว่าจะรับสมัครอะไรก็จำกัดอายุที่วัยทีนและไม่เกิน 22-25 จนไม่น่าแปลกใจว่าเราจะรู้สึกแก่
ถึงอายุจะทำให้เราอดสมัคร AF หรือประกวดcawaii girl(นิตยสารญี่ปุ่นในไทย) แต่ก็ไม่จำกัดความอยากเรียนรู้ของตัวเองแล้วไปลงกับลูก(ซึ่งคงไม่มี)
ดังนั้นจึงไปสมัครเรียนเปียโน !! และวันนี้จะเป็นวันแรกของการเรียน
ถึงอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคของการเรียนแต่ธุรการ(เสือก)ลืมบอกครูว่ามีนักเรียน..หอกเอ๊ย !!!!!!!!!!!!เสียฤกษ์ ฝนตกทั้งวัน AF กำลังสนุก เรารึออกจากบ้านก่อนเวลาจะไปรับหนังสือเรียน(เค้านัดให้รับวันนี้)เอารูปไปให้จะได้ไม่กินเวลาเรียน ทำเสียรมณ์จริงๆ ไม่ฮ่งไม่ให้ไม่เอาหนังสือไรทั้งนั้น จะมาให้หนังสือวันนี้ทำไมเนี่ยก็ไม่ได้เรียนยังงี้ไม่ให้มาตั้งแต่วันสมัครหละฟระ
คอยดูนะเวลาเราติดงานแล้ว จิ๊จ๊ะ เวลาเราจะเลื่อนวันเรียน จะวีนให้เปิง...
ป.ล1 มะวานไปพารากอนเจอะแก๊งค์สามช่า(บรูน่า ลูกตาล เพชร)แห่ง AF3 ไปขอถ่ายรูปมาดัวะ หุหุ กว่าจะตัดสินใจไปขอ ปุ๊กบอกเขินไม่ได้เห่อดารามานานละ (แต่รูปไม่ชัดอ่ะ ไม่ได้เปิด flash คุณน้า(ของเค้า)ถ่ายไกลเกินอ่ะ)
ป.ล2 ไม่เชิงอู้นะขี้เกียจพิมพ์ถ้าเล่าแบบมีอารมณ์ร่วมมันจะยาว รอให้ลืมๆจะได้เล่าสั้นๆได้ใจความ หุหุ อ่ะเอารูป gallexy express มาให้ดูก่อง

ยิ่งสมัยเนี่ยเหมือนโอกาสที่จะทำอะไรของผู้ใหญ่หมดลงเร็วมากๆเพราะไม่ว่าจะรับสมัครอะไรก็จำกัดอายุที่วัยทีนและไม่เกิน 22-25 จนไม่น่าแปลกใจว่าเราจะรู้สึกแก่
ถึงอายุจะทำให้เราอดสมัคร AF หรือประกวดcawaii girl(นิตยสารญี่ปุ่นในไทย) แต่ก็ไม่จำกัดความอยากเรียนรู้ของตัวเองแล้วไปลงกับลูก(ซึ่งคงไม่มี)
ดังนั้นจึงไปสมัครเรียนเปียโน !! และวันนี้จะเป็นวันแรกของการเรียน
ถึงอายุไม่ได้เป็นอุปสรรคของการเรียนแต่ธุรการ(เสือก)ลืมบอกครูว่ามีนักเรียน..หอกเอ๊ย !!!!!!!!!!!!เสียฤกษ์ ฝนตกทั้งวัน AF กำลังสนุก เรารึออกจากบ้านก่อนเวลาจะไปรับหนังสือเรียน(เค้านัดให้รับวันนี้)เอารูปไปให้จะได้ไม่กินเวลาเรียน ทำเสียรมณ์จริงๆ ไม่ฮ่งไม่ให้ไม่เอาหนังสือไรทั้งนั้น จะมาให้หนังสือวันนี้ทำไมเนี่ยก็ไม่ได้เรียนยังงี้ไม่ให้มาตั้งแต่วันสมัครหละฟระ
คอยดูนะเวลาเราติดงานแล้ว จิ๊จ๊ะ เวลาเราจะเลื่อนวันเรียน จะวีนให้เปิง...
ป.ล1 มะวานไปพารากอนเจอะแก๊งค์สามช่า(บรูน่า ลูกตาล เพชร)แห่ง AF3 ไปขอถ่ายรูปมาดัวะ หุหุ กว่าจะตัดสินใจไปขอ ปุ๊กบอกเขินไม่ได้เห่อดารามานานละ (แต่รูปไม่ชัดอ่ะ ไม่ได้เปิด flash คุณน้า(ของเค้า)ถ่ายไกลเกินอ่ะ)
ป.ล2 ไม่เชิงอู้นะขี้เกียจพิมพ์ถ้าเล่าแบบมีอารมณ์ร่วมมันจะยาว รอให้ลืมๆจะได้เล่าสั้นๆได้ใจความ หุหุ อ่ะเอารูป gallexy express มาให้ดูก่อง
Subscribe to:
Posts (Atom)