Tuesday, January 29, 2002

การเป็นคนที่มีเรื่องตลกๆมาเล่าให้ฟังทำให้คนนั้นน่าคบหาตลกเป็นกันเองดีนะ

เมื่อวานไป service น้องๆที่เคาท์เตอร์เจอน้องไก่กับน้องมิงค์ น้องๆเค้าก็ดูเป็นกันเองดี ทักทายถามชื่ออะไรแบบนั้น ระหว่างซ่อมคอมไปน้องไก่ก็มีเรื่องตลกมาเล่าให้ฟังเป็นระยะๆ ให้หัวเราะพร้อมกำชับว่าเค้าไม่ได้ลามกแต่ฟังมาอีกที น้องมิงค์ก็ชี้ชวนให้ดูงูอนาคอนด้าในทีวี(ตัวใหญ่น่าเกลียด ออกลูกเป็นตัวแขยงจริงๆ)ทำงานเสร็จก็กลับบ้านเลยเพราะว่ามันใกล้บ้านถึงบ้านยังไม่หกโมงเลยดีจริงๆ ไปนอนขี้เกียจดูทีวีบิดไปบิดมากว่าจะอาบน้ำทำอะไรก็เป็นเวลาที่เหมือนกลับบ้านตามปกติ(ใช้เวลาไม่ได้เรื่อง)

ดูละครญี่ปุ่นเรื่องขอเพียงรักทางไอทีวี เนื้อเรื่องแย่อ่ะ(เพิ่งเคยดูครั้งแรกจริงๆมันอาจดีก็ได้) นางเอกเป็นเด็กกำพร้า(ฟังจากโฆษณา)ชอบทำหน้าเอ๋อๆเหม่อลอยคิดมาก ไปเป็นชู้สามีคนอื่นเพราะอยากสัมผัสความสุขที่เห็นจากครอบครัวคนอื่น แล้วก็เศร้าบ้าบอ ละครจบลงที่นางเอกไปต่างเมืองไปหาเพื่อนทางจดหมายที่เป็นกำลังใจให้ ฉันคงไม่ได้ดูอีกแล้วว่ามันจะเป็นยังไง(แต่น่าจะมีให้อ่านในเวบไอทีวีนะ) แต่ถ้าจบไม่ได้เรื่องก็คงเป็นหนังที่ไม่ได้เรื่องแน่ๆ

เย็นนี้ออกก่อนเวลาเพราะไปเปลี่ยน printer ให้สาขาดีเลยเพราะมันใกล้ฟิตเนส วันนี้จะได้เล่นฟิตเนสเยอะๆ

ป.ล เสาร์-อาทิตย์ไปเฝ้าคุณยาย คุณยายผ่าตัดอีกแล้วประมาณว่าให้ไตทำงานสองข้างแล้วก็ย้ายถุงฉี่หมอบอกว่าจะทำให้แผลเก่าๆแห้งจะได้หาย

Friday, January 25, 2002

นั่งคิดๆว่าจะทำยังไงให้คนที่เค้าอ่านเวบไดอารี่ที่บริษัทปลอดภัย ในกรณีที่เค้าต้องลุ้นตลอดเวลาแบบเราตอนอ่านไดอารี่คนอื่น...แต่จริงๆมันเก็บเอาไว้ใน server แหละว่าใครไปไหนแต่เผื่อคนเดินผ่านไปมาเห็นเข้าเค้าจะได้ไม่ไหวตัว คิดว่าต้องทำพื้นเวบสีขาวตัวหนังสือสีดำและต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะได้นึกไปว่าอ่าน knowledge base ที่ไหนซักที่แต่ก็คงเป็นเวบที่หน้าตาจืด(ที่สำคัญเราเขียนจืดด้วยสิ)

ตอนนี้เราไม่เข้าเวบตัวเองที่บริษัทเดี๋ยวโดนปิด(เหมือนพวก hotmail , yahoo, pantip) เข้าแต่ blogger กับ guestbook วันละครั้งเท่านั้นเดี๋ยวเค้าปิดหละอดเขียนกันพอดี

เลิกงานแล้วเย็นนี้ก็ไปกินไอติมอีก เมื่อวานกินไอติมสามคนจ่าย 71 บาทได้ฮาเก้นดาส 6 ลูกแต่ถ้านับกันจริงๆมันห้าหมื่นเจ็ดสิบเอ็ดบาทต่างหาก(2100 แต้มบัตรเครดิตได้กินฟรี 300 บาท) ของฟรีดีจริงๆ

Wednesday, January 23, 2002

เมื่อวานหลัง body combat ฉันเข้าคลาส intro to aerobic ถึงแม้ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่สองแต่ก็ยังเสร่อไม่สามารถทำมือและก้าวขาตามที่ครูสอนได้(ตอนที่เข้าครั้งแรกเสร็จคิดว่าจะไม่เข้าอีกแล้ว) พอยกมือ ขามันก็ไม่ก้าว พอก้าวขามันก็ทำมือตามเค้าไม่ได้ ครูคนสอนเค้าก็ดีนะเค้าก็บอกทุกคนว่าถ้าเข้า 10 ครั้งแล้วยังทำไม่ได้ก็ต้องเข้าต่อไปอีก(นึกว่าจะบอกให้ไปเอาดีทางอื่นเถอะนักเรียน) สำหรับฉันก็ไม่รู้ว่าเข้าชั้นกี่ครั้งถึงจะทำได้วันนี้ก็ยังไม่เลิกราจะไปเข้า intro to steps ฉันเคยเข้าไปชั้น advance ให้ตายทำไม่ได้เลย ไม่ได้สุดๆ วันนี้ก็จะได้ตอกย้ำกันอีกว่าฉันไม่มีความสามารถในการจับจังหวะ(โง่)ใช่หรือไม่

ป.ล มาที่ทำงานถึงเข้าใจว่าพี่ตัวดีของเราไม่โทรง้อเรา(โกรธกันและฉันกำลังเล่นตัว)ต่อจากคืนวันจันทร์เพราะเมื่อคืนลิเวอร์พูลปะทะแมนยูฯ(มีรึจะไม่ดู) ดีมากน่าคืนดีด้วยจริงๆ

Tuesday, January 22, 2002

ไม่รู้ทำไมพี่วุฒิ(superivisor who evaluated me) ให้เรา configure router เค้าทำให้เราดูหนึ่งรอบแล้วก็ให้เราลองทำดูแล้วพี่เค้าก็เอาไปตรวจ ทำไมน้า...หรือเพราะไปตอบคำถามเค้าไปว่างานที่ทำไม่ได้ก้าวหน้ากว่าเดิม(มันถอยหลังอ่ะ system engineer -> system admin -> tech. Support แต่เป็นงานที่ทำให้เรามีความสุขที่สุดก็ว่าได้เพราะเพื่อนร่วมงานตลกๆทั้งหลายที่แผนกนั่นแหละ) เหตุผลของพี่เค้าจะมีอะไรบ้างไม่รู้แต่แน่ๆคือเขาจะให้เราไปส่งของด้วยหนะสิ วันศุกร์นี้ให้เราอุ้มกล่อง router (ตัวเล็ก cisco 1720) ไปสมุทรปราการ ให้ตายมันอยู่ตรงไหนฟระ แท็กซี่จะไปไหมเนี่ย จะมีเงินพอค่ารถไหมเนี่ย ตอนนี้เหลือเงิน400บาท แต่เงินเดือนก็ออกวันศุกร์พอดี

เลิกงานแล้วฉันจะไป fitness เพราะวันนี้มี class body combat เวลาหนึ่งทุ่ม(สัปดาห์นี้มีวันเดียวเวลาเดียวที่เราไปเล่นได้) พรุ่งนี้จะพยายามมาเช้าเพราะวันนี้มาสายอีกแล้ว.......แย่

ป.ล คิดๆว่าปีนี้จะทำอะไรให้สำเร็จบ้างยิ่งคิดมันก็โผล่มาเรื่อยเพราะไม่เคยจริงจังอะไรเลยแต่หลักๆที่ต้องทำให้ได้คือ
1.ปลอดหนี้(อิสระจงปรากฎ)
2.เก็บเงินให้ได้ซักหนึ่งหมื่น(ตั้งไว้เท่านี้ก่อนแค่นี้ก็อาจทำไม่ได้แล้ว)
3.มาทำงานไม่สาย (มาสายไม่ดีเป็นจุดอ่อน...จะซ่าต้องไม่มีจุดอ่อน)
4.พูดให้น้อยลง(จะได้ไม่เปิดเผยความคิดตัวเองมากไป อันตราย)

Monday, January 21, 2002

ได้รับ forward mail เค้าบอกว่าตัดมาจากกระทู้พันธ์ทิพย์ อ่านแล้วตลกดีคนแต่งนี้คิดได้ไง ลองอ่านดูนะ

“เรื่องราวนี้แต่งขึ้นเพื่อความเฮฮาเท่านั้น
ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาลบหลู่นิยายเรื่องนี้แต่ประการใด
ถ้าข้อความใดกระทบกระเทือนจิตใจแฟนๆท่านใด ผู้แต่งขออภัยมานะที่นี้ด้วย”
***********************************
นี่เป็นเรื่องราวที่กล่าวขานถึง การต่อสู้อันเป็นตำนาน
ที่เล่าขานกันไม่รู้จบในโลกของพ่อมดและแม่มด
เรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้ของเหล่าเด็กๆผู้กล้าหาญ
ต่อความมืดมิดอันชั่วร้าย
ยามเมื่อชะตากรรมของโลกแห่งเวทย์มนตร์ขึ้นอยู่กับไม้กวาดเพียงด้ามเดียว

Harry Potter and the Fellowship of the Broom
แฮรี่ พ็อตเตอร์ กับ อภินิหารไม้กวาดครองพิภพ

ภายในความมืดมิดแห่งพิภพมอร์ดอร์
เสียงแห่งบุคคลที่ผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยนามของเขาได้ดังขึ้น
“อำนาจของข้าฟื้นคืนเกือบสมบูรณ์แล้ว
หนึ่งในสิ่งที่ข้าต้องการเพื่อการคืนชีพที่สมบูรณ์ก็คือ ไม้กวาดของข้า The
One Broom” เสียงของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร ดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด
“จงไปเหล่าโหงพรายแห่งควิกดิกส์ทั้ง 9 จงไปยังฮอกวอต์ก
จงไปแย่งชิงไม้กวาดของข้ากลับคืนมา”
ประตูของปราสาทแห่งความมืดเปิดออก เหล่าโหงพรายแห่งควิกดิกส์ทั้ง 9 ตน
ขี่ไม้กวาดของตนพุ่งทะยานออกจากปราสาท มุ่งสู่โลกภายนอกอันสว่างไสว

เช้าวันเปิดเทอมใหม่ของโรงเรียนฮอกวอต์กที่แฮรี่รอคอยก็มาถึง
หลังจากการคัดสรรเด็กนักเรียนที่เข้าใหม่เสร็จสิ้นลง
เหล่านักเรียนต่างแยกย้ายไปยังบ้านต่างๆ
แต่แล้วก่อนที่ชั่วโมงเรียนแรกของเทอมใหม่จะเริ่มขึ้น
เสียงประกาศก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“Attention Please, Attention Please นักเรียนของฮอกวอต์กทุกคนโปรดทราบ
นี่คือเสียงจากศาสตราจารย์ มัลกอนากอน
ขอให้นักเรียนทุกคนไปรวมกันที่ห้องโถงใหญ่โดยพร้อมเพรียงกัน
และนักกีฬาควิกดิกส์ของทุกบ้าน ขอให้นำไม้กวาดของตนไปด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้นแฮรี่ก็รีบฉวยโฟรโบลต์สุดรักของตนไปสมทบกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น
“นี่เธอสองคนคงไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรอีกใช่ไหม” เฮอร์ไมโอนี่
พูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าแฮรี่และรอน
“นี่ พูดแบบนี้ เห็นเราสองคนเป็นตัวก่อเรื่องหรือไง” รอน พูดอย่างฉุนๆ
“หรือว่าไม่จริงละ พวกเธอสองคนอยู่ที่ไหน เกิดเรื่องขึ้นที่นั้น
จนคนอ่านเขาจะจับพวกเธอขึ้นทำเนียบตัวซวย ร่วมกับ คินดะอิจิ กับ โคนัน แล้ว”
เฮอร์ไมโอนี่ ตอกกลับรอน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป
“ให้ตายเถอะ แฮรี่ฉันอยากเห็นจังเลยว่าผู้ชายที่จะมาหลงชอบยายเฮอร์ไมโอนี่ได้นี่หน้าตาจะเป็นยังไง” รอน พูดอย่างโมโห
แฮรี่จ้องหน้ารอน แล้วเอ่ยขึ้น “ฉันคิดว่าฉันเห็นแล้วนะ”จากนั้นเขาก็เดินจากไปปล่อยให้รอนยืนงงอยู่คนเดียว

เหล่านักเรียนของฮอกวอต์กทั้งหมดเข้าไปในห้องโถงของโรงเรียน
จากนั้นศาสตาจารย์มัลกอนากอนก็เรียกให้นักกีฬาควิกดิกส์ของทุกบ้านออกมาข้างหน้า
เมื่อแฮรี่เดินออกไปและมองไปรอบๆ
เขาก็สังเกตเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ท่าทางลึกลับ
เขาสวมเสื้อที่มีเครื่องหมายของบ้านฮัฟเฟิ้ลพัฟอยู่
แฮรี่จ้องมองคนๆนี้อย่างสงสัย แต่แล้วก็มีใครบางคนสะกิดหลังของเขา
แฮรี่จึงหันกลับไปดูก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย
“อ้าว พี่โอเวน เอ้ยไม่ใช่ พี่โอลิเวอร์ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ละครับ เอ๊ะ
พี่เพอร์ซี่ กับ พี่เพนนี ด้วย“ แฮรี่เอ่ยทักทาย เหล่ารุ่นพี่ของเขา
“คือช่วงนี้พรีเมียร์ลีกปิดฤดูกาลนะ
พอดีอาจารย์ดัมเบิ้ลดอร์แจ้งไปที่ผู้จัดการทีมพี่
ขอตัวมาช่วยงานบางอย่างที่ฮอกวอต์ก พี่ก็เลยมาที่นี่ได้
แต่จะมาคนเดียวมันก็เหงาๆ เลยชวนเพอร์ซี่กับเพนนีมาด้วย” โอลิเวอร์ วู้ด บอกกับแฮรี่
ทันใดนั้น อันบัส ดัมเบิ้ลดอร์ ก็ปรากฏตัวขึ้น
พร้อมกับกล่องเหล็กกล่องใหญ่ใบหนึ่ง มีโซ่อาคมพันโดยรอบอย่างแน่นหนา
เหล่านักเรียนทั้งหลายต่างอุทานกันอื้ออึง
“เอาแหละนักเรียนทุกคนที่ฉันเรียกพวกเธอมารวมกันก็เพราะมีเรื่องสำคัญมากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ”
ดัมเบิ้ลดอร์ กล่าวด้วยเสียงดัง จนนักเรียนทั้งหลายพากันเงียบ “ในขณะนี้ได้มีวิกฤตการณ์อันร้ายแรงกำลังย่างกรายมาคุกคามโลกแห่งพ่อมดแม่มดของพวกเราฉันจึงอยากขอแรงพวกเธอเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์นี้”

เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่านักเรียนต่างมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก
เพอร์ซี่ในฐานะอดีตประธานนักเรียนเดินออกมาถามดัมเบิ้ลดอร์
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือครับ”
“คือเรื่องนี่ถ้าจะเล่าตั้งแต่ต้นมันยืดยาวมาก พวกเธอคงไม่อยากฟัง
ดังนั้นฉันจะเริ่มเล่าละนะ” ดัมเบิ้ลดอร์ กล่าว ก่อนจะเริ่มเล่า
“กาลครั้งหนึ่งมีพ่อมดคนหนึ่ง เขาชอบเล่นควิกดิกส์เป็นชีวิตจิตใจ
แต่ฝีมือของเขาเข้าขั้นห่วยแตก ตกไม้กวาดเป็นประจำ
ด้วยความคับแค้นใจเขาได้เดินทางไปรวบรวมต้นกกพันปีจากสยามประเทศ
แล้วนำมาหล่อหลอมด้วยมนต์ต้องห้ามกลายเป็นสุดยอดไม้กวาดแห่งตำนาน
ประมุขแห่งไม้กวาดทั้งมวลผู้ใดครอบครองไม้กวาดด้ามนี้จะไม่มีวันเล่นควิกดิกส์แพ้เด็ดขาด
และชื่อของไม้กวาดด้ามนั้นก็คือ…”
ดัมเบิ้ลดอร์ หันไปยังกล่องเหล็กที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่อาคม

ก่อนจะเริ่มร่ายมหาเวทย์เพื่อปลดผนึกเวทย์มนตร์ขั้นสูงสุดที่ผนึกกล่องนั้นอยู่
“โอม มะลึกกึกกึ๋ย มะลึกกึกกึ๋ย มะลึกกึกกึ๋ย เอ้า โอมมมม…. เพี้ยง” (คำเตือน
โปรดเต้นประกอบการใช้มหาเวทย์นี้ด้วย)

เมื่อร่ายมหาเวทย์จบ โซ่ที่พันธนาการกล่องเหล็กนั้นก็หลุดออก
ฝากล่องเปิดออกมา
พร้อมๆกับ ที่ดัมเบิ้ลดอร์ประกาศนามของไม้กวาดด้ามนั้น “นี่คือ ไม้กวาดประมุข
The One Broom”
สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าทุกคนก็คือ ไม้กวาดด้ามหนึ่ง เปล่งรัศมีเจิดจ้าที่ด้ามจับมีอักขระสามประโยคสลักอยู่
ทันใดนั้นไม้กวาดของเหล่านักกีฬาควิกดิกส์ก็สะบัดตัวหลุดออกจากมือเจ้าของ
พุ่งลงไปปักเบื้องหน้าของ The One Broom
ไม้กวาดทุกด้ามโค้งงอลงราวกับโค้งคำนับให้ The One Broom
“โห นี่มัน เทพไม้กวาดแดนสวรรค์หรือนี่” รอน กล่าว เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า

เหล่านักเรียนทุกคนต่างตกตะลึงต่อภาพที่เห็น โอลิเวอร์ วู้ด
เดินออกมาเบื้องหน้าพร้อมกับพูดอย่างลิงโลด “ยอดไปเลยครับอาจารย์ดัมเบิ้ลดอร์แหมมีของดีแบบนี้ก็ไม่ยอมเอาออกมาใช้ตั้งแต่แรก ถ้ามีไม้กวาดด้ามนี้ในการแข่งควิกดิกส์นานาชาติ ทีมควิกดิกส์ของฮอกวอต์กต้องชนะเลิศแน่คราวนี้แหละเจ้า Squall กับ เจ้า Sifer ของโรงเรียนบาลามการ์เด้นจากประเทศญี่ปุ่นมาเยาะเย้ยเราเหมือนเดิมไม่ได้แน่“
“เย็นไว้ก่อน โอลิเวอร์” ดัมเบิ้ลดอร์ กล่าวห้ามลูกศิษย์
“เราจะไม่มีวันใช้ไม้กวาดด้ามนี้เด็ดขาด มันจะต้องถูกทำลาย”
“ทำไมละครับ” โอลิเวอร์ วู้ด พูดอย่างเสียดาย
ดัมเบิ้ลดอร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้น “เพราะผู้ที่สร้าง The One Broom ขึ้นมาก็คือ ทอม ริดเดิ้ล”
เมื่อแฮรี่ได้ยินชื่อของผู้สร้าง The One Broom เขาก็อุทานอย่างตกใจ“โวเดอร์มอล์ต”
สิ้นเสียงของแฮรี่ เหล่านักเรียนของฮอกวอต์กต่างแตกฮือวิ่งหนีออกห่างจากแฮรี่
มีเพียงรอนที่ยังยืนอยู่เคียงข้างแฮรี่
“ไม่ต้องกลัวหรอกพวกเรา ชื่อของเขาไม่น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิดหรอก” แฮรี่รีบบอกกับทุกคน
นักเรียนทั้งหลายยังไม่มีใครยอมเข้าใกล้แฮรี่
แฮรี่พยายามพูดอีกครั้งก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งเฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้น
“ไม่มีใครกลัวชื่อของเขาหรอก แต่ที่พวกเราวิ่งหนีเธอนะก็เธอผายลมออกมาต่างหากแฮรี่ นี่เธอไปกินอะไรมาน่ะถึงได้เหม็นนรกแตกแบบนี้”
ได้ยินดังนั้น แฮรี่ก็ดมไปรอบๆ พลันก็ได้กลิ่นสุดพรรณาตลบอบอวน “แหวะ
นี่มันตดหลากกลิ่นเลยนี่นา กลิ่นแฮมเบอร์เกอร์ กลิ่นพิซซ่า แหวะ กลิ่นรักแร้แฮเกร็ดด้วย”
เพื่อนนักเรียนต่างพากันมองแฮรี่ด้วยสายตารังเกียจ
แฮรี่รีบแก้ตัวพัลวันแต่ก็ไร้ผล ส่วนรอนยืนผิวปากไม่รู้ไม่ชี้
"เงียบหน่อย เงียบหน่อย” เสียงของอาจารย์มัลกอนากอน
ดังขึ้นขัดจังหวะความวุ่นวาย เมื่อเหตุการณ์สงบลง หล่อนก็หันมาเฉ่งตัวต้นเหตุ
“มิสเตอร์พ็อตเตอร์ บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เข้าห้องน้ำทุกเช้า แล้วกินผักมากๆ
ท้องจะได้ไม่ผูก ไอ้ตดหลากกลิ่นนี่ คงมาจากไอ้ลูกอมหลากรสแน่นอน
เอาแหละโทษฐานที่เธอสร้างมลภาวะทางอากาศแก่เพื่อนนักเรียน
ตัดคะแนนบ้านกริฟฟินดอร์ 20 คะแนน”
เสียงโอดครวญจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ดังระงม
ทั้งหมดจ้องมองแฮรี่อย่างกินเลือดกินเนื้อ แล้วคิดในใจ “เอาอีกแล้ว ไอ้ตัวซวยประจำบ้าน”
แฮรี่ ยืนก้มหน้าอย่างขมขื่น เอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจ “ผมไม่ได้ตดซักหน่อย ฮืออนาถจริงหนอชีวิตเรา ใครๆก็ไม่รัก”
“ว๊าก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมเป็นแฮรี่ พ็อตเตอร์ ผู้มีชื่อเสียงจริงๆโดนตัดคะแนนเพราะตด นี่คงเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ฮอกวอต์กเลยนะนี่”เสียงเยาะเย้ยของมัลฟอยดังขึ้น

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกลับมาสงบเหมือนเดิมแล้ว ดัมเบิ้ลดอร์ก็พูดต่อ “เอาแหละ
ทีนี้ทุกคนคงรู้แล้วนะว่าทำไมเราถึงใช้ไม้กวาดด้ามนี้ไม่ได้
ส่วนวิกฤตการณ์ที่ฉันพูดถึงตอนต้นก็มาจากไม้กวาดด้ามนี้นั้นแหละ
ไม้กวาดด้ามนี้เป็นหนึ่งใน Item สำคัญที่ใช้ในการคืนชีพของเขา
นี่ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า เหล่าโหงพรายแห่งควิกดิกส์ทั้ง 9
ได้เดินทางออกจากดินแดนมอร์ดอร์
มุ่งหน้ามายังฮอกวอต์กเพื่อแย่งชิงไม้กวาดด้ามนี้”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ชิงทำลายไม้กวาดด้ามนี้ไปเลยสิครับ” เพอร์ซี่ เสนอแผนการ
ดัมเบิ้ลดอร์ยืนนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถ้าทำได้ ฉันคงทำไปนานแล้วละ
ไม้กวาดด้ามนี้ทำจากต้นกกพันปีของสยามประเทศ ทนทานยิ่งกว่ากระเบื้องตราช้าง
แถมมันยังมีอาถรรพ์อีกด้วย”
“อาถรรพ์ยังไงหรือคะ” เฮอร์ไมโอนี่ ร้องถาม
“เอาแหละ ฉันจะแสดงให้ดู” ดัมเบิ้ลดอร์ พูด ก่อนจะเอื้อมมือไปจับ The One Broom ทันใดนั้น ใบหน้าของดัมเบิ้ลดอร์ก็พลันเหี้ยมเกรียม เขาชู The One Broom
ขึ้นสองมือเหนือศรีษะ พลางตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “เทิดทูนทั่วหล้า The One Broom แม้นอิงฟ้าไม่ปรากฏ ใครหาญกล้าสัปประยุทธ์”
ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในห้องโถงก็คุกเข้าลงคาระวะ ดัมเบิ้ลดอร์ โดยพร้อมเพรียง
ประสานเสียงกันดังลั่น “ท่านประมุขยิ่งใหญ่ เปี่ยมด้วยบุญญาธิการ
ได้ครอบครองอาวุธวิเศษ ขอให้ได้เป็นเจ้ายุทธภพโดยไว”
ผ่านไปสักครู่ ทุกคนก็ตั้งสติได้ เฮอร์ไมโอนี่ เอ่ยขึ้นลอยๆ “ไม่ยักรู้ว่า ฮอกวอต์ก กลายเป็นพรรคฟ้าดินไปซะแล้ว”

ดัมเบิ้ลดอร์ และเหล่าอาจารย์ทั้งหลายพากันหน้าม้าน ดัมเบิ้ลดอร์
พูดอย่างกระดาก “ก็อย่างที่พวกเธอเห็นนี่แหละ ถ้าใครไม่มีบุญพอ
ถ้ามาจับไม้กวาดด้ามนี้ก็จะบ้าๆบอๆไปเลย”
“อย่างนั้น ขอผมลองหน่อยสิครับ” เพอร์ซี่ รีบออกตัว ตามนิสัยชอบเอาหน้า
“เธอแน่ใจนะเพอร์ซี่” ดัมเบิ้ลดอร์ถาม เมื่อเห็นเพอร์ซี่พยักหน้า เขาจึงส่ง
The One Broom ให้เพอร์ซี่จับ The One Broom อยู่ครู่หนึ่ง
เขาก็ชู The One Broom ขึ้นฟ้าแล้วตะโกนดังลั่น “กร็าก ด้วยอำนาจแห่งปราสาทสเกลตัน ข้ามีพลัง กร็าก ฮ่าๆๆๆๆ”
เมื่อเพอร์ซี่ได้สติ เขาก็พบว่าทุกคนต่างจ้องมองเขาอย่างสมเพช เพนาโลพี
ร้องขึ้นด้วยความอดสู “ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นพวกบ้ายอดมนุษย์แบบนี้ เพอร์ซี่เสียสถาบันฟรีเฟคหมด”
จากนั้น เพนาโลพี ก็วิ่งร้องไห้เอามือปิดหน้าออกจากห้องโถงไป
โดยมีเพอร์ซี่วิ่งตามร้องเสียงหลง “กลับมาก่อนเพนนีจ๋า ผมแค่เลอะเลือนชั่ววูบ ยกโทษให้ผมเถอะ Please”
“โห ร้ายกาจจริงๆ ไม้กวาดด้ามนี้ ขนาดทำให้เพอร์ซี่เก็กหลุดได้ กลายเป็น ฮีแมน ไปได้” รอน พูดอย่างแหยงๆ

“เชอะ เจ้าพวกวิลลีย์ ไม่มีบุญพอหรอก มันต้องเลือดบริสุทธิ์แบบผมซี่” มัลฟอย
รีบเสนอหน้า แล้วเดินเข้าไปจับ The One Broom
หลังจากจับ The One Broom ได้สักครู่ แววตาของเขาก็ขวางเหมือนพวกติดยา
หันมามองเฮอร์ไมโอนี่ และ โชแชง ที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันอย่างหื่นกระหาย
“ไอ้เธอมันคือนางแมวยั่วสวาท ไอ้เธอมันคือปีศาจหุ่นเซ็กซี่”
จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่สองสาว “อย่างนี้ต้องโดน … อย่างนี้ต้องโดน ….. “
“พลัก บึ๊ก” เสียงของเข่าลอย และ ศอกกลับ ของแฮรี่และรอนกระแทกมัลฟอยกระเด็นไป
เจ็บปางตาย ทั้งสองหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกัน “ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ”
ทุกคนหันมามองสองหนุ่มเป็นตาเดียว ทั้งสองรู้ว่าผิดท่าเสียแล้ว
รีบตีลูกขรึมกลบเกลื่อน “อืม ร้ายกาจจริงๆ ไม้กวาดด้ามนี้
ขนาดทำให้สัตว์เลือดเย็น อย่างมัลฟอย กลายเป็นไอ้หื่นบ้ากามได้”
“แกว่าใครเป็นสัตว์เลือดเย็น ไอ้หน้าตกกระใช้คาถาไม่เป็น ไอ้แว่นโอบาคอน”
มัลฟอย พูดอย่างเจ็บแค้น หลังจากลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
แฮรี่ถูกพูดจี้ใจดำก็ใช้โฟรโบลต์กระแทกหน้ามัลฟอยจนเลือดกลบปาก
มัลกอนากอนเห็นมัลฟอยเลือดไหลก็ สั่งการไปยังนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ “จินนี่
มาทำแผลให้มัลฟอยหน่อยสิ”
เมื่อเห็นจินนี่เดินเข้ามา คำสอนของตระกูลมัลฟอยก็ผุดขึ้นในหัว
“จำไว้นะเดรกโกพวกเลือดบริสุทธิ์อย่างเรา ต้องเท่ทุกท่า เมื่ออยู่ต่อหน้าหญิง”
มัลฟอยรีบลุกขึ้น พลางกล่าวกับจินนี่ “ไม่จำเป็นหรอกน้องสาว สำหรับลูกผู้ชาย
บาดแผลก็เหมือนเหรียญตราแห่งเกียรติยศ”
ก่อนจะสะบัดตัวกลับไปด้วยมาดเท่สุดชีวิต

“พอกันที ฉันจะครอบครอง The One Broom เอง” เสียงของคนๆหนึ่งดังลั่นขึ้น
พร้อมกับประตูห้องโถงเปิดผางออกมา อาจารย์สเนปเดินเข้าด้วยมาดสุขุม
เสื้อคลุมสีดำปลิวไสว พร้อมกับอินโทรเพลง I don’t want to miss a thing
ของแอโรว์ สมิทธ ดังกระหึ่ม
“แหม มามาดพระเอกมิวสิคเลยนะ เซเรวัส” ดัมเบิ้ลดอร์ พูด “ก็ดีเหมือนกัน
บางทีเรื่องนี้อาจจะหนักเกินไปสำหรับนักเรียนก็ได้”
สเนป เดินเข้าไปจับ The One Broom อย่างมาดมั่น
ท่ามกลางเสียงเชียร์ของนักเรียนบ้านสลิธีริน ผ่านไปครู่ใหญ่
ทุกอย่างนิ่งเงียบจนทุกคนแทบหยุดหายใจ ทันใดนั้น
สเนปก็ใช้คาถาเสกผมของตนจากดำยาวสลวย กลายเป็นทรง วี-คัท แดงเถือก
แล้วหันมาพูดกับทุกคนด้วยมาดกวนโอ็ยสุดๆ “ ใครอม โอเล่ ”

จากนั้นสเนป เวอร์ชั่น GTO ก็เต้น แร๊ฟ อย่างมันสุดๆ ชนิด ริดกี้ มาร์ติน
ต้องเรียกพี่ นักเรียนทุกคนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เวลาผ่านไป สเนป ก็ได้สติ แต่สายไปเสียแล้ว
นักเรียนทุกคนมองเขาอย่างหมดศรัทธา
เสนป ทนไม่ได้ ใช้คาถาเมกันเต้ ระเบิดตัวเองไปอย่างอดสู

หมดกัน ขนาดสเนปยังถือไม้กวาดด้ามนี้ไม่ได้ คงไม่มีใครอีกแล้วมั้ง”
เหล่านักเรียนพากันถกเถียงวุ่นวาย แฮรี่รู้แล้วว่าได้เวลาของเขาแล้ว
เสียงอินโทรเพลง “หลบหน่อยพระเอกมา” ดังขึ้น
แฮรี่เดินฝ่ากลุ่มเด็กนักเรียนออกมาเบื้องหน้า
ผลักแครปและกอยส์ที่ยืนขวางทางอยู่จนหัวทิ่ม
“ผมขอลองดูหน่อยนะครับ” แฮรี่ กล่าวกับดัมเบิ้ลดอร์
ขณะที่นักเรียนคนอื่นๆแตกฮือด้วยความหวาดกลัว “เอ้ย เจ้าตัวซวย
มันจะลองแล้วละ งานนี้จะมีคนตายไหมเนี่ย”
แฮรี่หันไปมองนักเรียนคนอื่นอย่างขวางๆ เมื่อดัมเบิ้ลดอร์อนุญาต
เขาก็เอื้อมมือไปจับ The One Broom
ทันทีที่มือของเขากุม The One Broom เอาไว้
โลกรอบข้างก็พลันมืดสนิท The One Broom ในมือของเขาก็พลันมีชีวิต “ยินดีที่ได้พบกับท่านอีกครั้งครับเจ้านาย”
แต่เมื่อเห็นหน้าของแฮรี่ชัดๆ The One Broom ก็อุทานขึ้น “อ้าว ไม่ใช่ท่านทอม ริดเดิ้ล เจ้านายเรานี่หนา หน้าคล้ายกันก็จริง
แต่เจ้านายเราไม่ดูซื่อบื้อแบบนี้หรอก แหวะ ใส่แว่นตาทรงโนบีตะ
แถมมีรอยแผลทุเรศอยู่ที่หน้าผากด้วย ท่าทางเก็บกดลุงป้าไม่รักนี่
ดูเหมือนจะเป็นพวกชอบสาวอายุมากกว่าซะด้วย”
เมื่อโดนใส่เป็นชุด แฮรี่ก็ฉุนกึก “พอได้แล้ว ไม้กวาดบ้าอะไร ปากสุนัขแบบนี้
เอาแหละรีบให้ฉันใช้นายได้แล้ว ถ้าขืนเรื่องมาก ฉันจะให้ภารโรงฟลิกซ์
เอานายไปทำไม้กวาดห้องใต้ดินซะเลย”
“โอ้ว โน จะเอาไม้กวาดไฮคลาส อย่างฉันไปกวาดพื้นได้ไง เค้าไม่ยอมจริงๆด้วย
ขืนทำแบบนั้นเค้าจะไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญให้ป้า เจเค ห้ามแต่งแฮรี่ 5
ปีจริงๆด้วย” The One Broom โอดครวญ “เอาเถอะ
ยังไงนายก็ดูคล้ายเจ้านายฉันมากทีเดียว สงสัยท่านทอม ริดเดิ้ล
ไปปล่อยไข่ทิ้งเอาไว้ละมั้ง”
พูดจบ The One Broom ก็โค้งคำนับให้แฮรี่ พลางกล่าวอย่างนอบน้อม
“ยินดีที่ได้พบท่าน เจ้านายคนใหม่ แฮรี่ พอตเตอร์”

เมื่อแฮรี่ได้ครอบครอง The One Broom นักเรียนทั้งหลายต่างเฮกันลั่น
แล้ววิ่งเข้ามามุงดู The One Broom กัน
“โห งานปราณีตจริงๆ สงสัยเป็นช่างฝีมือชาววังของประเทศไทยแน่
ดูสิมีเครื่องหมาย
Made in Thailand กับ Thailand Best ด้วย โฟรโบสต์ที่ว่าแน่ๆ ชิดซ้ายไปเลย”
มาดามฮู้ด พูดอย่างประทับใจ
“เอ๊ะ ที่ด้ามจับมีตัวอักขระอะไรเขียนอยู่ด้วยนะคะ” โชแชง พูดขึ้น
“มันเป็นอักษรของปีศาจที่แสนชั่วร้ายนะ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะออกเสียงมัน
แต่ถ้าแปลเป็นไทยจะได้ความว่า … “ ดัมเบิ้ลดอร์ กล่าวขึ้น

The One Broom เร็วสุดเดช เบรคอยู่ที่ใจ
The One Broom ใครแซงข้า ต้องปาดกลับ
The One Broom เร็วสุดใจ ตามใครไม่เป็น
สรุปความได้ว่า The One Broom พ่อทุกสถาบัน นั้นเอง

“สงสัย ทอม ริดเดิ้ล นี่เด็กช่างกลเก่าแฮะ” รอน พูดขึ้น “แล้ว The One Broom
มาอยู่ที่อาจารย์ได้ยังไงหรือครับ”
“คืออย่างงี้ เมื่อ ทอม ริดเดิ้ล ได้สร้าง The One Broom ขึ้นมาแล้ว
เขาก็กลายเป็นนักควิกดิกส์ที่เก่งกาจ ต่อมาเขาเกิดปิ้ง ลิลี่ พ็อตเตอร์ขึ้นมา
แต่สาวเจ้าไม่เล่นด้วย เพราะมีแฟนแล้วก็คือ เจมส์ พ็อตเตอร์
ที่เป็นซีกเกอร์บ้านกริฟฟินดอร์” ดัมเบิ้ลดอร์ พูดถึงอดีต
จากนั้นเขาก็กล่าวต่อ “ดังนั้น ทอม ริดเดิ้ล จึงไปท้า เจมส์ พ็อตเตอร์ ดวล
โดยมี ลิลี่ พ็อตเตอร์ เป็นเดิมพัน และ เจมส์ พ็อตเตอร์ ก็เอาชนะ ทอม ริดเดิ้ล ได้
ทอม ริดเดิ้ลจึงทอดทิ้ง The One Broom ไว้ที่นี่แล้วจากไป”

ได้ยินวีรกรรมของพ่อตน แฮรี่ก็พูดอย่างลิงโลด “พ่อผมขี่ไม้กวาดขับเคี่ยวกับ
ทอม ริดเดิ้ล แล้วเฉือนเอาชนะ คว้าโกลเด้น สนิช ได้ก่อนแบบฉิวเฉียวใช่ไหมครับ”
“ไม่ใช่หรอก แฮรี่ พ่อเธอให้ ลิลี่ พ็อตเตอร์ แอบเอาน้ำส้มผสมสลอด ไปให้ทอม
ริดเดิ้ล ดื่มก่อนแข่งต่างหาก” ดัมเบิ้ลดอร์ เฉลย “ทีนี้พอ
ทั้งสองเร่งความเร็วสุดๆเพื่อไล่กวด โกลเด้น สนิช
เธอคงเดาออกใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น นี่แหละทำให้ ทอม ริดเดิ้ล
อับอายขายหน้าจนหนีออกจากโรงเรียน หันไปเรียนด้านมืดแห่งพลังจากลอร์ดดาร์ทเวเดอร์
จนกลายไปเป็น ลอร์ด โวเดอมอต์ล ยังไงละ”
แฮรี่ ฟังวีรเวรของพ่อตนอย่างคอตก
ขณะที่นักเรียนคนอื่นจ้องมองมาที่แฮรี่เป็นตาเดียว พร้อมกับคิด
“ที่เราต้องมาซวยกันอยู่นี่ ต้นเหตุมาจากพ่อแม่ของไอ้หมอนี่นี่เอง”

“เอาแหละ มาเข้าเรื่องกันได้แล้ว” มัลกอนากอน พูดขึ้น “เราต้องนำ The One Broom
ไปทำลายที่ภูเขาไฟ Crack of Doom ที่ดินแดนมอร์ดอร์
ดังนั้นใครจะอาสาไปกับแฮรี่บ้าง”
นักเรียนทุกคนต่างนิ่งเงียบ สักพัก โอลิเวอร์ วู้ดก็เดินมาที่เบื้องหน้าแฮรี่
แล้วชูไม้กวาดของตน “คลีนสวิฟ ของฉันจะปกป้องนายเอง”
“กรี๊ด พี่โอเวน” เสียงกรี๊ดสลบจากสาวๆบ้านกริฟฟินดอร์ ดังระงม
พร้อมๆกับนักเรียนชายบ้านกริฟฟินดอร์ร้องประสานเสียงเพลง You will never walk alone ดังลั่น
“แต่พี่ต้องติดแข่งกับผีแดง ฤดูกาลหน้าไม่ใช่หรือครับ” แฮรี่ถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ เบ็คแฮม กำลังฟอร์มตก ต้องนั่งยาว
ปล่อยเป็นหน้าที่ของตัวสำรองก็ได้” โอลิเวอร์ พูดให้แฮรี่คลายกังวล

เมื่อได้ตัวแทนจากบ้านกริฟฟินดอร์แล้ว
ต่อมาตัวแทนจากบ้านเรเวนคลอก็เดินออกมาหาแฮรี่
“โคเม็ต ของฉันจะเป็นกำลังให้เธอนะ แฮรี่” โชแชง พูด
เสียงเฮจากหนุ่มๆบ้านเรเวนคลอดังลั่นจนห้องโถงสะเทือน
แต่น่าแปลกที่เสียงที่ดังที่สุดกลับมาจากหนุ่มบ้านกริฟฟินดอร์คนหนึ่ง
ใครกันหนอ

ตัวแทนจากบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟเดินออกมา เขาก็คือชายลึกลับสวมหน้ากาก
ที่แฮรี่เห็นตอนแรกนั่นเอง
“ไม้กวาดนิรนามของฉัน จะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเธอเด็ดขาด”
ชายลึกลับจากบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟ กล่าว
เสียงเชียร์จากนักเรียนบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟ ดังลั่นขึ้น
ขณะที่พวกเขาพากันถามกันเอง
“หมอนั่นมันใครกันนะ”

เมื่อเห็นว่าบ้านตนถูกปล่อยเกาะเสียแล้ว มัลฟอยจึงจำใจเดินออกไปหาแฮรี่
“ดื่มคนเดียวเหงาจัง” มัลฟอย รีบใช้มุขเบียร์ช้าง “เอาเถอะ ฉัน กับ นิมบัส
2001 ในฐานะตัวแทนบ้านสลิธีริน จะไปกับนายด้วย”

ทันใดนั้น รอน ก็รีบวิ่งเข้าไปหาแฮรี่ “ฉันไปด้วย ฉันไปด้วย”
“แต่นายไม่ใช่นักกีฬาควิกดิกส์นะ แถมไม่มีไม้กวาดด้วย” แฮรี่ พูดขึ้น
“ไม่เอา เค้าจะไปด้วยอะ ไม่งั้นเค้าไม่ยอมด้วย แฮรี่
นายจะทิ้งเค้าหนีไปสวีทกับยายโช ใช่ไหมละ” รอน ดีดดิ้นอย่างอุบาทลูกนัยตา
“โอ๋ โอ๋ นิ่งซะนะคนดี เค้านะไปแค่แป็ปเดียว ก็กลับมาหาตัวได้แล้วละ
มาโวยวายแบบนี้เดี่ยวคนอื่นเค้าก็รู้กันหมดหรอก” แฮรี่ ชักออกอาการหวาน

“พอได้แล้ว จะอ็วก รอน ฉันอนุญาตให้เธอไปได้” ดัมเบิ้ลดอร์ ทนความอุบาทไม่ไหว
เฮอร์ไมโอนี่ เดินเขาไปหาสองหนุ่ม มองตาขวางๆ แล้วพูดขึ้น “แหม
ไม่ยักรู้นะว่าพวกเธอ มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งเกินเพื่อนซะแล้ว”
จากนั้น เฮอร์ไมโอนี่ ก็หันมาหาดัมเบิ้ลดอร์ “หนูขอไปด้วยละกัน
ทีมนี้ยังขาดผู้จัดการทีมไม่ใช่หรือคะ”
ดัมเบิ้ลดอร์ นิ่งคิดแล้วอนุญาต ทันใดนั้นก็มีสองหนุ่มวิ่งออกมาสมทบ
“พวกเราไปด้วย พวกเราไปด้วย แหม เรื่องสนุกๆแบบนี้พลาดได้ไง” เฟร็ดและยอร์ช รีบมายืนข้างๆแฮรี่
ดัมเบิ้ลดอร์ เห็นเช่นนั้น จึงประกาศว่า “เอาแหละ
เมื่อเราได้เหล่าผู้กล้าครบแล้ว ฉันขอประกาศแต่งตั้ง
…กลุ่มพันธมิตรแห่งไม้กวาด… (The Fellowship of the Broom) นะบัดนี้”

และแล้ว กลุ่มพันธมิตรแห่งไม้กวาด ทีมควิกดิกส์ในตำนานของฮอกวอต์ก
ก็ถือกำเนิดขึ้น โดยมีผู้เล่นดังนี้
แฮรี่ พ็อตเตอร์ ……….. ซีกเกอร์
โชแชง ……….. ซีกเกอร์ สำรอง 1
มัลฟอย ……….. ซีกเกอร์ สำรอง 2
โอลิเวอร์ วู๊ด ……….. คีพเปอร์
เฟร็ด และ ยอร์ช ……….. บีทเตอร์
ชายลึกลับจากบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟ ……….. เชสเซอร์
เฮอร์ไมโอนี่ ……….. ผู้จัดการทีม
รอน ……….. เด็กเก็บลูก
เสียงเฮจากนักเรียนฮอกวอต์ก ดังถล่มทลาย ทุกคนต่างโห่ร้องอย่างยินดี “เฮ
มีไอ้พวกโง่ไปตายแทนแล้ว”
“พยายามเข้านะ อย่าไปยอมแพ้เจ้า โฟรโด มันละ Lord นะมีแค่ 3 ภาค แต่เรามีตั้ง
7 สู้เขานะ” เสียงของคุณป้าคนหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง ในมือถือ Harry Potter and
the order of phoenix ที่แต่งค้างครึ่งเล่มอยู่

“เพ่ เพ่ ถามหน่อยเหอะ” รอน เข้าไปถาม ชายลึกลับจากบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟ “ทำไม
พี่ต้องใส่หน้ากากด้วยละ ชื่อแซ่ก็ไม่มี”
“ก็ คนเขียนนะ เขาหาข้อมูลไม่ได้นี่ ว่าจะให้บ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟเป็นใครดี เคยมา
Post ถาม ไอ้คนที่ได้ก็ไม่ดังอีก เดี่ยวคนไม่รู้จัก
ก็เลยตัดปัญหาให้เป็นบรุษลึกลับไปเลย แต่คอยอ่านตอนต่อไปนะ
พี่เนี่ยแหละจะเป๊นอาวุธลับไว้แก้สถานการณ์คับขันละ”
ชายลึกลับจากบ้านฮัฟเฟิ้ลฟัฟ เฉลย
“โห คนแต่ง เนี่ย อัจฉริยะจริงๆ” รอน พูดด้วยความทึ่ง
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังกังวาลจากฟากฟ้า “พูดได้ดี รอน
บ้านกริฟฟินดอร์เอาไปเลย 200 คะแนน”

เมื่อเห็นเช่นนั้น มัลฟอย เลยรีบประจบประแจงมั่ง “ว้าว
คนเขียนนี่ช่างเก่งกาจฟ้าประทานจริงๆเลย”
แต่ผิดคาดเมื่อเสียงจากฟากฟ้าดังขึ้นอย่างเคืองๆ “ไม่เอาพวกสอพลอ
หักบ้านสลิธีริน 100 คะแนน”
“ตุ๊บ พลัก” เสียงรุ่นพี่บ้านสลิธีริน รุมกระทืบ มัลฟอย ฐานจุ้นไม่เข้าเรื่องดังขึ้น

และแล้ว กลุ่มพันธมิตรแห่งไม้กวาด นำโดย แฮรี่ พ็อตเตอร์ ผู้ครอบครอง The One Broom ก็ออกเดินทางสู่ดินแดนมอร์ดอร์ที่มืดมิดและชั่วร้าย
เบื้องหน้าของพวกเขายังมีอุปสรรคอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น
เหล่าโหงพรายแห่งควิกดิกส์, ศึกชิงรักหักสวาทของเหล่าสมาชิกในทีม, The One Broom ไม้กวาดสุดกวนโอ็ย และ ความสัมพันธ์ลึกลับของเขากับ who you know

สู้เขาต่อไปนะ ………. แฮรี่
The End
จากคุณ : playlism - [13 ม.ค. 45 11:56:23]
ไม่ได้เขียนไดอารีหลายวันด้วยเหตุผลหลายอย่าง วันพฤหัสหลัง evaluate รู้สึกเซ็ง มีอารมณ์มาเกี่ยวข้องไม่อยากเขียน วันศุกร์กลับบ้านค่ำแถมยังเซ็งซ้ำซ้อนทั้งที่ก็ไปเที่ยวเล่นดูงาน music festival ที่ emporium ได้นั่งดูดนตรีหลังเจ้าป้า(กอแก้ว)ทีเดียวเชียว วันเสาร์จะเขียนไดอารี่แต่ชั่วโมงเนตหมด !! แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะตอนที่พิมพ์ข้อความอยู่อารมณ์หงุดหงิดมันก็ปะทุมากับตัวอักษร ดีแล้วที่ไม่ได้โพสต์

วันจันทร์ของการกลับตัวกลับใจมาเช้า(และจะพยายามมาต่อไป)แต่ไม่สามารถหักห้ามใจไม่อ่าน ไม่เขียนไดอารี่ก็เลยมาแจ้งเหตุผล เรารึอุตส่าห์เขียนได้ทุกวันมาช่วงนึงแล้วน้า...ส่วนเรื่องประเมินผลนั่นเราจะจำไว้สำหรับการประเมินอีกครั้งว่าคราวหน้าถ้าเราไม่เห็นด้วยเราจะแย้ง ไม่วางใจอะไรอีกแล้ว

ต้องไปทำงานก่อนหละ อืมมม เหมือนเซ็งตะหงิดๆอีกแล้ว

Wednesday, January 16, 2002

วันนี้เอาเมลที่ได้รับจากน้องเอมาให้อ่านกันเล่นๆตลกดี คิดว่าน่าจะเป็นข้อเท็จจริงทีเดียว
10 ประโยคปฎิเสธยอดฮิตติดปากผู้หญิง (และความหมายที่แท้จริงเบื้องหลัง)

10. ฉันชอบคุณเหมือนพี่ชาย (ก็คุณมันเฉิ่มออกขนาดนี้ จะชอบเป็นแฟนได้อย่างไรล่ะ)
9. อายุเรามันห่างกันไปนิดนึงนะ (ใครชอบนอนกะตาแก่คราวพ่อก็เชิญเหอะ ฉันขอผ่าน)
8. ฉันไม่ได้ชอบคุณ"แบบนั้น" (ก็คุณมันน่าเกลียดซะ...)
7. ชีวิตฉันค่อนข้างวุ่นวายตอนนี้ (ฉันไม่อยากให้คุณอยู่ต่อ ม่ายงั้นคุณต้องได้ยินฉันคุยโทรศัพท์กับรถไฟอีกหมื่นขบวนที่ฉันกำลังสับรางอยู่แหง)
6. ฉันมีแฟนแล้วค่ะ (ฉันนับเจ้าด่างที่บ้านเป็นแฟน ก็ยังดีกว่าให้โอกาสคุณ)
5. ฉันไม่ควงกับหนุ่มในออฟฟิศเดียวกันหรอกค่ะ (ถึงจะแค่ตึกเดียวกัน หรือสุริยจักรวาลเดียวกัน ฉันก็ จะไม่มีวันควงคุณเด็ดขาด)
4. ไม่เกี่ยวกับคุณหรอกค่ะ ฉันไม่ดีเอง (ต๊ายยย มีหน้ามาถาม.. ก็ใช่น่ะสิ คุณมันไม่ดีพอ ต้องพูดให้ชัดขนาดไหนเนี่ย..)
3. ฉันกำลังมุ่งมั่นกับเรื่องงาน (ถึงมันจะสุดน่าเบื่อ และไม่ก้าวหน้าไปไหน ก็ยังดีกว่าเสียเวลามีนัดกับคุณ)
2. ฉันชอบเป็นโสด (แหงละ.. ถ้าเทียบกับต้องมีผู้ชายห่วยๆอย่างคุณเป็นแฟน)
และอับดับ 1 สุดฮิตติดอันดับตลอดกาล...
1. เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับคุณจริงๆ (ฉันยังอยากมีคุณไว้คอยฟังเรื่องดุเด็ดเผ็ดมันที่ฉันไปประสบมากับบรรดาชายอื่นอย่างละเอียด จะได้คอยแก้ปัญหาให้ฉันได้ อ้าว!.. ช่วยไม่ได้.. อยากมาแคร์ฉันทำไม..)

10 ประโยคปฎิเสธยอดฮิตติดปากผู้ชาย (และความหมายที่แท้จริงเบื้องหลัง)
10. ฉันชอบคุณเหมือนน้องสาว (ก็คุณมันน่าเกลียด)
9. อายุเรามันต่างกันไปหน่อย (แล้วคุณมันก็น่าเกลียดด้วย)
8. ผมไม่ได้ชอบคุณ"แบบนั้น" (แบบไหนก็ไม่ชอบ ..ก็คุณน่าเกลียดออก)
7. ชีวิตผมค่อนข้างวุ่นวายตอนนี้ (แถมคุณยังน่าเกลียดอีก)
6. ผมมีแฟนแล้ว (ไม่เอาด้วยหรอก.. คุณมันน่าเกลียด)
5. ผมไม่ชอบควงสาวที่ทำงานในบริษัทเดียวกัน (ถ้าคุณสวยก็ว่าไปอย่าง)
4. ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก ผมไม่ดีเอง (ก็คุณมันน่าเกลียด ใครจะไปดีด้วย)
3. ผมกำลังมุ่งมั่นกับเรื่องงาน (คุณน่าเกลียด)
2. ผมรักชีวิตโสด (ก็คุณมันน่าเกลียด)
และอับดับ 1. สุดฮิตติดอันดับตลอดกาลที่เหล่าผู้ชายใช้กำจัดผู้หญิง...
1.เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ (ก็คุณมันน่าเกลียดเหลือทน ใครจะอยากเอามาเป็นแฟน)

Tuesday, January 15, 2002

เพิ่งวางสายจากเดคเค้าโทรมาชวนไปงาน Elle Décor โอวววว อยากไปแต่วันนี้แต่งตัวไม่สวย ใส่รองเท้าแตะอีกต่างหาก(รองเท้าสวมแบบมีส้นที่ใครๆเค้าก็ใส่กัน..แพงนะยะขอบอกแต่เห็นของปลอม 850) แต่ไอ้สำมะคัลลล์เลยอ่ะเค้าบอกในการ์ดว่า Dress in chic ตายหละหว่า ใส่เสื้อไหมพรม กางเกงขาใหญ่ รองเท้าแตะ หัวก็ไม่ได้สระขอบายดีกว่าขืนไปจะทำให้เครดิตน้องเค้าตกเปล่าๆ แต่กำชับว่างานหน้าบอกกันก่อน เดคบอกว่าต้องพร้อมเสมอ โธ่...พี่ไม่ได้แต่งตัวหรูทุกวันเดี๋ยวไม่เหมาะกับงาน(แบกหาม) แต่เสียดายยยยยยยยยยยยย

มีเรื่องตื่นเต้นอีกเรื่องพี่วุฒินัดประเมินผล(พ้นโปรแล้ว)วันพฤหัสนี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ขอให้ดี ขอให้ผ่าน ขอให้เงินเดือนขึ้น เค้าคงไม่สกัดดาวรุ่งหรอก เค้าต้องใช้แรงงานเราอีก เดือนกุมภาต้องไปเดินสายคาร์ฟูเปลี่ยน link

เลิกงานแล้วกลับไปกรี๊ดดีกว่า กรี๊ดทั้งสองเรื่องเลย ฮือ... กรี๊ดดดดดด.....จ๊ากกกกก

Monday, January 14, 2002

วันนี้มาทำงานสายอีกจนได้อุตส่าห์ตื่นเช้าแต่รถติดบนทางด่วน(เราออกจากบ้านด้วยแหละ) กำลังจะประเมินผลแล้วนะเฟ้ย เป้าหมายคือเงินเดือนขึ้น 20 % มันจะทำให้ชีวิตดีขึ้นอย่างแรง ช่วยให้ชักหน้าถึงหลัง ปลอดหนี้ได้เร็ว ได้โปรดดดดดดดดดดดดดดดด

ตอนเที่ยงออกกำลังก่อนกินข้าวเพราะคอมกับจอที่สั่งไว้มาส่ง 70 ชุดแกะกล่องเอา cpu เรียงกันเต็มห้องไปหมด น่าอิจฉาพวก call center ได้ใช้ Pentium 4 1.6 GHz เชียว แถมเครื่องสีดำด้วยเท่ซะ ตอนบ่ายก็ว่างๆอีกตามเคย

ส่วนวันหยุดไม่ได้ดู Spygame เพราะรอบที่ตั้งใจไปดูเป็นพากย์ไทยและรอบภาษาอังกฤษมันประมาณหกโมงเย็นกว่าหนังจะเลิกก็ค่ำกว่าจะกลับถึงบ้านก็ดึกกันพอดี แต่ก็ไม่ได้ไปเสียเที่ยวเพราะพี่ต้องไปเอาลำโพงที่ The mall บางกะปิอยู่แล้ว(ทำไมลำโพงที่ดูเป็นกล่องสองกล่องมันถึงได้แพงนะ) The mall บางกะปิเป็นห้างที่ใหญ่มาก ใหญ่จนงง มีร้านอะไรเพียบ มีร้านบุฟเฟ่ต์ชาบุของโออิชิ(ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุตเฟ่ต์)อยากจะลองกินแต่ตอนนั้นอิ่มขนมจีน ราคาถูกกว่าโออิชิครึ่งนึง(รอบเย็นราคาประมาณ 249 บาทแต่ให้เวลากินสองชั่วโมงจะกินคุ้มมั้ยหนอ) ห้างมันใหญ่เกินคนก็เยอะ(วันเด็ก) ลำโพงก็หนักตกลงกันว่ากลับบ้านดีกว่า

วันอาทิตย์อยู่บ้านทั้งวันช่วยน้าทำงาน ตอนเช้าโทรไปหาพี่พอดีกับที่เค้าอยู่ตลาดเลยได้รับซ่วยอร่อยๆ ตอนบ่ายน้าไปรับแม่ที่โรงพยาบาล(ส่งภัทรไปเปลี่ยนเฝ้าคุณยาย) ฉันเลยต่อเนตแล้วโทรไปชวนเบญมาเล่นด้วยกัน สอนมันเล่นไอซีคิวแชท ส่งรูปหน้าต่างๆ สอนให้อัพเกรด Media player (เบญให้ช่วยดูให้หน่อยว่ามันมีปัญหาอะไรมันถึงดูละคร Autumn in my heart จากเวบไม่ได้) แล้วก็ได้เจอบีมออนไลน์ด้วย ขานั้นก็ลาออกจากงานมาเรียนเห็นว่าจะนัดกินข้าวเหมือนปลอบใจน้องโอ๋ที่สอบกัปตันไม่ผ่านแต่ฉันว่าไม่ต้องไปย้ำแล้วหละ เจอกันคุยเรื่องอื่นคุยเรื่องที่มันออกมาแบบธรรมชาติของมันดีกว่า เล่นเนตจนบ่ายสามกว่าๆก็เลิก ไปนั่งดูรายการอาซายันหานางแบบสุดเซ็กซี่ ตอนหกโมงเย็นดูสงครามริษยาภาคสอง ตอนที่เห็นผังรายการ(หลังจบอาซายัน)ดีใจมากที่จะได้ดูละครเรื่องนี้อีก ตลกมากๆ ชอบมากๆ เค้าทำละครออกมาเหมือนการ์ตูน(สร้างจากการ์ตูนหนะ อยากรู้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้แปลเป็นไทยหรือเปล่าชื่ออะไรจะได้ไปหาอ่าน) ตลกยัยซากุระดะมง มาเอะมากๆ ตลกไม่รู้จะอธิบายยังไง ลองไปดูได้ที่ UBC ช่อง 24 หกโมงเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เสาร์หน้าเราคงอดดู ฮือ....คุณซาคิคุชิ(พระเอกที่สาวๆในออฟฟิศหมายปอง)มีคู่หมั้นได้ไง มันเล่นมากี่ตอนแล้วนะ อยากดูอยากรู้

Saturday, January 12, 2002

เมื่อเช้าต่ายส่ง sms มาหาฉันเลยโทรกลับไปคุยด้วยเรื่องความรักของคนวัย(เริ่มแก่อย่าง)เรา เบญก็ส่ง sms มาชวน chat icq คืนนี้ นึกถึงเรื่องบริดเจทที่เวลาเรามีปัญหาให้กรี๊ดก็จะมารวมกลุ่มกันเสียแต่ต่ายอยู่หอและใช้เนตของคณะแพทย์ซึ่งแชทไม่ได้ไม่งั้นระเบิดแน่ๆ

ตอนเที่ยงมาฉลองวันเด็กด้วยการกินขนมจีนน้ำเงี้ยวที่ทำงานพี่กอล์ฟ(เค้าคุมอยู่อยากให้จารึกชื่อไว้ในไดอารี่เรา) ที่ทำงานเค้าทำกินกันกลางวัน ฉันไปถึงคนที่ทำงานเค้าประชุมกันหมดเหลือฉันนั่งโด่เด่เก้ๆกังๆอยู่คนเดียวประมาณยกเค้าได้เลยหละ นั่งกินขนมจีนคนเดียวเงียบเหงา(รอเค้าประชุมเสร็จฉันคงหิวไส้ขาด) พี่น้อยแสดงฝีมือทำน้ำเงี้ยวแบบที่ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นเพราะมันมีทั้ง(เท้าหรือตีนนั่นแหละ)ไก่และหมู ปกติน้ำเงี้ยวที่เคยๆกินจะใส่แต่หมู(หมูสับ,ซี่โครงหมู) เดี๋ยวตอนบ่ายสี่โมงไปดู spy game

สุขสันต์วันเด็ก

Friday, January 11, 2002

วันนี้บูดดดดดดดดดดด...อารมณ์บูดค้างมาตั้งแต่กลางคืนแล้วหละ พี่ปุ๊กก็ไม่มาตอนเช้าดีนะที่พี่เค้ามาตอนกลางวัน หวังพึ่งพี่เค้าจะทำให้เราหัวเราะ ตอนบ่ายก็เลยหัวเราะกันตลอดบ่าย สนุกไปเลย

รู้สึกเบื่อเซ็งมากห่อเหี่ยว พี่ปอนด์บอกว่าความสุขที่เกิดจากในใจต้องนั่งสมาธิและความสุขจะเกิดขึ้นเมื่อให้แล้วไม่หวังผลตอบแทน หนอยแนะอะไรมันได้กันฟรีๆบ้าง ฉันมันนักธุรกิจถ้าลงทุนก็หวังผลตอบแทนสิ

เอาเถอะชีวิตไม่สิ้นหวังจะให้มันห่อเหี่ยวทุกวันให้มันรู้ไป...เลิกงานแล้วกลับบ้านหาอะไรกินอร่อยๆดีกว่า วันพรุ่งนี้ก็วันเด็กไปทำตัวเด็กที่ไหนดี

Thursday, January 10, 2002

ว่างอีกแล้ว ตอนนี้อยากยุ่งๆอยากยุ่งจะได้ไม่ต้องคิดอะไร เรื่องที่คิดๆอยู่ถ้าวันนึงมองย้อนกลับมาคงคิดว่าน่าหัวเราะแต่วันนี้น่าร้องไห้ ถอนหายใจจนคิดว่าน่าจะมีแบบแลกรางวัลถอนหายใจครบหมื่นครั้งได้ไปสปาฟรีก็ดีนะ ไปผ่อนคลาย

ชวนพี่ๆน้องๆลงไปซื้อขนมกินข้างล่าง วันนี้ลองกิน cinnamon scone ได้ยินชื่อ scone มาหลายทีอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ในเรื่อง The hobbit, Bilbo ก็เสริฟ์sconeให้คนแคระ เปิดดิกชั่นนารีเค้าว่าเป็นขนมปังชนิดนุ่มแต่ของโอบองแปงมันเป็นขนมปังชนิดแข็ง ??!? (จริงๆขนมร้านนี้ก็แข็งๆหมดเลย)

ตอนเย็นจะไปฟิตเนสไปออกกำลังให้จิตใจแจ่มใส

Wednesday, January 09, 2002

ตอนเช้ารู้สึกหิวอยากกินอาหารคาวคิดมาในรถไฟว่าซื้อเบอร์เกอร์ 19 บาทกี่อันดีนะ หนึ่งอันหรือสองอันแต่มาถึงก่อนเวลางาน 15 นาทีแหนะความคิดใหม่เลยแว้บมาว่าหรือไปกินบะหมี่ดีเอ่ย บะหมี่ 20 เบอร์เกอร์ 19 บะหมี่ เบอร์เกอร์ คิดวนๆอยู่เนี่ยในที่สุดบะหมี่ก็ชนะขาดลอยไป 20 บาทเองอิ่มก็อิ่มคุณค่าทางอาหารเพียบแล้วก็อิ่มไปจนถึงกลางวันเลยแหละ ดีที่กินข้าวกลางวันกันสายเป็นปกติก็เลยกินข้าวกลางวันต่อไปอย่างสงบสุข ไม่พะอืดพะอม ต่อด้วยกล้วยปิ้ง กับไอติมกะทิ ห้าโมงเย็นแล้วเลิกกินขนมแล้วเดี๋ยวก็ไม่หิวพลอยไม่กินข้าวเย็นแล้วก็มาหิว(มากกว่าปกติ)ตอนเช้า

วันนี้ยังคงว่างเช่นเคยเลยโทรไปทวงบัตรกินไอติมฮาเก้นดาสฟรีกับ Amex ตัดคะแนนเราไปแล้วแต่เรายังไมได้ของเลย ปรากฎว่าใบแจ้งให้ไปรับจดหมาย EMS ที่เราเห็นเมื่อชาติก่อน(พ.ยปีก่อน)เป็นของที่เค้าส่งมาให้ แว้ก ! ดีนะว่าเค้าให้เราทำจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปให้เค้าแล้วเดี๋ยวเค้าส่งบัตรกำนัลใหม่มาให้แต่เราต้องทำหมายเหตุในจดหมายว่าถ้ามีใครเอาบัตรที่เค้าส่งมาให้ครั้งแรกไปใช้เราต้องโดนตัดคะแนน(ความประพฤติรึป่าว) แต่เค้าบอกว่าบัตรนั่นคงหมดอายุไปแล้วคงเอาไปใช้ไม่ได้แล้วอ่ะเนอะ (อย่ามีใครเอาไปใช้เชียว)อีกอย่างเชียงใหม่ไม่มีร้านฮาเก้นดาสนี่นา(มีป่าวหว่า)น่าจะไม่มีปัญหา ไม่ชอบทำอะไรเป็นลายลักษณ์อักษรเลยผูกมัดชอบกลแต่ฉันก็รีบทำจดหมายส่งไปเลยเพราะจะได้รีบกินรีบยกเลิก จะยกเลิกบัตร นี่แหละแผนการอดออมสำหรับปีหน้า เดี๋ยวดูว่าเดือนนี้อยู่รอดไม่ต้องกู้เงินก็ยกเลิก Ready Credit (บัตรกดเงินสดดอกเบี้ยโครตโหด) โอวววว...เอาใจช่วยด้วยนี่มันเพิ่งวันที่ 9 เท่านั้นเอง

Tuesday, January 08, 2002

มื้อกลางวันนายไปกินข้าวกลางวันกับพวกเรา( รวม 8 คน พี่ปอนด์ พี่อี๊ด ก๊อก เอ รส พี่ปุ๊กและฉัน) ท้ายโต๊ะที่มีฉัน พี่ปุ๊ก รสกับเอ ใบ้รับประทานไม่ค่อยคุย จริงๆเค้ายังคุยบ้างแบบตอบนายแต่ฉันไม่เลย…ไม่กล้าเดี๋ยวต้องไปหัดตามทีวีแบบครูเคทก่อน

ฟังนายตอบคำถามเกี่ยวกับที่เค้าไปเที่ยวปาปัวนิกีนีว่าเป็นไงเค้าก็บอกว่าได้เห็นอะไรใหม่ ปลาใหม่ๆที่ไม่เคยเห็น น้องเอเลยคิดว่านั่นสิปีนี้เราต้องทำอะไรใหม่ๆให้ชีวิตบ้าง ส่วนฉันก็อยากทำอะไรเหมือนกันแต่ไม่มีเงินจะไปทำอะไรแล้วเสียค่ารายเดือนฟิตเนสหมดงบ งั้นต้องตั้งใจไปทำให้หุ่นดีไปเล้ย(โธ่จะให้หุ่นดีจริงอ่ะเค้าก็ต้องให้เราซื้อ personal training อีกหลายตังค์ เล่นมั่วๆเอาเองมันจะดีได้งาย..)พรุ่งนี้ไม่มีอะไรผิดคาดจะเริ่มไปอีกครั้งหลังจากทีเสียเงินไปฟรีๆเมื่อเดือนที่แล้ว

หลังอาหารฉันไปไปรษณีย์นึกอยากกินน้ำชาก็เลยแวะ starbucks ได้คุ้กกี้คริสตมาสรูปนางฟ้าฟรี..เหลือขายไม่ออกอ่ะสิคุกกี้กดธรรมาด๊า ธรรมาดาแต่ราคา 40 ให้ซื้อไม่มีทาง

คืนนี้ไปค้างกับยายที่โรงพยาบาล ปกติเวลาแม่กลับเชียงใหม่ภัทรจะไปนอนเป็นเพื่อนยายแต่ภัทรไม่สบายเดี๋ยวจะไปติดยาย…ไม่ดี ไม่ดี

ป.ล อยากได้ของขวัญปีใหม่จากใครบางคนแต่ไม่มีแววจะได้เลย ที่เราให้เค้าหละดีใจมั่กมากไม่คิดว่าเราอยากดีใจบ้างรึไงกัน!

Monday, January 07, 2002

พี่ปอนด์ส่งข้อสอบอะไรไม่รู้ จริงๆรู้ มันคือ Fundamental Information Technology Engineer Exam แต่หมายถึงข้อสอบบ้าอะไรไม่รู้ทำไม่ได้เลย ยากชิบโป๋ง เจอข้อแรกให้แปลง binary เป็น decimal ให้ตายลืมไปหมดแล้ววววววววว ยังต่อด้วยฐาน 16 กับฐาน 8 อีก แค่ 3 ข้อก็มึนแล้ว ไม่เห็นจะได้ใช้เลยโธ่ โธ่ บ่นๆไปพี่ปอนด์กับคุณหนุ่มบอกว่า binary นี่พ่อทุกสถาบัน
ฝนเอาช็อกโกแลตมาแจกอีกแล้วจากนายอีกนั่นแหละ อิอิเล็งมาตั้งแต่เช้าแล้วเห็นที่โต๊ะแก Godiva เชียวนา ขอคุณหนุ่มอีกอันเพราะเค้าไม่กิน เย้
เหมือน blogger จะใช้ได้แต่ที่ทำงานเพราะกลับไปทำที่บ้านติด error 500 ก็ด้ะ ก็ด้ะเราไม่ค่อยเขียนที่บ้านอยู่แล้ว
เมื่ออ่านแฮรี่เล่ม4จบก็ถึงเวลาพูดคุยกันได้อย่างไม่มีกั๊ก(กับอิฐเพราะอ่านจบก่อนใคร)แต่ก็ยังต้องรอน้องรสกับเอเพราะสองคนยังอ่านไม่จบส่วนพี่ปุ๊กรู้อะไรไปหมดแล้วเพราะเราคุยกันลั่น คุยกันถึงเรื่องนี้แทบทุกทีที่นึกถึงแกอ่านเองคงไม่ตื่นเต้นไม่ลุ้นแล้วหละเพราะพี่เค้ายังอ่านเล่ม 1 อยู่(ภาษาอังกฤษอีกต่างหาก)พี่เค้าทำ project อยู่จะมาอ่านแฮรี่ก็รู้สึกเหมือนผิดบาป

สัปดาห์นี้นายกลับมาแล้ว นายไปเที่ยวามีปลาดุ๊กดิ๊กมาฝากพวกเรา(เป็นปลาตัวเล็กๆแล้วส่วนหางมันสั่นไปมาเวลากระเทือน)ปลามี 9 ตัวแต่ลูกน้องเค้ามี 16 คนนะ ฝนแจกแบบใช้ระบบใครมาก่อนได้(แต่เค้าให้ผู้หญิงทุกคนก่อนก็หมดไป 6 ตัวแล้ววิธีนี้ใช้เช็คคนมาสายป่าวเนี่ย) ส่วนเรื่อง support สัปดาห์นี้ก็เริ่มแบบเงียบๆน่าเป็นห่วงก็ถ้าหน้าที่เรามันต้องแก้ปัญหาแต่ไม่มีปัญหามาให้แก้อนาคตจะเป็นอย่างไรเล่า

กลางวันไปกินข้าวกับเดค พูดคุยกันถึงเรื่องเวบเค้า ฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถและโอกาสของเค้าซึ่งเป็นโอกาสที่เค้าแสวงหาไม่ได้นั่งรอ การทำงานมีเป้าหมายใช้ชีวิตแบบมีจุดมุ่งหมาย ส่วนตัวเราถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยใช้ชีวิตแบกหามไปวันๆ(ยก printer ยก คอมพิวเตอร์ ยก ยก ยก) เพื่อนเคยถามว่าแล้วอนาคตจะเป็นไง(หมายถึงวันนี้ทำ support แบบนี้) แต่เราคิดว่าไม่มีปัญหาเราไม่ได้อยากไปทางคอมแบบ admin อะไรพวกนั้นเราไม่ได้เดินทางผิดและเรากำลังหาทางของเราอยู่

ป.ล เมื่อคืนไปนอนค้างที่โรงพยาบาลกับคุณยาย หมอมาตัดไหมให้คุณยายหมอบอกว่าแผลดีขึ้นแล้ว

Friday, January 04, 2002

เมื่อวานนั่งแก้ template คิดว่าต้องกลับมาเขียนไดอารี่ที่นี้แล้วเพราะเมื่อวานเข้าไทยไดอาริสต์เท่าไหร่ก็ไม่ได้ พอวันนี้หละเข้าไทยไดอาริสต์ได้เฉย งั้นก็ขอใช้เวบนี้ก่อนแล้วกันจนกว่าจะพบว่า blogger ไม่ดี(อีกแล้ว) เสียก็แต่เราทำ comment เป็นวันๆไม่ได้ต้องไปเขียนใน guestbook กันแทนแต่อย่างนั้นก็ดีจะได้อยู่ที่เดียวกัน

ช่วงปีใหม่อยู่กรุงเทพ น้องมาเฝ้าคุณยายที่โรงพยาบาล ปีนี้ก็เลยพาน้องเที่ยวอยู่ในกรุงเทพ ก็ไปเดินห้าง หาอะไรอร่อยๆกิน วันที่ 31 ตอนกลางวันไปกินเลี้ยงเล็กๆกันที่โรงพยาบาล คุณยายจะได้คึกคัก ตอนกลางคืนอ่านแฮรี่พอตเตอร์ข้ามปี ส่วนที่ทำงาน ช่วงเวลาก่อนปีใหม่จนถึงวันนี้หละเป็นวันสุขสันต์จริงๆ (เพราะไดเรคเตอร์ไม่อยู่) ทั้งคาราโอเกะ เดินซอยละลายทรัพย์กันเพลิน ออกจากที่ทำงานหลังเลิกงานเกือบทันที คุยสนุกสนาน ลงไปกินอาหารว่างยามบ่ายที่โอบองแปง แต่วันจันทร์หน้าเราทั้งหลายก็ต้องทำหน้าขยันกันอีกครั้ง (จะพ้นโปรมั้ยตู)

ปีใหม่แล้วก็รู้สึกธรรมดาๆ (แน่หละไม่เห็นมีโทรศัพท์กริ๊งกร๊างเลย การ์ดเกิ้ดอะไรไม่มี้…เพื่อนๆหายไปไหนหมด โทรหาต่ายก็ไม่ติด แต่โทรหาเบญได้มันก็ดีใจเหมือนกันที่มีคนโทรไปหา) แต่ก็คิดเหมือนกันแหละว่าจะต้องทำอะไรให้ดีซักอย่าง อย่างเช่นเก็บเงิน !!! อืมม ยากส์ แต่ก็จะเก็บให้ได้ซักหน่อย และก่อนสิ้นปีเราอ่านแฮรี่พอตเตอร์จบไป 3 เล่ม รวมปัจจุบันกำลังจะจบเล่ม 4 (ซึ่งคิดว่าแค่ 4 เล่มนี้ก็มากเกินกว่าที่เคยอ่านมาตั้งแต่เกิดแล้วหละ) รู้สึกเราจะชอบอ่านมากขึ้น(หรือจะแค่เรื่องนี้) แล้วก็เพราะไปดู Lord of the ring ก็เลยจะอ่านเรื่องนี้ด้วยฉันเลยคิดว่าปีใหม่นี้จัดเป็นปีแห่งการอ่านและการเก็บออมดีกว่า

เริ่มจากการอ่านก่อนแล้วกัน หนังสือไม่ได้มาฟรีๆนี่ ปกติก็ไม่เหลือเก็บยังจะมาซื้อหนังสืออีกแล้วจะเหลือเรอะ

ป.ล น้องกลับเชียงใหม่แล้ว ฉันคงไม่ไปเดินห้าง เดินสยามอีกเป็นเดือนเลย

Thursday, January 03, 2002

ไชโย....ทำ template เสร็จแล้ว
เข้าไปเขียนไดอารี่ที่ thaidiarist ไม่ได้ มันใช้ไม่ได้มากี่วันแล้วนะ ตอนนี้กำลังจะกลับมาใช้ blog อีกครั้งมันใช้ยังไงนะเนี่ยจำไม่ได้แล้ว