กลับจากเชียงใหม่ไปได้วันเดียวต้องกลับมาทำงานสองวัน(ไปนอนไทเป)แล้วค่อยกลับเชียงใหม่ไปอีกรอบ อยากไปยาวๆแต่เปลี่ยนพักร้อนไม่ทันนอนหละ กว่าจะได้นอนคืนพรุ่งนี้บินสองตุ้บแหนะ
ป.ลไปงานแต่งงานเพื่อนที่เชียงใหม่ เล่าวันหลัง
Sunday, February 29, 2004
Friday, February 27, 2004
ซื้อความสบายใจพันสอง วันนี้เคลือบผมเป็นสีน้ำตาลก็เซ็งนิดๆเพราะหัวก็ไม่เจ๋งละแต่พูดจริงๆหัวแดงๆก็ไม่เหมาะไปทำงานงานช่วยไม่ได้งานมันขาย image
ตอนบ่ายออกไปตึกการบินไทยไปออกตั๋วเครื่องบินวันเสาร์หลังจากทำงานจะไปเชียงใหม่ไปงานแต่งงานเพื่อน วันนี้ใช้เวลาออกตั๋วไม่นานแค่ยี่สิบนาทีเองมั้งเคยรอเป็นชั่วโมงๆเลย ตอนนี้ตั๋วพนักงานเป็น E-Ticket ก็สะดวกดีเวลาเช็คอินใช้แค่บัตรพนักงานแล้วถ้าคิดจะไปไหนๆก็ไปได้(ถ้าออกตั๋วไว้แล้ว)ไม่ต้องพกตั๋วกระดาษเดิมถ้าไม่มีตั๋วกระดาษก็อดเช็คอิน เสียก็แต่ก็ระบุไฟล์ทล่วงหน้าอย่างน้อยสิบสองชั่วโมงและถ้ามีเปลี่ยนแปลงไฟล์ทหน้าcounterยุ่งยากกว่า
ออกตั๋วเสร็จไปรับชุดไทยชุดสุดท้ายที่เพิ่งตัดเสร็จ ตอนนี้มีชุดใหม่สี่ชุดแล้ว(ปีนึงให้สี่ชุด)ชุดเก่าใช้มาจะสองปีแล้วขาดรุ่งริ่งหมดสกปรกด้วย สีชุดสุดท้ายเด็ดดวงมากสี shocking pick ช็อคสุดๆแรงดีชอบ ใส่ชุดสีหวานๆก็ดูใจดีดีนะแต่ว่าสกปรกง่ายหนะ
รับชุดแล้วนัดเจอผึ้งที่สหกรณ์หลังบริษัทไปเบิกเงินมาคืนพี่(หนี้ค้างปีค้างชาติ)ซื้อถุงเสื้อใหม่ด้วยเพราะของเก่าเยิน จากนั้นผึ้งกะฉันเดินไปกินข้าวแถวตลาดลุงเพิ่ม กินเพียบเลยสองวันนี้กินเยอะวุ้ย หิวตลอดเวลาอีก กินข้าวเสร็จเดินเล่นตลาดลุงเพิ่มแต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรไม่เข้าใจทำไมไม่ได้อะไรน่ารักๆมั่งเพราะเวลาเห็นใครมีอะไรกิ๋บเก๋เค้าก็ซื้อจากหลังบริษัทเนี่ยแหละ
ตอนแรกต้องรีบกลับบ้านเพราะต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนไปให้น้าแต่ว่าหมด ขายดีชะมัด(ก๋วยเตี๋ยวห่อใส่ผัก หมูสับ กินกะน้ำจิ้มพริกบดสีเขียว แซ่บขนาด) เลยไม่ต้องรีบกลับผึ้งเลยขอให้ไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อย เค้าจะไปเอากล้องที่ฝากเพื่อนสจ๊วตซื้อ Sony P10 ซื้อมาหมื่นสามกว่าๆ จากนั้นว่าจะกลับบ้านมาสแตนบายรอพี่พาไปเจอเพื่อนพ่อพี่แต่โทรไปเช็คเค้านัดกันสองทุ่มครึ่งดึกไปป่าวพรุ่งนี้มีบินก็เลยไม่ไป สรุปว่าไปเดินเล่น midnight sale ก็ผึ้งที่เซ็นทรัล
แล้วก็มาลงที่ร้านทำผมเนี่ยแหละผึ้งบอกว่าผมสีแดงไม่เห็นเข้ากะผิวเราเลยนะทีหลังทำไรให้ปรึกษากันก่อน หงะ อยากไปทำที่ร้านประจำแต่โทรเช็คแล้วแพงกว่า ทำที่ cut&curl ราคาพันสองร้อยบาทถ้วน เกือบเล็มผมไปด้วยเพราะความงกถ้าเล็มผมเค้าก็ไม่ได้คิดเพิ่มไงราคามันรวมกันอยู่แล้ว ดีใจที่ไม่ทำเพราะว่าแค่ไดร์ผมไดร์ป่องๆยกกระบังด้วยอ่ะ บึ๋ยยกกระบัง ต้องรีบดึงลงรีดให้เรียบๆ สีผมคงจะปลอดภัยไม่โดนซิวแล้วนะเสียเงินไปจะครึ่งหมื่นแล้วนะยะ
เดินเล่นในห้างเกือบเสียตังค์แต่ก็ไม่เสียตังค์มีเครือ่งสำอางค์หอมๆอยากได้นะแต่เพราะมันแพงจัดๆเลยหละ philosopy อ่ะชื่อผลิตภัณฑ์ก็เก๋ไก๋ดี เช่น when hope is not enough เป็นต้นแต่ที่ชอบๆคือผลิตภัณฑ์ชุด grace เป็นครีมอาบน้ำสระผมในตัวเดียวกัน หอมมากๆเลยแต่แพงมากๆด้วยเช่นกันก็เลยผ่านไป เดินเล่นมั่วซั่วให้เสียเวลาไปงั้นแล้วก็หาอะไรกินแล้วก็ซื้อผลไม้ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน
ต่ายโทรมาหากลัวเราจะไม่ไปงานแต่งงาน ธ่อตั๋วก็ออกแล้วชุดรึก็อลังการ เพียงแต่คืนนี้ต้องไปนอนที่กัวลาลัมเปอร์ก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับเชียงใหม่
ป.ล เกลียด wordpad มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ งี่เง่ามากพิมพ์ตรงนี้ไปโผล่ตรงนู้น ที่เขียนเก่าๆก็เยินเพราะมันแทรกไปเรื่อย ห่วยแตก ไอ้บ้า softword เอ๊ย format เครื่องแล้วผิดๆแล้วยังไม่ลง office มาให้อีก กลับไปจะไปเอาแผ่น office ที่เพื่อน write ให้มาลง
ตอนบ่ายออกไปตึกการบินไทยไปออกตั๋วเครื่องบินวันเสาร์หลังจากทำงานจะไปเชียงใหม่ไปงานแต่งงานเพื่อน วันนี้ใช้เวลาออกตั๋วไม่นานแค่ยี่สิบนาทีเองมั้งเคยรอเป็นชั่วโมงๆเลย ตอนนี้ตั๋วพนักงานเป็น E-Ticket ก็สะดวกดีเวลาเช็คอินใช้แค่บัตรพนักงานแล้วถ้าคิดจะไปไหนๆก็ไปได้(ถ้าออกตั๋วไว้แล้ว)ไม่ต้องพกตั๋วกระดาษเดิมถ้าไม่มีตั๋วกระดาษก็อดเช็คอิน เสียก็แต่ก็ระบุไฟล์ทล่วงหน้าอย่างน้อยสิบสองชั่วโมงและถ้ามีเปลี่ยนแปลงไฟล์ทหน้าcounterยุ่งยากกว่า
ออกตั๋วเสร็จไปรับชุดไทยชุดสุดท้ายที่เพิ่งตัดเสร็จ ตอนนี้มีชุดใหม่สี่ชุดแล้ว(ปีนึงให้สี่ชุด)ชุดเก่าใช้มาจะสองปีแล้วขาดรุ่งริ่งหมดสกปรกด้วย สีชุดสุดท้ายเด็ดดวงมากสี shocking pick ช็อคสุดๆแรงดีชอบ ใส่ชุดสีหวานๆก็ดูใจดีดีนะแต่ว่าสกปรกง่ายหนะ
รับชุดแล้วนัดเจอผึ้งที่สหกรณ์หลังบริษัทไปเบิกเงินมาคืนพี่(หนี้ค้างปีค้างชาติ)ซื้อถุงเสื้อใหม่ด้วยเพราะของเก่าเยิน จากนั้นผึ้งกะฉันเดินไปกินข้าวแถวตลาดลุงเพิ่ม กินเพียบเลยสองวันนี้กินเยอะวุ้ย หิวตลอดเวลาอีก กินข้าวเสร็จเดินเล่นตลาดลุงเพิ่มแต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรไม่เข้าใจทำไมไม่ได้อะไรน่ารักๆมั่งเพราะเวลาเห็นใครมีอะไรกิ๋บเก๋เค้าก็ซื้อจากหลังบริษัทเนี่ยแหละ
ตอนแรกต้องรีบกลับบ้านเพราะต้องซื้อก๋วยเตี๋ยวลุยสวนไปให้น้าแต่ว่าหมด ขายดีชะมัด(ก๋วยเตี๋ยวห่อใส่ผัก หมูสับ กินกะน้ำจิ้มพริกบดสีเขียว แซ่บขนาด) เลยไม่ต้องรีบกลับผึ้งเลยขอให้ไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อย เค้าจะไปเอากล้องที่ฝากเพื่อนสจ๊วตซื้อ Sony P10 ซื้อมาหมื่นสามกว่าๆ จากนั้นว่าจะกลับบ้านมาสแตนบายรอพี่พาไปเจอเพื่อนพ่อพี่แต่โทรไปเช็คเค้านัดกันสองทุ่มครึ่งดึกไปป่าวพรุ่งนี้มีบินก็เลยไม่ไป สรุปว่าไปเดินเล่น midnight sale ก็ผึ้งที่เซ็นทรัล
แล้วก็มาลงที่ร้านทำผมเนี่ยแหละผึ้งบอกว่าผมสีแดงไม่เห็นเข้ากะผิวเราเลยนะทีหลังทำไรให้ปรึกษากันก่อน หงะ อยากไปทำที่ร้านประจำแต่โทรเช็คแล้วแพงกว่า ทำที่ cut&curl ราคาพันสองร้อยบาทถ้วน เกือบเล็มผมไปด้วยเพราะความงกถ้าเล็มผมเค้าก็ไม่ได้คิดเพิ่มไงราคามันรวมกันอยู่แล้ว ดีใจที่ไม่ทำเพราะว่าแค่ไดร์ผมไดร์ป่องๆยกกระบังด้วยอ่ะ บึ๋ยยกกระบัง ต้องรีบดึงลงรีดให้เรียบๆ สีผมคงจะปลอดภัยไม่โดนซิวแล้วนะเสียเงินไปจะครึ่งหมื่นแล้วนะยะ
เดินเล่นในห้างเกือบเสียตังค์แต่ก็ไม่เสียตังค์มีเครือ่งสำอางค์หอมๆอยากได้นะแต่เพราะมันแพงจัดๆเลยหละ philosopy อ่ะชื่อผลิตภัณฑ์ก็เก๋ไก๋ดี เช่น when hope is not enough เป็นต้นแต่ที่ชอบๆคือผลิตภัณฑ์ชุด grace เป็นครีมอาบน้ำสระผมในตัวเดียวกัน หอมมากๆเลยแต่แพงมากๆด้วยเช่นกันก็เลยผ่านไป เดินเล่นมั่วซั่วให้เสียเวลาไปงั้นแล้วก็หาอะไรกินแล้วก็ซื้อผลไม้ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน
ต่ายโทรมาหากลัวเราจะไม่ไปงานแต่งงาน ธ่อตั๋วก็ออกแล้วชุดรึก็อลังการ เพียงแต่คืนนี้ต้องไปนอนที่กัวลาลัมเปอร์ก่อนพรุ่งนี้ค่อยกลับเชียงใหม่
ป.ล เกลียด wordpad มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ งี่เง่ามากพิมพ์ตรงนี้ไปโผล่ตรงนู้น ที่เขียนเก่าๆก็เยินเพราะมันแทรกไปเรื่อย ห่วยแตก ไอ้บ้า softword เอ๊ย format เครื่องแล้วผิดๆแล้วยังไม่ลง office มาให้อีก กลับไปจะไปเอาแผ่น office ที่เพื่อน write ให้มาลง
Wednesday, February 25, 2004
ออกไปกินอาหารกลางวันฟรีกับพี่กอล์ฟ น้องจุ๊ พี่เล็ก(พี่เล็กเลี้ยง) กินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยแถวที่ทำงานพี่ ร้านอยู่ริมถนนเลยหน้าอู่รถเมล์ 73 อากาศร้อนแต่ว่าก็มีลมพัด ฉันกินก๋วยเตี๋ยวไปสองชาม เฉาก๊วยไปหนึ่งถ้วยและขนมถ้วยอีกหนึ่งคู่ จากนั้นพี่ไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้าอโศกเพื่อนนัดดูหนังที่เอ็มโพเรียมตอนบ่ายสอง
ออกมาเที่ยวกะมิ้นกะผึ้งไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ววันนี้ดูหนังก่อนเรื่อง something gotta give สนุกดีตลกมากดูแล้วอยากให้มีเด็กๆมาติดพันเหมือนนางเอก เหอเหอ ไดแอนเล่นได้น่ารักตลกมากเลย หลังจากดูหนังก็ไปกินผลไม้(ซื้อในซุปเปอร์ฯไปนั่งกินใน food court)คุยกัน จากนั้นเดินเล่นดูของ มืดแล้วแฮะทุ่มกว่าแต่มิ้นบอกว่ากลับตอนนี้รถติดชวนไปหาไรกินที่ซอย 38 ก็เลยนั่งรถไฟไปหาไรกินกันอีก
บ้านมิ้นเคยอยู่ในซอยนี้ก็เลยพามากินโจ๊กอร่อยๆไปถึงร้านมิ้นบอกว่าคนขายยังเป็นคนเดิมอยู่เลยอ่ะมันผ่านมายี่สิบปีแล้วนะเนี่ย อิอิ กินโจ๊กหมูล้วนไม่ใส่ไข่อร่อยดีแต่ที่อร่อยสุดๆคือข้าวเหนียวมะม่วงข้าวเหนียวนิ่มมากเลยมะม่วงก็หวาน อิ่มๆๆๆๆ
นั่งรถไฟฟ้ากลับมาหมอชิตด้วยกันแล้วค่อยแยกย้ายกลับบ้าน พรุ่งนี้นัดนาวาระแต่คิดว่าไม่สามารถแล้วเราเพราะมีธุระติดค้างต้องทำก่อนจะไปเชียงใหม่โทรไปเลื่อนนัดเค้าก็ไม่อยู่บ้านซะแล้ว(ตอนเค้าโทรมาดันไม่ได้ยิน)เพื่อนพ่อแม่พี่กอล์ฟก็มาจากญี่ปุ่นเหมือนกันเค้าอยากเจอเรา สาเหตุที่เค้าติดใจคือเราพูดภาษาญี่ปุ่นกะเค้าซึ่งมันนิดหน่อยมากๆไม่รู้จะหน่อยยังไงแต่มันน้อยมากๆหนะแต่เค้าก็รู้สึกชื่นชมว่าแต่ว่าตอนนี้ฉันลืมหมดแล้น
ป.ล จะให้จุ๊สอน photoshop ให้เพราะไปถามราคาค่าเรียนมามัน 5800 แหนะ จุ๊บอกว่าอ่านหนังสือเอาก็ทำเองได้ไม่ต้องไปเรียนไม่ก็ไปร้านหนังสือแล้วจำมาวันละหัวข้อมาหัดทำ ไม่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือด้วยจะลองดูนะ คนมันขี้เกียจอ่ะน้าอยากจะไปเรียนแต่ดูหัวข้อเรียนมันก็ไม่ได้ advance ไรหรอก
ออกมาเที่ยวกะมิ้นกะผึ้งไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้ววันนี้ดูหนังก่อนเรื่อง something gotta give สนุกดีตลกมากดูแล้วอยากให้มีเด็กๆมาติดพันเหมือนนางเอก เหอเหอ ไดแอนเล่นได้น่ารักตลกมากเลย หลังจากดูหนังก็ไปกินผลไม้(ซื้อในซุปเปอร์ฯไปนั่งกินใน food court)คุยกัน จากนั้นเดินเล่นดูของ มืดแล้วแฮะทุ่มกว่าแต่มิ้นบอกว่ากลับตอนนี้รถติดชวนไปหาไรกินที่ซอย 38 ก็เลยนั่งรถไฟไปหาไรกินกันอีก
บ้านมิ้นเคยอยู่ในซอยนี้ก็เลยพามากินโจ๊กอร่อยๆไปถึงร้านมิ้นบอกว่าคนขายยังเป็นคนเดิมอยู่เลยอ่ะมันผ่านมายี่สิบปีแล้วนะเนี่ย อิอิ กินโจ๊กหมูล้วนไม่ใส่ไข่อร่อยดีแต่ที่อร่อยสุดๆคือข้าวเหนียวมะม่วงข้าวเหนียวนิ่มมากเลยมะม่วงก็หวาน อิ่มๆๆๆๆ
นั่งรถไฟฟ้ากลับมาหมอชิตด้วยกันแล้วค่อยแยกย้ายกลับบ้าน พรุ่งนี้นัดนาวาระแต่คิดว่าไม่สามารถแล้วเราเพราะมีธุระติดค้างต้องทำก่อนจะไปเชียงใหม่โทรไปเลื่อนนัดเค้าก็ไม่อยู่บ้านซะแล้ว(ตอนเค้าโทรมาดันไม่ได้ยิน)เพื่อนพ่อแม่พี่กอล์ฟก็มาจากญี่ปุ่นเหมือนกันเค้าอยากเจอเรา สาเหตุที่เค้าติดใจคือเราพูดภาษาญี่ปุ่นกะเค้าซึ่งมันนิดหน่อยมากๆไม่รู้จะหน่อยยังไงแต่มันน้อยมากๆหนะแต่เค้าก็รู้สึกชื่นชมว่าแต่ว่าตอนนี้ฉันลืมหมดแล้น
ป.ล จะให้จุ๊สอน photoshop ให้เพราะไปถามราคาค่าเรียนมามัน 5800 แหนะ จุ๊บอกว่าอ่านหนังสือเอาก็ทำเองได้ไม่ต้องไปเรียนไม่ก็ไปร้านหนังสือแล้วจำมาวันละหัวข้อมาหัดทำ ไม่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือด้วยจะลองดูนะ คนมันขี้เกียจอ่ะน้าอยากจะไปเรียนแต่ดูหัวข้อเรียนมันก็ไม่ได้ advance ไรหรอก
Tuesday, February 24, 2004
15:00โดนว่าเรื่องผมจนได้ SV (คนเช็ค appearance) บอกว่าผมสีแดงไปให้ไปทำให้เข้มกว่านี้ อ่ะนะตอนสีทองไม่ว่า( SV เห็นแต่ว่าเค้าไม่ว่าไร อาจจะช็อค)พอเป็นสีน้ำตาลแดงๆว่า สีนี้เราก็ให้มีคนทำนะโดยเฉพาะแอร์ต่างชาติ SV บอกต้นเดือนหน้าขอดูใหม่แต่เราไม่ไปแก้แล้วจะให้เปลี่ยนสีกันทุกห้าวันเลยรึไง(รู้หรอกหน่าว่าทำผิดกฎแต่หัวจะแหกไม่แก้แล้วหละ) ไปซื้อวิกมาใส่ดีกว่าอยากมีผมบ๊อบแบบครีโอพัตราเป็นทุนเดิม เก็บผมสีแดงๆเนี่ยไว้ไปเที่ยวจ๊าบดีออก
ไปไฟล์ทกัวลาวันนี้ผู้โดยสารไม่เต็มแฮะโชคดีจริงๆแล้วก็ไม่ค่อยยุ่งเหยิงด้วยแต่ก็รู้สึกเหนื่อยเพราะตื่นเช้า(ตีห้า)และสำคัญมีคนโทรมาขอแลกสเกตตอนเที่ยงคืน!! แม่เจ้าเค้าคิดไรของเค้า ?? หงุดหงิดเลยกำลังปั้นๆให้หลับต้องตื่นมาฟังการเกริ่นนำทำรู้จัก(จริงๆรู้จักแต่เวลานั้นใครจะสนฟระ) ฉันบอกให้โทรมาใหม่วันนี้แล้วกันเพราะต้องตื่นเช้าไปบิน ไม่ได้ยินคำว่าขอโทษเลยมั้ง ไม่สนเฟ้ยไม่ให้แลก เหอเหอ แค้น
เดือนหน้าไฟล์ทออกถึงวันที่ 20 เพราะรอ sling summer สาธุขอไฟล์ทญี่ปุ่นแบบมีเวลาเที่ยว เพี้ยง เพี้ยง
18:00 เข้านอนง่วงจัด
19:30 นาวาระโทรมาหาบอกว่าอยู่เมืองไทยนัดเจอกันวันที่ 26 ตอนนี้ให้นอนไปก่อนคืนพรุ่งนี้โทรมาใหม่
23:00 แฟนโทรมานึกว่าเล่นเกมอยู่เลยตื่นมาเล่นเกมซะเลย อิอิ
ไปไฟล์ทกัวลาวันนี้ผู้โดยสารไม่เต็มแฮะโชคดีจริงๆแล้วก็ไม่ค่อยยุ่งเหยิงด้วยแต่ก็รู้สึกเหนื่อยเพราะตื่นเช้า(ตีห้า)และสำคัญมีคนโทรมาขอแลกสเกตตอนเที่ยงคืน!! แม่เจ้าเค้าคิดไรของเค้า ?? หงุดหงิดเลยกำลังปั้นๆให้หลับต้องตื่นมาฟังการเกริ่นนำทำรู้จัก(จริงๆรู้จักแต่เวลานั้นใครจะสนฟระ) ฉันบอกให้โทรมาใหม่วันนี้แล้วกันเพราะต้องตื่นเช้าไปบิน ไม่ได้ยินคำว่าขอโทษเลยมั้ง ไม่สนเฟ้ยไม่ให้แลก เหอเหอ แค้น
เดือนหน้าไฟล์ทออกถึงวันที่ 20 เพราะรอ sling summer สาธุขอไฟล์ทญี่ปุ่นแบบมีเวลาเที่ยว เพี้ยง เพี้ยง
18:00 เข้านอนง่วงจัด
19:30 นาวาระโทรมาหาบอกว่าอยู่เมืองไทยนัดเจอกันวันที่ 26 ตอนนี้ให้นอนไปก่อนคืนพรุ่งนี้โทรมาใหม่
23:00 แฟนโทรมานึกว่าเล่นเกมอยู่เลยตื่นมาเล่นเกมซะเลย อิอิ
Monday, February 23, 2004
ห้าวันเปลี่ยนสีผมไปสองที ไม่ได้เจตนาเลยแต่ครั้งแรกที่ทำมันออกมาสีทองจัดไปหน่อยอยู่กลางแดดเหมือนหัวติดไฟเลย วันนี้เป็นวันที่ห้าหลังจากทำไปครั้งแรกแต่ต้องไปทำใหม่หละเพราะว่าหัวทองๆอ่ะเวลาไปรเวทไม่แต่งหน้าดูน่าเกลียดเกินทน จริงๆมันก็เจ๋งดีแต่จะเหมาะกับคนช่างแต่งตัวแหละขาวๆมากกว่า ครั้งนี้นอกจากทำสีแล้วต้องอบไอน้ำไปด้วยสงสารผมแต่สงสารตัวเองมากกว่า เวลาไปทำงานก็ลุ้นจะโดนว่าป่าว เวลาไม่ทำงานก็ดูเห่ย นี่ทำออกมาใหม่สีมืดลงกว่าเดิมแต่ก็แดงๆค่อยยังชั่ว
วันที่ 21 ไปงานแต่งงานว่าน ว่านเป็นเจ้าบ่าวคนแรกของรุ่นไม่ไปได้ไงหละแต่เพื่อนเมเจอร์ไปกันแค่หกคนเอง(ไม่รวมฉัน)ก็คนอื่นๆอยู่เชียงใหม่มั่ง ติดงานมั่ง ป่วยมั่งจากสามสิบคนมาได้แค่เนี้ย แต่ตี้ที่ไม่เคยไปงานปาร์ตี้ไรเลยหลังเรียนจบก็มาด้วยหละ ดีใจได้เจอแล้วก็ดีใจอีกที่ได้เจอหน่อย หน่อยเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยโรงเรียนแล้วก็มาเรียนคณะเดียวกันแต่คนละเมเจอร์
งานว่านจัดที่บางนาทาวเวอร์เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูดีเชียวงานจัดแบบโต๊ะจีน และเป็นปกติที่งานแต่งงานต้องมี power point มีรูปเยอะจังแฮะมีรูปไปเที่ยวนั่นนี่ด้วยกัน ฉันไม่เห็นมีรูปถ่ายกะแฟนเท่าไหร่เลย ยิ่งงานของหน่อยอ่ะมีรูปตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยด้วยกันเลยเห็นแล้วแหววดีนะ เพื่อนบอกว่าไม่เป็นไรตัดต่อได้เดี๋ยวจัดให้ ฮ่า ฮ่า
พรุ่งนี้ไม่ต้องไปบินปักกิ่งแล้วดีใจไม่ชอบเลย เครื่องออก 11:05 กลับมา 22:00 นี่ยังไม่นับเวลาตื่นเวลาออกไปเช็คอินหมดไปเลยทั้งวันจริงๆแต่เงินก็เยอะ จริงๆก็ไม่รู้ควรดีใจหรือเปล่าเพราะเค้าจัดให้ไปบิน 415 กัวลาลัมเปอร์แทน ไฟล์ทห่วยในใจใครหลายคนไฟล์ทแขกหนะเงินก็น้อยแต่ดีที่กลับเร็วนะ บ่ายสองครึ่งก็กลับมาแล้ว
ไปนอนหละต้องตื่นตีห้า
วันที่ 21 ไปงานแต่งงานว่าน ว่านเป็นเจ้าบ่าวคนแรกของรุ่นไม่ไปได้ไงหละแต่เพื่อนเมเจอร์ไปกันแค่หกคนเอง(ไม่รวมฉัน)ก็คนอื่นๆอยู่เชียงใหม่มั่ง ติดงานมั่ง ป่วยมั่งจากสามสิบคนมาได้แค่เนี้ย แต่ตี้ที่ไม่เคยไปงานปาร์ตี้ไรเลยหลังเรียนจบก็มาด้วยหละ ดีใจได้เจอแล้วก็ดีใจอีกที่ได้เจอหน่อย หน่อยเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยโรงเรียนแล้วก็มาเรียนคณะเดียวกันแต่คนละเมเจอร์
งานว่านจัดที่บางนาทาวเวอร์เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูดีเชียวงานจัดแบบโต๊ะจีน และเป็นปกติที่งานแต่งงานต้องมี power point มีรูปเยอะจังแฮะมีรูปไปเที่ยวนั่นนี่ด้วยกัน ฉันไม่เห็นมีรูปถ่ายกะแฟนเท่าไหร่เลย ยิ่งงานของหน่อยอ่ะมีรูปตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยด้วยกันเลยเห็นแล้วแหววดีนะ เพื่อนบอกว่าไม่เป็นไรตัดต่อได้เดี๋ยวจัดให้ ฮ่า ฮ่า
พรุ่งนี้ไม่ต้องไปบินปักกิ่งแล้วดีใจไม่ชอบเลย เครื่องออก 11:05 กลับมา 22:00 นี่ยังไม่นับเวลาตื่นเวลาออกไปเช็คอินหมดไปเลยทั้งวันจริงๆแต่เงินก็เยอะ จริงๆก็ไม่รู้ควรดีใจหรือเปล่าเพราะเค้าจัดให้ไปบิน 415 กัวลาลัมเปอร์แทน ไฟล์ทห่วยในใจใครหลายคนไฟล์ทแขกหนะเงินก็น้อยแต่ดีที่กลับเร็วนะ บ่ายสองครึ่งก็กลับมาแล้ว
ไปนอนหละต้องตื่นตีห้า
Wednesday, February 18, 2004
ต้องทำบุญมะเนี่ยกลับจากฟุกโดนเรียก standby ไปคันไซ เย้ เย้
รื้อกระเป๋าจัดใหม่เตรียมเสื้อกันหนาวรองเท้าผ้าใบเตรียมตัวออกไปซื้อขนมที่ 7-11 (ไปถึงสามทุ่มญี่ปุ่น สายๆก็กลับแล้ว) ชื่อ Bonchi rice เป็นขนมทำจากข้าวเป็นแผ่นกลมๆหนาๆแตกทั่วแผ่น ชอบขนมแบบนี้แต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหนครั้งนึงเคยไปบินกะพี่คนนึงแล้วเค้าเอามาแบ่งให้กินบอกว่ามีขายแต่ที่ 7-11 คันไซก็เลยได้โอกาไปซื้อแล้วเรา อยากกินโอเด้งด้วยตอนไปฟุกไม่ได้กิน ไม่เคยกินโอเด้งตามร้านเคยกินแต่ในร้านสะดวกซื้อแค่นี้ก็อร่อย ตอนไปฟุกเห็นรถเข็นขายโอเด้งด้วยแต่ไม่ได้กินถ้ากินแบบนั้นอาจได้บรรยากาศกว่ามั้ย
ไปถึงโรงแรมโทรศัพท์หาซาโตะเค้าย้ายมาทำงานที่ Wakayama และเคยบอกว่าถ้าเรามาคันไซให้โทรบอกเค้าจะมาหาที่สนามบินแต่ไม่บอกเค้าก่อนไปเพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้าจึงเพิ่งโทรหาตอนสามทุ่มกว่าๆ เค้าบอกจะมาหาโดยรถไฟ(มีสถานีรถไฟใกล้โรงแรม)ฉันออกไปซื้อขนมกะเพื่อนก็แล้ว กินโอเด้งหมดไปแล้ว กินข้าวปั้นหมดไปแล้ว ลงมาเดิน 7-11 อีกรอบแล้วเพื่อนก็ไม่มาซะทีเที่ยงคืนแล้วรถไฟหมดแล้วนะปรากฎขับรถมาจากบ้านหนึ่งชั่วโมงไม่รู้เส้นทางหรอกแต่หาจากอินเตอร์เนต
มาถึงคุยกันนิดหน่อยต่อโทรศัพท์ให้คุยกะแม่เค้า(ตอนไปนาโกย่าก็ไปบ้านเค้าแต่เค้าย้ายที่ทำงานนี่แหละแม่กะพ่อเค้าพาไปเที่ยว ^^)แล้วก็พาออกไปกินข้าวเย็นตอนนั้นเที่ยงคืนแล้ว(สี่ทุ่มบ้านเรา)เค้าบอกว่ายังมะได้กินข้าวเย็นตอนเราโทรไปกำลังทำอยู่ แป่ว จะไม่ออกไปกินก็ได้ไงอ่ะ ขับรถออกไปไกลเหมือนกันนะแต่ใช้เวลาไม่นานเพราะในถนนจะว่าไปไม่มีรถเลยหนะ ไปกินร้านอาหารเปิด 24 ชั่วโมงชื่อ Friendly ที่ osaka city ฉันกินไอติมชอกโกแลตทีรามิสุพาเฟ่ต์อร่อยดี กินๆคุยๆตีหนึ่งกว่าออกจากร้านบอกจะไปร้านสะดวกซื้อ ไม่รู้เพื่อนจะหาไรเพราะไม่เห็นจะซื้อแล้วบอกว่าไปอีกร้าน อีกร้านอยู่ไกลมากฉันหละคิดว่าตูจะได้นอนมั้ยเนี่ยมันตีสองกว่าแล้ว ไปถึงแกหยิบโอเด้งสำเร็จรูปกะเลือกโมเดลตัวต่อสองกล่องเป็นสัตว์กล่องนึงแล้วก็เป็นรถเข็นขายของแบบญี่ปุ่นกล่องนึง นี่อย่าบอกว่าขับรถหาของแค่นี้นะยะให้ตาย!! นึกว่าจะซื้อของใช้เข้าบ้านปรากฎว่าจ่ายเงินเสร็จยื่นให้เราบอกเป็นของขวัญ โอเด้งอ่ะดีแต่ตัวต่ออ่ะธ่อถ้ารู้ว่าจะให้เลือกเองดีก่า แกะมาเล่นไม่น่ารักเล้ยได้ตัวเขียดสีเขียวตัวนึงเหมือนจริงเป็นบ้า แต่รถเข็นอ่ะก็ดีเป็นรถเข็นขายปลา
กลับถึงโรงแรมเกือบตีสามเก็บข้าวของเข้านอนตีสามนิดๆเพื่อนดิต้องขับรถกลับไปอีกชั่วโมงนึงหงะ ตีสี่พอดีแต่วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสบายไปไม่งั้นคงไม่ได้เจอกันหรอก นี่ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนไม่รู้รู้แต่ตอนเราเดินกลับจาก 7-11 รอบสองเราก็เห็นเค้าที่ counter โรงแรมแต่จำไม่ได้เลยเดินขึ้นห้องไปเฉย(เห็นแต่ด้านหลัง)
ไปครั้งหน้ากินข้าวแถวโรงแรมดีกว่าอร่อยไม่ต้องเดินทางแต่ไปไกลๆก็ดีได้เห็นอย่างอื่นนอกจากโรงแรมแล้วก็ขนมที่อยากซื้ออ่ะที่ Family mart ก็มีขายจ่ะแต่แถวโรงแรมอ่ะมีแต่ 7-11 ไง
รื้อกระเป๋าจัดใหม่เตรียมเสื้อกันหนาวรองเท้าผ้าใบเตรียมตัวออกไปซื้อขนมที่ 7-11 (ไปถึงสามทุ่มญี่ปุ่น สายๆก็กลับแล้ว) ชื่อ Bonchi rice เป็นขนมทำจากข้าวเป็นแผ่นกลมๆหนาๆแตกทั่วแผ่น ชอบขนมแบบนี้แต่ไม่รู้จะซื้อที่ไหนครั้งนึงเคยไปบินกะพี่คนนึงแล้วเค้าเอามาแบ่งให้กินบอกว่ามีขายแต่ที่ 7-11 คันไซก็เลยได้โอกาไปซื้อแล้วเรา อยากกินโอเด้งด้วยตอนไปฟุกไม่ได้กิน ไม่เคยกินโอเด้งตามร้านเคยกินแต่ในร้านสะดวกซื้อแค่นี้ก็อร่อย ตอนไปฟุกเห็นรถเข็นขายโอเด้งด้วยแต่ไม่ได้กินถ้ากินแบบนั้นอาจได้บรรยากาศกว่ามั้ย
ไปถึงโรงแรมโทรศัพท์หาซาโตะเค้าย้ายมาทำงานที่ Wakayama และเคยบอกว่าถ้าเรามาคันไซให้โทรบอกเค้าจะมาหาที่สนามบินแต่ไม่บอกเค้าก่อนไปเพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้าจึงเพิ่งโทรหาตอนสามทุ่มกว่าๆ เค้าบอกจะมาหาโดยรถไฟ(มีสถานีรถไฟใกล้โรงแรม)ฉันออกไปซื้อขนมกะเพื่อนก็แล้ว กินโอเด้งหมดไปแล้ว กินข้าวปั้นหมดไปแล้ว ลงมาเดิน 7-11 อีกรอบแล้วเพื่อนก็ไม่มาซะทีเที่ยงคืนแล้วรถไฟหมดแล้วนะปรากฎขับรถมาจากบ้านหนึ่งชั่วโมงไม่รู้เส้นทางหรอกแต่หาจากอินเตอร์เนต
มาถึงคุยกันนิดหน่อยต่อโทรศัพท์ให้คุยกะแม่เค้า(ตอนไปนาโกย่าก็ไปบ้านเค้าแต่เค้าย้ายที่ทำงานนี่แหละแม่กะพ่อเค้าพาไปเที่ยว ^^)แล้วก็พาออกไปกินข้าวเย็นตอนนั้นเที่ยงคืนแล้ว(สี่ทุ่มบ้านเรา)เค้าบอกว่ายังมะได้กินข้าวเย็นตอนเราโทรไปกำลังทำอยู่ แป่ว จะไม่ออกไปกินก็ได้ไงอ่ะ ขับรถออกไปไกลเหมือนกันนะแต่ใช้เวลาไม่นานเพราะในถนนจะว่าไปไม่มีรถเลยหนะ ไปกินร้านอาหารเปิด 24 ชั่วโมงชื่อ Friendly ที่ osaka city ฉันกินไอติมชอกโกแลตทีรามิสุพาเฟ่ต์อร่อยดี กินๆคุยๆตีหนึ่งกว่าออกจากร้านบอกจะไปร้านสะดวกซื้อ ไม่รู้เพื่อนจะหาไรเพราะไม่เห็นจะซื้อแล้วบอกว่าไปอีกร้าน อีกร้านอยู่ไกลมากฉันหละคิดว่าตูจะได้นอนมั้ยเนี่ยมันตีสองกว่าแล้ว ไปถึงแกหยิบโอเด้งสำเร็จรูปกะเลือกโมเดลตัวต่อสองกล่องเป็นสัตว์กล่องนึงแล้วก็เป็นรถเข็นขายของแบบญี่ปุ่นกล่องนึง นี่อย่าบอกว่าขับรถหาของแค่นี้นะยะให้ตาย!! นึกว่าจะซื้อของใช้เข้าบ้านปรากฎว่าจ่ายเงินเสร็จยื่นให้เราบอกเป็นของขวัญ โอเด้งอ่ะดีแต่ตัวต่ออ่ะธ่อถ้ารู้ว่าจะให้เลือกเองดีก่า แกะมาเล่นไม่น่ารักเล้ยได้ตัวเขียดสีเขียวตัวนึงเหมือนจริงเป็นบ้า แต่รถเข็นอ่ะก็ดีเป็นรถเข็นขายปลา
กลับถึงโรงแรมเกือบตีสามเก็บข้าวของเข้านอนตีสามนิดๆเพื่อนดิต้องขับรถกลับไปอีกชั่วโมงนึงหงะ ตีสี่พอดีแต่วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดสบายไปไม่งั้นคงไม่ได้เจอกันหรอก นี่ไม่ได้เจอกันนานแค่ไหนไม่รู้รู้แต่ตอนเราเดินกลับจาก 7-11 รอบสองเราก็เห็นเค้าที่ counter โรงแรมแต่จำไม่ได้เลยเดินขึ้นห้องไปเฉย(เห็นแต่ด้านหลัง)
ไปครั้งหน้ากินข้าวแถวโรงแรมดีกว่าอร่อยไม่ต้องเดินทางแต่ไปไกลๆก็ดีได้เห็นอย่างอื่นนอกจากโรงแรมแล้วก็ขนมที่อยากซื้ออ่ะที่ Family mart ก็มีขายจ่ะแต่แถวโรงแรมอ่ะมีแต่ 7-11 ไง
Saturday, February 14, 2004
ไปฟุกไม่เห็นสนุกเลยหรือฉันไม่เจอที่ตื่นตาตื่นใจนะ
เดินทางไปถึงตอนเช้าแยกย้ายเข้านอนนัดเวลาตอน 11:30 (เวลาญี่ปุ่น)เจอกันที่ล็อบบี้ ไม่อยากจะตื่นเลยเกือบไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก สมาชิกวันนี้คืนพี่อั้ม น้องอ๊อบ น้องหนุ่มและฉัน มีแต่น้องหนุ่มที่เคยมาฟุกเค้าเลยต้องเป็นไกด์ให้พวกเรา
เติมพลังด้วยราเม็งข้อสอบร้านที่กินชือ ichiran เดินออกจากโรงแรม New Otani เลี้ยวขวาเดินตรงไปเรื่อยๆเจอสี่แยกใหญ่อันที่สองเลี้ยวขวาเดินตรงมาเลี้ยวขวาซอยแรก(มั้งแต่ถ้าถูกต้องผ่านห้าง Vivre) จากนั้นมั่วเอาเถอะจำทางไม่ได้แล้วรู้แต่ร้านอยู่ในหลืบซ้ายมือเป็นร้านสุดท้ายเลยหน้าร้านมีลายเซ็นเพียบ
ที่เรียกว่าราเม็งข้อสอบเพราะว่าใบสั่งราเม็งจะมีส่วนประกอบของราเม็งเป็นข้อๆในแต่ละข้อจะให้เราเลือกระดับความต้องการเช่น ต้องการเส้นนุ่มแบบไหน น้ำซุปรสชาติแบบไหน ปริมาณต้นหอม ถั่วงอก กระเทียม หมู ต้องการ secret sauce มั้ย คนไม่เคยกินเค้าแนะนำให้เลือกรสชาติดั่งเดิม(medium มั้ง) นอกจากนั้นยังมีแผ่นเสริมคือต้องการเพิ่มอะไรพิเศษมั้ยเช่นเพิ่มหมู เพิ่มต้นหอมเยอะพิเศษเข้าไปอีกเป็นต้น ราคาราเม็ง 650 เยนและบวกเพิ่มแล้วแต่รายการที่สั่งเพิ่ม ฉันเพิ่มหมูจ่ายอีก 150 เยน มื้อนี้จ่ายแปดร้อยเยน ส่วนบรรยากาศในร้านนั้นไม่ได้นั่งเป็นโต๊ะแต่นั่งในซองมีฉากกั้นซ้ายขวาด้านหน้าก็มีผ้าบังเหมือนการทำข้อสอบเข้าไปใหญ่(ตอนสั่งอย่าลอกคนข้างๆนะเดี๋ยวเค้าดุเอา อิอิ) ผ้าที่บังบังมิดอ่ะเห็นแต่พุงคนรับ order และเห็นแต่ใต้อกคนกินฝั่งตรงข้าม(ทุกซองหันเข้าหาครัว)แต่ฉันกะพี่อั้มก็แอบมุดดูบรรยากาศในครัวนะและเห็นว่าคนรับออร์เดอร์ก็น่ารักนิ
ราเม็งอร่อยมากอยากกินอีกขนาดไม่ใช่ร้านที่ได้ตำแหน่ง TV Champion นะ ร้านนั้นต้องเดินไปอีกฝั่งชื่อร้าน Ippudo ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าจะไปกินเห็นว่าต้องทำข้อสอบด้วยเหมือนกัน
จากร้านราเม็งไปตึกไดเอ้ ชั้นบนสุดเป็นร้านร้อยเยนฉันซื้อถุงสูญญากาศ เห็นคนอื่นเค้าใช้กันเลยเอามั่งมันดีจริงๆเก็บเสื้อกันหนาวตัวบวมๆให้แบนลงได้ทำให้มีที่ว่างเก็บของในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ^^ แวะเติมพลังอีกครั้งด้วยเครบสตรอเบอรี่และกล้วยหอมที่ฉันหนึ่ง จากนั้นไปร้านกล้อง Kitamura ร้านเล็กที่มุมถนน ดูราคากล้องแล้วข้ามถนนไป Big P Kan ดูกล้องหมดเวลาไปทั้งวัน(ไม่นับตอนไปรอน้องอ๊อบแลกเงินในธนาคารอีกนานด้วยเหมือนกัน)กว่าตกลงปลงใจซื้อของที่แต่ละคนต้องการก็มืดแล้ว
ฉันซื้อกล้อง Sony T1 มาตอนแรกอยากได้ Exilim Z4 แต่ว่า LCD มันแสดงภาพไม่สวยอ่ะเลยซื้อโซนี่ทั้งที่ไม่ได้คิดเลยเพราะมันแพงไปแต่ก็โชคอีกอีกอ่ะเพราะเค้าเซลพอดี อิอิ ไม่งั้แพงกว่าซื้อในบ้านเราอีกนะ กว่าจะซื้อกล้องก็มืดแล้วไม่ได้ถ่ายรูปอะไรที่ฟุกเลย
เสร็จจากการช้อปปิ้งหิวแล้วหละเดินไปใต้ห้าง Mitsukoshi (ตรงข้ามร้าน Big) มีอาหารกล่องขายเหมือนกันแต่น้องๆจะพาไปกินข้าวแถวโรงแรม ที่ตื่นเต้นนิดๆคือมีร้านชอกโกแลตเพียบเลย package น่ารักๆและสาวๆตรึม มีต้นไม้สีขาวที่ห้อยด้วยคำบอกรัก(มั้ง)ในกระดาษรูปหัวใจสีชมพู อ่านออกอันนึงว่า "ชอบเคนจังที่สุดแต่งงานกันนะ" อยากจะเขียนมั่งแหะแต่ไม่เห็นกระดาษ ฉันกะพี่อั้มฝ่าดงสาวๆซื้อชอกโกแลตด้วยเหมือนกัน ^_^ จริงๆคิดว่าอยากจะให้ชอกโกแลต(มีติดกระเป๋าไว้ยามหิว)กะคนหน้าตาดีที่เดินผ่านจะได้เข้าบรรยากาศแต่ก็ไม่กล้าแฮะแล้วก็ไม่เห็นใครน่ารักพอ
อาหารเย็นกินข้าวหน้าหมูทอดซีอิ๊วอร่อยดีกินเกลี้ยงเลย ขากลับแยกกะน้องๆมาเดินซุปเปอร์กะพี่อั้ม น้องๆกลับโรงแรมก่อนเพราะดึกๆจะออกไปกินราเม็งข้อสอบอีกชาม(บอกแล้วอร่อยมาก) เดินซุปเปอร์ซื้อขนมปังปอนด์ชอบเพราะมันหนา หนาซักนิ้วนึงได้มั้ง จากนั้นก็กลับห้องเก็บของ
หมดละฟุกไม่เห็นร้านขายของกระจุกกระจิก ร้านเครื่องสำอางค์ คิดว่านาโกย่าสนุกกว่ามีร้านของเล่นเพียบแล้วก็ร้านอาหารเยอะแยะ แถวโรงแรมที่ฟุกไม่ค่อยมีร้านอาหารเลยยังไงซะก็อยากไปฟุกอีกทีจะได้ไปเดินที่ที่เรายังไม่เคยไป ไปกินราเม็ง TV Champion ไง
เดินทางไปถึงตอนเช้าแยกย้ายเข้านอนนัดเวลาตอน 11:30 (เวลาญี่ปุ่น)เจอกันที่ล็อบบี้ ไม่อยากจะตื่นเลยเกือบไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก สมาชิกวันนี้คืนพี่อั้ม น้องอ๊อบ น้องหนุ่มและฉัน มีแต่น้องหนุ่มที่เคยมาฟุกเค้าเลยต้องเป็นไกด์ให้พวกเรา
เติมพลังด้วยราเม็งข้อสอบร้านที่กินชือ ichiran เดินออกจากโรงแรม New Otani เลี้ยวขวาเดินตรงไปเรื่อยๆเจอสี่แยกใหญ่อันที่สองเลี้ยวขวาเดินตรงมาเลี้ยวขวาซอยแรก(มั้งแต่ถ้าถูกต้องผ่านห้าง Vivre) จากนั้นมั่วเอาเถอะจำทางไม่ได้แล้วรู้แต่ร้านอยู่ในหลืบซ้ายมือเป็นร้านสุดท้ายเลยหน้าร้านมีลายเซ็นเพียบ
ที่เรียกว่าราเม็งข้อสอบเพราะว่าใบสั่งราเม็งจะมีส่วนประกอบของราเม็งเป็นข้อๆในแต่ละข้อจะให้เราเลือกระดับความต้องการเช่น ต้องการเส้นนุ่มแบบไหน น้ำซุปรสชาติแบบไหน ปริมาณต้นหอม ถั่วงอก กระเทียม หมู ต้องการ secret sauce มั้ย คนไม่เคยกินเค้าแนะนำให้เลือกรสชาติดั่งเดิม(medium มั้ง) นอกจากนั้นยังมีแผ่นเสริมคือต้องการเพิ่มอะไรพิเศษมั้ยเช่นเพิ่มหมู เพิ่มต้นหอมเยอะพิเศษเข้าไปอีกเป็นต้น ราคาราเม็ง 650 เยนและบวกเพิ่มแล้วแต่รายการที่สั่งเพิ่ม ฉันเพิ่มหมูจ่ายอีก 150 เยน มื้อนี้จ่ายแปดร้อยเยน ส่วนบรรยากาศในร้านนั้นไม่ได้นั่งเป็นโต๊ะแต่นั่งในซองมีฉากกั้นซ้ายขวาด้านหน้าก็มีผ้าบังเหมือนการทำข้อสอบเข้าไปใหญ่(ตอนสั่งอย่าลอกคนข้างๆนะเดี๋ยวเค้าดุเอา อิอิ) ผ้าที่บังบังมิดอ่ะเห็นแต่พุงคนรับ order และเห็นแต่ใต้อกคนกินฝั่งตรงข้าม(ทุกซองหันเข้าหาครัว)แต่ฉันกะพี่อั้มก็แอบมุดดูบรรยากาศในครัวนะและเห็นว่าคนรับออร์เดอร์ก็น่ารักนิ
ราเม็งอร่อยมากอยากกินอีกขนาดไม่ใช่ร้านที่ได้ตำแหน่ง TV Champion นะ ร้านนั้นต้องเดินไปอีกฝั่งชื่อร้าน Ippudo ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าจะไปกินเห็นว่าต้องทำข้อสอบด้วยเหมือนกัน
จากร้านราเม็งไปตึกไดเอ้ ชั้นบนสุดเป็นร้านร้อยเยนฉันซื้อถุงสูญญากาศ เห็นคนอื่นเค้าใช้กันเลยเอามั่งมันดีจริงๆเก็บเสื้อกันหนาวตัวบวมๆให้แบนลงได้ทำให้มีที่ว่างเก็บของในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ^^ แวะเติมพลังอีกครั้งด้วยเครบสตรอเบอรี่และกล้วยหอมที่ฉันหนึ่ง จากนั้นไปร้านกล้อง Kitamura ร้านเล็กที่มุมถนน ดูราคากล้องแล้วข้ามถนนไป Big P Kan ดูกล้องหมดเวลาไปทั้งวัน(ไม่นับตอนไปรอน้องอ๊อบแลกเงินในธนาคารอีกนานด้วยเหมือนกัน)กว่าตกลงปลงใจซื้อของที่แต่ละคนต้องการก็มืดแล้ว
ฉันซื้อกล้อง Sony T1 มาตอนแรกอยากได้ Exilim Z4 แต่ว่า LCD มันแสดงภาพไม่สวยอ่ะเลยซื้อโซนี่ทั้งที่ไม่ได้คิดเลยเพราะมันแพงไปแต่ก็โชคอีกอีกอ่ะเพราะเค้าเซลพอดี อิอิ ไม่งั้แพงกว่าซื้อในบ้านเราอีกนะ กว่าจะซื้อกล้องก็มืดแล้วไม่ได้ถ่ายรูปอะไรที่ฟุกเลย
เสร็จจากการช้อปปิ้งหิวแล้วหละเดินไปใต้ห้าง Mitsukoshi (ตรงข้ามร้าน Big) มีอาหารกล่องขายเหมือนกันแต่น้องๆจะพาไปกินข้าวแถวโรงแรม ที่ตื่นเต้นนิดๆคือมีร้านชอกโกแลตเพียบเลย package น่ารักๆและสาวๆตรึม มีต้นไม้สีขาวที่ห้อยด้วยคำบอกรัก(มั้ง)ในกระดาษรูปหัวใจสีชมพู อ่านออกอันนึงว่า "ชอบเคนจังที่สุดแต่งงานกันนะ" อยากจะเขียนมั่งแหะแต่ไม่เห็นกระดาษ ฉันกะพี่อั้มฝ่าดงสาวๆซื้อชอกโกแลตด้วยเหมือนกัน ^_^ จริงๆคิดว่าอยากจะให้ชอกโกแลต(มีติดกระเป๋าไว้ยามหิว)กะคนหน้าตาดีที่เดินผ่านจะได้เข้าบรรยากาศแต่ก็ไม่กล้าแฮะแล้วก็ไม่เห็นใครน่ารักพอ
อาหารเย็นกินข้าวหน้าหมูทอดซีอิ๊วอร่อยดีกินเกลี้ยงเลย ขากลับแยกกะน้องๆมาเดินซุปเปอร์กะพี่อั้ม น้องๆกลับโรงแรมก่อนเพราะดึกๆจะออกไปกินราเม็งข้อสอบอีกชาม(บอกแล้วอร่อยมาก) เดินซุปเปอร์ซื้อขนมปังปอนด์ชอบเพราะมันหนา หนาซักนิ้วนึงได้มั้ง จากนั้นก็กลับห้องเก็บของ
หมดละฟุกไม่เห็นร้านขายของกระจุกกระจิก ร้านเครื่องสำอางค์ คิดว่านาโกย่าสนุกกว่ามีร้านของเล่นเพียบแล้วก็ร้านอาหารเยอะแยะ แถวโรงแรมที่ฟุกไม่ค่อยมีร้านอาหารเลยยังไงซะก็อยากไปฟุกอีกทีจะได้ไปเดินที่ที่เรายังไม่เคยไป ไปกินราเม็ง TV Champion ไง
Thursday, February 12, 2004
Wednesday, February 11, 2004
ออกไปตัดผม.. ตัดผมทุกสองอาทิตย์เลยวุ้ยก็ที่ตัดมาปลายเดือนที่แล้วมันไม่บอกไม่ถูกเค้าก็ตัดให้เก๋ไก๋วัยรุ่นหรอกนะสองข้างยาวไม่เท่ากันเวลาใส่ชุดนอกก็โอเคอ่ะแต่พอใส่ชุดทำงานไม่ผ่านอย่างแรง ต้องทัดหู(ซ่อนไม่ให้เห็นว่ามันไม่เท่ากัน)หน้าตาก็แหวะ ไม่ชอบทัดหูกะชุดทำงานดูแก่บางระจันชอบกล(นึกภาพออกมั้ย ผมผู้หญิงแบบบางระจันอ่ะ) ก็จัดการตัดใหม่ให้เท่ากันดีกว่า
พี่กอล์ฟเลิกงานก็มานัดเจอกันที่สยามจะได้กินข้าวด้วยกันดีนะที่พี่มาเร็วพอสมควรไม่งั้นฉันคงเสียเงินซื้อรองเท้าไปแล้ว ทั้งที่คิดว่าต่อไปนี้จะให้มีเงินสดในมือค่อยซื้อของแต่ว่ามีเวลาเหลือดูร้านนั้นร้านนี้เกือบเสียทีไปซะแล้ว อาหารเย็นวันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวร้านจุฑารสก็ดีแต่ลูกชิ้นหมูปิ้งไม่ดี ไม่เห็นจะอร่อยไม้ละสิบบาทแหนะ
กลับบ้านมาดู CSI ปีสี่เปิดตอนแรกได้น่าติดตามดีแต่ไม่จบในตอนต้องต่อพุธหน้าแถมมีแก๊กตลกด้วย เราชอบตัวละครภาคปกติมากกว่าภาคไมอามี่เพราะหน้าตาดูหน้าเชื่อถือกว่าหนะส่วนเรื่องคดีต่างๆก็โอเคพอๆกัน เพียงแต่ปีแรกๆจะสนุกกว่านะ เป็นธรรมดาของซีรีส์มะ หมดมุขอ่ะ เหมือน x-files ไงปีแรกสนุกมากชอบมากแต่ซักสองปีหลังชักจะ go so big ไปกันใหญ่ไร้เหตุผลไม่ดูซะเลย
กระเป๋าจะไปบินยังไม่ได้เก็บมีเวลาพรุ่งนี้อีกวันนึง(กว่าจะออกจากบ้านไปเช็คอินตั้งสี่ทุ่ม)รีบกระโดดมาเล่นเกมก่อนเลยเพราะเข้าปาร์ตี้แชร์แต้มกะเพื่อนอยู่ ด๊านนน..เจ๊ง !! สองวันแล้วที่มันเจ๊งๆ loginได้มั่งไม่ได้มั่ง log กันมือหยิก เบี่ยวุ้ยเงินก็เสียนะเล่นอ่ะยังมีปัญหาอีก อยากไปดูหน้าตา server มันจริงๆ
ป.ล กาแฟเย็นภูฟ้าอร่อยราคา 35 บาทขอแนะนำ
พี่กอล์ฟเลิกงานก็มานัดเจอกันที่สยามจะได้กินข้าวด้วยกันดีนะที่พี่มาเร็วพอสมควรไม่งั้นฉันคงเสียเงินซื้อรองเท้าไปแล้ว ทั้งที่คิดว่าต่อไปนี้จะให้มีเงินสดในมือค่อยซื้อของแต่ว่ามีเวลาเหลือดูร้านนั้นร้านนี้เกือบเสียทีไปซะแล้ว อาหารเย็นวันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวร้านจุฑารสก็ดีแต่ลูกชิ้นหมูปิ้งไม่ดี ไม่เห็นจะอร่อยไม้ละสิบบาทแหนะ
กลับบ้านมาดู CSI ปีสี่เปิดตอนแรกได้น่าติดตามดีแต่ไม่จบในตอนต้องต่อพุธหน้าแถมมีแก๊กตลกด้วย เราชอบตัวละครภาคปกติมากกว่าภาคไมอามี่เพราะหน้าตาดูหน้าเชื่อถือกว่าหนะส่วนเรื่องคดีต่างๆก็โอเคพอๆกัน เพียงแต่ปีแรกๆจะสนุกกว่านะ เป็นธรรมดาของซีรีส์มะ หมดมุขอ่ะ เหมือน x-files ไงปีแรกสนุกมากชอบมากแต่ซักสองปีหลังชักจะ go so big ไปกันใหญ่ไร้เหตุผลไม่ดูซะเลย
กระเป๋าจะไปบินยังไม่ได้เก็บมีเวลาพรุ่งนี้อีกวันนึง(กว่าจะออกจากบ้านไปเช็คอินตั้งสี่ทุ่ม)รีบกระโดดมาเล่นเกมก่อนเลยเพราะเข้าปาร์ตี้แชร์แต้มกะเพื่อนอยู่ ด๊านนน..เจ๊ง !! สองวันแล้วที่มันเจ๊งๆ loginได้มั่งไม่ได้มั่ง log กันมือหยิก เบี่ยวุ้ยเงินก็เสียนะเล่นอ่ะยังมีปัญหาอีก อยากไปดูหน้าตา server มันจริงๆ
ป.ล กาแฟเย็นภูฟ้าอร่อยราคา 35 บาทขอแนะนำ
Tuesday, February 10, 2004
เมื่อวานตอนจัดหนังสือพิมพ์(TG429ไปปีนัง)เห็นข่าวแต่งงาน ใครแต่งงานหว่าถึงเป็นข่าว อ่าวพี่บุรินทร์!! ใครๆเค้าก็แต่งงานกันหมดเลยรึไงนะ นี่เพื่อนเราจะแต่งงานไล่กันเลย ว่านแต่งวันที่ 21 แก้วแต่งวันที่ 23 ต่ายแต่งวันที่ 28 อยากไปทุกงานเลยแต่วันที่ 21 เป็น standby ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงห้าทุ่มแหนะ ต้องลุ้นไม่โดนเรียก ส่วนวันที่23อ่ะหยุดแต่24 บินเช้าแต่เพื่อนเราจัดงานที่เชียงใหม่ ต้องหาแลกอ่ะ ส่วนวันที่ 28 เสร็จงานตอนเช้านั่งเครื่องไปเชียงใหม่สบายๆ
ไฟล์ทหน้าไปญี่ปุ่นด้วยหละจะไปซื้อกล้องดิจิตอลหวังว่าจะมีรูปงานแต่งงานมาอวดนะ
--ข่าวฝากจากบีม--
บทเรียนจากการซื้อสัตว์เลี้ยงจากคนขายใจร้าย
ที่งานเกษตรแฟร์ที่ผ่านมา (กพ. 47) ได้มีโอกาสไปเดินดูตลาดนัดสัตว์เลี้ยง พบกระต่ายตัวเล็กๆน่ารักเยอะแยะ สอบถามคนขาย พูดจาดีมาก บอกว่าเพาะขายเอง
แข็งแรงทุกตัว เป็นพันธุ์แคระ เราสังเกตเห็นว่ามันตัวเล็กมาก ถามว่าอายุเท่าไหร่ คนขายบอกว่าเป็นพันธุ์แคระ เพราะถ้าเค้าไม่ทำให้ตัวเล็กก็ขายไม่ได้ ที่เห็นนี่ 3 เดือนแล้ว
โตเต็มที่ก็ใหญ่กว่าเดิมประมาณ 3-4 เท่า (ของเดิมตัวเล็กจริงๆ ถ้าไม่ใช่พันธุ์เล็ก ต้องอายุไม่ถึงเดือนแน่ๆ) พอเอากลับไปที่บ้าน เลี้ยงได้ 1 วัน ปรากฏว่า เห็นตัวคล้าย หมัด หรือ ไร
สีแดงๆ ตัวเล็ก เดินตามพื้น เลยคิดว่า กระต่ายอาจจะติดหมัดมาจากที่ซื้อ เพราะเค้าเลี้ยงใส่ตะกร้ารวมๆกัน ทั้งๆที่เรารู้ว่ากระต่ายเป็นหวัดง่าย แต่คนขายบอกว่า อาบน้ำได้ ค่อยๆอาบให้
เราเลยอาบน้ำอุ่นให้และเช็ดตัวให้จนแห้ง และให้อาหาร มันก็กินตามปกติ แต่พอรุ่งเช้าวันถัดมา มันก็ตาย
เราไปโวยวายกับคนขาย ว่าทำไมมันตาย ตกลงมันอายุเท่าไหร่กันแน่ ที่บ้านก็เลี้ยงอยู่ตั้งแต่อายุเดือนครึ่ง จนตอนนี้ 4-5 เดือนแล้ว ไม่เห็นมันจะดูป้อแป้ เดินช้าๆ ดูไม่มีแรงขนาดนี้
เพราะตอนเอาไปที่บ้าน ดูมันเคลื่อนที่ช้าๆ ท่าทางไม่ค่อยมีแรง คนขายบอกว่า ก็อายุ 3 เดือนน่ะแหละ แต่มันเป็นพันธุ์แคระมันก็เดินช้าๆแบบนี้ (ไม่รู้จะโกหกไปถึงไหน)
แล้วเค้าก็ให้ตัวใหม่มาแทน แต่คิดเงินเราไปอีก บอกว่าช่วยๆกันหน่อย
ตัวนี้ดูท่าทางร่าเริง ไม่น่ามีปัญหา ตัวโตกว่าตัวแรกมาก คนขายบอกว่า 5 เดือนแล้ว แต่เราไม่เชื่อ อย่างมากก็ไม่เกิน 2 เดือนแน่ๆ พอเอามาเลี้ยง ก็ให้กินผักสด กับอาหารเม็ด ระวังอย่างดี ผักสด เราซื้อจากคุณวอลเตอร์ที่ท้อป
ปลอดสาร ล้างน้ำไหลและแช่น้ำนานๆเกินครึ่งชั่วโมง 2 ครั้งและล้างน้ำไหลอีกที ล้างให้สะอาดกว่าที่คนกินอีก เลี้ยงได้ 2-3 วันมันก็เริ่มท้องเสีย ท้องเสียได้ 1-2 วัน เราก็หยุดให้ผักไปเลย ให้แต่หญ้าขน
ซึ่งตัดมาจากแถวๆบ้านและล้างอย่างดีเหมือนเดิม
2 วันต่อมา มันไม่หายท้องเสีย เราเลยเอาไปหาหมอที่ รพ.สัตว์ที่เกษตร ตอนแรก ไม่มีอาการอะไรเลย ดูปกติมาก หมอเลยไม่ได้ทำอะไร แค่จับๆคลำๆ แล้วก็ให้ยามากิน ออกจาก รพ.มาได้สัก 1 ชั่วโมง
เราเอามาพักที่ห้องทำแลบในม.เกษตร เห็นมันเดินป้อแป้ แบบไม่มีแรง ขาหมดแรง เราก็เอาพัก วางบนเบาะโซฟา ให้น้ำให้อาหารมันก็ไม่กิน สักพักเดียว มันก็เริ่มชัก เรารีบนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ใน ม.เกษตรนั่นแหละ ไปที่ รพ.สัตว์อีกที แค่ 10 นาทีเท่านั้น เจอหมอคนเดิม หมองงมาก ว่าตอนแรกไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมมันชัก แล้วก็ช้อก หมอก็พยายามให้น้ำเกลือ ให้กลูโคส ทำโน่นทำนี่ พยายามปั๊มหัวใจ แต่แล้วมันก็ตาย
เราถามหมอเรื่องอายุกระต่ายเพราะคนขายบอกว่า 5 เดือนแล้วแต่เราไม่เชื่อ หมอบอกว่า ณ ตอนนี้นะ มันอายุไม่เกิน 2 เดือนหรอก... เราเอามันมาอาทิตย์กว่าๆแล้วนะ
เราเคยเลี้ยงกระต่ายอายุน้อยๆมาแล้ว ซื้อจากฟาร์มที่เค้าเพาะขายเฉพาะ 2 ตัวอายุเดือนครึ่งเท่านั้นกับซื้อจากคนเลี้ยงที่บ้านเขาอีก 2 ตัวอายุ 2 เดือน เราให้ผักสด ให้อาหาร ปกติมากๆ เหมือน 2 ตัวนี้ที่ซื้อจาก
เกษตรแฟร์ ไม่เคยมีปัญหา ไม่ต้องไปหาหมอเลย ไม่เคยท้องเสีย ไม่เคยเป็นอะไร ช่วงที่กรุงเทพหนาวจัดๆ มีอยู่ตัวหนึ่งเหมือนจะเป็นหวัด เพราะเห็นมันมีน้ำมูก คืนนั้นเลยเอาเข้ามาในบ้าน ตอนเช้ามันก็หายเอง
จนตอนนี้ มันอายุ 4-5 เดือนแล้ว มันสบายดีมากๆ แข็งแรง ขนแน่น วิ่งไล่กันร่าเริงสุดๆและเราคิดว่าพวกมันคงสบายดีไปจนตลอดอายุขัยแน่ๆ
ประเด็นที่เอามาเล่าก็คือ อยากบอกคนที่มาอ่านว่า ถ้าไม่อยากเสียใจซ้ำซากอย่างเรา
อย่าไปซื้อสัตว์จากสถานที่คับแคบ + อึดอัด เหมือนที่จตุจักร หรืองานสัตว์เลี้ยงต่างๆ
เพราะจะมีพวกที่เอาเปรียบผู้ซื้อและใจคอโหดร้าย ไม่เห็นแก่ชีวิตคนอื่น คิดถึงแต่เงิน เท่านั้น มาคอยหลอก คนใจดี รักสัตว์ให้หลงเชื่อ พูดจาดี ต่างๆนานา โกหกได้ทุกอย่าง ถ้าอยากได้สัตว์เลี้ยงดีจริงๆและ แข็งแรง
ให้ซื้อจากฟาร์ม หรือ สัตว์เลี้ยงที่บ้านที่มีเจ้าของดีๆดูแลดีๆ จะได้ไม่เสียใจแบบเราอีก เชื่อเราเถอะ ถ้าไม่มีคนซื้อ คนพวกนี้จะขายไม่ได้และเค้าคงเลิกขายไปเอง จะได้ไม่มีสัตว์ถูกทรมานอีก
ไฟล์ทหน้าไปญี่ปุ่นด้วยหละจะไปซื้อกล้องดิจิตอลหวังว่าจะมีรูปงานแต่งงานมาอวดนะ
--ข่าวฝากจากบีม--
บทเรียนจากการซื้อสัตว์เลี้ยงจากคนขายใจร้าย
ที่งานเกษตรแฟร์ที่ผ่านมา (กพ. 47) ได้มีโอกาสไปเดินดูตลาดนัดสัตว์เลี้ยง พบกระต่ายตัวเล็กๆน่ารักเยอะแยะ สอบถามคนขาย พูดจาดีมาก บอกว่าเพาะขายเอง
แข็งแรงทุกตัว เป็นพันธุ์แคระ เราสังเกตเห็นว่ามันตัวเล็กมาก ถามว่าอายุเท่าไหร่ คนขายบอกว่าเป็นพันธุ์แคระ เพราะถ้าเค้าไม่ทำให้ตัวเล็กก็ขายไม่ได้ ที่เห็นนี่ 3 เดือนแล้ว
โตเต็มที่ก็ใหญ่กว่าเดิมประมาณ 3-4 เท่า (ของเดิมตัวเล็กจริงๆ ถ้าไม่ใช่พันธุ์เล็ก ต้องอายุไม่ถึงเดือนแน่ๆ) พอเอากลับไปที่บ้าน เลี้ยงได้ 1 วัน ปรากฏว่า เห็นตัวคล้าย หมัด หรือ ไร
สีแดงๆ ตัวเล็ก เดินตามพื้น เลยคิดว่า กระต่ายอาจจะติดหมัดมาจากที่ซื้อ เพราะเค้าเลี้ยงใส่ตะกร้ารวมๆกัน ทั้งๆที่เรารู้ว่ากระต่ายเป็นหวัดง่าย แต่คนขายบอกว่า อาบน้ำได้ ค่อยๆอาบให้
เราเลยอาบน้ำอุ่นให้และเช็ดตัวให้จนแห้ง และให้อาหาร มันก็กินตามปกติ แต่พอรุ่งเช้าวันถัดมา มันก็ตาย
เราไปโวยวายกับคนขาย ว่าทำไมมันตาย ตกลงมันอายุเท่าไหร่กันแน่ ที่บ้านก็เลี้ยงอยู่ตั้งแต่อายุเดือนครึ่ง จนตอนนี้ 4-5 เดือนแล้ว ไม่เห็นมันจะดูป้อแป้ เดินช้าๆ ดูไม่มีแรงขนาดนี้
เพราะตอนเอาไปที่บ้าน ดูมันเคลื่อนที่ช้าๆ ท่าทางไม่ค่อยมีแรง คนขายบอกว่า ก็อายุ 3 เดือนน่ะแหละ แต่มันเป็นพันธุ์แคระมันก็เดินช้าๆแบบนี้ (ไม่รู้จะโกหกไปถึงไหน)
แล้วเค้าก็ให้ตัวใหม่มาแทน แต่คิดเงินเราไปอีก บอกว่าช่วยๆกันหน่อย
ตัวนี้ดูท่าทางร่าเริง ไม่น่ามีปัญหา ตัวโตกว่าตัวแรกมาก คนขายบอกว่า 5 เดือนแล้ว แต่เราไม่เชื่อ อย่างมากก็ไม่เกิน 2 เดือนแน่ๆ พอเอามาเลี้ยง ก็ให้กินผักสด กับอาหารเม็ด ระวังอย่างดี ผักสด เราซื้อจากคุณวอลเตอร์ที่ท้อป
ปลอดสาร ล้างน้ำไหลและแช่น้ำนานๆเกินครึ่งชั่วโมง 2 ครั้งและล้างน้ำไหลอีกที ล้างให้สะอาดกว่าที่คนกินอีก เลี้ยงได้ 2-3 วันมันก็เริ่มท้องเสีย ท้องเสียได้ 1-2 วัน เราก็หยุดให้ผักไปเลย ให้แต่หญ้าขน
ซึ่งตัดมาจากแถวๆบ้านและล้างอย่างดีเหมือนเดิม
2 วันต่อมา มันไม่หายท้องเสีย เราเลยเอาไปหาหมอที่ รพ.สัตว์ที่เกษตร ตอนแรก ไม่มีอาการอะไรเลย ดูปกติมาก หมอเลยไม่ได้ทำอะไร แค่จับๆคลำๆ แล้วก็ให้ยามากิน ออกจาก รพ.มาได้สัก 1 ชั่วโมง
เราเอามาพักที่ห้องทำแลบในม.เกษตร เห็นมันเดินป้อแป้ แบบไม่มีแรง ขาหมดแรง เราก็เอาพัก วางบนเบาะโซฟา ให้น้ำให้อาหารมันก็ไม่กิน สักพักเดียว มันก็เริ่มชัก เรารีบนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ใน ม.เกษตรนั่นแหละ ไปที่ รพ.สัตว์อีกที แค่ 10 นาทีเท่านั้น เจอหมอคนเดิม หมองงมาก ว่าตอนแรกไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมมันชัก แล้วก็ช้อก หมอก็พยายามให้น้ำเกลือ ให้กลูโคส ทำโน่นทำนี่ พยายามปั๊มหัวใจ แต่แล้วมันก็ตาย
เราถามหมอเรื่องอายุกระต่ายเพราะคนขายบอกว่า 5 เดือนแล้วแต่เราไม่เชื่อ หมอบอกว่า ณ ตอนนี้นะ มันอายุไม่เกิน 2 เดือนหรอก... เราเอามันมาอาทิตย์กว่าๆแล้วนะ
เราเคยเลี้ยงกระต่ายอายุน้อยๆมาแล้ว ซื้อจากฟาร์มที่เค้าเพาะขายเฉพาะ 2 ตัวอายุเดือนครึ่งเท่านั้นกับซื้อจากคนเลี้ยงที่บ้านเขาอีก 2 ตัวอายุ 2 เดือน เราให้ผักสด ให้อาหาร ปกติมากๆ เหมือน 2 ตัวนี้ที่ซื้อจาก
เกษตรแฟร์ ไม่เคยมีปัญหา ไม่ต้องไปหาหมอเลย ไม่เคยท้องเสีย ไม่เคยเป็นอะไร ช่วงที่กรุงเทพหนาวจัดๆ มีอยู่ตัวหนึ่งเหมือนจะเป็นหวัด เพราะเห็นมันมีน้ำมูก คืนนั้นเลยเอาเข้ามาในบ้าน ตอนเช้ามันก็หายเอง
จนตอนนี้ มันอายุ 4-5 เดือนแล้ว มันสบายดีมากๆ แข็งแรง ขนแน่น วิ่งไล่กันร่าเริงสุดๆและเราคิดว่าพวกมันคงสบายดีไปจนตลอดอายุขัยแน่ๆ
ประเด็นที่เอามาเล่าก็คือ อยากบอกคนที่มาอ่านว่า ถ้าไม่อยากเสียใจซ้ำซากอย่างเรา
อย่าไปซื้อสัตว์จากสถานที่คับแคบ + อึดอัด เหมือนที่จตุจักร หรืองานสัตว์เลี้ยงต่างๆ
เพราะจะมีพวกที่เอาเปรียบผู้ซื้อและใจคอโหดร้าย ไม่เห็นแก่ชีวิตคนอื่น คิดถึงแต่เงิน เท่านั้น มาคอยหลอก คนใจดี รักสัตว์ให้หลงเชื่อ พูดจาดี ต่างๆนานา โกหกได้ทุกอย่าง ถ้าอยากได้สัตว์เลี้ยงดีจริงๆและ แข็งแรง
ให้ซื้อจากฟาร์ม หรือ สัตว์เลี้ยงที่บ้านที่มีเจ้าของดีๆดูแลดีๆ จะได้ไม่เสียใจแบบเราอีก เชื่อเราเถอะ ถ้าไม่มีคนซื้อ คนพวกนี้จะขายไม่ได้และเค้าคงเลิกขายไปเอง จะได้ไม่มีสัตว์ถูกทรมานอีก
Saturday, February 07, 2004
วันศุกร์กลับจากเกาหลีก็ต่อเครื่องมาเชียงใหม่ ลุ้นซะไม่มีเลยเพราะมีพนักงานจะกลับเชียงใหม่เยอะแต่ฉันยังใส่ uniform อยู่เลยได้นั่งที่ลูกเรือกลับมา
ไปเกาหลีครั้งนี้อากาศหนาวแต่ไม่ได้ไปเดินเที่ยวไหนนั่งรถจากโรงแรมไปแค่ E-mart กะเพื่อน กินข้าวที่ food court ชั้นสาม ได้กินอาหารท้องถิ่นเค้าเรียกบิมบับเป็นข้าวหน้าผักต่างๆ5ชนิดแบ่งเป็นส่วนๆมีเห็ดหอม ถั่วงอก ไชเท้า ผักสีเขียวแล้วก็ผักไรไม่รู้เป็นก้านๆมีงาโรย หน้าตาจืดแต่ก็อร่อยไม่น่าเชื่อ มีน้ำซุปถั่วงอกให้ด้วยแล้วก็น้ำพริก(ไม่รู้จักชื่อแต่เป็นน้ำพริกสีแดงที่ฮิต) หลังอาหารกินไอติมด้วยบาสกิ้นที่นั่นมีรสชาติที่บ้านเราไม่มีเยอะนะ ฉันเลิกกินรส Love me เป็นไอติมหลายๆสีผสมกัน สีม่วง ชมพู ส้ม ขาว สคูปเล็ก 1300 วอน( 1112 วอน = 1 USD)
ลงไปชั้นสองเดินเล่นร้านแต่งบ้านเพื่อนเค้ากำลังตกแต่งห้องนอนใหม่ แล้วก็ไปแวะร้านเครื่องเขียนยี่ห้อที่คุ้นตาก็ morning glory ไงลดราคาด้วยนะแต่ไม่ได้ซื้อมาคงจะหมดวัยใช้สมุดแล้วมั๊งแต่ก็ซื้อไดอารี่มานะเล่มเล็กๆไม่ถึง 40 บาทเลยถ้าไปซื้อที่ญี่ปุ่นแพงอยู่แล้ว(ถึงจะน่ารักกว่าอ่ะ)
ชั้นล่างเป็น supermarket คราวนี้ก็ยังกินสตรอเบอรี่อีก ซื้อนมเมล่อนด้วยหอมเกินไปอยากกินไอติมเมล่อนมากกว่า ซื้อสาหร่ายตามเพื่อนแล้วก็ขนม ตอนแรกว่ามาครั้งนี้คงไม่ใช้เงินมากก็หมดไปหลายนะมีชอกโกแลตน่ารักๆสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยนะซื้อมาสามถุงแหนะแต่ก็กินเองอ่ะไม่มีกิ๊กให้แจก เหอเหอ
กลับบ้านมาคืนแรกกินข้าวกะปึ๊ดกะอี้ครั้งนี้ก็ไม่กินหมูกระทะ คืนพรุ่งนี้นัดต่ายกะแก้วไป riverside เค้าจะมาแจกการ์ดแต่งงาน(ไม่ได้แต่งด้วยกันแต่แต่งไล่ๆกันเลย)
ไปเกาหลีครั้งนี้อากาศหนาวแต่ไม่ได้ไปเดินเที่ยวไหนนั่งรถจากโรงแรมไปแค่ E-mart กะเพื่อน กินข้าวที่ food court ชั้นสาม ได้กินอาหารท้องถิ่นเค้าเรียกบิมบับเป็นข้าวหน้าผักต่างๆ5ชนิดแบ่งเป็นส่วนๆมีเห็ดหอม ถั่วงอก ไชเท้า ผักสีเขียวแล้วก็ผักไรไม่รู้เป็นก้านๆมีงาโรย หน้าตาจืดแต่ก็อร่อยไม่น่าเชื่อ มีน้ำซุปถั่วงอกให้ด้วยแล้วก็น้ำพริก(ไม่รู้จักชื่อแต่เป็นน้ำพริกสีแดงที่ฮิต) หลังอาหารกินไอติมด้วยบาสกิ้นที่นั่นมีรสชาติที่บ้านเราไม่มีเยอะนะ ฉันเลิกกินรส Love me เป็นไอติมหลายๆสีผสมกัน สีม่วง ชมพู ส้ม ขาว สคูปเล็ก 1300 วอน( 1112 วอน = 1 USD)
ลงไปชั้นสองเดินเล่นร้านแต่งบ้านเพื่อนเค้ากำลังตกแต่งห้องนอนใหม่ แล้วก็ไปแวะร้านเครื่องเขียนยี่ห้อที่คุ้นตาก็ morning glory ไงลดราคาด้วยนะแต่ไม่ได้ซื้อมาคงจะหมดวัยใช้สมุดแล้วมั๊งแต่ก็ซื้อไดอารี่มานะเล่มเล็กๆไม่ถึง 40 บาทเลยถ้าไปซื้อที่ญี่ปุ่นแพงอยู่แล้ว(ถึงจะน่ารักกว่าอ่ะ)
ชั้นล่างเป็น supermarket คราวนี้ก็ยังกินสตรอเบอรี่อีก ซื้อนมเมล่อนด้วยหอมเกินไปอยากกินไอติมเมล่อนมากกว่า ซื้อสาหร่ายตามเพื่อนแล้วก็ขนม ตอนแรกว่ามาครั้งนี้คงไม่ใช้เงินมากก็หมดไปหลายนะมีชอกโกแลตน่ารักๆสำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ด้วยนะซื้อมาสามถุงแหนะแต่ก็กินเองอ่ะไม่มีกิ๊กให้แจก เหอเหอ
กลับบ้านมาคืนแรกกินข้าวกะปึ๊ดกะอี้ครั้งนี้ก็ไม่กินหมูกระทะ คืนพรุ่งนี้นัดต่ายกะแก้วไป riverside เค้าจะมาแจกการ์ดแต่งงาน(ไม่ได้แต่งด้วยกันแต่แต่งไล่ๆกันเลย)
Tuesday, February 03, 2004
Sunday, February 01, 2004
ถึงจะยังไม่หายดีก็ต้องไปทำงานแล้วหละและเหมือนจะคอยมาย้ำเตือนกันให้รู้ว่าแกหนีฉันไม่รอดร้อกเพราะขนาดไปไฟล์ควิกเทิร์น(quick turn)ภูเก็ตแค่เนี้ยะ ขากลับพี่แขกมาร้อยกว่าคนเลยอ่า...ไม่ได้มาด้วยกันทุกคนนะแต่มารวมกันโดยไม่ได้นัดหมายไฟล์ทที่ฉันทำซะอีกแหนะ
รู้ชะตาตั้งแต่ขาไปแล้วหละเพราะขากลับมีอาหารพิเศษร้อยกว่าที่เป็นอินเดียนเวจ(indian vegetarian)แขกอ่ะเด้จะเป็นใครไปได้ อาหารเค้าเป็นเหมือนผักต้มผัดกะผงกระหรี่(สีมันใช่แต่มันอาจไม่ใช่ผงกระหรี่) ส่วนอาหารปกติเป็นยำเซี่ยงไฮ้ใส่กุ้ง(ปกติเมนูนี้จะมีไก่ด้วยแต่เพราะไข้หวัดนกทำให้มีแต่กุ้ง)
ตอนเสริฟอาหารคนไม่ได้สั่งเวจก็อยากจะกินเวจ ไอ้คนสั่งเวจก็เสือกจะกิน non veg (จริงๆแลกให้เค้าซะก็ได้เนอะแต่คนนึงมันนั่งข้างหน้า คนนึงนั่งหลังอ่ะดิ) แถมหนุ่มสาวคู่หนึ่งสั่งอาหารเวจเหมือนกันเราก็เสริฟให้แล้วดันเรียกเราไปบอกว่าอาหารของเค้าไม่เหมือนกันฉันก็เห็นมันเหลืองเหมือนกันนีหว่า ฉันก็บอกว่าเหมือนสิเหมือนก็เวจไง เค้าบอกไม่เหมือนแล้วก็ชี้ให้ดูผัก กรรมเวร กล่องของผู้หญิงอ่ะมีกะหล่ำดอกเยอะมากแต่ไม่ค่อยมีข้าวโพดอ่อน แต่กล่องของผู้ชายอ่ะสลับกันมีข้าวโพดอ่อนเยอะมาก อืมมนะไม่เหมือนจริงๆล่วย ให้ตาย !!
เลิกงานพี่กอล์ฟมารับไปที่บ้านเค้า กินอาหารเที่ยงนั่งนอนดูทีวีไปเรื่อยๆปรากฎว่าเค้าถ่ายทอดผลสลากกินแบ่ง แม่พี่ถูกลอตเตอรี่อ่ะได้ยินตัวเลขในฝัน(ฝันยังงี้มั่งดิเรา) แม่พี่พาไปเลี้ยงข้าวเย็น(ฉันก็พ่วงเค้าไปด้วยอ่ะจิ อิอิ) กินที่ร้านแม่น้องหนุน อยู่เลยร้านแดรี่ควีน(บางบัวทอง) ร้านก็ไม่ได้มีบรรยากาศดีนะร้านธรรมดาๆแต่อาหารอร่อยหละปลาเก๋าตัวใหญ่มาก..กกอาหารทุกอย่างจานใหญ่หมด(สองคนไม่ควรไป) กินกันหกคนแปดร้อยนิดๆ(มีค่ามะเฟืองหกสิบบาท) ที่ร้านขายผลไม้ด้วยมีเยอะเลย เขียวเสวย อกร่อง น้ำดอกไม้ มะเฟือง ส้ม ละมุด ส้มโอ ราคาก็ถูกนะพวกมะม่วงประมาณกิโลละ 50-60 นอกนั้นก็สามโลร้อย ฉันซื้อตรึม(เข้าสู่วิถีแห่งสุขภาพดี)
กลับบ้านมาทันดูรายงานอันดับเพลงของ MTV ชอบๆสองเพลงเลย อันดับสอง กล้าพอไหม อันดับหนึ่ง น้ำลาย เดี๋ยวจะอาบน้ำแล้วก็.. ของมันแหง..เล่นเกม
ป.ล พรุ่งนี้ก็ทำงานอีกไม่ต้องหายกันแล้ววันพุธก็ไปเกาหลีอีก(หนาวมากมะใช่เหรอ)ก็ไม่ต้องหายชัวร์ๆ
รู้ชะตาตั้งแต่ขาไปแล้วหละเพราะขากลับมีอาหารพิเศษร้อยกว่าที่เป็นอินเดียนเวจ(indian vegetarian)แขกอ่ะเด้จะเป็นใครไปได้ อาหารเค้าเป็นเหมือนผักต้มผัดกะผงกระหรี่(สีมันใช่แต่มันอาจไม่ใช่ผงกระหรี่) ส่วนอาหารปกติเป็นยำเซี่ยงไฮ้ใส่กุ้ง(ปกติเมนูนี้จะมีไก่ด้วยแต่เพราะไข้หวัดนกทำให้มีแต่กุ้ง)
ตอนเสริฟอาหารคนไม่ได้สั่งเวจก็อยากจะกินเวจ ไอ้คนสั่งเวจก็เสือกจะกิน non veg (จริงๆแลกให้เค้าซะก็ได้เนอะแต่คนนึงมันนั่งข้างหน้า คนนึงนั่งหลังอ่ะดิ) แถมหนุ่มสาวคู่หนึ่งสั่งอาหารเวจเหมือนกันเราก็เสริฟให้แล้วดันเรียกเราไปบอกว่าอาหารของเค้าไม่เหมือนกันฉันก็เห็นมันเหลืองเหมือนกันนีหว่า ฉันก็บอกว่าเหมือนสิเหมือนก็เวจไง เค้าบอกไม่เหมือนแล้วก็ชี้ให้ดูผัก กรรมเวร กล่องของผู้หญิงอ่ะมีกะหล่ำดอกเยอะมากแต่ไม่ค่อยมีข้าวโพดอ่อน แต่กล่องของผู้ชายอ่ะสลับกันมีข้าวโพดอ่อนเยอะมาก อืมมนะไม่เหมือนจริงๆล่วย ให้ตาย !!
เลิกงานพี่กอล์ฟมารับไปที่บ้านเค้า กินอาหารเที่ยงนั่งนอนดูทีวีไปเรื่อยๆปรากฎว่าเค้าถ่ายทอดผลสลากกินแบ่ง แม่พี่ถูกลอตเตอรี่อ่ะได้ยินตัวเลขในฝัน(ฝันยังงี้มั่งดิเรา) แม่พี่พาไปเลี้ยงข้าวเย็น(ฉันก็พ่วงเค้าไปด้วยอ่ะจิ อิอิ) กินที่ร้านแม่น้องหนุน อยู่เลยร้านแดรี่ควีน(บางบัวทอง) ร้านก็ไม่ได้มีบรรยากาศดีนะร้านธรรมดาๆแต่อาหารอร่อยหละปลาเก๋าตัวใหญ่มาก..กกอาหารทุกอย่างจานใหญ่หมด(สองคนไม่ควรไป) กินกันหกคนแปดร้อยนิดๆ(มีค่ามะเฟืองหกสิบบาท) ที่ร้านขายผลไม้ด้วยมีเยอะเลย เขียวเสวย อกร่อง น้ำดอกไม้ มะเฟือง ส้ม ละมุด ส้มโอ ราคาก็ถูกนะพวกมะม่วงประมาณกิโลละ 50-60 นอกนั้นก็สามโลร้อย ฉันซื้อตรึม(เข้าสู่วิถีแห่งสุขภาพดี)
กลับบ้านมาทันดูรายงานอันดับเพลงของ MTV ชอบๆสองเพลงเลย อันดับสอง กล้าพอไหม อันดับหนึ่ง น้ำลาย เดี๋ยวจะอาบน้ำแล้วก็.. ของมันแหง..เล่นเกม
ป.ล พรุ่งนี้ก็ทำงานอีกไม่ต้องหายกันแล้ววันพุธก็ไปเกาหลีอีก(หนาวมากมะใช่เหรอ)ก็ไม่ต้องหายชัวร์ๆ
Subscribe to:
Posts (Atom)