ปีเก่ากำลังจะผ่านไปแล้วแต่มันส่งท้ายด้วยเรื่องร้ายแรงเหลือเกินสูญเสียมากมาย ฉันยังไม่ได้ร่วมส่งน้ำใจไปช่วยคนที่เดือดร้อนเลยอยากซื้อของแต่จะขนยังไงอ่ะก็คงจะบริจาคเป็นเงินมากกว่า ดูภาพจากโทรศัพท์เรื่องคลื่นยักษ์ทำลายล้างรู้สึกว่ามันน่ากลัวมากปกติก็คิดว่าทะเลน่ากลัวอยู่แล้วถึงแม้จะชอบก็ตาม
ปีใหม่ก็คงจะซึมเศร้าไม่รื่นเริงเหมือนทุกทีฉันไม่ได้ฉลองส่งท้ายปีเก่ารับปีใหม่ที่ไหนเพราะทำงานเป็นอะไรที่ไม่อยากเลยส่งท้ายปีเก่ากับแขกรับปีใหม่ก็แขก พรุ่งนี้ไปเดลี กลับวันที่ 1 ช่วงเวลา countdown คือเวลาที่ทำงานกลับจากเดลีกลับกรุงเทพ โอวว นะมัดซาเตะ(สวัสดีภาษาแขก)
พรุ่งนี้ปุ๊กมาถึงกรุงเทพเค้ามาเที่ยวปีใหม่ที่บางกอก
ป.ล1 สิ่งใหม่อีกอย่างที่ทำก่อนปีใหม่คือเลเซอร์ลบรอยสิวหมอบอกว่ามันจะหายเร็วกว่าทำทรีตเมนต์ปกติ(AHA)พันนึงแหนะทำแต่ตรงรอยสิวนะถ้าทั้งหน้าหลายพันมันร้อนๆด้วยรู้สึกจิ๊ดๆ ต้องทำหลายรอบนะกว่ารอยแผลจะจางไปถึงทำ AHA ก็หลายครั้งเหมือนกันอยากรู้ว่าไรดีกว่าต้องลองด้วยตัวเองยังงี้แหละ
ป.ล2 ไปดู"แจ๋ว" ก็ตลกดี พี่จิ๋มใหญ่ต้องเกิดแน่ๆเพราะโดดเด่นดี ตอนหนังจบคนรีบออกหมดเลย ทำไมหละ?เค้าก็มีมิวสิควิดิโอให้ดูแต่คนออกจะหมดเหลือในโรงแค่ 4 คนรวมฉันกะภัทร
Wednesday, December 29, 2004
Monday, December 27, 2004
ทะเล
สองวันมาแล้วแต่ความเจ็บปวดจากการเล่นโดนัทยังไม่หายเหมือนปวดแขนมากขึ้นซะอีก นึกถึงแล้วก็สนุกดีอยากไปอีกไปกันเจ็ดคนเองคนอื่นๆไม่สบายมั่ง ติดงาน กลับบ้านต่างจังหวัด เดินทางด้วยรถสองคันรับคนจากโซนเดียวกันเชษฐ์รับ ตี้ กัญช์และฉัน ปึ้กรับบีมกะต่อ นัดเจอกันที่มอเตอร์เวย์กินข้าวแล้วก็เริ่มเดินทางไปพัทยาแวะจุดชมวิว แดดร้อนมากๆภาพถ่ายออกมาขาวๆขนาดเลือกโหมดชายทะเลแล้ว
จากจุดชมวิวไปหาชายหาดนั่งเล่นไม่พ้นหาดจอมเทียนนั่งกินขนมกินลมดูฝรั่งรอแดดร่ม กัญช์ ต่อ บีมตั้งใจเล่นน้ำฉันเอาของมาด้วย(ตามที่บีมบอก)แต่ไม่อยากเล่นอ่ะแต่บีมก็ชักจูงจนเล่นน้ำไปด้วย(เล่นบอกจะนั่งทำตัวแก่ทำไมอ่ะไม่ไปได้ไงอ่ะ) ดีที่ตัดสินใจเล่นน้ำรู้สึกประทับใจมากขึ้นไม่ได้เล่นตั้งนานแล้วน้ำทะเลหลายปีแล้วแต่อยากเล่นน้ำใสๆมากกว่ามันมองไม่เห็นพื้นทรายสยองนิดๆเพราะที่พื้นมันมีตัวไรไม่รู้เป็นแผ่นกลมๆบางๆปลาดาวแบบไม่มีขาป่าวอ่ะ เพื่อนจะเล่นเรือกล้วยแต่ไม่ชอบอ่ะเคยตกแล้วน้ำเข้าจมูกแสบมากๆ แต่สุดท้ายก็เล่นไรบ้าๆจนได้ก็โดนัทอ่ะแหละแพงนะ 15 นาทีสี่ร้อยบาท
เล่นน้ำเสร็จไปอาบน้ำยกแขนจะสระผมสั่นไปหมดมันล้ามากๆจากการยึดที่จับไม่ได้เด้งหลุดจากโดนัท อาหารเย็นกินที่ร้านลุงไสว(ไม่ได้มีไรแปลกใหม่เล้ย)ชอบน้ำมะพร้าวมากๆเย็นสุดๆกินไปสองลูกแหนะแต่ไม่ชอบปลาหมึกนึ่งมะนาวมันใส่ขิงรสชาติยังกะปลาเจี้ยนมากกว่า เพิ่งกินกั้งเป็นครั้งแรกด้วยก็อร่อยดินะ
เดินทางกลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่มรีบนอนเพราะเช้าวันอาทิตย์ทำงานไปบรูไนไม่ค่อยชอบเพราะใช้เครื่องเล็กบินนอนหลับสนิทมากๆตั้งแต่เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า กลับจากทำงานโทรหาบีมถามว่าเค้าเจ็บตัวแบบเรามั้ยบีมเล่าเรื่องภูเก็ตให้ฟังสยองเลยมั้ยกลับถึงบ้านไม่ทันข่าวเจอเบญในmsn เบญก็เล่าให้ฟังว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้เห็นภาพความเสียหายในหนังสือพิมพ์สุดๆเลย จะสิ้นปีอยู่แล้วมีเรื่องเศร้าซะได้
ที่สำนักงานใหญ่เค้ารับบริจาคเงินกับอาหารแห้งให้ผู้ประสพภัย พรุ่งนี้ไปทำงานที่ศูนย์ลูกเรือคงมีตู้รับบริจาคจะได้เอาเงินไปช่วยเค้าบ้าง ด้วยความว่าบ้านเราไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้หรือเปล่าเราเลยไม่เคยมีอุปกรณ์เตือนภัย ไม่เห็นภาพคลื่นยักษ์ทั้งที่ดูข่าวมากกว่าปกติ
ป.ล แจงกะลิ้มเกือบไปพีพีเสาร์อาทิตย์ที่แล้วแต่ว่าย่าเสียก็เลยอดไปโชคดีสุดๆ
จากจุดชมวิวไปหาชายหาดนั่งเล่นไม่พ้นหาดจอมเทียนนั่งกินขนมกินลมดูฝรั่งรอแดดร่ม กัญช์ ต่อ บีมตั้งใจเล่นน้ำฉันเอาของมาด้วย(ตามที่บีมบอก)แต่ไม่อยากเล่นอ่ะแต่บีมก็ชักจูงจนเล่นน้ำไปด้วย(เล่นบอกจะนั่งทำตัวแก่ทำไมอ่ะไม่ไปได้ไงอ่ะ) ดีที่ตัดสินใจเล่นน้ำรู้สึกประทับใจมากขึ้นไม่ได้เล่นตั้งนานแล้วน้ำทะเลหลายปีแล้วแต่อยากเล่นน้ำใสๆมากกว่ามันมองไม่เห็นพื้นทรายสยองนิดๆเพราะที่พื้นมันมีตัวไรไม่รู้เป็นแผ่นกลมๆบางๆปลาดาวแบบไม่มีขาป่าวอ่ะ เพื่อนจะเล่นเรือกล้วยแต่ไม่ชอบอ่ะเคยตกแล้วน้ำเข้าจมูกแสบมากๆ แต่สุดท้ายก็เล่นไรบ้าๆจนได้ก็โดนัทอ่ะแหละแพงนะ 15 นาทีสี่ร้อยบาท
เล่นน้ำเสร็จไปอาบน้ำยกแขนจะสระผมสั่นไปหมดมันล้ามากๆจากการยึดที่จับไม่ได้เด้งหลุดจากโดนัท อาหารเย็นกินที่ร้านลุงไสว(ไม่ได้มีไรแปลกใหม่เล้ย)ชอบน้ำมะพร้าวมากๆเย็นสุดๆกินไปสองลูกแหนะแต่ไม่ชอบปลาหมึกนึ่งมะนาวมันใส่ขิงรสชาติยังกะปลาเจี้ยนมากกว่า เพิ่งกินกั้งเป็นครั้งแรกด้วยก็อร่อยดินะ
เดินทางกลับถึงบ้านเกือบห้าทุ่มรีบนอนเพราะเช้าวันอาทิตย์ทำงานไปบรูไนไม่ค่อยชอบเพราะใช้เครื่องเล็กบินนอนหลับสนิทมากๆตั้งแต่เที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า กลับจากทำงานโทรหาบีมถามว่าเค้าเจ็บตัวแบบเรามั้ยบีมเล่าเรื่องภูเก็ตให้ฟังสยองเลยมั้ยกลับถึงบ้านไม่ทันข่าวเจอเบญในmsn เบญก็เล่าให้ฟังว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้เห็นภาพความเสียหายในหนังสือพิมพ์สุดๆเลย จะสิ้นปีอยู่แล้วมีเรื่องเศร้าซะได้
ที่สำนักงานใหญ่เค้ารับบริจาคเงินกับอาหารแห้งให้ผู้ประสพภัย พรุ่งนี้ไปทำงานที่ศูนย์ลูกเรือคงมีตู้รับบริจาคจะได้เอาเงินไปช่วยเค้าบ้าง ด้วยความว่าบ้านเราไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงขนาดนี้หรือเปล่าเราเลยไม่เคยมีอุปกรณ์เตือนภัย ไม่เห็นภาพคลื่นยักษ์ทั้งที่ดูข่าวมากกว่าปกติ
ป.ล แจงกะลิ้มเกือบไปพีพีเสาร์อาทิตย์ที่แล้วแต่ว่าย่าเสียก็เลยอดไปโชคดีสุดๆ
Saturday, December 25, 2004
Pattaya
ไปพัทยามาสนุกดีเพราะเล่นน้ำหรอกไม่งั้นก็คงเฉยๆแค่รับลมกะแดดทะเล เล่นโดนัทมหาภัยแขนล้ามากๆพรุ่งนี้ต้องทำงานกลัวจะไม่มีแรงแขนไปยกถาดจริงๆกินพาราไปแล้วเข้านอนก่อนดีกว่า
ฝันถึงโดนัทแน่ๆเด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง หยองอ่า
ฝันถึงโดนัทแน่ๆเด้งดึ๋ง เด้งดึ๋ง หยองอ่า
eve
แต่งงานแล้วจ้า...ท่ามกลางหิมะโปรยปรายของวันคริสต์มาสอีฟมีน้องสาวและเพื่อนไม่กี่คนมาร่วมงานซานต้าครอสก็มา...ที่ว่ามาหนะในเกมนะ ^^" แหมถ้าได้แต่งงานวันหิมะตกแบบนี้ก็คงจะ...จะ...จะหนาวอ่ะดิ งานแต่งงานในเกมช่วงคริสต์มาสเค้าย้าย outdoor กลางหิมะมีปล่อยมอนสเตอร์ด้วยบรรยากาศก็ดีแถมต้องเชิญเพื่อนไปฆ่ามอนสเตอร์ก็ทำให้มีแขกครึกครื้นปกติจัดในโบสถ์แอบไปแต่งแค่สองคนก็ได้
กลับไปโลกแห่งความจริงซึ่งคงอีกนานกว่าจะได้แต่งงาน...กลับจากไปทริปสามวันสองคืนออกไปฉลองคริสต์มาส(?)กะด้วยกานกินเฝอกะดู bridgetกะพี่หนังก็ฮาดีอ่ะนะพรุ่งนี้จะไปปาร์ตี้กะเพื่อนมหาลัย ไปพัทยาแหนะ เก๋ไก๋ Chirstmas on the beach
กัวจะหลับซะก่อนนอนดึกป่านนี้
ป.ล1 มะเห็นคริสต์มาสอีฟมันจะโรแมนติกแบบไหนหนังเลยอ่ะ(ต้องหนังญี่ปุ่นนะ แบ่บว่าเค้าเห่อมากคริสต์มาสอ่ะ)
ป.ล2 ป๋าต่อหายไปไหนหว่าเลยไม่ได้ไปร่วมงานแต่งฉันเลยสงสัยจะนอนเร็วเก็บแรงไปเที่ยวพรุ่งนี้อี้กะเชษฐ์ก็ไม่ออน msn
กลับไปโลกแห่งความจริงซึ่งคงอีกนานกว่าจะได้แต่งงาน...กลับจากไปทริปสามวันสองคืนออกไปฉลองคริสต์มาส(?)กะด้วยกานกินเฝอกะดู bridgetกะพี่หนังก็ฮาดีอ่ะนะพรุ่งนี้จะไปปาร์ตี้กะเพื่อนมหาลัย ไปพัทยาแหนะ เก๋ไก๋ Chirstmas on the beach
กัวจะหลับซะก่อนนอนดึกป่านนี้
ป.ล1 มะเห็นคริสต์มาสอีฟมันจะโรแมนติกแบบไหนหนังเลยอ่ะ(ต้องหนังญี่ปุ่นนะ แบ่บว่าเค้าเห่อมากคริสต์มาสอ่ะ)
ป.ล2 ป๋าต่อหายไปไหนหว่าเลยไม่ได้ไปร่วมงานแต่งฉันเลยสงสัยจะนอนเร็วเก็บแรงไปเที่ยวพรุ่งนี้อี้กะเชษฐ์ก็ไม่ออน msn
Tuesday, December 21, 2004
ATM
กินข้าวไม่เป็นสุขเท่าไหร่ก็อร่อยดีหรอกแต่ลุ้นเหตุผลหนะเหรอเงินมีอยู่ 170 แต่ดันไปกิน food cellar ด้วยว่าอยากกินเครป 75บาท ออกจากบ้านก็มีเงินเยอะอยู่หรอกเอาไปพันสองแต่ไหงมันเหลือแค่นั้นตอนไปถึงเซ็นทรัลหว่า
ออกไปส่งของขวัญกะการ์ดให้ซาโตะกะเบญ ไปซื้อการ์ตูน ซื้อชั่วโมงเกม ซื้อของขวัญจับฉลากกะเพื่อน ไปถึงเซ็นทรัลแล้วจะกลับบ้านเลยก็ได้ไงอ่ะหิวนะถามพนักงานที่ร้านอาหารว่ารับ visa มั้ย เค้าบอกรับแทนที่สบายใจกลับโรคจิตว่าถ้ามันเกิดซวยวันนี้รูดไม่ผ่านหน้าแหกจะทำไงต่อว้าแต่ก็กินไม่ยั้ง ข้าวไก่อบสมุนไพร ต้มยำกุ้ง น้ำเปล่าแล้วก็เครปปาไป 250 ม้างถ้าบัตรผิดพลาดจะกดเงินก็ไม่ได้เพราะ ATM ถูกดูดไปนานแล้วจะไปเอาคืนเค้าก็ให้ทำใหม่อีกเพราะเป็น visa electron ได้สัปดาห์หน้าแล้วก็เป็นโรคจิตไรไม่รู้แทนที่จะเอาเงินสดสำรองไปเยอะไว้ก่อนไม่ใช้ก็เอามาคืนดันไม่เอาไปคิดว่ามีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้นแต่ไม่เคยใช้แค่นั้นเลยไม่พอก็รูดบัตรต่อ ก็เป็นงี้แหละถึงได้ไม่มีเงินเก็บถึงทุกวันนี้
พรุ่งนี้ไปทำงานสามวันสองคืนค้างไทเปคืนนึงภูเก็ตคืนนึงกลับมาคริสตมาสอีฟพอดี
ออกไปส่งของขวัญกะการ์ดให้ซาโตะกะเบญ ไปซื้อการ์ตูน ซื้อชั่วโมงเกม ซื้อของขวัญจับฉลากกะเพื่อน ไปถึงเซ็นทรัลแล้วจะกลับบ้านเลยก็ได้ไงอ่ะหิวนะถามพนักงานที่ร้านอาหารว่ารับ visa มั้ย เค้าบอกรับแทนที่สบายใจกลับโรคจิตว่าถ้ามันเกิดซวยวันนี้รูดไม่ผ่านหน้าแหกจะทำไงต่อว้าแต่ก็กินไม่ยั้ง ข้าวไก่อบสมุนไพร ต้มยำกุ้ง น้ำเปล่าแล้วก็เครปปาไป 250 ม้างถ้าบัตรผิดพลาดจะกดเงินก็ไม่ได้เพราะ ATM ถูกดูดไปนานแล้วจะไปเอาคืนเค้าก็ให้ทำใหม่อีกเพราะเป็น visa electron ได้สัปดาห์หน้าแล้วก็เป็นโรคจิตไรไม่รู้แทนที่จะเอาเงินสดสำรองไปเยอะไว้ก่อนไม่ใช้ก็เอามาคืนดันไม่เอาไปคิดว่ามีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้นแต่ไม่เคยใช้แค่นั้นเลยไม่พอก็รูดบัตรต่อ ก็เป็นงี้แหละถึงได้ไม่มีเงินเก็บถึงทุกวันนี้
พรุ่งนี้ไปทำงานสามวันสองคืนค้างไทเปคืนนึงภูเก็ตคืนนึงกลับมาคริสตมาสอีฟพอดี
Saturday, December 18, 2004
gift
กลับจากทำงานบ่ายสามพี่มารับไปเจเจอยากไปมานานแล้วแต่ขี้เกียจก็ไปไม่ถึงซะที ไปเดินหาของขวัญปีใหม่จริงๆก็ว่าจะหาให้พี่ด้วยแต่เค้าดันพาไปก็ไม่ต้องเอาอ่ะ มีม่านลูกปัดที่อยากได้ด้วยแต่แพงนะราวละ 480 แบบถูกๆก็มี 180 แต่ไม่สวยเท่าไหร่เอาไว้ก่อนละกันเงินเหลือๆค่อยไปซื้อ เจอออเร้นจ์แมน(พนักงานรับเติมเงินของออเร้นจ์)ฉันเรียกเค้าใหญ่เลยก็เติมเงินแบบนี้ได้กำไร 10%(เติมร้อยได้ 110 อิอิ)
หาของขวัญบางทีก็คิดไม่ออกเหมือนกันสำหรับบ้านซาโตะอยากให้หมอนอิงผ้าไหมใบละ 350 ก็ไม่แพงนะสีสรรมันสดสวยมากต้องให้สองใบสีเรียบใบกะลายๆใบนึงก็เป็นเจ็ดร้อยแต่ตอนนี้อ่ะมันรู้สึกว่าแพงหาอย่างอื่นแทนเป็นของเล่นแบบไทยๆไก่กินข้าวเอาไปห้อยที่ระเบียงก็คงน่ารัก กระเป๋าถือปักลูกปัดกะเปลือกหอยมุกสำหรับริเอะก็ไปงานได้อาจจะเข้ากะกิโมโนด้วย ของขวัญเพื่อนสมัยเรียนมีแล้วซื้อจากญี่ปุ่น ของขวัญสำหรับน้องที่ทำงานเก่าก็มีแล้วซื้อจากเกาหลี เพื่อนวิดวะก็มีแล้ว ของขวัญน้องให้ไปแล้ว(มือถือไง)ส่วนคุณพี่จะเอาmp3 player ของโซนี่ราคาขายบ้านเรา 19900 บาท ยังงี้ก็เหมาไปเลยตั้งแต่คริสตมาสปีใหม่และโอกาสอื่นๆของปี 48 ทั้งปีชิ้นเดียว
สำหรับตัวเองได้แหวนมุกน่ารัก 80 บาทจากร้าน only sugar กับโมบายทำจากเปลือกหอยสีฟ้ากะเขียว 55 บาท พรุ่งนี้ทำงานอีกแล้วไปนอนกัวลา
ป.ล1 เพื่อนๆเริ่มทยอยเป็นคุณแม่กันแล้วเมื่อวานผึ้งนัดมิ้นและฉันไปเยี่ยมทิพเพื่อนที่ทำงานเพิ่งคลอดลูก นั่งๆนอนๆบ้านเพื่อน ต่ายโทรมาบอกว่าท้องแล้ว อะไรกันนี่!?!?
ป.ล2 อยากอ้วก..นอนไม่พอกลับมาก็ไม่ได้นอนตอนไปบินก็เครื่องส่ายซะ
หาของขวัญบางทีก็คิดไม่ออกเหมือนกันสำหรับบ้านซาโตะอยากให้หมอนอิงผ้าไหมใบละ 350 ก็ไม่แพงนะสีสรรมันสดสวยมากต้องให้สองใบสีเรียบใบกะลายๆใบนึงก็เป็นเจ็ดร้อยแต่ตอนนี้อ่ะมันรู้สึกว่าแพงหาอย่างอื่นแทนเป็นของเล่นแบบไทยๆไก่กินข้าวเอาไปห้อยที่ระเบียงก็คงน่ารัก กระเป๋าถือปักลูกปัดกะเปลือกหอยมุกสำหรับริเอะก็ไปงานได้อาจจะเข้ากะกิโมโนด้วย ของขวัญเพื่อนสมัยเรียนมีแล้วซื้อจากญี่ปุ่น ของขวัญสำหรับน้องที่ทำงานเก่าก็มีแล้วซื้อจากเกาหลี เพื่อนวิดวะก็มีแล้ว ของขวัญน้องให้ไปแล้ว(มือถือไง)ส่วนคุณพี่จะเอาmp3 player ของโซนี่ราคาขายบ้านเรา 19900 บาท ยังงี้ก็เหมาไปเลยตั้งแต่คริสตมาสปีใหม่และโอกาสอื่นๆของปี 48 ทั้งปีชิ้นเดียว
สำหรับตัวเองได้แหวนมุกน่ารัก 80 บาทจากร้าน only sugar กับโมบายทำจากเปลือกหอยสีฟ้ากะเขียว 55 บาท พรุ่งนี้ทำงานอีกแล้วไปนอนกัวลา
ป.ล1 เพื่อนๆเริ่มทยอยเป็นคุณแม่กันแล้วเมื่อวานผึ้งนัดมิ้นและฉันไปเยี่ยมทิพเพื่อนที่ทำงานเพิ่งคลอดลูก นั่งๆนอนๆบ้านเพื่อน ต่ายโทรมาบอกว่าท้องแล้ว อะไรกันนี่!?!?
ป.ล2 อยากอ้วก..นอนไม่พอกลับมาก็ไม่ได้นอนตอนไปบินก็เครื่องส่ายซะ
Thursday, December 16, 2004
Caramel Brown
ใช้เวลาสามสิบนาทีตอนนี้ผมมีสีน้ำตาลเรียกตามข้างกล่องว่าคาราเมลบราวน์ซื้อมาจากร้านขายยาที่ญี่ปุ่นถูกและดูดี(กล่อง)ที่สุดราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นอาจเพราะไม่ได้มีน้ำยาสระผมบำรุงผมหลังทำมีแต่สี ก่อนหน้านี้ผมกลับคืนสู่ธรรมาชาติ(ผมใหม่งอกก็ไม่ทำสีเติมโคนผมแต่ว่าwaxสีเข้มบังไปจะให้ผมใหม่งอกให้หมด)ไม่เห็นสุขภาพผมมันจะดีอะไรขึ้นมาทำสีผมดีกว่าหน้าตาจะได้ไม่หม่นหมองว่าไปผมดำก็ดูได้นะวันที่ดูดีแต่เป็นส่วนมากจะดูไม่ดี
ไปนาริตะคืนวันที่ 13 ไม่ได้นอนเลยแถมก่อนหน้านั้นยังตื่นมาเม้งISP ในไฟล์ทก็ไม่จัดพัก(ตอนนี้ยังมึนอยู่เลย)ไปถึงเกือบจะไปDisney แล้วเพราะมีลูกคู่แต่ก็ง่วงพอกันเลยแยกย้ายไปนอน
ถึงนาริตะ 7:30(เวลาญี่ปุ่น)กว่าจะได้เข้านอนก็ 9:00 ตั้งนาฬิกาไว้เที่ยงจะได้ไปรถรอบบ่ายโมงสิบตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวเล่นแถวสถานี JR ก่อนแล้วค่อยไปอิออน(aeon)เวลาที่รถของโรงแรมจัดบริการก็พอดีเลยไปถึงสถานี 13:45 รถมารับ 15:35 แล้วก็ไปต่ออิออน วางแผนได้ยังงั้นก็ไปกันเลย
อุณหภูมิตอนไปถึง 8 องศาและเพราะจะไปเดินข้างถนนก็เอาเสื้อแหนมไปด้วยเผื่อไว้(เสื้ออ้วนๆหนะ)นั่งรถไปถึงสถานีไม่รู้จะเดินไปไหนดีเดินวนๆหน้าสถานี
นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนพูดถึงวัด Narita san แผนที่ไม่มีจำได้แค่ข้างทางไปวัดมีร้านเล็กๆเต็มไปหมด เดินไปเจอป้ายอ่านออกแต่คำว่า ta san คิดว่าตัวหน้าคือนาริตะก็เดินลงไปเลยแต่ไหนว้าร้านค้า
ตลอดทางเงียบมากไม่เห็นมีวี่แววร้านค้าและวัดแต่ก็ยังเดินต่อไปมันมีป้าย นาริตะซังเป็นระยะยังไงซะคงมาถูกทางจนมาเจอทางแยกไปทางไหนดีหว่า
เลือกทางขวาและมาถูกทางแล้วนี่ไงร้านค้าพอมองย้อนกลับไปตามถนนสีๆมันก็มีร้านค้าด้วยฉันคงมาทางอ้อม(มาเปิดดิกฯตัวหนังสือสีแดงรูปข้างบนบอกว่า"ทางลัด"อิอิ)
ร้านค้ามีทั้งซ้ายและขวาเลยเดินไปซักพักเห็นยอดทองๆไม่ผิดทางแน่แล้ว
แต่เดินไปเรื่อยๆยอดทองๆหายไป(ไหนหว่า)ยังผ่านอีกหลายร้านเลยมีร้านเซ้มเบ้ด้วยมีแบบย่างสดๆอันละร้อยเยนไม่ได้ซื้อเพราะงก
ร้านนึงมีคุณยายแก่ๆนั่งดื่มช้าอยู่มีรูปถ่ายติดหน้าร้านด้วยก็หน้าคุ้นๆนะเป็นคุณยายที่อายุมากสุดในญี่ปุ่นหรือป่าวน้า
โอ๊ะ! เจอแล้วหน้าตาเหมือวัดคงจะใช่แน่ๆ
ไม่ผิดแล้ว Narita San
ในบริเวณวัดด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึกพวกเครื่องลางด้วยตุ๊กตานี้เรียกดารุมะเป็นตุ๊กตาอธิษฐานให้เขียนตาข้างนึงแล้วอธิษฐานถ้าสำเร็จก็จะเขียนตาให้อีกข้างไม่ได้ซื้อมาก็ไม่รุ้จะอธิษฐานไร(ทำไมไม่ซื้อมาก่อนว้าเพิ่งเห็นว่าตัวถูกๆก็มีนะสามร้อยเยนก็ตัวเล็กหน่อย)
เดินตรงเข้าไปจะเห็นโคมแดงไกลๆรู้สึกขลังดีนะ
ก่อนขึ้นบันไดล้างมือก่อน
เดินขึ้นกระไดไปดูโคมชัดๆ
พ้นโคมเจออีกบันไดนึง - -"
อ่ะโห(มั้ย)อลังการใหญ่โต ฉันวิ่งผ่านควันธูปด้วยจำได้(จากทีวี)ว่าเค้าจะกวักควันเข้าตัวเป็นสิริมงคล(จำไม่ผิดใช่มั้ยคงไมได้เอาความซวยอะไรมาเพิ่มนะ)
ดูใต้หลังคาชัดๆชอบอ่ะดูดี
ด้านขวามือมีเจดีย์แต่ไม่ใช่ยอดทองๆที่เราเห็นนี่หว่าแล้วที่เห็นนั่นมันที่ไหนอ่ะ
แต่เราไม่เข้าไปดูหรอกนะไว้ดูทีหลังไปเดินเล่นรอบๆก่อนวนไปทางซ้ายของโบสถ์(สมมุติ)เจอหอ shaka-do เป็นmain hall เดิม(คิดว่าคงหมายถึงโบสถ์นั่น)เค้าย้ายมาไว้ที่นี่แต่ก็ยังเปิดให้ใช้นะมีพวกของทำพิธีเช่นกระดาษเขียนชื่อ เทียนด้วย
ผนังรอบหอที่เห็นคือรูปแกะพระ500รูปเค้าใส่มุ้งลวด(?)ป้องกันไว้
เดินออกจากหอเห็นผนังมีแผ่นหินมันแผ่นอะไรกันนะ
เดินมาเจอบันไดขึ้นไปอีกชั้นอีกแล้วก็ขึ้นสิมาแล้วนี่นาขึ้นไปเจอหอไรอีกแหละ
เดินตรงไปเจอศาลาฉันไปจุดธูปด้วย100เยนอธิษฐานให้ได้มาอีกนะสิ
นั่นๆยอดทองๆที่นำทางเรามาถึงวัดไง
เดินตรงไปก็เห็นเจดีย์เต็มๆเลย
ชื่อเจดีย์อะไรไม่รู้อ่านไม่ออก เดินเข้าไปในเจดีย์(ชั้น G)ไม่มีข้อมูลภาษาอังกฤษเลย
เดินขึ้นบันได(อีกแล้ว)เค้าเปิดให้ดูภายในด้วยไม่มีป้ายห้ามถ่ายรูปก็ถ่ายมาแต่ไม่รู้ว่าเทพเจ้าอะไร
ใกล้เจดีย์มีบันไดลงไปอีกเป็นสวนดูเหมือนในวังดีเนอะไม่ได้ลงไปเดินมันไม่คนเลยอ่า
ขากลับผ่านบันไดหินมีน้ำตกด้วยมีใบไม้เหลืองๆร่วงๆดูดีแต่มืดๆคงน่ากลัว
เดินกลับมาถึงโบสถ์คิดว่ามันเป็นโบสถ์แหละตอนบ่ายสามมีพระเดินวนเข้ามาในโบสถ์เป็นเวลาสวดหรือเปล่ามีคนเข้าไปนั่งรอด้วยตรงนี้ห้ามถ่ายรูปแต่สวยมากประตูเป็นสีทองที่เพดานก็มีระย้าทองๆห้อยลงมาฉันทำบุญอธิษฐานด้วยแต่ไม่ได้เข้าไปเพราะว่าเหลืออีกสามสิบนาทีต้องเดินกลับไปให้ทันรถโรงแรมไม่ทันหละก็พูดได้คำเดียวว่าซวยเพราะไม่มีรอบรถที่จะไปส่งอิออนแล้ว
แต่ถ่ายรูปด้านหลังมาได้(ไม่มีป้ายห้าม)
ด้านหลังของโคมแดง
จากทางแยกเดินทางใหม่ไม่ไปทางลัดแล้วร้านค้ามันมีตลอดทางจริงๆด้วย
ดอกไม้ข้างทางต้องเป็นดอกไม้หน้าหนาวแน่เพราะมีทุกที่ที่โรงแรมก็มี
ถึงปากซอยป๊าดโธ่..ก็ลงรถแล้วข้ามถนนมาเดินตรงไปแค่นั้นเอง ถ่ายรูปป้ายหน่อย จ๊าก omotesando!!! ได้ยินบ่อยในทีวีแชมเปี้ยนป่าวนะไม่ได้กินไรซักอย่างอยากจะวิ่งกลับไปแต่มันไกลมาเดี๋ยวตกรถ
แต่รถไม่มาซักทีเห็นร้านชูครีมลองกินหน่อยคิดว่าที่ขายใน 7-11 อร่อยกว่าร้านนี้มันแป้งกรอบๆหยาบไปหน่อย 127เยน
ไปถึงอิออนหาอาหารกินก่อนเลยตื่นมาตั้งแต่เที่ยงกินแต่ขนมก็กินซูชิร้านที่เคยกินแหละ เดินดูร้านอื่นก็อาหารอิตาเลียนเยอะแล้วก็ร้านอาหารไทย(ขายน้ำผลไม้มาลีด้วย 3กล่องพันเยน !?!!)อาหารจีน ชั้นสองก็มีฟู้ดเซนเตอร์แต่ว่าจะกินซูชิ กินกุ้งต้ม หอยเชลล์ต้มแล้วก็ ปูต้มเป็น queen crab อ่ะอยากจะกินking crab แต่ไม่มี T_T ไม่รู้จักหรอกว่าต่างกันไงแต่อยากรู้ กินkanimiso ด้วย อาหร่อย
กินอาหารแล้วก็เดินเล่น ห้างนี้มีแค่สองชั้นแต่ว่ายาวมาก(มุมขวาสุดเป็น jusco)ของที่อยากได้กับเพื่อนฝากซื้ออยู่คนละมุมตึกเลยทั้งที่คิดว่ามีเวลาแล้วแต่ก็ไม่พอจนได้นะเวลาดูของมักจะชักช้าทุกทีสิน้า ใช้เวลามากๆในร้านหนังสือกับร้านขายยา(หาสีทำผมอ่ะแหละ)กลับรถรอบสุดท้ายเลย 20:55 ไม่ได้กลับไปกินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมแต่ว่าซื้อทาโกะยากิที่อิออนไปกินแล้วก็กินเครปมันอร่อยนี่นา
ถึงโรงแรมเก็บของไปกินไปด้วยเข้านอนประมาณ 23:30 ต้องตื่น 7:15 เหมือนจะนอนพอแต่ว่าก็ไม่อยากตื่นเลยมันอดนอนไปตอนบินกลับก็สุดๆเลยชั่วโมงบิน 7.50 นานมากๆแอร์ญี่ปุ่นบอกว่านานสุดในชีวิตเค้าเลยเนี่ย(หน้าหนาวลมต้าน)นานแบบจะไปอเมริกาแล้วนั่นแต่ว่าไม่รู้สึกนานเกินทนคงเพราะไม่ง่วงแล้วก็ไม่ได้จดจ่อกับเวลา
ต้นคริสตมาสที่สนามบิน
ป.ล จะโดนปึ้ดว่าป่าวหว่ารูปเยอะเกือบ 1MB
ไปนาริตะคืนวันที่ 13 ไม่ได้นอนเลยแถมก่อนหน้านั้นยังตื่นมาเม้งISP ในไฟล์ทก็ไม่จัดพัก(ตอนนี้ยังมึนอยู่เลย)ไปถึงเกือบจะไปDisney แล้วเพราะมีลูกคู่แต่ก็ง่วงพอกันเลยแยกย้ายไปนอน
ถึงนาริตะ 7:30(เวลาญี่ปุ่น)กว่าจะได้เข้านอนก็ 9:00 ตั้งนาฬิกาไว้เที่ยงจะได้ไปรถรอบบ่ายโมงสิบตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวเล่นแถวสถานี JR ก่อนแล้วค่อยไปอิออน(aeon)เวลาที่รถของโรงแรมจัดบริการก็พอดีเลยไปถึงสถานี 13:45 รถมารับ 15:35 แล้วก็ไปต่ออิออน วางแผนได้ยังงั้นก็ไปกันเลย
อุณหภูมิตอนไปถึง 8 องศาและเพราะจะไปเดินข้างถนนก็เอาเสื้อแหนมไปด้วยเผื่อไว้(เสื้ออ้วนๆหนะ)นั่งรถไปถึงสถานีไม่รู้จะเดินไปไหนดีเดินวนๆหน้าสถานี
นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนพูดถึงวัด Narita san แผนที่ไม่มีจำได้แค่ข้างทางไปวัดมีร้านเล็กๆเต็มไปหมด เดินไปเจอป้ายอ่านออกแต่คำว่า ta san คิดว่าตัวหน้าคือนาริตะก็เดินลงไปเลยแต่ไหนว้าร้านค้า
ตลอดทางเงียบมากไม่เห็นมีวี่แววร้านค้าและวัดแต่ก็ยังเดินต่อไปมันมีป้าย นาริตะซังเป็นระยะยังไงซะคงมาถูกทางจนมาเจอทางแยกไปทางไหนดีหว่า
เลือกทางขวาและมาถูกทางแล้วนี่ไงร้านค้าพอมองย้อนกลับไปตามถนนสีๆมันก็มีร้านค้าด้วยฉันคงมาทางอ้อม(มาเปิดดิกฯตัวหนังสือสีแดงรูปข้างบนบอกว่า"ทางลัด"อิอิ)
ร้านค้ามีทั้งซ้ายและขวาเลยเดินไปซักพักเห็นยอดทองๆไม่ผิดทางแน่แล้ว
แต่เดินไปเรื่อยๆยอดทองๆหายไป(ไหนหว่า)ยังผ่านอีกหลายร้านเลยมีร้านเซ้มเบ้ด้วยมีแบบย่างสดๆอันละร้อยเยนไม่ได้ซื้อเพราะงก
ร้านนึงมีคุณยายแก่ๆนั่งดื่มช้าอยู่มีรูปถ่ายติดหน้าร้านด้วยก็หน้าคุ้นๆนะเป็นคุณยายที่อายุมากสุดในญี่ปุ่นหรือป่าวน้า
โอ๊ะ! เจอแล้วหน้าตาเหมือวัดคงจะใช่แน่ๆ
ไม่ผิดแล้ว Narita San
ในบริเวณวัดด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึกพวกเครื่องลางด้วยตุ๊กตานี้เรียกดารุมะเป็นตุ๊กตาอธิษฐานให้เขียนตาข้างนึงแล้วอธิษฐานถ้าสำเร็จก็จะเขียนตาให้อีกข้างไม่ได้ซื้อมาก็ไม่รุ้จะอธิษฐานไร(ทำไมไม่ซื้อมาก่อนว้าเพิ่งเห็นว่าตัวถูกๆก็มีนะสามร้อยเยนก็ตัวเล็กหน่อย)
เดินตรงเข้าไปจะเห็นโคมแดงไกลๆรู้สึกขลังดีนะ
ก่อนขึ้นบันไดล้างมือก่อน
เดินขึ้นกระไดไปดูโคมชัดๆ
พ้นโคมเจออีกบันไดนึง - -"
อ่ะโห(มั้ย)อลังการใหญ่โต ฉันวิ่งผ่านควันธูปด้วยจำได้(จากทีวี)ว่าเค้าจะกวักควันเข้าตัวเป็นสิริมงคล(จำไม่ผิดใช่มั้ยคงไมได้เอาความซวยอะไรมาเพิ่มนะ)
ดูใต้หลังคาชัดๆชอบอ่ะดูดี
ด้านขวามือมีเจดีย์แต่ไม่ใช่ยอดทองๆที่เราเห็นนี่หว่าแล้วที่เห็นนั่นมันที่ไหนอ่ะ
แต่เราไม่เข้าไปดูหรอกนะไว้ดูทีหลังไปเดินเล่นรอบๆก่อนวนไปทางซ้ายของโบสถ์(สมมุติ)เจอหอ shaka-do เป็นmain hall เดิม(คิดว่าคงหมายถึงโบสถ์นั่น)เค้าย้ายมาไว้ที่นี่แต่ก็ยังเปิดให้ใช้นะมีพวกของทำพิธีเช่นกระดาษเขียนชื่อ เทียนด้วย
ผนังรอบหอที่เห็นคือรูปแกะพระ500รูปเค้าใส่มุ้งลวด(?)ป้องกันไว้
เดินออกจากหอเห็นผนังมีแผ่นหินมันแผ่นอะไรกันนะ
เดินมาเจอบันไดขึ้นไปอีกชั้นอีกแล้วก็ขึ้นสิมาแล้วนี่นาขึ้นไปเจอหอไรอีกแหละ
เดินตรงไปเจอศาลาฉันไปจุดธูปด้วย100เยนอธิษฐานให้ได้มาอีกนะสิ
นั่นๆยอดทองๆที่นำทางเรามาถึงวัดไง
เดินตรงไปก็เห็นเจดีย์เต็มๆเลย
ชื่อเจดีย์อะไรไม่รู้อ่านไม่ออก เดินเข้าไปในเจดีย์(ชั้น G)ไม่มีข้อมูลภาษาอังกฤษเลย
เดินขึ้นบันได(อีกแล้ว)เค้าเปิดให้ดูภายในด้วยไม่มีป้ายห้ามถ่ายรูปก็ถ่ายมาแต่ไม่รู้ว่าเทพเจ้าอะไร
ใกล้เจดีย์มีบันไดลงไปอีกเป็นสวนดูเหมือนในวังดีเนอะไม่ได้ลงไปเดินมันไม่คนเลยอ่า
ขากลับผ่านบันไดหินมีน้ำตกด้วยมีใบไม้เหลืองๆร่วงๆดูดีแต่มืดๆคงน่ากลัว
เดินกลับมาถึงโบสถ์คิดว่ามันเป็นโบสถ์แหละตอนบ่ายสามมีพระเดินวนเข้ามาในโบสถ์เป็นเวลาสวดหรือเปล่ามีคนเข้าไปนั่งรอด้วยตรงนี้ห้ามถ่ายรูปแต่สวยมากประตูเป็นสีทองที่เพดานก็มีระย้าทองๆห้อยลงมาฉันทำบุญอธิษฐานด้วยแต่ไม่ได้เข้าไปเพราะว่าเหลืออีกสามสิบนาทีต้องเดินกลับไปให้ทันรถโรงแรมไม่ทันหละก็พูดได้คำเดียวว่าซวยเพราะไม่มีรอบรถที่จะไปส่งอิออนแล้ว
แต่ถ่ายรูปด้านหลังมาได้(ไม่มีป้ายห้าม)
ด้านหลังของโคมแดง
จากทางแยกเดินทางใหม่ไม่ไปทางลัดแล้วร้านค้ามันมีตลอดทางจริงๆด้วย
ดอกไม้ข้างทางต้องเป็นดอกไม้หน้าหนาวแน่เพราะมีทุกที่ที่โรงแรมก็มี
ถึงปากซอยป๊าดโธ่..ก็ลงรถแล้วข้ามถนนมาเดินตรงไปแค่นั้นเอง ถ่ายรูปป้ายหน่อย จ๊าก omotesando!!! ได้ยินบ่อยในทีวีแชมเปี้ยนป่าวนะไม่ได้กินไรซักอย่างอยากจะวิ่งกลับไปแต่มันไกลมาเดี๋ยวตกรถ
แต่รถไม่มาซักทีเห็นร้านชูครีมลองกินหน่อยคิดว่าที่ขายใน 7-11 อร่อยกว่าร้านนี้มันแป้งกรอบๆหยาบไปหน่อย 127เยน
ไปถึงอิออนหาอาหารกินก่อนเลยตื่นมาตั้งแต่เที่ยงกินแต่ขนมก็กินซูชิร้านที่เคยกินแหละ เดินดูร้านอื่นก็อาหารอิตาเลียนเยอะแล้วก็ร้านอาหารไทย(ขายน้ำผลไม้มาลีด้วย 3กล่องพันเยน !?!!)อาหารจีน ชั้นสองก็มีฟู้ดเซนเตอร์แต่ว่าจะกินซูชิ กินกุ้งต้ม หอยเชลล์ต้มแล้วก็ ปูต้มเป็น queen crab อ่ะอยากจะกินking crab แต่ไม่มี T_T ไม่รู้จักหรอกว่าต่างกันไงแต่อยากรู้ กินkanimiso ด้วย อาหร่อย
กินอาหารแล้วก็เดินเล่น ห้างนี้มีแค่สองชั้นแต่ว่ายาวมาก(มุมขวาสุดเป็น jusco)ของที่อยากได้กับเพื่อนฝากซื้ออยู่คนละมุมตึกเลยทั้งที่คิดว่ามีเวลาแล้วแต่ก็ไม่พอจนได้นะเวลาดูของมักจะชักช้าทุกทีสิน้า ใช้เวลามากๆในร้านหนังสือกับร้านขายยา(หาสีทำผมอ่ะแหละ)กลับรถรอบสุดท้ายเลย 20:55 ไม่ได้กลับไปกินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมแต่ว่าซื้อทาโกะยากิที่อิออนไปกินแล้วก็กินเครปมันอร่อยนี่นา
ถึงโรงแรมเก็บของไปกินไปด้วยเข้านอนประมาณ 23:30 ต้องตื่น 7:15 เหมือนจะนอนพอแต่ว่าก็ไม่อยากตื่นเลยมันอดนอนไปตอนบินกลับก็สุดๆเลยชั่วโมงบิน 7.50 นานมากๆแอร์ญี่ปุ่นบอกว่านานสุดในชีวิตเค้าเลยเนี่ย(หน้าหนาวลมต้าน)นานแบบจะไปอเมริกาแล้วนั่นแต่ว่าไม่รู้สึกนานเกินทนคงเพราะไม่ง่วงแล้วก็ไม่ได้จดจ่อกับเวลา
ต้นคริสตมาสที่สนามบิน
ป.ล จะโดนปึ้ดว่าป่าวหว่ารูปเยอะเกือบ 1MB
Monday, December 13, 2004
ภาพเป็นข่าว
B.Day Concert
หน้างาน
แกลอรี่รูปศิลปิน
รอบอัฒจรรย์
ก่อนแสดง
ดูออกมั้ยว่าพี่ปุ๊
ไม่มีขาตั้งกล้องพยายามถือให้นิ่งแล้วนะ
มีพลุด้วยนะตอนจบการแสดง(ดูคนข้างบนซะก่อน)
เพิ่งเคยถ่ายรูปพลุ
รูปนี้ใช้function ถ่ายพลุแต่มือไม่นิ่ง = =
หลังการแสดง(ที่นั่งข้างล่างก็เพียบ)
Chiangmai
กาแฟวาวีถ.นิมานเหมิน
งาน NAP จัดทุกหน้าหนาว
ร้านสุริยันจันทรา
แมวเจ้าของร้าน
หลินฮุ่ย
หลินฮุ่ยพลิกตัว(ช่วงช่วงนอนขนสกปรกอยู่ไกลเห็นแต่หลังด้วยเลยไม่ถ่าย)
โก๋แก่ตัวจริง
แพบ้านเพื่อนของพ่อแฟน
ลูกชิ้นทองสุขหน้าหอแพทย์(แต่ลูกชิ้นหมูร้านน้ำส้มสวนสุขฯอร่อยกว่า)
หน้างาน
แกลอรี่รูปศิลปิน
รอบอัฒจรรย์
ก่อนแสดง
ดูออกมั้ยว่าพี่ปุ๊
ไม่มีขาตั้งกล้องพยายามถือให้นิ่งแล้วนะ
มีพลุด้วยนะตอนจบการแสดง(ดูคนข้างบนซะก่อน)
เพิ่งเคยถ่ายรูปพลุ
รูปนี้ใช้function ถ่ายพลุแต่มือไม่นิ่ง = =
หลังการแสดง(ที่นั่งข้างล่างก็เพียบ)
Chiangmai
กาแฟวาวีถ.นิมานเหมิน
งาน NAP จัดทุกหน้าหนาว
ร้านสุริยันจันทรา
แมวเจ้าของร้าน
หลินฮุ่ย
หลินฮุ่ยพลิกตัว(ช่วงช่วงนอนขนสกปรกอยู่ไกลเห็นแต่หลังด้วยเลยไม่ถ่าย)
โก๋แก่ตัวจริง
แพบ้านเพื่อนของพ่อแฟน
ลูกชิ้นทองสุขหน้าหอแพทย์(แต่ลูกชิ้นหมูร้านน้ำส้มสวนสุขฯอร่อยกว่า)
Subscribe to:
Posts (Atom)