Friday, September 30, 2005

สุขุมวิททัวร์

sudoku ตารางแรกเล่นสำเร็จตอนเช้าทั้งที่ก่อนนอนก็พยายามดูแล้วแต่ตาลายนอนดีฝ่า ตื่นมาหยิบมานอนดูใหม่แก้ได้พรึ่บๆ บางทีจ้องมากๆมันมองไม่ออกพักสักหน่อยก็จะเห็นแสงสว่าง หุหุ อุเหม่มีสมองมิใช่น้อยเลยเรา...เล่นเสร็จแล้วมันก็ addictive ตามที่มันขู่เราไว้จริงๆ ดังนั้นเลยทำให้ vocher 100 บาทของ asiabook ที่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรจนวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หมดเขตก็มีประโยชน์ขึ้นมาทันใด

สามพี่น้อง(ภัทร ปุ๊ก ฉัน)ออกจากบ้านนั่งรถแท็กซี่ไปต่อรถไฟใต้ดินไปลงอโศกวางแผนไว้ว่าจะไป planet yoga เพราะโทรมาตามให้ไปเอาบัตรทดลองเล่นหลายทีแล้ว จะไปดูซานริโอเซลที่เซ็นทรัล ไปเอเชียบุ๊ค

ไป planet yoga แล้วอารมณ์เสียหลอกเรามาจะให้ซื้อเมมเบอร์ ไอ่การแจกvocherให้ลองเล่นก็รู้ว่าจะให้เล่นแล้วจะขายเมมเบอร์หรอกแต่นี่ยังไม่ได้ลองเลยก็มาขายแกมบังคับว่า first visit ราคาพิเศษต้องตัดสินใจวันนี้เท่านั้นแล้วสัญญาก็ต่ำสุดที่หนึ่งปี...เดิมที่ก็ไม่ชอบโยคะอยู่แล้วให้ลองเล่นแล้วค่อยมาขายยังไม่น่าเกลียดเท่าไหร่...แถม vocher ก็มีอายุแค่เจ็ดวันทั้งที่หนึ่งใบก็คือหนึ่งครั้งอยู่แล้วน่าจะให้เล่นวันไหนก็ได้(เค้าแจกสองใบใบละพัน)ไกลจะตายโหง..แถมสัปดาห์หน้า standby หกวันหยุดวันเดียวจะถ่อไปมั้ยอ่ะสุขุมวิท...ฉันบอกว่าถามแล้วทางโทรศัพท์ว่าจะเล่นที่ไหน vocher ใช้ยังไงก็ไม่บอกจะให้เข้ามาแล้วก็มาเสียเวลากันพอเซลคนแรกทำท่าขายเมมเบอร์ไม่ได้ก็ไปเรียกอีกคนใหม่ซึ่งจัดจ้านกว่าเดิมมารับหน้าที่ต่อ เจ้าหล่อนมานั่งสาธยายความดีของโยคะยังงั้นยังงี้รวมทั้งทำให้ผิวหน้าใสไม่เป็นสิวด้วย(เห็นข้อด้อยอะไรของตูก็ยกมาโม้ด)แต่คนพูดหน้ามีสิวอักเสบอยู่อ่ะทั้งที่เค้าบอกว่าเค้าเล่นโยคะจนมีเอว

การเป็นเมมเบอร์มีค่าแรกเข้า 1999 ทำบัตร 299(หรือ 999จำไม่ได้แต่จะคิดตูไมเนี่ย)แล้วก็รายเดือน 2099 ถ้าเราสนใจก็เอา vocher ที่จะให้มาลดค่าแรกเข้าได้...แล้วตูจะลองเล่นได้ไงวะ...หยิบยกดาราทั้งหลายมาโฆษณาว่ามาเล่นบ่อยๆ แล้วไงอ่ะ??สาธยายกันต่อไปแต่วันนี้เดี๊ยนใจแข็งหล่อนเลยยกไม้ตายสุดท้ายบอกว่าเป็นเมมเบอร์ฟิตเนสลดรายเดือนโยคะให้เหลือ 1599

ยังไงก็ไม่สมัครตอนนี่หละจ่ายถูกไป500ไม่มายังไงก็ไม่คุ้ม วันหน้าจะเล่นจริงๆจ่ายรายเดือนเต็มราคาก็ไม่เป็นไรไม่ใช่หรอก็บอกเองว่าครั้งละพัน ฉันบอกว่ามันไกลบ้านก็ยกเมมเบอร์บ้านไกลๆมาบอกว่าเค้าก็มาเล่นกัน..แล้วไงอ่ะเพ่..เค้าออกค่ารถให้ฉันเรอะ เมื่อคนขายเห็นว่าขายไม่ได้แน่ๆก็เลยกระฟัดกระเฟียดทำกริยาแย่กว่าเดิมซ้ำยังพูดว่ายังงี้ได้ vocher ไปก็ไม่ได้มาเล่นใช้มั้ยคะแล้วก็รวบเอกสารฟึ่บ ! แล้วบอกว่าถ้าวันหลังสนใจให้ติดต่อเซลคนแรกที่เค้าดูแลอยู่แล้วหล่อนสวัสดีเดินสะบัดตูดไปเลย...สรุปตูไปทำไรที่นั่นเนี่ย...ไหนอ่ะ vocher !??!

เดินออกมาจากโยคะสามพี่น้องนินทากันมันสุดๆ (เค้าก็คงนินทาเราเช่นกัน)อะไรหว่ามารยาททรามสุดๆ

เดินจากตึกจัสมินไปซื้อขนมปังร้านคัสตาร์ดนากามูระ(ซ.33)ชอบขนมปังร้านนี้สุดๆหั่นหนาดีแถมนุ่มและหอม ^^ แล้วก็ไปเอ็มโพเรียมได้ su doku เล่มบึ้มเล่นกันมันแน่ งิงิ

จากเอ็มโพเรียมไปเซ็นทรัลชิดลมจะซื้อสมุดซานริโอปรากฎว่าที่ซื้อไม่เซล = = ของที่เซลไม่มีอะไรอยากได้..เดินทางทั้งวันท่าทางไม่ประสพความสำเร็จเล้ยเจอแต่คนแปลกๆ ขนาดเข้าคิวซื้อข้าวขาหมูกินยังเจอคุณน้าประหลาดจุกจิกนี่ไม่เอานั่นไม่ดีไข่เบี้ยวจะเอาลูกใหม่เด็กคนขายมันก็ทนจริงๆแต่ก็แน่นอนคุณน้าลับหลังไปก็บ่นเป็นธรรมดา ไม่บ่นก็จะไหว้แล้วหละว่าคุณน้องช่างวางเฉยเก่งจริงๆ

นอนเล่นsudokuดีกว่า..บ่นมากเราจะบ้าตามคนอื่นไปด้วย

pictured by K300

Thursday, September 29, 2005

Sudoku

Sudoku เกมpuzzle ตัวเลขที่มันมาอยู่ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้แต่ฉันเพิ่งจะเอามาเล่นวันนี้ครั้งแรก

เวลาทำงานเห็นผู้โดยสารเล่นกันมานานแล้วบางคนก็เล่นในหนังสือพิมพ์ที่เราจัดไว้บริการ(ซึ่งมันก็จะยับเยินเละเทะเป็นบางทีจนไม่สามาเอามาพับไว้สำหรับใช้ในเที่ยวบินขากลับได้)บางคนก็ซื้อมาเองเป็นเล่นรวมโดยเฉพาะเห็นอยากจะเล่นมั่งแต่ไม่ได้จริงจังจนวันนี้แหละบินจากเชียงใหม่ไปภูเก็ตไฟล์ทไทม์อย่างนานเวลาว่างหลังบริการเพียบหยิบแอบหยิบ outlook(ใน Bangkok post)มาดูดวง(แอบทำอยู่น้า..เค้ามะให้อ่านนพส.ตอนทำงาน)เหลือบไปเห็น sudoku เล่นไงหว่านึกอยากจะเล่นปรากฎว่าเพื่อนร่วมงานโผล่มาจากไหนมะรู้เค้าบอกเค้าชอบเล่นมากเลยก็เลยให้เค้าสอนซะไม่ต้องแปลกติกาการเล่นเอง อิอิ เกมจะมาเป็นตางรางใหญ่ 9x9 แต่เค้าแบ่งเป็นกล่องละ 3x3 กฎคือทุกแถวแนวนอนและแนวตั้งและในกล่อง3x3ต้องมีเลข 1-9 ไม่ซ้ำกัน

ตารางแรกในชีวิตเริ่มเล่นจากที่ทำงานแต่ยังไม่สำเร็จเดี๋ยวไปเล่นต่อก่อนนอน...หนุกหนาน หนุกหนาน

ป.ล1 ภาพเป็นข่าว
หมูเกาหลีแบบสามชั่นอร่อยมั่กมาก ไข่ตุ๋นก็เยี่ยม



ชายหาดอ่าวอาราเบียนที่ Sharjah เมืองใกล้ดูไบพักที่ SharjahGrand






ป.ล2 สนามบินสุวรรณภูมิเนี่ยคิดก่อนสร้างแล้วใช่มั้ย...สงสารนก...สงสารตัวเอง

Wednesday, September 21, 2005

ขาดโอเมก้า3

ขาดโอเมก้าสามก็ทำให้ซึมเศร้าได้ข้อมูลจากcleoเดือนกันยาเค้าบอกว่าผู้หญิงที่กินปลาเดือนละครั้งหรือน้อยกว่านั้นจะมีอัตราการเกิดความซึมเศร้าเหงาหงอยสูงกว่าคนที่กินปลาทุกสัปดาห์หรือมากกว่านั้นแต่ดูเหมือนว่าโอเมก้าสามในปลาไม่มีผลต่ออารมณ์ในผู้ชายนะ...ฉันก็กินปลาน้อยจริงๆด้วย T_T อยากกินปลาทอด

วันนี้ไปหาหมอสิวหมอยังคงให้กินยาต่อไปหมอบอกปริมาณมันน้อยนิด หมอบอกว่ารอยมันจางลงนะเนี่ยแต่เราบอกหมอว่าหนูตื่นขึ้นมาเห็นหน้าสิวๆแล้วเซ็งไปหมดเลยค่า...เซ็งขี้หน้าตัวเองแก้ไขด้วยการไปตัดผมถ่อไปหลังบริษัทคิดว่าจะถูกปรากฎสามร้อยบาท..ธ่อตัด The mall ก็สามร้อยไม่เสียค่ารถอีกแถมร้านประจำที่สยามก็สามร้อยเหมือนกัน...จะทำสีผมแต่แพงจัดสองพันแหนะ

ผมยาวมันก็ทำไรไม่ได้มากไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากผมตรงซึ่งมันก็แค่วันที่ออกจากร้านนั้นแหละ...ถ้าผมยาวกว่านี้จะดัดซะเลย

พรุ่งนี้ไปดูไบอยู่ที่นั่นสี่คืน(ในเครื่องบินคืนนึงตอนขากลับไทย)เปลี่ยนโรงแรมไม่นอนดุสิตมานอนโรงแรมริมทะเลซึ่งไม่ได้สวยหรูเลยแสนจะธรรมดามากๆแต่ให้ค่าอาหารวันละสี่สิบแฮ่ม (ดีแร่ม หรือเดแฮ่มมะรู้ 1 AUD ประมาณ 11 บาท) จะไปกินปลาย่างซะหน่อยอร่อยดีเสริมสร้างโอเมก้าสาม หุหุ

Tuesday, September 20, 2005

ซึมเศร้า

วันๆไม่มีโอกาศได้ร่าเริง..ทั้งที่เพิ่งไปพักผ่อนมามะใช่เรอะรู้สึกหมดแรงหมดใจชอบกล..รู้สึกซึมเศร้าบ่อยเกินไปหรือเราจะเป็นโรคจิต..แค่ยาแก้สิวปริมาณเล็กน้อยไม่น่าจะมีทำให้ผลข้างเคียงของยาที่รวมเรื่องซึมเศร้าอารมณ์รุนแรงมีผลกระทบได้ขนาดนั้นแต่ว่าทุนเดิมมันเป็นอย่างงั้นอยู่ก่อนอ่ะดี๊

เมื่อคืนนอนที่เชียงราย..นอนคนเดียวฝนตก..แหมเว้ยทับถมสร้างบรรยากาศซึมเซ็งเข้าไปอีกเน้อ...หัวค่ำนี้ไปอุดรฯยืนเล่นประตูท้ายเครื่อง(สนามบินไม่มี jet bridge ใช้บันไดเทียบก็เลยเปิดประตูหลังด้วย)ลมเย็นๆพัดเงียบสงบรู้สึกอยากไปอยู่บ้านนอกอยากพักผ่อนอีกแล้ว..ต้นเดือนหน้าลาหยุดไว้แปดวันไม่มีเงินจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกลับบ้านต่างจังหวัดก็คงเพียงพอ

พรุ่งนี้ไปหาหมอสิว..จะถามซะหน่อยว่าต้องกินยาไปอีกนานเท่าไหร่ฉันหงุดหงิดบ่อยจนจะฆ่าคนได้อยู่แล้ว...แง่งๆๆๆๆๆๆ(แต่สิวยังขึ้นอยู่เลยนะซ่าจริงๆสิวตู)

ป.ล1 คุยกับเชษฐ์เรื่องซึมเศร้าหงุดหงิด..เพื่อนบอกไปหาจิตแพทย์ไม่เสียหายแกเคยแนะนำทีละตอนฉันบ่นจัดๆก่อนกินยาแก้สิวซะอีก = =" หรือไม่ก็ต้องมีกิ๊ก..ลองอย่างหลังก่อนมะ หุ หุ

ป.ล2 ทำไมผู้โดยสารชายเรียก "น้องๆ เอานี่เก็บในนั้น(overhead bin)ให้หน่อย" แล้วยื่นกระเป๋าขนาด notebookแต่ไม่ได้ใส่โน้ตบุ๊คมาให้ฉัน เค้านั่งที่นั่งริมด้านนึงยื่นข้ามหัวคนอื่นมาให้ฉันใส่ bin อีกด้านนึง งงๆละเพ่ทำไมไม่เก็บข้างตัวเองหละที่สำคัญทำไมไม่เก็บเองเล่า...วันๆมีแต่เรื่องชวนบูดเฟ้ย

Sunday, September 18, 2005

แดดจัด

แดดตอนเช้าสว่างสดใสน่าหมั่นไส้อีกแล้ว...อากาศจัดว่าร้อนทีเดียว..แต่ก็ไม่ดำริอยากไปทะเลหน้าฝนอีกละลุ้นเกินไปนะ

เอารูปไปเสม็ดขึ้น My space เรียบร้อยดูรูปแล้วอยากไปใหม่ฝั่งอ่าวพร้าวนี่งามสงบจริงๆถ้าพายุมาก็รับเต็มๆอีกต่างหาก ไปเที่ยวสามวันสองคืน ฝนตกซะสองวันหลอกกันนี่นาวันแรกทำแดดแรงเลยไม่เล่นน้ำก็เลยอดหมดไม่ต้องเล่นกัน

วันแรก
ออกจากบ้านหกโมงครึ่งคิดว่าสบายๆน่าจะไปถึงสถานีรถเอกมัยประมาณ 7:45 ปรากฎว่าจะแปดโมงเพิ่งลงจาก BTS วิ่งหน้าตั้งแต่คิดว่ายังไงรถก็เลทเว้ย สบายๆ แต่ก็อดลุ้นมะได้ถ้าไม่เลทเน่าเลยพลาดเรือ วิ่งๆดันติดเพลงชาติอีกต้องยืนตรง..เฟ้ย เฟ้ย มารักชาติกันตอนนี้อีก เพลงชาติจบวิ่งพรวดๆลงกะไดฉันนำหน้าไปหาที่ซื้อตั๋วก่อนเลย...แล้วรถก็เลทตามที่เราคาดหมายไว้..เดินย้อนไป 7-11 หน้าสถานีซื้อขนมได้อีกต่างหาก

แปดโมงกว่ากว่ารถจะออก...นั่งสบายๆวิ่งบนทางยกระดับชิลๆครับนอนเพลินๆถึงท่าเรือแล้ว เรือมาเที่ยง มีเวลาไปหาของกินอีกแล้วฉันเดินไป 7-11 นอกถนนนู่นน้องนั่งเฝ้ากระเป๋า..มียูนิฟกลิ่นข้าวบาร์เล่ย์ด้วยไม่หวานชอบ ขวดก็สีสวย...หาในแถวบ้านเราสามร้านละไม่มี...อยากกิน

คนไปร่วมชะตากรรมพร้อมฉันกับน้องอีกสามกลุ่ม..กลุ่มครอบครัวมีหมาพูดเดิ้ลชื่อมอมแมมตัวดำปี๋มาด้วย กลุ่มวัยรุ่น1 กลุ่มวัยรุ่น2 รวมก็สิบสองสิบสามคน(แต่เรือมันเขียนว่า 8+2 คนมะใช่หรอ) นั่งเรือเหินๆ มาแป๊ปเดียวถึงรีสอร์ทเราพักที่ Limacoc อ่าวพร้าว น้ำใสสวยงาม ลงเรือแตะน้ำทะเลเดินลุยขึ้นไป check in มีน้ำตะไคร้ต้อนรับแก้วแอบเก๋วางแล้วมันจะเอียงเหมือนจะล้ม ห้องที่พัก(deluxe sea view)เดินขึ้นเนินไปสองชั้น หน้าต่างกว้างมองเห็นทะเล(ลืมถ่ายรูปห้อง)

เก็บของเปลี่ยนขาสั้นลงมากินข้าวริมทะเล นั่งนอนดูทะเลรับลมเพลินจริงๆ บ่ายๆกินแพนเค้ก ไอติมกล้วยหอมทอดกับกาแฟเย็นเป็นอาหารว่าง...มาที่นี่ควรจะกินไอติมกล้วยหอมทอดมากๆ 90 บาทเท่านั้นกล้วยชุบแป้งทอดหลายชิ้นมากมีไซรัปให้ราดตามใจชอบ

อิ่มอืดมากๆไม่ได้เล่นน้ำเพราะไม่มีใครเล่นเลยอ่ะ ของว่างยังไม่ทันย่อยอาหารเย็นอีกแล้วกินปลากระพงทอดราดน้ำปลายำมะม่วง หมึกนึ่งมะนาว ปูนึ่ง กุ้งแช่น้ำปลา..หร่อยหมดเพราะของสด อิ่มพูดไม่ออก นั่งดูทะเลกัน นั่งดูคน มีครอบครัวฝรั่งครอบครัวนึงเหมือนมาพักนานแล้วสนิทกับทุกคนเลยทุกคนก็จะไปคุยกับเค้าสนิทสนม ลูกสาวตัวเล็กก็ให้คนนั้นคนนี้อุ้มได้ไม่หวงเลย ที่รีสอร์ทมีแมวด้วยตอนแรกเด็กฝรั่งก็เล่นลูกแมวตัวขาวอยู่ดีๆ ซักพักลูกแมวไปเดินเล่นเองปีนตันไม้แล้วลงไม่ได้...ฉันก็ไปล่อมันลงมาต่ำๆแล้วก็ปีนไปเอามันลง กลัวแมวข่วนมันตกใจกางเล็บหมดเลยใจมันเต้นแรงมากๆฉันไม่อยากจะฉีดยากันบ้าอีกแล้วต้องเอามาพักแปะกับต้นไม้กลางทางก่อนแล้วค่อยเอาใส่เสื้อกระโดดลงมาจากต้นไม้...พอลงมาได้ก็เล่นแมวกันจนดึกกว่าจะขึ้นห้อง

วันที่สอง
ตั้งนาฬิกาจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น...ไม่ตื่นครับไม่ไหว..ลงมากินข้าวเช้าแปดโมงเช้า อากาศเย็นลมแรง อาหารเช้าเป็นเซตให้เลือกพวกไข่ดาว ไข่คน ออมเลต ข้าวต้มเครื่อง แพนเค้ก กินข้าวเสร็จเดินเล่นน้ำชายหาดจะเล่นน้ำรึก็น้ำลงนะไม่มีใครเล่นอีก...ครอบครัวฝรั่งพาลูกไปเดินชายหาด ครอบครัวมอมแมมก็พามอมแมมไปเล่นน้ำเหมือนกัน ถ่ายรูปเล่นก็มานอนอ่านหนังสือกินลมทะเลจนจะหลับ ก็ขึ้นห้องก่อน หลับครับ

ลงมากินข้าวกลางวันซึ่งก็บ่ายสองแล้ว..ไรหว่า..ฟ้ามืดลมแรงมากๆคลื่นแรงลูกคลื่นมาเพียบ กินข้าวว่าจะเล่นน้ำก็ไม่มีใครเล่นมีฝรั่งเล่นอยู่นิดหน่อยแล้วคนที่มาพร้อมเราเค้าไปไหนวะ คนที่มาก่อนหน้าเราก็มีไม่เห็นมีใครเล่นน้ำมาทำไรกันนิ วันที่สองเป็นวันที่สามารถเลือกกิจกรรมนั่งเรือรอบเกาะได้แต่ว่าลมแรงใครจะไป(แม่ไม่ให้ไปด้วยแหละบอกตั้งแต่คืนแรกแล้ว...แม่ยังกะกรมอุตุฯรู้ได้ไงบอกให้อยู่รีสอร์ทนวดไป)ก็เลยนอนนวดไทยไม่นั่งเรือก็เลือกนวดได้ฟรี)นวดเสร็จฝนตก !!! ไม่ต้องเล่นน้ำครับ ตกไม่เลิกเลย สั่งอาหารไว้สองทุ่มก็กางร่มเดินลงมากินวันนี้กินแค่กุ้งเผากับปลาสามรส นั่งดูครอบครัวฝรั่งเอาลูกเล่นน้ำฝน..แปลกแฮะไม่หยังกะประคบประหงม ก็แค่จูงมือไว้แต่ว่าให้ลูกถอดรองเท้าเหยียบน้ำฝนเล่น ครอบครัวมอมแมนนั่งเล่นไพ่ไปกินข้าวไป...วัยรุ่นอื่นๆก็มากินข้าวคู่รักก็เยอะแยะไปหมดการนัวเนียในรีสอร์ททั้งที่มีคนอื่นเหมือนเรื่องธรรมดา...อิจฉาเค้าสิ...คนรีสอร์ทข้างๆ(เลอวิมานกับอ่าวพร้าวรีสอร์ท)ก็มากินข้าวที่รีสอร์ทเรา ก็บรรยากาศมันไม่อลังการแบบศาลาไทย เปิดเพลงก็เพราะด้วย

ฝนตกทะเลก็สวยนะพอเดินขึ้นห้อง..ฝนตกหนักเข้าไปอีก...ไฟดับไปสองรอบ !!!! คืนนี้นอนฟังเสียงฝนไป

วันที่สาม
ฝนยังตกอยู่...ไม่ต้องเล่นน้ำไม่ต้องถ่ายรูป..กางร่มลงมากินข้าวเช้า...คลื่นน่ากลัวสุดๆไม่มีทางกลับได้หรอกให้กลับก็ไม่กลับ...เจ้าหน้าที่ที่รีสอร์ทมาบอกที่โต๊ะว่าเรือรอบ 10:30 ยกเลิก..ถ้าถึงเวลาเช็คเอาท์ก็มารอข้างล่างก่อนถ้าตอนไหนเรือเข้ามาได้ก็ไปตอนนั้น กลับห้องไปนั่งเล่นนอนหลับ...เที่ยงลงมา คลื่นไม่มีแววจะเบาเลยไล่กันมาตูม ตูม น้ำใสหายไปหมดแล้วขุ่นมัวคลื่นสูง นึกว่าจะได้เป็นชาวเกาะแล้วไม่หละ...เป็นชาวเกาะโดดงานไม่เท่าไหร่ไม่มีตังค์เนี่ยดิ

ปรากฎว่าเค้าจัดเรือให้ไปรับที่หน้าด่านเค้าบอกอีกด้านคลื่นไม่แรงเท่านี้มันมีภูเขากัน การเตรียมการของเค้าดีนะมีถุงดำห่อกระเป๋าพวกเรากันเปียกแจกเสื้อกันฝนให้ทุกคนเรียกรถกระบะมารับที่รีสอร์ท นั่งกระบะไม่มีหลังคาไปตามถนนรอบเกาะ ไกลชะมัด มาอีกฝั่งมันดูโทรมจริงปุ๊กบอกว่าที่พักเหมือนกุฏิพระชอบกล..หาดสวยๆด้านหน้าด่านก็มีนี่นาแต่ตอนนั้นดูไรไม่ออกแล้วหละ

นั่งรถมาถึงหน้าด่าน..พบว่าข้อสงสัยเรื่องบนเกาะมี 7-11 หรือไม่ก็คลี่คลายมีร้าน 7-11 ใหญ่ทีเดียวจะมียูนิฟข้าวบาร์เล่ย์มั้ยนะ พอพนักงานขนกระเป๋าลงเรือเสร็จก็ให้เราลงเรือก็เป็นสปีดโบ๊ตแต่ลำใหญ่ขึ้นหน่อยเขียนว่ากู้ภัยฉลามขาว...ชูชีพแดงตัดกับเสื้อกันฝนสีเขียวมากๆ...นั่งเรือแบบน้ำสาดกระเซ็นคลื่นสูงน่ากลัวมากๆ มอมแมมเก่งจริงๆไม่ตกใจเลยเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา มาถึงท่าเรือฝั่งบ้านเพรู้สึกมึนคลื่นมาแรงเรือโยกชวนอ้วก...ขึ้นจากเรือได้ลำบากมากคลื่นมาซัดเรือโยกไปโยกมา...ไม่เอาแย้วหน้าฝนกับทะเลแบบข้ามเกาะ

คนอื่นเค้าขับรถกลับกันพรึ่บพรั่บ สองพี่น้องสำเหมาเอ๋อ รถทัวร์วันนี้ไม่วิ่ง...บ้าดิ!!! ครอบครัวมอมแมมชวนกลับด้วย..ใจดีจริงๆเลยแต่เกรงใจ..โทรไปถามรถทัวร์เค้าบอกว่าเด๋วพนักงานที่นั่นจะเอารถไปรับมาขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง...มีคนร่วมชะตากรรมนี้เป็นสาวญี่ปุ่นสองคน..เก่งจริงๆ backpack มา พนักงานรถทัวร์เรียกรถเหมาไปส่งท่ารถที่ระยอง นั่งในกระบะแบบ space cab จากบ้านเพถึงระยอง 20 กิโล จะเข้ากรุงเทพเหมือนกันทั้งไทยทั้งญี่ปุ่นแต่ว่าคนญี่ปุ่นจะไปลงเอกมัย...แต่ว่าฉันตัดสินใจไปลงหมอชิต แล้วมันก็ shit shit shit shiiiiiiiiiiiiittttttttt แบบที่เล่าไปแล้ว

ไว้หน้าหนาวหน้าร้อนจะไปแก้มือใหม่...


เกาหลี
โรงแรมที่อินชอนเค้าเปลี่ยนที่นานแล้วฉันเพิ่งเคยจะได้ไปค้างดีเหมือนกันไม่ได้ไปแต่ยุคแรกที่ไม่มีอะไรทำตอนนี้มี E mart(ซุปเปอร์มาร์เก็ต)มาเปิดได้ ไปถึงเกาหลีแบบลำบากลำบนก็คุณผู้ชายมาก่อกวน(ประจำเดือน)ปวดท้องปวดขา ดีนะผู้โดยสารไม่เต็ม(ถึงขั้นน้อยน่าหวั่นใจ)ไปถึงโรงแรมยังตะกละจะกินหมูเกาหลีนะแต่ว่าออกไปทันทีพร้อมกลุ่มแรกไม่ไหว ดีมีพี่แอร์พี่สจ๊วตใจดีรอออกไปกินด้วยให้เวลานอนพักหนึ่งชั่วโมง...แต่ไม่ทันได้นอน...ล้างหน้าอาบน้ำอุ่นเอาน้ำอุ่นฉีดท้องแทนกระเป๋าน้ำร้อน = ="

ออกไปกินหมูกันสามคนอร่อยชอบหมูสามชั้นรู้สึกว่าไม่ต้องหมักก็อร่อยเนื้อหมูหมักก็งั้นๆ...น่าแปลกใจที่กินหมูเกาหลีร้านไหนครั้งแรกจะไม่รู้สึกอร่อยนะต้องไปครั้งที่สอง

กินเสร็จไปเดินซุปเปอร์ทั้งที่ไม่มีอะไรอยากได้นอกจากคิดว่าจะซื้อ handcream ยี่ห้อ Atrix เค้าว่าดีแล้วมันก็ถูกกว่าซื้อญี่ปุ่นแต่ปรากฎว่าขนมเต็มตระกร้าหมดไปหมื่นกว่าวอน(แค่ค่าขนม)

กลับห้องรู้สึกง่วงนอนดู NHK สอนพับกระดาษเป็นห่อของขวัญ(origata)แต่นอนไม่สบายเอาซะเลยปวดท้องอีกรอบนอนกระสับกระส่าย...ยาคงหมดฤทธิ์ ทนไม่ได้ลืมตามาตีสองลากสังขารออกไปกดน้ำร้อนหน้าลิฟท์ใส่ขวดน้ำทำเป็นกระเป๋าน้ำร้อน...ทรมานจริงๆวุ้ย

วันทำงานกลับก็สบายอีกแล้วขาแรกที่แวะไทเปคนน้อยมากห้าสิบกว่าคนแต่จากไทเปเข้ากรุงเทพสองร้อยกว่าคน...กว่าจะถึงกรุงเทพห้าทุ่มกว่าจะถึงบ้านเที่ยงคืนกว่า...หยุดวันเดียว...พรุ่งนี้บินแต่เช้าอีกแย้วไปนอนเชียงราย >_<

ป.ล ส้มเกาหลีก็ไม่มีเม็ด... GMO หรอ

Thursday, September 15, 2005

เหนื่อย

เช้านี้อากาศสดใสเชียวนะ..ทำหยังกะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน..

ไปเที่ยวก็ดีแต่เสียตอนกลับพายุเข้า...ทุลักทุเลกลับฝั่งนั่งรถบัสไม่เท่าไหร่แต่เซ็งที่กรุงเทพจัดๆเลย...นั่งรถมาลงหมอชิตคิดว่าใกล้บ้านกว่าลงเอกมัย..เป็นการตัดสินใจที่ผิดมากๆ..ฝนตกรถติดแท็กซี่น้อย..จุดขึ้นรถแท็กซี่มีให้มีห้าช่องทางแต่กว่าจะมาแต่ละคัน..มาทีก็แย่งกันเข้าไปสิเฮงซวยมากเรื่องคิว ห่วยทั้งแท็กซี่ทั้งคนรอแท็กซี่ ไม่มีระเบียบไม่มีสามัญสำนึกใช้หลักการด้านได้อายอด ไม่คิดจะแย่งกับเค้าทำตัวเป็นคนดีคงไม่ได้กลับบ้าน เห็น microbus มานั่งมาเรียกหน้า BTS ตากฝนสิทีนี้กว่าจะได้รถแถมไม่ไปซะก็มี..รอไปทั้งหมดทั้งสิ้นสองชั่วโมงกว่าจะได้กลับบ้าน..ความรื่นรมย์ของทะเลหายไปหมดเพราะอารมณ์เซ็งเบื่อหงุดหงิดเปียกแฉะ

ยังเหนื่อยไม่หาย..พรุ่งนี้ไปทำงานอีกแล้ว ตีห้า !! ไปฮ่องกงก่อนแล้วไปเกาหลี

ป.ล1 เรื่องไปเที่ยวเล่าทีหลัง...ไม่ทันทำอะไรต้องนอนอีกแล้วเดี๋ยวไม่ตื่น

ป.ล2 ไม่ทันสมัครสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น..เค้าปิดไปแล้ว...พลาดไปอีกปี..แต่ถึงสอบก็ใช่ว่าจะผ่าน เฮ้อ...

ป.ล3 พาน้องไปสมัครงาน...ทำงานซะทีจะดีมาก

ป.ล4 ทำไมหงุดหงิดโมโหง่ายชะมัดเลยเรา

Sunday, September 11, 2005

ผจญภัย

เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมไปผจญภัยกันสองพี่น้อง..ตื่นเต้นและกลัวนิดๆนะไม่เคยไปไหนกันเอง..น่าแปลกที่รู้สึกกังวลมากกว่าไปผจญภัยเดี่ยวที่ญี่ปุ่น...บ้านเราน่ากลัวใช่มั้ยหละดังนั้นในกระเป๋ามีอุปกรณ์ป้องกันตัวด้วยพลังเสียง 110 dB พึ่งได้หรือเปล่าไม่รู้แต่อุ่นใจนิดนึง

การเดินทางจะไปด้วยรถบัสเที่ยวแปดโมงเช้าไปต่อเรือตอน 11:45...ชักกลัวอุบัติเหตุเหมือนกันสิเบญบอกว่าอย่าหลับนั่งดูทางไปเรื่อยๆ ก็ขอให้ปลอดภัยดีฝนอย่าตกเลยนะ

เพราะการจากไปของเพื่อนทำให้การติดต่อกับเพื่อนที่ญี่ปุ่นกลับมาอีกครั้ง...ตอบเมลกันตรึม...ไม่อยากให้ต้องมีข่าวร้ายก่อนถึงจะกลับมาติดต่อกันใหม่...แต่ทุกทีก็คิดแบบเนี่ยอ่ะแหละว่า"ทีหลังก็ได้"ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม...คิดว่าจะเริ่มใหม่ซะทีไม่ผลัดวันประกันพรุ่งก็ไม่รู้เริ่มใหม่กี่รอบแล้ว

Saturday, September 10, 2005

AF2

เริ่มติด AF2(Academy Fantasia 2)แล้วครับ..กว่าจะติดก็ความรู้สึกช้าเหมือนปีก่อนกว่าจะเริ่มดูก็ประมาณครึ่งหลังเข้าไปแล้วอาจเพราะช่วงนี้วันว่างเยอะดูได้เยอะก็เลยรู้สึกดูแล้วอยากดูต่อไป..พอเผลอไม่ได้ดูก็..อ่าว...พลาดไม่ได้ดูเค้ามีเรื่องไรกันอ่ะเราไม่เห็นรู้เลยทำนองนั้นแต่ว่าก็ติดตามข่าวได้ตามเวบบอร์ด(น้องตาม..เรารอฟัง)

เรื่องโหวตปีนี้แม่กะน้าไม่คิดจะโหลดเพราะเปลืองเงิน..เราก็ไม่คิดจะโหวตหกบาทแหนะ..โทรนาทีละ 25 สตางค์ได้หลายนาทีนะ

แต่โอกาสมาแล้ว !!! เติมเงิน orange just talk 300 บาทโหวตฟรี 50 ครั้ง !!! คิดแล้วมีแต่ได้(เงินโทรศํพท์)กะได้(โหวต)แต่เสียเงินสามร้อยก่อนนะ = =" มิรอช้ากลัวกุ๊กไก่ออก

ถ่อออกไปซื้อบัตรเติมเงินตอนเย็น(ไปกินชาบูชิด้วย...ให้ตายรอคิวเกือบสองชั่วโมงก็ยังประสาทรอจะกินผักบุ้งลวกให้ได้...นั่งแช่งชักหักกระดูกคนที่กินไม่เลิก enjoy สุดๆ..น้องบอกว่าทำหน้าสลดบ้างก็ได้ตอนเดินไปเติมน้ำอ่ะคนรอคิวตรึม..ทำหน้ายิ้มแย้มอยู่ได้ 5 5)กลับบ้านนั่งดูคอนเสิร์ตไปโหวตไปได้...จะช่วยกุ๊กไก่ปรากฎว่านออกเฉย..แป่ว ไงอ่ะเสียโหวตไป 13 อันแหนะคนที่ได้คะแนนโหวตน้อยสุดสามอันดับไม่มีผู้หญิงซักก๊ะคนด้วยซ้ำน่าจะเก็บไว้โหวตครั้งหน้า >_< ก็เห็นกุ๊กไก่คะแนนต่ำมาตลอดไม่ได้คิดถึงผู้ชายเล้ยแล้วพี่บอยV8 มาติดโผปากเหวด้วยเนี่ยนะ(คะแนนโหวตต่ำสุดสามคนจะถูกเรียกมายืนข้างหน้าให้ลุ้นขี้แตก)คะแนนเงี้ยโด่งทะลุใครๆเห็นแล้วก็สบายใจไม่น่าจะโดนมาแต่ต้นสัปดาห์...มันจะน่าแสดงผลโหวตตอนคอนเสิร์ตจะได้เชียร์ถูกทางหน่อย..ถ้าเสียเงิน 6*13 เนี่ยแค้นนะค้า..

ชีวิต

เบญโทรมา...เค้าไม่ค่อยจะโทรหาถ้าโทรมาแสดงว่ามีเรื่องให้ฉันทำไรซักอย่าง...รับโทรศํพท์ถามได้เลย"มีไร(ให้รับใช้)ป้า"แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งเสียงมาสั่นๆเบาๆ บอกให้โทรไปหาแม่ซาโตะที่ญี่ปุ่นทีให้บอกว่าจันทร์เพ็ญเสียแล้ว !!!!!!!!!!!!!!

อะไรนะ !??!?!?!?!??!??!! จันทร์เพ็ญสนิทกับเบญมากเพราะเคยอยู่หอด้วยกันตอนเป็นนักศึกษาหลายปีเรื่องเงินทองความไว้ใจให้หยิบยืมกันได้เป็นหมื่นๆจันทร์เพ็ญยังรับฟังดีไม่ขัดใจเบญแบบฉันเพราะเค้าเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน(ฉันทำวีซ่าไม่ผ่านอ่ะดิ)ไปพักบ้านเพื่อนเป็นครึ่งเดือนก็เลยจะต้องแจ้งข่าวให้บ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่นรับรู้ด้วย

ความรู้สึกที่ฟังเรื่องแบบนี้มันเหมือนล้อเล่น...จะตายได้ไงก็เห็นกันดีๆอยู่ไม่อยากจะคิดว่าจริงเลยไม่เคยมีคนใกล้ตัวจากไปในวัยอันไม่ควร..เค้าเดินทางจากตากมากรุงเทพด้วยรถทัวร์แต่รถมาคว่ำที่อยุธยา !!!!! จะถึงอยู่แล้วแต่ได้ข่าวว่าไอ่คนขับรถหลับใน คนขับรถขับเร็วจะแซงแล้วไม่พ้นเพื่อนเลยต้องมาตายเพราะความเฮงซวย เบญบอกว่าไปดูดวงกันบ่อยมากๆไม่เคยมีหมอดูคนไหนทักว่าจันทร์เพ็ญจะอายุสั้นเลยแล้วก็มาจากไปกระทันหันแบบนั้น...เบญมันเลยยิ่งเกลียดรถทัวร์เข้าไปอีก(เดิมทีเพราะเมารถ)

จะมีวันพรุ่งนี้ได้อีกนานแค่ไหน..วันนี้ทำดีพอแล้วหรือเปล่านะเรา...

Thursday, September 08, 2005

เงิน

ออกจากบ้านทีใช้เงินเยอะจริงแฮะวันนี้แค่คิดจะไปกินอาหารร้านยำแซ่บกับซื้อยา(70บาท)แต่ก็ซื้อขนมกับน้ำในซุบเปอร์ด้วยรวมค่ารถวันนี้เสียเงิน 802 บาท..ใช้เงินมันง่ายกว่าหาเงินจริงๆเล้ย

ไปเสม็ดก็เสียเงินอีกน้า..สอบถามน้องนกขาเที่ยว(ทั่วไทย)เรื่องรถบัสไประยองต้องจองก่อนหรือเปล่า ปรากฎว่าน้องเค้าไม่เคยไปเสม็ด..จริงดิ ??แถมชวนเราไปปีนน้ำตกเสาร์อาทิตย์นี้..แสนจะเริ่ดเที่ยวต่อกันห้าวันแต่ติดที่เงินอดเลยแต่ก็อาจจะอึดไม่พอก็ได้เห็นทั้งพายคยัคทั้งปีนน้ำตกป้าคงไปเดี้ยงที่เสม็ดพอดี

ป.ล1 วันนี้ SB1(ตีห้าถึงบ่ายสอง)ไม่โดนเรียก

ป.ล2 ดู AF2 ซ้อมเพลงสุนทราภรณ์..ฟังมากๆเพราะดี

Wednesday, September 07, 2005

วัดแขก

วันนี้อากาศไม่ร้อนแดดไม่จัดเลยนอนยาวแต่ก็รู้สึกไม่พออยู่ดี...ตื่นมากินข้าวอาบน้ำพาน้องออกไปวัดแขกแม่บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดพระพิฆเนศวรให้ไปไหว้ซะ

กว่าจะออกไปวัดก็บ่ายซื้อดอกไม้ข้าวของไหว้พระแถววัด มาลัยสวยพวงยาวถูกกว่าร้านแถวพระพรหมที่เอราวัณมาก ชุดของไหว้ก็ชุดละ 70เท่านั้นมีกล้วย มะพร้าว น้ำมัน นม อ้อย หมากพลู ธูปเทียนแต่ในวัดก็มีนะชุดละ 50 เอง(แต่ไม่มีมะพร้าวกับอ้อยมั๊ง)

นอกจากนี้เรายังเดินเลยวัดไปร้านขายอาหารอินเดียนไปซื้อขนมแขก(ออกเสียงว่า ราดู มั๊ง จะหาข้อมูลที่แน่นอนจากเวบหาไม่เจอ)ซึ่งเป็นของโปรดของพระพิฆเนศวรด้วย เค้ามีขนมหลายแบบซื้อมาลองกินหลายแบบเสียแต่ที่ร้านไม่มีชื่อขนมติดไว้ก็เลยไม่รู้อะไรเป็นอะไรรู้จักแต่ราดูอย่างเดียว(แต่ก็บอกเค้านะว่าติดชื่อด้วยสิคะหนูจะได้รู้ด้วย)

ของที่ซื้อมาแบ่งใส่สองถาดถวายพระแม่อุมากับพระพิฆเนศวร เวลาจะถวายของเราแค่อธิษฐานแล้วส่งให้พราหมณ์เค้าจะเอาเข้าไปถวายให้แล้วเอาของบางอย่างคืนให้เรา(ได้มะพร้าว กับนม อ้อย ขนมที่ซื้อคืน)นอกจากนั้นจะเอาผงแดงๆมาจิ้มที่กลางหน้าผากให้

หลังจากไหว้พระเสร็จก็เดินหน้าผากมีจุดแดงเก๋ๆไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูอินเตอร์..ความจริงแล้วคือร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมูที่บรรยากาศเก่าน่ากินคนทำก๋วยเตี๋ยวอายุประมาณป้าอ่อนๆ แต่เพลงในร้านเป็นเพลงฝรั่งร่วมสมัยเช่น it's like that ของป้ามาราย เจโล บริทนีย์ เด็ดสุดฉันว่าเพลงดูม ดูมของทาทา แหม ฟังดูม ดูมข้างวัดแขกได้อารมณ์

มาแถววัดแขกบรรยากาศแบบแขกๆก็ยังรู้สึกชอบเช่นเคยแต่ทำไมเวลาทำงานไฟล์ทแขกมันไม่อภิเชษฐ์เอาซะเลย

จากวัดแขกนั่งรถเมล์มาต้นถนนสีลม...โอวค่ารถคนละหกบาทแล้ว

ลงมาจากรถเมล์เห็นโรงเรียนสอนภาษา Wall street ซึ่งเห็นโฆษณามานานแล้วตามป้ายรถไฟฟ้าและใบปลิวก็เลยเข้าไปถามว่ามีสาขาแถวบ้านเรามั้ยน้องสาวอยากจะฝึกฝนเพิ่มเติมหน่อยเค้าบอกจะเปิดแถวลาดพร้าวประมาณปีหน้า(เซ็นทรัลมั๊ง) ระหว่างนี้เค้าก็ยินดีจะให้ข้อมูลการเรียนการสอนของโรงเรียนเค้า

โรงเรียนเค้าเน้นการนำภาษาอังกฤษมาใช้ในชีวิตประจำวันสามารถสนทนาได้ดีบอกว่าเรียนแล้วจะมีสำเนียงดีเหมือนเจ้าของภาษา(แต่พี่เซลคนขายพูดคำว่า with ไม่มี "th"นะ หุหุ)จุดเด่นของเค้าคือไม่กำหนดเวลาเรียนตายตัว มาเรียนเยอะแค่ไหนก็ได้ในเวลาที่กำหนด 1 คอร์สให้เวลาสามเดือน(เดิมให้สองแต่เพิ่มให้เป็นสามเดือน)เรามีหน้าที่ทำการบ้านเข้าห้องแล็บ ถ้าทำการบ้านเสร็จถึงจะได้พบครู(นัดตามเวลาสะดวกของเรา)ห้องนึงมีนักเรียนแค่ 4 คน นอกจากนั้นมีกิจกรรมพิเศษ คือสนทนากลุ่มแปดคนอาจจะเป็นการเล่นเกมหรืออื่นๆ แล้วก็มีกิจกรรมนอกสถานที่ด้วยเช่นไปดูหนังกัน(แต่ค่าใช้จ่ายออกเองซึ่งไม่แพงเพราะทางโรงเรียนออกให้มากกว่าครึ่ง)ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้พบครูกี่ครั้ง แต่หนึ่งคอร์สมีสี่ unit ในยูนิตก็มีอย่างที่บอก แล็บ การบ้าน พบครู สนทนากลุ่ม กิจกรรมนอกสถานที่(ไม่บังคับ)ยังงี้คือน้อยๆพบครูสี่ครั้งหรอ ??

น้องลองสอบถามค่าใช้จ่าย....แม่เจ้า !!!!!! ขายอย่างน้อยสามเลเวลคือเก้าเดือนราคาประมาณหกหมื่นสองพันบาท !?!?!?!??!?!?!?!?!?!??!?!?!? จ่ายสดลดเหลือประมาณห้าหมื่นห้า จะผ่อนจ่ายก็ได้ กู้โรงเรียนก็ได้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซนต์ ทำไมมันแพงเยี่ยงนี้....ห้าหมื่นเนี่ยจอง The Bangkok เข้าอยู่ได้แล้วนะ

เค้าให้ทดลองทำข้อสอบด้วยซึ่งก็ไม่รู้จะทำทำไม ทำไปก็จะเอาไปเงินจากไหนมาเรียนเล่า...มันเหมือนเรียนด้วยตัวเองชัดๆแต่บรรยากาศที่เรียนดีคนที่มาเรียนก็เด็กวัยรุ่นเนี่ยแหละ = =" แต่ว่าเราก็ทำข้อสอบกัน..ก็น้องจะไปสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษหนะสิได้ทดสอบความรู้ฟรีๆก็ดีใช่มั้ยหละ.... ทำข้อสอบออกมาได้ระดับเดียวกันเลยแต่คะแนนแกรมม่าน้องได้สามฉันได้หก ส่วนอื่นก็พอๆกันเค้าบอกว่าเพราะน้องทำเสร็จเร็วกว่า(เค้าบอกเอาเวลามาคิดด้วย)

สอบได้ระดับเจ็ด มีทั้งหมด 17 ระดับแบ่งเป็น General English 12 ระดับ แล้วต่อแบบ Advance อีกห้าระดับ ซึ่งเค้าบอกว่า ระดับที่ 13-15 คือสนทนาทางธุรกิจ ส่วน 16-17 เป็นadvanceเข้าไปอีก จบมาก็พูดเป็นไฟงั้นเลยหละเรียนหมดก็ vios คันนึงอ่ะม้างไปเรียน AUA โดดๆเรียนๆก็ได้มั้ย...ก็ไม่เชิงโง่แต่ขาดการฝึกฝนนะเราหนะ

ออกจากโรงเรียนก็กลับบ้าน...ฉันเล่นเกมน้องปั้น resume ต่อไป อี้โผล่มาช่วยชีวิตอีกคนหลังจากที่น้องปรึกษาเพื่อนๆที่เก่งๆภาษาอังกฤษ ก็ฉันให้คำปรึกษาได้ไม่ดีหนะสิเพราะงี้ถึงอยากจะเรียนภาษาอังกฤษอีก ภาษาสวยๆเก๋ๆสร้างภาพใน resume เนี่ย หายหด (แต่จริงๆก็ไม่เก่งสร้างภาพ ตอนเราสมัครงานก็มีคนช่วย อิอิ)

ป.ล1 เบื่อข่าวแหม่มท้อง...ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐตั้งกะวันเสาร์ถึงวันนี้

Sunday, September 04, 2005

เชียงใหม่

มานอนเชียงใหม่คืนที่สองแล้วมาในหน้าที่คืนแรกนอนโรงแรม คืนนี้นอนบ้าน

เพราะเช้านี้ต้องไปทำงานแต่เช้าก็เลยนอนโรงแรมดีกว่าไม่ลำบากแม่ตื่นไม่ส่ง...รับกุญแจเก็บของเข้าห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่มารับที่โรงแรม ก่อนกลับบ้านแวะกินอาหารที่ร้าน"เจไม่จำเจ" ชอบโรตีแกงเห็ดที่ร้านนี้ เมนูอื่นที่สั่งก็อร่อย เต้าหูฟูยำแอ๊ปเปิ้ลเขียว เห็ดถอบจิ้มน้ำพริกข่า แกงส้มผักสด กลับบ้านนอนดู AF จบแม่ไปส่งโรงแรม

วันนี้ทำงานเสร็จสายๆแม่มารับที่สนามบินไปเดินเล่นโรบินสันกัน ชอบกินอาหารชั้นล่างโรบินสัน ของกินเยอะแยะกระจุกกระจิกน่ารัก แต่ฉันป่วย...ท้องเสีย(ตั้งกะมะคืนแหละ ไม่ใช่อาหารร้านแน่แม่ไม่เห็นเป็นไร กินต่างกันก็มีสลัด ขนมในเครื่องบิน)แถมยังหนาวสั่นทรมานจริงๆแต่หน้าท้องแบนราบ...ข้อดีของการท้องเสียก็คงมีแค่เนี้ยะ กลับบ้านมานอนตอนบ่ายไปซักสี่ชั่วโมงตอนนี้ไม่รู้สึกหนาวแล้ว

ป้าปุ๊แวะมาหาแม่ที่บ้าน..แม่อยู่คนเดียวไม่เหงาก็เพราะมีป้าเนี่ยแหละ ไปเที่ยวไปสวดมนต์ก็ไปด้วยกัน...ฉันโทรศัพท์กับเพื่อนก็ฝากแม่กับเพื่อนไปด้วย

แมวๆดูสบายดี ขุรขระอ้วนขึ้นหน่อยจากที่ไม่ค่อยกินข้าวแล้วแม่เปลี่ยนมาให้กินอาหารกระป๋อง

กินพาราฯเดี๋ยวจะเข้านอน...พรุ่งนี้บ่ายโมงไปสนามบินทำงานสามตุ้บกว่าจะได้กลับบ้าน...อยากพักผ่อน...

ป.ล รู้สึกหมู่นี้หงุดหงิดใจ อารมณ์ไม่ดี ปวดหัวคิดมาก...วัยทอง ??

Friday, September 02, 2005

ที่อยู่อนาคต

กว่าฉันกับน้องจะออกจากบ้านก็ 9 โมงครึ่งไปถึงที่นัดหมายเลท 4 -5 นาที นัดปึ้กไว้ 10 โมงเช้าที่โครงการลุมพินีศูนย์วัฒนธรรมอยู่ติดร้านอาหารนาทองแยกเหม่งจ๋าย..ภายในห้องดูดี(ก็แบบเดียวกันทุกโครงการ)แต่ภายนอกและภาพรวมไม่สามารถซื้อใจกันได้ทั้งที่ราคาในการเป็นเจ้าของเป็นไปได้สูงมากเริ่มต้นที่ล้านนิดๆเท่านั้น

นอกจากหน้าตาคอนโดแล้วยังมีเรื่องที่ตั้งด้วยซึ่งได้เพื่อนเป็นหน่วยเก็บข้อมูลเรื่องเส้นทางเพราะฉันนึกไม่ออกว่ามันใกล้ไกลจากสุวรรณภูมิแค่ไหนจากโครงการแรกก็แวะไปตามทาง โครงการต่อไปคือ Le Metro ตรงข้ามฟอร์จูนแต่โครงการพับไปแล้ว = =" ก่อนออกจากบ้านหาในเนต(จะเช็คแผนที่)เค้าบอกว่ามีการติดต่อขายโครงการให้แสนสิริ ถ้าจริงก็ดีดูมั่นคงติดถนนใหญ่ติดรถไฟใต้ดินเค้าว่าจะเปิดตัวปีหน้า

ก่อนไปดู i-house พระราม9 ฝั่งเดียวกับ RCA แรดไปดูทาวน์เฮ้าส์พลัสซิตี้พาร์คพระรามเก้า-หัวหมากก่อนเหตุผลแค่มันเลี้ยวซ้ายตรงแยกอ.ส.ม.ท แล้วตรงไปเข้าซอย 49 ไปทะลุด้านหลัง(เข้าซอยไหนก็ได้หมดเค้าบอกทะลุได้หมด)ซึ่งไกลมากไม่มีรถตายชัก ไกลรถไฟใต้ดินเค้าว่ามีรถเมล์ผ่านแต่จะผ่านซักกี่สายกัน เรื่องหน้าตาบ้านก็สวยน่าอยู่เหมือนทำเลอื่นโครงการเดียวกันแต่ที่นี่แพงมากเริ่มต้น 4.19 ล้านบาทมันคือบ้านที่อยู่ในสุดของโครงการ = ="" ซึ่งขายไปเกือบหมดแล้ว ที่มาดูเนี่ยให้น้องดูเพราะสวยน่าอยู่แต่มันใหญ่มากพื้นที่ใช้สอย 170 ตรว ราคานี้ก็เกินตัวตัดไปคร้าบ

i-house อยู่ริมถนนใหญ่เลี้ยวมาจากเอกมัยนิดนึง วี่แววรถเมล์ไม่น่าจะมากใกล้จุดขึ้นทางด่วนแต่ไกลจากรถไฟใต้ดินประมาณ 5 ป้ายรถเมล์(เจ้าหน้าที่บอก)มีห้องสองแบบคือ studio 28 ตรม.ราคา 1,488,900-1,792,140 บาท กับ 1 ห้องนอน 56 ตรม. 3,269,000-3,668,280 บาท เค้าตกแต่งพร้อมทุกอย่างมีอ่างอาบน้ำด้วยหิ้วกระเป๋าไปอยู่ได้เลยไม่ยอมขายแบบไม่เอาเฟอร์นิเจอร์(ก็มันดูก้องแก้งอ่ะจิ)แผ่นพับเค้าข้อมูลไม่ดีเลย floor plan, layout ไม่มี เวบก็ไม่มีมีแต่โครงการเก่าใน RCA คนขายก็ท่าทางคุณนายมาขายโครงการเจ้าคุณพ่อ

นอกจากย่านนี้เพื่อนยังใจดีขับรถพาไปดู The Bangkok ที่นราธิวาสฯ ด้วยจากพระรามเก้าขึ้นทางด่วนลงพระรามสามแล้วไปเข้าซอยนราธิวาสฯ14 แม่เจ้า !!??! กว่าจะถึงเกือบโลแต่พอถึงแล้วมันน่าอยู่มากๆๆๆๆๆ บรรยากาศดีแต่ว่าจะออกไปถนนใหญ่ยังไง ไกล BTS เดินไปไม่ได้หรอกนะ(เค้าบอกมีรถรับส่งบริการ) ไปสุวรรณภูมิขึ้นทางด่วนไกลระดับหนึ่ง แต่พอดูห้องแล้วอยากอยู่มั่กมาก หนึ่งห้องนอนเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท แพงแต่ไม่หนักดาวน์เพราะจ่าย 50000 บาทก็อยู่ได้เลยแล้วผ่อนเริ่มต้น 16500 บาท สามสิบปีถ้าดาวน์เยอะก็ผ่อนน้อยลง

เทียบราคาพอกัน The Bangkok น่าอยู่กว่า i-house มากๆตกแต่งพร้อมอยู่เหมือนกันแต่เฟอร์นิเจอร์ดูดีกว่ามากๆ i-house ดีที่ติดถนนใหญ่ใกล้ทางออกมอเตอร์เวย์มากกว่าแต่ว่าจองหกหมื่นบาท ทำสัญญาสิบเปอร์เซนต์(สามแสนกว่า) แล้วยังผ่อนดาวน์อีก 5% ภายในสามงวด ห้องดูดีที่ดูไว้ผ่อนดาวน์งวดละหกหมื่น !!!!!!! ตาย ตาย ตาย

เหมือนดูขนาดนี้แล้วพบกว่าตอนนี้ The Bangkok ชนะขาดลอยแต่ไม่อยู่ตรงนราธิวาสฯ...รอโครงการหน้าตอนนี้ก็เก็บเงินไปก่อน ^^ ยังไงซะมันก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่

วันหลังจะลองนั่งแท็กซี่จากบ้านน้าไปสนามบินใหม่ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่

วันนี้ต้องขอบคุณปึ้กมากๆที่เป็นสารถีให้แต่ว่าเค้าต้องไปดูด้วยหนะถูกแล้วจะได้ฝากไปรดน้ำต้นไม้เวลาเราไม่อยู่ 5 5 5

ป.ล 1 ยกเลิก fitness first แล้วแต่ต้องเสียเงินเล่นเต็มเดือนก่อนจะเลิกได้ T_T

ป.ล 2 จองที่พักบนเกาะเสม็ดแล้น :D

ป.ล 3 เมื่อไหร่น้องมันจะทำงาน...เซ็ง

Thursday, September 01, 2005

หมดแรง

หมดแรง...เหนื่อยจัง...ให้บินไฟล์ทเหนื่อยติดกันจะขาดใจ...ยังไม่ทันหายเหนื่อยจากดูไบแวะเชนไนทั้งไปทั้งกลับได้พัก(ไม่ถึง)24ชั่วโมง ก็มาต่อไฟล์ทไปบรูไนด้วยเครื่อง 737 เครื่องเล็กคนเต็มของเต็ม...สุดยอดแร้น....อยากจับคนจัดไฟล์ทมาบินดูซักหน่อย >_<

ผู้โดยสารกวนใจอีกน้า....ขาไปเป็นทหารเป็นร้อยนายก็นิสัยดีหมดแต่มีคนนึงพูดจาไม่ดีเอาซะเลย...ขากลับมีแขก..ให้ตาย !!

พรุ่งนี้พฤกษ์จะเป็นสารถีพาไปดูคอนโดย่านพระราม 9 หลังจากที่น้าพาไปดูย่านสุขุมวิทวันก่อนยังชอบใจสุขุมวิทพลัสแต่ราคาขึ้นไปแล้วจากตอนเปิดโครงการสองสามแสนและห้องเหลือน้อยมากๆ The Bangkok 43 แพงมากเริ่มต้น 11-12 ล้าน ถ้าที่ซอยสุขุมวิท 61 ขายหมดไปแล้ว ส่วนลุมพินีวิลล์ 77 มันแออัดตลาดมาก หน้าตาคอนโดหยังกะแฟลตภายในห้องดูดีราคาถูกก็จริงสองห้องนอนชั้น 12 2.3 ล้านขนาด 60.5 ตรมแต่ดูตึกและสภาพแวดล้อมแล้วไม่ผ่านนะ..ไม่มีเงินแต่ก็ยังจะขอเลือกหน่อยยังไงซื้อบ้านก็อย่าใจร้อนแถมเงินยังไม่มี...ตอนเก็บเงินมีเวลาดูไปอีกนานแหละ

พรุ่งนี้จะไปลุมพินีวิลล์ตรงแยกเหม่งจ๋าย แล้วก็คอนโดแถวนั้น

รู้สึกย่ำแย่ในตัวเองมากขึ้นเหมือนไปดูบ้านแล้วตัวเองไม่มีเงินเก็บพอที่จะดาวน์ แง แง แง

ป.ล กินลำไยมากเจ็บคอ -*-