Sunday, March 11, 2007

Tags

Tag
สิ่งที่คนอื่นไม่ค่อยรู้ห้าเรื่อง
คิดไม่ค่อยออกเลยเพราะเป็นคนโพทะนาตลอดเวลาพยายามคิดว่าเรื่องต่อไปนี้น่าจะใช้ได้

1.อ่อนไหว แม้ว่าจะดูเป็นคนใจร้ายแต่เดี๊ยนเป็นคนอ่อนไหวนะเรื่องนี้อาจจะไม่มีใครทราบถ้าดูการ์ตูนหรือฟังเพลงเนี่ยถึงกับน้ำตาไหลได้เลยทีเดียว(อ่อนไหวหรือบ้ากันแน่)

2.ภาษาญี่ปุ่นเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ป.6 !! อ่ะ อ่ะ ไม่รู้อ่ะดิ สาเหตุมาจากนักร้องค่ะ สมัยก่อนชอบ SMAP กะโชเนนไตอย่างแรงเรียนได้ไม่นานก็เลิกแล้วมาเรียนอีกทีก็ปีสี่เป็น free elective จบมหาวิทยาลัยก็ยังเรียนต่อไปเรียนๆเลิกๆมาถึงปัจจุบัน(ก็ยังไปไม่ถึงไหน)

3.ดนตรี เท่าที่รู้ทางบ้านย้อนไปถึงสมัยคุณยายก็ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับดนตรีแม้แต่น้อยมีแต่ฉันกะปุ๊กเนี่ยแหละที่อยากเล่นเปียโน ไม่ใช่ดำริกันไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนั้นแต่มันค่อยๆเริ่มมาว่าสุดท้ายเราอยากเรียนเปียโน ฉันหนะเริ่มก่อนเลยดนตรีชิ้นแรกคือขิม(ไม่ได้เกี่ยวกะเปียโนเลย) เพลงแรกคือจระเข้หางยาว...ท่าทางมันจะยาวมากเล่นไม่จบเรียนได้สองท่อนก็เลิกเรียนซะงั้น จากนั้นฉันกะปุ๊กก็เรียนอิเลคโทนและฉันก็เรียนกีตาร์คลาสิคด้วยก็ไม่ได้เรื่องตามเดิมกีตาร์ท่าทางจะประสพความสำเร็จมากกว่าเล่นได้หลายเพลงและก็สอบผ่านตั้งสองเลเวลปัจจุบันเล่นไม่เป็นแล้วเข้ามหาวิทยาลัยเลิกเรียนทุกอย่าง ปัจจุบันเรียนเปียโนงานนี้เอาจริง(แม้จะไม่ได้ซ้อมและไม่ซื้อเปียโน)รู้สึกชื่นชอบมากทึ่งกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้มากๆใครเป็นคนคิดขึ้นมาเนี่ยมันเจ๋งจริงๆ

4.TVXQ กลับมาเป็นเด็กกรี๊ดนักร้องอีกครั้ง(หนักกว่าสมัยเด็กจริงๆ)ประมาณปลายปีที่แล้ว ฉันเห็นดงบังชินกิครั้งแรกก็ตอนเค้าเดบิ้วท์ปี2004(เพลง Hug)ตอนนั้นไปเกาหลีพอดีแต่สมัยนั้นยังหน้าละอ่อนกันเกินเหตุปัจจุบันโตแล้วน่ากินเอ๊ยน่ากรี๊ดกว่าเดิมมากหน้าตาดีมีฝืมือแถมเป็นแรงบันดาลใจให้กลับไปเรียนญี่ปุ่นเร็วกว่าเดิมเพราะเค้าไปเดบิ้วท์ที่ญี่ปุ่นด้วยและพูดญี่ปุ่นเป็นไฟอย่างน้อยไม่เข้าใจตอนเค้าพูดเกาหลีก็เข้าใจตอนพูดญี่ปุ่นก็ยังดี

5.BLOG ย้อนไปปี1999(มั๊ง)เป็นปีแรกที่ฉันเขียนไดอารี่ออนไลน์(สมัยนั้นคำว่า Blog ยังไม่อิน)เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆที่ทำเวบไดอารี่สาเหตุก็เพราะชอบบ่นนั่นแหละแล้วก็จะได้ไม่ต้องเล่าซ้ำๆเพื่อนๆจะได้มาอ่านมาเล่นมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ไง(แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครอ่านขนาดน้าน)

Wallpaper Tag
1.แปะWallpaper ของตนเอง
รูปของดงบังชินกิจ่ะ


2. บอก OS ที่ใช้, resolution หน้าจอ
Windows XP Professional Version2002 SP2, 1024*768 (มันเกี่ยวกะ wallpaper ตรงไหนเนี่ย)

3. ระบุหน่อยว่าเอามาจากไหน (web ที่ d/l, ถ้าเป็นรูปถ่าย บอกหน่อยว่ามาจากที่ไหน)
นึกว่าถามว่าเอา OS มาจากไหน = = เอาข้อสองไปเป็นข้อสี่ก็ได้นะ Wallpaper โหลดมาจากเวบไหนจำมะได้แล้ว

4. เหตุใดถึงเลือกมาเป็น wallpaper
เพราะความรักนะสิ อ้วกกก ก็เพราะชอบหนะไม่มีไรมากกว่านั้น(ก็อยากจะมีหรอก)

5. จากนั้นหาเหยื่อ ..เอ๊ย ผู้โชคดีอีก 5 คนรับ tag ต่อ
ป่านนี้เค้าก็เล่นกันหมดเมืองเปลี่ยนหัวข้อกันไปหลายแถมฉันก็เปลี่ยนwallpaperแล้วด้วยเดี๋ยวจะหาว่าแก้ตัวนะเค้าก็เตรียมภาพไว้กะจะทำทันทีที่ได้หรอกแต่ไม่มีเวลา เอาภาพปัจจุบันไปดูด้วยละกัน


Asian Movies Tag
ให้บอกชื่อ "หนังเอเชีย" ที่ชื่นชอบ มาทั้งหมด 4 เรื่องพร้อมฉากที่ประทับใจที่สุดในหนัง
หัวข้อเนี่ยยากสุดเลยฉันว่าฉันก็ดูหนังเอเชียเยอะนะแต่ถ้าจำฉากประทับใจไม่ได้ก็ไม่ผ่านเงื่อนไขดิส่วนมากจะสนุกแบบรวมๆมากกว่า

1.Kairoมันเหลือเกินเรื่องเนี่ยไปดูตอนเทศกาลหนังญี่ปุ่นไอ่เรื่องญี่ปุ่นๆเนี่ยมันได้คะแนนลำเอียงอยู่แล้วหละแถมเรื่องเนี่ยเค้าว่ามันดังและน่ากลัวก็เลยไปดู

ฉากที่ประทับใจ ฉากที่ผีออกมาครั้งแรกมาเงียบๆไม่มีsoundใดประกอบทั้งนั้นคนกรี๊ดทั้งโรงหนังสนุกดีแต่เป็นหนังที่ดูเสร็จแล้วก็ไม่รู้สื่ออะไรแต่สยองสะใจดี(ผีผู้หญิงที่เต้นเบรคแดนซ์มาก็น่ากลัวนะ)

2.Death Noteเพราะไม่ได้อ่านการ์ตูนจบก่อนไปดูก็เลยชอบมากกว่าคนที่อ่านการ์ตูนแล้วฉันรู้สึกว่าทำลุคเหมือนดี รู้สึกว่าแอลเหมือนดี รู้สึกว่าไลท์เท่ดีแต่ใครๆว่าไลท์หน้าบานไม่หล่อแบบในการ์ตูน

ฉากประทับใจ ไลท์กะแอลเจอกันแล้วแอลกินpotato chip แบบเดียวกับไลท์รู้สึกว่าสื่อได้เย้อ ดูหนังเสร็จไม่รอยืมอี้ละค่ะด้วยความรักต่อไลท์กะแอลถอยมาเอง(ยังอ่านไม่จบเลยอยากได้เล่ม 13 ด้วย)

3.เด็กหอเพราะเป็นหนังของทีมแฟนฉัน เพื่อนสนิทก็เลยไปดูรู้สึกว่าทำดีนะแต่สองเรื่องนั้นไม่มีฉากไรประท้บใจพิเศษหนิก็ดีก็สนุกดีส่วนเรื่องเด็กหอนั้นมาแนวเย็นๆผีหลอกดี

ฉากประทับใจ ตอนที่เด็กๆดูหนังกลางแปลงกันแล้วน้องแนคเพิ่งรู้ว่าเพื่อนเป็นผี boo~~~

4.My Sassy girlคิดเรื่องที่สี่ไม่ออกจริงๆก็ไม่ออกตั้งแต่เรื่องที่สามแล้ว เรื่องนี้เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ดูก็ตลกแต่ไม่ค่อยชอบนิสัยและการแสดงออกของนางเอกไห้ดูอีกหลายๆรอบก็ไม่ดูแต่มีฉากประทับใจที่จำได้ชัดเจนก็คือตอบจบ ไม่ใช่ว่ามันจบซะทีแต่มันแบบไงอ่ะพรหมลิขิตอ่ะม้าง

สามแทคจบแล้นเย้

Saturday, March 10, 2007

หอแต๋วแตก

ห่างหายการไปดูหนังนานพอสมควรไม่น่าเชื่อว่าเรื่องที่ทำให้ไปดูเป็นเรื่องหอแต๋วแตก

ใจก็อยากจะดูเรื่อง"ยังไงก็รัก"เหมือนกันดูจากหนังตัวอย่างท่าทางมันจะตลกปุ๊กไปดูมาแล้วก็บอกว่ากิ๊กแสดงดีมากๆหนังก็ตลกแต่อยู่ดีๆก็อยากร้องไห้ซะงั้นส่วนเรื่องหอแต๋วแตกนั้นไม่เคยดูหนังตัวอย่างเลยเห็นแต่ภาพโฆษณาแต่ภัทรอยากดูส่วนฉันรู้สึกว่าอยากดูหนังและอยากหัวเราะ

เข้าโรงไปก็ต้องป๊ะกับอะไรที่ไม่คิดว่าจะเจอนั้นก็คือเด็ก!! เห็นตั้งแต่ปลายแถวกันเลย(จับสัญญาณได้ดีมากๆ)ประมาณอายุไม่เป็นคิดว่าไม่เกินห้าขวบ มันมาทำไรที่นี่!??! นั่งบนตักคุณแม่ที่นั่งติดกับที่นั่งของเรา ฉันผลักภัทรเข้าไปก่อนเลย ไอ่ภัทรก็ผลักฉันให้เข้าไปก่อนเลยบอกว่ารู้ว่านางงามรักเด็ก

แม่เจ้า...เคยเจออยู่หรอกเรื่องที่ไม่ควรจะมีเด็กเล็กเข้ามาแต่ไม่เคยเจอระยะประชิดเยี่ยงนี้

หนังตัวอย่างเริ่มฉายแล้วค่ะและสิ่งที่เราหวาดกลัวก็ "นี่เรื่องอะไร" แว้ก...มันเริ่มขึ้นแล้ว ฉันกะภัทรสบตากันโดยไม่ต้องส่งสัญญาณอะไรกัน เริ่มแล้วมะหละเว้ย

พอเจอตัวอย่างการ์ตูนหนูตกชักโครก เด็กก็อยากดูค่ะ ก็ส่งเสียงไปเรื่อยค่ะ พูดเสียงดังขึ้นด้วยค่ะเพราะคุณแม่ไม่ตอบซักทียังดีคุณแม่ปรามน่าชื่นชมคุณแม่อยู่ไม่งั้นละคงจะมีรณรงค์ปิดมือถือก่อนชมภาพยนต์และปิดปากลูกของท่านด้วย

หนังเริ่มแล้วค่ะ ฉากแรกมาก็ ผ่าง! ปานวาดตายตาเหลือก คุณแม่~~~คิดไงพาลูกมาด้วยเนี่ยยยย

เดชะบุญของเด็กที่หลับ(ไปตอนไหนไม่รู้)ไม่งั้นจะได้ดูหนังผีที่ตัวเด่นเป็นกระเทยและคำหยาบตรึม

ผู้ปกครองควรคิดนิดนึงก่อนจะพาบุตรหลานท่านไปดูหนัง...ถ้าหนังเด็กแล้วมีเด็กเจี๊ยวจ๊าวเราพอเข้าใจแต่หนังหลายๆเรื่องเราไม่เข้าใจท่านคิดอะไรอยู่....อยากให้ลูกเป็นทหาร ? อยากให้ลูกเป็นหมอผี?

Tuesday, March 06, 2007

Europe

จากที่เป็นอา(Reginal)ตอนนี้กำลังจะเป็นป้าแล้ว(Europa)

สัปดาห์นี้อบรมเครื่องใหม่ Boeing 747, Airbus340 ทั้งเรื่อง Emergency และการบริการ

เรียนคราวนี้รวดเร็วเรื่องบริการก็วันละเครื่องไม่มาอธิบายอะไรกันนานเพราะว่าไปก็เหมือนการทำงานตอนอยู่ชั้นประหยัดเลยจำนวนคนในส่วนของชั้นประหยัดในเส้นทางยุโรปยังน้อยกว่าเส้นทางเอเชียซะอีกนะอีกสองวันก็ก็เรียน emergency วันละเครื่อง วันสุดท้ายไปดูเครื่องบินจริง

นอกจากเรื่องเรียนยังมีเรื่องทำวีซ่าไปอเมริกาฉันเห็นเพื่อนๆตื่นตัวทำกันใหญ่แต่ฉันไม่อยากจะทำเหตุผลก็แค่ไม่เห็นบริษัทบอกหนิ

เรื่องแบบเนี้ยเป็นเรื่องที่ต้องรู้เอาเองงั้นหรอคิดว่าตามระบบต้องมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ใช่รู้เอาเองเปรียบเทียบกับเรื่องขอรูปถ่ายเผื่อจะไปทำบัตรผ่านเข้าสนามบินยังบอกได้ แล้วทำไมเรื่องที่สำคัญต่อการทำงานไม่บอกด้วยก็บอกมาในตารางเรียนก็ได้หรือฉันไม่มีความรับผิดชอบที่ไม่รู้ว่าของแบบนี้ไม่ต้องบอกก็ต้องทำเอง ??

ทำวีซ่าก็ไม่ใช่เรื่องที่สะดวกเสมอไปนะถึงบริษัทจะออกในรับรองในการขอ(ก็ทำให้ได้แน่ๆ)แต่ว่าต้องทิ้งพาสปอร์ตไว้ที่เค้าแล้วเราไม่ได้ทำงานออฟฟิศนี่หว่า พาสปอร์ตเป็นเอกสารที่ต้องติดตัวเสมอเวลาทำงานถ้าดันขอสัมภาษณ์ไปแล้ว(เฉือก)ได้วันที่ 15 หยุดวันนั้นวันเดียวต้องทิ้งพาสปอร์ตไว้สามวันแล้ววันที่ 16-18มีพี่เค้าจะเอาไฟล์ทเกาหลีมาให้ ฉันมิต้องอดแลกเรอะ ไม่เอาน้า~~ ยืนหลังจากไปเกาหลีแล้วดีกว่าแต่หลังจากนั้นก็มีแผนจะแลกไปญี่ปุ่นนี่หว่า...หลังจากนั้นค่อยยื่นก็ต้องไปค้างสิงค์โปร์อีก จากนั้นเข้าตารางบินซัมเมอร์หวังว่าคงไม่โป้งมาเป็นอเมริกาไฟล์ทแรกหรอกนะ ถ้าไม่มีวีซ่าแล้วมีไฟล์ทไปบินไม่ได้ เป็นความผิด(ของเราหรอวะเนี่ย)

จะไม่ทำแล้วแต่เพื่อนเอาฟอร์มขอซื้อ PIN มาให้แถมพาไปส่งไปรษณีย์อีกแค่นั้นหนะไม่ใช่แรงผลักดันที่แท้จริงหรอกเค้าดันบอกว่าไฟล์ทไปนิวยอร์คจะเปลี่ยนไม่บินตรงหรือไม่ก็ปิดไปเลยแล้วถ้าเดือนหน้ามาดันได้นิวยอร์คแล้วไม่มีวีซ่าก็อดไปกินฟรี(บังคับปึ้ดเลี้ยงข้าวน้า)อ่ะเด้เลยต้องเสียเงิน 4560 !!!!!!!!!! ไอ่บร้า ค่าบ้าไรไม่รู้สามพันแปด ค่าขอข้อมูลทางโทรศัทพ์ 760(ถ้าขอทางเนต 456 บาท)ดีนะเบิกได้

พรุ่งนี้เรียน Emergency 340 เค้าว่าเรียนไม่นานเพราะไม่ต่างจาก 330 เท่าไหร่แต่ว่าดันต้องมีซ้อมลงน้ำ(ปีนแพเวลาเครื่องตกน้ำ)ขอบอกว่าลงน้ำแล้วจะปีนแพไม่ง่ายเลยคร้า...ขนาดน้ำนิ่งในสระแม่งยังปีนไม่ขึ้น

Saturday, March 03, 2007

one last cry

หลังจากร่าเริงในเกาหลีกลับมาก็ทำงานชุดใหญ่ไร้วันหยุดแต่ฉันลาป่วยไปวันนึง คออักเสบ(กรี๊ดกระหน่ำไปหน่อยหละม้าง) เหตุผลจริงๆคือจัดตารางบินมาโหดเกินไปทำมะไหวเลิกงานห้าทุ่มกว่าจะกลับถึงบ้านคงเที่ยงคืนครึ่งกว่าจะนอนหกโมงเช้าต้องตื่นไปเช็คอินทำงานถึงสามทุ่มกว่า..มีหวังได้ไม่สบายหนักแจก็ไม่มาดูแล(ฮิ้ววว)

หลังจากนี้ก็ไม่ต้องทำงานไปแปดวัน โย่ว!แต่ไปเรียนห้าวันเตรียมตัวไปยุโรปแล้นจ้า

เวบตัวเองไม่ได้อัพแต่ไปหาคลิปกะดูเวบชาวบ้าน..คลิปก็เรียกว่ามีให้ดูกันบัดเดี๋ยวนี้เลยแค่คืนที่ดูคอนเสิร์ตเสร็จกลับไปเกสต์เฮ้าส์ก็มีให้ดูแล้วเทคโนโลยีเนี่ยสุดยอดจริงๆอินเตอร์เนตเนี่ยทำให้โลกแคบลงสุดๆ

แฟนคลับไทยเนี่ยก็เก่งมากๆว่องไวในการนำเสนอข่าวมากๆหารูปจากเวบต่างๆมาลง"อิน"เหมือนกับไปดูมากับตาเลยทีเดียว

อยากจะโม้อยากจะโม้แต่พรุ่งนี้ต้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่เปิดคลาสมาฉันก็โดดไปสามครั้ง(จบบทแรกพอดี)แถมก็ยังไม่ได้อ่านบทที่สองซะด้วยต้องอ่านซะหน่อย

วันนี้เอาเพลงไปฟังก่อนนะ เพลง one last cry มิกกี้เค้ารอตอนโชว์เดี่ยวจ่ะ..

One Last Cry

My shattered dreams and broken heart
Are mending on the shelf
I saw you holding hands
Standing close to someone else
Now I sit all alone
Wishing all my feelings was gone
I gave my best to you
Nothing for me to do
But have one last cry

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind this time
Stop living a lie
I guess I'm down to my last cry

Cry.....

I was here
You were there
Guess we never could agree
While the sun shines on you
I need some love to rain on me
Still I sit all alone
Wishing all my feelings was gone
Gotta get over you
Nothing for me to do
But have one last cry

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind
For the very last time
Stop living a lie

[Bridge:]
I know I gotta be strong
Cause round me life goes on and on
And on ....
And on ....

[Chorus:]
One last cry
Before I leave it all behind
I gotta put you out of my mind
For the very last time
Been living a lie

I guess I'm down,
I guess I'm down,
I guess I'm down...
I guess I'm down...
To my last cry...

ป.ล. ร้องไห้ให้กับเวบ Heroshock เพราะปิดตัวไปแล้วเศร้าใจมากๆเพราะเป็นที่ทำให้รู้สึกใกล้ชิดเจเจส่งของขวัญไปให้ก็ถึงทำให้รู้จักเพื่อนใหม่ทำให้ได้ไปดูคอนเสิร์ตเพราะมีแฟนคลับเดนตายทำผิดวัตถุประสงค์เวบเมเนเจอร์ไม่อยากให้เสื่อมเสียถึงเจเจปิดซะเลย...ไกลเท่าเดิมเลยม้า