Thursday, March 31, 2005

หนังสือ

ออกไปงานหนังสือด้วยไม่ได้มีอะไรอยากจะอ่านหรอกแต่ออกไปแล้วน่าจะได้ ก่อนออกเดินทางเติมพลังอาหารกลางวันหน้าปากซอย(ที่บ้านมะมีไรกิน เค้าออกจากบ้านกันหมดแล้ว ><)

ร้านบุญช่วยโภชนาขายอยู่ตรงเนี้ยมานานอ่ะเห็นเป็นสิบปีได้ยังเนี่ยไม่เคยกินซักกะครั้งเดียวเพิ่งจะกินวันนี้แหละ อยากกินคะน้าหมูกรอบกะต้มยำเห็ด สั่งไปต้มยำไม่ได้ค่อยแซ่บนะ ราคาอาหารแค่ 56 บาทเอง



เดินทางไปศูนย์ประชุมฯด้วยรถไฟใต้ดินแสนสะดวกสบายถึงที่(แต่ฉันต้องนั่งแท็กซี่ไปที่บางซื่อก่อน)คนเยอะมากถึงจะเป็นวันธรรมดาแต่ว่ามันปิดเทอมนี่นา เดินหาอะไรไม่เจออ่ะถึงจะดูแผนผังแล้วก็เหอะ ไปร้านของ A day ก็งั้นๆนะ เดินมั่วๆชักเบื่อกำลังจะเลิกแล้วเชียวเจอร้านของ Bliss สำนักพิมพ์พวก Jbook หนะ คิดอยู่นานจะเอาดีมะเอาดีเอาไรดีโทรคุยกับน้องก็แล้ว ว่าจะไม่เอาแล้วแต่มาแล้วก็เอาหน่อยดีกว่าไปๆมาๆเอามาซะตรึม

มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์หกเล่ม 750 บาท
คินดะอิจิยอดนักสืบ รุ่นคุณปู่นะจะบอกให้
ชิโกะกุ เค้าว่าดังไม่แพ้ริง
พาย พาเทล 155 บาทเห็นภาคภาษาอังกฤษมานานเหมือนมันจะดัง ก็อยากจะรู้
การ์ตูนสี่เล่ม ลดเล่มละห้าซึ่งแถวโรงเรียนญี่ปุ่นก็ลดเท่านี้แหละจะซื้อไปทำม้ายแต่มาแล้วหนะ
โลกในมือนักอ่าน(น้องสั่ง) อ่านไหวเร้อท่าทางเครียด
open house 6 (น้องสั่ง) 145 บาท
รักเร้นในโลกคู่ขนาน (น้องก็สั่งอีก)จาก 185 เหลือ 100 !!



ก่อนกลับบ้านซื้อยาแก้อักเสบ อุตส่าห์ไป boots เภสัช(?)ตั้งสองคนที่ counter ยา ดูท่าทางไม่มั่นใจชอบกลว่าจะให้ยาอะไรดี แต่อธิบายอาการพวกปวดหัวปวดท้องมันก็ไม่เคยเข้าใจตรงกันหรอก ฉันก็แค่เริ่มเจ็บคอไม่อยากให้มากกว่านี้นี่ก็คอร้อนตาร้อนแบบมันอักเสบนั่นแหละ จะกินอะม็อคซิลตามเคยรึไม่เห็นได้ผล โทรไปถามต่ายก็ได้ เพื่อนสั่ง Rulid150 ให้ห้าวัน คิดเงินมา 240 แหนะ !!

ซื้อหนังสือมาเยอะยังงี้จะใช้เวลาอ่านนานแค่ไหนนะ เพราะของเก่าก็เพียบ ของใหม่ก็บาน ที่อ่านค้างก็ยังไม่จบ อ่านช้าจะตายเรา เอาเหอะว่าจะผันจากติดเกมมาติดหนังสือนะ(โครงการที่ดำริไว้ตั้งกะสองปีที่แล้วแล้วม้าง)

พรุ่งนี้ล่องใต้แล้วครับเอาหนังสือไปอ่านด้วย ชุดว่ายน้ำไม่เอาในกระเป๋ามียาแก้อักเสบกะยาพาราแทน = =

ป.ล ยังตัดสินใจไม่ได้เรื่องไปงานแต่งงาน

guestbook

guestbook ดูเหงามากไม่เห็นจะมีคนเขียนไม่แน่ใจว่ามีปัญหาในการเรียกหน้าต่างมันขึ้นหรือเปล่าและ guestbook ที่ใช้เค้ามีการย้ายระบบด้วยจะทำแล้วอีเมล confirm ก็ได้แล้วบอกไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ว่าก่อนจะกดตกลงมันดันให้กรอกข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายเงินต้องให้บัตรเครดิตไปด้วย ใครจะกล้า ก็เลยหา guestbook ใหม่

ลองสองสามอันหน้าตาไม่สวยเท่าของเดิมที่ใช้ก็เลยเอาของ blogger ก็ได้ฟระแยก comment เป็นวันๆก็ได้ พอใส่ comment ลงไปก็มีให้เลือกว่าจะให้ใครเขียนข้อความได้บ้าง ก็เลือกแบบ"ใครก็ได้"แล้วแต่ดันลงชื่อเป็น Annonymous กำแล้วจะรู้มั้ยหละใครเนี่ย แถม post ไปแล้ว counter ไม่วิ่งยังเป็น 0 เหมือนเดิม อะไรกันนี่ ???? ลองดูไปซักพักก่อนละกัน

ตารางบินออกมาแล้ว มึนตึ้บ จะหาแลกไปงานแต่งงานอี้ ตารางบินรวมที่เป็นกระดาษก็ไม่ออกจะเทียบก็ไม่ได้ไปกดจากคอมก็ลำบาก ลองกดไฟล์ทแบบเดียวกันเวลาแลกจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายเรื่องเงิน มีแค่สองคนเท่านั้นที่จะแลกได้แต่แห้วไปแล้วคนนึงเพราะน้องเค้าก็หาแลกอยู่และแลกกับคนอื่นไปแล้วเหลืออีกคนเดียวเค้าให้แล้วแต่ว่าถ้าแลกแล้วฉันจะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่า ทำงานหกวันติดกัน หยุดหนึ่งวัน สแตนบายสามวันติดกัน = ="""""

เปิดเดือนมาฉันก็ได้ไปเที่ยวอันดามันดั่งใจนึก(ซะที่ไหนเล่า...เปลือกโลกดันอยากจะแด๊นซ์ตลอด)คืนวันที่หนึ่งค้างสุราษฎร์ คืนวันที่สองค้างกระบี่กลับถึงกรุงเทพทุ่มครึ่งวันที่สาม ถ้าแลกไฟล์ทก็บินต่อเย็นวันที่สี่ไปค้างสิงค์โปร กลับเช้าวันที่ห้าบินไปเชียงใหม่ไปงานแต่งงาน เช้าหกบินกลับมาทำงานตอนเย็นวันที่หก วันที่เจ็ดหยุด วันที่ 8 9 10 สแตนบาย

จะไหวมั้ยอ่า แล้วไหนจะลุ้นเรื่องตั๋วอีก ขืนไม่ได้กลับเช้าวันที่หก ซวยแล้ว ป่วยการเมืองเรอะ ก็ป่วยจริง(กะอู้)ไปห้าวันแล้วนะปีเนี่ย กลุ้มๆๆๆ มีเวลาตัดสินใจถึงเช้าวันที่ 1 เพื่อนเราก็คงได้แต่งรอบเดียวแม้เจ้าตัวจะทำซ่าแต่เพื่อนคิดว่า"ฝันไปเหอะเอ็งง" เพราะแฟนดุ หุหุ

วันนี้ต้องไปหายาแก้คออักเสบมากินซะก่อนเพราะว่าเจ็บคออีกแล้วเด๋วได้ป่วยที่คิดจะไปว่ายน้ำตามโรงแรมได้ใช้ชุดว่ายน้ำใหม่ซะหน่อยคิดว่าอย่าดีฝ่าแค่ตอนนี้ตาก็ร้อนๆแล้ว

ป.ล1 AP(Asiasoft Passport)ใช้ได้ 24 ชั่วโมงแล้ว นึกถึงตอนไปยื่นเอกสารที่ไปรษณีย์ พนักงานมองหน้าแล้วมองหน้าอีกคิดว่าบางทีเราอาจจะมาทำให้น้องเพราะอายุฉันมันจะ 30 แล้นเด็กคงจะเอาผู้ใหญ่มาอ้าง หารู้ไม่ว่าป้าเล่นเองฮ่าๆ

ป.ล2 ไปเฉินตูแบบสบายเจอเครื่องใหญ่ (Airbus300)ผู้โดยสารประมาณร้อยคนทั้งไปและกลับ ปกติใช้เครื่อง 737 ถึงจำนวนผู้โดยสารจะเท่านี้แต่ถ้าเปลี่ยนเครื่อง อารมณ์ก็เปลี่ยน(เครื่องเล็ก...เยิน..)

ป.ล3 โชว์เสี่ยวอีกแระ คนอื่นจะเขียน GB ก็เลือกว่า Other มันก็จะให้ใส่ชื่อกะเวบของตัวเองได้ แต่ว่า counter GB เอื่อยมากกว่าจะอัพ

Tuesday, March 29, 2005

อู้

หยุดสองวันติดกันเพราะอู้ไปวันนึง เมื่อวานเล่นเกมทั้งวันตั้งแต่บ่ายถึงค่ำเอี่ยนเกมไปเลยคิดว่าวันนี้ต้องออกจากบ้านให้ได้

วันจันทร์ ragnarok เปิด server ใหม่ชื่อ Mani กลุ่มที่เล่นด้วยกันชวนไปเล่นที่ใหม่ เริ่มใหม่สุดๆใหม่ทุกคนมีแต่เด็กๆ(novice)เต็มไปหมดเดินเป็นขบวนเลย ราคาข้าวของก็ถูกแสนถูกเพราะทุกคนเริ่มจากเงิน 0 เซนีเหมือนกัน เล่นๆไปมีอาชีพขั้นหนึ่งแหละเริ่มมีเงินกันแหละเริ่มด่ากันแล้วและบอทก็มา ธ่อโลกใสซื่อของเด็ก ภายในวันนั้นมีคนตั้งกิลด์ได้ด้วย เอาหินตั้งกิลด์มาจากไหนเนี่ยยยสุดยอดจริงๆ เล่นถึงสี่ทุ่มไม่ไหวละจะอ้วก อาบน้ำเข้านอน ล้าสุดๆ

วันนี้ตั้งใจจะออกจากบ้านให้ได้ อยากไปนั่งแช่ที่ร้านกาแฟ จะออกไปทำ AsiasoftPassport ให้เล่นเกมได้ 24 ชั่วโมง จะออกไปซื้อชั่วโมงเกม คิดๆแล้วไปกินอาหารจีนที่เอราวัณดีมั้ยเห็นว่า csytal jade มาเปิด(ร้านที่ชอบกินเวลาไปสิงค์โปร์)เงินชักหน้าไม่ถึงหลังแต่ประชดชีวิตซะงั้น

กว่าจะออกบ้านภัทรกลับมาดันมาถ่วงความคิดฟุ่มเฟือยอีกออกไปสองคน ข้าวหรูๆกลายเป็นร้านอิ่มอร่อยตรงคิวรถตู้ข้าง the mall ...the mall อีกแล้ว โคตรเบื่อเลย เหตุผลของน้องคือไปทำไมไกลไหนบอกจะประหยัดไง...เอาวะจ่ายเงินเท่ากันแต่อยู่แถวบ้านจะได้อะไรมากกว่า อยากไป starsbuck ต้องอยู่au bon pain ก็นั่งเตะถ่วงเขียนไดอารี่(ภาคกระดาษ)จนเย็นอ่ะซื้อของซุปเปอร์กลับบ้าน

มีซันซิลแตงโมด้วย..ซื้อซะของใหม่รับหน้าร้อน จะเสียเงินซื้อ body shop ลดราคาอีกภัทรก็ทักว่าที่มีอยู่เป็นแผงหละ เออ ก็ดี..แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เจ้าภัทรหวังฮุบมือถือฉันโดยที่บอกให้ฉันเก็บเงินไว้จะได้ถอยมือถือใหม่หนะสิ ธ่อ..

เห็นนิตยสาร oom living ก็รู้หรอกว่าเค้าออกมาแต่ไม่ได้สนใจมันทำนองมาธาร์สจ๊วตชอบกล แล้วก็ไม่ใช่นักแสดงคนโปรดแต่ซื้อเล่มสองของเค้ามาเหตุผลเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับญี่ปุ่นมีสัมภาษณ์ yoshitomo nara ด้วย ฉันชอบตัวการ์ตูนกวนๆของคนนี้

อยากไปสัปดาห์หนังสือแต่รอมีเงินในมือก่อนไปแล้วจะได้มีเงินซื้อ อยากอ่านหนังสือของกาละแมดูผู้หญิงถึงผู้หญิงบ่อยๆเลยนึกอยากจะอ่านขึ้นมาแต่หนังสือเก่าๆที่มี(น้องซื้อ)ยังไม่ได้อ่านเลย นี่หนังสือ อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลกคือเล่มที่อ่านปัจจุบันยังอ่านไม่จบเค้าเอาหนังเข้ามาฉายแล้วเนี่ย ไปดูหนังก่อนดีกว่า

พรุ่งนี้ต้องไปทำงานซะที ไฟล์ทสุดท้ายของเดือนแล้ว พรุ่งนี้จะได้เห็นตารางบินของเดือนหน้าด้วยจะได้วางแผนไปงานแต่งงานอี้

ป.ล1 ชาผลไม้ของโอบองแปง ยังก๊ะชามะเกี๋ยงบ้านเฮา 65 แหนะ
ป.ล2 ซื้อพวงมาลัยมาถวายพระเลือกแบบอุบะกุหลาบตลอดเพราะกลัวหนอนในดาวเรืองวันนี้ดันเจอหนอนในดอกมะลิ = =

Monday, March 21, 2005

NGO again

วันนี้สัปดาห์ที่แล้วก็ไปนาโกย่าและยังไม่เข้านอนเหมือนกันเลยคืนนี้ตายแน่...คิดไปช่างไฮโซ ไปญี่ปุ่นสัปดาห์ละครั้ง หุหุ แต่คราวนี้เบี้ยเลี้ยงเป็นของเรา หุหุ แต่ว่าห้ามใช้นะ!!!! ชักหน้าไม่ถึงหลังสุดๆแล้ว

จะใช้เงินไปกับการกินเท่านั้นแต่เพื่อนจะพาไปผับ(มันไปคนเดียวไม่กล้าเข้า)จะใช้เงินมากป่าวอ่า เช็คอุณหภูมิก็หนาวกว่าสัปดาห์ที่แล้วอีกจะเอาเสื้อไหมพรมไฮโซไปซะหน่อยเดี๋ยวหนาวตายเอาน้องแหนมแหละไปอุ่นแน่ๆ

อยากถ่ายสติกเกอร์(400 เยน)คราวที่แล้วผึ้งก็ไม่ถ่ายก็เลยไม่ถ่ายประหยัดๆครั้งนี้ต้นก็หน้าตายอีกมันคงยอมถ่ายด้วยหรอก

เข้านอนแหละพรุ่งนี้จะได้ไปสดใสที่ญี่ปุ่น

ป.ล1 โปรเจคความงามอันเป็นนิรันดร์เริ่มแล้ว ก่อนสระผมหมักน้ำมันมะกอกด้วยแหละทำมาสองครั้งแหละช่วยได้จริงดิ ฉันว่าผมฉันมันก็หยาบอย่างเดิมปลายผมยังกะไม้กวาดของงี้ต้องใช้เวลา

ป.ล2 คุยกะน้องบอล(รู้จักจากเกมแต่เค้าย้ายไปเล่นคนละ srv แล้ว)เรื่องความรู้สึกต่อคนที่เล่นเกมด้วยกันเค้าถามว่าเล่นด้วยกันมาเจ็ดเดือนแล้วทะเลาะกันเสียใจมั้ย ...เสียใจอ่ะดิก็เป็นอยู่ตอนนี้อ่ะเราก็คิดว่ากันว่าเราบ้าหรือป่าววะ

Sunday, March 20, 2005

อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย

นัดน้องไว้ที่เดอะมอลล์หลังเลิกเรียนวันนี้ต้องดูหนังให้ได้อะไรซักเรื่อง แล้วก็ดูเรื่องอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้ายตอนเที่ยงครึ่ง อะไรมันจะซวยซ้ำซ้อนขนาดนั้นยังดีมีความสามารถก็เอาตัวรอดมาได้

ตอนนี้มีโปรโมชั่นจ่ายด้วยบัตรวีซ่าลดที่นั่งละ 20(สองใบขึ้นไป)ถ้าเป็นจันทร์-พุธก็เหลือแค่ 80 เอง 5 5 5 จะดูหนังแต่ก็ต้องลากน้องไปด้วยนะ ยังงี้ดูคนเดียวจ่ายร้อยนึงก็ถูกกว่าดิ

อาหารที่คิดว่าจะกินให้อร่อยไปเลย(อยากกินส้มตำ)ก็กลายเป็นไดโดม่อนซะงั้นแล้วก็กินไอติมข้าวเหนียวมะม่วงด้วย รูดบัตรไปอีกทั้งที่ไม่อยากจะรูดเลยแต่รู้สึกว่าสิวขึ้นไปเรื่อยแล้ว

เคยซื้อ SK-II จากนาโกย่าเดือนที่แล้วใช้แล้วรู้สึกสิวขึ้นก็หยุดไปซื้อมาทั้ง essense,advance sign เลยนะ >_< ก็ใช้แต่โลชั้นของหมอสิวเท่านั้นสิวก็หายไปแต่ก็มาอีกแล้วอ่ะอะไรกันอายุ 30 อ่ะหรอแต่ของที่ไม่เปลี่ยนทั้งที่ควรจะเปลี่ยนก่อนเลยคือ oil ล้างหน้าก็ใช้มาตั้งนานไม่เห็นเป็นไรแต่มันอาจจะสะสมก็ได้ก็เลยซื้อตัวล้างเครื่องสำอางค์ใหม่ เพื่อนหาหมอสิวที่สมิติเวชเค้าบอกใช้ที่ล้างเครื่องสำอางค์พวกลังโคมอะไรก็ได้แต่เราไม่อยากใช้ก็มาลองซื้อของ H20+ คนขายแนะนำตัว booster อีกตัวบอกใช้กับยาหมอสิวได้ลูกค้าคนอื่นก็ใช้กันดีต่อผิว ทาก่อนยาหมอ สุดท้ายก็เสียเงินไปสามพัน = =" เพื่อความงามอันเป็นนิรันดร์

กลับบ้านมานั่งเคลียร์ขยะหัวเตียง เวรกรรมแล้วลืมจ่ายค่าประกัน(ตัดผ่านบัตร ready credit)เซ็งเสียประวัติแถมโดนปรับอีก อยากให้รอบจ่ายมันใกล้ๆกับบัตรวีซ่าหน่อย กลางเดือน ปลายเดือน ลืมหมด

หัวเตียงรกวุ้ยนิตยสาร หนังสือเรียน มองไปก็รกทุกที่แหละโต๊ะคอมก็รก เซ็ง

ป.ล1 ไปพักการใช้งานฟิตเนสชั่วคราวถึงสิ้นปีเลย ไม่ค่อยไปก็พักไว้ก่อนเสียค่ารักษาสภาพสามร้อยกว่าบาทดีกว่าจ่ายเต็มๆแต่ไม่ไป ปีนี้จะประหยัดดดดโว้ยยยยยย บ้าบอ คอนโดที่อยากได้จะขึ้นอีกสามพันบาท/ตารางเมตร สองเดือนขึ้นไปห้าพันแล้วดิ...จริงดิ

ป.ล2 โอวว Harper's Bazaar ภาษาไทย เพิ่งจะเห็นมันออกเดือนนี้เล่มแรก

Saturday, March 19, 2005

ร้อนสุด

อากาศร้อนจนปวดหัวหรือว่าเป็นอะไรกันแน่ปวดหัวอยู่ได้ จิตใจก็ซึมๆตามอากาศหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาหารการกินก็ขาดๆวันนี้กินข้าวมื้อเดียวเองที่เหลือกินแต่ขนม ><

พรุ่งนี้ออกไปเรียนภาษาญี่ปุ่นค่อยไปหาไรกินอร่อยๆ อยากกินไอติมข้าวเหนียวมะม่วงวันศุกร์หลังเรียนไอคิโดแวะไปหาไรกินที่เดอะมอลล์ กินข้าวแล้วก็ขนมตามสูตร มีไอติมออกใหม่ไม่ลองได้ไง อร่อยอ่ะ อยากกิน ..ร้อนวุ้ย

ป.ล1 วันที่เป็น SB2 ไม่โดนเรียก ระหว่างวันเพื่อนทั้งที่ทำงานทั้งเพื่อนมหา'ลัยโทรมาชวนออกไปข้างนอก ไม่กล้าออกไปกลัวที่ทำงานโทรมาไม่เจอฉันจะซวยได้

ป.ล2 แลกวันไปนาโกย่ากับเพื่อนสมัยเรียนมหา'ลัยวันที่ 22 นี้...เพื่อนบอกจะพาไปเที่ยวผับ ผับญี่ปุ่นจะเป็นยังไงนะ

ป.ล3 ไม่ต้องไปเบียดเสียดดู Pattaya International Music Festival ทาง MTV

** นาโกย่า **
แลกไปนาโกย่าวันที่ 15-16 กับผึ้งไม่ได้ทำอะไรแปลกใหม่เพื่อนก็ไม่อยากไปไหนเราก็ไม่อยากได้อะไรก็ไม่ได้เดินอะไรมากแต่ก็ไม่พักผ่อนเดินทางข้ามคืนไปถึงเช้าเข้าห้องแล้วเปลี่ยนชุดออกมาเดินเล่นเลย มีของที่ต่างคนได้รับออเดอร์ให้มาหาซื้ออยู่ก็เลยมีที่ไป

แฟลชให้เพื่อนลำบากเพราะรุ่นที่ขายในญี่ปุ่นกับที่ขายนอกประเทศไม่เหมือนกันพอบอกเพื่อนเค้าก็บอกว่าดูจากเวบญี่ปุ่นแล้วหนิก็นั่นดินะอาจจะสื่อสารไม่รู้เรื่องก็ได้แต่ว่าเพราะข้อกำหนดว่าจะเอาคู่มือภาษาอังกฤษเท่านั้นเราก็เลยไม่ได้พยายามมากอ่ะดิเพราะคิดว่าไม่มีอ่ะม้างคู่มือภาษาอังกฤษ :P

พลาสติกครอบคีย์บอร์ดน้อง ibook ของปึ้ดก็ซื้อมาอย่างถูก 360 บาทแต่ว่ามันไม่ใช่ของ original ตอนซื้อไม่ได้ตั้งใจดูเห็นว่าใช่และถูกก็จับมาเลยแต่เพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร

เพื่อนหาซื้อ dock ของ ipod mini ทำให้เราต้องไปจับๆจ้องๆดู ipod mini อยากได้อ่ะ >< ราคาแปดพันกว่าบาทเองรุ่นใหม่ปรับปรุงแบตเล่นได้นานขึ้นเป็น 18 ชั่วโมง เห็นผู้โดยสารเล่น PSP ก็อยากได้ซะอีก

อาหารการกินก็กินราเม็งร้านราเม็งนาโกย่าใต้สถานีรถไฟไม่อร่อยเท่าไหร่ชอบราเม็งหลังโรงแรมเก่ามากกว่าแต่รู้สึกว่ากินราเม็งแล้วจะรู้สึกเลี่ยนเอียนเพราะเป็นน้ำต้มกระดูกหมูแบบต้มนานจัดๆแบบที่เห็นในทีวีแชมเปี้ยนหรือเปล่าเพราะ ราเม็งฮาจิบังบ้านเราก็กินแล้วไม่เอียน(อาจจะน้อยด้วย)แถมราคาถูกชะมัด 40 บาทเองอ่ะ ราเม็งที่กินกับเพื่อนถ้วยแปดร้อยกว่าเยน ของว่างยามบ่ายเป็น KFC ไก่ทอดรสเผ็ดรูปหัวใจ(ภาพโฆษณาหนะ แต่ของจริงๆมันก็เหมือนๆนะ)รสชาติไม่ได้แตกต่างจากบ้านเราเล้ยยย แต่แพงกว่าหลายเท่านัก อาหารเย็นกินสลัดไก่ทอด ได้กินเครปแล้วครั้งนี้ ซื้อขนมร้าน 100 เยนด้วยมี Toppo รสใหม่รสสตรอเบอรี่ชีสเค้ก อร่อยซะไปอีกจะซื้ออีก

รูปถ่ายก็ไม่ได้ถ่ายมากมายเท่าที่ควร อากาศก็ยังเย็นอยู่ เห็นรถไฟชินกันเซนด้วยแต่ไม่ได้ถ่ายรูปเพราะอยากถ่ายหัวขบวนมากกว่าเอากล้องขึ้นมาไม่ทัน มันเข้าจอดเสร็จก็เห็นแต่ตรงกลางก็เหมือนๆรถไฟทั่วไป พอรถไฟออกท้ายมันก็เหมือนหัวมันแหละก็หยิบกล้องไม่ทันอีก - -

สนามบินที่ไปเป็นสนามบินใหม่ด้วย Chubu Centrair International Airport โล่งสุดๆเพิ่งเปิดเดือนที่แล้วสร้างในทะเล


JR Takashimaya (เป็นทั้งโรงแรมทั้งสถานีรถไฟและห้างสรรพสินค้า)


ภาพจากหน้าต่างห้อง


ชั้น 12 ของตึกJR เป็นร้านอาหาร(Lobby โรงแรมอยู่ชั้น 15)


ลงมาชั้น 11 จะเจอร้านหนังสือใหญ่มากมีร้านขายซีดีด้วย ทาทาก็มี !!


ดอกไม้สวยยังกะของปลอมประดับข้างบันไดเลื่อน


ราเม็งครก


น้ำพุหลังสถานีรถไฟ(เห็น big camera ป่าว)


KFC ไก่ไม่ต่างแต่เฟรนช์ฟรายดีกว่ามากเป็นแท่งใหญ่ๆมีบิสกิตด้วยบ้านเราเลิกไปนานแล้วนิ


Jet bridge โปร่งๆดูสบายกว่าสนามบินบ้านเรามั้ย

Thursday, March 17, 2005

หมดรมณ์

เขียนไดอารี่วันนี้เสร็จแล้วจะ post ดัน network error หายหมด หมดรมณ์ ถึงแม้จะกันพลาดด้วยกัน copy ไว้แล้วแต่มันก็ก๊อปไว้ตอนแรกๆขี้เกียจเรียบเรียงใหม่อีก

เอาแค่ว่าบริษัทจัดให้เรียนไอคิโดสองวัน

ตารางบินปลายเดือนออกแล้วมีนาโกย่า !!!!! แต่ว่าเดิมทีมันเป็นนาริตะนะ ช้ำใจทีวันกลับจากนาโกย่าเป็นวันแรกที่มีงาน EXPO แต่ว่างานมันนานคงมีโอกาสบ้างแหละ

นอน...เรื่องที่ไปนาโกย่าวันที่ 15 16 ที่ผ่านมาแป๊ะไว้พรุ่งนี้ เซ็งซะ

Monday, March 14, 2005

เช้าวันจันทร์

ตื่นมาทำงานบ้าน..ไม่อยากจะทำซะหน่อยแต่ภัทรเดินในห้องเหนียวไปหมด อารายหว่า เพิ่งถูไปตอนเย็นภัทรก็ไม่อยู่กลับมาก็ดึกมันเดินตอนไหนนักพื้นเป็นรอยเท้าเหนียวๆอ่ะ ว่าจะไม่ถูบ้าน(รับผิดชอบชั้นสอง)จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นต้องมาถูบ้านอีกละ

คืนนี้จะไปนาโกย่าเช็คอุณหภูมิเพื่อจัดกระเป๋า (เฉลี่ยที่ 3-13มีฝนตก)จะเอาเสื้อแหนมไปดีป่าวเนี่ยเดี๋ยวเหมือนไปเซี่ยงไฮ้เอาไปไม่ได้ใช้เกะกะกระเป๋าแต่เอาร่มไปด้วยเผื่อไว้ จะว่าไปของที่จะซื้อก็อยู่ในห้าง(เพื่อนฝากซื้อแฟลช กะ iskin กะของที่เจ้าของไฟล์ทฝากซื้อ..ต้องหาซื้อให้ครบเชียวเค้าอุตส่าห์ให้แลกมา)จะเดินข้างนอกก็เดินไปร้านร้อยเยนกะร้านอาหารถูกๆ ไม่เอาหมวกกะถุงมือไปดีกว่า..เอาออกเอาออก..

ยังมีเวลาอีกมากเดี๋ยวรีดผ้าอ่านหนังสือเรียน(เมื่อวานทำงานเลยโดดเรียน)อยากออกไปซิ่งวุ้ย..เบื่อ..เป็นไรนี่เฉาๆ

ป.ล1 ไม่ได้เล่นแร๊กเพราะเวลาหมดแต่มันดันให้คะแนนคูณสองวันนี้ถึงวันที่ 16 แค่บ่ายโมงเองห่วย!! ฉันไปญี่ปุ่นกลับมา16 บ่ายสามกว่าก็ไม่เติมเงินอ่ะเพราะไม่อยู่เล่น..เมื่อคืนไปตีกอล์ฟ(ปังย่า-เกมonline)กะแก๊งค์เดิม(ต่อ อี้ เชษฐ์)รู้สึกดีเพราะเหมือนตอนที่เริ่มเล่นแร๊กใหม่ๆ...เล่นกันสี่คน..ฉันห่วยสุดตามเคย

ป.ล2 น้าเดินทางกลับจากเชียงใหม่แล้ว ถึงเราจะไม่ได้มานั่งสังสรรค์กระหนุงกระหนิงแต่มีคนอยู่ในเห็นในสายตาบ้านมันไม่เหงาอ่า

ป.ล3 แม่กะน้องเป็นหวัด..อากาศมันเปลี่ยน..เป็นห่วง...แม่ไม่ชอบใส่เสื้อกันหนาวซะอีก..ดื้อทำเป็นไม่หนาว

ป.ล4 ถ้าเราคุยกันน้อยลง...ความรักของเราจะเป็นยังไง

Sunday, March 13, 2005

home alone

อยู่บ้านคนเดียว..ภัทรออกไปปาร์ตี้หมูกระทะกับเพื่อน

ออกไปตั้งแต่บ่ายสามป่านนี้ยังไม่กลับ..ขนาดนอนตอนบ่ายกว่าจะตื่นมาก็เกือบทุ่มฟ้ามืดบ้านก็มืดเดินเปิดไฟแล้วเดินไปเก็บผ้าอีกบ้าน(townhouse ติดกันสองหลัง)รู้สึกว่าอยู่คนเดียวมันเงียบวะ นั่งกินขนมดูทีวีแชมเปี้ยน เหงาหวะ...ละครช่องสามมาแล้วชอบดูนะสนุกดีแต่ว่าบ้านมันเงียบจังเลยวุ้ย นี่ถ้าซื้อบ้านอยู่คนเดียวจริงๆทำไงอ่า

Saturday, March 12, 2005

wedding

ปูกะสามีมารับที่บ้านไปงานแต่งงานเอมกะที(เพื่อนร่วมห้อง)งานจัดแบบคอกเทลนี่เป็นงานที่สองที่คยไปแต่ว่างานนี้คอกเทลในห้องแอร์มีเก้าอี้ให้นั่งริมๆห้องแล้วก็มีโต๊ะให้ยืนวางจานกินได้

เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูดีมากๆแต่เพื่อนเราอ่ะหน้าตาดีทั้งคู่ยิ่งเจ้าสาวอ่ะชอบดูเวลาเค้าไม่แต่งหน้ามากกว่าแต่ว่าวันนี้แต่งหน้าก็สวย ฉันเพิ่งรู้ว่าการแต่งหน้าเจ้าสาวเนี่ยแพงสุดๆไปเลย เอมใช้ช่างแต่งหน้าคนเดียวกะปู(พี่ต้ออะไรของเค้าเนี่ย) ตอนปูแต่งค่าแต่งหน้าแปดพันพอเอมแต่งหมื่นห้า !!!??! ลมจะใส่ ที่เห็นตัวเนียนๆผ่องเพราะเค้าลงรองทั้งตัวเลย หน้าไม่ต้องพูดถึงผดผื่นเจ้าสาวหายหมด

รูปถ่ายหน้างานก็ไม่ได้ถ่ายที่สตูเพื่อนเค้าถ่ายให้มีทังในอัลบั้มกับหนีบๆไว้ดีไม่ต้องไปแย่งกันดู แล้วรูปก็ธรรมชาติสดใสไม่ใช่มาจัดฉากทำหน้าตาดีแบบเกร็งๆจะจูบไม่จูบแหล่ เอาไปดูกันตอนหลังท่าจะฮา แต่บางคนที่เค้าถ่ายสตูออกมาธรรมาชาติก็มี

vdo ก็สร้างสรรค์ดีเป็นการ์ตูนเล่าเรื่องว่าเค้าเจอกันไงปิ๊งกันตอนไหนไม่ได้ทำแบบเอารูปถ่ายตอนทารกเติบโตมายังไงของแต่ละฝ่ายลอยๆมาอ่ะแต่ที่ชอบมากๆคือ music vdo เพลงประกอบเป็นเพลงของพี่เบิร์ด(จำชื่อมะได้)ก็แสดงกันเองมีฉากงอนง้อด้วยน่ารักดีงอนไปงอนมามีถีบกันเฉย

เค้กก็น่ารักดีเป็นน้ำตาลสีฟ้างานที่เคยไปก็เค้กในฝันสีขาวๆแหละ เค้กก็อร่อยกินเค้กแต่งงานจะได้แต่งงาน กินทุกงานก็ยังไม่มีแวว เดี๋ยวต้องไปกินเพิ่มที่งานอี้เดือนหน้า สาธุขอให้หยุดขออย่าเป็นไฟล์ทใหญ่









++เมื่อวาน++

แฟนชวนไปกินข้าวข้างนอก อารมณ์ไหนจะคิดว่าเค้ารู้สึกผิดที่ทำให้เราไม่พอใจรึ อืมม ตอนไปก็ไม่อยากจะไปอ่ะแต่ไปแล้วก็ดีความรู้สึกมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรกินที่ร้าน basilico พาสต้าคาโบนาราอร่อยดี(ตัวเปรียบเทียบในการไปกินอาหารอิตาเลี่ยนร้านต่างๆ)จากนั้นก็เดินไปเอ็มโพเรี่ยม แฟนไปซื้อซีดีเข้าบริษัทฉันได้ซีดี best of T square มาด้วย เย้ๆๆ ลืมเลือนความหลังไปนานเลยนะเนี่ยแต่หน้าแหกเรื่องกระเป๋าจากจีนด้วยเอาแมกกาซีนมาอวดเค้าแต่จริงๆเราดูราคาผิดกระเป๋ามันแค่ 590เองแต่ไงก็ซื้อมาถูกกว่าอยู่ดี คุยเรื่องบ้านๆแต่งงานๆแบบนิดหน่อยๆ ก็ได้บอกไปจนได้ไม่อยากแต่งงานตอนนี้เพราะคิดว่าเป็นภาระ ปากเสียมั้ยหละตูเนี่ย แต่เค้าก็คิดว่าถึงแต่งหรือไม่แต่งกะเราก็มีเราอยู่ดี...ก็พูดถูกเพราะเราก็ไม่มีใครหนิ ความสัมพันธ์มันก็ยังกะพี่น้องครอบครัวไปแล้วไม่ได้หวานแหววจิ๊จ๊ะซะหน่อย...อนาคตเราไม่รู้จริงๆเลย

Thursday, March 10, 2005

ติดบ้าน

ตื่นมาก็ไม่ไปฟิตเนสอีกแล้ว ทำงานบ้าน ดูทีวีเล่นเกม(ก็ไม่ได้เล่นอ่ะ ขายของในเกมไว้เฉยๆ)คุยโทรศัพท์กะปุ๊กว่าอยากไปขายของมั่งยิ่งเห็นของน่ารักๆถูกๆที่จีน(แต่คุณภาพต่ำนะแต่น้องบอก handmade ไง)

ภัทรโทรมาหา(สอบเอ็นท์วันสุดท้าย)จะชวนไปเดอะมอลล์แต่ว่าขี้เกียจออก ภัทรบอกประหลาดอยู่บ้าน ก็จะประหยัดไงเฝ้าบ้านด้วยไม่ใช้เงินซักบ้านแถมมื้อเย็นมีปูนิ่มกินด้วยเกิดมาเพิ่งเคยกินเพื่อนน้าให้มาน้าก็ชุบแป้งทอดให้กินกัน

พลัสส่งจดหมายมาให้จะเปิดตัวคอนโดใหม่ที่สุขุมวิท 63 วันที่ 26-27 มีนานี้จองห้องสตูดิโอก่อนเปิดตัวราคา 1.65 ล้านอ่ะแต่ไม่ชอบ จนแล้วเรื่องมากไม่อยากอยู่ห้องแบบสตู

ป.ล1 กระเป๋าหนีบปักเลื่อมที่ซื้อจากเซี่ยงไฮ้อ่ะเหมือนใน cleo เดือนมกราเลยขายที่สยาม 1490 บาทแหนะ 5 5 5 เราซื้อมาถูกกว่าน้านนน หนีบให้เพลินไปเร้ยยย

ป.ล2 มีซีดีจากไนกี้ส่งมาที่บ้านเพลงไม่เห็นจะน่าเต้นเลย เค้าโปรโมทร้าน nikewoman ที่กำลังจะมาเปิดแต่ว่าสินค้าไนกี้เนี่ยไม่เคยซื้อเลยนี่หว่าก็แพงจัด..เอารายชื่อมาจากฟิตเนสม้าง

Wednesday, March 09, 2005

Shanghai

ไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้สนุกมากตั้งแต่ทำงานมาเพิ่งเคยไปเป็นครั้งที่สองเองไฟลท์นี้เป็นไฟล์ทที่ทำงานสบายสุดๆเสริฟอาหารเช้าทั้งไปทั้งกลับ นี่ถ้าเค้าไม่เอามาแลกก็คงจะไม่ได้ไปหรอก ครั้งแรกไปฝนตกถึงไปตลาดเซี่ยงหยางที่เค้านิยมไปกันก็ไม่ได้เดินอะไรมากต้องไปเดินในตึกที่ขายพวกของก๊อปปี้ ครั้งนี้ไปอากาศดีไม่หนาวจัดน้องแหนมที่ขนไปรวมทั้งถุงมือและหมวกไม่ได้ใช้แค่เสื้อกันหนาวธรรมดาตัวนึงก็อยู่แล้วไม่รู้จะขนไปทำไมให้เปลืองเนื้อที่กระเป๋าเนี่ย(ก็กลัวหนาวนี่นา)

TG 662 ออกเดินทางตอนกลางคืนถึงเซี่ยงไฮ้ 6:25 ถึงจะได้งีบในไฟล์ทแต่ว่าตอนไปถึงต้องนั่งรถนานมากกว่าจะไปถึงโรงแรมสัปหงกสุดๆไปเลย ถึงห้องแค่ล้างหน้าแปรงฟันกระโดดขึ้นเตียงนอนก่อนแหละ นัดกันไปตลาดเซี่ยงหยางตอนบ่ายโมง(เวลาประเทศจีน)

สมาชิกมีสามคนเพื่อนร่วมรุ่นแล้วก็รุ่นน้องนั่งแท็กซี่จากเชอราตันไปยี่สิบหยวน(ค่าเงินลงทำให้หนึ่งหยวนไม่ถึงห้าบาทแต่ก็คิดง่ายๆคูณห้าไปละกัน)ไปถึงตลาดกินอาหารกลางวันก่อน ร้านประจำ(ใครๆก็กินร้านนี้)อยู่ตรงข้ามตลาดอยู่มุมสุดใกล้ๆกับ mister donut ที่นั่งอยู่ชั้นสอง อยากกินผักแต่ถ้าบอกเอาผักจะได้แต่คะน้า ฉันอยากกินบลอกโครี่เพื่อนอยากกินผักกาดแก้ว เดชะบุญโต๊ะข้างๆสั่งผักกาดแก้วเลยชี้ให้พนักงานดูก็ได้กินไป บลอกโครี่อด กินอาหารอย่างเพียบ ข้าวผัด ฮะเก๋า หมูแดงสองจาน เป็ดย่าง ผักสองจาน ก๋วยเตี๋ยวสิงค์โปร์ผัด(ผิดที่มั้ยเนี่ย)คนละสามสิบกว่าหยวนเอง(อาหารจานเล็กๆแต่ข้าวกะก๋วยเตี๋ยวจานใหญ่มาก)

ข้ามไปตลาดเจตนารมณ์ของฉันคือปลอกหมอนของเพื่อนกระเป๋าของน้องแฟน(เค้าจะไปขายของ)อยากได้ถุงมือกะหมวกกันหนาวใหม่ น้องที่นำทางไม่ได้อยากได้ไร เพื่อนก็อยากได้หมวกกะถุงมือ เดินวนๆรอบตลาดก็มีของเยอะนะแต่ว่าเสื้อผ้าผ้าพันคอเนี่ยไม่สนใจเลย ผ้าพันคอที่ซื้อตามรุ่นพี่ไปเมื่อสองปีกว่ายังไม่ได้ใช้ถึงทุกวันนี้ = = เพื่อนซื้อแหวนได้ถูกสุดๆเป็นของก๊อปทิฟฟานี่เชียวนะน่ารักมากๆแค่ 250 บาทเองอยากได้มั่งแต่คิดว่าคงไม่ใส่ถึงถูกก็ไม่ซื้อแหละ (อ่ะโหเทพแห่งการประหยัดประทับ)

กระเป๋าลูกปัดที่อยากจะซื้อกว่าจะซื้อต่อราคาไปสามร้านเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยยอมลดเลยน้า...ต่อกันเสี่ยงๆโดนด่าแต่ไม่สนใจเพราะฟังไม่ออกจนได้กระเป๋าสมใจ สนุกอ่ะต่อของเพื่อนต่อของเก่ง(หน้าตาน่ารักด้วยอ้อนๆก็ได้แล้น) พอเห็นของถูกๆอยากขายของเว้ย ไปขายตามตลาดนัดมั่งดิแต่ว่าถ้าชาตินึงได้บินไฟล์ทนี้ทีก็หมดอารมณ์ขาย จะขอแลกเนี่ยยากมากนะเพราะไฟล์ททำงานสบายจริงๆ

กลับโรงแรมไปเก็บของล้างมือออกไปเดินเล่นซุปเปอร์แถวโรงแรม(ในห้าง friendship shopping center)มีขนมจากญี่ปุ่นด้วยของนำเข้าจะแพงมากเลยไอติมแบบเชอเบตถ้วยแบนๆของญี่ปุ่นราคาเจ็ดสิบบาท ถ้าของจีนจะถูกเจอชายี่ห้อ kirin ที่ชอบกินที่ญี่ปุ่นราคาแค่ 2.8 หยวนเองอ่ะ ไม่ถึง 15 บาทเลยถ้าเป็นญี่ปุ่นถูกสุดที่ซื้อได้ก็คือ 100 เยน(ขนาด 500cc)ก็เลยซื้อมาทั้งชามะนาวกับชาดำเย็นเวลากินแล้วก็ไม่แน่ใจว่าเหมือนหรือเปล่าคิดว่าขวดมันคงหลอกจิตใจประมาณว่าถ้าเป็นของญี่ปุ่นก็อร่อยกว่าสิ

ซื้อของเสร็จไปร้านอาหารที่เพื่อนกะน้องบอกว่าอร่อย(ครั้งแรกที่ฉันมามั่วไปกะรุ่นพี่จะหาร้านอาหารจีนอร่อยแต่หาไม่เจอไปกิน hotpot ซะ)ร้านอร่อยชื่อ Dragon Court สั่งเมนูที่เพื่อนกะน้องประทับใจคือเปรี้ยวหวานหมู เป็ดปักกิ่ง และฉันได้กินบลอกโคลี่แล้วเพราะโต๊ะถัดไปสั่งหนะสิก็ชี้ให้พนักงานดู(ไปเมืองจีนมุขนี้ตลอด)อร่อยทุกอย่าง เป็ดอร่อยจริงๆกรอบและไม่มีมันติดเยอะแยะ เป็ดปักกิ่งที่ปักกิ่ง(ร้านแถวโรงแรม)ไม่อร่อยเลี่ยนมากมันติดมาหนามากไม่กรอบด้วย ขนาดสงสารๆเป็ดไม่ค่อยชอบกินเมนูเป็ดแต่กินไปหลายแผ่นเลย เปรี้ยวหวานก็อร่อยหมูเป็นเหมือนลูกชิ้นไม่ใช่เนื้อหมู เสียดายก็ hotsoup ผิดหวังรสชาติจืดไม่เผ็ดๆเปรี้ยวๆเหมือนที่เคยกินที่ปักกิ่ง ฉันกะน้องเคยกินแล้วอยากแนะนำให้เพื่อนกินมั่งแต่ว่าพลาด ><

เข้านอนตัวร้อนๆกินมากอ่ะผ้าห่มก็หนาจัดนอนเหงื่อออกซะงั้นตอนเช้าต้องตื่นตีห้าแต่งตัวไปทำงาน

กลับมาถึงกรุงเทพผึ้งมารับที่สนามบินวันนี้เค้าไปจ่ายเงินค่าทำสัญญาซื้อบ้านก็เลยนัดฉันกะมิ้นไปดูบ้านด้วย เพื่อนซื้อบ้านที่ลาดพร้าว 130 เป็น townhouse นี่แหละตัวบ้านลึกกว่าให้เฟอร์นิเจอร์แถมด้วยพาเดินดูบ้านตัวอย่าง ชั้นล่างไม่ได้เล่นระดับแบบ townhouse ของพลัสแต่ก็ดูสวยดี ชั้นสองเป็นห้องนอนทั้งชั้น ชั้นสามมีสองห้องนอน แต่ยังไงฉันก็ชอบบ้านของพลัสมากกว่า ชอบที่เล่นระดับแล้วก็เพดานชั้นหนึ่งกะชั้นสองมันจะทะลุโปร่งขึ้นไปด้วย หน้าต่างชั้นสองก็คือผนังด้านหน้าบ้านนั่นแหละสว่างดี ถ้าเป็นชั้นสองแบบบ้านเพื่อนเราว่ามันเสียเนื้อที่ไปเลยมันเป็นห้องนอนกะ walk-in closet อ่ะที่หมดแหละไม่มี family room แบบของพลัส แต่เพื่อนชอบ คนเรามันชอบอะไรต่างกันจริงๆเนอะ สินค้ามันถึงต้องหลากหลาย

เห็นเพื่อนทำสัญญาก็รู้สึกว่าพอโตขึ้นแล้วต้องทำอะไรเกี่ยวกับสัญญา เงินทอง กฎหมายรู้สึกเป็นผู้ใหญ่จริงๆแต่ว่าฉานไม่มีเงินจะซื้อบ้านอ่ะ ผึ้งกะมิ้นก็มีภาระผ่อนบ้านละ เพื่อนบอกว่าทำไมต้องเหมือนกันหละคนเรามันทุกข์สุขแตกต่างกัน เราก็ไม่ต้องผ่อนบ้านเดือนสองหมื่นแบบเพื่อนแต่เราก็ไม่มีบ้านไง แงแง เก็บเงิน เก็บเงิน ประหยัด ประหยัด T_T

นั่งมองบ้านที่เป็นสำนักงานขาย(บ้านหัวมุมหน้ากว้าง 6เมตร)รู้สึกใหญ่เหลือเกินซื้อบ้านยังงี้ไปอยู่คนเดียวไม่นับว่าเหงางานบ้านก็คงทำอ้วกแตก ซื้อคอนโดดีกว่า

ทำสัญญาจ่ายเงินแล้วเดินไปดูบ้านหลังที่ผึ้งซื้อ เพื่อนบ้านผึ้งเป็นดาราด้วยหละคนที่โฆษณาเบียร์สิงห์อ่ะอีกด้านยังไม่มีคนซื้อลุ้นเพื่อนบ้านอีกข้าง ดูบ้านเสร็จแยกย้ายกลับบ้านผึ้งมาส่งบ้านจากบ้านใหม่ผึ้งมาบ้านเราไกลแฮะใช้เวลาชั่วโมงนึง

อาบน้ำแต่งตัวไปหาหมอสิว..หน้าลายจากสิวไม่หายซะทีตอนนี้ทำ laser ไปสามทีแล้วก็ดูจางๆลงเวลาทำเสร็จใหม่ๆนะ อยากรู้ว่ามันจะเรียบกลับไปเหมือนไม่เคยมีสิวเลยได้มั้ย แต่ว่ามันทรมานนะร้อนๆเจ็บๆเหม็นไหม้อีก หมอจี้หนวดกะขนหว่างคิ้วออกไปให้ด้วย อยากสวยก็เสียเงินซะ

ดู CSI แล้วก็คิดว่าอยากสวยม้นต้องทรมานจริงๆนะเนี่ย เป็นตอนที่มีคดีที่มีคนไม่อยากแก่ตายสองคนไล่เลี่ยกัน ทั้งกินวิตามิน ใช้ครีมแพงๆ หาหมอ ใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสารหนูปนด้วย ดื่มฉี่ตัวเอง ฝังเข็มที่หน้า ทำเลเซอร์ที่ตัว สำคัญเลยที่ตายคือไปทำสปาแบบฟอกเลือกฉีดไฮโดนเจนเปอร์ออกไซด์ที่คลินิกบอกใช้ที่ความเข้มข้น 3% แต่หมอพลาดฉีด30%ไปคนไข้เม็ดเลือดแตกตายซะ เฮ้อ..จะสามสิบแย้วก็ไม่อยากแก่แต่คงไม่ทำถึงขึ้นนี้หรอกนะ แต่ไม่ไปออกกำลังกายมาสามเดือนแล้วหละ พักมันดีกว่าเสียเงินเปล่าๆ

ป.ล ทบทวนวิชา support กับน้องในเกมเค้ามีปัญหาเรื่องเนตตัดบ่อยๆแต่แก้แบบคุยผ่าน msn งงๆอ่ะ

Monday, March 07, 2005

หนีร้อน(กว่า)

กรุงเทพก็ไม่ร้อนหรอกสองสามวันนี้แต่คืนนี้จะไปเซี่ยงไฮ้มันหนาวกว่าเช็คอุณหภูมิวันพรุ่งนี้ 6-17 เตรียมถุงมือกับหมวกไปด้วยเข็ดตอนไปนาโกย่า เย็นหัวจนปวดหัวไปเลย เตรียมเสื้อกันหนาวน้องแหนมnorthface ไปด้วย เผื่อๆไว้ถ้ามีคนออกไปตลาดเซี่ยงหยางจะออกไปด้วย ผึ้งฝากซื้อปลอกหมอนที่ตลอดจะไปฝากพี่เค้าที่อังกฤษซึ่งฉันก็อยากจะตามเค้าไปอังกฤษด้วยกรกฎานี้(ถ้าเค้าให้อ่ะนะ :P)

กว่าจะออกเดินทางตีหนึ่งครึ่งมีเวลาทันที่จะดูฝันเฟื่องตอนอวสาน หาไรทำแล้วนอนกลางวันดีกว่าเดี๋ยวทำงานไม่ไหว(ง่วง)

ป.ล1 คำว่าเอี้ยวแปลว่าอะไรที่บ้านไม่มีพจนานุกรมอีกมีเพลงนึงร้องว่า"เอี้ยวตามอง" ใช้ได้ด้วยหรอ

ป.ล2 วันที่ 12 จะมีภัยธรรมาชาติอีกจริงเหรอมีคนเค้าพูดกัน

Sunday, March 06, 2005

ยามเช้า

ตอนเช้าอากาศเย็นสบายอีกแล้ว ตื่นเช้าออกไปเรียนทบทวนภาษาญี่ปุ่นเลเวลหก ตอนเดินเข้าซอยไปโรงเรียนลมพัดรู้สึกดีจริงๆ อยากให้อากาศเย็นสบายแบบนี้ทุกวัน มาเรียนตอนเช้าก็รู้สึกโล่งดีเคยเรียนตอนเย็นคนพลุกพล่านรถตู้รถสองแถวเพียบ

เข้าไปเรียนกลางคลาสเค้าเริ่มเรียนกันไปแล้วสี่ครึ้งแต่ว่าคนไปน้อยบ้างบางครั้งทำให้เรียนไปแค่บทเดียวคุณครูที่สอนเป็นคนไทยมุขตลกเยอะดีนักเรียนในห้องก็เยอะกว่าที่เราเคยเรียนก็ตั้งเก้าคนอ่ะแต่วันนี้มาไม่ครบ เข้าไปเรียนแบบนี้ก็แบ่บว่าไม่รู้จักใคร นึกถึงยูกิโกะซังมากกว่าชอบวิธีสอนแบบนั้นแต่ว่าวันนี้เค้าอาจทบทวนก็ได้เพราะสอนเร็ว ถ้าเรียนครั้งแรกจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย = =" แต่เรียนเลเวลละสองรอบก็ได้เพราะรอบทบทวนแค่ร้อยบาทเอง :D

เรียนเสร็จจะไปไหนรอด the mall บ้านเฮาวันนี้เซลวันสุดท้าย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรนะจ๊ะ ซื้อชาเขียวลดราคาจะเปิดฝาโออิชิเอาเงินล้านแต่ชอบpokka มากกว่า

กลับมานอนตอนเย็นก็อากาศมันดีอ่าตื่นมาเล่นเกมแป๊ปนึง ละครมาแย้ว ดูซาซ่าน่ารักละครก็ตลกดีเพลินๆ

ป.ล1 มี miss call จากบ้านเชียงใหม่4ครั้งโทรไปไม่มีคนรับโทรหาน้องปิดมือถือหมด ร้อนใจดิเป็นไรกันป่าวเห็นว่าลูกค้าตึกต่อว่า ต้องคุมคนงานทุกวันโดนปูนทุ่มหรือเปล่า โทรกลับมาที่บ้านน้าถ้ามีเรื่องสำคัญคงโทรมาที่นี่ก็ไม่มี เลยโทรหาป้าปุ๊เพื่อนแม่ ถูกทางเลยเค้าไปด้วยกันหมดแม่ปุ๊กป้า ไม่ได้มีเรืองอะไรแต่โทรมาจะบอกว่าปิดมือถือ = ="" วันนี้วันหยุดน้องก็เลยจะปิดมือถือหนีงาน

ป.ล2 อาหารกลางวันกินข้าวชุดปลาหมึกย่างซีอิ๋ว..เพราะดูทีวีแชมเปี้ยนวันก่อนเลยอยากกิน..กินแล้วเอี่ยนมันต้องกินหลายๆคนคนละชิ้นสองชิ้นถึงจะอร่อยกินคนเดียวหมด แหวะ ปลาหมึกย่างแบบแซ่บๆดีกว่านะกินทั้งตัวก็ไหว

ป.ล3 ไม่ชอบตัวเองที่อินและไปคาดหวังว่าคนอื่นจะทำยังงั้นยังงี้แล้วมาเสียใจเอง

Saturday, March 05, 2005

จนได้

อากาศไม่ร้อนมากเดินจัตตุจักรได้ทั่วๆแบบไม่ร้อนเหงื่อแตก จัตตุจักรกว้างใหญ่จริงๆอยากรู้ว่าแฟนพันธ์แท้จัตตุจักรจะรู้ทุกซอกทุกมุมเลยเนี่ยนะ ไปกี่ทีก็หลงๆตลอดอ่ะ

แล้วก็ได้เสียเงินกันตามที่คิดไว้มีร้านนึงขายเสื้อผ้า Abercrombie และยี่ห้ออื่นๆด้วยท่าทางจะของจริงแต่ไปเอามาจากไหนเป็นถุงๆเลยหละพี่ซื้อเสื้อไปสองตัวฉันก็ซื้อเสื้อยืดยี่ห้อนกอินทรีย์(ไม่ใช่ปูนนะ)ไปสองตัวตัวละ 280 เองอ่ะสีสรรรับร้อนดี ได้เสื้อผ้าฝ้ายผูกๆแบบชุดคนป่วยแต่มองให้มันเป็นแบบจีนๆจะเข้าท่ากว่าตัวละ 180เอง ต่อไปนี้จะไม่ซื้อเสื้อแพงๆแล้วหาตามตลาดดีกว่า MNG ลาก่อนไม่เซลไม่ซื้อ



เห็นร้านค้าต่างๆทั้งขนมทั้งเสื้อผ้าอยากขายของบ้างจังบางอย่างก็ของที่เราไม่คิดจะซื้อแต่ว่าเค้าขายก็มีลูกค้าพวกกำไรบ้าๆบอๆ ขายน้ำปั่นง่ายๆก็ขายดี(สตรอเบอรี่ปั่นกำลังฮิตเลยขายกันทั้งตลาด)

ที่เชียงใหม่ก็มีเจเจเหมือนกันแต่เป็นตลาดจริงใจน้องก็คิดเหมือนกันว่าอยากขายของกุ๊กกิ๊กมั่งแต่ว่าจะเอาเวลาไหนไปทำหละเห็นทำงานมาสองอาทิตย์แล้วยังไม่ได้หยุดเลย ดีแต่คิดตามเคย

อากาศดี

สองวันนี้อากาศดีนะยิ่งตั้งแต่กลางคืนถึงเช้านี้อากาศเย็นสบายดีป่านนี้ยังไม่มีแดดเลย(ปุ๊กบอกเชียงใหม่หนาวเลยหละ) เวลาอากาศเย็นๆอยากไปจัตตุจักรจังแต่ขาดลูกคู่ ภัทรออกไปอ่านหนังสือกับเพื่อน แฟนบอกว่าจะไปดูบ้านกับแม่แต่ก็ชวนเราไปด้วย ไปดูบ้านก็ดียั่วกิเลสดีแถมหาเรื่องให้คิดมากอีกต่างหาก

11:00 แฟนโทรมาชวนไปเจเจ ..ดี..แต่กลัวเสียเงินเว้ยเวลาไม่มีเงินเนี่ยอยากซื้อของตลอด

Friday, March 04, 2005

P.O

วันนี้ไม่ได้ไปดูบ้านโครงการที่เพื่อนซื้อเพราะสัญญาจากสำนักงานใหญ่ยังไม่มา..ประหลาดนัดแล้วแท้ๆคนเค้าจะไปจ่ายเงินแท้ๆไม่รีบจัดการก็เลยไปซิ่งที่สยาม

กินอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวท่าสยามไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวแต่กินส้มตำ ตำลาวที่นี่อร่อยน้า :P~~ กินข้าวเสร็จหาหนังดู เลือกดู Phantom of The Opera เพราะเวลามันได้ 14:15 ที่ลิโด้แต่ว่ายังมีเวลาเหลือก็เลยเดินเล่นๆดูร้านด้านบนเจอร้านกล้วยกล้วยก็กินกล้วยกันอีก เมนูเค้าทำจากกล้วยชื่อแปลกๆ เช่นกำแพงกล้วย(วาฟเฟิลกล้วย) กล้วยพองโต(กล้วยชุบแป้งทอด) กล้วยห่อ(เกี๊ยวห่อกล้วย)เป็นต้น ฉันกับผึ้งกินกล้วยพองโตกะกล้วยห่อ กินเสร็จได้เวลาดูหนังพอดี

ตอนเปิดผ้าคลุมโคมระย้าเพลงขึ้นน้ำตาจะไหลแหมรู้สึกขลังๆชอบกล หนังสวยเพลงเพราะสมควรที่ปุ๊กกะปึ้ดบอกห้ามพลาดยิ่งปุ๊กอยากดูสองรอบอีกด้วยเพราะมันเป็นความทรงจำในวัยเด็กของเรา ฉันกะน้องเคยไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษที่คลับอันเดียนา(ปัจจุบันเป็นเอวาซอนหัวหิน)สุดสัปดาห์มีการแสดงสัปดาห์นึงเค้าจัดแสดง hilight ผลงานของ Andrew Lloy Webber ผลงานจากเรื่อง Phantom ถูกใจฉันกะน้องมากๆ ซื้อเทปมาฟัง(ทำไมไม่ซื้อซีดี)ซื้อนิยายมาอ่านแต่แปลไม่ค่อยจะออกเพิ่งมาเข้าใจเนื้อหาวันนี้แหละแต่ว่าลำดับเพลงหนะจำได้ขึ้นใจก็ว่าได้เลยนะ หาซื้อซีดีดีก่า

ดูหนังเสร็จเดินเล่นหาเสื้อผ้าผึ้งจะหาชุดไปงานแต่งงานเพื่อนในห้องเราวันที่ 12 นี้ ฉันเห็นเสื้อผ้าเข้าท่าๆหลายตัวแต่ไม่ได้ซื้อเพราะคิดว่าก็คงยังไม่ใส่ก็อย่าเพิ่งเสียเงินดีกว่า เดินจนเย็นไม่ได้เสื้อผ้าหรอก กินข้าวเย็นที่ร้าน Santa's resturant สั่งข้าวอบเนยกะไก่ทอด 29 บาทเอง เมนูอื่นถูกๆน่ากินก็มีเช่นข้าวผัดมันกุ้ง 29 ข้าวผัดเมกัน 39 วันหลังมีโอกาสจะไปกินอีกถูกดีอ่ะ

แท็กซี่ที่นั่งกลับบ้านอัธยาศัยดีแล้วก็ขับรถดีด้วยเจอแบบนี้ก็ไม่รู้สึกว่าอยากขับรถเองหรอกแต่มันไม่อย่างนี้ทุกคันหนะสิ

ป.ล1 อยากดูหนังของ Shuji iwai

ป.ล2 DTAC กะ Orange มีโปรโมชั่นใหม่นาทีห้าสิบสตางค์ !?!?เดี๋ยวคำนวณดูสิอะไรถูกกว่ากัน อิอิ หนทางประหยัดเงิน

ป.ล3 ลมจะใส่เขียนเสร็จแล้วแต่กด esc หายหมดเลย >_< นี่เขียนรอบที่สองคร้าบบ ดีนะที่เซฟเป็นระยะเพราะดันมี server down อีกถ้าต้องเขียนใหม่รอบที่สาม เลิกเขียนครับวันนี้

Thursday, March 03, 2005

ทำงานอีกครั้ง

ไม่ได้ไปทำงานห้าวันสบายแต่ไม่มีตังค์ เย็นนี้บินไซ่ง่อนผู้โดยสารค่อนข้างเยอะไปประมาณร้อยคนขากลับเต็ม 201 (ชั้นประหยัดเครื่อง AB6)ทำงานสบายอาหารมีแบบเดียวเสริฟกับ selection of drink (เครื่องดื่มหลายๆแบบบนถาด)ผู้โดยสารฝรั่งดื่มไวน์เยอะก็เดินหลายรอบหน่อยคนญี่ปุ่นก็ดื่มไวน์เยอะ บินไฟล์ทนี้มาสองครั้งหลังสังเกตว่าคนญี่ปุ่นไปเที่ยวเวียดนามเยอะ

ขากลับเจอคุณน้าใส่สายเดี่ยวเหลืองมาเลยไม่ได้หมายถึงวัยไม่ให้นะแต่ว่าคุณน้ายกแขนขึ้นพาดพนักพิงโชว์ขนจั๊กกะแร้ !?!? เธอช่างกล้า นี่ฉันก็มีการดูแลกำจัดเป็นประจำยังมิกล้าใส่สายเดี่ยว(ก็แขนล่ำดิ)และถึงใส่ก็มิกล้ายกแขนพาดแบบเจ๊หรอก(เด๋วมาดูอีกว่าใต้วงแขนขาวป่าว)โอววทำไมต้องเป็นตรูที่เห็นด้วย คืนนี้หลอน

นอนดีกว่าพรุ่งนี้ไปดูบ้านที่ผึ้งซื้อ