Friday, November 28, 2003

Hello from Seoul

It's quite cold here but not much as I though it's only 13 C. I arrive hotel at 17.00 (Korea time is 2 hours ahead from Thailand). I go out with my 7 coworkers for dinner by hotel shuttle bus. We have Korean BBQ near Songjeong Station it's my first time for original Korean BBQ with original Kimchi eieiiei but i think Moo Kra tha is better.

After meal, my senior recommend Melon icecream at Family mart,price is 500 von (1174 = 1 USD). It's very very delicious event eat in winter I want to eat more and more (next time I won't miss :D)

Then we go to E-mart. There are many shops,clothes,giftshop,and supermarket. I buy banana milk that many people told that it's great. I also buy Strawberry it's almost 7000 von (280 baht) quite expensive ?? maybe expensive but I heard that it's delicious so I wanna try. Before I get on the bus I buy Soymilk from machine, ofcouse becuase my senior told that it's delicious, it made from bean and sesame but I think it's not soy cos picture on the can is not soy bean i don't know the name in English but it looks like "Tua Lae"

I will tell you later how delicious of all products I buy . I will go to my room now (I use free net at business center)

goodnight and sorry for bad English

Wednesday, November 26, 2003

รู้สึกเหนื่อยเพราะเดินทางติดๆกันหลายวันหรือเปล่านะ 20 ไปสิงค์กลับมา 21 ดึก วันที่ 22 ตอนเย็นไปอินเดียวกลับจากอินเดียเช้ามืดวันที่ 24 ก็นั่งเครื่องกลับเชียงใหม่ตอนสาย เมื่อคืนก็เดินทางกลับมากรุงเทพเพราะวันนี้ต้องทำงาน(ไฟล์ท quickturn เชียงใหม่) อยากพักผ่อนจริงๆวันหยุดก็เล่นเกมอยู่บ้านหรือออกไปเดินทางหรอกนะแต่มันไม่ได้พักมั้งอย่างนั้นหนะ อยากไปทะเลนอนสบายๆซักสองวันหนะ เดือนหน้ามีวันหยุดสองวันติดกันคงไม่ได้กลับเชียงใหม่เพราะหยุดวันที่ 2-3 มันลุ้นเกินไปหรือเปล่าเพราะใกล้วันหยุดยาวที่นั่งก็คงไม่เหลือถึงไป standby ก็คงไม่ได้จะซื้อตั๋วราคาเต็มไปเลยดีมะไว้คิดดูอีกที

พรุ่งนี้เพื่อนนัดไปลองยูนิฟอร์มแต่เช้าเลยให้เราไปรอที่ตึกที่ทำงานเก่า(บ้านเพื่อนอยู่แถวนั้น ร้านตัดเสือ้ก็อยู่แถวนั้น) เลยนัดอิฐมากินข้าวเช้ากันหน่อยอยากจะนัดคนอื่นแต่ไม่อยากจะโทรศัพท์ไม่อยากจะทำอะไรเลยตอนนี้อยากอยู่เฉยๆมันรู้สึกเหนื่อยจริงๆนะ

ต้องออกกำลังกายซะแล้วมั้งแถมต้องไม่นอนดึกด้วยแหละ

ป.ล คิดไปคิดมานักร้องที่หน้าเหมือนเพื่อน(หรือเพื่อนหน้าเหมือน)ชื่อโซฟีตะหาก

Saturday, November 22, 2003

เพิ่งกลับจากทำงานไปสิงค์โปร์ ฉันไปถึงเมื่อวานตอนสองทุ่ม(เวลาสิงค์)กว่าจะถึงนี่บินจากกรุงเทพไปสิงค์จากสิงค์ไปจาการ์ต้าแล้วก็บินกลับมานอนสิงค์ ไปถึงโรงแรมเปลี่ยนชุดออกไปกินข้าวกะพี่ๆและติ๊ก(หน้าเหมือนโซเฟียเลยแหละ) ที่ rivier side foodcourt อยู่ใกล้ๆกะ Great world กินเกาเหลาลูกชิ้นปลา(fishball soup 3 $) จากนั้นก็เข้านอน

วันนี้ตอนสายออกไป Takashimaya กะติ๊ก(อาหารเช้าควบกลางวันเป็นบะหมี่หมูแดงกะชาไข่มุก) ฉันจะไปหารองเท้าที่พี่ฝากซื้อแต่ไม่มีแล้วก็ไปดูหนังสือทำขนมให้น้าที่ Kinokuniyaก็ไม่มีอีกแต่ฉันได้การ์ตูนมาสองเล่ม Shonen jump อ่ะเป็นภาคภาษาอังกฤษคิดว่าเรื่องมันไม่เหมือนญี่ปุ่นหรือเปล่าเพราะเพิ่งลงซามูไรพเนจรตอนที่หนึ่งอ่ะ ไว้ดูอีกทีแล้วจะบอกว่ามีเรื่องอะไรบ้าง อีกเล่มก็ Saiyuki reloaded ภาษาอังกฤษเหมือนกัน เย้ !! (เคยซื้อภาษาญี่ปุ่นมาแล้วเป็นของมือสองทีนี้ก็ใช้ในการฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นได้) จากนั้นเดินดูเสื้อผ้าก็มีอยากได้เหมือนกันแต่ไม่ซื้อเดือนหน้าก็มีไฟล์ทนี้อีกค่อยมาซื้อก็ได้

ก่อนกลับ(16:00)ซื้อของกินกลับไปกินที่โรงแรมออกมาจะเรียกแท็กซี่ใจหายแว้บยคิวยาวมากกลัวกลับโรงแรมไม่ทันเพราะว่า wakeup ตอน 18:45 จริงๆก็ไม่น่าตกใจเพราะเผื่อเวลาไว้แต่อยากกลับไปเร็วๆมากกว่าเลยเดินไปเรียกอีกห้าง(Paragon อยู่ตรงข้ามกัน)ค่อยยังชั่วคิวสั้นกว่ากลับถึงโรงแรมก็มีเวลานั่งๆนอนสองชั่วโมงฉันก็หลับไปเลยชั่วโมงนึง
อยากจะไปอีกนะแต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่วันที่ออกไปเที่ยวกะวันกลับมันวันเดียวกันแถมเป็นตอนเย็นๆด้วย บ้านเมืองอี่นอาจไม่เท่าไหร่ก็ได้แต่ที่นี่แท็กซี่หายากมากส่วนมากเค้าจะโทรเรียกกัน ชอบไฟล์ทไปถึงสิงค์ตอนบ่ายแก่ๆแล้วกลับบ่ายอีกวันเพราะเราก็เที่ยววันแรกถึงเวลาปิดห้างก็ได้ต้องรอแท็กซี่นานก็ไม่ห่วงอีกวันเราก็ไม่ต้องออกนั่งๆนอนๆไปหรือไปห้าง Great world ใกล้ๆเดินไปไม่ต้องห่วงเรียกรถ

ห้างร้านเค้าตกแต่งต้อนรับคริสมาสกันหมดถ้าได้เดินเล่นตอนกลางคืนที่ Orchard คงสวยดีเพราะต้นคริสมาสก็จะเปิดไฟแถมเค้ามีโชว์ไฟโชว์เกี่ยวกับเทศกาลนี้ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

ป.ล พรุ่งนี้ไปเดลลีตอนค่ำ(วันนี้อ่ะแหละเข้าวันที่ 22 แล้วนี่นา)เลยเที่ยงคืนยังไม่ได้เข้านอน เหนื่อยกายไม่ว่ากลัวเหนื่อยใจไฟล์ทแขกอ่ะจ๊ะนายจ๋า

Tuesday, November 18, 2003

วันนี้ไปดูหนังควบ !! อ่ะไม่ใช่หนังโป๊หรอกเรื่องบุปผาราตีกะแฟนฉัน บีมจะไปดูกะเพื่อนและเค้าก็ชวนฉันไปด้วยโรงที่ดูอ่ะ สองเรื่องหกสิบไม่ดูก็บ้า แต่โรงหนังมันแบบออริจินอลมากๆไม่ใช่ โรงหนังในห้างหรือพวกเมเจอร์นะเป็นโรงหนังแบบโบราณแถวบ้านชื่องามวงศ์วานเดอะเธียเตอร์(หรูมะ) ออกจะกลัวอยู่หรอกแต่อยากไปลองอะไรแปลกใหม่แถมมีเพื่อนแถมทั้งประหยัดเงิน ตอนแรกเกือบไปผิดโรงแล้วออกจากบ้านมาเรียกรถบอกเค้าไปนนทบุรีรามา คนขับทำงงฉันเลยบอกเลยพงษ์เพชรเท่านั้นแหละเค้ามาเฉลยว่านนทบุรีรามามันฉายหนังโป๊แบบไม่เซ็นเซอร์เลยยยยย เค้าได้ยินต้องมองหน้าฉันชัดๆอีกที แต่เพราะฉันบอกว่าไปแถวพงษ์เพชรถึงรู้ว่าไม่ใช่ ก็ว่าตอนบอกน้าว่าจะไปดูหนังที่นนทบุรีรามาน้าบอกอันตรายหรือเปล่ามันโรงหนังแบบคนอีกระดับนึงฉายหนังโป๊หรือเปล่า ที่แท้ฉันบอกผิดชื่อเอง บรื้อเกิดไม่หลุดคำว่าพงษ์เพชรไปหละก็ได้ไปดูหนังควบของแท้แน่ๆ

ดูหนังถูกเลยสนุกพิเศษหรือเปล่าไม่รู้นะแต่บุปผาราตรีมันมากมีกรี๊ดด้วยทั้งตกใจทั้งฮาเลยคิดว่าสมควรไปดูแต่แฟนฉันดูแล้วก็ธรรมดาอ่ะไม่ถึงกับกรี๊ดๆแปลกที่ดังเว่อร์ คือหนังมันก็ดีน่ารักดีแหละก็ทำให้นึกถึงวัยเด็กดีนะแต่ไม่น่าปลื้มใจอิ่มใจดีเริ่ดขนาดที่โปรโมตอ่ะแถมหน้าพี่จั๊กทำหมดรมณ์...แบบว่าอ้วน

ดูหนังเสร็จบีมมาส่งบ้านดีจังเยยดึกแล้วไม่อยากกลับเอง(ดูรอบ 17.30 เลิก 21.20) พรุ่งนี้จะไปเที่ยวในเมืองอีกไปหาข้าวกินฟรีจากพี่ตี่และนัดพี่ตอนเย็นที่สยาม เที่ยวก่อนเดี๋ยวทำงานห้าวันติด ไปสิงค์(ได้ช้อปด้วยเย่ !)ไปอินเดีย(ได้ช้อปเหมือนกันแต่ท่าทางจะแย่)

Monday, November 17, 2003

ดื่มชาเขียวโออิชิขวดใหญ่คิดว่ารสชาติต่างจากขวดเล็กยังไงน้า..ราคาเท่ากันเลย 20 บาท ดูจากฉลากถ้าเป็นขวดเล็กบอกใช้ใบชา 0.5 % น้ำตาล5 % ส่วนขวดใหญ่ใช้น้ำชา 25 % น้ำตาล 6% ก็ใช่ขวดใหญ่หวานกว่าและไม่ขมเท่า หรือขวดใหญ่มันจะเป็นหางชา? เอาน้ำชามาผสมน้ำอีกทีหรือว่าไง ไม่รู้สิกินๆแบบไม่คิดมากก็ไม่ต่างกันนิ กินขวดใหญ่ดีกว่าถูกกว่า

พูดถึงชาเขียวฉันชอบแบบหวานนิดๆนะ(จริงๆชอบ pokka แต่แพงอ่ะ)แต่คนญี่ปุ่นไม่ชอบคิดว่าไม่ชอบกันทุกคนแน่เลยเพราะสจ๊วตเคยทำชาเขียวหวานให้กินในไฟล์ทแอร์ญี่ปุ่นยี้เลยเค้าไม่กินหวานแล้วเค้าก็พูดว่าชาเขียวที่เมืองไทยมีแต่หวานซื้อมากินแล้วเหวอ ผิดกะเรานะไปญี่ปุ่นอยากจะหาชาเขียวหวานซื้อที่ไรไม่หวานเลยจะหาก็ไม่เจอ(อ่านไม่ออก)คิดว่าไม่มีหรอกเวลาครั้งสุดท้ายที่ซื้อชาลังเลอยู่นานเลยจะหยิบยี่ห้อไหนดีน้ากลัวจะเลือกพลาดมามันแพงนะ ..สุดท้ายคิดว่ากินชามะนาวดีก่ามันน่าจะหวาน kirin ชามะนาวอร่อยดีนะไม่หวานมากขอแนะนำ แต่ชาเขียวไม่หวานกินกะอาหารก็โอเคนะ พูดแล้วก็อยากไปญี่ปุ่นจังเยยน้อ

Sunday, November 16, 2003

วันนี้มานินทาผู้โดยสารกันดีป่ะ ตื่นเช้าไปไซ่ง่อนขาไปเกือบเต็มขากลับเกือบเต็มกว่าขาดไปไม่กี่ที่ ขากลับตอนเช็คที่นั่งหน้า partition ตรงประตูสามเจอกระเป๋าใบใหญ่(หน้าตาเหมือนกระเป๋าโน้ตบุ๊คแต่ใหญ่กว่าซักสองเท่าครึ่ง)เป็นของชายไทย เรา(ฉันและรุ่นพี่)บอกว่ารบกวนเก็บในบิน(bin)ด้วยนะคะ ยื่นมาให้รุ่นพี่ ?!?!?แล้วบอกว่ารบกวนด้วย(ฮ้า?? เอางั้นเลยนะ) รุ่นพี่ตัวเล็กและกระเป๋าแค่ดูยังหนัก ส่งมาได้ไงเนี่ย ผู้ชายนะนั่นส่งกระเป๋ามาให้เก็บให้เนี่ยนะ คิดอะไรยู้....ฉันนึกว่ารัดเข็มขัด(อ้างอย่างงี้ตาหลอดอ่ะนะท่านผู้โดยสาร) ก็ป้าวแต่ไม่ไปเก็บเอง ฉันพูดออกไปว่าหนักนะไม่ช่วยหน่อยเหรอคะ อะไรประมาณนั้นจำไม่ได้เพราะไม่ได้คิดก่อนสั่งมาจากกระดูกสันหลังเลย(ขาดสติชั่ววูบ) ชายไทยคนนั้นยังนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย อารายอ่ะลุง ?!??! เข้าใจไรผิดป่าวไม่ได้มีหน้าที่ยกกระเป๋านะจะบอกแต่ทำให้เพราะน้ำใจต่างหาก เจอคนแก่จะไม่ยกให้แล้งน้ำใจไปป่าว ถ้าสามารถก็ทำเอาเองนะหิ้วมาได้ก็ดูแลด้วยเอาขึ้นไม่ไหวก็ไว้ใต้เก้าอี้ด้านหน้า ใหญ่มากก็อย่าเอาขึ้นมาเลยโหลดลงใต้ท้องเครื่องไปสบายดี กลับไปที่ลุงต่อตอนบริการแกไม่รับอะไรเลย รุ่นพี่บอกว่าแกไม่สบตาเลย อาจจะละอาย(ก็ควรหรอกนะ) หึหึ อย่าหาว่าหนูเลว

ป.ล ข้อความนี้ไม่ใช่นิสัยปกติโปรดใช้วิจารณญาณ
ป.ล 2 ดูเดี่ยวจากไอทีวีก็ฮาดีแต่จบละ? จบละ ?? คงยั่วให้อยากดูแล้วไปซื้อมาดูอ่ะนะ
ป.ล 3 เกือบลืมไปแหนะวันนี้เห็นคนที่เหมือนการ์ตูนแล้วยืนคุยกะฝรั่งอยู่ เห็นที่ประตูทางออกอ่ะ สะดุดตาตั้งแต่เห็นไกลๆเลยผมเหมือนการ์ตูนอ่ะยาวประบ่าซอยๆ เดินเข้าไปใกล้ยังน่ารัก (บางคนเห็นไกลๆน่ารักเห็นใกล้ๆอยากจะไปไกลๆจัง) หล่อไปหมดดูสมดุลไปทั้งตัว ผม หน้าตา การ์ตูนอ่ะการ์ตูนคนญี่ปุ่นหละม้าง ง่ะน่าจะเป็นผู้โดยสารเรา อิอิ

Saturday, November 15, 2003

อยากเที่ยวในเมือง อยากกินไก่กาต๊ากลากภัทรออกไปเป็นเพื่อน สั่งตรึมกินเรียบเลย กินอาหารเสร็จว่าจะไปเดินอัพเดทหน่อยสิได้อัพเลยตรงข้ามร้านส้มตำมีร้านไอติมมาเปิดใหม่ชื่อ snow ice ให้ชิมฟรีด้วยแหละ มันเหมือนน้ำแข็งไสแต่เอาไอติมหวานเย็นมาไสก็ดูเป็นปุยๆยวบๆเวลาตักแต่ละลายเร็วเพราะไสบางมาก เค้าบอกว่ากินแล้วไม่อ้วนด้วยนะ ได้ชิมรสโยเกิร์ตก็ดีนะ

จะเดินไปมาบุญครองผ่านร้านดีเจสยาม เอ๋? คนเค้ามุงอะไรอ่ะ peace maker คืออะไรเดินเข้าไปใกล้ๆรู้ว่านักร้องมาแจกลายเซ็นก็ไม่สนใจไม่รู้จักอ่ะจนเห็นรูปนักร้องจำได้ว่าน้องชอบก็เลยโทรไปสอบว่ามีซีดีหรือยังไม่งั้นเราจะซื้อแล้วขอลายเซ็นให้ คนแก่ก็เลยไปต่อแถวขอลายเซ็นกะเค้าด้วย น้องอ่ะชอบบอย ชื่อที่เรียกลูกค้าก็ชื่อบอย เด็กขอถ่ายรูปก็ถ่ายคู่กะบอย แต่ฉันว่าคนผมยาวก็น่ารักนะ(ชื่อไรไม่รุ)ดูนิสัยดีสบตายิ้มให้ด้วย ก็ควรหรอกนะผู้อุปการคุณนะครับ ว่าแต่เพลงเค้าเพราะป่าวยังไม่ได้เปิดฟังเลย

ไปมาบุญครองไปดูมือถือแต่ไม่ชอบเลยชั้นนั้นเลย แออัดหาบันไดเลื่อนไม่เจอเกิดไฟไหม้จ้างก็หนีไม่ทัน ขึ้นไปชั้นโรงหนังจะไปร้านการ์ตูนเค้ากำลังโปรโมตหนังบุปผาราตรีได้รับการ์ตูนเล่มละบาทแล้วก็โปสเตอร์ตอนรับไม่ได้สนใจอะไรใครยื่นไรมารับหมดแต่พอเค้าเอี้ยวตัวมาจ๊าก!!! เลือด!! เค้าแต่งตัวเหมือนในโปสเตอร์เลยอ่ะ หยองดี

ซื้อการ์ตูนอีกหกเล่ม มารู้สึกตัวอีกทีก็มีตั้งการ์ตูนสูงจะเท่าเข่าแล้ว ไม่ค่อยอยากจะซื้อการ์ตูนเพราะไม่ชอบเก็บเกะกะบ้าน(ตะก่อนชอบซื้อ) คิดว่ามันเริ่มจากยืมการ์ตูนเพื่อนอ่านทำให้ได้กลับไปอ่านการ์ตูนอีกมันก็อยากจะอ่านการ์ตูนอีก หลงพระเอกการ์ตูน ทำไมไม่เคยเห็นคนหล่อแบบพระเอกการ์ตูนเลยแฮะ

เดินเล่นมั่วซั่วย้อนไปย้อนมาเสียเงินซื้อเสื้อกันหนาว North Faceเตรียมไปลุยญี่ปุ่น(ก่อนไปได้ใช้ตอนไปเกาหลีสิ้นเดือนนี้ก่อน) ดูอุณหภูมิแล้วเดือนหน้ามันจะแตะศูนย์อยู่แล้วเสื้อธรรมดาไม่พอแน่ลงทุนกันหน่อย

แล้วก็กลับบ้านเบี้ยวไม่ไปงานโซล(งานเลี้ยงประจำปีของคณะ)นอนดีก่าพรุ่งนี้ตื่นตีห้า
ออกจากบ้านเจ็ดโมงครึ่งกลับบ้านอีกทีสี่ทุ่มนิดๆบินทั้งวัน ไปเซี่ยงไฮ้แบบไปกลับขาไปใช้เวลาสามชั่วโมงห้าสิบขากลับสี่ชั่วโมงกว่า คราวนี้ไม่ล้าและง่วงแบบที่เคยไปมาครั้งนึงเตรียมตัวไปเกือบดี(จะนอนสี่ทุ่มครึ่งแต่นอนจริงๆห้าทุ่ม) แต่บินนานๆชักก๊งๆ ขากลับฟังอะไรทำอะไรลอยๆละ ผู้โดยสารถามหาปลา ฉันบอกไม่มีเมนูปลานะแต่ first course อ่ะปลาแซลมอน เค้าบอกน้ำปลาครับ แป่ว แล้วเวลาต้องผุดลุกผุดยืนเสิรฟน้ำเสริฟอาหารฉันจะหน้ามืดซะตัวสูงไปมันจะไม่ได้เปรียบก็ตรงนี้แหละ(หยิบของสูงๆสามารถแต่หยิบของต่ำๆมันต้องย่อเยอะ) ไฟล์ทนี้อ่ะ full service ออกน้ำรอบนึงก่อนแล้วออกอาหารตามด้วยน้ำ ทำแบบนี้ไปและกลับ ขากลับนี่แหละชักจะแย่ตอนนั่งก็สามารถอยู่แต่ตอนจะยืนมีเหนี่ยวรถขึ้นมา เฮ้อ... แต่ไฟล์ทนี้ทำให้ลบความสยองที่เคยกลัวไว้นะ ผู้โดยสารก็ไม่โหวกเหวกแล้วก็ฉันไม่ปวดหัว(บินนานๆเหมือนจะปวดหัวหนะอาจจะขาดออกซิเจน)


เรื่องอาหารที่เสริฟบางทีมันอาจะเป็นเมนูที่เรากินไม่ได้ไม่ชอบเราก็สามารถสั่งล่วงหน้าได้เพราะวันนี้ตอนเสิรฟอาหารขากลับฉันเจอผู้โดยสารที่ทานมังสาวิรัติแบบไม่กินนมกินเนยกะผู้โดยสารที่ลืมสั่งอาหารที่ตัวเองอยากทานเพราะเมนูที่เสริฟวันนี้เค้าไม่อยากทาน(มีไก่ผัดผงกระหนี่ กะหมูผัดขิง) แต่สามารถแก้ไขได้คือมีเซตอาหารลูกเรือในนั้นมีสลัดกะวุ้นลูกบัวก็เอาไปให้เค้ากินพอดีมีแอปเปิ้ลที่ใช้เสริฟในชั้นธุรกิจตอนขาไปเหลืออยู่ก็เลยแบ่งให้คนละลูก ทีนี้จถ้าไม่โชคดียังงี้เพราะอยากอาหารลูกเรือก็อาจจะโดนลูกเรือโซ้ยไปหมดแล้ว หรือผลไม้อาจจะไม่มีเหลือก็ได้ ไฟล์ทแป๊ปๆกินน้ำกินขนมปัง(ถ้ามี)ก็ยังพอทนแต่ไฟล์ทแบบห้าหกชั่วโมงกินอะไรไม่ได้นี่โหดไปนะ

กลับบ้านมะไม่ยักกะง่วงจะไปเล่นเกมกะน้องกะเพื่อนหละพรุ่งนี้เป็นโสดแฟนไปงานแต่งงานเพื่อนที่ต่างจังหวัดจะอยู่บ้านหรือออกไปเที่ยวดีนะใจอยากไปเที่ยวแต่ก็ขี้เกียจอ่ะนะพรุ่งนี้ดูอีกทีว่าตื่นกี่โมง

ป.ล อยากดูบุปผาราตรีแฮะแต่คนเดียวมะเอานะ

Wednesday, November 12, 2003

กลับจากทำงานอาบน้ำสระผมลงไปกินนม(นมชาเขียวด้วยนะซื้อมาจากร้านขายของชำในโรงแรม) แล้วก็มาเขียนไดอารี่รอเวลากินอาหารเย็น

เมื่อวานทำงานไฟล์ท 640 ไปนาริตะออกเดินทาง 11:20 เป็นไฟล์ทที่บิน 777-300 เป็นครั้งแรก ตื่นเต้นกลัวหาของไม่เจอ แต่ไฟล์ทไทม์นานมากห้าหกชั่วโมงสบายมีเวลาสำรวจนั่นนี่เยอะตอนทำงานก็ไม่รีบเวลาเหลือเฟือ(ขากลับหกชั่วโมงกว่าบินต้านลม) การทำงานเป็น full service ออกรถเครื่องดื่มหนึ่งรอบก่อนจะออกอาหารและเครื่องดื่มแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยใจเลยผู้โดยสารก็สงบดี ขาไปผู้โดยสารไม่เต็มอีกต่างหาก(พี่ๆบอกว่าปกติมันจะเต็มแต่ขากลับเกือบเต็มขาไปที่สองที่) เครื่องลงประมาณทุ่มครึ่งออกมาปะทะความหนาวตอนเดินไปขึ้นรถกลับโรงแรมรู้สึกดีใจที่ไปญี่ปุ่นทั้งๆที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกนะ

ไปถึงโรงแรมรับกุญแจรับเงินแล้วพี่แอร์พาไปร้านขายของชำในโรงแรมมีขนม น้ำ ของกระจุกกระจิกเหมือน 7-11 แถมลดราคาให้ 10% ฉันซื้อขนมนิดหน่อยเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห่อบ้าซื้อเหมือนตะก่อน ช่วงนี้ชอบขนมเซมเบ้ก็ลองซื้อแบบใหม่มากิน(อร่อยดีมีสาหร่าย) จากนั้นเอากระเป๋าไปเก็บในห้องแล้วมาสั่งอาหารเอาขึ้นไปกินในห้อง ฉันสั่งชุดปลาแซลมอนย่างหน้าตาดำเชียะแถบซุปมิโซเป็นสีแดงหนืดๆด้วยหละ คนๆดูแล้วสยองไม่กล้ากิน(หน้าตาคล้ายถั่วแดงร้อน) มีสาหร่ายสีเขียวแล้วก็วงๆสีขาวสองวงเหมือนทำจากเต้าหู้แต่คิดว่าไม่ใช่(แอบกัดนิดๆ) ตอนเช้าถามแอร์ญี่ปุ่นว่ามันคือไรอ่ะเค้าบอกมันใส่สาหร่ายชนิดนึงที่ทำให้ซุปหนืดแล้วมิโซใช้ชนิดสีแดง ง่า..ใครจะกล้ากิน(แต่จริงๆก็ชิมนะรสชาติแบบมิโซร้านเซน ร้านฟูจิแหละ แต่หนืดดดด) สรุปแล้วกินแซลมอนเซตที่เซนอร่อยกว่าและถูกกว่า หลังอาหารกินไทยากิไอซ์(ซื้อจากร้านของชำ)หน้าตาไทยากิเลย(แป้งรูปปลา)ข้างในเป็นไอติมตรงกลางมีถั่วแดงอันละร้อยเยน

กินอาหารเสร็จนั่งดูทีวีดูจริงๆเลยฟังไม่ออกแล้วก็อาบน้ำเข้านอน ตอนเช้าตื่นก่อนเวลานิดหน่อยกินขนมกะชานมเป็นอาหารเช้า มองดูวิวนอกหน้าต่างค่อยเห็นว่าอะไรเป็นอะไรเมื่อคืนมันมืด ฉันขอห้องฝั่ง garden wing (พี่แอร์แนะนำ) จะมองเป็นสวนของโรงแรมมีบ่อน้ำมีลานแบบเหมือนจัดพิธีแต่งงานได้อ่ะ ก็สวยดีแต่ไม่มีเวลาชื่นชม อาบน้ำแต่งตัวเตรียมขึ้นรถไปทำงาน

ทำงานขากลับคนเยอะก็จริงเวลาบินก็นานแต่รู้สึกดีอ่ะ ลำเอียงแน่ๆความรู้สึกว่าไปญี่ปุ่นหละม้างแอบดู sling (ตารางบินตลอด TPI : Traffic Program Information) เดือนหน้ามีนาริตะ 24 ชั่วโมงงานนี้ได้เที่ยวจ้าแต่มันหนาวมาก ถึงยังไงก็จะมากลัวหนาวไม่ได้หรอกมีแค่ไฟล์ทเดียวตลอด winter TPI ต้องไปเที่ยวค่ะ ตอนนี้มีแผนที่สถานีรถไฟกะแผนที่ย่านRoppongi หึหึ อุปกรณ์กันหนาวหากันให้พร้อมเลย โย่ !! น่าเสียดายที่ไม่ตรงกะคริสตมาส คิดว่าบรรยากาศคริสตมาสที่ญี่ปุ่นน่าจะดีมาก อยากรู้ด้วยว่าจะเหมือนในละครหรือการ์ตูนมั้ย หนุ่มสาวจะออกเดทเยอะแค่ไหน ไปศึกษาแผนที่วางแผนการเที่ยวดีก่าจะไปโตเกียวให้ได้เลย

ป.ล ตอนบินกลับอ่ะเห็นยอดเขาฟูจิด้วยหละ คิดเอาเองอ่ะนะว่าใช่เพราะเหมือนในรูปที่เคยเห็นอ่ะ โผล่ทะลุเมฆมาเลย

Sunday, November 09, 2003

เธอๆฉันว่าบางทีทำดีก็เห็นผลทันตาเหมือนกันนะ ฉันเพิ่งกลับมาจากบินสิงค์โปร์อ่ะ ไม่..ไม่ได้ไปช้อปปิ้งหรอกเมื่อวานไปถึงก็ดึกแล้ววันนี้ก็ตื่นแต่เช้าทำงานกลับมาเนี่ย ไอ้ที่ว่าผลทันตาเหรอก็ฉันอ่ะเคยเอาเงินเบี้ยเลี้ยงที่ได้เกินไปคืนเค้าแต่มันนานมาแล้วหละฉันจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ แต่คนที่รับเงินคืนเค้าจำฉันได้แถมเมื่อวานเค้าเป็นคนแจกกุญแจกะเงินพอดีเลย เค้าทักฉันมาว่าจำฉันได้ ฉันยังเอ๋อไปแป๊ปนึงว่าใครหว่าแล้วก็นึกออกว่าเป็นคนที่ให้นามบัตรฉันไว้ตอนนั้นเค้าบอกว่าถ้ามาอีกให้มาพบเค้าแต่ฉันไม่ได้เอานามบัตรไปหรอกนะหายไปแล้วด้วยซ้ำก็มันนานมากกว่าสองสามเดือนแล้วหละ เค้าบอกให้ฉันรอก่อนฉันก็รอนะตอนนั้นก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว(เวลาสิงค์อ่ะเร็วกว่าเราชั่วโมงนึงนะ) ปรากฎว่าเค้าอัพเกรดห้องให้ฉันเป็นเดอลุกซ์อ่ะ โอวว...ไฮโซนะ พอเข้าห้องไป เอ๋..มันเดอลุกซ์ยังไงอ่ะก็เหมือนๆห้องธรรมดาเตียงรึ ตกแต่งรึ ก็นะนึกว่าจะใหญ่แบบห้องที่ดูไบ ที่นั่นหนะใหญ่ของแท้เลยใหญ่มากจนกลัวเลยอ่ะ แต่เดอลุกซ์ที่นี่อ่ะห้องน้ำใหญ่ง่ะมีอ่างอาบน้ำอ่ะห้องปกติไม่มี

นี่ยังตอบแทนความดีไม่หมดนะจะบอกซักพักมีคนมากดกริ่งนึกว่าพี่แอร์ที่จะมาขอนอนด้วยเพราะเค้ากลัวผีแต่พี่เค้าไม่มาอ่ะ คนที่มากดกริ่งอ่ะเป็นพี่พนักงานคนเดิมยกผลไม้มาให้หนึ่งจานมีชอกโกแลตด้วยนะและน้ำเย็นอีกหนึ่งขวดใหญ่ อีกพักนึงโทรมาถามว่าทุกอย่างโอเคมั้ย มีอะไรให้ช่วยบอกนะ นี่มันอะไรกันนี่เงิน ฉันคิดว่าฉันคืนเค้าไป 50 เหรียญสิงค์โปร์นะก็พันนิดๆอ่ะมีค่ามากงั้นเชียวคิดยังไงก็ไม่เท่าค่าห้องที่อัพเกรดให้แน่ๆ หรือมันเป็นค่าความเป็นคนดีของฉันอ่ะเธอ

Friday, November 07, 2003

ไปงานแต่งงานของปู(เพื่อนที่ทำงาน)เค้าจัดที่โรงแรมสุโขทัย งานไม่ใหญ่มากคนกันเอง(ของบ่าวสาว) โรงแรมนี้เราก็ไม่เคยไปหรอกแต่เห็นในหนังสือหนะอยากไปมานานแล้วจนปูถามว่าอยากไปงานปูหรืออยากไปโรงแรม อันนี้ก็ทั้งสองอย่างแล อิอิ บรรยากาศดีนะมันดูเรียบหรูดี ห้อง ballroom แยกมาจากส่วนที่พัก ก็ดูส่วนตัวดีนะ ดอกไม้ในงานเป็นดอกบัว ดอกกุหลาบขาว มีเทียนลอยน้ำไรเงี้ย ดูนวลตาดี ที่ทางเดินขึ้นงานมีดอกไม้โรยตามขอบทางด้วย อาหารก็อร่อยมีเมนู"ปูจ๋า"ด้วยอ่ะไม่เคยเจอเลย เป็นหัวข้อแซวเจ้าบ่าวด้วยหละ เค้กก็สวยดีนะไม่สูงเว่อร์แต่งแบบเอาใบบัวมาวางหนะ(จริงๆเป็นน้ำตาล)

การดำเนินงานก็ดีไม่ยืดเยื้อไม่มี powerpoint แต่มีการแสดงเป็นรำอ่ะ มีให้เจ้าสาวโยนดอกไม้ด้วยหละ(แต่ฉันรับไม่ได้อ่ะ) มีเกมเล่นด้วยเป่ายิ้งฉุบแบบวางเงินนะแล้วเอาเงินให้เจ้าสาวคนที่ไปเล่นก็ลูกๆของครูที่สอนพวกเรา(สอนการบริการ) แล้วก็เพื่อนร่วมรุ่น สามทุ่มแขกก็ทยอยกลับแล้วหละ ฉันกะแฟนฉันก็กลับด้วย คุณพี่แกยอมไปด้วยแฮะงานนี้มีแต่คนแปลกหน้าล้วนๆปกติงานเพื่อนๆของฉันพี่ไม่ค่อยจะไป แต่ครูกะเพื่อนๆก็จำพี่ได้นะเค้าคงรู้สึกดี

พรุ่งนี้พี่ไปเขาใหญ่กะที่ทำงานฉันไปค้างสิงค์โปร์อดลอยกระทง(ไม่เคยลอยกระทงด้วยกันหรอกนะเคยแค่ครั้งเดียวตอนยังไม่เป็นแฟนกันเล้ย นู่นกระทงไปคนละทาง มงคลสุดๆ) น้องกะแม่ก็ไม่ไปลอยที่ไหนบอกจะทำกระทงจิ๋วลอยในอ่างปลา งั้นฉันก็จะพับกระดาษลอยในอ่างอาบน้ำละกัน จะได้อินกะเค้าด้วย สุขสันต์วันลอยกระทงจ้า

Wednesday, November 05, 2003

ดูประกวด thai supermodel แบบว่าทำไมนายแบบนางแบบต้องหน้าตาไม่รับแขก แต่หน้าตาฝ่ายหญิงก็ยังยิ้มๆมั่งแต่ออกแบบยิ้มมั่นมากอ่ะนะแล้วก็ทำหน้าแบบยิ้มไม่ถูกเดี๋ยวหุบเดี๋ยวยิ้ม อืม ถ้าเป็นเราจะยิ้มแบบไหนดีนะ เค้าห้ามดีใจป่าวไม่งั้นจะยิ้มแฉ่งเลย

ดีจังเล่นเนตไปดูทีวีไปชอบๆ คือตอนนี้มีคอมส่วนตัวแล้วไง ไชโย แต่ยังมีอีกปัญหานะคือสายโทรศํพท์หนะไม่มีสายเฉพาะแบบข้างล่าง(ไม่กล้าขอน้าเขยให้ลากให้ ซื้อคอมมาน้าหญิงก็ดูงอนๆ ก็ไม่เอาคอมกลับบ้านมาซะทีนี่นา บอกถ้าเอากลับมาก็ห้ามเล่นดึกอ่ะ) เอาสายหลักมาใช้ก็เลยเล่นได้แต่ตอนเช้ากะดึกเท่านั้นแต่ก็ยังดีนะ ว่ามะ

แล้วจะเล่าอะไรให้ฟัง