Blogger เป็นอะไรไปจ๊ะอัพเดทไม่ได้วันนี้เลยเล่ายาวเลยมะ
* * * *
เขียนเมื่อวันที่ 29
สภาพร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้วหลังจากพักผ่อนนอนหลับชดเชยที่นอนดึกๆไปสามคืนตอนไปดูไบ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแต่บอกไว้ก่อนว่าเวลาที่เล่าเป็นเวลาประเทศไทยซึ่งเวลาของดูไบช้ากว่าเราสามชั่วโมง
ออกเดินทางไปดูไบตอนเกือบหกโมงเย็นวันที่ 25 ผู้โดยสารเต็มแต่ไม่ใช่แขกหละเป็นคนจีนแบบจีนจากไหนไม่รู้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือได้บ้างนิดหน่อยแล้วก็ขนข้าวของพะรุงพะรังเพราะเค้าจะไปแสวงบุญที่เมกกะเค้าเป็นจีนมุสลิมหนะ แค่ตอนรับผู้โดยสารก็บ้าแล้วเพราะพี่ไม่ดูอะไรเลยค่ะมาถึงนั่งเลยพอขอดู boarding pass ก็ไม่ให้อีกนะบอกว่ามาด้วยกันหมดเนี่ยนั่งไหนก็ได้แหละมันก็จริงอยู่ว่านั่งที่ตัวเองก่อนดิแล้วค่อยย้ายเพราะมันก็มีผู้โดยสารอื่นประปรายเหมือนกันที่(ซวย)มานั่งในโซนหลังนี้ด้วย ซึ่งก็มีปัญหาจริงๆจนได้เพราะผู้โดยสารคนนึงถูกแย่งที่ไปแต่เค้าก็ดีนะบอกว่านั่งที่อื่นก็ได้ ก็ได้ไปนั่งกับคนจีนซึ่งตอนฉัน service เค้าถามว่ามีที่ให้เปลี่ยนมั้ย ฮ่า ฮ่า ก็ได้แต่หัวเราะกันอ่ะนะเพราะมันเต็มหนะแล้วก็ที่เค้าอยากเปลี่ยนเพราะมันคงจะเหม็นไงแล้วก็รุงรังอ่ะ ฝูงผู้โดยสารมีกลิ่นแปลกก็ไม่ใช่กลิ่นเต่าแบบฝรั่งหรือว่ากลิ่นแบบคนแขกมันอาจเป็นกลิ่นชาค้างปีที่เค้าพกมาหรือการไม่อาบน้ำเพราะมาจากที่หนาวก็ได้นะแต่เล่นเอาเสวีจะอ้วก(เสวีมาด้วยอีกแล้ว มี trainee อีกคนด้วยชื่อปอม)
ที่นี้พอถึงตอนจะ service ก็เครียดสิคะเค้าจะกินอะไรจะรู้เรื่องกันมะนั่นพี่บอกว่าวางไปเลยคือยังไงอาหารเราก็สำหรับมุสสิมอยู่แล้วมีปลากับแกะแต่ตอนเดิน drink ฉันเดินคนเดียวนี่สิเซ็งเดี่ยวเลยหนะนั่นพี่ purser บอกภาษาจีนของน้ำส้มให้ก็ใช้ได้พูดกันรู้เรื่องเสริฟน้ำส้มเพลินเลยแล้วก็โค้ก(เขอเรอ) เค้าไม่กินน้ำแข็งแล้วก็กินอัลกอฮอล์ไม่ได้ว่าไปก็เสริฟง่ายๆเลยหละแต่เปลี่ยนเหยือกน้ำส้มหลายรอบหน่อย
อาหารเสริฟลำบากนิดนึงแม้ว่าจะพูดเป็นภาษาจีนแล้วก็ตามแต่บางคนไม่กินนี่สิเหมือนเค้าไม่เชื่อว่ามันใช่อาหารมุสลิมแต่ขอบอกว่าอาหารในการบินไทยผ่านพิธี halal มากินได้สบาย(เนื้อสัตว์ที่จะนำมาทำอาหารมุสลิมต้องทำพิธีนี้ก่อน)เค้าพกไข่ต้มมาเป็นสิบเลยแกะไข่ต้มกินกันน่าสงสารนะ คือพี่เค้าบอกว่าพวกนี้อาจจะมาจากจีนเหนือๆแล้วก็เดินทางมาปักกิ่งก่อนทีนึงแล้วต่อเครื่องมากรุงเทพ ต่อเครื่องจากกรุงเทพไปดูไบแล้วต้องเดินทางจากดูไบไปซาอุ คือเดินทางกันเป็นวันๆอ่ะด้วยศรัทธาเลยนะนั่น ตอนแจก snack ก่อนลงก็ไม่รับอีกพี่ทัสเดินอีกรอบเพราะมันเหลืออยู่มากเราคิดกันว่าเค้าจะได้เอาติดตัวไปกินตอนไปแสวงบุญแต่ก็เอาไปบ้างไม่เอาไปบ้างเราก็เลยมีเหลือให้เก็บไปกินกันตายที่โรงแรมเช่นกัน
ถึงดูไบประมาณตีหนึ่งเดินทางไปโรงแรมฟังพี่ๆเค้าคุยกันว่าโรงแรมใหม่ที่เราไปอยู่กันมันไกลออกไปจากที่ช้อปปิ้งแล้วก็ไม่มี crew room (ห้องรวมให้มาดูหนังฟังเพลง มีตู้เย็น ไมโครเวฟ ทำกับข้าว) นั่งรถไปจริงๆก็ไม่นานเท่าไหร่ประมาณ 20 นาทีมั้งถึงโรงแรม Dusit Dubai บรรยากาศไทยซะ ไม่เหมือนอยู่ต่างประเทศเลยมั้งนั่นเพราะมีเสียงดนตรีไทยบรรเลงตลอดพนักงานก็ไหว้ ก็พูดสวัสดี รับกุญแจแล้วก็ขึ้นห้อง ห้องที่ฉันได้พักอยู่บนสุดของส่วน resident (เราไม่ได้พักส่วนโรงแรม) อยู่ชั้น 22 ไม่มีเพื่อนอีกต่างหากอยู่คนเดียวที่ชั้นนั้น เข้าห้องไปตะลึงเลย ห้องใหญ่มากเหมือนคอนโดหนะมีส่วนรับแขก-ครัวแล้วก็ส่วนห้องนอน เก็บเสบียงเข้าตู้เย็นดีนะที่ฉันเอาพวกหมูทอด ขนมปัง นม คอนเฟลค ผลไม้มาไม่ต้องใช้ไมโครเวฟเพราะบางคนเอาอาหารแช่แข็งไปไงแล้วมันมีแต่เตาอบอ่ะอดรับประทานสิ กว่าจะนอนก็ตีสามครึ่งแล้ว
วันรุ่งขึ้นเสวีโทรมาถามว่าตกลงจะไปทัวร์ทะเลทรายจริงหรือเปล่าจะได้ยืนยันพนักงานโรงแรมและเอาเงินไปจ่ายเค้า ไปสิมีเพื่อนไปด้วยหนะถึงมันจะแพง(มาก 2680 บาท)แต่ครั้งอื่นเกิดไม่มีเพื่อนทำไงอดโดยปริยาย จ่ายเงินเสร็จก็รอ shuttle buss ไปห้าง City Center เป็นห้างใหญ่มากเลยรถจะออกตอนบ่ายสองแล้วก็กลับมาหกโมงเย็น ส่วนทัวร์ทะเลทรายเริ่มหกโมงครึ่งถึงตีหนึ่งครึ่ง (เวลาเค้าก็ 15.30-22.30) ไม่มีปัญหาก็ไปช้อปปิ้งกันก่อนมีสมาชิก trainee เพิ่มคือป๊อป(เพื่อนห้องเดียวกัน)เค้ามาไฟล์ทก่อนหน้าเราจะกลับวันนี้(26)
ไปถึงห้างหาข้าวกินฉันกินมังสาวิรัติเพราะเป็นวันพระกินสปาเกตตี้ผักไปไม่อร่อยแถมราคา 180 บาทน้ำขวดละ 24 บาท แล้วก็ไปเดินดูของกัน ปอมแยกไปเดินเอง ฉันให้ป๊อปพาไปดู quiksilver ไม่มีอะไรเลย แต่ก็มาเสียเงินซื้อรองเท้าลังเลอยู่แต่เพื่อนดันยุ ผู้ชายไม่นายุนะแต่ป๊อปกับเสวีบอกว่าอยากได้ก็ซื้อเลยมันลดจาก 3000 กว่าเหลือพันกว่าอ่ะดูดีด้วยนะก็ซื้อเลยอ่ะสิ แล้วก็ไปเดิน Ikea ร้านดูดีนะใหญ่โตมากของก็สวยดีคล้ายๆ habitat แต่ราคาถูกกว่า เดินดูเฉยๆยังไม่ซื้อไว้มาซื้อวันพรุ่งนี้(27) แล้วก็แยกกัน ป๊อปกับเสวีไปคาร์ฟูฉันไปดูเสื้อผ้า Mango หนะสิเซลด้วยแต่เวลาเหลือ 50 นาทีเดินไม่ทั่วร้านมันใหญ่(อะไรก็ใหญ่ไปหมดคาร์ฟูใหญ่มากเหมือนกัน) รีบๆดูของไม่สนุกอ่ะ จากนั้นก็มารอรถกลับโรงแรม
ถึงโรงแรมเกือบถึงเวลานัดไปทัวร์แล้วก็ต้องรีบเอาของไปเก็บเอาแจ๊คเกตแล้วก็ลงมาที่ล็อบบี้ มีรถจากบริษัททัวร์มารับเป็นรถ 4 WD ในรถมีสมาชิกอยู่แล้วสองเป็นสามีภรรยาหน้าตาเป็นแขกนี่แหละตอนแรกก็งงๆกันว่าเค้าจะไปทัวร์นี้ทำไมนะ ปรากฎว่าคุยๆกันแล้วเค้ามาจากลอนดอนหนะเค้าอยู่ที่นั่นตั้งแต่เกิดนี่มาเหมือนฮันนี่มูนรอบสองของเค้า
ออกจากโรงแรมแวะไปดูวังของใครฉันก็จำไม่ได้(ประมุขเค้าอ่ะจำชื่อไม่ได้)ที่ประตูวังมีม้าทำท่ากระโจนอยู่บนประตูเราก็แค่ขับผ่านเฉยๆ แล้วก็เดินทางต่อไปอีกไกลเลย ถนนหนทางเค้าดีมากเลยสองข้างทางเป็นทรายส่วนใหญ่ โอววว พี่แขกเอาโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนพี่เค้าใช้โนเกียรุ่นล่า(7210มั้ง) แล้วเราก็เดินทางไปถึงจุดเริ่มต้นมีคันอื่นมาร่วมขบวนเป็นสิบอ่ะ เค้าก็จอดให้ลงไปเดินเล่นแป๊ปนึง เธอจ๋าไอ้ที่ลังเลว่าจะมาดีเหรอเนี่ยมันเปลี่ยนไปเลยทรายมันสวยมากมากมากมากมันเป็นสีส้ม สีทองแดงบอกไม่ถูก ทรายละเอียดและนุ่มมากๆ ริวๆที่เกิดจากกระแสลมพัดที่เค้าเป็นแต่ในรูปได้เห็นของจริงแล้วสวยงามจริงๆ
เริ่มเดินทางแล้วจ้าแค่ออกเดินทางก็กรี๊ดเพราะมันก็ลุยเนินลงเนินกระเด้งกระดอนต้องรัดเข็มขัดไม่งั้นตายแน่แต่มันนานไปอ่ะ มันเด้งมันขึ้นๆลงๆนานไป ชามา(ตัวภรรยา)อาเจียนไปสองรอบฉันเองก็ทนได้ซะทีไหนแต่เพราะเค้าให้หยุดรถสองรอบนี่แหละฉันเลยได้พักด้วยแต่อีรอบสุดท้ายพอออรถปุ๊ปฉันเกิดอาการจะอาเจียนกับเค้าด้วย แหวะอ้วกแตกไปหนึ่งรอบ เราคงเป็นรถที่ไม่ได้ไปบุกตะลุยเหมือนคนอื่นเท่าไหร่เพราะไม่ไหวแล้วหวะก็เลยไป camp ก่อนซึ่งยังไม่มีใครมาเลย แต่ตอนเดินทางก็เห็นหรอกว่าคันอื่นเค้าตามๆกันขึ้นไปบนภูเขาทรายแค่เห็นตอนนั้นก็อยากตาย ชามาบอกว่าถ้าขากลับเป็นยังงี้เค้าตายแน่ๆ อีกอย่างคนขับรถของเราเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเองมากไม่ตาม track ที่คันอื่นไปพี่แกลุยไปทางใหม่ๆ ไปติดอยู่บนยอดเนินให้เสียวกันบ้างประปราย ฉันอยากถ่ายรูปทะเลทรายเยอะๆแต่กล้องโพลารอยด์มันคุณภาพไม่ดีหรอกคิดว่าจะมาถ่ายรูปซ่อมอีกรอบคงต้องกินยาแก้เมามาก่อนหละ
ไปถึง camp ก่อนก็มีสิทธิ์ก่อนได้ถ่ายรูปกับอูฐแต่เพราะฉันเป็นตากล้องให้เพื่อนๆก่อนพอถึงตาฉันแสงก็เริ่มหมดรูปออกมาก็ไม่ดีเท่าไหร่คิดถึง Nikon ของพี่กอล์ฟจริงๆเฟลชต้องสาดช่วยชีวิตเราได้แน่ๆ ถ่ายรูปแล้วคนอื่นๆก็ตามมาพอดีแล้วเค้าก็ได้นั่งอูฐแซงหน้าฉันไปอีกแหนะ แต่สุดท้ายเราก็ได้ขี่อูฐ เค้าพามันเดินวนๆอยู่แถว camp นั่นแหละไม่ได้เดินทางไกลไปไหน ที่น่าตื่นเต้นก็ตอนที่อูฐจะลุกจะนั่งนี่แหละเวลาลุกขึ้นยืนมันจะเอาขาหน้าขึ้นก่อนก็จะทำให้เราตัวเทไปข้างหลังแต่ไม่น่ากลัวเท่าตอนมันจะนั่งเพราะมันจะย่อขาหน้าลงก่อนหน้าเราจะทิ่มลงไปข้างหน้าตัวที่ฉันนั่งดันเป็นตัวที่สูงสุดตอนมันนั่งฉันจะกระดอนหลุดไปจากตัวมันแต่พี่แขกเค้าจับไว้ (คือตัวนี้ใครนั่งเค้าก็ต้องจับให้ทั้งนั้น)
นั่งอูฐกันแล้วก็เข้าไปใน camp มีชุดแขกให้ใส่ถ่ายรูปกันฉันใส่ชุดผู้หญิงก่อนที่เป็นชุดดำยาวโพกหัวอ่ะพอไปถ่ายรูปเห็นแต่หัวค่ะมันมืดกลืนไปกับ backgroud เฟลชไม่ถึงเลยไปเปลี่ยนเป็นชุดผู้ชายสีขาวมาถ่ายรูปอีก เสวีกับปอมหิวแล้วเค้าเลยไปกินแต่ฉันคิดว่าคงกินอะไรไม่ได้(เนื่องจากกินมังแต่คืนนี้เค้าบอกเลี้ยงบาร์บีคิว)ก็เลยไปซุ้มเขียน henna ชามาบอกให้เขียนดูสิก็อยากหรอกแต่เขียนมือไม่ได้ต้องทำงานก็เลยเขียนที่ต้นแขนแทน นั่งคุยกับคนเขียน(เธอชื่อ rubina) เค้ามาทำงานที่นี่ทุกวันแล้วก็ไม่ได้ไปเรียนเขียนที่ไหนหรอกคิดลายเอาเอง หมึกที่เขียนมันเป็นหลอดๆตอนเขียนจะนูนเป็นหมึกสีดำพอมันแห้งมันจะแตกออกเอง สีที่ติดผิวเป็นสีน้ำตาลจะติดอยู่หนึ่งสัปดาห์ แล้วก็ไปถ่ายรูปกับลูกเหยี่ยว
จากนั้นฉันก็ไปหาเพื่อน เพื่อนบอกว่าอาหารฉันกินได้เพราะมันก็เป็นพวกเจๆนี่แหละ ก็เลยเค้าไปนั่งด้วยมันเป็นเหมือนคอกเป็นรูปวงกลมมีกองไฟอยู่ตรงกลางก็ไม่ได้ไฟลุกโชนอะไรแค่กองถ่านอุ่นอาหารให้เราหนะ ฉันไม่ได้กินสองเมนูแรกแต่เพื่อนก็ขอเมนูสองมาให้กินบอกว่าอร่อยสุดเป็นลูกแป้งทอดราดน้ำผึ้ง เมนูสามเป็นซุปถั่วลูกไก่(chick pea เค้าว่าหน้าตามันเหมือนลูกไก่) จากนั้นเค้าก็ตั้งโต๊ะบุฟเฟ่ต์ อาหารแขกก็เป็นมังฯส่วนใหญ่ฉันก็กินขนมปัง”นาน”แล้วก็กินข้าวผัดกับพวกเครื่องเคียงเค้าไม่ได้กินพวกเนื้อสัตว์ย่างเลยก็ไม่รู้ว่าอร่อยมั้ย ตักอาหารแล้วไปนั่งกินที่โต๊ะเตี้ยๆ เพื่อนร่วมโต๊ะนอกจากเราห้าคนมีสามีภรรยาแก่แล้วชาวอเมริกันเค้าก็คุยสนุกดีตลกด้วยแต่ไม่ธรรมดาเลยนะเค้าก็ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้วตอนนี้ก็คงจะเที่ยวหนะฟังๆดูเที่ยวต่อเนื่องกันมาเลยนะนั่งเครื่องบินก็แต่ first class เท่านั้น(เค้าบอกว่าแก่แล้วไปนั่ง y มันลำบาก)
หลังอาหารมีของหวานเป็นพุดดิ้งอะไรซักอย่างแต่ฉันกินฟรุทสลัด กินอาหารเสร็จก็ถึงเวลาดูระบำหน้าท้อง คนที่มาเต้นสวยเลยหละผิวดีมากๆเนียนสุดๆ เต้นซัก3-4 เพลงก็เลิกทัวร์ก็จบ ขากลับลุยทะเลยทรายนิดหน่อยไม่เป็นเนินใหญ่แล้วก็ถึง high way เราขอให้พี่แขกไปส่งที่งาน global village ส่วนชามาและสามีไปห้างต่อเพราะจะกลับพรุ่งนี้แล้ว
งาน global village เหมือนงานกาชาดป่าวแต่เป็นงานที่ประเทศต่างๆมาเปิดบูทขายของมีประเทศไทยด้วย จีนก็มีนอกนั้นก็พวกแขกๆด้วยกัน ฉันซื้อรองเท้าแขกจากซุ้มประเทศอินเดีย ซื้ออินทผลัมจากซุ้มซาอุ ซุ้มของไทยของที่ขายก็พวกถุงผ้า naraya ชุดนอนอะไรทำนองนั้น ผลไม้ปลอม ของสมุนไพร นอกงานขายของก็มีเครื่องเล่นพวกชิงช้าสวรรค์เครื่องเล่นหวาดเสียว free fall อะไรแบบนั้นแต่ราคาแพง มีซุ้มเล่นเกมด้วยค่าเล่นเกมละ 120 บาท ฉันไม่ได้เล่นเลยเพื่อนๆเล่นดูแต่ไม่ได้รางวัล แขกเค้าออกมาเที่ยวงานเยอะนะไม่ใช่แค่วัยรุ่นหรือเด็กๆเท่านั้นของรางวัลก็ดูดีตุ๊กตาตัวใหญ่มากๆ ออกจากงานประมาณตีสามกว่าเดินทางกลับโรงแรมกว่าจะนอนก็เกือบตีห้าแล้ว
วันสุดท้ายก่อนทำงานกลับตื่นมาประมาณ 11 โมงกินอาหารเช้านั่งนอนดู MTV เปิดแต่เพลงฮิตๆทั้งนั้นอาบน้ำแต่งตัวลงไปรอรถไป city center ไปถึง city center มุ่งหน้าไป Ikea พาปอมไปเมื่อวานเค้าหาไม่เจอตอนแรกว่าจะกินอาหารใน Ikea แต่เสวีเปลี่ยนใจเพราะมันเป็นอาหารเช้าอะไรเงี้ย แต่ฉันขี้เกียจเดินออกไป food center มันคนละมุมเลยก็เลยกินในนี้แต่เสวีกับปอมไปกินอาหารแขกเราก็เลยแยกกันเดินตั้งแต่ตอนนั้น
ฉันซื้อเทียนสำหรับจุดเตาน้ำมัน ขนของไม่เข้าท่าใช่ม้าแต่ว่ามันถูก 100 อัน 132 บาท แล้วก็เทียนแท่งกลมอ้วนสูงประมาณหกนิ้วราคา 36 บาท ตัดใจซื้อของไม่จำเป็นไปด้วยทั้งที่มันถูกมากคือที่รองเทียนแบบเอาเทียนเตามาใส่ได้ 1 อันทำจากแก้วมีสีฟ้ากับสีใสราคา 12 บาท ซื้อกรอบรูปสีเงินเล็กๆขายคู่ละ 120 บาท ดูดีเผื่อเป็นของขวัญได้ แล้วก็ไปเดินดูนั่นนี่เกือบเสียเงินซื้อแว่นกันแดดแล้วแต่มันแพงอ่ะ เดินแวะร้านอื่นอีกเกือบได้รองเท้าใส่ทำงาแล้วเชียวแต่ไม่มี size ลดราคาด้วยถูกใจก็ตรงที่มันเป็นรองเท้าหน้ากว้างแล้วก็หัวตัด(ทุกวันนี้ใส่ที่บริษัทให้มันรูปแบบเห่ยแต่มันนิ่ม) แล้วก็ไป Mango วันนี้หละเสียเงินจริงๆซื้อเสื้อแจคเก็ตแล้วก็เสื้อยืดอื่นๆ เวลาจะหมดแล้วรถจะมารับแล้วแต่ยังไม่ได้ไปคาร์ฟู ก็วิ่งไปเลยจะหาอินทผลัมอีก พี่กอล์ฟบอกให้ซื้อเยอะๆฉันก็ไม่รู้ว่าเยอะมันแค่ไหนหว่า 1 กิโลที่ซื้อเมื่อคืนก็น่าจะเยอะแล้วนะแต่เดี๋ยวไม่เยอะมาแล้วก็ไปหาอีกละกัน ได้มาอีก 1 กล่อง 900 กรัม 1.9 กิโลก็น่าจะเยอะแล้วนะ เอ้อ ลืมเล่าไปว่าพี่บอกให้ซื้อซีดีของศิลปินที่ดังๆของเค้ามาด้วยฉันซื้อมาจากงาน global village ราคา 600 แหนะ เป็นศิลปินป๊อปดังซะคนขายยกนิ้วโป้งให้แล้วให้อีกบอกว่าดี ดี ไม่รู้พี่ฟังหรือยัง
กลับโรงแรมเก็บข้าวของ กินอาหารเย็นแล้วก็เข้านอนตอนสองทุ่ม wake up 23.30 รถออกจากโรงแรม 24.30 บินกลับกรุงเทพ 2.00 ง่วงค่ะ แต่ขากลับผู้โดยสาร 160 คน( เครื่อง 330 ชั้นY มี 267 ที่นั่ง) ได้นอนคนละ 1 ชั่วโมงฉันได้นอนรอบสองตอน 5.30 ถึงกรุงเทพ 8.00 กลับบ้าน ล้างหน้าล้างตา นอนไป 5 ชั่วโมงตื่นมาไปดู Hero นั่งก็เน้นความสวยงามของสีอ่ะนะ
วันนี้จะออกไปแลกเงินเอาเงินไปจ่าย visa จ่ายค่าโทรศัพท์ปรากฎว่าไปที่ไหนก็เจ๊งอดแลก ก็เลยซื้อของกลับบ้านเล่นเกมกับอี้กับปุ๊ก
Thursday, January 30, 2003
Saturday, January 25, 2003
ตื่นมาเก็บกระเป๋าลงมากินอาหารเช้าเล่นเกม เล่นไปทาเล็บไปด้วยอัพเลเวลสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นยิ่งเลเวลสูงๆกว่าจะอัพขึ้นไปยิ่งลำบากนี่ขนาดเลเวลยังไม่สูงเท่าไหร่
จะเล่นต่อก็ไม่สามารถซะแล้ว server คงมีปัญหาอีกตามเคยเดี๋ยวไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานแล้ว ใช่แล้วเราลืมเอาเป้ใส่กระเป๋าไปนี่นาหมวกอีกด้วยต้องไปก่อนหละ
ป.ล กล้องดิจิตอลขายไปแล้วมีแต่กล้องโพราลอยด์คงจะถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยไม่ได้ซะแล้ว
จะเล่นต่อก็ไม่สามารถซะแล้ว server คงมีปัญหาอีกตามเคยเดี๋ยวไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานแล้ว ใช่แล้วเราลืมเอาเป้ใส่กระเป๋าไปนี่นาหมวกอีกด้วยต้องไปก่อนหละ
ป.ล กล้องดิจิตอลขายไปแล้วมีแต่กล้องโพราลอยด์คงจะถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยไม่ได้ซะแล้ว
Friday, January 24, 2003
เมื่อวานออกจากบ้านคุ้มตอนสายนัดกับบีม ต่ายและต้นไปกินข้าวดูหนังกันที่สยาม ตอนเย็นไปงานเลี้ยงส่งพี่วุฒิแกลาออกจากงานไม่ใช่งานแอร์นะงานออฟฟิศที่ฉันเคยทำหนะ ออกมา 9 เดือนแล้วยังจะกลับไปกินฟรีกับเค้าอีกนะเรา อิอิ
ตอนเช้าเกือบไม่ตื่นเพื่อนนัด 11.30 ที่สยามแต่เราอยากจะไปไดร์ผมก่อนไม่ใช่ว่าจะสวยไปเจอเพื่อนหรอกแต่เพราะต้องไปที่ทำงานเก่าตอนเย็นกินเลี้ยงคนเยอะนะแล้วเค้าอาจจะคาดหวังนิดๆว่าเราจะดูดีไงถ้าไปกับเพื่อนฉันก็ไปทั้งหัวเยิ่นๆ มันเยิ่นมากชนิดผมพี่โย่งอาร์มแชร์อายแล้วกัน ชี้โด่ชี้เด่ไปทุกทิศทาง เคยจะยืดผมแต่พี่กอล์ฟบอกว่าเปลืองฉันก็พูดลอยๆมาบ่อยแกก็ว่าทุกครั้งแต่ครั้งหลังที่พูดแกไม่ว่าอะไรอาจจะเห็นด้วยไปแล้วเพราะมันเยิ่นจนแกก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน อิอิ
ฉันกับต่ายไปถึงเวลานัดก่อนไอ้คนนัด(บีม)ซะอีกทั้งที่ก็เลทไปนิดหน่อยแล้วก็เลยไปดูหนังสือกัน ต่ายซื้อหนังสือฉันก็อยากซื้อหนังสือ(ชอบซื้อแต่ไม่ชอบอ่าน)แต่ที่ปุ๊กให้มาอีกกองตอนกลับบ้านครั้งที่แล้วก็หลายเล่มรวมกับอีกกองของชาติก่อนที่ให้ไว้แล้วฉันยังไม่ได้อ่านกลายเป็นหนึ่งกองใหญ่ที่ไม่ได้อ่านตายแน่
เพื่อนมาครบก็ไปโซ้ยอาหารญี่ปุ่นค่ะไถ่ต้นนิดๆเพราะเป็นคนที่มีเงินเดือนเยอะที่สุดแล้วก็ไปจองตั๋วหนังกันดู The ring รอบ 14.20 แต่ตอนนั้นเพิ่งจะบ่ายโมงกว่าก็เลยพากันไปกินไอติม iberry เดินผ่านร้านดอกหญ้าแวะซื้อหนังสือพิมพ์เกมราคา 20 บาทเป็นเรื่องเกี่ยวกับ RO กินไอติมแล้วก็เดินไปดูหนัง
หนังไม่น่ากลัวเท่าภาคญี่ปุ่นหรือบางทีถ้าเราดูภาคฝรั่งก่อนมันก็อาจน่ากลัวก็ได้แต่ขนาดไม่น่ากลัวบีมก็ปิดตาตลอดประมาณว่าจ่าย 120 พี่แกดู 20 ฉันชอบตอนที่ผีออกมาจากทีวีแล้วมันวื้ดมาใกล้ๆผู้ชายอ่ะเจ๋งดีเค้าก็คงลักษณะผีเบรคดานซ์(ผีมันจะยึกยักยึกยักเวลาเดินเข้ามา)ไว้นะแต่ของญี่ปุ่นน่ากลัวกว่ามากเลย
ดูหนังเสร็จต่ายแยกไปเจอเพื่อนฉันกับบีมกับต้นเดินไปร้านดีเจสยาม กรี๊ด..อัลบั้มเต็มของอาร์มแชร์ออกแล้วก็ซื้อกันไปคนละอันจริงๆน่าจะให้เพื่อน write ให้แต่ก็นะอุดหนุนพี่เค้าหน่อย อิอิ แล้วเพื่อนก็กลับบ้าน ฉันก็เดินเตร่รอเวลาอีกนิดหน่อยก่อนนั่งรถไฟฟ้าไปที่ทำงานเก่า
หกโมงเย็นลงจากรถไฟฟ้าเห็นคนนึงหน้าตาดี เว้ยเฮ้ยแถวที่ทำงานเรามีคนหน้าตาดียังงี้ด้วยเหรอ อยากจะกลับมาทำงานปรากฎว่าเค้ามาถ่ายอะไรกันซักอย่างมีกล้องมีตัวแสดงหลายคน ไปถึงตึกโทรหาเอแล้วเด็กๆ(แกงค์เด็กของฉันสมัยทำงาน)ก็ลงมารับมาคุยเล่นกันก่อนจะออกเดินทางไปอ่าวกระเบน
เด็กๆขาดก๊อก(ไปส่งหญิง)ปาล์ม(ไปเรียน)พี่อร(ไปไหนไม่รู้)ที่เหลือก็ไปกัน สมาชิกนั่งรถอิฐมีกัน 4 คน อิฐ(ขับ) ปุ๊ก เอ และฉันส่วนรสโดนซิวไปนั่งคันอื่น หมดกันอดเม้าท์แตก แต่ก็ยังเม้าท์กันอยู่จนลืมสนใจความน่ากลัวในการขับรถของอิฐ อ่าวกระเบนไกลมากแบบว่าลืมโลกนี่ขนาดจากสาธรนะถ้าจากบ้านฉัน(นนท์)คงไม่กินด้วยหรอกนะ อิฐบอกว่าเค้ามีบัตรลด โฮ้...อย่างงี้มันต้องลด 50 % แล้วเฟ้ยแต่จริงๆก็อย่าบ่นไปเราก็กินฟรีกันหนะนะ
ร้านใหญ่มากคนก็มากินเยอะน่าดีใจนะไกลซะแต่คนมาเยอะอาหารก็อร่อยดีลมเย็นนะ ห้องน้ำสะอาด กินๆคุยๆถ่ายรูปกัน พี่วุฒิหนะเป็นหัวหน้าฝ่าย (infra) ของฉันเค้าลาออกไปเสริฟอาหาร์..พูดเล่นลาออกไปเรียนต่อต่างประเทศหนะพี่ๆ IT ก็เลยมาเลี้ยงส่งกัน ฉันคงต้องแนะนำการเขียนไดอารี่ออนไลน์ให้พี่เค้าซะหน่อยเพื่อนๆจะได้ติดตามความเป็นไป
ขากลับน้องรสก็ไปรถคันอื่นอีกแล้วเลยไม่ครบองค์ประชุมแต่ก็ยังเม้าท์กันม้านมันส์ขนาดมีพี่เล็กอยู่(พี่เค้าดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ทำพฤติกรรมเม้าท์แตก)เราก็เม้าท์แตกไม่สนใจ อิฐบอกว่าอะไรที่พี่ได้ยินวันนี้ถือว่าผมเมา ฮ่า ฮ่า แต่ถึงบ้านซะแล้วยังคุยไม่ซะใจเลยคงต้องนัดเจอกันใหม่ตอนที่ฉันไม่ทำงาน
พรุ่งนี้จะไปดูไบแล้วเสวีโทรมาบอกให้ search ทัวร์ทะเลทรายด้วยเค้าทำแล้วแต่ว่าดันไปปิดโมเด็มกลางคันเลยขี้เกียจหาแล้วให้เราหาแทน จริงๆผึ้งบอกว่าให้ไปทัวร์ east coast ดีกว่าทะเลทรายไม่ดีแต่คิดๆกันแล้วกับเสวีก็ครั้งนึงในชีวิตนะไม่เคยเห็นทะเลทราย อูฐก็อยากจะไปขี่ อยากกินข้าวนอนดูดาวในฮาเล็มดูระบำหน้าท้อง มันห่วยก็ไม่เป็นไรก็จะได้ไม่ไปอีก ส่วนเรื่องเสบียงไม่ต้องเตรียมไปมากเพราะมี food court หากินได้ถ้าเราไม่เรื่องมากในการกินแล้วก็เอากระเป๋าใหญ่ไปด้วย(กระเป๋ามีสองแบบ overnight bag เอาไปทุกครั้งและ suitcase เอาไปเฉพาะไฟล์ทที่นานกว่า 36 ชั่วโมง)ของขาไปอาจไม่มากแต่เราจะไปขนของกลับ ช้อปปิ้งไง dubai shopping festival กรี๊ดดด..
เย็นนี้จะไปดูหนังจะดูอะไรดี Hero ก็อยากดูสุดเสน่หาก็อยากดู hotchick ก็ท่าทางจะตลกนะแต่ก่อนออกจากบ้านขอเก็บเลเวลใน RO ก่อน เห็น SIMcity4 ก็อยากเล่นแต่รอซักพักค่อยซื้อแต่ว่าเครื่องเรามันจะเล่นได้มั้ยนะต้องการ spec เครื่องสูงเหลือเกิน
ตอนเช้าเกือบไม่ตื่นเพื่อนนัด 11.30 ที่สยามแต่เราอยากจะไปไดร์ผมก่อนไม่ใช่ว่าจะสวยไปเจอเพื่อนหรอกแต่เพราะต้องไปที่ทำงานเก่าตอนเย็นกินเลี้ยงคนเยอะนะแล้วเค้าอาจจะคาดหวังนิดๆว่าเราจะดูดีไงถ้าไปกับเพื่อนฉันก็ไปทั้งหัวเยิ่นๆ มันเยิ่นมากชนิดผมพี่โย่งอาร์มแชร์อายแล้วกัน ชี้โด่ชี้เด่ไปทุกทิศทาง เคยจะยืดผมแต่พี่กอล์ฟบอกว่าเปลืองฉันก็พูดลอยๆมาบ่อยแกก็ว่าทุกครั้งแต่ครั้งหลังที่พูดแกไม่ว่าอะไรอาจจะเห็นด้วยไปแล้วเพราะมันเยิ่นจนแกก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน อิอิ
ฉันกับต่ายไปถึงเวลานัดก่อนไอ้คนนัด(บีม)ซะอีกทั้งที่ก็เลทไปนิดหน่อยแล้วก็เลยไปดูหนังสือกัน ต่ายซื้อหนังสือฉันก็อยากซื้อหนังสือ(ชอบซื้อแต่ไม่ชอบอ่าน)แต่ที่ปุ๊กให้มาอีกกองตอนกลับบ้านครั้งที่แล้วก็หลายเล่มรวมกับอีกกองของชาติก่อนที่ให้ไว้แล้วฉันยังไม่ได้อ่านกลายเป็นหนึ่งกองใหญ่ที่ไม่ได้อ่านตายแน่
เพื่อนมาครบก็ไปโซ้ยอาหารญี่ปุ่นค่ะไถ่ต้นนิดๆเพราะเป็นคนที่มีเงินเดือนเยอะที่สุดแล้วก็ไปจองตั๋วหนังกันดู The ring รอบ 14.20 แต่ตอนนั้นเพิ่งจะบ่ายโมงกว่าก็เลยพากันไปกินไอติม iberry เดินผ่านร้านดอกหญ้าแวะซื้อหนังสือพิมพ์เกมราคา 20 บาทเป็นเรื่องเกี่ยวกับ RO กินไอติมแล้วก็เดินไปดูหนัง
หนังไม่น่ากลัวเท่าภาคญี่ปุ่นหรือบางทีถ้าเราดูภาคฝรั่งก่อนมันก็อาจน่ากลัวก็ได้แต่ขนาดไม่น่ากลัวบีมก็ปิดตาตลอดประมาณว่าจ่าย 120 พี่แกดู 20 ฉันชอบตอนที่ผีออกมาจากทีวีแล้วมันวื้ดมาใกล้ๆผู้ชายอ่ะเจ๋งดีเค้าก็คงลักษณะผีเบรคดานซ์(ผีมันจะยึกยักยึกยักเวลาเดินเข้ามา)ไว้นะแต่ของญี่ปุ่นน่ากลัวกว่ามากเลย
ดูหนังเสร็จต่ายแยกไปเจอเพื่อนฉันกับบีมกับต้นเดินไปร้านดีเจสยาม กรี๊ด..อัลบั้มเต็มของอาร์มแชร์ออกแล้วก็ซื้อกันไปคนละอันจริงๆน่าจะให้เพื่อน write ให้แต่ก็นะอุดหนุนพี่เค้าหน่อย อิอิ แล้วเพื่อนก็กลับบ้าน ฉันก็เดินเตร่รอเวลาอีกนิดหน่อยก่อนนั่งรถไฟฟ้าไปที่ทำงานเก่า
หกโมงเย็นลงจากรถไฟฟ้าเห็นคนนึงหน้าตาดี เว้ยเฮ้ยแถวที่ทำงานเรามีคนหน้าตาดียังงี้ด้วยเหรอ อยากจะกลับมาทำงานปรากฎว่าเค้ามาถ่ายอะไรกันซักอย่างมีกล้องมีตัวแสดงหลายคน ไปถึงตึกโทรหาเอแล้วเด็กๆ(แกงค์เด็กของฉันสมัยทำงาน)ก็ลงมารับมาคุยเล่นกันก่อนจะออกเดินทางไปอ่าวกระเบน
เด็กๆขาดก๊อก(ไปส่งหญิง)ปาล์ม(ไปเรียน)พี่อร(ไปไหนไม่รู้)ที่เหลือก็ไปกัน สมาชิกนั่งรถอิฐมีกัน 4 คน อิฐ(ขับ) ปุ๊ก เอ และฉันส่วนรสโดนซิวไปนั่งคันอื่น หมดกันอดเม้าท์แตก แต่ก็ยังเม้าท์กันอยู่จนลืมสนใจความน่ากลัวในการขับรถของอิฐ อ่าวกระเบนไกลมากแบบว่าลืมโลกนี่ขนาดจากสาธรนะถ้าจากบ้านฉัน(นนท์)คงไม่กินด้วยหรอกนะ อิฐบอกว่าเค้ามีบัตรลด โฮ้...อย่างงี้มันต้องลด 50 % แล้วเฟ้ยแต่จริงๆก็อย่าบ่นไปเราก็กินฟรีกันหนะนะ
ร้านใหญ่มากคนก็มากินเยอะน่าดีใจนะไกลซะแต่คนมาเยอะอาหารก็อร่อยดีลมเย็นนะ ห้องน้ำสะอาด กินๆคุยๆถ่ายรูปกัน พี่วุฒิหนะเป็นหัวหน้าฝ่าย (infra) ของฉันเค้าลาออกไปเสริฟอาหาร์..พูดเล่นลาออกไปเรียนต่อต่างประเทศหนะพี่ๆ IT ก็เลยมาเลี้ยงส่งกัน ฉันคงต้องแนะนำการเขียนไดอารี่ออนไลน์ให้พี่เค้าซะหน่อยเพื่อนๆจะได้ติดตามความเป็นไป
ขากลับน้องรสก็ไปรถคันอื่นอีกแล้วเลยไม่ครบองค์ประชุมแต่ก็ยังเม้าท์กันม้านมันส์ขนาดมีพี่เล็กอยู่(พี่เค้าดูเป็นผู้ใหญ่ไม่ทำพฤติกรรมเม้าท์แตก)เราก็เม้าท์แตกไม่สนใจ อิฐบอกว่าอะไรที่พี่ได้ยินวันนี้ถือว่าผมเมา ฮ่า ฮ่า แต่ถึงบ้านซะแล้วยังคุยไม่ซะใจเลยคงต้องนัดเจอกันใหม่ตอนที่ฉันไม่ทำงาน
พรุ่งนี้จะไปดูไบแล้วเสวีโทรมาบอกให้ search ทัวร์ทะเลทรายด้วยเค้าทำแล้วแต่ว่าดันไปปิดโมเด็มกลางคันเลยขี้เกียจหาแล้วให้เราหาแทน จริงๆผึ้งบอกว่าให้ไปทัวร์ east coast ดีกว่าทะเลทรายไม่ดีแต่คิดๆกันแล้วกับเสวีก็ครั้งนึงในชีวิตนะไม่เคยเห็นทะเลทราย อูฐก็อยากจะไปขี่ อยากกินข้าวนอนดูดาวในฮาเล็มดูระบำหน้าท้อง มันห่วยก็ไม่เป็นไรก็จะได้ไม่ไปอีก ส่วนเรื่องเสบียงไม่ต้องเตรียมไปมากเพราะมี food court หากินได้ถ้าเราไม่เรื่องมากในการกินแล้วก็เอากระเป๋าใหญ่ไปด้วย(กระเป๋ามีสองแบบ overnight bag เอาไปทุกครั้งและ suitcase เอาไปเฉพาะไฟล์ทที่นานกว่า 36 ชั่วโมง)ของขาไปอาจไม่มากแต่เราจะไปขนของกลับ ช้อปปิ้งไง dubai shopping festival กรี๊ดดด..
เย็นนี้จะไปดูหนังจะดูอะไรดี Hero ก็อยากดูสุดเสน่หาก็อยากดู hotchick ก็ท่าทางจะตลกนะแต่ก่อนออกจากบ้านขอเก็บเลเวลใน RO ก่อน เห็น SIMcity4 ก็อยากเล่นแต่รอซักพักค่อยซื้อแต่ว่าเครื่องเรามันจะเล่นได้มั้ยนะต้องการ spec เครื่องสูงเหลือเกิน
Monday, January 20, 2003
กลับเชียงใหม่ในหน้าที่มีเวลาอยู่บ้าน เกือบ 24 ชั่วโมงก่อนจะไปเครื่องดีเลย์ไปหนึ่งชั่วโมงมันก็ดีเลย์กับเป็นทอดๆเพราะว่าใช้เครื่องต่อกันมีผู้โดยสารเยอะแยะทั้งไปเชียงใหม่ทั้งไปที่อื่นหรือเพราวันนั้นเป็นวันศุกร์ก็ไม่รู้
ทำงานครั้งนี้ไม่มี purser แต่มี IM ไปแทนถูกประเมินผลการทำงานด้วยในไฟล์ทมี trainee 3 คนพี่ๆคนอื่นก็น่ารัก ไฟล์ทนี้พี่ที่ทำ BC เป็นพี่แอร์ยุโรปกับแอร์ first class ปกติพี่เค้าไม่ค่อยได้มาแถวนี้แน่ๆพี่เค้าเลยพาครอบครัวมาเที่ยวด้วย ฉันเองเวลาไปไหนนานๆเบื่อๆ(เช่น Muscat)อยากให้เพื่อนไปด้วยแฟนไปด้วยแต่คงจะไม่กล้าแต่เดี๋ยวพ้นโปรก็สามารถแลกไฟล์ทได้เพื่อนแอร์จะมากับเราหรือเราแลกไปกับเค้าก็ได้ยังงี้ก็คงสนุกมากขึ้น
ไปถึงเชียงใหม่แม่กับปุ๊กมารับที่สนามบินแล้วไปแวะโรบินสันใกล้สนามบินเพราะจะไปซื้อคู่มือเกมส์เล่มใหม่สีม่วงมีซะด้วยสิไม่ลดราคาเราก็ซื้อ(ปุ๊กไปดูที่สุริวงศ์แล้วแต่หมด)แล้วก็ไปร้านเค้ก สั่งเค้กไป 6 ชิ้นตอนแรกก็ว่าสำหรับ 5 คนก็สบายๆแต่อี้ดันมาไม่ได้งานยังไม่เสร็จเราก็บอกจะอยู่ที่ร้านถึงหกโมงเย็น ประมาณก่อนหกโมงเย็นนิดนึงเราก็แยกย้าย ฉันไปส่งแม่ที่บ้าน ปึ๊ดกลับไปเอาของที่มหาลัย อี้ดันโทรมาบอกว่าออกจากออฟฟิศได้แล้ว มันจะออกมาหาใครหละเนี่ยก็เลยค่อยเจอกันที่ร้านหมูกระทะ
ไปถึงบ้านชักง่วงแล้วหละ ล้างหน้า(เปลี่ยชุดไปตั้งแต่ก่อนไปซื้อหนังสือแล้วแต่ว่าไม่ได้ล้างหน้า)นั่งเล่นนอนเล่นดันออกจากบ้านเกือบทุ่ม(เพื่อนนัดหนึ่งทุ่ม)จะไปรับเบญรับต่ายที่หอแพทย์เค้าดันไม่รอแล้วไปกับแก้วไปกินอาหารญี่ปุ่น(ไม่อยากรมควันหมูกระทะให้หัวเหม็น) ก็ตามใจเราก็นัดเพื่อนไว้แล้วอ่ะ ก็ไปกินกัน 4 คนที่ร้านหมูกระทะช้างเผือก มันเป็นเตาแก๊สเสี่ยงนิดนึงแต่กระทะเป็นทองเหลืองปึ๊ดบอกว่าปลอดภัยกว่า กินกันจนถึงสามทุ่มครึ่งเลิก เลิก กลับบ้านกันให้หมดเพราะจะไปเล่นเกมกัน ปึ๊ดไม่เล่นอยู่คนเดียวเพราะตัดใจออกจากเกมได้แล้ว(งานเค้าเยอะเกินไป) กลับบ้านต่อเนตเล่นเกมกันกับอี้ ฉันเล่นตัวของปุ๊กเพราะจะพาไปอัพเลเวล อี้จะ tank ให้ แล้วก็เจอเชษฐ์กับพ่อกระบี่พเนจรใจดีลากด้วงมาให้ตีจนอัพ fire bolt ได้ 10 เลเวลในเวลา 3 ชั่วโมง ก่อนจะนอนเจอต่อก็เลยตามกันไปตีตัว kobold แต่ฉันตายซะก่อนก็เลยเลิก
นอนตีสองครึ่งตื่น10 โมงกว่าออกไปตลาดกับแม่ซื้ออาหารแมวถุงใหญ่และอาหารกลางวัน ผ่านร้านโชว์ห่วยมีการ์ด ragnarok ขายด้วยอ่ะกล่อง 5 บาท เธอว่าฉันซื้อมั้ย ซื้อดิซื้อมา 4 กล่อง การ์ดเลเซอร์ซะด้วยนะแถมมีตัวขูดชิงโชคเผื่อได้ตังค์ให้ปุ๊กขูดได้ตังค์มา 10 บาทก็เหมือนเราซื้อของไป 10 บาท อิอิ
กลับจากตลาดเก็บของอาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน IM บอกให้ไปถึง 14.15 ไปถึงก่อนเวลา 15 นาทีไม่เจอใครเลยคิดในใจว่าเค้ากลับกรุงเทพกันไปหมดแล้วหรือเปล่าแต่เครื่องก็ยังไม่ลงนะ (ดีเลย์อีกแล้ว) นั่งดูคู่มือเกมส์รอพี่ๆเพื่อนๆแล้วก็ทำงานกลับกันแต่ออยโชคดีไม่ต้องไปเชียงรายกับพวกเรา(ขากลับทำสามแลนด์ ไปกรุงเทพแล้วไปเชียงรายแล้วค่อยกลับบ้าน)เพราะเค้าเปลี่ยนเครื่องจาก 333 เป็น AB7 มันใช้ลูกเรือน้อยกว่า 1 คน ออยเลยถูกตัดออกไป อิจฉา
เมื่อวานวันหยุดไปดู Lord 2 กับพี่กอล์ฟ(พี่ดูแล้วแต่มาดูเป็นเพื่อนอีก)หนังสนุกดีเท่มากแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าลูกธนูของเอลฟ์ไม่มีวันหมดหรือไงนะเห็นใส่ในซองมี 5-6 ลูกแต่ยิงออคเป็นสิบเป็นร้อยเลยอ่ะ ตอนเช้าดู golden globe เรื่อง talk to her ได้รางวัลหนังต่างประเทศเรื่องนี้มันฉายในงาน bkk internation film ด้วยดิ อยากไปดูนะ ฉายเย็นนี้ซะด้วยดิแต่มันจะเลิกค่ำไปเพราะพรุ่งนี้ทำงาน บินไปนอนเกาชุงกลับมาสายๆวันพุธแล้วเพื่อนก็นัดไปกินโออิชิไม่ชอบเลยแพงและไม่อร่อยอ่ะจะเจรจาเป็นที่อื่นได้มั้ยนะ
ทำงานครั้งนี้ไม่มี purser แต่มี IM ไปแทนถูกประเมินผลการทำงานด้วยในไฟล์ทมี trainee 3 คนพี่ๆคนอื่นก็น่ารัก ไฟล์ทนี้พี่ที่ทำ BC เป็นพี่แอร์ยุโรปกับแอร์ first class ปกติพี่เค้าไม่ค่อยได้มาแถวนี้แน่ๆพี่เค้าเลยพาครอบครัวมาเที่ยวด้วย ฉันเองเวลาไปไหนนานๆเบื่อๆ(เช่น Muscat)อยากให้เพื่อนไปด้วยแฟนไปด้วยแต่คงจะไม่กล้าแต่เดี๋ยวพ้นโปรก็สามารถแลกไฟล์ทได้เพื่อนแอร์จะมากับเราหรือเราแลกไปกับเค้าก็ได้ยังงี้ก็คงสนุกมากขึ้น
ไปถึงเชียงใหม่แม่กับปุ๊กมารับที่สนามบินแล้วไปแวะโรบินสันใกล้สนามบินเพราะจะไปซื้อคู่มือเกมส์เล่มใหม่สีม่วงมีซะด้วยสิไม่ลดราคาเราก็ซื้อ(ปุ๊กไปดูที่สุริวงศ์แล้วแต่หมด)แล้วก็ไปร้านเค้ก สั่งเค้กไป 6 ชิ้นตอนแรกก็ว่าสำหรับ 5 คนก็สบายๆแต่อี้ดันมาไม่ได้งานยังไม่เสร็จเราก็บอกจะอยู่ที่ร้านถึงหกโมงเย็น ประมาณก่อนหกโมงเย็นนิดนึงเราก็แยกย้าย ฉันไปส่งแม่ที่บ้าน ปึ๊ดกลับไปเอาของที่มหาลัย อี้ดันโทรมาบอกว่าออกจากออฟฟิศได้แล้ว มันจะออกมาหาใครหละเนี่ยก็เลยค่อยเจอกันที่ร้านหมูกระทะ
ไปถึงบ้านชักง่วงแล้วหละ ล้างหน้า(เปลี่ยชุดไปตั้งแต่ก่อนไปซื้อหนังสือแล้วแต่ว่าไม่ได้ล้างหน้า)นั่งเล่นนอนเล่นดันออกจากบ้านเกือบทุ่ม(เพื่อนนัดหนึ่งทุ่ม)จะไปรับเบญรับต่ายที่หอแพทย์เค้าดันไม่รอแล้วไปกับแก้วไปกินอาหารญี่ปุ่น(ไม่อยากรมควันหมูกระทะให้หัวเหม็น) ก็ตามใจเราก็นัดเพื่อนไว้แล้วอ่ะ ก็ไปกินกัน 4 คนที่ร้านหมูกระทะช้างเผือก มันเป็นเตาแก๊สเสี่ยงนิดนึงแต่กระทะเป็นทองเหลืองปึ๊ดบอกว่าปลอดภัยกว่า กินกันจนถึงสามทุ่มครึ่งเลิก เลิก กลับบ้านกันให้หมดเพราะจะไปเล่นเกมกัน ปึ๊ดไม่เล่นอยู่คนเดียวเพราะตัดใจออกจากเกมได้แล้ว(งานเค้าเยอะเกินไป) กลับบ้านต่อเนตเล่นเกมกันกับอี้ ฉันเล่นตัวของปุ๊กเพราะจะพาไปอัพเลเวล อี้จะ tank ให้ แล้วก็เจอเชษฐ์กับพ่อกระบี่พเนจรใจดีลากด้วงมาให้ตีจนอัพ fire bolt ได้ 10 เลเวลในเวลา 3 ชั่วโมง ก่อนจะนอนเจอต่อก็เลยตามกันไปตีตัว kobold แต่ฉันตายซะก่อนก็เลยเลิก
นอนตีสองครึ่งตื่น10 โมงกว่าออกไปตลาดกับแม่ซื้ออาหารแมวถุงใหญ่และอาหารกลางวัน ผ่านร้านโชว์ห่วยมีการ์ด ragnarok ขายด้วยอ่ะกล่อง 5 บาท เธอว่าฉันซื้อมั้ย ซื้อดิซื้อมา 4 กล่อง การ์ดเลเซอร์ซะด้วยนะแถมมีตัวขูดชิงโชคเผื่อได้ตังค์ให้ปุ๊กขูดได้ตังค์มา 10 บาทก็เหมือนเราซื้อของไป 10 บาท อิอิ
กลับจากตลาดเก็บของอาบน้ำแต่งตัวไปสนามบิน IM บอกให้ไปถึง 14.15 ไปถึงก่อนเวลา 15 นาทีไม่เจอใครเลยคิดในใจว่าเค้ากลับกรุงเทพกันไปหมดแล้วหรือเปล่าแต่เครื่องก็ยังไม่ลงนะ (ดีเลย์อีกแล้ว) นั่งดูคู่มือเกมส์รอพี่ๆเพื่อนๆแล้วก็ทำงานกลับกันแต่ออยโชคดีไม่ต้องไปเชียงรายกับพวกเรา(ขากลับทำสามแลนด์ ไปกรุงเทพแล้วไปเชียงรายแล้วค่อยกลับบ้าน)เพราะเค้าเปลี่ยนเครื่องจาก 333 เป็น AB7 มันใช้ลูกเรือน้อยกว่า 1 คน ออยเลยถูกตัดออกไป อิจฉา
เมื่อวานวันหยุดไปดู Lord 2 กับพี่กอล์ฟ(พี่ดูแล้วแต่มาดูเป็นเพื่อนอีก)หนังสนุกดีเท่มากแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าลูกธนูของเอลฟ์ไม่มีวันหมดหรือไงนะเห็นใส่ในซองมี 5-6 ลูกแต่ยิงออคเป็นสิบเป็นร้อยเลยอ่ะ ตอนเช้าดู golden globe เรื่อง talk to her ได้รางวัลหนังต่างประเทศเรื่องนี้มันฉายในงาน bkk internation film ด้วยดิ อยากไปดูนะ ฉายเย็นนี้ซะด้วยดิแต่มันจะเลิกค่ำไปเพราะพรุ่งนี้ทำงาน บินไปนอนเกาชุงกลับมาสายๆวันพุธแล้วเพื่อนก็นัดไปกินโออิชิไม่ชอบเลยแพงและไม่อร่อยอ่ะจะเจรจาเป็นที่อื่นได้มั้ยนะ
Thursday, January 16, 2003
เมื่อคืนลองเข้าเกมเจอเชษฐ์กับอี้เล่นอยู่เหมือนกันเลยมาเจอกันที่พรอนเพราะอี้อยากให้เพื่อนๆเปิดกล่องของขวัญให้(ในเกมเก็บถุงเท้า 3 ข้างไปแลกกล่องของขวัญจากซานต้ามาลุ้นเองว่าได้อะไร) อี้แลกมา 12 กล่องให้เพื่อนเปิดคนละ 6 กล่อง ฉันเปิดได้ของดีๆเป็นส่วนมากทั้งเพชรตั้งสามกระรัตแหนะ ทั้งมรกต แร่ราคาแพง(เปิดให้คนอื่นมันมือดีจริงๆแต่เปิดเองก็ได้กุหลาบราคาห้าหมื่นนะ) เชษฐ์เปิดได้ jellopy (ราคาประมาณ 2 เซนี) ฮ่า ฮ่า อี้เลยไม่ให้เปิดอีก แต่ก็ไม่ฮาเท่าอี้เพราะอี้เปิดได้กล่องเปล่า เจอเพื่อนหละดีใจไม่ค่อยเจอกันเลยต่างคนต่างเล่นพอมาเจอกันจะชวนอยู่ปาร์ตี้เดียวกันก็มีปัญหาอยู่ไม่สามารถ
แต่เล่นกันได้ไม่นานเพราะน้าไล่ไปนอนตอนนั้นก็เที่ยงคืนแล้ว ก็เลยนัดกันว่าคืนนี้จะเล่นอีกให้มาเล่นกันแต่หัวค่ำเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องบิน แต่คงจะแห้ว แป้ก เซ็ง หงุดหงิดเพราะมันเข้าไม่ได้ เข้าไม่ได้มาตั้งแต่เช้าแล้วเข้าได้เล่นได้แล้วก็หลุดๆๆๆตลอดคาใจมากอยากเล่นมั่กมาก นี่มันอารมณ์เดียวกับคนติดยาเลยมะเนี่ย
ป.ล พรุ่งนี้ไปเชียงใหม่นัดปุ๊ก แม่ อี้ ปึ๊ดไปกินเค้กร้าน love ต่อด้วยหมูกระทะรับลมหนาว(นัดพวกแก้ว แจง เบญ ต่ายมากินด้วย)
แต่เล่นกันได้ไม่นานเพราะน้าไล่ไปนอนตอนนั้นก็เที่ยงคืนแล้ว ก็เลยนัดกันว่าคืนนี้จะเล่นอีกให้มาเล่นกันแต่หัวค่ำเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องบิน แต่คงจะแห้ว แป้ก เซ็ง หงุดหงิดเพราะมันเข้าไม่ได้ เข้าไม่ได้มาตั้งแต่เช้าแล้วเข้าได้เล่นได้แล้วก็หลุดๆๆๆตลอดคาใจมากอยากเล่นมั่กมาก นี่มันอารมณ์เดียวกับคนติดยาเลยมะเนี่ย
ป.ล พรุ่งนี้ไปเชียงใหม่นัดปุ๊ก แม่ อี้ ปึ๊ดไปกินเค้กร้าน love ต่อด้วยหมูกระทะรับลมหนาว(นัดพวกแก้ว แจง เบญ ต่ายมากินด้วย)
Wednesday, January 15, 2003
เป็นครั้งแรกที่ดูพี่บอลแข่งเทนนิส ไปดูที่ทำงานพี่กอล์ฟเค้าเฮกันทั้งออฟฟิศแต่ฉันดูไม่รู้เรื่องไม่สนุกอยู่คนเดียว พอพี่บอลแพ้เงียบกันโม้ดมีแต่พี่หนุ่มที่เชียร์ฟิลลิปปุสซิสที่หัวเราะอยู่คนเดียวแต่ฟิลลิปนั่นก็เสริฟได้แรงไม่ตกจริงๆเล้ย
กว่าจะดูเทนนิสเสร็จปาไปเกือบสองทุ่มหมดกันไม่ต้องไปเดินเล่นที่ไหนหรอกเซ็งเลยออกจากบ้านมาอยากไปเที่ยวเล่นห้างเหิงเปิดพอดีแต่พี่ก็พาไปถนนข้าวสารแทนไปกินข้าวกินขนมแล้วก็กลับบ้าน อยากจะเล่นเกมซะหน่อยไม่ได้เล่นเลยคิดถึงจัง
# # # # #
TG407
สนุกมากๆเป็นไฟล์ทที่เป็นที่สุดแล้วตั้งแต่บินมาพี่ๆน่ารักที่สุด ฮาที่สุด สนุกที่สุด นอนดึกที่สุด
ออกเดินทางจากกรุงเทพไปแวะหาดใหญ่ผู้โดยสารเกือบเต็มแต่ขานี้เสริฟน้ำก็ง่ายดีขาจากหาดใหญ่ไปสิงค์โปรเสิรฟอาหารแต่ว่ามีอย่างเดียวไม่เสียเวลาถามมาถึงก็วางไปได้เลยพี่ๆ BC ก็มาช่วยด้วยเพราะผู้โดยสารของพี่เค้าไม่เยอะ
ไปถึงสิงค์โปร์นั่งรถไปโรงแรมจะหลับซะแล้วทำงานในอากาศคิดว่ายังไงก็ทำให้ง่วงถึงแม้จะนอนมาดีก็ตามรถก็ขับช้ารักษากฎจราจรมากถึงโรงแรมรับกุญแจแล้วก็นัดเวลาลงมาเจอกันข้างล่างเพื่อออกไปร้านนาฬิกา แอร์Y(เรียกแอร์แต่ก็รวมถึงสจ๊วตด้วยนะ) ไปด้วยกันหมดเลยมีแฟนของพี่แอร์อีกคนด้วยสิริรวม 7 คน นั่งแทกซี่ไปสองคันเพราคันนึงนั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น
ร้านนาฬิกาที่เค้านิยมไปกันเป็นร้านนาฬิกาแถวโรงแรมเก่าอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ city hall ฉันอยากได้ดีเซลแต่ว่ามันรุ่นเก่าและเหลือแบบไม่มากไม่ถูกใจก็เลยไม่เสียเงิน จากนั้นตามพี่ๆไป Watson ฉันเห็นแผงพวกยาทาเล็บบำรุงเล็บของ Sally มีของเยอะมากเลยมี handcream แบบในนิตยสารฝรั่งเลยแต่ฉันซื้อน้ำยาทาไม่ให้เล็บแตก ทาเล็บมากๆเหมือนทำให้เล็บอ่อนแอนะเล็บจะร่อนๆหรือแตกง่ายก็เลยซื้อมาลอง ตูน(เพื่อน trainee) บอกว่ายี่ห้อนี้ดีแล้วฉันก็ได้ตุ๊กตา m&m มาด้วยมันเป็นหุ่นพลาสติกตัว Red สำหรับใส่ m&m mini
จากนั้นก็ไปกินข้าวใน food court อาหารก็งั้นๆแหละแพงเหมือนกันนะบะหมี่หมูแดง 75 บาท(คิด 1 เหรียญเท่ากับ 25 บาท) นมแดง(นึกถึงนมเย็นสีแดงนั่นแหละแต่เค้าเป็นน้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ)ราคาประมาณ 30 บาท(แพงหวะ) เมื่อเติมพลังแล้วก็จะเดินไป MNG เพราะก่อนออกจากโรงแรมเจอพี่แอร์ไฟล์ทอื่นบอกว่ามันลด 70 % แล้วแต่ไม่มีอะไรเหลือ ตอนแรกพี่ๆจะไม่ไปแต่คิดว่าไม่เหลือของคนอื่นอาจจะเหลือของเรา แต่ระหว่างทางไปพี่แอร์แวะร้านบาจาซื้อรองเท้าเด็กๆ(ฉันกับตูน)ก็ตามไปด้วยส่วนพี่สจ๊วตกินเบียร์รอนอกร้าน ตัวฉันเล็งไว้คู่นึงที่บ้านเราราคา 599 บาทคิดว่าจะมาดูที่สิงค์โปร์เผื่อถูกกว่าแต่ไม่มีคงต้องไปบ้านเราก็ดีเงินทองหมุนเวียนในบ้าน
ได้ไป MNG กันซะทีเดินไปที่ Raffle city ถึงหน้าห้างนัดเวลาเจอกันให้เวลาหนึ่งชั่วโมงผู้หญิงไปดูเสื้อผู้ชายไปดูสาว ไปดูเสื้อกันสี่คนได้เสือ้แบบเดียวกันมาสามคนพี่น้องไม่ซื้อเพราะบอกว่าใส่แล้วไม่สวยมันเป็นเสื้อไหมพรมกันหนาวแขนตุ๊กตาราคา 750 บาท (เดือนหน้าขอให้ได้ไปญี่ปุ่นจะได้เอาไปใส่ เพี้ยง!) ถึงเวลานัดก็มาเจอกันเรียกแทกซี่กับโรงแรมไปอาบน้ำแต่งกายคืนนี้จะไปเที่ยวเธค
กลับถึงโรงแรมเวลาประมาณสามทุ่ม(บ้านสิงค์โปร)แยกย้ายไปอาบน้ำแล้วมารอรับสมาชิกจากไฟล์ทอื่น ( TG405, TG413) จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ระหว่างรอให้พี่ๆเพื่อนๆจากไฟล์ทอื่นอาบน้ำแต่งตัวพี่ตั้มพี่แอร์พาฉัน ตูนและกริช (405)ไปกินบักกุตแต๋ เดินไปผิดทิศผิดทางสุดๆเพราะจะหาร้านอร่อยที่พี่ตั้มเคยกินสุดท้ายก็หาเจอแต่ร้านปิด แป่ว...ก็ต้องกลับไปพึ่งร้านเดิมตรงข้ามโรงแรม บักกุตแต๋คือต้มซี่โครงหมูน้ำดำๆอ่ะ แต่ที่เด็ดกว่าบักกุตแต๋ Pepsi blue เห็นในตู้ก็ยังคิดอยู่ว่าอะไรคนขายเค้าจะเอาให้ตูนแต่ตูนเอาเป๊ปซี่ธรรมดาเราถามตูนว่ามันเป็นยังไงเค้าบอกมันเป็นสีฟ้า เราก็เอาดิเราชอบ มันเป็นสีฟ้าแบบกามิกาเซ่ชอบ ชอบ เวลาไปไหนเราไม่กินเหล้าแต่ถ้ากิน pepsi blue ก็ได้อารมณ์แบบกินเหล้าเลยนะ
กินบักกุตแต๋เสร็จเดินกลับโรงแรมสมาชิกพร้อมหน้ามี 11 คน ไฟล์ทเรามี 7 คน ไฟล์ท 405 อีกสามคนแล้วก็พี่ก้องจากไฟล์ท 413 แต่ร้านปิด...แป่ว...มันเป็นร้านใกล้ๆโรงแรมชื่อซุกแต่ในเมื่อจะไปเค้าก็ต้องไปให้ได้ก็ต้องไปร้านที่ไกลออกไปต้องใช้แทกซี่ 3คันแต่ไปๆมาๆพนักงานที่โรงแรมก็เอารถโรงแรมออกไปส่งให้ไปร้านมาดามอะไรไม่รู้ มาดามหว่องหรือเปล่าหว่าไม่ได้ดูให้ดี ก่อนเค้าเค้าจะสแตมป์ตราที่ข้อมือ บรรยากาศในร้านก็แบบเหมือนชุมชนแออัดเหมือนมาเต้นในที่ห้ามเต้นมันเป็นกำแพงปูนมีโคมแดงๆอะไรเงี้ยมีหลายๆห้องเดินต่อๆกันไปได้แต่หน้าทางเข้าเค้าบอกว่าจุคนได้ 451 คน(ประมาณนั้น)ตอนทางเค้าการ์ดก็มีที่นับจำนวนคนด้วยแต่ไอ้ที่น่ากลัวคือถ้าไฟไหม้เนี่ยดิจะออกกันยังไงมันดูมืดๆงงๆ ห้องกลางที่มีดีเจเสียงดังมากไฟมันวับๆใส่ตาทำให้แสบตา ฉันไม่ชอบบรรยากาศในเธคแต่เพราะคนที่มาด้วยดูสนุกก็เลยทำให้อยากมาแล้วก็อยู่กับเค้าไปจนตีสองครึ่ง(เวลาสิงค์)รถโรงแรมมารับ(แหงดิไม่อยู่กับเค้าจะกลับก่อนได้ไงอ่ะ) ใครๆเค้าก็เต้นกันหนุกหนานแต่ฉันกับตูนออกจะยืนเฉยๆเต้นไม่เป็นง่ะ พี่ก้องพยายามจะสอนเต้นอยู่หลายทีแต่ไม่สำเร็จแกบอกว่ายังงี้มันต้องไล่กลับบ้าน ฮ่า ฮ่า
ออกจากเธคให้รถแวะ 7-11 ไปซื้อเบียร์พี่ๆจะไปต่อกันที่ห้องแต่เม(trainee จาก 405)แยกไปนอนก่อนไฟล์ทนี้ต้องตื่นเช้าทำงานกลับแต่พี่ชัยกับกริชไม่กลับ พี่ๆเค้าก็ไปนั่งกินเบียร์คุยกันฉันกับตูนก็ฟังแล้วก็หัวเราะอย่างเดียว ฟังพี่ก้องเล่านั่นนี่ตลกสุดๆๆๆๆ หัวเราะน้ำตาไหลตีสามครึ่งแยกย้าย(เวลาไทย)
อาบน้ำกว่าจะนอนตีสี่(เวลาไทย)ปิดม่านให้สนิทเลยกลัวแสงมาทำให้ตื่นยิ่งเป็นประสาทนอนดึกจะตื่นเช้าแล้วก็ตื่นเช้าจริงๆรู้สึกตัวตอนแปดโมงเช้าแต่ก็ข่มตาหลับไปอีกสองชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาทั้งที่ง่วงแต่อยากไปห้างใกล้โรงแรมไปซื้อ pepsi blue กลับบ้านออกไปกับตูนและพี่เคี้ยว กินข้าวซื้อของแล้วก็กลับมาโรงแรมตอนเที่ยงมีเวลาให้นั่งนอนอีก 1 ชั่วโมงก่อนถึง wake up time แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวลงมาเตรียมขึ้นรถไปสนามบิน
ขากลับกรุงเทพคุยกันแต่เรื่องเมื่อคืนเพราะมันสนุกจริงๆพี่ก้องตลกสุดๆใครๆก็อยากเจอแกอีกกลับถึงกรุงเทพตอนนั่งรถ crew bus กลับ crew center ก็ยังคุยกันถึงเรื่องตลกๆอีกสนุกจริงๆนี่ถึงขั้นขอเบอร์โทรกันเลยเพราะเป็นไฟล์ททุกคนสนุกหมด
กว่าจะดูเทนนิสเสร็จปาไปเกือบสองทุ่มหมดกันไม่ต้องไปเดินเล่นที่ไหนหรอกเซ็งเลยออกจากบ้านมาอยากไปเที่ยวเล่นห้างเหิงเปิดพอดีแต่พี่ก็พาไปถนนข้าวสารแทนไปกินข้าวกินขนมแล้วก็กลับบ้าน อยากจะเล่นเกมซะหน่อยไม่ได้เล่นเลยคิดถึงจัง
# # # # #
TG407
สนุกมากๆเป็นไฟล์ทที่เป็นที่สุดแล้วตั้งแต่บินมาพี่ๆน่ารักที่สุด ฮาที่สุด สนุกที่สุด นอนดึกที่สุด
ออกเดินทางจากกรุงเทพไปแวะหาดใหญ่ผู้โดยสารเกือบเต็มแต่ขานี้เสริฟน้ำก็ง่ายดีขาจากหาดใหญ่ไปสิงค์โปรเสิรฟอาหารแต่ว่ามีอย่างเดียวไม่เสียเวลาถามมาถึงก็วางไปได้เลยพี่ๆ BC ก็มาช่วยด้วยเพราะผู้โดยสารของพี่เค้าไม่เยอะ
ไปถึงสิงค์โปร์นั่งรถไปโรงแรมจะหลับซะแล้วทำงานในอากาศคิดว่ายังไงก็ทำให้ง่วงถึงแม้จะนอนมาดีก็ตามรถก็ขับช้ารักษากฎจราจรมากถึงโรงแรมรับกุญแจแล้วก็นัดเวลาลงมาเจอกันข้างล่างเพื่อออกไปร้านนาฬิกา แอร์Y(เรียกแอร์แต่ก็รวมถึงสจ๊วตด้วยนะ) ไปด้วยกันหมดเลยมีแฟนของพี่แอร์อีกคนด้วยสิริรวม 7 คน นั่งแทกซี่ไปสองคันเพราคันนึงนั่งได้แค่ 4 คนเท่านั้น
ร้านนาฬิกาที่เค้านิยมไปกันเป็นร้านนาฬิกาแถวโรงแรมเก่าอยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟ city hall ฉันอยากได้ดีเซลแต่ว่ามันรุ่นเก่าและเหลือแบบไม่มากไม่ถูกใจก็เลยไม่เสียเงิน จากนั้นตามพี่ๆไป Watson ฉันเห็นแผงพวกยาทาเล็บบำรุงเล็บของ Sally มีของเยอะมากเลยมี handcream แบบในนิตยสารฝรั่งเลยแต่ฉันซื้อน้ำยาทาไม่ให้เล็บแตก ทาเล็บมากๆเหมือนทำให้เล็บอ่อนแอนะเล็บจะร่อนๆหรือแตกง่ายก็เลยซื้อมาลอง ตูน(เพื่อน trainee) บอกว่ายี่ห้อนี้ดีแล้วฉันก็ได้ตุ๊กตา m&m มาด้วยมันเป็นหุ่นพลาสติกตัว Red สำหรับใส่ m&m mini
จากนั้นก็ไปกินข้าวใน food court อาหารก็งั้นๆแหละแพงเหมือนกันนะบะหมี่หมูแดง 75 บาท(คิด 1 เหรียญเท่ากับ 25 บาท) นมแดง(นึกถึงนมเย็นสีแดงนั่นแหละแต่เค้าเป็นน้ำเชื่อมกลิ่นกุหลาบ)ราคาประมาณ 30 บาท(แพงหวะ) เมื่อเติมพลังแล้วก็จะเดินไป MNG เพราะก่อนออกจากโรงแรมเจอพี่แอร์ไฟล์ทอื่นบอกว่ามันลด 70 % แล้วแต่ไม่มีอะไรเหลือ ตอนแรกพี่ๆจะไม่ไปแต่คิดว่าไม่เหลือของคนอื่นอาจจะเหลือของเรา แต่ระหว่างทางไปพี่แอร์แวะร้านบาจาซื้อรองเท้าเด็กๆ(ฉันกับตูน)ก็ตามไปด้วยส่วนพี่สจ๊วตกินเบียร์รอนอกร้าน ตัวฉันเล็งไว้คู่นึงที่บ้านเราราคา 599 บาทคิดว่าจะมาดูที่สิงค์โปร์เผื่อถูกกว่าแต่ไม่มีคงต้องไปบ้านเราก็ดีเงินทองหมุนเวียนในบ้าน
ได้ไป MNG กันซะทีเดินไปที่ Raffle city ถึงหน้าห้างนัดเวลาเจอกันให้เวลาหนึ่งชั่วโมงผู้หญิงไปดูเสื้อผู้ชายไปดูสาว ไปดูเสื้อกันสี่คนได้เสือ้แบบเดียวกันมาสามคนพี่น้องไม่ซื้อเพราะบอกว่าใส่แล้วไม่สวยมันเป็นเสื้อไหมพรมกันหนาวแขนตุ๊กตาราคา 750 บาท (เดือนหน้าขอให้ได้ไปญี่ปุ่นจะได้เอาไปใส่ เพี้ยง!) ถึงเวลานัดก็มาเจอกันเรียกแทกซี่กับโรงแรมไปอาบน้ำแต่งกายคืนนี้จะไปเที่ยวเธค
กลับถึงโรงแรมเวลาประมาณสามทุ่ม(บ้านสิงค์โปร)แยกย้ายไปอาบน้ำแล้วมารอรับสมาชิกจากไฟล์ทอื่น ( TG405, TG413) จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ระหว่างรอให้พี่ๆเพื่อนๆจากไฟล์ทอื่นอาบน้ำแต่งตัวพี่ตั้มพี่แอร์พาฉัน ตูนและกริช (405)ไปกินบักกุตแต๋ เดินไปผิดทิศผิดทางสุดๆเพราะจะหาร้านอร่อยที่พี่ตั้มเคยกินสุดท้ายก็หาเจอแต่ร้านปิด แป่ว...ก็ต้องกลับไปพึ่งร้านเดิมตรงข้ามโรงแรม บักกุตแต๋คือต้มซี่โครงหมูน้ำดำๆอ่ะ แต่ที่เด็ดกว่าบักกุตแต๋ Pepsi blue เห็นในตู้ก็ยังคิดอยู่ว่าอะไรคนขายเค้าจะเอาให้ตูนแต่ตูนเอาเป๊ปซี่ธรรมดาเราถามตูนว่ามันเป็นยังไงเค้าบอกมันเป็นสีฟ้า เราก็เอาดิเราชอบ มันเป็นสีฟ้าแบบกามิกาเซ่ชอบ ชอบ เวลาไปไหนเราไม่กินเหล้าแต่ถ้ากิน pepsi blue ก็ได้อารมณ์แบบกินเหล้าเลยนะ
กินบักกุตแต๋เสร็จเดินกลับโรงแรมสมาชิกพร้อมหน้ามี 11 คน ไฟล์ทเรามี 7 คน ไฟล์ท 405 อีกสามคนแล้วก็พี่ก้องจากไฟล์ท 413 แต่ร้านปิด...แป่ว...มันเป็นร้านใกล้ๆโรงแรมชื่อซุกแต่ในเมื่อจะไปเค้าก็ต้องไปให้ได้ก็ต้องไปร้านที่ไกลออกไปต้องใช้แทกซี่ 3คันแต่ไปๆมาๆพนักงานที่โรงแรมก็เอารถโรงแรมออกไปส่งให้ไปร้านมาดามอะไรไม่รู้ มาดามหว่องหรือเปล่าหว่าไม่ได้ดูให้ดี ก่อนเค้าเค้าจะสแตมป์ตราที่ข้อมือ บรรยากาศในร้านก็แบบเหมือนชุมชนแออัดเหมือนมาเต้นในที่ห้ามเต้นมันเป็นกำแพงปูนมีโคมแดงๆอะไรเงี้ยมีหลายๆห้องเดินต่อๆกันไปได้แต่หน้าทางเข้าเค้าบอกว่าจุคนได้ 451 คน(ประมาณนั้น)ตอนทางเค้าการ์ดก็มีที่นับจำนวนคนด้วยแต่ไอ้ที่น่ากลัวคือถ้าไฟไหม้เนี่ยดิจะออกกันยังไงมันดูมืดๆงงๆ ห้องกลางที่มีดีเจเสียงดังมากไฟมันวับๆใส่ตาทำให้แสบตา ฉันไม่ชอบบรรยากาศในเธคแต่เพราะคนที่มาด้วยดูสนุกก็เลยทำให้อยากมาแล้วก็อยู่กับเค้าไปจนตีสองครึ่ง(เวลาสิงค์)รถโรงแรมมารับ(แหงดิไม่อยู่กับเค้าจะกลับก่อนได้ไงอ่ะ) ใครๆเค้าก็เต้นกันหนุกหนานแต่ฉันกับตูนออกจะยืนเฉยๆเต้นไม่เป็นง่ะ พี่ก้องพยายามจะสอนเต้นอยู่หลายทีแต่ไม่สำเร็จแกบอกว่ายังงี้มันต้องไล่กลับบ้าน ฮ่า ฮ่า
ออกจากเธคให้รถแวะ 7-11 ไปซื้อเบียร์พี่ๆจะไปต่อกันที่ห้องแต่เม(trainee จาก 405)แยกไปนอนก่อนไฟล์ทนี้ต้องตื่นเช้าทำงานกลับแต่พี่ชัยกับกริชไม่กลับ พี่ๆเค้าก็ไปนั่งกินเบียร์คุยกันฉันกับตูนก็ฟังแล้วก็หัวเราะอย่างเดียว ฟังพี่ก้องเล่านั่นนี่ตลกสุดๆๆๆๆ หัวเราะน้ำตาไหลตีสามครึ่งแยกย้าย(เวลาไทย)
อาบน้ำกว่าจะนอนตีสี่(เวลาไทย)ปิดม่านให้สนิทเลยกลัวแสงมาทำให้ตื่นยิ่งเป็นประสาทนอนดึกจะตื่นเช้าแล้วก็ตื่นเช้าจริงๆรู้สึกตัวตอนแปดโมงเช้าแต่ก็ข่มตาหลับไปอีกสองชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาทั้งที่ง่วงแต่อยากไปห้างใกล้โรงแรมไปซื้อ pepsi blue กลับบ้านออกไปกับตูนและพี่เคี้ยว กินข้าวซื้อของแล้วก็กลับมาโรงแรมตอนเที่ยงมีเวลาให้นั่งนอนอีก 1 ชั่วโมงก่อนถึง wake up time แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวลงมาเตรียมขึ้นรถไปสนามบิน
ขากลับกรุงเทพคุยกันแต่เรื่องเมื่อคืนเพราะมันสนุกจริงๆพี่ก้องตลกสุดๆใครๆก็อยากเจอแกอีกกลับถึงกรุงเทพตอนนั่งรถ crew bus กลับ crew center ก็ยังคุยกันถึงเรื่องตลกๆอีกสนุกจริงๆนี่ถึงขั้นขอเบอร์โทรกันเลยเพราะเป็นไฟล์ททุกคนสนุกหมด
Sunday, January 12, 2003
เมื่อวานทำงานไฟล์ท 425 ไปกัวลาลัมเปอร์ไฟล์ทนี้ก็ทำนองเดียวกับ 415 (ที่ไม่มีใครชอบ)แต่ว่าออกตอนบ่ายสามแก่ๆกลับเกือบสามทุ่ม ฉันเพิ่งไปไฟล์ทเบอร์นี้ครั้งแรกและช่างโชคดีจริงๆเพราะผู้โดยสารไม่เต็มทำงานสบายไม่ก่อให้เกิดความประทับใจในแง่ร้าย พี่ๆแอร์(ในที่นี้นับตามอายุงาน)ยังงงเพราะปกติใช้คำว่านรกเลยหละหรือเพราะมี IMV ตามมาสังเกตุการ์ณก็ไม่รู้ เห็นว่าจะมาดูเกี่ยวกับการทำงาน การบริการของเรา แล้วก็จะดูว่าปรับเปลี่ยนอะไรให้ทำงานกันง่ายขึ้นได้บ้าง ปกติไฟล์ทนี้ใช้เวลาประมาณ 1.40 ชั่วโมงแต่แจกทุกอย่างทั้งหูฟัง เมนู อาหารสองตัวเลือก ไวน์ ฉันเพิ่งเข้าใจว่าทำไมเราต้องแจกเมนูเหตุผลเพราะสายการบินอื่นเค้าแจกและมันอาจจะเป็นเหตุผลทางการตลาดหนะแต่มันไม่ยุ่งก็ไม่ดี IMV เค้าก็ไม่เห็นสภาวะปกติไง(พี่ๆว่ายังงั้น)
กลับจากทำงานพี่มารับไปปาร์ตี้หมูกะทะบ้านพี่แตปาร์ตี้วันเด็กให้หลานโจอี้ มีเด็กคนเดียวนอกนั้นผู้ใหญ่ล้วนๆเอาเด็กมาอ้างให้มีงานสังสรรค์ อิอิ
พี่ๆที่ทำงานในไฟล์ท425 รวมทั้ง purser จะไปสิงค์โปร์ด้วยกันวันพรุ่งนี้เพราะไฟล์ท 425 จับคู่กับไฟล์ท 407 ไปค้างสิงค์โปร์มีเวลาให้ไปเดินเที่ยวด้วย(จะได้ชวนให้ทำงานนิดนึงไม่ป่วยกันไปก่อน)ซึ่งดูจากหนังสือพิมพ์เค้าก็เริ่มตกแต่งห้างร้านรับวันตรุษจีนแล้ว ดี ดี อาจมีของลดราคาด้วย(ตอนไปดูไบปลายเดือนก็อยู่ในช่วง Dubai Shopping Festival ด้วยหละ) แต่ฉันจะสะกดใจให้ได้ไม่ใช้เงินในเรื่องไม่จำเป็น มีเพียงอย่างเดียวที่ตั้งใจจะซื้อคือนาฬิกาแล้วก็อยากไปเดินเล่นที่ Esplanade คืนนี้ต้องไม่นอนดึกเพราะบินสอง land ไปแวะหาดใหญ่ก่อนไปสิงค์โปร์แต่เดี๋ยวนี้คงไม่มึนๆเพราฉันไม่กินยาแก้เมามาได้ซักพักแล้วหละลงสิงค์โปร์ปุ๊ปออกไปช้อปกันเลย
กลับจากทำงานพี่มารับไปปาร์ตี้หมูกะทะบ้านพี่แตปาร์ตี้วันเด็กให้หลานโจอี้ มีเด็กคนเดียวนอกนั้นผู้ใหญ่ล้วนๆเอาเด็กมาอ้างให้มีงานสังสรรค์ อิอิ
พี่ๆที่ทำงานในไฟล์ท425 รวมทั้ง purser จะไปสิงค์โปร์ด้วยกันวันพรุ่งนี้เพราะไฟล์ท 425 จับคู่กับไฟล์ท 407 ไปค้างสิงค์โปร์มีเวลาให้ไปเดินเที่ยวด้วย(จะได้ชวนให้ทำงานนิดนึงไม่ป่วยกันไปก่อน)ซึ่งดูจากหนังสือพิมพ์เค้าก็เริ่มตกแต่งห้างร้านรับวันตรุษจีนแล้ว ดี ดี อาจมีของลดราคาด้วย(ตอนไปดูไบปลายเดือนก็อยู่ในช่วง Dubai Shopping Festival ด้วยหละ) แต่ฉันจะสะกดใจให้ได้ไม่ใช้เงินในเรื่องไม่จำเป็น มีเพียงอย่างเดียวที่ตั้งใจจะซื้อคือนาฬิกาแล้วก็อยากไปเดินเล่นที่ Esplanade คืนนี้ต้องไม่นอนดึกเพราะบินสอง land ไปแวะหาดใหญ่ก่อนไปสิงค์โปร์แต่เดี๋ยวนี้คงไม่มึนๆเพราฉันไม่กินยาแก้เมามาได้ซักพักแล้วหละลงสิงค์โปร์ปุ๊ปออกไปช้อปกันเลย
Thursday, January 09, 2003
12:30 โทรศัพท์มานึกว่าไม่รอดแล้วตู วันนี้ SB 2 (เที่ยงถึงสามทุ่ม) เมื่อวาน SB1 (ตีห้าถึงบ่ายสอง) โดนเรียกตอนแปดโมงเช้าคือตื่นพอดีที่มีโทรศัพท์มาปกติก็ไม่รับโทรศํทพ์บ้านแต่คิดว่าต้องเป็นของตัวเองแน่ๆแล้วมันก็ใช่ โดนเรียกไปบิน TG313 ไป Culcata เครื่องออก 11.40 พี่ OD ให้ไปที่เครื่องเลยใจดีจังไม่ต้องกระหืดกระหอบไป CC คงเพราะเราเสียงงัวเงียหรืออาจเพราะเป็นไฟล์ทนี้เค้าเลยใจดีเพราะมีคนป่วยไปสามคนอ่ะ
ไปถึงเครื่องดูตำแหน่งที่ต้องทำวันนี้เป็น X3R ได้ทำงานกับ trainee ด้วยกันและฝากขวานี้ก็เป็น trainee เหมือนกันหมด(ตู๋เป็น 3R ตุ๊กเป็น X4R)เลยยกเว้นพี่สจ๊วต นั่งคุยกันว่าดีใจได้ทำงานด้วยกันเพราะถ้าทำกับรุ่นพี่มันจะกดดันไง ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรุ่นพี่แต่รุ่นพี่ก็ยังเรียกฉันพี่อีกนะ ฉันก็แบ่บไม่อยากแก่ไงพอบอกว่าหนูเป็น trainee นะคะถึงแม้จะหน้าแก่ไปนี้ดส์นึง(แต่จริงๆก็อาจจะแก่กว่าจริงๆ) พี่สจ๊วตฝั่งซ้ายเจี๊ยกแถมแซวนึกว่าฉันนแอร์ BC นึกว่าขึ้นยุโรปไปแล้วก็ว่าไม่เคยเห็นหน้า(พี่เค้าเป็นสจ๊วตยุโรบและจะขึ้นไปทำงาน BC หรือไปยุโรบเค้านับ seniority) ง่า...เศร้าจาย..พี่ขวัญบอกให้เอาสก็อตรังนกมาทั้งกินทั้งทา(ก็พี่ขวัญอ่ะแหละเรียกเราว่าพี่)แต่สรุปว่าก็ยังไม่แก่กว่าพี่ๆแอร์ Y อิอิ trainee ก็อายุเท่ากันหมดเลย
เรื่องทำงานขาไปดีกว่าขากลับไฟล์ทไป CCU ฉันเคยทำครั้งนึงแต่ตอนนั้นเป็นไฟล์ทกลางคืน ฉันว่าทำกลางวันดีกว่าไม่ง่วงด้วยแล้วก็ครั้งก่อนมันแบ่บวุ่นวายกว่าครั้งนี้หนะ ที่ขาไปดีกว่าเพราะว่าในไฟล์ทเป็นคนเกาหลีไปซะครึ่งลำแล้วก็คนจีน(พระ) ¼ ที่เหลือเป็นแขก อาหารพิเศษน้อยแต่ตอนแรกนึกว่าจะลำบากเพราะไฟล์ทนี้เค้าจะโหลดอาหารมังสาวิรัติมากกว่าอาหารเนื้อสัตว์(แขกมักจะกินมังฯ)แต่เพราะมีพระนี่แหละทำให้อาหารก็ออกจะพอดีคือพระทานมังสาวิตรัติแขกบางคนก็กินไก่ได้ก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องหาอาหารมาเสริฟ ตอนเดินรถน้ำก็ไม่มีคอกเทลมากจะเป็นน้ำผลไม้มากกว่าและก็มีปัญหาเรื่องน้ำแข็งอีกแล้น..คราวนี้เป็นเด็ก เด็กคนนี้มันแบบตั้งแต่แรกแล้วนะขอน้ำ(เทศกาลขอน้ำ..น่ากลัวมากเลยไฟล์ทแขกเค้ามักจะขอน้ำแล้วถ้ามีใครคนนึงขอจะมีคนต่อๆไป)แล้วก็ขอของเล่นประมาณกว่าขอของเล่นให้ฉันเล่นด้วยนะ ฉันเหลือบไปเห็น gameboy แหมก็เล่นไปสิยะสนุกกว่าของเล่นในเครื่องซะอีกแต่ฉันก็เอาเกม OX ไปให้พร้อมน้ำนั่นแหละ....โธ่ขอคิดให้มันๆแค่นั้นแหละอยากได้อะไรฉันก็ทำให้จ้า
ส่วนขากลับผู้โดยสารเป็นแขกจะมีรายการขอเบียร์ขอดริงก์มากหน่อยพี่สจ๊วตครัวหน้าออกจะหงุดหงิดตอนเก็บถาดอาหารก็แบบเกือบไม่ทันแหนะมันเป็นถาดเล็กเก็บยากแล้วก็ออกไปเก็บช้าไปหน่อยหนะแต่ก็ทันเปลี่ยนชุดนึกว่าต้องลงทั้งชุดไทยซะแล้ว(ไฟล์ท international ที่นานกว่า 1.30 ชั่วโมงจะใส่ชุดไทยและเปลี่ยนก่อนลง)
เครื่องลงประมาณ 17.55 มีตู๋ไปเรียกแทกซี่เป็นเพื่อนเพราะเค้าก็ไม่กลับ CC แต่ฉัน พี่ปิ๊ก(พี่แอร์ฝั่งซ้าย)ไปซื้อของ duty free เป็นเพื่อนเค้าก่อนแล้วก็ได้คุยกันชอบ ชอบ เจอคนดีๆก็อยากเจอแล้วเจออีกอยากทำงานกับคนดีๆเจอเพื่อนร่วมงานดีก็สนุก
กลับบ้านเปลี่ยนชุดออกไป The mall นัดพี่ไว้เอา dollar ไปขายพี่จะเอาเงินไปจ่ายค่าโทรศัพท์กับบัตรเครดิต ส่วนพี่ซื้อเงินเราเพราะจะฝากเราซื้อของที่ดูไบหนะ วันนี้ไปบินได้ตังค์ก็เลยเลี้ยงข้าวพี่ด้วยแล้วก็มีเงินจ่ายค่าฟิลม์ที่ฝากเพื่อนซื้อแล้ว อิอิ
วันนี้ไม่รู้จะโดนเรียกไปบินไหนหรือเปล่าไม่โดนก็ดีอยู่บ้านได้พัก(จริงอ่ะ ? ได้เล่นเกมต่างหาก) แต่ไปบินก็ดีได้ตังค์
ป.ล ปุ๊กติดเกม RO ไปซะแล้วตามล่าหาหมวกซานต้าจะเอาให้ได้ฉันตี Santa poring เป็นร้อยแล้วยังไม่ได้วันก่อนไปหาปุ๊กที่พาย่อนเจอไข่หมุนตลกดีแต่ตีแล้วฉันตายก่อนแล้วก็ไปลุย payon cave ตีผีดิบหนุกดีมันซะ..เพราะผีมันมารุมเหมือนแมงสาบในท่อเลย
ไปถึงเครื่องดูตำแหน่งที่ต้องทำวันนี้เป็น X3R ได้ทำงานกับ trainee ด้วยกันและฝากขวานี้ก็เป็น trainee เหมือนกันหมด(ตู๋เป็น 3R ตุ๊กเป็น X4R)เลยยกเว้นพี่สจ๊วต นั่งคุยกันว่าดีใจได้ทำงานด้วยกันเพราะถ้าทำกับรุ่นพี่มันจะกดดันไง ส่วนฝั่งซ้ายเป็นรุ่นพี่แต่รุ่นพี่ก็ยังเรียกฉันพี่อีกนะ ฉันก็แบ่บไม่อยากแก่ไงพอบอกว่าหนูเป็น trainee นะคะถึงแม้จะหน้าแก่ไปนี้ดส์นึง(แต่จริงๆก็อาจจะแก่กว่าจริงๆ) พี่สจ๊วตฝั่งซ้ายเจี๊ยกแถมแซวนึกว่าฉันนแอร์ BC นึกว่าขึ้นยุโรปไปแล้วก็ว่าไม่เคยเห็นหน้า(พี่เค้าเป็นสจ๊วตยุโรบและจะขึ้นไปทำงาน BC หรือไปยุโรบเค้านับ seniority) ง่า...เศร้าจาย..พี่ขวัญบอกให้เอาสก็อตรังนกมาทั้งกินทั้งทา(ก็พี่ขวัญอ่ะแหละเรียกเราว่าพี่)แต่สรุปว่าก็ยังไม่แก่กว่าพี่ๆแอร์ Y อิอิ trainee ก็อายุเท่ากันหมดเลย
เรื่องทำงานขาไปดีกว่าขากลับไฟล์ทไป CCU ฉันเคยทำครั้งนึงแต่ตอนนั้นเป็นไฟล์ทกลางคืน ฉันว่าทำกลางวันดีกว่าไม่ง่วงด้วยแล้วก็ครั้งก่อนมันแบ่บวุ่นวายกว่าครั้งนี้หนะ ที่ขาไปดีกว่าเพราะว่าในไฟล์ทเป็นคนเกาหลีไปซะครึ่งลำแล้วก็คนจีน(พระ) ¼ ที่เหลือเป็นแขก อาหารพิเศษน้อยแต่ตอนแรกนึกว่าจะลำบากเพราะไฟล์ทนี้เค้าจะโหลดอาหารมังสาวิรัติมากกว่าอาหารเนื้อสัตว์(แขกมักจะกินมังฯ)แต่เพราะมีพระนี่แหละทำให้อาหารก็ออกจะพอดีคือพระทานมังสาวิตรัติแขกบางคนก็กินไก่ได้ก็เลยไม่มีปัญหาเรื่องหาอาหารมาเสริฟ ตอนเดินรถน้ำก็ไม่มีคอกเทลมากจะเป็นน้ำผลไม้มากกว่าและก็มีปัญหาเรื่องน้ำแข็งอีกแล้น..คราวนี้เป็นเด็ก เด็กคนนี้มันแบบตั้งแต่แรกแล้วนะขอน้ำ(เทศกาลขอน้ำ..น่ากลัวมากเลยไฟล์ทแขกเค้ามักจะขอน้ำแล้วถ้ามีใครคนนึงขอจะมีคนต่อๆไป)แล้วก็ขอของเล่นประมาณกว่าขอของเล่นให้ฉันเล่นด้วยนะ ฉันเหลือบไปเห็น gameboy แหมก็เล่นไปสิยะสนุกกว่าของเล่นในเครื่องซะอีกแต่ฉันก็เอาเกม OX ไปให้พร้อมน้ำนั่นแหละ....โธ่ขอคิดให้มันๆแค่นั้นแหละอยากได้อะไรฉันก็ทำให้จ้า
ส่วนขากลับผู้โดยสารเป็นแขกจะมีรายการขอเบียร์ขอดริงก์มากหน่อยพี่สจ๊วตครัวหน้าออกจะหงุดหงิดตอนเก็บถาดอาหารก็แบบเกือบไม่ทันแหนะมันเป็นถาดเล็กเก็บยากแล้วก็ออกไปเก็บช้าไปหน่อยหนะแต่ก็ทันเปลี่ยนชุดนึกว่าต้องลงทั้งชุดไทยซะแล้ว(ไฟล์ท international ที่นานกว่า 1.30 ชั่วโมงจะใส่ชุดไทยและเปลี่ยนก่อนลง)
เครื่องลงประมาณ 17.55 มีตู๋ไปเรียกแทกซี่เป็นเพื่อนเพราะเค้าก็ไม่กลับ CC แต่ฉัน พี่ปิ๊ก(พี่แอร์ฝั่งซ้าย)ไปซื้อของ duty free เป็นเพื่อนเค้าก่อนแล้วก็ได้คุยกันชอบ ชอบ เจอคนดีๆก็อยากเจอแล้วเจออีกอยากทำงานกับคนดีๆเจอเพื่อนร่วมงานดีก็สนุก
กลับบ้านเปลี่ยนชุดออกไป The mall นัดพี่ไว้เอา dollar ไปขายพี่จะเอาเงินไปจ่ายค่าโทรศัพท์กับบัตรเครดิต ส่วนพี่ซื้อเงินเราเพราะจะฝากเราซื้อของที่ดูไบหนะ วันนี้ไปบินได้ตังค์ก็เลยเลี้ยงข้าวพี่ด้วยแล้วก็มีเงินจ่ายค่าฟิลม์ที่ฝากเพื่อนซื้อแล้ว อิอิ
วันนี้ไม่รู้จะโดนเรียกไปบินไหนหรือเปล่าไม่โดนก็ดีอยู่บ้านได้พัก(จริงอ่ะ ? ได้เล่นเกมต่างหาก) แต่ไปบินก็ดีได้ตังค์
ป.ล ปุ๊กติดเกม RO ไปซะแล้วตามล่าหาหมวกซานต้าจะเอาให้ได้ฉันตี Santa poring เป็นร้อยแล้วยังไม่ได้วันก่อนไปหาปุ๊กที่พาย่อนเจอไข่หมุนตลกดีแต่ตีแล้วฉันตายก่อนแล้วก็ไปลุย payon cave ตีผีดิบหนุกดีมันซะ..เพราะผีมันมารุมเหมือนแมงสาบในท่อเลย
Monday, January 06, 2003
เมื่อวานตื่นแต่เช้า(ตีสี่..จริงตั้งนาฬิกาไว้ตีสามครึ่งแต่ไม่ตื่นดีนะที่รู้สึกตัวขึ้นมาทัน)ตื่นไปบินไฟล์ท 040 ไปขอนแก่นมีผู้โดยสาร 50 คนเองง่ะ แง้เค้าตื่นเช้ามามีคนน้อยจังเลยแต่ก็ดีเพราะไฟล์ทไทม์สั้นประมาณ 50 นาที(เวลาเสริฟจริงๆน้อยเพราะต้องตัดเวลา take off , landing) คนน้อยก็ทำงานสบายๆไม่ต้องรีบร้อนเคยไปผู้โดยสารเกือบเต็มทำงานเกือบไม่ทันแหนะ ขอนแก่นอากาศเย็นอุณหภูมิตอนที่ไปถึง(เวลาประมาณ 7.40) 20 องศาเซลเซียส ส่วนขากลับก็มีผู้โดยสารเยอะ 130 กว่าคนก็เสิรฟอาหารอีกเหมือนกันขานี้มีเด็กทารกอารมณ์ดีแม่เค้าอุ้มไว้ตลอดน้องก็ยิ้มตลอดแถมยังชอบมองหน้าฉันอีกต่างหาก จริงๆฉันก็ไม่พิศมัยเด็กเท่าไหร่เลยแต่ถ้าเด็กน่ารักๆก็น่ารักดี ตอนนั่ง jump seat น้องแกก็โผล่หน้ามามองแล้วก็ยิ้ม มีลูกอารมณ์ดีแบบนี้ก็ดีนะคงจะเลี้ยงง่ายดี
ถึงกรุงเทพกลับ crew center พี่กอล์ฟมารับไปเล่นบ้านพี่สาวเค้าจะดู dvd จะให้พี่แตสอนโยคะแต่พอกินอาหารกลางวันเสร็จฉันก็หลับตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสี่โมงครึ่งตื่นมาก็ไปกินบุฟเฟ่ต์หมูกระทะกลับบ้านก็อาบน้ำนอนไม่ได้ออกกำลังกายอะไรเลยแถมนอนกับกินอีกต่างหาก
วันนี้วันหยุดออกไปดู The way home กับมิ้นและปูทั้งโรงดูกันสามคนเริ่ดมากเหมือนเหมาโรงดูกันเองถ้าหนังที่ดูเป็นหนังผีหละก็มีหวังสยองเป็นทวีคูณ หนังเป็นเรื่องของยายบ้านนอกกับหลานชายจากในเมืองมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหนังดีเลยแหละเศร้าแต่ก็ดี เพื่อนๆร้องไห้เลย ฉันก็แค่น้ำตาไหลเฉยๆ (เพื่อนถามว่าไม่ร้องไห้เลยเหรอ..แหมฉันก็ไม่ได้จิตใจหยาบกร้านขนาดไม่รู้สึกอะไรเลยหรอกหน่า)
ดูหนังเสร็จแล้วก็ไปหาข้าวกินนั่งคุยกันก็ไม่ได้เจอกันมาซักเดือนได้แล้วหละปูนี่คงจะไม่ได้เจอกันนานกว่านั้นเพราะนัดกินข้าวห้องก็ไม่ค่อยได้มาเลยแถมมีเรื่องมาประกาศให้เรา(ฉันกับมิ้น)อึ้งคือเค้าจะแต่งงานปลายปี...โอววววเจ๊ก็แก่แล้ว(ปูอายุอ่อนกว่าเรา)ยังไม่คิดจะแต่งงานเลยนี่เค้าเพิ่งมีแฟนจะแต่งงานกันซะแล้น...กินข้าวแล้วก็กินไอติมแล้วก็เดินเล่นดูของกันฉันกับมิ้นยุอย่างเดียวพยายามไม่ให้เงินหลุดออกจากกระเป๋าเดี๋ยวเสียแผนประหยัดสุดท้ายก็เสียเงินไปกับตุ้มหูและโบสำหรับมวยผมหละ..ก็นะใส่ของเดิมๆเบื่อไง
เรื่องเกมฉันเผยแพร่ไวรัสเกมให้น้องสำเร็จเพราะน้องโทรมาถามว่าวันนี้ต่อ server ได้หรือเปล่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้น้องอยากจะเล่นๆทุบๆหาของไปขาย อิอิส่วนมิ้นก็เล่นด้วยเหมือนกันเล่นกับน้องชายเค้า มิ้นบอกว่าเอาไปฝันเลยวันนี้ฉันก็เอาคู่มือไปให้ดูด้วยแล้วก็ช่วยให้มาเล่น server เดียวกันเผื่อจะได้เจอกันพรุ่งนี้ก็หยุดอีกฉันจะเล่นเกมพี่แตบอกว่าทำไมไม่เอาเวลาไปเรียนอะไรหละเช่นเรียนภาษาฝรั่งเศส(เพราะพี่เค้าอยากเรียน)ฉันก็อยากทำอะไรแปลกใหม่ให้ชีวิตเหมือนกันแต่ว่ามันต้องมีทุนไงให้ปลอดหนี้และเก็บเงินได้ฉันจะใช้เวลาว่างให้ดีจ้า(แต่เล่นเกมก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ)
ถึงกรุงเทพกลับ crew center พี่กอล์ฟมารับไปเล่นบ้านพี่สาวเค้าจะดู dvd จะให้พี่แตสอนโยคะแต่พอกินอาหารกลางวันเสร็จฉันก็หลับตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสี่โมงครึ่งตื่นมาก็ไปกินบุฟเฟ่ต์หมูกระทะกลับบ้านก็อาบน้ำนอนไม่ได้ออกกำลังกายอะไรเลยแถมนอนกับกินอีกต่างหาก
วันนี้วันหยุดออกไปดู The way home กับมิ้นและปูทั้งโรงดูกันสามคนเริ่ดมากเหมือนเหมาโรงดูกันเองถ้าหนังที่ดูเป็นหนังผีหละก็มีหวังสยองเป็นทวีคูณ หนังเป็นเรื่องของยายบ้านนอกกับหลานชายจากในเมืองมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันหนังดีเลยแหละเศร้าแต่ก็ดี เพื่อนๆร้องไห้เลย ฉันก็แค่น้ำตาไหลเฉยๆ (เพื่อนถามว่าไม่ร้องไห้เลยเหรอ..แหมฉันก็ไม่ได้จิตใจหยาบกร้านขนาดไม่รู้สึกอะไรเลยหรอกหน่า)
ดูหนังเสร็จแล้วก็ไปหาข้าวกินนั่งคุยกันก็ไม่ได้เจอกันมาซักเดือนได้แล้วหละปูนี่คงจะไม่ได้เจอกันนานกว่านั้นเพราะนัดกินข้าวห้องก็ไม่ค่อยได้มาเลยแถมมีเรื่องมาประกาศให้เรา(ฉันกับมิ้น)อึ้งคือเค้าจะแต่งงานปลายปี...โอววววเจ๊ก็แก่แล้ว(ปูอายุอ่อนกว่าเรา)ยังไม่คิดจะแต่งงานเลยนี่เค้าเพิ่งมีแฟนจะแต่งงานกันซะแล้น...กินข้าวแล้วก็กินไอติมแล้วก็เดินเล่นดูของกันฉันกับมิ้นยุอย่างเดียวพยายามไม่ให้เงินหลุดออกจากกระเป๋าเดี๋ยวเสียแผนประหยัดสุดท้ายก็เสียเงินไปกับตุ้มหูและโบสำหรับมวยผมหละ..ก็นะใส่ของเดิมๆเบื่อไง
เรื่องเกมฉันเผยแพร่ไวรัสเกมให้น้องสำเร็จเพราะน้องโทรมาถามว่าวันนี้ต่อ server ได้หรือเปล่าพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ได้น้องอยากจะเล่นๆทุบๆหาของไปขาย อิอิส่วนมิ้นก็เล่นด้วยเหมือนกันเล่นกับน้องชายเค้า มิ้นบอกว่าเอาไปฝันเลยวันนี้ฉันก็เอาคู่มือไปให้ดูด้วยแล้วก็ช่วยให้มาเล่น server เดียวกันเผื่อจะได้เจอกันพรุ่งนี้ก็หยุดอีกฉันจะเล่นเกมพี่แตบอกว่าทำไมไม่เอาเวลาไปเรียนอะไรหละเช่นเรียนภาษาฝรั่งเศส(เพราะพี่เค้าอยากเรียน)ฉันก็อยากทำอะไรแปลกใหม่ให้ชีวิตเหมือนกันแต่ว่ามันต้องมีทุนไงให้ปลอดหนี้และเก็บเงินได้ฉันจะใช้เวลาว่างให้ดีจ้า(แต่เล่นเกมก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ)
Saturday, January 04, 2003
ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้วรึเราลูกแมวที่เห็นตัวจิ๋วๆตอนนี้มันตัวใหญ่มากเลย(ชื่อตุ๊ต๊ะกับติ๊งต๊อง)จริงๆเราก็ไม่ได้กลับบ้านมาสองเดือนเองแมวเรามันแมวยักษ์ต่างหาก แมวเก่าๆที่บ้านก็กระจัดกระจายไม่อยู่บ้านมีแต่แมวรุ่นลูกรุ่นหลานที่ติดบ้าน แมวในบ้านก็ยังไม่สามารถเข้ากันได้มะลิต้องอยู่ในกรงจะได้ออกมาเดินเล่นก็กลางคืนเท่านั้นถ้าเกิดหลุดออกมาหละก็ขุระขระกับอดัมโซ้ยแน่ๆ
นัดเจอเพื่อนด้วยเจออี้กับปึ๊ดที่ร้านน้ำส้มสวนสุขภาพ(จริงๆอยากไปกินเค้กร้าน love แต่ว่าเค้าปิดปีใหม่)เพื่อแลกเปลี่ยนซีดีเกมกับให้ยืมดูคู่มือ RO เล่มสีเหลืองแต่เพื่อนไม่ไปกินข้าวเย็นด้วยไว้วันที่ 17 เย็น(ที่มาอีครั้งด้วยหน้าที่)ค่อยไปกินข้าวกัน ฉันกับปุ๊กไปกินข้าวเย็นกับแก้ว เบญและนุ้ยที่เฮือนสถาปนิกจริงๆอยากไป Riverside แต่แก้วเค้ารู้จักคนที่นี่แล้วก็มีส่วนลดเราก็ยังไงก็ได้แหละอยู่ถึงตีหนึ่งครึ่งแหนะจริงๆอยากจะกลับบ้านไปก๊อปเกม เกม RO ที่บ้านมันแปลกๆมันโหลดอะไรไม่รู้นานเกินอี้เลยเขียน folder เค้ามาให้(มันก๊อปทับได้)
วันรุ่งขึ้น(วันที่ 3 )ลงเกมและเล่นนั่นนี่นึดนึงตอนบ่ายออกไปหาข้าวกินแล้วก็ไปกินเค้กจนได้แต่เค้กยังไม่มีค่อยมากคนไปเยอะมีอะไรออกมาหมดภายในเวลาอันรวดเร็วสุดมีร้านขายอยู่บ้านแล้วขายดียังงี้น่าดีใจจริงๆเลย ตอนเย็นไปไหว้ครูบาและศาลในมอชอมื้อค่ำกินขาหมูทอดที่ Goodview เจอลุงร้านเค้กแกก็จำเราได้นะมาทักกันเราก็เลยถามว่าทำงานเหนื่อยเลยมาฉลองเหรอคะ แกบอกว่ามันเพิ่งเปิดลูกค้ามาเยอะไม่มีเค้กขายเท่าไหร่ก็รู้สึกแย่แต่วันนี้เข้าสู่ภาวะปกติแล้วฉันอาจจะไปกินอีกซักรอบ
แม่กลับมาจากกรุงเทพได้เจออยู่ด้วยกันสามคนก่อนที่ฉันจะกลับกรุงเทพเย็นนี้พรุ่งนี้ทำงานบินไปขอนแก่นเที่ยวเดียวเสร็จงานประมาณ 10 โมงเช้าถ้าซื้อตั๋วถูกได้จะกลับบ้านอีกรอบเพราะได้หยุดสองวันเฮ้อ...อยากพ้นโปรเร็วๆจัง
ป.ล ไปปักกิ่งหนาวสุดๆๆๆๆลบสิบเอ็ดเลยขนาดเสือ้สี่ชั้นยังไม่อุ่นเสื้อมันพองๆแต่ไม่มีคุณภาพหรอกไม่ได้ไป countdown ที่ไหนเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มยังไม่ตื่นมากินข้าวเช้าเลยใครเค้าว่าอาหารเช้าที่โรงแรมเริ่ดส่วนพี่ไปที่ countdown กลับตีสามตื่นมากินข้าวเช้าทัน !?!
นัดเจอเพื่อนด้วยเจออี้กับปึ๊ดที่ร้านน้ำส้มสวนสุขภาพ(จริงๆอยากไปกินเค้กร้าน love แต่ว่าเค้าปิดปีใหม่)เพื่อแลกเปลี่ยนซีดีเกมกับให้ยืมดูคู่มือ RO เล่มสีเหลืองแต่เพื่อนไม่ไปกินข้าวเย็นด้วยไว้วันที่ 17 เย็น(ที่มาอีครั้งด้วยหน้าที่)ค่อยไปกินข้าวกัน ฉันกับปุ๊กไปกินข้าวเย็นกับแก้ว เบญและนุ้ยที่เฮือนสถาปนิกจริงๆอยากไป Riverside แต่แก้วเค้ารู้จักคนที่นี่แล้วก็มีส่วนลดเราก็ยังไงก็ได้แหละอยู่ถึงตีหนึ่งครึ่งแหนะจริงๆอยากจะกลับบ้านไปก๊อปเกม เกม RO ที่บ้านมันแปลกๆมันโหลดอะไรไม่รู้นานเกินอี้เลยเขียน folder เค้ามาให้(มันก๊อปทับได้)
วันรุ่งขึ้น(วันที่ 3 )ลงเกมและเล่นนั่นนี่นึดนึงตอนบ่ายออกไปหาข้าวกินแล้วก็ไปกินเค้กจนได้แต่เค้กยังไม่มีค่อยมากคนไปเยอะมีอะไรออกมาหมดภายในเวลาอันรวดเร็วสุดมีร้านขายอยู่บ้านแล้วขายดียังงี้น่าดีใจจริงๆเลย ตอนเย็นไปไหว้ครูบาและศาลในมอชอมื้อค่ำกินขาหมูทอดที่ Goodview เจอลุงร้านเค้กแกก็จำเราได้นะมาทักกันเราก็เลยถามว่าทำงานเหนื่อยเลยมาฉลองเหรอคะ แกบอกว่ามันเพิ่งเปิดลูกค้ามาเยอะไม่มีเค้กขายเท่าไหร่ก็รู้สึกแย่แต่วันนี้เข้าสู่ภาวะปกติแล้วฉันอาจจะไปกินอีกซักรอบ
แม่กลับมาจากกรุงเทพได้เจออยู่ด้วยกันสามคนก่อนที่ฉันจะกลับกรุงเทพเย็นนี้พรุ่งนี้ทำงานบินไปขอนแก่นเที่ยวเดียวเสร็จงานประมาณ 10 โมงเช้าถ้าซื้อตั๋วถูกได้จะกลับบ้านอีกรอบเพราะได้หยุดสองวันเฮ้อ...อยากพ้นโปรเร็วๆจัง
ป.ล ไปปักกิ่งหนาวสุดๆๆๆๆลบสิบเอ็ดเลยขนาดเสือ้สี่ชั้นยังไม่อุ่นเสื้อมันพองๆแต่ไม่มีคุณภาพหรอกไม่ได้ไป countdown ที่ไหนเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มยังไม่ตื่นมากินข้าวเช้าเลยใครเค้าว่าอาหารเช้าที่โรงแรมเริ่ดส่วนพี่ไปที่ countdown กลับตีสามตื่นมากินข้าวเช้าทัน !?!
Subscribe to:
Posts (Atom)