Wednesday, February 27, 2002

กลับมาทำงานตามปกติแต่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการโดนแมวข่วน แต่หนักๆเลยคือที่ฝ่ามือขวาโดนไป 2 เล็บยาวๆกับโดนเจาะ 1 รู เพราะเจ้ามะลินั่นแหละ แต่ก็เพราะเราอีกด้วยที่พามันออกมานอกกรงจนเคยตัวพอจะเอาเข้ากรงมันไม่ยอมกระโจนหนี มันคงไม่ได้ตั้งใจข่วนหรอกแต่จังหวะดีดตัวนี่สิถากหนังกำพร้าอิฉันหลุดไปสองแนว เจ็บแสบ ดีว่าโดนวันจันทร์(ซักผ้าหมดบ้านแล้ว)

มาที่ทำงานพี่วุฒิกับพี่ปอนด์บอกให้ไปฉีดยา(น้าเห็นแผลก็บอกให้ไปฉีดบาดทะยัก) ลองถามพี่อ้อ HR เค้าบอกว่าประกันสุขภาพรับ (ถ้าไม่ฟรียอมตามดีฝ่า) หลังกินข้าว(ลากทุกคนไปกินแถวศาลาแดง)ฉันกับน้องเอแยกไปโรงพยาบาล ไปโรงพยาบาล BNH(Bangkok Nursing Home)อยู่ในซอยคอนแวนต์ มีคนมาต้อนรับดี คนไข้เป็นฝรั่งเยอะเลย

หมอที่เราไปพบเค้าก็อธิบายดี(ปกติหมอที่เราเจอจะตรวจๆแล้วก็เสร็จละไม่พูดคุยเท่าไหร่) ตอนแรกเค้าก็ซักประวัติเราก่อนว่าเคยฉีดยาตอนเด็ก(โปลิโอ คอตีบ บ้าบอคอแตก อีกเยอะแยะ)หรือเปล่าเพราะมันผสมยากันบาดทะยักไปด้วย เราต้องโทรไปถามแม่ใคร แล้วยังถามว่าตอนอายุ 12-13 ฉีดกระตุ้นหรือเปล่า อันนี้จำไม่ได้แต่เผอิญตอนป .6 เคยเล่นลูกหมา(บ้า)ที่โรงเรียนโดนฉีดยากันเกือบทั้งชั้นแหละ หมอเค้าถือว่าเป็นแต้มต่อก็เลยให้ฉีดยากระตุ้น 2 เข็ม(นัดอีกทีวันเสาร์) เราเลยถามหมอเรื่องบาดทะยักว่าโดนแมวข่วนทำไมต้องฉีดด้วยเรานึกว่าต้องโดนอะไรที่เป็นสนิม หมอบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดเชื้อบาดทะยักอยู่กับดิน แล้วก็ถ้าเป็นสปอร์แห้งจะมีอายุนานซึ่งยาที่เค้าฉีดให้เราก็ผสมยากันบาดทะยักด้วยจะป้องกันได้ไปอีก 10 ปี เราถามว่าแมวเราฉีดยากันบ้าแล้วไม่พอเหรอ หมอว่าฉีดยากันบ้าแล้วก็จริงแต่มันไม่ 100 % ที่จะครอบคลุมตลอดเวลา 1 ปี(ช่วงที่มีภูมิอาจประมาณ 85%) แต่ถ้าเราขลุกขลีกกับหมาแมวเราก็ฉีดด้วยอันนี้ปลอดภัยชัวร์(ยังงี้ต้องให้ปุ๊กไปฉีดบ้าง)

ตอนออกมารอจ่ายเงิน พี่พยาบาลที่ฉีดยาบอกว่าให้ไปรอที่หน้าการเงินนะคะ ค่ายาของวันเสาร์รวมไปแล้ว(อ่าวพี่...จะเกินพันบาทมั้ยเนี่ย) พอถึงคิวเราจ่ายเงิน เราเห็นวงกลมรอบตัวเลย 1670 ฉันพูดว่าคงไม่ใช่ค่ารักษานะ คนคิดตังค์บอกว่าใช่ เจี๊ยกกกกก... เราถามว่าทำไมไม่แยกสองวันง่ะ เค้าก็เลยแยกให้ แต่ทำไมพอแยกแล้วกลายเป็นเราต้องจ่ายเพิ่ม 120 อ่ะ (ประกันจ่ายให้ 1000) 1670 หารสองมันก็ไม่เกิน 850 สิ ยังงี้โกงนี่นา แล้วทำไมโกงให้เราต้องจ่ายเพิ่ม 120 เล่า(รวมๆกันไปสิ ใบที่ไปเบิกประกันบอกว่าค่าหมอ 300 ค่ายา 700 แล้วใบของเราบอกค่ายา(อะไรอีกวะ) 70 ค่าเวชทะเบียน 50) กลับมาเล่นให้พี่อ้อฟัง พี่อ้อบอกว่าทำไมไม่ถาม(เรามันงี่เง่าเอง)เป็นพี่จะด่าให้ วันเสาร์จะต้องจ่ายอีก 120 มะเนี่ย โธ่เว้ยยังไม่เดือนมีนาก็เสียเงินแล้ว

กลับมาโต๊ะมาพลิกๆดูบัตรนัด อ่ะจ๊ากเป็นบัตรประจำตัวผู้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ฮา)

Chiangmai report
ถึงเชียงใหม่วันศุกร์เช้า นั่งตุ๊กตุ๊กกลับบ้าน เข้าบ้านมาลมจะใส่ฝุ่นฮึ่มแถมมะลิอยู่ในกรงตะกรุยทราย(ส้วม)กระจายเกลื่อนพื้นเป็นการรับขวัญเรา(ต้องถูไม่งั้นนอนไม่ได้)

แมวๆก็สบายดี มะลิ(แมวขาว)ตัวใหญ่หน้ากลม ขุรขระยังชอบโซ้ยเด็ก(มะลิ)เหมือนเดิม น้องอดัมส์ก็ขี้อ้อนแต่ไม่ยักกะไล่กัดมะลิเหมือนขุ เสือเข้ม หมี หูตั้งยังอยู่(แมวนอกบ้าน) เจ้าเหลือง(ทองก้อน)ตัวใหญ่มากๆน่ากลัวอายุแค่ขวบเดียวเองเวลานั่งข้างพี่ๆ(แมว) พี่ตัวกระเปี๊ยกเดียวเองแถมมีแมวใหม่สีดำกับสีนวลมากินข้าวบ้านเราอีกอย่างเกี่ยวกับแมว เราคิดว่าแมวก็หน้าแมวเหมือนๆกันไม่มีพิเศษแต่ตอนเห็นเสือเข้มครั้งแรกตกใจนึกว่าลายน้อยหน้าเหมือนลายน้อยมากแสดงว่าการถ่ายทอดลักษณะก็เหมือนกับคนแน่ๆ เหมือนเราหน้าตาเหมือนแม่อะไรทำนองนั้น คุณน้องของเรายังสมบูรณ์ดีแม้จะกินมาม่าบ่อยแต่ผมยังไม่ร่วง

เพื่อนๆเจอกันแค่กินหมูกระทะเย็นวันเสาร์เท่านั้น ส่วนใหญ่เจอเบญมากกว่าเพราะมาที่บ้านตั้งแต่วันเสาร์เช้า กินข้าวกับเพื่อนๆ พาไปซื้อมือถือ (เรื่องนี้เพื่อนๆกรี๊ดกันทุกคนรวมทั้งคนที่บ้านเบญด้วยเพราะบอกให้มันซื้อตั้งนานมันไม่ซื้อแต่พอคนอื่นบอกมันซื้อ!!! เลยโดนอีกข้อหาริมีเด็กเนต อิอิ) เบญค้างที่บ้าน ไปเที่ยวกันวันอาทิตย์ ไปส่งที่บ้าน(กินข้าวฟรีอีกต่างหาก) ส่วนต่ายเจอแบบแว้บๆ(วันเสาร์ไม่มาเจอแต่วันอาทิตย์รับไปช้อปที่โรบินสันด้วยกันแต่เค้าก็แว้บไปดูหนังต่อเพราะแฟนเค้าก็มา)

วันอาทิตย์ค่ำไปเดินถนนท่าแพ เค้ามีปิดถนน มีการแสดง ขายของ ฉันซื้อสร้อยน่ารักรูปแมว(ตัวแมวทำจากเงิน) กับกางเกงสะดอ 1 ตัว เดินไกลสุดถนน(จากเชียงอินน์พลาซ่าถึงประตูท่าแพ)ข้อเท้าสึก ปวดข้อเท้า อากาศที่เชียงใหม่ยังหนาวอยู่เดินเล่นแบบนั้นก็เลยเพลินดี แวะร้านแวะวัดสนุกดีเกือบตบะแตกซื้อของ แวะเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ทุกวัดเลย(วัดแถวนั้นผ่านประจำแต่ไม่เคยเค้าไป) เพดานโบสถ์วัดบุปผารามสวยและผนังไม่ใช่รูปวาดแต่เป็นไม้แกะสลัก สุดยอดดดดดด.... อยากถ่ายรูปไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เดินแบบนี้อีก(ปกติไม่มีที่จอดรถ ปกติกลางคืนร้านขายของปิด ส่วนวัดหนะใครจะกล้าเข้าตอนกลางคืน กลางวันร้อนไม่อยากเดิน) ที่สุดถนนเค้ามีให้วาดรูปบนพื้นถนนได้ มีกลุ่มวัยรุ่นแต่งกายน่าเกรงขาม(กลัวจริงๆ) รีบเดินกลับเลย น้องเราบอกว่าจะต้องยกมือไหว้มะเนี่ย ต้องบอกว่าพี่มาดีนะ มาดี ไม่ได้มาลบหลู่(ฮ่า) แต่แฟชั่นมันไปทุกที่อย่างรวดเร็วจริงๆ เหมือนที่เห็นในบางกอกมาแหมบๆ เดินกลับมาที่จอดรถด้วยสภาพสะบักสะบอม นั่งกินพาสต้ากับมันฝรั่งทอด(แบบใหม่ มันสับปั้นเป็นก้อนทอดจำชื่อไม่ได้)ที่พิซซ่าฮัทแล้วกลับบ้าน

วันจันทร์ซักผ้า โดนมะลิข่วน ไปดูหนัง กินข้าวที่ riverside (ไปดูหน้าผู้จัดการ สูง เท่ เป็นฝรั่ง วันศุกร์เย็นไปกินมาแล้วทีนึง เท่ค่ะเท่ อีกอย่างเพลงที่นี่เพราะกว่า goodview และ cottage จัดให้เป็นอันดันหนึ่งใน puiii chart) วันอังคารออกไปกินบุพเฟ่ต์มังสาวิรัติที่ร้านคุณเชิญ ไปหาต่ายเอาใบรับรองแพทย์ กลับบ้าน กวาดและดูดฝุ่น ดูทีวี ขึ้นรถไฟกลับบางกอก

Saturday, February 23, 2002

เล่นเกม collapse ใน shockwave มันจริงๆเลย แต่ดึกแล้วไปนอนก่อนพรุ่งนี้ต้องทำงานบ้านเพียบ สกปรกน่าดูไม่รู้ปุ๊กอยู่ได้ไง

Thursday, February 21, 2002

คืนนี้จะเดินทางกลับดอยไปเล่นกับแมวกับน้อง 4 วันเพราะมีหยุดมาฆบูชาวันอังคารที่ 26 และเรามีวันลาพักร้อนเหลือจากปีที่แล้ว 2 วันต้องใช้ภายในเดินนี้(ดีจังไม่ต้องรอครบปีก่อน)

ตอนกลางวันหลังกินข้าวเลยเดินไปซื้อเค้กชอกโกแลตร้าน bow ไปฝากน้อง(กินข้าวกลางวัน 31 ซื้อเค้กไป120 )
แล้วเอาไปฝากไว้ในห้อง server (ชื่อเล่น”ตู้เย็น”)เพราะชั้นเราไม่มีตู้เย็นจะไม่เก็บในที่เย็นก็ไม่รู้ว่าการเดินทางในรถไฟ 1 คืนไปถึงเชียงใหม่แล้วเค้กยังจะกินได้อยู่หรือเปล่า

ว่าแล้วไปเอาเค้กออกมาแล้วจัดของดีฝ่าเพราะมีครัวซองชอกโกแลตของโอบองแปงอีกต่างหาก หอบเป้หลังจะหักกลับบ้านไม่มีเสื้อผ้ามีแต่ของกินเต็มไปโม้ด..

เดินทางไม่เหงามี Hobbit ไปเป็นเพื่อน(ยังอ่านไม่ถึงไหนเลย) ไปแล้ววววว

ป.ล เมื่อคืนคุย msn กับเบญ ดีใจได้ที่พูดไปแล้วที่มันฟัง(อ่าน)จนจบ นี่ถ้าคุยกับสดๆพี่ท่านหลับหูหลับตาเถียงตลอด ก็ไม่รู้จะเรียกว่าปรึกษาหรือเล่าให้ฟังกันแน่ถ้าไม่ยอมรับรู้ความเห็นเรา กลับไปมีหวังฉันได้ฟังเรื่องราวของเบญหูบวมแน่ๆ

Wednesday, February 20, 2002

ตั้งแต่ต้นปีที่คิดว่าจะ refinance ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นจริงเป็นจัง แต่ที่แน่ๆคือตัดสินใจไม่ทำ personal loan (เอามาโปะบัตรเครดิต)เพราะมีเจ้าหนี้หลายเจ้าแล้วงง ถึงดอกเบี้ยรวมมันจะถูกกว่าแต่มันเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ไม่ลดต้นลดดอก ก็ก้มหน้าก้มตาผ่อนไปตามยถากรรม(ตอนรูดบัตรไม่คิดดีนัก) ต้องใช้แผนประหยัดเอาเองแต่ จะประหยัดยังไงดีเล่าที่คิดได้คือเลิกเล่นฟิตเนสดีฝ่าเพราะไม่ค่อยได้ไป เบื่อแล้วด้วย(ไม่มีเพื่อนไปด้วย)เลยฝากพี่ตี่กับโอ๋ขายต่อเพื่อนๆเขาให้หน่อยเพราะที่ฟิตเนสเค้าไม่ให้เลิกก่อนครบ 1 ปี ต้องโอนสมาชิกเท่านั้น ฮ่วย...ตอนสมัครก็ไม่คิดให้ดี โดนพี่โดนเพื่อนรุมประนามว่ารู้ว่าตัวเองขี้เบื่อแล้วไปผูกมัดได้ไงฟระปีนึง ฮือ...พลาดไปแล้วอ๊ะ ใครสนใจบ้าง...ช่วยด้วยหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด (ได้ยินแว่วๆว่าทำตัวเองสม...)

ป.ล guestbook ก็เดี้ยงอะไรไม่รู้ ฮือ...

Tuesday, February 19, 2002

11:50 AM ระหว่างนั่งรอโปรแกรม install (เตรียมคอมไว้เปลี่ยนให้คนอื่น อิจฉาเขา..P IIII 1.6 GHz !!!) เปิด IE แล้วดู favorite เห็นเวบ smiley ที่กอล์ฟเคยบอก ลองเข้าอีกที เรามันโง่นี่หว่า ทำไมต้อง save หน้าพวกนั้นเพื่อจะมาลงเวบเราเล่า เราก็ลิงค์ไปเอารูปที่เค้าสิ(เพิ่งนึกได้รึไง) ทีนี้เวบเราก็จะได้มีรูปน่ารักๆขึ้นมาอีกหน่อย(บริษัทปิดทุกอย่างที่เป็น yahoo และปิด ftp ด้วยเลยเอารูปขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ใช้ blogger ก็เขียนไดอารี่ไม่ได้
3:00 PM หลังกินข้าวกลางวันตามรสไปธนาคารที่ตึกบางกอกซิตี้เพราะเราอยากไป Tops City Market ชั้นใต้ดิน ที่ตึกสาธรซิตี้ เค้าเพิ่งเปิดวันนี้วันแรก สีสรรและของกินดูน่ากินดี(แต่แพงหวะน้ำฝรั่งคั้นแก้วละ 67 บาท หลังจากฉันเลือกกล้วยหอมที่ตั้งใจมาซื้อก็ชวนน้องรสเดินวนดูของ ก็ประมาณว่าของใช้ชีวิตประจำวันหนะ ตอนมาจ่ายเงินต่อคิวยาว(มีปัญหาเกี่ยวกับการจ่ายด้วยบัตร) ตอนนั้นก็บ่ายโมงกว่าแล้วคนก็ยังเยอะยังต่อแถวจ่ายเงินอยู่เลย(ทำงานแถวนี้สบายดีเว้ย...เข้างานไม่เคยตรงเวลา) เจอไดเรคเตอร์แผนก Operation อีกต่างหาก...เวรหละตูแต่เค้าพักร้อนมั้งเพราะใส่เสื้อยืดยานๆมาจ่ายตลาด(ติดแอร์) ที่นี่มี food center ด้วยไว้จะชวนพรรคพวกไปกินข้าวกลางวันที่นี่บ้าง หรือท่าเบื่อกินข้าววันหลังมาซื้อขนมที่ City Bake ไปกินบ้างก็ดี Oishi sushi bar ก็น่าสนใจ ไว้น้องก๊อกกลับจากพักร้อนรับรองมีลูกคู่มาเดินอีกแน่ๆ โอ้..ชีวิตในเมืองแสนสบาย นี่ถ้าไม่นึกถึงตอนเดินทางไปมาบนถนน ต้องคิดว่าคุณภาพชีวิตบ้านเราก็ไม่เลว(แต่พอลืมตาดูชีวิตจริงพบว่า เลวค่ะ คุณภาพชีวิตต่ำ )

Monday, February 18, 2002

วันเสาร์อุตส่าห์เขียนไดอารี่ตั้งยาวแต่พอ post มันไม่ขึ้น ลองแล้วลองอีกก็ไม่ได้เซ็งซะ วันอาทิตย์เลยไม่พยายามแล้วมาเขียนที่บริษัทดีก่า

สัปดาห์นี้เริ่มอย่างเงียบๆ อิฐออกไปทำงานข้างนอกไม่มีคนโม้ด้วย ก๊อกก็ลาพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ ตอนกลางวันน้องเอก็ออกไปกินข้าวกับเพื่อนซะอีก ที่เหลืออยู่ก็กินกันแบบเงียบๆไม่ฮาเลย แต่เดี๋ยววันพฤหัสเราก็ไปบ้างแล้ว กลับบ้านดอยไปกินข้าวเหนียวน้ำพริกหนุ่ม อิอิ

อยากอ่านนังเหมียวย้อมสีฉบับเต็ม คงจะน่ารักดีเพราะอ่านเรื่องย่อยังรู้สึกว่าน่ารัก ละครก็น่ารักๆดี แบ่บว่าชอบ พอลอ่ะค่า....

17.2.02
วันนี้คุณยายอยากนั่งรถเข็นพี่ๆผู้ช่วย(พยาบาล)ก็อุ้มคุณยายนั่ง แต่คุณยายไม่ได้นั่งมาหลายเดือนแล้วก็เลยอาเจียน น้าป้อมโทรมาที่บ้านบอกให้เรากับแม่ออกไปอยู่กับยายกับภัทร จะได้ไปเป็นกำลังใจให้ยาย (น้าอยู่อยุธยาแต่เพื่อนน้ามาเยี่ยมยายแล้วเจอเหตุการ์ณพอดีโทรไปบอกน้า)

ไปถึงโรงพยาบาลคุณยายนอนอยู่บนเตียงแล้ว ยายคุยกับแม่ก็ร้องไห้ คงจะเจ็บแผล เจ็บใจแบบว่าเดินเหิรไม่ได้เหมือนเก่า ถามพี่ๆผู้ช่วยเค้าก็บอกว่าคุณยายอยากจะเดินแล้วก็ให้ภัทรเอาที่กั้นลง พอดีเข้าไปเจอก็เลยอุ้มให้นั่ง คุณยายนั่งได้นานไม่เวียนหัว พรุ่งนี้พี่ๆก็จะให้คุณยายนั่งอีก

หัวค่ำน้าเลอสรรมารับแม่กับภัทรกับส่วนฉันนอนเฝ้าคุณยาย ฉันตื่นมาตอนตีสี่กว่าได้ยินเสียงคุณยายคราง คุณยายเจ็บเข่า พรุ่งนี้พี่พยาบาลจะบอกคุณหมอให้ ฉงฉานคุณยายจัง

16.2.02
ประมาณ 9 โมงเช้าออกจากบ้านนั่งรถตู้ไปจัตตุจักรกับแม่จะไปซื้อปลอกคอกำจัดหมัดให้แมวที่บ้านเชียงใหม่

ไปถึงจัดตุจักรเดินไปกินข้าวร้านจำลอง(อาหารมังสาวิรัติ)แล้วก็กลับมาเดินมั่วๆหลงทางตามเคยแต่ก็เจอส่วนสัตว์เลี้ยงจนได้ เดี๋ยวนี้มีแมวขายเยอะขึ้น มีแมวขาวมณีขายด้วยตัวละ 3800 บาทแหนะรู้สึกดีใจที่เราได้เหมียวมะลิมาฟรีๆแต่มันตาสีเดียวไม่มีสองสีเหมือนที่ขาย

เดินเล่นวนไปวนมาเวลาเจอร้านขายงูก็ตื่นเต้นกันที วนจนมาเจอร้านขายหนูแฮมสเตอร์แคระ น่ารักจังเลย ตัวมันเล็กนิดเดียวเอง ร้านที่เราแวะเข้าไปดูมีหนูตัวโต(8-9 เดือน)ให้ดูมันก็ยังตัวเล็กอยู่ดี มันนอนอยู่ในบ้านป้าคนขายต้องเรียกมันออกมา(เขย่าๆ เคาะๆหลังคา) พอมันตื่นมาก็แต่งตัว เอามือจิ๋วๆมาลูบหัว แล้วก็ยืนยกขาหน้า น่ารักจัง อยากเลี้ยงมั่งแต่ต้องกลายเป็นอาหารแมวแน่ๆ เด็กๆมารุมที่โต๊ะขายกับเพียบ บางคนก็ซื้อเลย คนขายก็ใจดีให้จับเล่นได้ อยากได้ อยากได้ ตัวสองร้อยบาทขึ้นไป ต้องไปปรึกษาแจ๋วสีชมพูว่าเค้าเลี้ยงและดูแลหนูแฮมกันยังไง

Friday, February 15, 2002

วาเลนไทน์ไม่ได้ของขวัญอ่ะ อ่ะ อ่ะ พี่บอกว่าไม่ได้ไปไหน โธ่เค้าก็ไม่ได้อยากได้อะไรนักหนาซะหน่อย ของเล็กๆน้อยๆแบบแค่ให้เห็นว่าใส่ใจก็ได้อ่ะ แต่พี่ก็บอกว่าเค้าหนะลุกมาส่ง e-card ให้เราตั้งกะคืนวันที่ 13 เชียวนะ (ถือเป็นการใส่เลยหละเพราะปกติไม่ส่ง นานๆๆส่งทีและพี่ตื่นสาย...เค้าคงอยากให้เราเห็นแต่เช้าแต่เรามันมัวแต่ทำงานไม่ได้เช็คเมลตอนเช้า...) แต่พี่ก็ไปรับเราที่โรงพยาบาล(ตอนแรกนัดเจอกันสยามแต่แม่เราโทรมาตอนเช้าบอกให้ไปหาที่โรงพยาบาล แม่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้ด้วยเป็นขนม วันนี้ที่ห้องยายเลยครึกครื้น คนไปเยอะ ยายยิ้มแย้ม น้าปุ้ม น้าป้อม แม่ ฉัน พี่กอล์ฟ ภัทร) แต่พี่ก็พาไปกินข้าวก่อนกลับบ้าน(แยกกับน้ากลับมาก่อนแต่ถึงบ้านทีหลัง) จะเอาอะไรอีกอ่ะเรา (แต่พี่ก็บอกว่าไว้จะไปสมทบกับของขวัญวันเกิด อิอิ)

ป.ล 1 เบญส่งข้อความมาถามว่าวาเลนไทน์เราเป็นไงส่วนเค้า happy กับเพื่อนที่รู้จักกันในเนต แหม แหม
ป.ล 2 ต่ายอยู่เวรฉลองวาเลนไทน์ ส่งข้อความมาถามว่าได้ดอกไม้หรือเปล่า....ไม่ได้อ่ะ ฮือ....
ป.ล 3 เมื่อคืนได้ฟัง(ไม่ได้ดูอ่ะ น้าดูแต่เราไปล้างจาน รีดผ้า)เกมกำจัดจุดอ่อนแล้ว(กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจาร์ณกันทั่วบ้านทั้วเมืองว่าเป็นเกมที่ทำให้คนเห็นแก่ตัว ทำอะไรเพื่อเงิน ไม่ช่วยเหลือกันและกัน อะไรทำนองนั้น) พิธีกรพูดถึงเรื่องเงินเป็นสำคัญและบอกให้คนเล่นกำจัดจุดอ่อนของทีม ซึ่งก็คงหมายถึงคนที่ตอบช้าและตอบผิดบ่อยทำให้เก็บตังค์ได้น้อย ตัวฉันก็รู้สึกเฉยๆอาจเพราะไม่ได้ตั้งใจดู เกมมันทำเงินแข่งกับเวลาไม่ใช่แข่งทำกุศลจะได้เอาเรื่องกุศลมาอ้าง แต่เค้ากลัวคนดูไม่แยกแยะแล้วมีนิสัยแบบในเกมหนะ ก็เลยบอกให้เลิกเกมนี้ ไม่รู้จะเป็นไงต่อไป แต่เกมมันก็ดีนะตอนกำจัดคนอื่นทิ้งมันให้บอกเหตุผลด้วย เหตุผลบางทีก็ฟังไม่ขึ้นเลยพิธีกรก็ย้อนเข้าให้ ประมาณว่าไปบอกว่าคนอื่นตอบไม่ดี ไม่มั่นใจ แต่ตัวเองก็ตอบผิดตั้งเยอะ ว่าแต่พิธีกรหน้าตาเหี้ยมเกรียมมาก ตอนยิ้มๆในรายการคมชัดลึกดูดีกว่า

Thursday, February 14, 2002

วันนี้หละงานเยอะเชียวนะ การ์ดวาเลนไทน์ก็ยังไม่ได้เล้ย
เมื่อวานไปเดินเล่นสยามกันสี่คน(รส,เอ,ก๊อก และฉัน) กินบะหมี่แล้วไปร้าน Loft ฉันจะไปซื้อชอกโกแลต
แต่มันหมดโอววว...30 บาทเองอ่ะ น่ารักด้วยน่าจะซื้อไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้ว
คิดว่าวันนี้ต้องออกมาตอนเที่ยงซะแล้วแต่เพราะไปเสียเวลาดูการ์ดกันชอกโกแลตก็เลยมาส่งแล้ว อิอิ
ได้ชอกโกแลตในกล่องหูหิ้วมีที่ขูดเสี่ยงทายด้วย ถูกแล้วก็สนุกอีกต่างหาก(อยากให้ godiva หรอกนะแต่มันขายที่ไหนบ้างเนี่ย ร้านเก่าๆที่รู้จักก็เลิกขายหมด...ก็สมควรแหละแพงจะตาย)

ส่วนการ์ดไม่มีสวยเลยอยากไป hallmark ที่ siam square แต่ว่าชั่วโมงนั้นไม่ทันแล้วหละเลยตัดสินใจกันว่า(น้องๆช่วยคิด)ทำเองดีฝ่า ซื้อกระดาษสวยๆสีส้ม(เห่อ TA orange) แล้วค่อยมาทำที่ทำงาน (มีกระดาษแข็งอยู่ในลิ้นชักโต๊ะ)

มาถึงที่ทำงานก็ทำทั้งงานราษฎร์งานหลวง ต้องเตรียม PC ใหม่ 6 ตัว เอาคอมไปตั้งให้การตลาดคนใหม่
นั่งตัดกระดาษไปด้วย ทำดอกไม้ให้มันฟู(การ์ด 3 มิติอันเล็กๆซื้อมาเพื่อจะติดบนการ์ดเราอีกที)

ตอนนี้ติดกระถางดอกไม้ลงบนการ์ดแล้วแต่พอจะเขียนข้อความลงบนการ์ด น้องๆมีไอเดียกันมาเพียบ บอกที่เขียนการ์ดต้องเป็นสามมิติด้วย ก๊อกมาตัดกระดาษให้เพราะเป็นเจ้าของไอเดียว่าน่าจะทำแบบกระดานวาดรูปมาขาตั้ง(แฟนใครบ้างฟระเนี่ย) ตอนนี้เลิกงานแล้วจะเสร็จมะเนี่ย

ป.ล เรื่องข้างล่างได้จากเมล

ความรักและมิตรภาพนั้นมิได้เกิดขึ้นง่ายๆหรือเกิดขึ้นได้เอง
แต่ต้องมาจากความตั้งใจ ใฝ่หา และรู้จักทะนุถนอม
จงใช้เวลาแก่ความสัมพันธ์ที่จะค่อยๆเติบโตอย่างช้าๆ
อย่าใจเร็วด่วนได้
ความชอบพออย่างแท้จริงจะค่อยๆเป็นไปอย่างช้าๆ
จงซื่อสัตย์และเปิดเผยกับคนรัก
การโกหก ไม่ซื่อสัตย์ จะทำลายมิตรภาพ

จงกระทำต่อผู้อื่นเหมือนอย่างที่คุณอยากให้ผู้อื่นเขากระทำต่อตัวคุณ
นึกไว้เสมอว่าคนรักของคุณไม่ใช่คนดีพร้อม
ไม่มีใครดีหมดทุกอย่าง
บางทีข้อบกพร่องเล็กๆน้อยๆของคนรัก
ก็กลายเป็นความน่ารักได้
ถ้าคุณใจกว้างพอ จงภูมิใจในความสำเร็จของคนที่คุณรัก

อย่านำไปเปรียบเทียบกับความสำเร็จของคุณหรือคนอื่นๆเป็นอันขาด
จงมองเฉพาะที่คนรักของคุณทำได้
จะมากกว่าคุณหรือน้อยกว่าคุณก็"ดีมาก"ทั้งนั้น
อย่าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นเสมอ
แม้คนที่กำลังรักกันแทบจะกลืนกิน
ก็ยังมีข้อขัดแย้งหรือการไม่ลงรอยได้บ้าง
ถ้าคุณพบคู่รักบางคู่คุยว่า
เขาไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็อย่าไปใส่ใจมากนัก
เพราะเขาอาจไม่พูดกันเลย
หรือไม่รักกันเลยก็ได้

ในกรณีที่ยังไม่มีคู่รักที่แท้จริง
จงเปิดใจให้โอกาสพบปะผู้คนอื่นๆ
ให้มากขึ้น คุณจะได้มีโอกาสพบคนที่คุณอยากรักจริงๆได้
จงมีส่วนร่วมต่อการสร้างความสัมพันธ์
อย่าคิดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ
ถ้าคุณให้ของขวัญราคาแพงแก่คนรัก
แต่เขาตอบแทนด้วยของขวัญราคาด้อยกว่า
ก็ไม่เป็นไรเพราะเขาอาจไม่สามารถให้อะไรกับตัวคุณได้เท่าที่คุณคาดหวังเอาไว้

ฝ่ายที่รับของจากคนรัก จงหาทางตอบแทนเสมอ
แม้จะไม่เท่าและไม่เหมือนกัน
ก็ไม่เป็นไร อย่าเป็นฝ่ายรับฝ่ายเดียว

จงเป็นนักฟังที่ดีแสดงว่าคุณเอาใจใส่และสนใจเขา
เท่ากับแสดงว่าเขาเป็นคนสำคัญ จงยิ้มกับคนรักเสมอ
การยิ้มทำให้รู้สึกว่าคุณเป็นคนมีมิตรไมตรี
อย่าเปิดเผยความลับหรือนินทาคนรักลับหลัง
เพราะจะเป็นพิษต่อความรักอย่างยิ่ง
อย่าใช้ความรักไปหลอกลวงคนอื่น

จงถามเพื่อนสนิทว่าคุณมีจุดเด่นที่น่าประทับใจหรือจุดอ่อนตรงไหนบ้าง
ทุกคนมีจุดอ่อนในตัว
คุณจะได้พัฒนาปรับปรุงตัวเองให้น่ารักมากขึ้น
จงให้เวลาสำหรับความรักและคนรัก อย่าโหมทำงานมาก
หรือออกสังคมมากไป
จนทำให้สูญเสียคนที่เรารักและห่วงใยไป จงบอกคนรักว่า
เขาทำให้คุณสุขหรือสบายใจอย่างไรบ้าง
เขาพอใจที่จะได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น เช่น
"อยู่กับคุณแล้วรู้สึกสบายใจและมั่นใจมาก"
อย่าพูดตัดพ้อหรือต่อว่าโดยไม่คิด เช่น
"คุณผิดเวลาอีกแล้ว" หรือ
"เลิกกันดีกว่า" หรือ "คุณไม่รักฉันจริง"
แต่จงบอกคนรักว่า"ไม่รู้ว่าเป็นอะไรใจคิดถึงคุณจัง"

อย่าท้อแท้ เมื่อเกิดความเข้าใจผิดหรือขัดใจกัน
จงทำสิ่งที่เลวร้ายให้กลายเป็นสิ่งที่ดีงามต่อไป
โดยมุ่งมั่นถึงการรักษาสัมพันธภาพที่ดีเอาไว้และพยายามควบคุมช่วงเวลาเลวร้าย
เหล่านั้นเอาไว้ให้ได้ เรียนรู้อารมณ์ของคนที่คุณรัก

อย่าหวังว่าเขาจะสดชื่นหรือเอาใจเก่งตลอดเวลา
ในยามเขาเคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อยจงอย่าสั่ง
แต่จงให้ความสบายกายและสบายใจแก่เขาตลอด
อย่าลืมคำชมเชย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแก่ทุกคน
จงชมคนที่คุณรัก
คำชมจะทำให้ความรักยั่งยืน
จงมีกิจกรรมร่วมกันที่สนุกสนาน เช่น
การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ลำบากนัก
เล่นกีฬาบางอย่างด้วยกัน หรือเดินเล่นด้วยกัน เป็นต้น
กิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ
แต่คนรักชอบก็น่าจะลองกิจกรรมเหล่านั้นอยู่บ้าง
สนใจและช่วยจัดการในสิ่งจำเป็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น
ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเดินทางไปไกล
จงคิดว่าเขาน่าจะต้องการอะไรเพิ่มเติมบ้าง
จงช่วยจัดหาหรือเพิ่มเติมให้เขา
นั่นแสดงถึงความเอาใจใส่เขาอย่างแท้จริง

อย่าคาดหวังว่าคนรักจะให้สิ่งที่คุณต้องการได้ครบถ้วน
เพราะจะทำให้คุณผิดหวัง
และเป็นอันตรายต่อความรัก
อย่าดูหมิ่นหรือดูถูกคนรักว่าด้อยกว่า
หรือเป็นหนี้บุญคุณ

จงมองคนรักเหมือนคนที่เพิ่งพบและรู้จักกันและรักกันใหม่ๆ
ทำให้เกิดความสนใจใยดีอยู่เสมอๆ ทุกๆวัน
ไม่เกิดความเบื่อหน่ายจำเจ
อย่าบีบบังคับความรัก
เพราะความรักไม่อาจสร้างขึ้นตามความต้องการได้
แต่จงปล่อยให้มันพัฒนาไปตามเงื่อนไขของมันเอง
อาจจะเริ่มจากมิตรภาพก่อน
แล้วกลายเป็นความรักได้ หลายๆคนอ่านแล้วบอกว่าทำได้ยาก
แต่ไม่มีสิ่งใดยากเกินไป

ถ้าเราทำเพื่อพัฒนาตนเอง และพัฒนาความรัก จงใช้หลักง่ายๆอีก 4ข้อคือ
1 ฝืนทำบ่อยๆ แรกๆ ทำไม่คล่อง ก็จงฝืนทำต่อไป
2 ฝึกบ่อยๆ จนเป็นนิสัยที่ดีงาม
3 ข่มใจ อย่าเพิ่งเลิก อย่าเพิ่งท้อแท้
ถ้าผลออกมาไม่ถูกใจ
หรือเกิดความโกรธหรือเบื่อหน่ายกลางคันเสียก่อน
ก็จงข่มใจทำต่อไป
ช่วยทำให้เกิดการฝืนและการฝึกบ่อยๆได้ดีขึ้น
4 ลดตัวเองลง ต้องหมั่นลดตัวเอง อย่าอีโก้สูงนัก
หรือคิดถึงแต่ตัวเองหรือมาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา
เพราะจะทำให้คุณทำสิ่งใหม่ๆที่ดีๆ ไม่ได้เลย

Wednesday, February 13, 2002

ได้รับเนื้อเพลงจากเพื่อน(เพลงโฆษณา orange) เห็นว่าความหมายดีเอามาปะเก็บไว้
เผื่อใครจะเอาไปให้คนที่อยากจะไปช่วยเค้าทะลายกำแพง

Artist: Shelby Lynne
Album: Love, Shelby
Track :Wall in Your Heart

I feel your pain
I feel the rain
What happened to you
I can't get to you
Cause there's a wall
In your heart
That no one can get through
And it's cold and it's dark
And you don't have a clue
But this wall it will fall
If it's the last thing I do
I'll get through this wall in your heart
I know your soul
I know I'm home
Just come here to me
I'll let you run through me
Cause there's a wall
In your heart
That no one can get through
And it's cold and it's dark
And you don't have a clue
But this wall it will fall
If it's the last thing I do
I'll get through this wall in your heart
We'll break down all the troubles we have found
And I'll find a way to mend your broken pieces
We'll hold hands and be friends
Until the end and our love will be forever
But there's a wall
In your heart
That no one can get through
And it's cold and it's dark
And you don't have a clue
But this wall it will fall
If it's the last thing I do
I'll get through this wall in your heart

Saturday, February 09, 2002

ตอนเช้าใครๆเค้าก็ออกบ้านกันไปหมด
น้าป้อมกับแม่ไปซื้อยาให้คุณยาย
ภูมิกับอาเลอสรรไปซ่อมบ้านให้น้าปุ้ม
ภัทรไปเฝ้ายายที่โรงพยาบาล
ฉันอยู่บ้านคนเดียวผีขยันเข้าก็เลยถูบ้านหมดเลยแล้วก็มาอาบน้ำแต่งตัวจะออกไปดูหนัง(บอกน้าไว้แล้ว)เราว่าจะไปตรงเวลาแล้วเชียวแต่ดันโทรไปหาไอ่เบญเพราะเพิ่งเห็น SMS ที่มันส่งมาชวน chat คุยนายไปหน่อยเลยออกจากบ้านช้าพี่โทรมาโวยเลย

ไปดูหนังมนต์รักลูกทุ่ง(ใช่ป่าวหว่า)ไม่ตลกเลยมุขมันไม่ตลกอ่ะ
แต่คิดว่าถ้าเป็นกลุ่มเป้าหมาย(ฉันทนาสาวโรงงานเป็นอย่างน้อย)หละกรี๊ดกระจายแน่ๆนักร้องลูกทุ่งก็หน้าตาดีมิใช่น้อย
ว่าไปก็มีตลกอยู่บ้างคือฉากของลูกนก(คุณลำไย)กับฮาย(อาภาพร นครสวรรค์)
แต่ให้ขำแบบจริงๆเลยคือตอนหลังหนังจบแล้วเค้ามีฉายเบื้องหลังแต่พี่ไม่ยอมยืนดูอ่ะ
(คนอื่นๆเค้าก็ออกโรงกันไปเกือบหมดเหลืออยู่ไม่กี่คน) รู้สึกว่าช่วงนี้หนังไทยน่าจะบูมเลยเห็นสร้างกันใหญ่ก็ทำให้วงการคึกคักเผื่อวันนึงเราจะไปถึงออสการ์

ดูหนังเสร็จไปบ้านพี่ไปหนังดู DVD คอนเสริตของ the corr (?) เล่นดนตรีเก่งจังเลยตอนเค้าดังใหม่ๆก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่รู้แต่ว่าดัง
อย่างว่านะดูคอนเสริตมันจะเห็นความสามารถหนะมันได้อารมณ์กว่า ดูอย่างพี่น้อย(พรู)กระโดดไปมาขาหักเลยนั่น

พรุ่งนี้ไปอยู่โรงพยาบาลกับยาย รีบไปเลยพรุ่งนี้การไฟฟ้าตัดไฟไม่มีทีวีดู ไม่มีพัดลม ตายแน่หน้าร้อนกำลังมา

ป.ล วันศุกร์กินข้าวร้าน light house ก๊กเราขาดเอกับก๊อกไปไม่หนุกเลย อิฐก็ป่วยอีก คนอื่นๆหนะสบายอยู่แล้วมีเบียร์เค้าก็เพลินแต่เราขาดขาเม้าท์ ตอนแรกพี่อี๊ดกับรสจะไม่ไปฉันก็จะไม่ไปด้วยแหละ แต่พี่อี๊ดเพิ่งเลื่อนเป็น supervisor ต้นเดือนไม่ไปตายแน่ เพื่อหน้าที่การงานเบียร์ไม่กินก็ต้องกินหละงานนี้(โดนไปหลาย) แม้แต่ฉันกับรสก็โดนไปด้วยโธ่นายส่งมาให้ มาชนแก้วอ่ะ เพื่อความเจริญเอาวะ แต่จริงๆก็ดื่มไม่เท่าไหร่แอบเทให้พี่เล็ก แต่นายเรียกเรา harry potter ตลอดเลยอ๊ะ ตอนกลับถ้าฟังไม่ผิดบอกว่า good night harry potter อืมม..จำชื่อจริงเค้าได้มะอ่ะตะเอง วงเบียร์มีเป้าหมายที่ 20 ลิตร ตอนฉัน รส พี่ปอนด์กลับเค้าก็มาได้ครึ่งทางแล้วหละ วันจันทร์จะไปถามผล

Friday, February 08, 2002

หลังจากออกไปดูเขาเปลี่ยนคู่สายโทรศัพท์( TA เปลี่ยนเราแค่ config router <-แค่พิมพ์เพิ่ม 1 บรรทัด แล้วก็ทดสอบการใช้งานนิดหน่อย)สามสาขา(แบ่งกันไปสามคนคนละสามสาขา)) วันนี้ได้อยู่ออฟฟิศแสนจะสบายใจ ไม่ต้องหงุดหงิดหัวเสีย(ทำสามวันเราว่าทำเราแก่ไปสามปี) ฉันเป็นคนเก็บอารมณ์ไม่ได้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรถึงตอนนี้จะคิดว่าเก่งหวะโมโหหงุดหงิดแล้วไม่พูดอะไรออกไปแต่คุณหนุ่มบอกว่าหน้าตามันฟ้อง เค้าบอกว่าต้องใจเย็นยังไงต้องให้งานเราเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน งั้นตอนหงุดหงิดต้องคว้าหน้ากากมาใส่ใครเค้าจะได้อ่านใจเราไม่ออก

เรื่องงานวันนี้ก็ไม่ยุ่งเลยตอนเย็นทำรูปสำหรับติดบัตรพนักงาน พี่หยุมบอกว่าต้องส่ง HR วันนี้แกมาบอกให้ฉันรีบทำ (พี่เค้าอุตส่าห์เอากล้องมาถ่ายรูปให้นานแล้ว) ฉัน crop รูปอย่างง่าย(อย่างมั่ว)ให้มีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 18 รูป(ของเพื่อนที่แผนกกับแผนกข้างเคียง) ไม่รู้รูปจะผ่านป่าวเพราะรูปเรายิ้มแย้มกันน่าดู ไอ้ที่สำมะคัลล(สำคัญ)มีรูปไดเรคเตอร์ด้วยแหละ (ยังมีหน้า cc:: ให้เค้าตอนเราส่งรูปให้พี่อารีย์)

อาการเจ็บปวดมึนๆหัวเจ็บคอของก็พลันหายไปไม่รู้เพราะวันศุกร์หรือเพราะพาราเซตามอนที่กินไปเมื่อคืนแถมยังอมลูกอมฆ่าเชื้อกันอาการคออักเสบ แต่เราคิดๆดูแล้ววันที่ออกไปข้างนอกมันร้อน เวลาอากาศร้อนก็เลยปวดหัวหละมั้ง

เลิกงานวันนี้ไปกินข้าวฟรีเพราะไดเรคเตอร์จะเลี้ยงเค้ายังไม่รู้เลยว่าจะไปไหน จริงๆก็เหมือนจะรู้แล้วหละเพราะพี่ๆ sup(ervisor) เค้าจะไปกินเบียร์เปิดก๊อกแบบว่ากินเท่าไหร่ตามใจ แต่ก็มีไม่น้อย(อย่างน้อยก็เราและแผนก aos) ที่อยากไปกินที่สวยๆ มากกว่า ตอนหลังอาหารเที่ยงก็ยังพูดๆกันอยู่เรื่องนี้เพราะพี่เล็กบอกว่าจะได้จองที่ เรากับรสก็เสนอแล้วว่า that’s it เพราะอยู่ใกล้ดีแล้วเราก็อยากไปอ่ะเห็นๆในหนังสือมานานแล้ว พูดไปนู่นว่า ministry of sound หรือ mango tango (เพิ่งเห็นในหนังสือมาไม่นาน)แต่ก็ไม่ได้ตกลงอะไรกันเป็นจริงจัง มีหวังได้เปิดก๊อกแน่ๆ

วันพรุ่งนี้เกษตรแฟร์วันสุดท้ายแล้วไม่รู้จะได้ไปเที่ยวเล่นหรือเปล่า

Tuesday, February 05, 2002

วันนี้เหนื่อยๆชอบกล อาจจะเบลอจากการ install โปรแกรมและต้องทำนั่นนี่หลายอย่างพร้อมๆกัน อาจจะเพราะเดินไปเดินมาเมื่อวานตอนเปลี่ยนคู่สายโทรศัพท์ อาจจะหงุดหงิดแต่ไม่ได้วีนออกไปเลยมีผลถึงวันนี้ บรรยากาศที่ทำงานก็เงียบด้วยเพราะว่าเราอยู่ที่ฝ่ายแล้วเพื่อนคนอื่นออกไปสาขา อีกฝ่ายที่ซี้ๆก็เงียบ พี่ปุ๊กลาออกไปแล้ว !!!!!! หายขาฮาไปหนึ่งคนเลย ก๊อกก็ออกไปมหา’ลัย (พี่ปุ๊กลาออกไปเรียนอย่างเดียว ก๊อกเลยเครียดเรื่องเรียนของตัวเอง)
เรากลับบ้านไปนอนเยอะๆชาร์จพลังความสดใสดีกว่าพรุ่งนี้ตาเราออกไปสาขามั่งแล้ว

ป.ล โทรไปรบกวนให้ช่างที่สาขาหาคู่สายโทรศัพท์ล่วงหน้า บางที่ก็ดี๊ ดี บางที่ก็ไม่ได้เรื่อง มีการบอกว่าจะหาให้แต่ไม่รับปาก เวรมะนั่น ถ้าไปหาเอาหน้างานแบบเมื่อวานได้กลับดึกอีกแน่(เมื่อวานออกจากบางใหญ่สองทุ่มกว่า)เพราะในตู้มันมีสายโทรศัพท์เป็นร้อยขยุกขยุยอยู่ในนั้นแล้วถ้าไม่มี label มันจะหาเจอง่ายๆได้ไง

Monday, February 04, 2002

ไม่ได้เขียนไดอารี่ซักพักเพราะหลายอย่างทั้งออกไปทำงานข้างนอกกว่าจะกลับมาออฟฟิศใกล้เลิกงานเราก็กลับบ้านเลยดีก่า อิอิ รวมทั้งหลงแสงสีเพลิดเพลินออกไปกินข้าวกินไอติมกับที่ทำงานหลังเลิกงาน(หกโมงเผ่น) สัปดาห์นี้ต้องออกไปสาขาสามวันเข้าไปแล้ว (จริงๆมันดีนะถ้างานเสร็จเร็วเราก็ได้กลับบ้านเร็ว) วันศุกร์นี้มี IT Evening กินฟรี กินฟรี นายให้พวกเราเลือกร้าน(โออิชิดีมะเนี่ย) เปลี่ยนมาเขียนไดอารี่ในชั่วโมงทำงานเลยแล้วกันเสี่ยงดี

วันเสาร์ที่ผ่านมาไม่ได้ไปงานเกษตรแฟร์เพราะไปงานแต่งงานเพื่อนที่ทำงานพี่ แล้ววันที่สองเดือนสองปีสองพันสองก็คงเป็นวันดีเพราะแต่งงานกันทุกมุมเมือง โรงแรมที่ไปก็สองหรือสามงานนี่แหละ น้องฉันอยู่เชียงใหม่ก็ไปงานแต่งงานพี่ชายเพื่อน งานที่ฉันไปเป็นงานใหญ่เลยแหละแบบสมาคมค้าขายอะไรของเค้าหนะเพราะบ้านเจ้าสาวเค้าค้าขายแถวประตูน้ำ(อย่างรวย) แต่ฉันไม่ชอบโต๊ะจีนพี่บอกว่าค่าอาหารต่อหัวแพงมากก็อาหารมันก็สุดหรูแบบหูฉลาม หูหัน ซึ่งฉันไม่กินอาจเพราะเพิ่งดูรูปที่เค้า forward กันมากับเมลเรื่องอนุรักษ์ปลาฉลามเป็นรูปงานแต่งงานคนจีนภาพข้างบนก็เป็นหน้าเจ้าบ่าวเจ้าสาว(ในชุดแบบตะวันตก)พ่อแม่ยิ้มแฉ่งแต่ที่พื้นเป็นศพปลาฉลามเกลื่อนแล้วก็มีเลือดเปื้อนไปทั่วเลอะมาที่ชายกระโปรงเจ้าสาว มีข้อความว่างานแต่งงานแบบจีนทำให้ปลาฉลามถูกฆ่าเอามาทำซุปหูฉลาม จริงๆตอนเด็กกินแหลก กินหมดหูฉลาม เป็ดปักกิ่ง หมูหัน นกพิราบ โตมาไม่กินเลย ทั้งกลัวและสงสารมัน วันนั้นเลยไม่รู้จะกินอะไรดี ปลานึ่งก็ไม่กิน(ปลาหิมะเชียวนะโขวววโบกกก) แต่กินโค้กไปซักสองลิตรเห็นจะได้

การไปงานแต่งงานก็ดีนะเป็นกรณีศึกษาเผื่อมีโอกาสแต่งงานกะเค้าบ้าง ฉันกับพี่กอล์ฟคิดว่าถ้าแต่งงานไม่เอานะแบบเพลงโบราณ ไม่เอานะแขกเยอะๆที่ไม่สนิท(แต่มันอาจได้เงินเยอะนะ) อยากให้งานมันออกมาสนุกๆ ฉันเคยไปงานแต่งงานไม่เท่าไหร่แต่งานโต๊ะจีนงานไหนงานนั้นต้องไม่ประทับใจ(อาจไม่ใช่งานคนใกล้ชิด) ชอบงานแต่งงานพี่กบพี่สาวของพี่กอล์ฟมันส์ดีมีวงดนตรีมาเล่นสดๆเพลงก็ใหม่ๆหน่อย ตอนงานเลิกงาน(แบบพวกผู้หลักผู้ใหญ่กลับแล้ว)มันซะเพราะเล่นเพลงของโมเดิร์นด็อก เต้นๆกันอยู่ที่ฟลอร์ เจ้าสาวก็ออกไปเต้นด้วย อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ ต้องยังงี้สิเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานอาจพบคู่ของตัวเองบ้าง อีกงานที่ชอบเป็นงานของพี่เล็ก Hr ที่ทำงานที่แรก เป็นงานแบบคอกเทลจัดริมน้ำ(ยืนเมื่อยก็เดินไปนั่งแถวสระว่ายน้ำ) นักดนตรีก็แบบเล่นฟรุทกับไวโอลิน ร้องเพลงเพราะๆ อาหารก็อร่อยหลากหลายชาติ ตื่น ตื่น ยังไม่ต้องคิดไปไกลหรอกคงอีกนานกว่าจะถึงคราวเรา

วันอาทิตย์ก็ไปอยู่โรงพยาบาลกับยายเหมือนเคย ตอนค่ำเปิด 94.5 love fm ตามที่น้องก๊อกส่ง sms มาเตือนเพราะน้องเค้าแนะนำให้ฟังช่วงนี้เพราะตามโฆษณาบอกว่าเพลงช่วงนี้จะทำให้ห้องเรากลายเป็นเพนท์เฮ้าส์สุดหรู เพลงที่เปิดเพราะดี (ไม่ใช่เพลงป๊อปเพลงเก่าแล้วหละ) ฟังในห้องแอร์เย็นๆแบบโรงพยาบาลไปกันได้ดี (เกือบไม่ได้ฟังแล้วเพราะวิทยุที่มีไม่ว่าอันไหนไม่มีดี แบบซื้อถูกจากภาคใต้ฟังเทปได้นะแต่วิทยุเนี่ยคลื่นไม่ตรงกับ label ก็ฟัง 94.5 ต้องหมุนไปประมาร 88 อ่ะ มิน่าขายถูก อยากรู้ว่าของแพงแบบซื้อในร้านให้ห้างมันจะดีไปหมดมั้ยนะ)

เที่ยงออกไปสาขาแล้วหละ วันนี้ไปคาร์ฟูบางใหญ่ไกลดีจัง

ป.ล เวบ แดงๆต้อนรับตรุษจีนกับวาเลนไทน์