Saturday, July 05, 2003

ถ้าไม่นับเรื่องกลับมาถึงบ้านแล้วเข้าบ้านไม่ได้ต้องรอน้องชายประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วหละก็..วันนี้ก็จะเป็นวันดีวันหนึ่ง

เริ่มจากตอนเช้าถึงจะตื่นแต่เช้าตรู่เพราะลมแรงมากแต่ก็หลับต่อไปได้เพราะฝนตกอากาศเย็น ออกจากบ้านไปทำงานถึงก่อนเวลาเช็คอินหนึ่งชั่วโมง(เผื่อเวลาเว่อร์นึกว่ารถจะติด) วันนี้ไป 213 ภูเก็ดด้วยเครื่อง 737 ตอนนั่งรอเวลาขึ้นเครืองเห็นพี่บอลด้วย เดินตัวดำมาเชียวยิ้มแย้มดี(ก็ทุกคนมองเค้าหมดแหละ) มีคนขอลายเซ็นด้วย นี่ถ้าไปไฟล์ทเดียวกันฉันก็คงจะขอถ่ายรูปหรอก ตัวเองไม่ได้กรี๊ดแต่คนรอบข้างดูพี่บอลแข่งตลอด

ตอนทำงานก็ตืนเต้นมีผู้โดยสารหญิงชาวเกาหลี(มั้ง..ออกแนวจีนอ่ะ)เกิดเจ็บหน้าอกขึ้นมาลูกสาวเค้า(คิดเอาเอง)กระตือรือร้นขอน้ำบอกแม่เจ็บหน้าอก ชิบโป๋งกลัวเจ๊แกจะมาหัวใจวายตอนนี้แย่แล้วเครื่องเพิ่งจะขึ้นไม่นาน แต่ไม่ใช่หัวใจวายอ่ะ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าแกเป็นไร ทำท่าหายใจไม่ออก(เราก็ไปเอาถังออกซิเจนมาให้แกใช้ช่วยหายใจ) แล้วก็มีการประกาศหาหมอ มีหมอตั้งสามคนแหนะเป็นฝรั่งสองคน คนไทยคนนึง หมอฝรั่งผู้ชายนึ่งใกล้กว่าเดินมาถึงก่อนก็ดูให้ อาการเจ๊แกสับสนนะ เจ็บหน้าอก ขาไม่รู้สึก หายใจไม่ออก เราไม่มีความรุ้เลยว่าอาการแบบนี้จะทำไง แต่คิดว่าเป็นตะคริวหนะ ตอนถึงภูเก็ตแกก็สบายดีขั้น หายใจสะดวกแต่นวดขาอยู่เอาปากกามากดฝาเท้า(นั่นแหละถึงเดาว่าเป็นตะคริว) น่าฉงฉานจะมาเที่ยวแท้ๆมาไม่สบายซะนี่

ขากลับผู้โดยสารไม่เต็ม(95 ขาไปเต็ม 137 คนมีลูกเรือ passiveด้วย นั่งไปเฉยๆไปทำงานไฟล์ทอื่นกลับวันรุ่งขึ้น)ไม่มีเหตุการ์ณตื่นเต้นแล้ว(พอแล้วหละตื่นเต้นวันละหนก็พอ) กลับถึงดอนเมืองแวะดอยคำซื้อผักเรียกแทกซี่กลับบ้าน

กลับถึงบ้านกรี๊ดแตกไม่มีใครอยู่บ้านกุญแจก็ไม่มี ทั้งที่บอกแล้วว่าถึงบ้านสองทุ่ม(แต่มาถึงประมาณทุ่มครึ่ง) นั่งเซ็งและนานกว่าจะตัดสินใจไปขอใช้โทรศัพท์ข้างบ้าน(โทรศัพท์เราเจ๊ง ซ่อมแล้วแต่ยังไม่ได้คืน) พอโทรได้แป๊ปภูมิก็กลับถึงบ้าน(น้าๆและภัทรไปกินข้าวกับเพื่อน) น้องแกไปส่งสาวเลยกลับช้า ฮืออ...ปล่อยให้สาวแก่นั่งเซ็งอยู่นาน

ป.ล แร็กเป็นข่าวมาสองวันแล้ว.......เซ็งเอาเกมเราเป็นแพะ(คนมันจะปันใจ โทษเกม) เซ็งพวกไม่มีจิตสำนึกในการเล่น(อยากจะรวยทางลัด โกงคนอื่น หยาบคาย และอื่นๆ)

ป.ล 2 ไปสิงค์ไม่กลัว SARS แต่กลัวฝน ฝนตกตลอด ออกไปแค่วันที่ไปถึง ไป takashimaya แล้วก็ kinokuniya ห้างอื่นไม่ทัน สามทุ่มปิด แท็กซี่ไม่ค่อยมีเข้าคิวรอเป็นชม. สงสัยจริงว่าเที่ยงคืนคนสุดท้ายจะได้กลับบ้านหรือยัง

No comments: