ไม่ได้รีบร้อนอะไรไม่มีอะไรตั้งใจอยากจะทำก็เลยนั่งกินแยมโรลที่ซื้อมาจากChinatownเมื่อคืนกะชาเขียวแล้วนั่งพิสูจน์ตัวอักษร fan fiction ไปพลางๆรอฝนหยุดตก
เมื่อคืนมาถึงที่นี่เกือบสามทุ่มพี่ๆเค้าชวนไปกินอาหารจีนร้าน SuperBowl ที่Chinatown เค้าว่าร้านเนี่ยเป็นที่นิยม ไปกันเจ็ดคนสั่งอาหารไปแปดอย่าง โจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับปลาเรนโบว์ทราวท์(อร่อย) ปาท่องโก๋(อร่อยแต่อมน้ำมันไปนิด) ผักคะน้าน้ำมันหอย(อร่อยมาก) เกี๊ยวน้ำ(งั้นๆ)ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานอันนี้ฉันสั่งเองมันเหมือนเมนูวัดฝีมือก็งั้นๆนะยังไม่เจอที่ไหนอร่อยกว่าร้านDragon Court(ปิดไปแล้ว)ที่เซี่ยงไฮ้ แกะมองโกเลียก็ดีรสชาติเข้มข้นเนื้อนุ่มและไม่มีกลิ่นแต่ไม่ปลื้มเท่าไหร่ หอยpipi หอยไรหว่าหน้าตาเหมือนหอยหวานหอยลายผัดในซอสXOจานนี้ก็อร่อย ปลาหมึกชุบแป้งทอดเหยาะเกลือจานนี้อร่อยมาก
สมควรจะมาหลายคนเพราะอาหารจานใหญ่ ไอ่ที่คิดว่าจะลดความอ้วนเจอมื้อไปก็คงไม่ได้ผอมกันซักทีตามเคย ค่าอาหารมื้อแรกร้อยหกสิบเหรียญหารมาคนละยี่สิบสองนิดๆแต่ว่าIM(Inflight manager)เค้าเก็บเงินยี่สิบที่เหลือออกให้ อิอิ
ฝนหยุดตกตอนบ่ายสองโมงสมควรออกไปได้แล้วเพราะร้านค้ามันปิดห้าโมงเย็น
คิดจะเดินไปดูสะพานกะโอเปร่าเฮ้าส์ตามที่พี่ในไฟล์ทบอกไว้แต่เจอพี่จากอีกไฟล์ทนึงเค้ากำลังจะเช็คเอ้าท์เค้าบอกว่านั่งรถเมล์ไปดีกว่ามันไกลแล้วก็ให้เบอร์รถเมล์มา ขึ้นจากหน้าFlight Center ตรงข้ามโรงแรม Mercure(แถว Central Railway)
นั่งรถเมล์ได้หลายเบอร์ทั้ง 422 423 426 248 436 438 440 470 L23 L28 L38ไปลงที่ Circular Quay ค่ารถ1.70เหรียญ
ป้ายที่ลงมันชื่ออะไรหว่าแต่ว่าก็เห็นแหละว่าข้างหน้ามันคือ Circular Quay Station เดินเข้าไปตรงท่าเรือก็เห็นทั้งสะพาน Harbour และ Opera House เดินไปทางฝั่งสะพานก็ถ่ายรูปโอเปร่าเฮ้าส์ได้แล้วขี้เกียจเดินไปฟังโอเปร่าเฮ้าส์เพื่อจะถ่ายสะพานเพราะอยู่ทางนี้ก็ถ่ายภาพสะพานได้เต็มเหมือนกัน
ตอนแรกคิดว่าถึงไม่ได้ไปปีนสะพานก็ไปเดินข้ามสะพานก็ดีนะแต่สะพานมันใหญ่หวะถ้าเดินข้ามสะพานก็นานอ่ะแถมไม่รู้จะเดินไปขึ้นสะพานยังไงก็ได้แต่ดูวิวจากแถวนั้น
ถ้าจะปีนสะพาน BridgeClimb ต้องจองล่วงหน้ามันเป็นทัวร์เดินสะพานใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่งค่าใช้จ่าย169 เหรียญประมาณห้าพันบาท อืมมอยากจะปีนหรอกแต่ไปคนเดียวไม่ดีม้างจะเสียเงินแพงๆเนี่ยมีเพื่อนไปกรี๊ดก็ดีนะ ก็เลยนั่งเรือเล่นตามคำแนะนำของพี่ในไฟล์ทนั่นแหละขึ้นเรือท่าที่ห้าจาก Circular Quay ไป Darling Harbour ตั๋วเที่ยวเดียว 5.20 AUD ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงดูวิวโอเปร่ากะสะพานจากในน้ำก็สวยดีโครงสร้างสะพานก็สวยดีอยากปีนสะพาน ><
ขึ้นเรือที่ท่า Aquarium ตรงข้ามมี National Maritime Musuem มีเรือดำน้ำจอดอยู่ด้วย
เรือดำน้ำหน้าตาเหมือนปลาวาฬ เครื่องบินก็เหมือนปลาวาฬ รูปร่างปลาวาฬมันดีทางพลศาสตร์หรอ
ก่อนจะนั่ง monorailเล่นก็เดินเล่นแถว Darling Harbour ก่อน ว่าจะหาของกินเพราะยังไม่ได้กินข้าวเลยจะสี่โมงเย็นแล้ว มีคาเฟ่แหละแต่แพงไปนะเดินไปเจอ Lindt chocolate cafe ไม่ใช่ที่จะกินเลย(มันควรเป็นสวิสหรือเปล่า)แต่ก็อยากจะรู้ว่ามันจะอร่อยแค่ไหน เดินไปดูที่ร้านนอกจากช็อกโกแลตแท่งหรือแบบชิ้นๆแล้วก็มี macaron, ice cream ,cake,bakery ด้วย เครื่องดื่มก็มีฉันตั้งใจลองกิน hot chocolate แน่ๆแต่ดูราคาเค้กแล้วก็...นะ เค้กชิ้นละสามร้อยมันจะอร่อยขนาดไหนน้า...สุดท้ายสั่ง Dark hot chocolate แก้วใหญ่สี่เหรียญ(เพิ่มขนาดแต่เพิ่มตังค์นิดเดียวคนขายบอกอร่อยนะก็กินแก้วใหญ่เลยคุ้มๆ)กับ Brownie ก็ไม่ถูกนะชิ้นเล็กๆห้าเหรียญแหนะ
Hot chocolate อร่อยดี...ลืมไปว่าน่าจะกินที่ร้าน(แต่มันจะชาร์จ)เพราะกินกับถ้วยพลาสติกกลัวมันจะเสียรสชาติไปเพราะเหม็นพลาสติกแต่พอกินแล้วก็ไม่มีผลเท่าไหร่แล้วก็ยังอร่อยกว่าร้านคนหัวล้านที่พี่เค้าบอกต้องกินหนักกินหนาที่นิวยอร์ค
ได้ของกินรองท้องแล้วก็ไปทำกิจกรรมตามสูตร ไปนั่ง monorail เล่น
ตั๋วโมโนเรลเที่ยวเดียว 4.50 AUD ฉันกะว่าจะนั่งวนรอบนึงก่อนแล้วค่อยลงแต่ว่าตอนถึงสถานี (Darling Park Station -> Harbourside Station-> Convention Station->)Paddy's market ก็สี่โมงครึ่งแล้วกลัวร้านปิดก็เลยลง
เค้าว่าวันนี้มีตลาดนัด
พอข้ามถนนจากสถานีเข้าสู่ใต้ดิน Paddy's market อยากตาย...อืมม...ไม่มาก็ได้นะเนี่ยให้ความรู้สึกแบบตลาดเมืองจีน อารมณ์ชั้นสองกาดหลวงชอบกล เสื้อผ้าข้าวของแบบประตูน้ำ โบ๊เบ๊ มาทำไมฟระเนี่ยไม่มีอะไรอยากได้ในนี่หรอกหน่าให้นั่งรถไปดูห้าง Myer ดีกว่ามั้ยเนี่ย(ก็ไม่มีอะไรอยากได้ที่นั่นเหมือนกัน)
ลองขึ้นไปชั้นสองเค้าว่ามี food court,supermarket มีร้านค้าด้วยนะก็ร้านค้าจีนๆชุดนอน ที่นอน ของกระจุ๊กกระจิ๊ก(สำเพ็ง)ร้านอาหารก็มีแต่ไม่สนใจอ่ะไปดูซุปเปอร์ดีกว่า อ่ะโธ่...ซุปเปอร์เปิดถึงสองทุ่มไปนั่งรถเล่นก็ยังกลับมาซื้อทันเลย
ในซุปเปอร์ก็สมควรแล้วที่อยู่ย่านไชน่าทาวน์เพราะมีของแบบเอเชียเพียบทั้งไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ของแบบนั้นก็ไว้ไปซื้อที่ที่ควรจะซื้อละกัน ฉันอยากกินชีสยี่ห้ออื่นไม่รู้จักกิน Kraft ต่อไป Kraft single 10 แผ่นที่เดอะมอลล์ร้อยบาท ที่นี่ 24 แผ่นแบบลดไขมันลงเพียบประมาณร้อยห้าสิบบาทซื้อไปสองแพค หุหุ อ้วนๆๆแต่อร่อยๆๆ ลองซื้อมันฝรั่งทอดด้วยไม่ได้อยากกินแต่อยากรู้เห็นขายแต่ยี่ห้อ Smith's กะอีกยี่ห้อนึง(จำมะได้)เป็นส่วนมากอยากรู้จะอร่อยแค่ไหนถุงเล็ก 1.59 ถุงใหญ่ 1.89 (ลดราคา)ซื้อถุงใหญ่กินไม่หมดทิ้งก็คุ้มกว่า อิอิ
ออกจากซุปเปอร์ไปเดินเล่นเขตไชน่าทาวน์ให้สุดถนน(นับจากป้ายจีนๆ)มีร้านขายของของคนไทยหลายร้านมีครีมรกแกะ ครีมยี่ห้อ Re-birth ด้วยแต่ไม่ได้ซื้อกลัวจะสวยเกินไป มีร้านซีดี ดีวีดี ด้วย อ่ะกรี๊ดสิเพราะมีโปสเตอร์แฟนฉันอยู่หน้าร้าน อัลบั้มภาษาญี่ปุ่นของดงบังชินกิก็มีขายที่ซิดนีย์ งุงิ เกือบเก้าร้อยแหละ = =" เวอร์ชั่นขายในเอเชียอ่ะนะถ้าซื้อบ้านเราก็ถูกกว่าเยอะเลย
เดินกลับโรงแรมแวะร้านอาหารญี่ปุ่นดีกว่าจะกินอาหารจีนก็เบื่อแล้วจะกินอาหารไทยก็กินที่บ้านดีกว่านะ แวะร้าน KURA ตรงข้าม Reading Cinema (ตึกเดียวกับ Paddy's market) ร้านเล็กมากคนขายเป็นญี่ปุ่นหมดร้าน เค้ามากันไงอ่ะ พ่อครัวก็ดูไม่แก่นะมาทำธุรกิจกันเองหรอ สั่งซูชิหน้าปลาแซลมอนไป หนึ่งเซตมีแปดชิ้น 11.20 เหรียญเสริฟพร้อมซุปเต้าเจี้ยว
อร่อยอ่า~~ อิ่มอุ่นสบายท้อง อาหารของคนข้างๆก็น่ากินไม่รู้เรียกอะไรมันเป็นข้าวหน้าเต้าหู้ชุบแป้งทอดราดซอส
ขากลับจะเดินกลับทางเดิมที่เค้าพาเดินเมื่อคืนก็นะเปลี่ยนเส้นทางดีกว่าไปเดินริมถนนใหญ่ดูวิว โรงแรมที่พักอยู่ที่ถนน George นะริมทางก็มีร้านของชำเยอะนะ โปสการ์ดก็มีแต่แพงกว่าซื้อที่สถานี Monorail แถมขนาดต่างก็ราคาต่างแนะนำให้ซื้อที่สถานีรถรางแผ่นละ 50 เซนต์เองสวยด้วย
พรุ่งนี้กลับแล้ว...ให้มาไฟล์ทนี้อีกก็โอเคนะ มากินซูชิ ฮ่าๆๆ
ป.ล.ฉันเสนอตัว(หน้า)ไปช่วยน้องที่รู้จักกันในเนตพิสูจน์ตัวอักษรนิยายเรื่องที่สองที่เค้าจะรวมเล่ม ปุ๊กถามว่าว่างหรอเห็นตารางงานตรึม...ไม่ว่างอ่ะ...แต่เพราะมันเป็น fan fiction ของดงบังชินกิ(นั่นประไร)
1 comment:
ยาวจัง อ่านครึ่งเดียวหละกัน เหอๆ
Post a Comment