Saturday, January 27, 2007

วัดมังกร

ตั้งแต่ปีใหม่ยังไม่เคยไปไหว้พระเลย

วันนี้เป็นวันหยุดที่ตรงกับเพื่อนแจงจะนัดเจอให้เลือกระหว่างไปเที่ยวดอนหวายหรือไปวัดมังกรกะกินข้าวที่ร้านกินลมชมสะพานฉันเลือกอย่างหลังด้วยเหตุผลที่ว่าจะได้ไปวัดนั่นแหละ

นัดเจอกันที่ท่าพระจันทร์ตอนสิบโมงเล็กข้ามเรือมาจากฝั่งศิริราชส่วนฉันกว่าจะไปถึงก็สิบเอ็ดโมง = =" ฉันมาสายเพื่อนจะขับรถไปรับที่อื่นก็ไม่เอานะเพราะฉันอยากซื้อขนมปังกระเทียมตรงท่าพระจันทร์ระหว่างรอแจงเลยให้ลิ้ม(สามีแจง)ไปต่อแถวซื้อขนมปังกระเทียมแล้วเค้าก็วนรถไปเรื่อยอ่ะเพราะไม่มีที่จอดรถ >< ไปถึงยังมีขนมให้กินอีกต่างหากเป็นขนมเบื้องเจ้าอร่อยที่บางลำภู..หวานนิดนึงแต่หอมและอร่อย :D~~


จะกินข้าวตอนเย็นก็เปลี่ยนเป็นกินตอนกลางวัน ร้านกินลมชมสะพาน มันกินลมและชมสะพานจริงๆไปถึงรายแรกได้นั่งริมน้ำลมพัดสบายดี สะพานก็สวย เพื่อนๆบอกว่าถ้ามากลางคืนไม่ค่อยได้นั่งหรอกแถมก็ไม่ค่อยเห็นวิวอะไรมาก ร้านเค้าเปิดตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้า วันนี้สั่งปลากระพงผัดผลไม้(มั๊งไม่ได้ตั้งใจฟัง)ต้มข่าทะเล ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาวแล้วก็ยำยอดมะพร้าว อาหารอร่อยดีของทะเลสด...คงจะหิวจัดลืมถ่ายรูปอาหาร = =" มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆมีชาวต่างชาติด้วย...ชาติแถวเอเชียเนี่ยแหละเค้าสั่งปูกะตอย...รู้จักด้วยหรอเนี่ย อิอิ

ถึงเวลาไปวัดลิ้มขับรถไปส่งที่วัดแล้วกลับบ้านไปเลี้ยงลูก..สามีที่ดีจริงๆแจงบอกว่าวันนี้คนไม่เยอะปกติแทบไม่ต้องเดินมันจะไหลไปเองและต้องระวังธูปปักหัว

วัดมังกรชื่อเต็มว่ามังกรกมลาวาศ(เล่งเน่ยี่)แจงบอกว่าประชาชนนิยมมาทำบุญปีชง..ทำแล้วเรื่องไม่ดีก็จะบรรเทาเบาลง ปีนี้มีปีชง(ปีที่ไม่ถูกกับปีหมู)อยู่สี่ปี..ไม่ได้จำแฮะรู้แต่มีมะเส็งไม่มีปีเถาะ..ปุ๊กเกิดปีมะเส็งก็เลยทำบุญให้ปุ๊ก..ทำแทนกันได้นะแต่ว่าตอนปักธูปไม่ต้องปัดตัว 12 ครั้ง

ชุดทำบุญหนึ่งร้อยบาทให้เขียนชื่อ นามสกุล อายุ(แบบจีนเค้ามีตารางให้ดูแล้วเดาๆเอาก็คิดว่าอายุปีนี้แล้วบวกไปอีกหนึ่ง..อ๊าก ฉันก็ 33ดิ!!)วันเดือนปีเกิดและเวลาตกฝากด้วย จากนั้นไปจุดธูปสามดอกไหว้ ?? ไหว้ไท่...อะไรหว่าจำมะได้แต่อยู่ขวาสุด นอนน้อยนี่หว่าไร้สติไม่ได้จดอะไรมาซักอย่าง เอาเหอะไปถึงเค้ามีบอกเองแหละนะจากนั้นก็ไปปักแต่ปักไม่ทันไรหลวงพี่ก็ดึงธูปไปทิ้งแล้น เทพเจ้าจะทันรับรู้มั้ยเนี่ย

ขั้นตอนหนะไม่ยากทำตามป้ายแต่ว่าชุดทำบุญหนะไม่มีธูปให้หรอกนะ(อารายกันนี่)หลวงพี่ที่ขายชุดทำบุญบอกให้ไปซื้อปากทางแต่ว่าไปตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์จะมีกองถุงธูปอยู่นะฉันก็ขอหลวงพี่ที่เป็นประชาสัมพันธ์มาหนะ ก็เรียกไปเองนะว่าประชาสัมพันธ์...หลวงพี่จะประกาศว่าอย่าจุดธูปเยอะเกินกว่าที่ต้องใช้ไหว้มันเป็นมลพิษ..แต่ก็ไม่มีใครฟัง หุหุ

ตอนที่จะเข้าไปตรงเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะมีคนในชุดเหมือนมูลนิธิอะไรซักอย่างประกาศปาวและจับธูป..เหมือนจับบัตรประชาชนหละนะแต่ไม่ได้ดูอายุเค้าดูธูป...ถ้าเกินหกดอก(ไม่รู้ทำไมหก สงสัยไหว้ปกติใช้หกดอกหรือใช้ไหว้เทพเจ้าสามกะเจ้าแม่กวนอิมสาม?)จะเอาออกทิ้ง..พูดจาไม่ค่อยดีด้วยนะก็ต่อว่าคนจุดธูปเยอะๆหนะว่าเป็นมลพิษเห็นแก่ตัว ปาว ปาว ปาว ปาว ก็อ่ะนะคนเค้าก็อยากได้สิริมงคลกลับไปอยากให้คำอธิษฐานเป็นจริง เทพเจ้าก็มีจมูกใช่มั้ยนะ คงจะสำลักธูปเป็นแน่ ฉันหนะคิดว่าแพ้ธูป..เจอเยอะๆเป็นน้ำตาไหล ตอนไหว้กันรอบแรกกับเพื่อนๆก็ไหว้กันมือเปล่าไม่ได้จุดธูป

ฝ่าดงไปไหว้เทพเจ้าให้ปุ๊กเพื่อเสริมดวงแต่ตัวเองก็เกือบหัวโกรนไปแล้น เพราะมันร้อนๆหลังหันไปเจอเทียนอาเจ้...ไม่ใช่ธูปนะครับเทียนแดงลุกโชติช่วงสองเล่ม!! เผาผมเดี๊ยนอีกต่างหากเหม็นไหม้เลยฮ่ะ

ออกจากวัดมาผ่านร้านขายของสิริมงคลแบบจีนๆเพื่อนที่ทำงานเคยบอกว่าคนปีเถาะให้ซื้อถ้วยทอง..ไม่รู้เรียกอะไรก้อนทองแบบเงินในหนังจีนอ่ะเอาไปตั้งทางทิศใต้ พอบอกคนขายเค้าบอกว่ามันเป็นอีกตำรานึงร้านเค้าอ่ะขายของอีกตำรานึงซึ่งสุดยอดกว่า โอวว!! เป็นปูเกาะใบกุ้ยฮวา เราก็ต้องเลือกอันที่สุดยอดอ่ะดิ แต่ว่าสีไม่สวยเอาซะเลยนะเป็นสีตุ่นแบบน้ำตาลโคลนๆอ่ะ เค้าบอกเป็นสีถูกโฉลก ของคนเกิดปีอื่นนะสีสวยกว่ามีแบบใสๆสีชมพู สีเหลือง ตุ๊กตาแบบตั้งโต๊ะ150ให้หันปูไปทางทิศใต้เหมือนกันแต่ฉันซื้อแบบพกพาฮ่ะ ถูกกว่า แปดสิบบาท ส่วนของปีมะเส็งเป็นลิงถือลูกท้อสีดำ(ก็ยังสวยกว่าสีตุ่นๆของฉันหละหน่า)แม่เคยพูดถึงปี่เซียะเพราะได้ยินมาอีกทีเห็นเค้าว่ากำลัง in trend หน้าตาเหมือนสิงห์นะตุ๊กตาตั้งโต๊ะใช้สองตัวเป็นตัวดูดทรัพย์ !! แต่ก็มีแบบห้อยคอห้อยมือถือ(ยังงี้มีตัวเดียว)ก็ซื้อมากับเค้าด้วยค่ะ ปี่เซียะใช้ได้กับทุกปีเกิด

มาแถวย่านจีนไม่กินขนมแบบจีนๆได้ไง กะลอจี๊ ฮ่ะ รถเข็นนี้เชลล์ชวนชิมด้วยวงนิดเดียวสิบบาทแต่มีแบบรสชาติอื่นนอกจากแป้งเฉยๆด้วย ลองกินรสเผือกกัน กินแล้วก็ไม่เห็นจะเผือกเลย

จากนั้นก็ผจญภัยนั่งรถเมล์ ลิ้มบอกว่าให้นั่งเบอร์ 53 ไปท่าพระจันทร์ สาวๆว่าจะไปเดินเล่นเสร็จแล้วเด๋วสามีมารับ...กว่าจะรถเมล์จะมาจะเปลี่ยนใจไปเรียกแท็กซี่ก็มีมารมาแย่งค่ะตัดหน้ากันเห็นๆมิได้สำนึกอะไรทั้งนั้น ทำไมมันไร้ระเบียบกันได้ขนาดนี้ฟระเนี่ยประเทศชาติทุกหย่อมหญ้าเลยหรือไง นั่งรถเมล์เดาเส้นทางกันว่ามันจะไปทางไหนให้ไปโผล่ท่าพระจันทร์หว่าพอมันวนมามาถึงอู่(แถวหัวลำโพง)ต้องลงไปเปลี่ยนรถค้นใหม่(เบอร์เดิม)พอผ่านบางลำภูแจงบอกว่าลงดีกว่าให้สามีมารับ

พอขึ้นรถได้รู้สึกว่าแอร์มันช่างเย็นสบายจริงๆเว้ยยย...เล่าให้ลิ้มฟังว่าต้องมีเปลี่ยนรถเมล์ด้วยลิ้มรู้หรือเปล่า..ลิ้มบอกรู้..เออแต่ไม่บอกกันเลยน้า >< ฉันว่าเค้ารู้ว่าถ้าบอกแจงไม่นั่งแน่ อิอิ

สะบักสบอมในรถเมล์มาถึงธรรมศาสตร์ไม่มีที่จอดแจงก็เลยกลับบ้านฉันกะเล็กก็เดินเล่นนิดหน่อย เล็กบอกว่าเสาร์อาทิตย์จะมีของมาขายแบบเนี้ย ของมันก็ลานตาดีนะแต่ดูแล้วก็ไม่ได้ซื้ออะไร ซื้อแต่ขนมน้ำมะพร้าวถูกดีสิบบาท กล้วยปิ้งสามลูกสิบบาท น้ำปั่นยี่สิบ ไข่นกกระทา(ไม่อร่อย)ถุงละสิบบาท

แวะน้องท่าพระจันทร์ด้วยอยากได้อัลบั้มของ Exile ชอบเพลง Hero เคยเห็นมาบ้างแถมไปญี่ปุ่นเนี่ยอัลบั้มขายดีอันดับหนึ่งแต่ไม่สนใจเพราะเข้าใจว่ามันเป็นjrock หน้าตาjrock มากๆแต่ร้อง jpop แต่ที่ร้านบอกว่าหมดนะแต่มีดงบังชินกิอัลบั้มสามเวอร์ชั่นซี(แถมละคร vacation พากย์ไทยซะด้วย & poster)

ผ่านร้านการ์ตูน วุ่นรักนักดนตรีเล่มหกออกแล้ว(ให้ไว้เลย เค้าไปถึงสิบหกแล้น)แต่ไม่ซื้อค่ะไว้ไปซื้อแถวเมเจอร์รัชโยธินเป็นร้านเล็กๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเพราะมันหลบเข้าไปจากฟุตบาธมากๆ ลด 15% หุหุ (นิตยสารก็ลดราคาด้วยนะ)เป็นอีกแรงจูงใจในการไปออกกำลังกาย

กลับบ้านด้วยรถเมล์ 19 บาทแถมตะวันยังไม่ตกดิน...น่าประหลาดมากๆ ปี่เซียะจ๋าดูดทรัพย์มาให้เค้าเร้ว....

3 comments:

E said...

เห็นแล้วหิวเฟ้ย

อิจฉาๆๆ คนอยู่เมืองไทย

Anonymous said...

อิจฉาคนมีลูกมากกว่า ฮาฮา

SpygirL said...

มาตามทัวร์ เห็นของกินแล้วหิวเล้ยยย คิคิคิ