ไม่ได้เขียนนานเริ่มไม่ถูก....
.....เริ่มไม่ถูกจริงๆหวะ.....ผลกรรมของการดอง
เริ่มจากเรื่องล่าสุดก่อนละกันเนอะ
อังคารถึงพฤหัสที่ผ่านมาเนี้ยะไปมัสกัตเมืองเนี้ยอยู่ที่โอมานตะวันออกกลางไม่มีอะไรทำยิ่งกว่าดูไบ ถึงจะมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส ทะเล แต่ก็ไม่ถูกกะการออกกำลังกายเท่าไหร่ รถฟรีรับ-ส่งห้างไม่มี อาหารโรงแรมก็แพง มีร้านอาหารมีstarsbuckที่ตึกหน้าโรงแรมแต่มันต้องเดินตากแดดแสบสันกว่าจะไปถึง ถ้าจะไปตอนค่ำคิดเป็นเวลาไทยมันก็ดึกแล้ว...เวลาช้ากว่าบ้านเราสามชั่วโมง ถ้าหนึ่งทุ่มค่อยไปกินข้าวมันก็สี่ทุ่มแล้ว...นอนดูทีวีในห้องดีกว่า
การต้องไปอะไรแบบเนี้ยแค่เห็นในตารางบินก็น่าเบื่อแล้ว ปกติไม่เคยจะไปเช็คชื่อเพื่อนร่วมงานเลยแต่คราวนี้คิดไงไม่รู้ลองดูดีกว่าว่าจะมีคนรู้จักไปมั้ยนะ...เจอชื่อต้นเป็นนักบินไป รีบโทรไปว่าอย่าแลกออกนะเฟ้ยเราจะได้มีเพื่อน...มันบอกมันแลกเข้าตามสาว
ได้ฟังดังนั้นก็คิดว่าคงจะพึ่งมันไม่ได้เสียแล้ว
แล้วก็เป็นดังคาด......
ไม่มีการออกกำลังกาย ไม่มีการไปกินข้าวข้างนอก ไม่มีเพื่อนเฮๆแบบครั้งก่อนที่เราเคยไป คนในไฟล์ทเค้าไปไหนกันหมด เค้าไปเป็นคู่ๆนั่นเอง โมเลกุลเดียวก็อยู่ในห้องมากกว่าและเพื่อนเราก็ไม่มีประโยชน์จริงๆ วันแรกยังคุยกันมั่งแต่ก็ทำให้ซึ้งหลังดูหนังในห้อง crew room เสร็จ เวลานั้นก็ทุ่มครึ่งcrew room แยกออกมาจากตัวโรงแรม ก็เหลือสองคนดูหนังเสร็จก็ต้องกลับห้องแหงๆอยู่แล้ว ไม่รอตูซักกะติ๊ดออกห้องไปเลยไม่พูดไรซักคำ งงเลยม้าแต่ว่าแฟนเค้าไม่สบายหนะ...มีแฟนแล้วเป็นงี้หรอเนี้ย ส่วนวันกลับไม่พูดกับฉันเลยทั้งที่เห็นๆกันอยู่..หรือมันไม่เห็น.. คิดอะไรไม่ได้เลยนอกจาก รักกันให้ตลอดนะเมิงงงง
โชคดีที่ไปครั้งนี้แค่หนึ่งขีด(หนึ่งขีด คือ 24 ชั่วโมงเต็ม)แต่อยู่ประมาณสองวันเพราะวันกลับออกกลางคืน ถ้าเกิดได้ไปแบบสองขีดปาไปสามวันฉันคงอ้วกแตกเป็นเกลียดห้องสี่เหลี่ยมได้
ป.ล ตอนบอร์ดผู้โดยสารจากกรุงเทพจะไปมัสกัต ที่หน้าเกทมีป้ายบอกว่าห้ามพวกเจล น้ำ ไรพวกเนี่ย แต่ว่ามีผู้โดยสารเอาน้ำขึ้นมาคนแรกที่ฉันเห็นยังลังเลว่าจะพูดไรออกไปดีมั้ย สักพักก็มีคนเอาน้ำขวดขึ้นมาอีกแต่ก็ยังไม่กล้าบอกอะไรเค้า แต่ถามเจ้าหน้าที่ของเราเองว่า ไม่ห้ามเอาน้ำขึ้นเครื่องหรอ...เค้าบอกว่า..."ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว..ทางที่ดีที่สุดเราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร(ประโยคหลังพูดว่าไรไม่แน่ใจแต่ถอดความได้อย่างนี้)" !?!??!! ที่ว่าคนพวกเนี้ยยอมตามแล้วถ้ามันมายอมตายบนเครื่องนี้อ่ะ พี่เค้าพูดได้ดิเพราะตัวเองแค่ส่งงานหน้าเครื่อง ....ไม่อยากจะพูดเล้ยแต่คิดว่าถ้าจะก่อการร้ายให้ทำกับเครื่องที่ออกจากเมืองไทย...ยิ่งการบินไทยได้ผลชัวร์ !!
9 comments:
นางฟ้า เคยดูเรื่อง Seinfeld เขาบอกว่า หนังสือคือเพื่อนี่ดีที่สุดของสาวโสดนะ :D
ซื้อ DS หรือ GBA สิ
มัสกัต นี่มันที่ไหนอะคะ
ไอ้ต้นมันก็เป็นปกติแบบนั้นของมันไม่ใช่เหรอ?
( ' ' )? แค่ขวดน้ำมันจะเป็ฯอะไรเหรอคะ
"ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว..ทางที่ดีที่สุดเราต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร(ประโยคหลังพูดว่าไรไม่แน่ใจแต่ถอดความได้อย่างนี้)"
ผมว่าประโยคเต็ม ๆ มันน่าจะเป็น
"ห้ามไม่ได้หรอก...คนพวกเนี้ยเค้ายอมตายอยู่แล้ว" ยังไง ๆ พี่ก็อยู่บนดิน "ทางที่ดีที่สุดเรา (พี่) ต้องไม่เป็นศัตรูกับใคร" มันจะได้ไม่ทำบนดิน (ที่พี่อยู่) :D
ถามอะไรหน่อยสิครับ ว่าในวงการของ นักบิน แอร์โฮสเตสนี่ มันมีเรื่องอย่างว่าเยอะมากเลยเหรอครับ เวลาออกบินไปต่างประเทศไกลๆ คือได้ยินมาเยอะน่ะครับ ทั้งแบบที่ผู้หญิงไปเคาะประตูห้องผู้ชาย หรือแบบแต่งงานแล้ว ก็ยังมั่วกันอยู่ . . . คือผมเข้าใจว่าทุกสังคมมีทั้งคนดี คนไม่ดี แล้วการบินไทยก็เป็นสังคมใหญ่พอสมควร แต่ทําแบบนี้ผมเสียดายความรู้สึกดีๆ ที่มีให้น่ะครับ สําหรับอาชีพของนักบินกับแอร์โฮสเตส
^
^
คนที่พูด ๆ กันน่ะ มีกี่คนที่เห็นกับตาจริง ๆ เหรอคะ
แอร์กับนักบินก็แค่อาชีพหนึ่ง เป็นคนธรรมดาเหมอืนกันเรา
เป็นคุณ คุณจะทำมั้ย..คุณก็ต้องมีความละอายใจ มีศักดิ์ศรี ไม่ทำใช่มั้ยคะ
พวกเราก็เหมอืนกันแหล่ะ มีศักดิ์ศรี มีความละอาย
ปึ้ด : ต้องหนังสือฆาตกรรมอำพรางด้วยนะ หุหุ
อี้ : ds lite สีดำ เนอะ เนอะ
น้องนก : มัสกัตอยู่โอมาน ตะวันออกกลางอ่ะ
ปึ๊ก : ปกติเรอะ ไม่ม้าง
หนุงหนิง : คงจะเผื่อในขวดน้ำมะใช่น้ำอ่ะม้าง
ช้าง : ถูกต้องนะคร้าบพี่ก็คิดอย่างง้านนนน...
vito : ก็เข้าใจถูกแล้วนี่นาว่าทุกสังคมมีดีมีไม่ดีจะไปเสียดายความรู้สึกทำไมอ่ะคะ ไปรักนักบินหรือแอร์เข้ารึ
Post a Comment