ได้ทำงานชั้นธุรกิจแล้วน้า....ทำงานก็ตื่นเต้นการเตรียมของการให้บริการอะไรทำนองนั้นแต่ลุ้นสุดคือคนที่ต้องทำงานด้วยก็คิดว่าปัญหาที่สำคัญสุดก็คือผู้ร่วมงานนี่แหละ(คนแปลกๆมันเยอะ)ส่วนผู้โดยสารหนะเรอะถึงจะโวยวายอะไรมาถ้าได้สิ่งที่ต้องการก็เงียบและถึงโวยวายไม่เลิกแต่เพื่อนร่วมงานดีก็ผ่านไปด้วยดีได้
ชีวิตความเป็นอยู่ของชั้นธุรกิจเนี่ยมันช่างมีชาติตระกูลแก้วจานชามภาชนะเป็นกระเบื้องเป็นแก้วจริงๆ อาหารก็จะเป็นคอร์สชัดเจนกว่าต้องเสริฟ first course ก่อนแล้วก็เก็บก่อนออก main course หลังอาหารก็มีชีสและผลไม้ แล้วก็มีขนมกะชากาแฟ เราก็พลอยได้ส่วนบุญไปด้วยก็ได้กินของดีๆแปลกใหม่กว่าชั้นประหยัด อย่างไฟล์ทที่แล้วเพิ่งกลับมาจากนาริตะหลังอาหารมื้อหนักมีไอติมเสริฟ ชั้นประหยัดได้กินไอติมวานิลายี่ห้อไรจำมะได้แหละแต่มาจากอังกฤษเชียวนะ(ก็ว่าจ๊าบแล้ว)แต่ชั้นธุรกิจเป็นฮาเก้นดาสแถมมีสองรสให้เลือกด้วย เสริฟเสร็จเหลือ เสร็จโจรกินทั้งวานิลา สตรอเบอรี่เลยเรา หุหุ
ที่ญี่ปุ่นดอกซากุระกำลังบาน(หรือกำลังโรยไม่แน่ใจ)ชมพูน่ารักถึงไม่ได้ไปเที่ยวนานเพราะเป็นไฟล์ทไปดมหมอนก็กลับโชคดีที่โรงแรมมีสวนเลยได้ถ่ายรูปและเก็บดอกมันมาเป็นที่ระลึก ดูๆซากุระเหมือนดอกสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่ที่รวมกันเป็นช่อนะ
กลับจากญี่ปุ่นอยากกินอาหารญี่ปุ่นเพราะได้กินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมมีชาบูอร่อยมากกินกลับสลัดเต้าหู้ พอกลับมาอยากกินอีกชวนน้องออกไปลองกินชาบูที่ร้านฟูจิ วันนี้ก็ออกไปกินชาบูอีกที่ร้านโกเบที่สยามอีก....มันยังอยากกินอยู่แบบเนี่ยมันเหมือนพวก after shock หรือเปล่า
จากการกินชาบูสามที่คิดว่าเต็มรูปแบบต้องมีพวกผัก วุ้นเส้น อุด้งด้วย ถ้ากินที่ฟูจิจะเป็นหม้อสำเร็จรูปมาเลยเราก็ตักกินใส่ซอส(soy vinegar) กะเต้าเจี้ยว ส่วนที่ร้านโกเบมีหม้อให้เรามาลวกเองส่วนซอสและเต้าเจี้ยวมีเหมือนกัน แต่กินแล้วคิดว่าที่ญี่ปุ่นอร่อยกว่า(ลำเอียง :P)
ที่กรุงเทพมีตู้สติกเกอร์แบบที่ญี่ปุ่นแล้วนะอ่านจากนิตยสาร cawaii มีที่เซ็นทรัลลาดพร้าวกะสยามสแควร์ซอยเจ็ด ลองไปที่สยามแม่คุณกว่าจะหาร้านเจอ บอกซอยเจ็ดเยื้องศูนย์หนังสือจุฬา ดันเข้าซอยเก้า(ไม่ได้มอง)ตามปกติแล้วเลี้ยวขวาแบบไปศูนย์หนังสือ
ไม่ยักกะเจอร้านถ่ายสติกเกอร์ เดินอ้อมวงใหญ่มากไปเข้าทางซอยเจ็ดก็ไม่เจออะไรฟระปรากฎว่ามันก็เข้าทางซอยเก้าแล้วเดินเลี้ยวซ้ายนิดเดียวเอง อ้อมซะหมดแรงยิ้ม
ร้านเล็กถ้าไปตอนกลางวันๆเด็กเยอะๆเข้าร้านไม่ได้แน่นอน และมีแค่ตู้เดียวเองราคาสติกเกอร์หนึ่งแผ่น 150 บาท (ที่ญี่ปุ่น 400 เยน)แผ่นนึงขนาดประมาณรูปขนาดสองนิ้วแปดรูป(สี่รูปสองแถว)แต่เราสามารถเลือกขนาดรูปได้เยอะแยะมากตั้งแต่ใหญ่สุดแปดรูปในหนึ่งแผ่นจนไปถึงเล็กจิ๋ว(ก็ได้หลายรูปเป็นยี่สิบกว่าเลย)
มีลุ้นสนุกก่อนถ่ายด้วยหละคือเล่น slot ถ้าโชคดีจะได้แถวพิเศษแถมเป็นกระดาษใหญ่พิเศษซึ่งฉันเล่น slot ได้ หุหุ ก็เหมือนได้รูปสองนิ้วสามแถว
เรื่องไม่สวยไม่หล่อ สิวหน้ามันไม่ต้องห่วงยังไงก็ออกมาดีจะเสียก็มันเป็นตู้จากญี่ปุ่นทุกอย่างก็เป็นภาษาญี่ปุ่นเวลาฟังคำสั่งมันจะไม่รู้เรื่องนอกจาก ichi ni san (1 2 3) แต่พนักงานเค้าก็แนะนำแหละ มีกล้องสามมุม ด้านหน้า ด้านบน ด้านล่าง ถ่ายได้หลายรูปแต่เลือกได้แค่สี่เองนะ
แล้วก็มาถึงตอนที่สนุกที่สุดก็คือการแต่งรูป !!
ก็นั่นแหละเป็นภาษาญี่ปุ่นถ้าพออ่านได้ก็ง่ายหน่อยเช่น kirakira คือรูปประกายวิบวับ hana ดอกไม้ omoshiro พวกตลกๆแต่กดมั่วๆไปเหอะ(ก็มันสนุกตรงเนี้ย)เพราะมีปุ่ม undo และมียางลบ :D แต้ต้องทำให้ทันเวลาเท่านั้นเอง
มาถ่ายสติกเกอร์กันเหอะ หนุก หนุก หนุก ตอนนี้ก็ซ้อมแอ๊คหน้ากระจกกันไปก่อน เชื่อข้าพเจ้าถ่ายยังไงก็สวย 5 5 5
ป.ล 1 รูปมาที่หลัง
ป.ล2 ตั๋วไปเชียงใหม่วันที่ 11 เต็ม อุตส่าห์หยุด 12 13 น้าแต่ก็จองไปแล้วหละไว้ไปลุ้นที่สนามบิน
ป.ล3 ลืมอัพเดทเปลี่ยนมือถือใหม่(แต่รุ่นเก่าเก๋ากึ้ก)ถ่ายรูปได้ด้วย แช๊ะ แช๊ะ งิงิ
4 comments:
หายไปนาน เพราะไปอยู่ชั้นธุรกิจ นี่เอง เจ๋งเป้งไปเลย
แต่คิดๆไป...
- บ่งบอกความสามารถ
- บ่งบอก "อายุงาน"
- บ่งบอก "อายุพี่ด้วย" อิอิ
แซวเล้นนะคะพี่ อิอิ
เจ๊เราจงเจริญ
ดอกซากุระมันสีชมพูเหรอคะ นึกว่าสีขาวมาตลอด
อ่านเสร็จปุ๊บ ก็หิวปั๊บเลยวุ้ย ฮาฮา
Post a Comment