แดดตอนเช้าสว่างสดใสน่าหมั่นไส้อีกแล้ว...อากาศจัดว่าร้อนทีเดียว..แต่ก็ไม่ดำริอยากไปทะเลหน้าฝนอีกละลุ้นเกินไปนะ
เอารูปไปเสม็ดขึ้น My space เรียบร้อยดูรูปแล้วอยากไปใหม่ฝั่งอ่าวพร้าวนี่งามสงบจริงๆถ้าพายุมาก็รับเต็มๆอีกต่างหาก ไปเที่ยวสามวันสองคืน ฝนตกซะสองวันหลอกกันนี่นาวันแรกทำแดดแรงเลยไม่เล่นน้ำก็เลยอดหมดไม่ต้องเล่นกัน
วันแรก
ออกจากบ้านหกโมงครึ่งคิดว่าสบายๆน่าจะไปถึงสถานีรถเอกมัยประมาณ 7:45 ปรากฎว่าจะแปดโมงเพิ่งลงจาก BTS วิ่งหน้าตั้งแต่คิดว่ายังไงรถก็เลทเว้ย สบายๆ แต่ก็อดลุ้นมะได้ถ้าไม่เลทเน่าเลยพลาดเรือ วิ่งๆดันติดเพลงชาติอีกต้องยืนตรง..เฟ้ย เฟ้ย มารักชาติกันตอนนี้อีก เพลงชาติจบวิ่งพรวดๆลงกะไดฉันนำหน้าไปหาที่ซื้อตั๋วก่อนเลย...แล้วรถก็เลทตามที่เราคาดหมายไว้..เดินย้อนไป 7-11 หน้าสถานีซื้อขนมได้อีกต่างหาก
แปดโมงกว่ากว่ารถจะออก...นั่งสบายๆวิ่งบนทางยกระดับชิลๆครับนอนเพลินๆถึงท่าเรือแล้ว เรือมาเที่ยง มีเวลาไปหาของกินอีกแล้วฉันเดินไป 7-11 นอกถนนนู่นน้องนั่งเฝ้ากระเป๋า..มียูนิฟกลิ่นข้าวบาร์เล่ย์ด้วยไม่หวานชอบ ขวดก็สีสวย...หาในแถวบ้านเราสามร้านละไม่มี...อยากกิน
คนไปร่วมชะตากรรมพร้อมฉันกับน้องอีกสามกลุ่ม..กลุ่มครอบครัวมีหมาพูดเดิ้ลชื่อมอมแมมตัวดำปี๋มาด้วย กลุ่มวัยรุ่น1 กลุ่มวัยรุ่น2 รวมก็สิบสองสิบสามคน(แต่เรือมันเขียนว่า 8+2 คนมะใช่หรอ) นั่งเรือเหินๆ มาแป๊ปเดียวถึงรีสอร์ทเราพักที่ Limacoc อ่าวพร้าว น้ำใสสวยงาม ลงเรือแตะน้ำทะเลเดินลุยขึ้นไป check in มีน้ำตะไคร้ต้อนรับแก้วแอบเก๋วางแล้วมันจะเอียงเหมือนจะล้ม ห้องที่พัก(deluxe sea view)เดินขึ้นเนินไปสองชั้น หน้าต่างกว้างมองเห็นทะเล(ลืมถ่ายรูปห้อง)
เก็บของเปลี่ยนขาสั้นลงมากินข้าวริมทะเล นั่งนอนดูทะเลรับลมเพลินจริงๆ บ่ายๆกินแพนเค้ก ไอติมกล้วยหอมทอดกับกาแฟเย็นเป็นอาหารว่าง...มาที่นี่ควรจะกินไอติมกล้วยหอมทอดมากๆ 90 บาทเท่านั้นกล้วยชุบแป้งทอดหลายชิ้นมากมีไซรัปให้ราดตามใจชอบ
อิ่มอืดมากๆไม่ได้เล่นน้ำเพราะไม่มีใครเล่นเลยอ่ะ ของว่างยังไม่ทันย่อยอาหารเย็นอีกแล้วกินปลากระพงทอดราดน้ำปลายำมะม่วง หมึกนึ่งมะนาว ปูนึ่ง กุ้งแช่น้ำปลา..หร่อยหมดเพราะของสด อิ่มพูดไม่ออก นั่งดูทะเลกัน นั่งดูคน มีครอบครัวฝรั่งครอบครัวนึงเหมือนมาพักนานแล้วสนิทกับทุกคนเลยทุกคนก็จะไปคุยกับเค้าสนิทสนม ลูกสาวตัวเล็กก็ให้คนนั้นคนนี้อุ้มได้ไม่หวงเลย ที่รีสอร์ทมีแมวด้วยตอนแรกเด็กฝรั่งก็เล่นลูกแมวตัวขาวอยู่ดีๆ ซักพักลูกแมวไปเดินเล่นเองปีนตันไม้แล้วลงไม่ได้...ฉันก็ไปล่อมันลงมาต่ำๆแล้วก็ปีนไปเอามันลง กลัวแมวข่วนมันตกใจกางเล็บหมดเลยใจมันเต้นแรงมากๆฉันไม่อยากจะฉีดยากันบ้าอีกแล้วต้องเอามาพักแปะกับต้นไม้กลางทางก่อนแล้วค่อยเอาใส่เสื้อกระโดดลงมาจากต้นไม้...พอลงมาได้ก็เล่นแมวกันจนดึกกว่าจะขึ้นห้อง
วันที่สอง
ตั้งนาฬิกาจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น...ไม่ตื่นครับไม่ไหว..ลงมากินข้าวเช้าแปดโมงเช้า อากาศเย็นลมแรง อาหารเช้าเป็นเซตให้เลือกพวกไข่ดาว ไข่คน ออมเลต ข้าวต้มเครื่อง แพนเค้ก กินข้าวเสร็จเดินเล่นน้ำชายหาดจะเล่นน้ำรึก็น้ำลงนะไม่มีใครเล่นอีก...ครอบครัวฝรั่งพาลูกไปเดินชายหาด ครอบครัวมอมแมมก็พามอมแมมไปเล่นน้ำเหมือนกัน ถ่ายรูปเล่นก็มานอนอ่านหนังสือกินลมทะเลจนจะหลับ ก็ขึ้นห้องก่อน หลับครับ
ลงมากินข้าวกลางวันซึ่งก็บ่ายสองแล้ว..ไรหว่า..ฟ้ามืดลมแรงมากๆคลื่นแรงลูกคลื่นมาเพียบ กินข้าวว่าจะเล่นน้ำก็ไม่มีใครเล่นมีฝรั่งเล่นอยู่นิดหน่อยแล้วคนที่มาพร้อมเราเค้าไปไหนวะ คนที่มาก่อนหน้าเราก็มีไม่เห็นมีใครเล่นน้ำมาทำไรกันนิ วันที่สองเป็นวันที่สามารถเลือกกิจกรรมนั่งเรือรอบเกาะได้แต่ว่าลมแรงใครจะไป(แม่ไม่ให้ไปด้วยแหละบอกตั้งแต่คืนแรกแล้ว...แม่ยังกะกรมอุตุฯรู้ได้ไงบอกให้อยู่รีสอร์ทนวดไป)ก็เลยนอนนวดไทยไม่นั่งเรือก็เลือกนวดได้ฟรี)นวดเสร็จฝนตก !!! ไม่ต้องเล่นน้ำครับ ตกไม่เลิกเลย สั่งอาหารไว้สองทุ่มก็กางร่มเดินลงมากินวันนี้กินแค่กุ้งเผากับปลาสามรส นั่งดูครอบครัวฝรั่งเอาลูกเล่นน้ำฝน..แปลกแฮะไม่หยังกะประคบประหงม ก็แค่จูงมือไว้แต่ว่าให้ลูกถอดรองเท้าเหยียบน้ำฝนเล่น ครอบครัวมอมแมนนั่งเล่นไพ่ไปกินข้าวไป...วัยรุ่นอื่นๆก็มากินข้าวคู่รักก็เยอะแยะไปหมดการนัวเนียในรีสอร์ททั้งที่มีคนอื่นเหมือนเรื่องธรรมดา...อิจฉาเค้าสิ...คนรีสอร์ทข้างๆ(เลอวิมานกับอ่าวพร้าวรีสอร์ท)ก็มากินข้าวที่รีสอร์ทเรา ก็บรรยากาศมันไม่อลังการแบบศาลาไทย เปิดเพลงก็เพราะด้วย
ฝนตกทะเลก็สวยนะพอเดินขึ้นห้อง..ฝนตกหนักเข้าไปอีก...ไฟดับไปสองรอบ !!!! คืนนี้นอนฟังเสียงฝนไป
วันที่สาม
ฝนยังตกอยู่...ไม่ต้องเล่นน้ำไม่ต้องถ่ายรูป..กางร่มลงมากินข้าวเช้า...คลื่นน่ากลัวสุดๆไม่มีทางกลับได้หรอกให้กลับก็ไม่กลับ...เจ้าหน้าที่ที่รีสอร์ทมาบอกที่โต๊ะว่าเรือรอบ 10:30 ยกเลิก..ถ้าถึงเวลาเช็คเอาท์ก็มารอข้างล่างก่อนถ้าตอนไหนเรือเข้ามาได้ก็ไปตอนนั้น กลับห้องไปนั่งเล่นนอนหลับ...เที่ยงลงมา คลื่นไม่มีแววจะเบาเลยไล่กันมาตูม ตูม น้ำใสหายไปหมดแล้วขุ่นมัวคลื่นสูง นึกว่าจะได้เป็นชาวเกาะแล้วไม่หละ...เป็นชาวเกาะโดดงานไม่เท่าไหร่ไม่มีตังค์เนี่ยดิ
ปรากฎว่าเค้าจัดเรือให้ไปรับที่หน้าด่านเค้าบอกอีกด้านคลื่นไม่แรงเท่านี้มันมีภูเขากัน การเตรียมการของเค้าดีนะมีถุงดำห่อกระเป๋าพวกเรากันเปียกแจกเสื้อกันฝนให้ทุกคนเรียกรถกระบะมารับที่รีสอร์ท นั่งกระบะไม่มีหลังคาไปตามถนนรอบเกาะ ไกลชะมัด มาอีกฝั่งมันดูโทรมจริงปุ๊กบอกว่าที่พักเหมือนกุฏิพระชอบกล..หาดสวยๆด้านหน้าด่านก็มีนี่นาแต่ตอนนั้นดูไรไม่ออกแล้วหละ
นั่งรถมาถึงหน้าด่าน..พบว่าข้อสงสัยเรื่องบนเกาะมี 7-11 หรือไม่ก็คลี่คลายมีร้าน 7-11 ใหญ่ทีเดียวจะมียูนิฟข้าวบาร์เล่ย์มั้ยนะ พอพนักงานขนกระเป๋าลงเรือเสร็จก็ให้เราลงเรือก็เป็นสปีดโบ๊ตแต่ลำใหญ่ขึ้นหน่อยเขียนว่ากู้ภัยฉลามขาว...ชูชีพแดงตัดกับเสื้อกันฝนสีเขียวมากๆ...นั่งเรือแบบน้ำสาดกระเซ็นคลื่นสูงน่ากลัวมากๆ มอมแมมเก่งจริงๆไม่ตกใจเลยเสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา มาถึงท่าเรือฝั่งบ้านเพรู้สึกมึนคลื่นมาแรงเรือโยกชวนอ้วก...ขึ้นจากเรือได้ลำบากมากคลื่นมาซัดเรือโยกไปโยกมา...ไม่เอาแย้วหน้าฝนกับทะเลแบบข้ามเกาะ
คนอื่นเค้าขับรถกลับกันพรึ่บพรั่บ สองพี่น้องสำเหมาเอ๋อ รถทัวร์วันนี้ไม่วิ่ง...บ้าดิ!!! ครอบครัวมอมแมมชวนกลับด้วย..ใจดีจริงๆเลยแต่เกรงใจ..โทรไปถามรถทัวร์เค้าบอกว่าเด๋วพนักงานที่นั่นจะเอารถไปรับมาขึ้นรถทัวร์ที่ระยอง...มีคนร่วมชะตากรรมนี้เป็นสาวญี่ปุ่นสองคน..เก่งจริงๆ backpack มา พนักงานรถทัวร์เรียกรถเหมาไปส่งท่ารถที่ระยอง นั่งในกระบะแบบ space cab จากบ้านเพถึงระยอง 20 กิโล จะเข้ากรุงเทพเหมือนกันทั้งไทยทั้งญี่ปุ่นแต่ว่าคนญี่ปุ่นจะไปลงเอกมัย...แต่ว่าฉันตัดสินใจไปลงหมอชิต แล้วมันก็ shit shit shit shiiiiiiiiiiiiittttttttt แบบที่เล่าไปแล้ว
ไว้หน้าหนาวหน้าร้อนจะไปแก้มือใหม่...
เกาหลี
โรงแรมที่อินชอนเค้าเปลี่ยนที่นานแล้วฉันเพิ่งเคยจะได้ไปค้างดีเหมือนกันไม่ได้ไปแต่ยุคแรกที่ไม่มีอะไรทำตอนนี้มี E mart(ซุปเปอร์มาร์เก็ต)มาเปิดได้ ไปถึงเกาหลีแบบลำบากลำบนก็คุณผู้ชายมาก่อกวน(ประจำเดือน)ปวดท้องปวดขา ดีนะผู้โดยสารไม่เต็ม(ถึงขั้นน้อยน่าหวั่นใจ)ไปถึงโรงแรมยังตะกละจะกินหมูเกาหลีนะแต่ว่าออกไปทันทีพร้อมกลุ่มแรกไม่ไหว ดีมีพี่แอร์พี่สจ๊วตใจดีรอออกไปกินด้วยให้เวลานอนพักหนึ่งชั่วโมง...แต่ไม่ทันได้นอน...ล้างหน้าอาบน้ำอุ่นเอาน้ำอุ่นฉีดท้องแทนกระเป๋าน้ำร้อน = ="
ออกไปกินหมูกันสามคนอร่อยชอบหมูสามชั้นรู้สึกว่าไม่ต้องหมักก็อร่อยเนื้อหมูหมักก็งั้นๆ...น่าแปลกใจที่กินหมูเกาหลีร้านไหนครั้งแรกจะไม่รู้สึกอร่อยนะต้องไปครั้งที่สอง
กินเสร็จไปเดินซุปเปอร์ทั้งที่ไม่มีอะไรอยากได้นอกจากคิดว่าจะซื้อ handcream ยี่ห้อ Atrix เค้าว่าดีแล้วมันก็ถูกกว่าซื้อญี่ปุ่นแต่ปรากฎว่าขนมเต็มตระกร้าหมดไปหมื่นกว่าวอน(แค่ค่าขนม)
กลับห้องรู้สึกง่วงนอนดู NHK สอนพับกระดาษเป็นห่อของขวัญ(origata)แต่นอนไม่สบายเอาซะเลยปวดท้องอีกรอบนอนกระสับกระส่าย...ยาคงหมดฤทธิ์ ทนไม่ได้ลืมตามาตีสองลากสังขารออกไปกดน้ำร้อนหน้าลิฟท์ใส่ขวดน้ำทำเป็นกระเป๋าน้ำร้อน...ทรมานจริงๆวุ้ย
วันทำงานกลับก็สบายอีกแล้วขาแรกที่แวะไทเปคนน้อยมากห้าสิบกว่าคนแต่จากไทเปเข้ากรุงเทพสองร้อยกว่าคน...กว่าจะถึงกรุงเทพห้าทุ่มกว่าจะถึงบ้านเที่ยงคืนกว่า...หยุดวันเดียว...พรุ่งนี้บินแต่เช้าอีกแย้วไปนอนเชียงราย >_<
ป.ล ส้มเกาหลีก็ไม่มีเม็ด... GMO หรอ
No comments:
Post a Comment