ไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้สนุกมากตั้งแต่ทำงานมาเพิ่งเคยไปเป็นครั้งที่สองเองไฟลท์นี้เป็นไฟล์ทที่ทำงานสบายสุดๆเสริฟอาหารเช้าทั้งไปทั้งกลับ นี่ถ้าเค้าไม่เอามาแลกก็คงจะไม่ได้ไปหรอก ครั้งแรกไปฝนตกถึงไปตลาดเซี่ยงหยางที่เค้านิยมไปกันก็ไม่ได้เดินอะไรมากต้องไปเดินในตึกที่ขายพวกของก๊อปปี้ ครั้งนี้ไปอากาศดีไม่หนาวจัดน้องแหนมที่ขนไปรวมทั้งถุงมือและหมวกไม่ได้ใช้แค่เสื้อกันหนาวธรรมดาตัวนึงก็อยู่แล้วไม่รู้จะขนไปทำไมให้เปลืองเนื้อที่กระเป๋าเนี่ย(ก็กลัวหนาวนี่นา)
TG 662 ออกเดินทางตอนกลางคืนถึงเซี่ยงไฮ้ 6:25 ถึงจะได้งีบในไฟล์ทแต่ว่าตอนไปถึงต้องนั่งรถนานมากกว่าจะไปถึงโรงแรมสัปหงกสุดๆไปเลย ถึงห้องแค่ล้างหน้าแปรงฟันกระโดดขึ้นเตียงนอนก่อนแหละ นัดกันไปตลาดเซี่ยงหยางตอนบ่ายโมง(เวลาประเทศจีน)
สมาชิกมีสามคนเพื่อนร่วมรุ่นแล้วก็รุ่นน้องนั่งแท็กซี่จากเชอราตันไปยี่สิบหยวน(ค่าเงินลงทำให้หนึ่งหยวนไม่ถึงห้าบาทแต่ก็คิดง่ายๆคูณห้าไปละกัน)ไปถึงตลาดกินอาหารกลางวันก่อน ร้านประจำ(ใครๆก็กินร้านนี้)อยู่ตรงข้ามตลาดอยู่มุมสุดใกล้ๆกับ mister donut ที่นั่งอยู่ชั้นสอง อยากกินผักแต่ถ้าบอกเอาผักจะได้แต่คะน้า ฉันอยากกินบลอกโครี่เพื่อนอยากกินผักกาดแก้ว เดชะบุญโต๊ะข้างๆสั่งผักกาดแก้วเลยชี้ให้พนักงานดูก็ได้กินไป บลอกโครี่อด กินอาหารอย่างเพียบ ข้าวผัด ฮะเก๋า หมูแดงสองจาน เป็ดย่าง ผักสองจาน ก๋วยเตี๋ยวสิงค์โปร์ผัด(ผิดที่มั้ยเนี่ย)คนละสามสิบกว่าหยวนเอง(อาหารจานเล็กๆแต่ข้าวกะก๋วยเตี๋ยวจานใหญ่มาก)
ข้ามไปตลาดเจตนารมณ์ของฉันคือปลอกหมอนของเพื่อนกระเป๋าของน้องแฟน(เค้าจะไปขายของ)อยากได้ถุงมือกะหมวกกันหนาวใหม่ น้องที่นำทางไม่ได้อยากได้ไร เพื่อนก็อยากได้หมวกกะถุงมือ เดินวนๆรอบตลาดก็มีของเยอะนะแต่ว่าเสื้อผ้าผ้าพันคอเนี่ยไม่สนใจเลย ผ้าพันคอที่ซื้อตามรุ่นพี่ไปเมื่อสองปีกว่ายังไม่ได้ใช้ถึงทุกวันนี้ = = เพื่อนซื้อแหวนได้ถูกสุดๆเป็นของก๊อปทิฟฟานี่เชียวนะน่ารักมากๆแค่ 250 บาทเองอยากได้มั่งแต่คิดว่าคงไม่ใส่ถึงถูกก็ไม่ซื้อแหละ (อ่ะโหเทพแห่งการประหยัดประทับ)
กระเป๋าลูกปัดที่อยากจะซื้อกว่าจะซื้อต่อราคาไปสามร้านเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยยอมลดเลยน้า...ต่อกันเสี่ยงๆโดนด่าแต่ไม่สนใจเพราะฟังไม่ออกจนได้กระเป๋าสมใจ สนุกอ่ะต่อของเพื่อนต่อของเก่ง(หน้าตาน่ารักด้วยอ้อนๆก็ได้แล้น) พอเห็นของถูกๆอยากขายของเว้ย ไปขายตามตลาดนัดมั่งดิแต่ว่าถ้าชาตินึงได้บินไฟล์ทนี้ทีก็หมดอารมณ์ขาย จะขอแลกเนี่ยยากมากนะเพราะไฟล์ททำงานสบายจริงๆ
กลับโรงแรมไปเก็บของล้างมือออกไปเดินเล่นซุปเปอร์แถวโรงแรม(ในห้าง friendship shopping center)มีขนมจากญี่ปุ่นด้วยของนำเข้าจะแพงมากเลยไอติมแบบเชอเบตถ้วยแบนๆของญี่ปุ่นราคาเจ็ดสิบบาท ถ้าของจีนจะถูกเจอชายี่ห้อ kirin ที่ชอบกินที่ญี่ปุ่นราคาแค่ 2.8 หยวนเองอ่ะ ไม่ถึง 15 บาทเลยถ้าเป็นญี่ปุ่นถูกสุดที่ซื้อได้ก็คือ 100 เยน(ขนาด 500cc)ก็เลยซื้อมาทั้งชามะนาวกับชาดำเย็นเวลากินแล้วก็ไม่แน่ใจว่าเหมือนหรือเปล่าคิดว่าขวดมันคงหลอกจิตใจประมาณว่าถ้าเป็นของญี่ปุ่นก็อร่อยกว่าสิ
ซื้อของเสร็จไปร้านอาหารที่เพื่อนกะน้องบอกว่าอร่อย(ครั้งแรกที่ฉันมามั่วไปกะรุ่นพี่จะหาร้านอาหารจีนอร่อยแต่หาไม่เจอไปกิน hotpot ซะ)ร้านอร่อยชื่อ Dragon Court สั่งเมนูที่เพื่อนกะน้องประทับใจคือเปรี้ยวหวานหมู เป็ดปักกิ่ง และฉันได้กินบลอกโคลี่แล้วเพราะโต๊ะถัดไปสั่งหนะสิก็ชี้ให้พนักงานดู(ไปเมืองจีนมุขนี้ตลอด)อร่อยทุกอย่าง เป็ดอร่อยจริงๆกรอบและไม่มีมันติดเยอะแยะ เป็ดปักกิ่งที่ปักกิ่ง(ร้านแถวโรงแรม)ไม่อร่อยเลี่ยนมากมันติดมาหนามากไม่กรอบด้วย ขนาดสงสารๆเป็ดไม่ค่อยชอบกินเมนูเป็ดแต่กินไปหลายแผ่นเลย เปรี้ยวหวานก็อร่อยหมูเป็นเหมือนลูกชิ้นไม่ใช่เนื้อหมู เสียดายก็ hotsoup ผิดหวังรสชาติจืดไม่เผ็ดๆเปรี้ยวๆเหมือนที่เคยกินที่ปักกิ่ง ฉันกะน้องเคยกินแล้วอยากแนะนำให้เพื่อนกินมั่งแต่ว่าพลาด ><
เข้านอนตัวร้อนๆกินมากอ่ะผ้าห่มก็หนาจัดนอนเหงื่อออกซะงั้นตอนเช้าต้องตื่นตีห้าแต่งตัวไปทำงาน
กลับมาถึงกรุงเทพผึ้งมารับที่สนามบินวันนี้เค้าไปจ่ายเงินค่าทำสัญญาซื้อบ้านก็เลยนัดฉันกะมิ้นไปดูบ้านด้วย เพื่อนซื้อบ้านที่ลาดพร้าว 130 เป็น townhouse นี่แหละตัวบ้านลึกกว่าให้เฟอร์นิเจอร์แถมด้วยพาเดินดูบ้านตัวอย่าง ชั้นล่างไม่ได้เล่นระดับแบบ townhouse ของพลัสแต่ก็ดูสวยดี ชั้นสองเป็นห้องนอนทั้งชั้น ชั้นสามมีสองห้องนอน แต่ยังไงฉันก็ชอบบ้านของพลัสมากกว่า ชอบที่เล่นระดับแล้วก็เพดานชั้นหนึ่งกะชั้นสองมันจะทะลุโปร่งขึ้นไปด้วย หน้าต่างชั้นสองก็คือผนังด้านหน้าบ้านนั่นแหละสว่างดี ถ้าเป็นชั้นสองแบบบ้านเพื่อนเราว่ามันเสียเนื้อที่ไปเลยมันเป็นห้องนอนกะ walk-in closet อ่ะที่หมดแหละไม่มี family room แบบของพลัส แต่เพื่อนชอบ คนเรามันชอบอะไรต่างกันจริงๆเนอะ สินค้ามันถึงต้องหลากหลาย
เห็นเพื่อนทำสัญญาก็รู้สึกว่าพอโตขึ้นแล้วต้องทำอะไรเกี่ยวกับสัญญา เงินทอง กฎหมายรู้สึกเป็นผู้ใหญ่จริงๆแต่ว่าฉานไม่มีเงินจะซื้อบ้านอ่ะ ผึ้งกะมิ้นก็มีภาระผ่อนบ้านละ เพื่อนบอกว่าทำไมต้องเหมือนกันหละคนเรามันทุกข์สุขแตกต่างกัน เราก็ไม่ต้องผ่อนบ้านเดือนสองหมื่นแบบเพื่อนแต่เราก็ไม่มีบ้านไง แงแง เก็บเงิน เก็บเงิน ประหยัด ประหยัด T_T
นั่งมองบ้านที่เป็นสำนักงานขาย(บ้านหัวมุมหน้ากว้าง 6เมตร)รู้สึกใหญ่เหลือเกินซื้อบ้านยังงี้ไปอยู่คนเดียวไม่นับว่าเหงางานบ้านก็คงทำอ้วกแตก ซื้อคอนโดดีกว่า
ทำสัญญาจ่ายเงินแล้วเดินไปดูบ้านหลังที่ผึ้งซื้อ เพื่อนบ้านผึ้งเป็นดาราด้วยหละคนที่โฆษณาเบียร์สิงห์อ่ะอีกด้านยังไม่มีคนซื้อลุ้นเพื่อนบ้านอีกข้าง ดูบ้านเสร็จแยกย้ายกลับบ้านผึ้งมาส่งบ้านจากบ้านใหม่ผึ้งมาบ้านเราไกลแฮะใช้เวลาชั่วโมงนึง
อาบน้ำแต่งตัวไปหาหมอสิว..หน้าลายจากสิวไม่หายซะทีตอนนี้ทำ laser ไปสามทีแล้วก็ดูจางๆลงเวลาทำเสร็จใหม่ๆนะ อยากรู้ว่ามันจะเรียบกลับไปเหมือนไม่เคยมีสิวเลยได้มั้ย แต่ว่ามันทรมานนะร้อนๆเจ็บๆเหม็นไหม้อีก หมอจี้หนวดกะขนหว่างคิ้วออกไปให้ด้วย อยากสวยก็เสียเงินซะ
ดู CSI แล้วก็คิดว่าอยากสวยม้นต้องทรมานจริงๆนะเนี่ย เป็นตอนที่มีคดีที่มีคนไม่อยากแก่ตายสองคนไล่เลี่ยกัน ทั้งกินวิตามิน ใช้ครีมแพงๆ หาหมอ ใช้เครื่องสำอางค์ที่มีสารหนูปนด้วย ดื่มฉี่ตัวเอง ฝังเข็มที่หน้า ทำเลเซอร์ที่ตัว สำคัญเลยที่ตายคือไปทำสปาแบบฟอกเลือกฉีดไฮโดนเจนเปอร์ออกไซด์ที่คลินิกบอกใช้ที่ความเข้มข้น 3% แต่หมอพลาดฉีด30%ไปคนไข้เม็ดเลือดแตกตายซะ เฮ้อ..จะสามสิบแย้วก็ไม่อยากแก่แต่คงไม่ทำถึงขึ้นนี้หรอกนะ แต่ไม่ไปออกกำลังกายมาสามเดือนแล้วหละ พักมันดีกว่าเสียเงินเปล่าๆ
ป.ล ทบทวนวิชา support กับน้องในเกมเค้ามีปัญหาเรื่องเนตตัดบ่อยๆแต่แก้แบบคุยผ่าน msn งงๆอ่ะ
No comments:
Post a Comment