ออกบ้านไปก็ไม่ได้มีเป้าหมายเลยลังเลไปหมดจะไปเจเจหรือจะไปสยามหรือจะไปเซ็นทรัลแต่ว่าอย่าไปเดอะมอลล์เลยยังไงวันอื่นก็ไปประจำ
สุดท้ายก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปสยามจนได้เดินมั่วซั่วมีเป้าหมายแค่อัดรูป(ของภัทร)ซื้อเค้ก(ของน้า)คิดมั่วๆขึ้นมาว่าดูชุดไปงานแต่งงานไง(ของฉัน)ผ่านร้าน family dental clinic ก็เลยไปถามเรื่องจัดฟัน ฟันล่างมันล้มอยู่แล้วแต่น้องๆคิดว่ามันห่างไปเรื่อยๆวันนี้เจอร้านเปิดเลยไปสอบถามราคาดู จัดข้างนอก 38000 จัดข้างในแสนสอง !?!? แบ่งจ่ายแต่ว่าสามงวดแรกแพง 25000 เพราะติดเครื่องมือทีเหลือครั้งละสองพัน ไอ่ราคาหนะพอได้ยินมาแล้วจากเพื่อนร่วมงานก็ไม่ตกใจเท่าไหร่ คนที่โต๊ะสอบถามพูดจาดีแนะนำว่าพบหมอก่อนก็ได้จะทำเมื่อไหร่ก็ค่อยมาทำเพราะต้องตัดสินใจกันนานราคามันก็สูง แต่ไอ่ที่ฉงนคือหมอที่พบ
รอคิวไม่นานเค้าก็เรียกขึ้นไปรอพบหมดนั่งรอหน้า partition มีหนังสือให้อ่านดีนะพวก a day ,room เปิดหนังสืออ่านได้ยินเสียงหมอพูดแจ้วๆ...แจ้วจนได้ยิน(ตอนแรกไม่ได้สนใจ)พูดกับคนไข้คนนึงเค้าคงมาให้ตัดเหล็กแต่ว่าเค้าไม่ได้จัดที่นี่ พูดว่าไม่ให้ยางไปรัดเองมันไม่ถูก(ฟังขึ้น) พูดว่าไม่ดึงเหล็กให้นะเพราะไม่ได้จัดที่นี่เครื่องมืออะไรมันก็ต่างกันให้หมอที่ทำอยู่ให้(ฟังขึ้นแต่วิธีพูดแย่ไปหน่อยนะ) ถ้าไม่สบายแก้มให้ตัดเหล็กให้ตัดได้นะแต่ไม่ต้องย้ายมาทำที่นี่ไม่รับมันยื่นเกินไป(อาร้ายวะ คนไข้จะรู้สึกไงเนี่ย) ได้ยินแล้วได้แต่คิดว่าอย่าให้ตูเจอหมอคนนี้นะ
แล้วเค้าก็เรียกฉันไปพบหมอ...ก็หมอคนนั้นนั่นแหละ ฉันอยากถามว่ามันจำเป็นมั้ยเพราะเดิมทีที่เคยทำฟันมาหมอก็บอก่วามันก็ล้มแต่ไม่ต้องทำก็ได้มันล้มไปพิงกันไม่ล้มไปกว่านี้หรอกแต่ว่าปัจจุบันปุ๊กกะภัทรทักฟันฉันจนเสีย self ว่าแต่มันล้มน่าเกลียดงั้นเลยเรอะแต่มันก็เหมือนห่างกว่าเดิมนะ หมอดูฟันแล้วก็บอกว่าต้องจับมันตั้งแล้วใส่ฟันปลอมซี่นึงค่าจัด 38000 นั่นๆนี่ๆฉันก็ฟังเค้าพูดจบแล้วบอกว่าแต่หนูจะจัดข้างในค่ะ หมอถามว่าทำไม (เรื่องของกรู..อ๊ะไม่ใช่)ก็ที่ทำงานห้าม หมอถามว่าเป็นแอร์หรอ ก็ตอบว่าค่ะ แล้วหมอก็บอกไม่รับนะ(อ่าว)ทำแล้วเมื่อย(ไรหว่า)จัดด้านในคิวเต็มทำมากๆเสียสุขภาพ(ไรวะ)ถ้ารีบไปจัดที่อื่น(เฮ้ย)ถามว่ามีหมอกี่คนหรอ บอกว่ามีเค้าแล้วก็หมออีกคนก็เต็มเหมือนกัน ว่างปีหน้า ถ้ารีบก็ไปทำที่อื่น (อะไรอีกหละ) ฉันบอกว่าไม่รีบอ่ะค่ะจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นแล้วต้องลงชื่อรอคิวไว้ก่อนมั้ย (นัง)หมอบอกว่าไม่ต้องหรอกจะทำก็โทรมา อ่าวแล้วจะได้ทำหรอวะเกิดมีคนตัดหน้าไปหละก็ไม่ต้องทำอีกสิ แต่ว่าไม่ต้องคิดหรอกเพราะว่าไม่ทำที่นี่แน่ๆ โดยเฉพาะหมอคนนี้
เดินงงๆมาหาภัทรตะกี้ตูเจออะไรไปเนี่ยเค้าก็ไม่ได้จัดให้ฟรีๆไม่ใช่เรอะ เล่าให้น้องฟังน้องบอกไม่เรียกกำลังเสริมยังงี้น่าจะโดนด่าซะบ้าง เหอเหอ ไม่รู้ไม่มาอีกแน่ เดินเล่นต่อ
แวะร้านapple อยากได้ม้างอ่ะหลังจากปึ้ดเอาibookมาใช้งานให้ดูมันก็น่ารักดีด้วยนะแต่ว่ามันเล่นแร๊กไม่ได้อ่ะจิ ของใหม่ยังไม่เข้า ipod shuffle mac mini ไว้ไปดูนาโกย่าต้นเดือนหน้า
ก่อนกลับบ้านกินโคค่าอร่อยดีนะแวะซื้อเค้กร้านวานิลาซื้อเครื่องเขียนร้านโมล่า(590บาทสมุดเล่มใหญ่ ปากกาหกสี..แพงนี่นา)แล้วก็มาหงุดหงิดตอนกลับบ้านลงรถไฟฟ้าแต่ไม่มีแท็กซี่เลยซักคัน ไปไหนกันหมดเนี่ย ต้องต่อรถเมล์มาถนนวิภาวดีแล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้าน
พรุ่งนี้ทำงานเต็มวันเลยเหนื่อยยังไม่หายทำงานอีกแล้ว
ป.ล1 วันที่ 28 ทำงานไปค้างเชียงใหม่ไปกินข้าวกะน้องกะอี้กะปึ้ด(แม่ไปร้านพี่โก้-ลูกเพื่อนรุ่นพี่)ไม่กินหมูกระทะแต่ไปกินบุฟเฟ่ต์อาหารเวียดนามร้านมาดามเอี่ยน 80 เองอร่อยมากๆ วันที่ 29 ทำงานก่อนกลับบ้าน(ภูเก็ต-กรุงเทพ)มีพี่มอสในไฟล์ทด้วย หน้าตาไม่ต่างจากสมัยเราเด็กๆเลยแฮะอาจจะดูเข้มขึ้นกว่าตะก่อน ทำไงให้หน้าเด็กอ่า
ป.ล2 passion fruit ไม่เคยกินสดๆแต่ไฟล์ทนึง purser ซื้อมาแจกบอกว่าใส่เกลือกับน้ำตาลคลุกๆกินเลยน่าตามันสยองเหมือนกันนะไข่เอเลี่ยน อิอิแต่ฉันไม่ได้กินเม็ดนะ
ป.ล3 วันที่26ไปกินข้าวเย็นกะแก๊งค์เด็กที่ทำงานเก่าที่ zen ไม่ได้เจอกันนานบางอย่างก็เปลี่ยนบางอย่างก็เหมือนเดิม สัจจธรรม
No comments:
Post a Comment