Thursday, December 16, 2004

Caramel Brown

ใช้เวลาสามสิบนาทีตอนนี้ผมมีสีน้ำตาลเรียกตามข้างกล่องว่าคาราเมลบราวน์ซื้อมาจากร้านขายยาที่ญี่ปุ่นถูกและดูดี(กล่อง)ที่สุดราคาถูกกว่ายี่ห้ออื่นอาจเพราะไม่ได้มีน้ำยาสระผมบำรุงผมหลังทำมีแต่สี ก่อนหน้านี้ผมกลับคืนสู่ธรรมาชาติ(ผมใหม่งอกก็ไม่ทำสีเติมโคนผมแต่ว่าwaxสีเข้มบังไปจะให้ผมใหม่งอกให้หมด)ไม่เห็นสุขภาพผมมันจะดีอะไรขึ้นมาทำสีผมดีกว่าหน้าตาจะได้ไม่หม่นหมองว่าไปผมดำก็ดูได้นะวันที่ดูดีแต่เป็นส่วนมากจะดูไม่ดี

ไปนาริตะคืนวันที่ 13 ไม่ได้นอนเลยแถมก่อนหน้านั้นยังตื่นมาเม้งISP ในไฟล์ทก็ไม่จัดพัก(ตอนนี้ยังมึนอยู่เลย)ไปถึงเกือบจะไปDisney แล้วเพราะมีลูกคู่แต่ก็ง่วงพอกันเลยแยกย้ายไปนอน

ถึงนาริตะ 7:30(เวลาญี่ปุ่น)กว่าจะได้เข้านอนก็ 9:00 ตั้งนาฬิกาไว้เที่ยงจะได้ไปรถรอบบ่ายโมงสิบตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวเล่นแถวสถานี JR ก่อนแล้วค่อยไปอิออน(aeon)เวลาที่รถของโรงแรมจัดบริการก็พอดีเลยไปถึงสถานี 13:45 รถมารับ 15:35 แล้วก็ไปต่ออิออน วางแผนได้ยังงั้นก็ไปกันเลย

อุณหภูมิตอนไปถึง 8 องศาและเพราะจะไปเดินข้างถนนก็เอาเสื้อแหนมไปด้วยเผื่อไว้(เสื้ออ้วนๆหนะ)นั่งรถไปถึงสถานีไม่รู้จะเดินไปไหนดีเดินวนๆหน้าสถานี




นึกขึ้นมาได้ว่าเพื่อนพูดถึงวัด Narita san แผนที่ไม่มีจำได้แค่ข้างทางไปวัดมีร้านเล็กๆเต็มไปหมด เดินไปเจอป้ายอ่านออกแต่คำว่า ta san คิดว่าตัวหน้าคือนาริตะก็เดินลงไปเลยแต่ไหนว้าร้านค้า




ตลอดทางเงียบมากไม่เห็นมีวี่แววร้านค้าและวัดแต่ก็ยังเดินต่อไปมันมีป้าย นาริตะซังเป็นระยะยังไงซะคงมาถูกทางจนมาเจอทางแยกไปทางไหนดีหว่า


เลือกทางขวาและมาถูกทางแล้วนี่ไงร้านค้าพอมองย้อนกลับไปตามถนนสีๆมันก็มีร้านค้าด้วยฉันคงมาทางอ้อม(มาเปิดดิกฯตัวหนังสือสีแดงรูปข้างบนบอกว่า"ทางลัด"อิอิ)


ร้านค้ามีทั้งซ้ายและขวาเลยเดินไปซักพักเห็นยอดทองๆไม่ผิดทางแน่แล้ว


แต่เดินไปเรื่อยๆยอดทองๆหายไป(ไหนหว่า)ยังผ่านอีกหลายร้านเลยมีร้านเซ้มเบ้ด้วยมีแบบย่างสดๆอันละร้อยเยนไม่ได้ซื้อเพราะงก
ร้านนึงมีคุณยายแก่ๆนั่งดื่มช้าอยู่มีรูปถ่ายติดหน้าร้านด้วยก็หน้าคุ้นๆนะเป็นคุณยายที่อายุมากสุดในญี่ปุ่นหรือป่าวน้า




โอ๊ะ! เจอแล้วหน้าตาเหมือวัดคงจะใช่แน่ๆ


ไม่ผิดแล้ว Narita San


ในบริเวณวัดด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึกพวกเครื่องลางด้วยตุ๊กตานี้เรียกดารุมะเป็นตุ๊กตาอธิษฐานให้เขียนตาข้างนึงแล้วอธิษฐานถ้าสำเร็จก็จะเขียนตาให้อีกข้างไม่ได้ซื้อมาก็ไม่รุ้จะอธิษฐานไร(ทำไมไม่ซื้อมาก่อนว้าเพิ่งเห็นว่าตัวถูกๆก็มีนะสามร้อยเยนก็ตัวเล็กหน่อย)


เดินตรงเข้าไปจะเห็นโคมแดงไกลๆรู้สึกขลังดีนะ


ก่อนขึ้นบันไดล้างมือก่อน


เดินขึ้นกระไดไปดูโคมชัดๆ


พ้นโคมเจออีกบันไดนึง - -"


อ่ะโห(มั้ย)อลังการใหญ่โต ฉันวิ่งผ่านควันธูปด้วยจำได้(จากทีวี)ว่าเค้าจะกวักควันเข้าตัวเป็นสิริมงคล(จำไม่ผิดใช่มั้ยคงไมได้เอาความซวยอะไรมาเพิ่มนะ)


ดูใต้หลังคาชัดๆชอบอ่ะดูดี


ด้านขวามือมีเจดีย์แต่ไม่ใช่ยอดทองๆที่เราเห็นนี่หว่าแล้วที่เห็นนั่นมันที่ไหนอ่ะ


แต่เราไม่เข้าไปดูหรอกนะไว้ดูทีหลังไปเดินเล่นรอบๆก่อนวนไปทางซ้ายของโบสถ์(สมมุติ)เจอหอ shaka-do เป็นmain hall เดิม(คิดว่าคงหมายถึงโบสถ์นั่น)เค้าย้ายมาไว้ที่นี่แต่ก็ยังเปิดให้ใช้นะมีพวกของทำพิธีเช่นกระดาษเขียนชื่อ เทียนด้วย


ผนังรอบหอที่เห็นคือรูปแกะพระ500รูปเค้าใส่มุ้งลวด(?)ป้องกันไว้




เดินออกจากหอเห็นผนังมีแผ่นหินมันแผ่นอะไรกันนะ


เดินมาเจอบันไดขึ้นไปอีกชั้นอีกแล้วก็ขึ้นสิมาแล้วนี่นาขึ้นไปเจอหอไรอีกแหละ


เดินตรงไปเจอศาลาฉันไปจุดธูปด้วย100เยนอธิษฐานให้ได้มาอีกนะสิ


นั่นๆยอดทองๆที่นำทางเรามาถึงวัดไง


เดินตรงไปก็เห็นเจดีย์เต็มๆเลย


ชื่อเจดีย์อะไรไม่รู้อ่านไม่ออก เดินเข้าไปในเจดีย์(ชั้น G)ไม่มีข้อมูลภาษาอังกฤษเลย


เดินขึ้นบันได(อีกแล้ว)เค้าเปิดให้ดูภายในด้วยไม่มีป้ายห้ามถ่ายรูปก็ถ่ายมาแต่ไม่รู้ว่าเทพเจ้าอะไร


ใกล้เจดีย์มีบันไดลงไปอีกเป็นสวนดูเหมือนในวังดีเนอะไม่ได้ลงไปเดินมันไม่คนเลยอ่า


ขากลับผ่านบันไดหินมีน้ำตกด้วยมีใบไม้เหลืองๆร่วงๆดูดีแต่มืดๆคงน่ากลัว


เดินกลับมาถึงโบสถ์คิดว่ามันเป็นโบสถ์แหละตอนบ่ายสามมีพระเดินวนเข้ามาในโบสถ์เป็นเวลาสวดหรือเปล่ามีคนเข้าไปนั่งรอด้วยตรงนี้ห้ามถ่ายรูปแต่สวยมากประตูเป็นสีทองที่เพดานก็มีระย้าทองๆห้อยลงมาฉันทำบุญอธิษฐานด้วยแต่ไม่ได้เข้าไปเพราะว่าเหลืออีกสามสิบนาทีต้องเดินกลับไปให้ทันรถโรงแรมไม่ทันหละก็พูดได้คำเดียวว่าซวยเพราะไม่มีรอบรถที่จะไปส่งอิออนแล้ว
แต่ถ่ายรูปด้านหลังมาได้(ไม่มีป้ายห้าม)


ด้านหลังของโคมแดง


จากทางแยกเดินทางใหม่ไม่ไปทางลัดแล้วร้านค้ามันมีตลอดทางจริงๆด้วย


ดอกไม้ข้างทางต้องเป็นดอกไม้หน้าหนาวแน่เพราะมีทุกที่ที่โรงแรมก็มี


ถึงปากซอยป๊าดโธ่..ก็ลงรถแล้วข้ามถนนมาเดินตรงไปแค่นั้นเอง ถ่ายรูปป้ายหน่อย จ๊าก omotesando!!! ได้ยินบ่อยในทีวีแชมเปี้ยนป่าวนะไม่ได้กินไรซักอย่างอยากจะวิ่งกลับไปแต่มันไกลมาเดี๋ยวตกรถ


แต่รถไม่มาซักทีเห็นร้านชูครีมลองกินหน่อยคิดว่าที่ขายใน 7-11 อร่อยกว่าร้านนี้มันแป้งกรอบๆหยาบไปหน่อย 127เยน




ไปถึงอิออนหาอาหารกินก่อนเลยตื่นมาตั้งแต่เที่ยงกินแต่ขนมก็กินซูชิร้านที่เคยกินแหละ เดินดูร้านอื่นก็อาหารอิตาเลียนเยอะแล้วก็ร้านอาหารไทย(ขายน้ำผลไม้มาลีด้วย 3กล่องพันเยน !?!!)อาหารจีน ชั้นสองก็มีฟู้ดเซนเตอร์แต่ว่าจะกินซูชิ กินกุ้งต้ม หอยเชลล์ต้มแล้วก็ ปูต้มเป็น queen crab อ่ะอยากจะกินking crab แต่ไม่มี T_T ไม่รู้จักหรอกว่าต่างกันไงแต่อยากรู้ กินkanimiso ด้วย อาหร่อย




กินอาหารแล้วก็เดินเล่น ห้างนี้มีแค่สองชั้นแต่ว่ายาวมาก(มุมขวาสุดเป็น jusco)ของที่อยากได้กับเพื่อนฝากซื้ออยู่คนละมุมตึกเลยทั้งที่คิดว่ามีเวลาแล้วแต่ก็ไม่พอจนได้นะเวลาดูของมักจะชักช้าทุกทีสิน้า ใช้เวลามากๆในร้านหนังสือกับร้านขายยา(หาสีทำผมอ่ะแหละ)กลับรถรอบสุดท้ายเลย 20:55 ไม่ได้กลับไปกินบุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมแต่ว่าซื้อทาโกะยากิที่อิออนไปกินแล้วก็กินเครปมันอร่อยนี่นา

ถึงโรงแรมเก็บของไปกินไปด้วยเข้านอนประมาณ 23:30 ต้องตื่น 7:15 เหมือนจะนอนพอแต่ว่าก็ไม่อยากตื่นเลยมันอดนอนไปตอนบินกลับก็สุดๆเลยชั่วโมงบิน 7.50 นานมากๆแอร์ญี่ปุ่นบอกว่านานสุดในชีวิตเค้าเลยเนี่ย(หน้าหนาวลมต้าน)นานแบบจะไปอเมริกาแล้วนั่นแต่ว่าไม่รู้สึกนานเกินทนคงเพราะไม่ง่วงแล้วก็ไม่ได้จดจ่อกับเวลา

ต้นคริสตมาสที่สนามบิน


ป.ล จะโดนปึ้ดว่าป่าวหว่ารูปเยอะเกือบ 1MB

No comments: