Monday, June 21, 2004

ทั้งๆที่ถึงเชียงรายตอนเที่ยงแต่ความรู้สึกเหมือนมันบ่ายแล้วเพราะต้องตื่นมาทำงานตั้งแต่ตีสามครึ่งบินไปพิษณุโลกรอบนึงก่อนจะไปเชียงราย ง่วงมากทีเดียวแต่โชคดี(ของเรา..บริษัทคงไม่ใช่ อิอิ)ผู้โดยสารไม่เต็ม(ประมาณ 60-80 ตลอด)ทำให้ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ถึงแม้จะเดินทางด้วยเครื่องเล็ก(Boeing737) ทำงานกันสองคนกะเพื่อนแต่พี่purser ใจดีมาช่วยทำด้วย

ก่อนจะเข้าโรงแรมกัปตันชวนแวะนครปฐมก่อน เป็นร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบหนะ อร่อยมากๆเลยอยากจะเบิ้ลสองแต่ว่าไม่มีใครกินอีกหนะสิ เราพักกันที่ดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ท โรงแรมก็สวยดีแต่เงียบ มันเป็นเกาะเพราะมีแม่น้ำกกล้อมรอบ




มาเชียงรายมีภารกิจคือต้องไปซื้อน้ำพริกน้ำเงี้ยวของป้านวลให้แฟน พี่เค้าบอกว่าถามใครใครก็รู้จัก ตลาดสดอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากแต่เดินไม่ไหวหรอกแค่จากตัวโรงแรมออกมาที่ทางเข้าก็อ้วกแล้ว พนักงานที่โรงแรมเรียกรถสามล้อถีบให้ ไม่ได้นั่งมานานมากๆแล้ววันนี้มานั่งอีกทีได้บรรยากาศดีนั่งรับลม สงสารก็คนถีบเพราะเพื่อนไปกะฉันด้วยเราจะออกไปตลาดและเที่ยววัดพระแก้ว เจรจาค่ารถ 150เพราะให้เค้ารอรับกลับด้วยแล้วก็เพราะเราตัวใหญ่กันนั่นเองสงสารเค้า อิอิ


ตลาดสดคึกคักแต่รอบนอกด้านในเลิกๆเปิดร้านแล้ว(พวกเนื้อสัตว์)เดินมั่วในตลาดจะหาร้านน้ำเงี้ยวตามที่ฟังเค้าบอกมาแต่หาไม่เจอต้องถามคนในตลาด อืมม เป็นที่รู้จักจริงด้วยนะร้านเนี่ย เค้ากำลังตักน้ำพริกใส่ถุงพอดีและคิดว่าถ้ามาเร็วๆเราจะได้กินน้ำเงี้ยวป้านวลแน่ๆ น้ำพริกขนาดหนึ่งกิโลครึ่งอยู่ที่ราคาหนึ่งร้อยห้าบาท และในน้ำเงี้ยวต้องมีดอกงิ้ว(หรือเงี้ยวหว่า)ด้วยก็ซื้อจากร้านหอมกระเทียมข้างๆ ในตลาดมะมีอะไรดูแล้วเพราะมีแต่ของกินซึ่งเราจะไม่กินเพราะเจตนาว่าเย็นนี้จะไปกินอาหารเมืองกันที่ร้าน


เดินไปหาสามล้อคู่ใจ เพื่อนฉันใจดีซื้อโค้กให้พี่คนถีบสามล้อด้วยอ่ะแต่เราไม่ได้นึกถึงเลยนะอืมมไร้น้ำใจป่าวเนี่ย พี่เค้าพาเราไปเที่ยววัดต่อ ถามถึงวัดที่อาจารย์เฉลิมชัยมาทำอยากจะเห็นเหมือนกันเพราะเห็นในหนังสือดูขาวๆสวยงามดีแต่เค้าว่าอยู่ไกลออกไปมากเราก็ไปแค่วัดพระแก้วแถวตลาดนั่นแหละ วัดนี่เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลอง ในวัดร่มรื่นมีไผ่สีทองสวยดี แล้วก็มีเศียรกะหัตถ์(เค้าเรียกงี้ป่าวอ่ะ มืออ่ะ)โบราณที่บังเอิญไปเจอตอนขุดลอกแม่น้ำกกแถวสะพานข้ามไปโรงแรมดุสิตแหละ พี่คนถีบสามล้อบอกว่าพวกเค้าแหละเจอ



นอกจากโบสถ์ หอพระที่มีพระแก้วแล้วยังมีเจดีย์สีทองที่มีศาลาอธิษฐานด้วย แน่นอนฉันก็เพื่อนก็ไปอธิษฐาน(จะพลาดได้ไง) อธิษฐานเสร็จก็เคาะฆ้องแถวนั้นเป็นสิริมงคลตอนแรกฉันจะเคาะก่อนแล้วแต่เพื่อนบอกต้องอธิษฐานก่อนดิ ไอ่เราก็นึกว่าต้องเคาะก่อน เทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะได้หันมาสนใจฟังคำอธิษฐาน อิอิ



ด้านข้างเจดีย์(อยู่หลังโบสถ์)มีอาคารพิพิธภัณฑ์เป็นไม้สูงๆดูสวยดีสีไม้ดำๆตัดกับสีทอง


ออกจากวัดกลับไปโรงแรม เดินเล่นรอบๆดูแม่น้ำไหลเชียวมากๆแล้วก็ขึ้นห้องนั่งนอนเล่นรอเวลาหกโมงเย็นลงไปขึ้นรถโรงแรม

ไฟล์ทเรามากันแค่ 5 คน(เฉพาะลูกเรือ)แต่พี่คนนึงไม่ค่อยสบายเลยนอน นึกว่าต้องไปกินกันสี่คนแต่เจอลูกเรืออีกไฟล์ทก็เลยไปด้วยกัน 9 คน ไปเยอะก็มีเรื่องคุยกันเยอะสนุกดี ร้านที่ไปชื่อร้านสลุงคำขายอาหารเหนือ ฉันกะเพื่อนอยากกินแกงเห็ดเผาะมากแต่ดันไม่มีอารายยว้าผิดหวัง ผิดหวัง แต่ฉันทดแทนด้วยแกงหน่อไม้ซี่โครงหมู เป็นแกงที่โปรดปรานมากที่ร้านนี้ก็ทำอร่อยมากด้วย ไส้อั่วก็อร่อย ลาบคั่วก็ดีแต่ไม่ค่อยจะกินเสียก็แกงฮังเลรสชาติดีแต่ว่าหมูแข็งเพราะเค้าใส่เนื้อล้วนๆไม่ได้เป็นสามชั้น ซึ่งก็อาจจะไม่กินมากแต่ปนมาบ้างให้คนชอบนิ่มๆกินจะดีกว่า ผลไม้รวมหลังอาหารมีสัปปะรดภูแลด้วย ชอบๆ เป็นสัปปะรดลูกเล็กมากๆผสมกันระหว่างภูเก็ตกะนางแล คิดว่าเป็นของที่มาเชียงรายต้องกินหนะเป็น original กว่าถึงแม้อาจจะมีขายที่อื่นก็ตาม(ป.ล เพิ่งรู้เมื่อ 4-5 ปีมานี้ว่านางแลเป็นสัปปะรดของเชียงรายนึกว่าสัปปะรดมีแต่เมืองที่มีทะเล)

กลับโรงแรมแทนที่จะนอนเพราะเมื่อวานตื่นเช้าดันมานั่งดู mercury rising ดูเสร็จก็แบ่บไม่เห็นต้องดูเลย สรุปก็นอนดึกอีก ตอนเช้าวันนี้ตื่นมากินอาหารเช้า ชอบน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง อร่อย อาหารอย่างอื่นก็เหมือนโรงแรมทั้วไป

ทำงานกลับสามแลนด์มากรุงเทพแล้วไปกระบีอีกหนึ่งรอบเสร็จงานทุ่มครึ่งเหนื่อนแฮะนอนไม่พอแน่ๆ

กลับบ้านก็ไม่นอนอีกหนะมาโหลดรูปลงจาวาน้องในแร็ก(ragnarok)จะสอนเล่นโกะ ฮืออพรุ่งนี้ก็เล่นเนตเป็นวันสุดท้ายแล้วไปบาเรนเจ็ดวันเกมไม่ได้เล่นไม่พอไม่มีแม้แต่เนตให้ใช้เลย ตายแน่

No comments: