ไปเรียนแต่งหน้าที่ Shu uemura ซื้อไว้นานแล้วเป็นโปรโมชั่นแบบซื้อหนึ่งคนเรียนสองคนชวนบีมไปเรียนเป็นเพื่อน(น่าจะหารเงินกันนะ เหอเหอ) เป็น basic course เรียนกันทั้งหมดเจ็ดคนแต่ละคนก็คนละสไตล์เลยนะ มีทั้งวัยรุ่นต้นๆ(หน้าเด็กที่สุด..สวยใสแต่ทำไมมาเรียนแต่งหน้าอ่ะ แต่งอ่อนๆก็งามแล้วนะ) วัยรุ่น(สองพี่น้อง) วัยป้า(แบบฉันกะบีม) วัยแก่กว่าป้า(แต่พี่เค้าก็ไม่ใช่ป้าจริงๆนะแต่คิดว่าแก่กว่าเรา..ดีใจเว้ย..มีเพื่อนเค้าด้วยแต่คิดว่าวัยเดียวกะฉัน)
เริ่มจากสอนเรื่อง skin care ล้างหน้า บำรุงหน้า แล้วก็สอนแต่งหน้าแบ่งเป็น base(รองพื้น) กะ point(ตา แก้ม ปาก) เค้าให้เลือกสีที่อยากแต่งเอาเอง ฉันอยากแต่งสโมกี้ตาเข้มปากอ่อนเพราะปากใหญ่ขอบปากก็ดำอีกไม่อยากจะเน้นมันให้มันหายๆไปจากหน้าจะดีกว่า(แต่เป็นคนที่รูปตาไม่ให้เลยเพราะตาพับ ช่วงตากะคิ้วแคบ กรรมเวรมีไรดีมั่งเนี่ย) ผลออกมาก็ดีนาแต่ก็ทำให้ผิวเข้มขึ้นไปจากผิวปกติอีก บีมแต่งสีๆไม่ใสแบบเด็กๆในห้องแต่ก็ไม่เข้มแบบเรา แฟนเราเห็นบอกว่าดำมืดดดด บอกว่าเหมือนแต่งสำหรับถ่ายรูปมากกว่าจะมาเดินถนนหรือทำงานนะ อืมก็อาจจะจริงเพราะถ่ายรูปออกมาแล้วดูโอเคเลย
ก็ไม่แน่ใจว่าหลังเรียนจะแต่งหน้าสวยขึ้นหรือรู้ไรมากจัดแต่ก็คิดว่ารู้ไรใหม่ๆขึ้นนิดหน่อยเพิ่งรู้ว่า moisture บำรุงผิวชั้นบน essense บำรุงผิวชั้นล่างและต้องเสียเงินซื้อรองพื้นแน่ๆ(water in cake รองพื้นน้ำแต่สกัดน้ำออกก็มาในรูปแบบตลับ)เพราะชอบมากไม่หนาทาแล้วเรียบ หน้ามันก็ยังโอเค จริงๆคงดีไปหมดทั้งรองพื้นและแป้งเพราะออกมาแล้วเนียนๆบางๆไม่เหมือนที่แต่งๆอยู่ ฉันคิดว่าถ้าทำ base ดีมีชัยไปกว่าครึ่งเพราะสีสรรหนะถูกๆไรก็ได้แหละ
หลังเลิกบีมแยกไปหาแควน ส่วนฉันพี่มารับไปกินข้าวกะเพื่อนๆเค้าก่อนกลับบ้านแวะโรงบาลเพราะคุณพี่ของเราหลังเดี้ยง(โถ ก็ยังมารับเรานะ มะวานยังทำเราเศร้าอยู่เลย) พี่บอกหมอไม่เห็นจะจับไรเลยรู้อีกว่าหลังยึดให้ยาทากะยากินแค่นั้น อืมมม งง ไม่จับๆไรเลยเหรอจะรู้ได้ไงว่าเจ็บไรอ่ะ
พรุ่งนี้ถ้าพี่หลังเดี้ยงไม่หายก็พักอดไปดูหนังไม่งั้นจะไปดู 50 first dates
ป.ล เว้ยเดือนนี้เดือนเกิดต้องตรวจสุขภาพประจำปีแต่ลืมรักษาสุขภาพนอนดึกตาหลอด - -
No comments:
Post a Comment