เดือนนี้เพิ่งจะไปฟิตเนสวันนี้เป็นวันแรก(แววไม่ได้เรื่องมาอีกแล้ว)เพราะมิ้นกะผึ้งนัดกินข้าวที่เดอะมอลล์พอดี กินข้าวเม้าท์แตกประจำเดือนแล้วก็เดินดูเสื้อผ้าด้วยโฉบไปดูแผนกชุดว่ายน้ำด้วยฉันคิดว่าก่อนสามสิบจะต้องใส่บิกินี่ซะหน่อยแต่ไม่กล้าหวะยังไม่มั่นใจเริ่มจากทูพีซแบบเสื้อสายเดื่ยวกะกางเกง boyleg น่ารักๆไปก่อนมั้ยถ้าได้ไปทะเลจะซื้อแน่ๆ
เพราะไม่ได้ไปฟิตเนสเลยไปวันนี้ขี่จักรยานแล้วก็เข้าห้องออกกำลังกายกลุ่มไปสามห้องเริ่มจากบริหารหน้าท้อง(ปวดๆถึงตอนนี้) body jam, easy move(เข้าแป๊ปนึงดึกแล้วเลยอาบน้ำกลับบ้านดีฝ่า) คิดว่าตัวเองไม่ได้เรื่องทางการเต้นเอาซะเลย หยองแหยงชอบกล เต้นก็ไม่ได้ แต่จะเข้าอีกจะเต้นให้ได้เชียวขนาดคนอ้วนๆเค้ายังเต้นมันมากๆ
กลับบ้านต้องเก็บกระเป๋าเตรียมไปบินอีกแล้วเมื่อวานก็เพิ่งกลับมาจากทำงานตอนค่ำไปนอนที่ปีนังกลับมาเมื่อเช้านี้เอง เวลาทำงานเนี่ยฉันว่าเห็นหลายทีแล้วที่บางทีคนเราอาจจะรักความสะดวกมักง่ายกลัวเสียเวลามากกว่าห่วงความปลอดภัยหรือรักชีวิต ก็เช่นเวลากระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระบ้าบอหนักเกินกว่าจะยกใส่ที่เก็บของไหวและใหญ่เกินกว่าจะใส่ใต้ที่นั่งด้านหน้าของเค้า เค้าก็จะว่างไว้ที่วางเท้าไม่ก็วางบนที่นั่งข้างๆ ยังงี่อ่ะอันตรายนะถ้าเครื่องเด้งมันก็อาจจะเด้งไม่ใส่เค้าก็ใส่คนแถวนั้นหรือมีอะไรต้องหนีออกจากที่นั่งกระเป๋าก็จะกีดขวางได้ ตอนมีสติเราอาจจะรู้ว่าเราก็ข้ามมันได้แต่เอาเข้าจริงจะได้หรือเปล่าหรือว่าแน่ใจหรือว่ามันจะไม่กระเด็นมาขวางทางเดิน ดังนั้นถ้ากระเป๋าใหญ่มากโหลดใต้เครื่องไปดีกว่าเสียเวลาไปรอรับจะดีกว่ามายกให้ปวดหลังตัวเองไม่ก็หลังคนอื่นเพราะยกไม่ได้ให้คนอื่นยกอ่ะเด้
No comments:
Post a Comment