Sunday, December 07, 2003

ตัดสินใจใช้บริการ broadband ที่โรงแรมจนได้ครึ่งวันห้าสิบหยวนก็ประมาณสองร้อยห้าสิบบาท หลังอาหารเช้าคิดๆแล้วว่าคงไม่ออกไปนานก็เลยไปติดต่อที่ Bussiness Center ยืมสายเคเบิลเค้าแล้วต่อเนตทิ้งไว้ในห้อง(เปิดร้านขายของในเกม)ออกไปช้อปกลับมาประมาณสี่โมงครึ่ง เย็นนี้คงไม่ออกไปกินข้าวข้างนอกแล้วม้างฉันรู้สึกเหมือนจะไม่สบายด้วยสิ ต้องกินยากันไว้ก่อน

สมาชิกช้อปปิ้งวันนี้สามคนน้องปาล์มมี่ น้องปุ้มและฉัน(ที่เหลือแยกไปช้อปที่อื่นกะแยกไปกำแพงเมืองจีน) เราไปคาร์ฟู คนมาช้อปมันเยอะนักฟระเดินเต็มไปหมด คาร์ฟูที่นี่มีสองชั้นชั้นบนเป็นข้าวของเครื่องใช้ชั้นล่างเป็นSupermarket ฉันซื้อผ้าปูที่นอนกะปลอกหมอนถูกนะประมาณสองสามร้อยบาท(เตียงเดี่ยว)สีก็แรงๆดีสีช้อกกิ้งพิงค์ ซื้อสายรุ้งคริสตมาสอันละห้าบาทนิดๆ ซื้อถ่านด้วย Energizer ลดราคาถูกอ่ะประมาณสี่สิบคงจะไม่ได้ใช้แล้วหมดทันทีนะ ชั้นของกินไม่ได้ซื้อไรมากซื้อขนมไว้เป็นของขวัญปีใหม่

จากนั้นไป Ikea คนก็เยอะอีกละอาจเพราะเป็นวันอาทิตย์วันครอบครัวช้อปปิ้ง Ikea มีหลายชั้นขึ้นวนๆไปไม่เหมือนที่ดูไบมีชั้นเดียว(อยู่ในตึก CityCenter) แต่คนที่นี่เค้าก็ไม่ได้เดินตามลูกศรเดินย้อนไปย้อนมาเกะกะแถมที่ไหนก็เหมือนกันเดินชนอยู่ได้แถมไม่ขอโทษคือไม่รู้สึกด้วยซ้ำไปว่าทำผิด ชนๆจนฉันสบถเหี้ยห่าสารพัดแต่เครียดไปก็เท่านั้นเพราะเค้าไม่แคร์ก็ดีเหมือนกันเราชนใครก็ไม่ต้องหันไปขอโทษ

ใน Ikea ไม่ได้ซื้ออะไรมากฉันเลยมานั่งรอเพื่อนๆแล้วดูคน ไม่ชอบคนที่นี่ไม่ชอบที่นี่(เมืองจีน)ไม่ชอบห้องน้ำไม่สะอาดแม้แต่ Ikea ก็ยังไม่เว้นห้องน้ำเค้าดีทำเหมือนที่อื่นๆ(คิดว่าเพราะเคยเห็นแต่ที่นี่กะดูไบ)มีทิชชู่มีไฟสว่างก๊อกน้ำล้างมือแบบ auto แต่ก็ไม่รอดทั้งเหม็นและเปียกแฉะ ฉันเลือกเข้าห้องในสุดเพราะคิดว่าคงผ่านการใช้งานน้อยไม่ค่อยสกปรก(จริงๆเค้ามีคนทำความสะอาดอยู่) คนที่นี่โวยวายจะขากถุยไรก็ทำเลย ไอไม่ปิดปาก ดูเป็นคนไม่มีมารยาท ที่นี่มีร้าน Ikea คนที่มาร้านนี้ฉันคิดว่าเหมือนคนมี style แต่ว่าเค้าก็เหมือนคนอื่นๆที่เดินตลาดโหวกเหวก สิ่งสวยงามไม่ได้ทำให้คนสวยงามเสมอไป นอกจากนี้ฉันว่าช่องว่างคนจนคนรวยคงจะกว้างเห็นคุณยายมาเก็บขยะสองสามคนเมื่อนวานที่ตลาดก็มีขอทานแก่ๆหลายคนตามทาง รันทดจัง อากาศมันเย็นมากเลยเค้าทนได้ไง

ถ้าได้ไฟล์ทนี้อีกใครมาขอแลกเอาไปเลยนอกจากเพื่อนจะมาด้วยและถ้ามาอีกไม่ออกไปไหนแล้วถ้าจะออกไปช้อปปิ้งจะออกวันเดียววันที่เหลืออยู่โรงแรมเล่นเกมดีกว่า

ป.ล แต่ชอบผัดผักที่นี่จริงๆแต่คืนนี้ไม่ออกเหมือนจะเป็นไข้กินมาม่า(เอาเงินไปจ่ายค่าเนต)กินขนมกินยาแล้วนอนดีกว่า


ไดอารี่ที่เขียนเมื่อคืน…เขียนอยู่ในห้องนอนที่ปักกิ่งหอบเอาโน้ตบุ๊คมาด้วยเผื่อกรณีไม่ออกไปข้างนอกแต่ปรากฏว่าวันแรกก็ไปข้างนอกตั้งแต่เที่ยง(เวลาประเทศไทย)กลับมาเกือบสามทุ่มพรุ่งนี้ก็จะออกอีกแล้วฉันเอามันมาด้วยทำไมเนี่ยหนักจะตาย(กระเป๋า overnight มีแต่กางเกงยีนส์กะโน้ตบุ๊ค)

ไม่ได้ออนไลน์เพราะคิดว่าไม่คุ้ม ค่าต่อเนตมีสองราคาแบบครึ่งวันห้าสิบหยวนหรือเต็มวันแปดสิบห้าหยวน(1 dollar ได้เงินประมาณ8.2 หยวน ก็หยวนละห้าบาทละกันคิดง่ายดี)จริงๆที่ตัดสินใจเอาคอมมาเพราะจะลองเล่น Rag เพราะเค้าเปิดบริการให้คนที่อยู่ต่างประเทศสามารถต่อ server ที่ไทยได้แต่ไม่มีเวลาจะเล่นอ่ะสิจะต่อเนตทิ้งไว้เปิดร้านขายของในเกมก็แบบว่าสองร้อยอ่ะนะ(สมมุติต่อแบบสิบสองชั่วโมง)จะต่อคืนนี้เล่นเกมกะเพื่อนก็นอนก่อนดีกว่ามั้ยเพราะเดินทางมาถึงเช้านี้นอนไปสองชั่วโมงแล้วก็ออกไปเที่ยว

เค้านัดรวมพลตอนเที่ยงไปกันทั้งหมดสิบสองคนมีแอร์จีนคนนึงทำหน้าที่เป็นไกด์ของเรา นั่งแทกซี่ไปสามคันไปกินอาหารเที่ยงเป็น Hot pot อารมณ์แบบสุกี้เอ็มเคแต่นั้งเป็นโต๊ะกลมแล้วมีหม้อเดียวตรงกลางแต่ว่ารัศมีของโต๊ะยาวมากสุดแขนเลยหละช่วงสั้นอาจจะกินลำบาก สุกี้ที่กินเป็นแกะจริงๆสั่งหมูแต่ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือร้านเค้าเป็นอาหารสำหรับคนมุสลิมเนื้อก็กินไม่ได้(หลายคนไม่กินเนื้อ)ก็ต้องกินแกะนี่แหละแต่อร่อยนะไม่คาวเลยตอนที่เค้ายกเนื้อมาเสริฟถ้าไม่บอกว่าแกะก็คิดว่าหมูแหละ ถึงกินไปแล้วก็แยกไม่ได้เค้าแล่บางมากลวกๆออกมาก็หน้าตาเหมือนหมูที่กินที่ร้านชาบูชิ(แต่สังเกตว่าสีของเนื้อแกะลวกดำกว่าเนื้อหมูออกจะคล้ายเนื้อวัวลวก)

นอกจากเนื้อแกะก็มีเห็ดต่างๆเต้าหู้ผักวุ้นเส้นแต่เต้าหู้ไม่เป็นแบบหลอดๆนะหน้าตาเหมือนฟองน้ำ(ในทะเล)มีโพรงอากาศอ่ะอร่อย นอกจากสุกี้มีอาหารจานอื่นด้วยเป็นเต้าหู้ทรงเครื่อง(มั่วตั้งเอาเอง)สองแบบแบบเต้าหู้คล้ายเต้าหู้หลอดตัดแบบลูกเต๋าอีกจานเป็นเต้าหู้รูปสามเหลี่ยมที่เหมือนทอดแล้วแล้วเอามาทำทรงเครื่องจานนี้อร่อยกว่าแบบแรก มีปลาเปรี้ยวหวานด้วยหน้าตาจืดแต่อร่อยเสียแต่มีกางด้วยหละกินแล้วเสียอารมณ์ ของหวาน(แต่เค้าก็เสริฟพร้อมกับของคาวก็กินปนกันอาหารคาวอาหารหวาน)เป็นมันเทศเคลือบน้ำตาลแข็งแป๊กก่อนกินจะเอามาชุบน้ำร้อนก่อนให้เปลือกน้ำตาลนุ่มลงอร่อยมาก(เนื้อมันนุ่มอยู่แล้วเหมือนนึ่งก่อนแล้วเอามาเคลือบน้ำตาลโรยงา)กินกันเพียบเสียค่าอาหารคนละสามสิบหกหยวน

กินอาหารเสร็จนั่งแทกซี่ไปช้อปปิ้งที่ตลาดหงเฉียว(Hong Qiao Market) ชื่อตลาดแต่เป็นตึกอารมณ์คล้ายมาบุญครองแต่ไม่ใหญ่เท่ามีของหลายแบบเสื้อผ้า เครื่องหนัง(ก๊อบแบรนด์เนม) ของแบบจีนๆพวกกระเป๋าปลอกหมอน นาฬิกา สารพัดอ่ะแต่ไม่มีห้องน้ำดีๆ เคยเข้าห้องน้ำไปจะร้องไห้ไปป่าวมันมืดมันเหม็นทุกห้องล็อคไม่ได้จะไม่เข้าก็ไม่ได้ปวดฉี่มากส์(ใส่ s ด้วยหมายถึงมากมาก)ต้องทำใจและจำใจ(ถ้าปวดอึอาจใช้เวลาทำใจน้อยลง) เลือกซักห้อง(ตอนเลือกอ่ะเปิดเจออาม่านั่งยองๆด้วยดีนะว่ามืด) ตอนจะนั่งก็เอามือจับด้านล่างของประตูไว้แต่ถ้าม่เจอคนกระชากประตูก็คงรั้งไม่อยู่อ่ะนะ พอตอนจะใส่กางเกงจะทำไงวะประตูเป็นแบบเปิดออกใส่กางเกงมือเดียวก็ไม่เป็นก็ต้องเอาเท้าเกี่ยวด้านล่างประตูไว้ทุลักทุเลซะไม่มี

ก่อนช้อป ฉัน,น้องแยม,พี่อูมอยากไป Temple of Heaven (Tiantan park) เพราะยังไม่เคยไปกันเลยแล้วมันอยู่ตรงข้ามตลาดเอง(รั่วอ่ะตรงข้ามแต่ทางเข้ามะใช่เลย) เราจะไปวัดแห่งสวงสวรรค์แต่เหมือนเราไปนรกมากกว่าเพราะอากาศเย็นมากๆๆๆ(ลืมบอกไปตอนมาถึงอุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียสไม่เคยมีประสบการณ์อุณหภูมิติดลบมาก่อน เจอเข้าไปกรี๊ด) มือไร้ความรู้สึกไปเลยทั้งที่ใส่ถุงมือหนัง เราเข้าทางประตูตะวันออกเดินผ่าน Long Corridor มีกลุ่มคนมาร้องเพลงสามกลุ่มไม่รู้เพลงอะไร มีคนเล่นการละเล่นต่างๆด้วยเตะขนไก่(ฐานของขนไก่มีเหล็กถ่วง) โยนรับลูกบอลเล่นสองคนแต่ละคนถือไม้หน้าตาเหมือนไม้ปิงปองแต่ทำจากวัสดุบางๆไม่ได้หนาและแข็งแบบไม้ปิงปองทั้งมือซ้ายขวาแล้วส่งลูกหากันแบบนุ่มนวลเหมือนร่ายรำไปด้วยหนะ พอเดินถึงตัวหอที่เป็น highlight (The Hall of Prayer for good Harvests) ก็รีบถ่ายรูปเดินดูกลับตลาดเฟ้ยไม่ไหวไม่สามารถชื่นชมทิวทัศน์อะไรได้ทรมานจากความเย็นแบบสุดๆ(ค่าเข้าสวนสิบหยวน จะเข้าไปตรงหอกลางจ่ายอีกยี่สิบ) คงต้องไปอีกครั้งเพราะดูจากแผนที่ก็มีสถานที่น่าชมอีกเช่น Circular Mound Altar, Echo wall

ไปตลาดไม่มีของอะไรต้องซื้อแต่ก็เดินดูของแล้วก็ซื้อมาเป็นกระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมต่อจากแปดสิบหยวนเหลือห้าสิบ, กระเป๋าบางๆทำจากผ้าจีนเอาไว้ไปงานราคาสิบหยวน,ถุงมือใหม่ราคาสามสิบหยวนซึ่งก็ไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นนี่นาแล้วซื้อมาทำไมเนี่ย(แต่ตอนลองเหมือนมันอุ่นกว่าของตัวเอง),กระเป๋าผ้าเล็กๆปากเป็นแบบรูดไว้ใส่มีดที่เปิดกระป๋องเล็กๆ(อุปกรณ์ทำงาน) และก็ได้ longjohn แล้วยี่สิบหกหยวนเองก็ร้อยสามสิบบาทอ่ะของมาร์คตั้งพันหก ตอนรอรวมพล(แยกย้ายกันซื้อนัดเวลาเจอกันห้าโมงเย็น)ฉันกะน้องแยมลองกินสโมคกี้ไบค์ปักกิ่ง(กุนเชียงย่างบนเตาแบบสโม้คกี้ใน 7-11)ราคามสามหยวนอร่อยมากส์

รวมพลได้แล้ว(บางคนก็กลับโรงแรมไปก่อน)ย้ายไปตึกขายของเล่นหลังตลาดหงเฉียวพี่ๆช้อปอีกสี่สิบห้านาทีแล้วก็แยกกันเป็นสองกลุ่มกลับโรงแรมกลุ่มนึงเหลือสี่คนตามพี่วินนี่(แอร์จีน)ไปร้านถั่วฉันไปด้วยเพราะอยากได้เกาลัด พี่บอกว่าร้านนี้ถั่วดีใหม่อร่อยและเป็นร้านที่ดังเป็นร้านเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงค์ชิง(สมัยไหนหละนั่น) ชื่อร้านหวังเหล่าโถ ตอนแรกจะซื้อแต่เกาลัดแต่พอชิมถั่วอื่นก็ซื้อมาทั้งวอลนัท เฮเซลนัท อัลมอนด์(เผื่อน้าจะใช้ทำขนม)

กลับโรงแรมเอาของไปเก็บแล้วทุ่มนึงไปกินข้าวสมาชิกเหลือสิบคนกินที่ร้านข้างโรงแรมชื่อร้าน great wall นะถ้าจำไม่ผิดหน้าร้านจะมีโคมแดง(เราพักที่ Sheraton ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายแล้วก็เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกร้านที่สอง) กินกันกระหน่ำแน่นอนมีเป็ดปักกิ่งด้วยออริจินอลอีกแล้นแต่ฉันไม่กินนะเคยกินแล้ว(ที่ร้านนี่นั่นแหละ)ไม่ชอบมันมากและไม่ได้กรอบๆแบบที่เคยกินที่บ้านเรา แต่ชอบ Hot and Sour soup กะผัดผักอร่อยจริงๆเล้ยผัดผักที่เมืองจีน เรายังสั่งมันเคลือบน้ำตาลอีกเพราะติดใจตั้งแต่กลางวันมีของกินแปลกเพิ่มคือขนมปังทอดจิ้มนมก็ดีแต่ชอบมันเทศมากกว่า

หลังอาหารว่าจะไปกินบราวนี่กะไอติมที่ Hard rock café เสียค่าเข้า(ได้หนึ่งดริงก์)เรียบร้อยผู้ชายแปดสิบหยวนผู้หญิงสองหยวน !??! งงเซ้..มันเป็น ladies night ทุกวันเสาร์อ่ะแต่มันห่างกันมากๆๆเป็นผู้หญิงนี่มันดีนะแล้วจะมาเรียกร้องความเท่าเทียมอะร้ายยย เดี๋ยวก็ได้จ่ายแปดสิบร้อก เข้าไปข้างในปรากฏไม่มีโต๊ะเลยกลับเอาเงินคืนกลับๆๆ ก็ดีไม่ต้องไปนั่งดึกดื่นๆแต่นี่ก็ยังไม่นอนเลย เอาคอมมาแล้วต้องงัดมาใช้หน่อยไม่ได้ตอนเนตก็เขียนไดอารี่เลยดีก่ากลับไปจะได้โพสต์เลย

พรุ่งนี้จะไป Ikea กะคาร์ฟู ดูสิหาเรื่องออกทุกวันแล้วจะเอาโน้ตบุ๊คมาทำไม

No comments: