กระชากวัยไปดูงานประกวดกองเชียร์ระดับมัธยม กระชากมากๆแค่คิดว่าเด็กม.6 กะฉันก็อายุห่างกันสิบปีฉันอ่ะน้ามันเลยนะนั่นแต่ภัทร(อยู่ม.ห้า)ขอให้ไปเป็นเพื่อนซึ่งของมันแน่ที่เป็นเพื่อนแบบที่ต้องออกตังค์ค่ารถและค่าอาหารด้วยอ่ะนะ
งานเค้าจัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นรอบชิงชนะเลิศแล้วผ่านเข้ารอบมาสิบโรงเรียนเท่าที่จำได้มีโรงเรียนศรีสุริโยทัย,โรงเรียนสวนกุหลาบนนท์,บดินทร์เดชา,พุทธจักร,หอวังนนท์,สมุทรปรากร,สตรีวัดระฆัง,สายปัญญา (สะกดผิดขออภัยไม่คุ้นเคยอ่ะผมคนต่างจังหวัด) แต่ดูได้สามโรงเรียนแรก(ที่เอ่ยชื่อ) ก็ดูโรงเรียนน้องเสร็จก็ขี้เกียจแล้วอ่ะนานนะตอนนั่งรอกว่าจะเปิดงานแถมผ่านไปสามโรงเรียนก็มีกิจกรรมมาคั่น มีดีเจ นักร้องของอาร์เอสมาโชว์ตัวเด็กกรี๊ดกันลั่นเลย ใครเป็นใครส่วนมากฉันจะไม่รู้แต่เด่นๆออกมาคือนักร้อง 001 (ตัวแบบ 00 อ่ะนะไกลแค่ไหนก็เดาได้)
จากงานเชียร์ตอนบ่ายครึ่งกว่าๆไปเซ็นทรัลไปเอาของที่ระลึกที่ร้าน C-plus เค้าส่งจดหมายมาให้สมาชิก(คือภัทร)ไปร่วมงานเค้าบอกจะมี pretty ragnarok ด้วยอ่ะแต่เพราะไปดูงานเชียร์นั่นอ่ะมาถึงเงียบกริบไหนอ่ะงานแต่ของที่ระลึกยังมีอยู่เค้าก็เลยให้มาเป็นซีดีเกมมังกรหยกออนไลน์หนะไว้จะลองลงเล่นดูมั่งตอนนี้เป็น close beta เล่นฟรีหนึ่งเดือน จากนั้นก็กินไดโดม่อนแบบกระหน่ำอิ่มถึงเย็นอ่ะนะแล้วก็เดินเรื่อยเปื่อยไม่ได้อะไรกลับบ้านตอนหกโมงเย็นเสียเวลาจริงๆรีบกลับบ้านเล่นเกมน่าจะดีกว่า
พรุ่งนี้ไปฮ่องกง ไม่...ไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลยไปถึงดึกเช้าอีกวันก็กลับละ แหงะอยากมีเวลาไปช้อปปิ้งเนอะ(วินโดว์ ช้อปก็ยังดี)
ไฟล์ที่ไปภูเก็ตเมื่อวันที่ 12 -13 อ่ะโชคดีตรงกับงานย้อนอดีตภูเก็ตพอดีเลยนี่ถ้าไม่ตามพี่เค้าออกไปกินขนมจีนหละก็ต้องพลาดอะไรหลายอย่างเลยหละ
ขนมจีนร้านป้าที่ใครๆเค้านิยมไปกินกันฉันก็อยากจะไปกินมั่งถึงโรงแรมก็เปลี่ยนชุดไปกันเลยสมาชิกเจ็ดคนเดินจากโรงแรมไปร้านป้าปรากฏว่าแห้ว!?!? ป้าเก็บร้านไปละอะไรกันตอนนั่งรถผ่าน(จะไปโรงแรม)ยังเห็นตั้งหม้ออยู่ป้าก็ยิ้มให้ลูกเรือ ไปถึงปิด ปิด ปิด พี่แอร์อยากกินมากป้าเลยแนะนำให้เดินตรงไปอีกมีของกินแน่ๆเค้ามีงาน งานใหญ่เลยหละมีเวทีการแสดงและเตรียมปิดถนน ตอนเราไปยังไม่เย็นมากก็กินขนมจีนร้านแรกที่เจอเลย ฉันลองกินตามพี่ๆกินขนมจีนแกงไตปลาผสมน้ำยาก็อร่อยดี ตามด้วยหมี่หุ้นกระดูกหมู จานนี้เหมือนหมี่ผัดซีอิ๋วของเชียงใหม่แต่เส้นเล็กกว่ากินกับน้ำซุปกระดูกหมูเห็ดหอม ชุดละยี่สิบบาทเอง ส่วนขนมจีนจานละสิบสองบาท
ออกจากร้านขนมจีนพี่สจ๊วตไปร้านผ้าจะซื้อผ้าถุงฝากคนทางบ้านทุกคนก็ดูตามและบางคนก็ได้ของตามไปด้วยส่วนฉันยืนนอกร้านมองหาอะไรกินต่อไป ตรงข้ามร้านผ้าขายขนมมีเตาตั้งเยอะเลย เค้าติดป้ายว่าอาโป๊งขนมสูตรโบราณฉันเลยข้ามไปดูมองไกลๆเหมือนขนมถังแตกแต่จริงๆไม่ใช่มันเป็นแป้งม้วนเอาแป้งราดบางๆบนกระทะเล็กๆ(กระทะอาหารจีนที่โค้งๆไม่ใช่กระทะแบนๆ) พอแป้งสุกก็เอามาม้วน เค้าขายให้สองอันห้าบาท กินแล้วรสชาติแบบกะทิอ่ะรู้ว่าทำจากมะพร้าวแน่ๆ อร่อยดีกรอบๆแต่ตรงกลางจะนิ่มๆเพราะเป็นก้นกะทะอ่ะแป้งไหลไปรวมกัน เดินต่อมาอีกเจอร้านเต้าส้อก็ซื้อกลับมาฝากคนที่บ้าน
พอยิ่งเย็นคนก็ตั้งร้านมากขึ้นโรงเรียนต่างๆก็มาตั้งร้านโชว์ฝีมือแกะสลัก โชว์การละเล่น มีของกินเยอะขึ้นน่ากินไปหมดเลย เจอขนมจือจุนเคยกินมานานแล้วชอบด้วยแต่ไม่รู้จักชื่อฉันเรียกขนมไข่ดาวมาตลอดมันทำจากแป้งเอาไปทอดแล้วตรงกลางจะนูนๆดูแล้วเหมือนไข่ดาว อาจจะเห็นได้ที่ท่าพระจันทร์นะคนขายบอกเป็นขนมพื้นเมืองของภูเก็ตนึกว่าของกรุงเทพซะอีก
เดินต่อไปผ่านโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว เจ้าหน้าที่เค้าเชิญชวนให้เค้าไปดูนิทรรศการ ตึกเค้าโบราณน่าดูเหมือนฉากถ่ายละครช่องสามเลย ตึกเป็นสถาปัตยกรรมแบบArt Deco ที่บนสุดของจั่วหลังคามีรูปปั้นค้างคาวแดงกางปีกติดอยู่ซึ่งหมายถึงความโชคดี เราไม่ได้เดินดูชั้นสองของโรงเรียนก็เสียดายเหมือนกันอ่ะแต่พี่เค้าจะไปแล้ว แผนที่ที่ทางโรงเรียนแจกให้บอกถึงเส้นทางเดินชมเมืองเก่าแต่ไม่ได้เดินดูอ่ะจะเดินคนเดียวก็ไม่กล้ากลับโรงแรมคนเดียวไงก็ตามๆพี่เค้าไป
พอออกจากโรงเรียนงานก็เหมือนเกือบเต็มรูปแบบหละคนมาเดินเพียบเลย ที่หน้าโรงเรียนฉันได้ของกินอีกสองอย่างคือโอวเอ๋ว หน้าตาเป็นวุ้นกินกะน้ำแข็งไสน้ำแดง พี่แอร์บอกว่ามันทำจากกล้วยฉันนึกว่าจากหยวกกล้วยแต่พี่เค้าบอกว่าขูดๆเยื่อจากเปลือกกล้วย พี่เค้ารู้มาจากพี่อีกคนที่เป็นคนใต้อ่ะบอกกินแล้วจะมีกลิ่นกล้วยแต่กล้วยจะเป็นวุ้นได้ไงหรือขูดแล้วมาผสมผงวุ้นอีกทีนะ แต่ที่กินไม่ได้กินกล้วยเลย ลุงแกเอาวุ้นใสๆมาหลอกเค้าอ่ะป่าวเนี่ย
ข้างร้านโอวเอ๋วเป็นร้านเบือชุบแป้งทอดหน้าตาเหมือนต้นหญ้ายาวๆเค้าบอกเป็นพืชน้ำเอามาชุบแป้งมีกุ้งด้วยนะแล้วก็ทอดฉันซื้อกลับไว้กินตอนค่ำๆเผื่อหิว ตอนเดินกลับผ่านร้านยำปลาชิงชังมันคือปลาเล็กปลาน้อยที่บอกว่ากินแล้วดีมีแคลเซียมอ่ะเค้าเอามายำใส่มะม่วงก็ซื้อกลับไปด้วย
เดินถึงโรงแรมก็แยกย้ายเข้าห้องไม่มีการนัดกินข้าวเย็นแล้วอดกินอาหารทะเลเลยแต่ที่กินไปก็เพียบแล้วยังมีในมืออีกสองเมนูเข้าห้องก็นั่งกินไปดูทีวีไปแล้วก็นัดสปาของโรงแรมด้วยจะไปนวดบอกเค้าว่าเมื่อยไหล่และคอเค้าแนะนำให้นวดแบบ sport จะออกแรงมากกว่า Swedish นัดได้เวลาสามทุ่มก็กินเบือกินยำดูบอลไทย-เวียดนาม
กินเสร็จง่วงนอนหลับดีก่าตั้งเวลาไปสองทุ่มสี่สิบห้าตื่นมาอาบน้ำแล้วลงไปนวดตัวเจ็บอ่ะไม่มีเลยนะอาการเคลิ้มแบบนวดน้ำมันเพราะนวดแบบนี้เค้าออกแรงกดๆนวดๆอ่ะหลับไม่ลง เหมือนปวดไหล่จะหายนะแต่เจ็บหลังแทน(วันรุ่งขึ้นถึงเจ็บ) นวดเสร็จกินน้ำขิงอุ่นก็ดีนะ คนนวดแค่แนะนำให้ขัดเกลือบอกคนผิวแห้งให้ขัดเกลือมั่งจะดีส่วนมะขามมันจะกัดนิดๆเหมาะกับคนผิวมันมากกว่า
กลับจากนวดก็ดูทีวีแล้วก็นอนวันรุ่งขึ้นเดินไปหาติ่มซำกินเบญ(คุยกะเพื่อนตอนกลางคืน)บอกว่ามีร้านอร่อยที่สุดในภูเก็ตใครๆก็รู้จักให้ไปกินมันไปกินมาครั้งนึงชอบมาก จริงๆฉันก็ขี้เกียจจะหาเรื่องไปเที่ยวไกลแต่คิดว่ามาแล้วก็ไปดีกว่าปรากฏว่าคนที่โรงแรมบอกว่าเดินถัดจากร้านก๋วยเตี๋ยวปลาไปนิดเดียวเองฉันถามอีกครั้งว่าร้านที่อร่อยที่สุดอ่ะนะ เค้าบอกใช่แต่ตอนนั้นมันสิบโมงแล้วไม่รู้จะเหลือหรือเปล่าให้ลองไปดู ไปถึงร้านก็ยังมีเหลืออยู่บ้างแต่กินแล้วฉันว่าไม่เห็นอร่อยซอสที่ใช้จิ้มมะใช่ซอสเปรี้ยวอ่ะหน้าตายังกะน้ำราดข้าวหน้าเป็ดกลิ่นและรสชาติก็แปลกๆอ่ะไม่รู้ร้านเดียวกับที่เบญพูดึถงหรือเปล่าไว้เช็คกันอีกที (เช็คละร้านเดียวกันแหละ ร้านบุญรัตน์มันบอกไปกินสายก็ไม่เหลือของอร่อยสิ ไม่ใช่ไม่อร่อยแต่น้ำจิ้มไม่อร่อยก็ทำให้ทุกอย่างไม่อร่อยไง)
ต่อจากติ่มซำกินก๋วยเตี๋ยวปลาจริงๆด้วยก๋วยเตี๋ยวปลาไม่อร่อยแบบที่ฉันคิดไว้นั่นแหละแต่ปลาทอดอ่ะชอบจริงๆปลาที่ใช้ทำชื่อปลากล้วยญี่ปุ่น ปลาอะไรหว่าไม่รู้จัก กินเสร็จก็ขึ้นห้องดูทีวีรอเวลาแต่งตัวทำงานกลับหนะ เสียดายจะไม่มีกล้องถ่ายรูปอยากถ่ายรูปที่ไปเดินเที่ยวที่งานย้อนอดีตชอบๆ ชอบของกิน
No comments:
Post a Comment