Sunday, December 21, 2003

จะอุดฟันสามร้อยกลายเป็นครอบฟันแปดพัน กลับจากทำงานหกโมงเย็นจะกลับบ้านคงไม่ทันนัดก็เลยไปร้านทำฟันก่อนกลับบ้าน หอบกระเป๋าถุงเสื้อหนักและบวมไปร้านด้วย (ตอนนี้แหละที่คิดอยากจะมีรถส่วนตัวเฟ้ย จะได้ทิ้งกระเป๋าไว้ในรถได้)

หมอฟันใจดีเป็นหมอผู้หญิงชื่อหมอฮุยมือก็เบาแต่ฉีดยาชาที่เพดานปากยังไงก็เจ็บอ่ะนะ ที่ไม่ใช่แค่อุดเฉยๆเพราะฟันที่ผุมันเคยโดนอุดมาแล้วและก็เหลือเนื้อฟันไม่เยอะขัดๆขูดๆออกไปก็เหลือเนื้อฟันน้อยไปอีกจะอุดไปก็เหมือนทั้งซี่มีแต่วัสดุอุดฟันถ้าเกิดฟันแตกวันหลังก็ต้องครอบอยู่ดีก็ครอบๆไปเลยเราก็เห็นชอบด้วยตอนไปปรึกษาที่ร้านครั้งแรกอ่ะห้าพันก็อ่ะนะ เป็นโลหะไม่ทำแบบสีเหมือนฟันเพราะต้องการความแข็งแรงและเนื้อฟันเราเหลือนิดเดียวถ้ากรอออกเพื่อเตรียมครอบก็ไม่เหลือไรกันพอดี

เมื่อวานไปพบหมอหมออธิบายให้เราฟังใหม่(หมอที่ตรวจวันแรกที่ไปคนละคนกันคนนั้นไม่ใช่หมอเฉพาะทาง)แล้วก็ให้เราเลือกวัสดุเพราะมันมีวัสดุสามแบบ มีแบบเงินห้าพัน แบบมีทองผสม 50% แปดพัน กับแบบผสมทอง 80% อันนี้ราคาไม่เข้าหูแล้วหละ ได้ยินแค่แปดพันสมองก็ไม่สั่งการแล้ว ข้อดีของการมีทองคือทำให้ทำรูปฟันได้ดีกว่าเพราะโลหะมันจะอ่อนตัว ไม่เลือกแบบ 80% กลัวฟันจะทองแบบอาม่า(แต่หมอบอกมันเหลืองนิดๆเท่านั้น) อิฉันก็ลงทุนนะเห็นกะว่าอยู่กะเราไปทั้งชีวิตเราก็เลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่(คิดว่า)สามารถละกันด้วยการเดินทางสายกลางก็เสียค่าเดินทางไปแปดพันบาทถ้วนๆ หมอจะทำให้สวยงามด้วยแหละ คือจะทำด้านนอกเป็นสีเหมือนฟันเวลายิ้มก็เห็นเป็นฟันส่วนด้านในกะตรงที่เคี้ยวอาหารอ่ะเป็นโลหะแต่จะทำไปทำไมนะเพราะซี่ที่ตรงกันด้านล่าง(ฟันที่ผุคือกรามบนซ้าย)เราก็ครอบสีเงินทั้งซี่เลยก็ยิ้มแวววาวไปอีกแบบ(ไม่เห็นเท่าไหร่หรอกอยู่ลึก)

จ่ายเงินไปแค่สามพันห้านะมีแค่นั้นแหละวันที่ไปครอบค่อยจ่ายที่เหลือตอนนี้หมอครอบพลาสติกให้ก็เป็นสีฟันทั้งซี่เลยแหละสวยดีนะเหมือนสุขภาพฟันดีไม่เคยอุด ตอนนี้ยังนัดวันไปครอบไม่ได้เพราะว่างไม่ตรงกันคงต้องเป็นปีหน้าก็ดีมีเวลาหาเงินก่อน ดีนะที่ไปญี่ปุ่นไม่ซื้อของบ้าบอ

ไปนาริตะครั้งนี้เป็นครั้งที่สองมีเวลาเที่ยวด้วย(อยู่ 24 ชั่วโมง) แต่ก็ไม่ได้ไปชินจูกุ โตเกียวอย่างที่คิดหรอกนะ เพราะโจบอกไม่ทันหรอกเชื่อเค้ากว่าจะนอนกว่าจะตื่นนั่งรถเป็นชั่วโมงไปเที่ยวที่A eon กันก็พอแล้ว นัดกันสามคน ฉัน โจ พี่ตุ่น ให้ฉันตื่นก่อนแล้วโทรไปปลุกโจแล้วจะปลุกกันเป็นทอดๆไป จากนั้นก็แยกย้ายไปนอน(ทำงานคืนวันที่ 19 23:40 ไปถึงเช้าวันที่ 20 7:30) พระเจ้าช่วยสมควรจะไปไหนไม่ทัน ตื่นมาตอน 11:30 เอ๊ะตูตั้งเวลาประเทศไหนเนี่ย จำได้ว่าตั้งปลุกไว้ตอน 10:30 นะ กรรมแล้วมัน 13:30 แล้วหละพลาดรถรอบ 13:15 ไปแล้วรอรถรอบต่อไปตอน 15:15 เลยอ่ะ แง้….

ระหว่างรอเวลาหารายการทีวีดู มีรายการผีด้วยดำเนินรายการเหมือนชมรมอะไรซักอย่างหัวหน้าชมรมคือโกโร่ อินางากิ (smap) สมาชิกเป็นเด็กๆ เอาจดหมายจากทางบ้านมาทำเป็นภาพเรื่องผีอ่ะ น่ากลัวมิใช่น้อย ตอนที่เริ่มตั้งใจดูอ่ะคือตอนที่มีผีมาเขย่าประตูห้องน้ำ ผู้ชายคนนึงนั่งตัวสั่นกลัวผีอยู่ในมุมห้องน้ำมองลูกบิดประตูที่สั่นเขย่าๆ ภาพฉายให้เป็นว่าด้านนอกของประตูมีมือผี(มันปุปะเลือดๆ)อยู่ที่ประตู ผู้ชายกลัวมากเอาเครื่องรางในกระเป๋าออกมาถือแล้วก็สวดไรงึมงำๆ นานไปสักพักประตูก็เงียบ ฉันก็คิดว่ามันต้องผ่าง!! ผีโผล่ไรเงี้ย ไม่เว้ย ผู้ชายก็มองเครื่องรางอย่างชื่นชมและรู้สึกโล่งอกแล้วก็ค่อยๆยืนขึ้นพเงยหน้าขึ้นมาผีมันก้มหน้าลงมาจากข้างบนอ่ะ ตาดำก็ไม่มี กรี๊ดดด อิอิ มันๆๆ นั่งดูตอนต่อไป แล้วก็มีช่วงภาพถ่ายผีๆด้วยอ่ะ แบบหัวหายไปเลยอ่ะ นั่งผิงไฟกันกลางวันเห็นๆคนนึงในรูปไม่มีหัวเฉย หรืออีกรูปเป็นรูปเด็กประถมถ่ายรูปกันแต่มีเด็กคนนึงมะมีขา เจี้ยก ! แล้วอีกรูปที่เราก็เล็งว่าอะไรผีว้า เป็นรูปชายหญิงถ่ายรูปคู่กันจับมือกันเงาขาวๆแสงอะไรก็ไม่มีในภาพนิ ปรากฎว่ามือที่กุมกันมีสามมือ !! จ้าก !!! เพลินมันไม่ค่อยจะกลัวเพราะสมาชิกชมรมเป็นเด็กพอเด็กๆเห็นภาพมันก็กรี๊ด เหวอ เสียงแบบเด็กๆอ่ะก็ตลกดีแต่คิดว่าถ้าดูตอนกลางคืนยังไงก็ต้องมีเสียวกันมั่งหละว้า

ได้เวลารถจะออกจากโรงแรมฉันก็ลงไปที่ lobby คนเพียบ(มีไฟล์ทอื่นด้วย) ใครๆก็คงจะนอนกันน่าดูแหละก็บินทั้งคืนไม่มีจัดพัก ฉันหนะวันที่ 19 ก็ตื่นตั้งแต่ 9 โมงเช้าเพราะคิดจะนอนตอนเย็นก็ไม่หลับมาหลับเอาเช้าวันที่ 20 เหมือนตื่นเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหละ เห็นคนเยอะก็จริงแต่ไม่มีพี่ตุ่นโจบอกว่าออกไปแล้วม้างโทรไปก็ไม่รับปรากฎสอบถามภายหลังพบว่าพี่เค้าตื่นห้าโมงเย็น !!

รถออกเดินทางไปแวะจุดแรกที่สถานี Narita แถวนี้ก็มีร้านให้เดินเที่ยวด้วยแต่ไม่ได้ลงนั่งต่อไปที่ Aeon ห้างใหญ่เหมือนกันนะ มี Jusco ด้วย เรา(ฉันกะโจ)คิดว่าหาไรกินกันก่อนซื้อของ มีร้านของกินเยอะแต่ฉันเลือกร้านซูชิอยากกินอ่ะก็ชักชวนเพื่อนด้วย สั่งยากนิดนึงนะถึงจะมีสายพานแต่เค้าไม่ได้ทำออกมาเยอะๆเราต้องสั่งจากเมนูแต่ก็มีเมนูภาษาอังกฤษด้วย เรามาสองคนก่อนจากนั้นก็มีครอบครัวกัปตันแล้วก็พวกนักบินมาอีกสี่คน ก็เป็นคนไทยหกคนนั่งเรียงกันบรรยากาศสนุกดี วันนี้แหละได้กินปลาโทโร่เห็นในร้านอาหารญี่ปุ่นที่บ้านเราแพงๆ แต่เป็นปลาโทโร่กลาง(Chuu Toro) นะ ปลาโทโร่ใหญ่มะได้สั่งอ่ะ คือจริงๆโทโร่กลางก็ไม่ได้สั่งหรอกแต่ในสายพานมะมีไรมีจานนี้ผ่านมาก็หยิบไม่ได้รู้เล้ยว่าปลาไรหน้าตาเหมือนทูน่าไง แต่จานมันทองๆชักหวั่นใจ กว่าจะกินจานนี้นี่สั่งอย่างอื่นมากินก่อนสองสามจานอ่ะ ด้วยความอยากรู้ว่าปลานี่มันปลาไรหว่าก็ถามดูเค้าบอกโทโร่กลางมันจะเรียงจากโทโร่ใหญ่ โทโร่กลางแล้วก็ทูน่า โทโร่ใหญ่อร่อยสุดและแพงสุด วันนี้กินปลาเดิมๆเหมือนกินกันในบ้านเราแต่สั่งปลาหางเหลืองมาด้วย (young yellow tail = hamachi) แล้วก็ซุปมิโซปูอร่อยดีไม่คาวเลยชามใหญ่มีปูมาด้วยกรรเชียงมันนะสองซีก ราคาแค่ 160 เยนเองอ่ะ

กินข้าวเสร็จแยกกันเดินนะโจแนะนำว่ามีอะไรตรงไหนมั่ง(ร้านร้อยเยนอยู่ชั้นสอง ทางจัสโก้มีซุปเปอร์ …) ฉันก็เลยไปเดินชั้นสองก่อน ชั้นสองก็มี food court แล้วก็มีไอติมบาสกิ้นด้วยหละ ไปส่องๆดูรสไอติมมีแปลกๆด้วยแพงนะลูกละร้อยบาทนิดๆอ่ะ แต่ก็กินลูกนึงรส winter white chocolate บ้านเรามะมีนี่นาแล้วมันก็น่ากินด้วยเป็นไอติมสีขาวมีชอกโกแลตขุยๆ มีสตรอเบอรี่ กินแล้วเหมือนมันใส่เหล้าด้วยหละ อร่อยดี ก่อนหน้านี่อ่ะกินไอติมชาเขียวมาแล้วด้วยลูกนึงที่ประตูทางเข้าห้างเห็นแต่แรกแล้วก็อยากกินแต่กินข้าวก่อนถึงมากิน

ถัดจากร้านไอติมมี game zone น่าเล่นแต่ไม่เล่นมะมีพวกเล่นคนเดียวเสี่ยวคนเดียวอาย แต่ก็เดินดูหมดอ่ะ มีจับตุ๊กตาอยากให้คนแถวนั้นจับให้มีคนนึงจับได้เพียบเลยแต่ก็อีกอ่ะไม่กล้าขอให้เค้าจับ จากนั้นก็ไปร้านร้อยเยนไม่ได้ซื้ออะไรมากไม่รู้จะซื้ออะไรดี กระเป๋าไม่มีที่จะใส่ด้วยแหละเสื้อกันหนาวก็เต็มแล้ว ดูๆแล้วก็ไปร้านขายยา ชอบร้านขายยามันลดราคาด้วยหละซื้อของนิดหน่อยซื้อวิตามินซีด้วยแพงนะแต่อยากลองเคยฟังแอร์ญี่ปุ่นมาว่า chocola BB ดี แต่ที่ฉันซื้อมัน Chocola CC white แหงสิทำให้ขาวด้วยอ่ะและมันก็ผสมวิตามินบีเหมือนกันแต่น้อยชนิดและปริมาณที่ผสมก็น้อยกว่า

จากร้านขายยาเดินไปเรื่อยอ่ะยังไงก็น่าดูน่าชมไปหมด มีร้าน Village/Vangaurd ด้วยชอบร้านนี้เคยเข้าไปซื้อของทีนึงแล้วที่นาโกย่ามันเป็นเหมือนร้านของเล่นแปลกๆ ของน่ารัก ขนม หนังสือ เพลงแปลกๆ ยังมีอีกร้านนึงขายขนมอย่างเดียวเลยเหมือนขนมเด็กๆอ่ะขนมแผง ขนมหลอกเด็ก ตื่นตาดี

เดินทะลุไปจัสโก้ก็แบบห้างทั่วไปอ่ะเหมือนเซ็นทรัลยังงี้ไม่ตื่นตาธรรมดาเดินลงไปซุปเปอร์หาของกินชอบน้ำสลัด ขนมเซมเบ้รูปเมล็ดข้าวอร่อยจริงๆ อยากมีกล้องจริงๆเลยจะได้ถ่ายรูปมาแปะประกอบการเล่าแต่ดูราคากล้องแล้วแพงอ่ะ T1 พอๆกะที่ขายในเวบบ้านเราเลย ไว้รอซักพักให้หารุ่นที่ต้องการให้ได้ก่อนค่อยซื้อเพิ่งจะมาสนใจดูกล้องดิจิตอล ดูพร้อมๆกันงง

รอเวลารถมารับ(มันมีหลายรอบ)กลับโรงแรมมะเห็นมีโจในรถปรากฏว่าหนีกลับไปก่อนแล้ว ธ่อ...ฉันเอาของขึ้นไปเก็บแล้วลงมากินบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารในโรงแรมกินส้มเพียบเลย ส้มญี่ปุ่นไม่อร่อยเท่าสายน้ำผึ้งหรอกเปรี้ยวไปนิดแต่ชอบที่ไม่มีเม็ด กินแล้วก็ขึ้นไปเก็บของ เข้านอน วันนี้ต้องตื่นเช้ามาทำงานกลับต้องแวะเชียงใหม่ก่อนกลับกรุงเทพด้วยแต่สบายมากเลยผู้โดยสารแค่ 41 คนอ่ะ (เค้าเพิ่งเปิดเส้นทางบินใหม่) มีจัดพักด้วยแหละแต่จากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพเต็มนะ 303 คนอ่ะ

No comments: