โดนค่ะโดน OD โทรมาตอนเจ็ดโมงเช้าให้ไปบิน Kathmandu เครื่องออก 10.30 กลับ 18.15 เค้าให้ฉันไปสนามบิน ไปถึงสนามบินเห็นแต่คนใส่ผ้าปิดปากปิดจมูกฉันต้องใส่ด้วยป่าวเนี่ยแต่ก็ไม่ได้ใส่อ่ะ เดินไปเซ็นชื่อขาออกยังไม่มีใครมาซักคนฉันเลยถือโอกาสสำรวจตลาด duty free ดูนั่นดูนี่เรื่อยเปื่อยแล้วก็ไปรอขึ้นเครื่อง
ผู้โดยสารเต็มลำค่ะแต่ไม่ใช่แขกๆ(แต่ก็มีบ้างนิดหน่อย)เป็นญี่ปุ่นกับฝรั่งแถมส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นน่ารักอีกต่างหาก อิอิ ทุกคนมีเป้ใบโตจนที่ใส่ของไม่พอ เค้าคงไปปีนเขากัน(ดูจากรองเท้า) เห็นแบบนี้แล้วอยากมาเที่ยวเนปาลบ้างแล้วสิ
ไฟล์ทไทม์สามชั่วโมงก็จะออกรถ drink หนึ่งรอบแล้วถึงออกอาหาร ขาไปก่อนจะเริ่ม service มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อยมีมาดามคนนึงเดินมาตอนเรากำลังเตรียมรถเครื่องดื่มแกมายืนเกาะรถแล้วก็นิ่งๆฉันก็นึกว่าทรงตัวเพราะเครื่องตอนขึ้นมันก็เอียงๆใช่ม่ะปรากฏว่าพี่อุ๋ยบอกว่าแกเป็นลม ตายังลืมอยู่เลยอ่ะแต่แกก็ทรุดลงไปเรื่อยๆ ข้างหลังทำงานกันหกคน ตอนนี้ก็รุมกันคนนึงไปตาม purser คนนึงทำผ้าเย็น คนนึงเอาถังออกซิเจนมา(คิดว่ามันคงช่วยได้) ฉันไปเอาผ้าห่มกับเอาแอมโมเนียให้มาดาม อากาศมันคงร้อนเกินไปหนะ(อากาศในเครื่องก็ร้อนด้วย) ปล่อยมาดามแกนอนอยู่ที่พื้นซักพักก็ดีขึ้น
ตอนกัปตันประกาศว่าทางซ้ายมือของท่านเป็น Everest ผู้โดยสารก็จะเทมาทางซ้ายเป็นปกติพร้อมกล้องถ่ายรูป ถ้าเรามองผ่านๆเทือกเขาหิมาลัยเหมือนเมฆเลยเพราะขาวไปหมดพูดแล้วก็อยากไปเที่ยวมั่งง่ะ เก็บเงิน เก็บเงิน
ขากลับผู้โดยสารก็เต็มค่ะเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางกลับนั่นแหละที่ฉันเคยๆมาไฟล์ทนี้ส่วนมากเป็นคนงานแฮะนี่คงหน้าร้อนคนเลยมาเที่ยวกันมากหละมั้ง ถ้าเป็นคนงานนะเค้าเหมือนต้องจากบ้านจากเมืองคงจะมีการทำขวัญหรืออะไรซักอย่างเค้าจะมีสีแดงแต้มที่หน้าผากแต่มันไม่ธรรมดาแบบแขกอินเดียที่เราเห็นๆกันมันจะมีข้าวสาร(ปลุกเสกป่าว)แล้วก็โปะไปที่หน้าผาก ตอนเห็นครั้งแรกตกกะใจนิดๆนึกว่าเนื้องอก อิอิ เหมือนมันระเบิดออกมาจากหน้าผาก
กลับถึงบ้านปลอดภัยดีและคงปลอดภัยตลอดไปไม่ได้ติดหวัดมาคือไฟล์ทนี้ขาไปไม่ได้ใส่หน้ากากมาใส่ขากลับแต่ก็ใส่ไม่ตลอดเพราะอึดอัดหนะ(ผู้โดยสารก็ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง) พรุ่งนี้ก็ยัง standby อยู่พี่เค้าบอกว่าถ้าจะโดนเรียกก็จะเป็นหลังเที่ยงมาลุ้นกันอีกวันเป็นไร
No comments:
Post a Comment