ไปค้างขอนแก่นมาเพิ่งจะเคยไปครั้งแรกในชีวิตเลย เดินทางไปตั้งแต่วันที่ 7 แล้วบินไปพิษณุโลกก่อน(ไฟล์ทไทม์สั้นจริงเสริฟจะไม่ทัน)แล้วก็กลับมากรุงเทพรอบนึงแล้วก็ไปขอนแก่น เข้าพักโรงแรม(ผ่าน ม.ขอนแก่น ประตูทางเข้าใหญ่มากๆ)
หมดเรี่ยวแรงเลยเพราะต้องตื่นตั้งแต่ตีสามนิดหน่อย นอนไม่ค่อยหลับอีกแถมห้าทุ่มมีคนโทรมาขอแลกตารางบินอีกกว่าจะสะกดจิตตัวเองให้หลับก็เกือบเที่ยงคืนถึงโรงแรมล้างแต่หน้าแล้วก็นอนไปเลย ตื่นมาเพราะเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนแอร์ พอเค้ารู้ว่าเราอยู่ขอนแก่นก็เลยแนะนำให้เรากินต้มเส้นตรงข้ามโรงแรม แล้วก็ซื้อน้ำพริกปลาทูคุณเรียงด้วย กุนเชียงก็อร่อย ได้ฟังดังนั้นจึงจัดเมนูต้มเส้นเป็นอาหารเย็นแล้วก็นอนต่อไป หกโมงเย็นตื่นมาดูละครที่ไจ๋ไจ๋เล่น (ฉันบ้า f4 ตามน้องไปแล้ว ดูมากๆก็เห็นว่าช่างหน้าตาดีมิใช่น้อยแถม jerry หน้าเหมือนคิมุทาคุมากเรยย..) ดูไม่รู้เรื่องเท่าไหร่เพราะดูไปเจรจาขอแลกตารางบินกับเพื่อนไป ฉันจะขอแลกกับผึ้งเพื่อจะได้ไปบินกับเพื่อนวิดวะ ผึ้งให้ด้วยแหละก็เอาคันไซแลกกับคันไซนี่นา(แค่สลับวันบินกันหนะ)คนอื่นเค้ามาเสนอผึ้งเหมือนกันแต่เอาอย่างอื่นมาให้แต่ผึ้งอยากไปญี่ปุ่น เรายังอยากเลย ถ้าเราไปบ่อยๆจนเบื่อแล้วใครมาแลกก็อาจให้อ่ะนะแต่ตอนนี้ขอไปเองก่อน
ออกนอกเรื่องไปถึงไหนแล้วเนี่ย ดูละครเสร็จก็ออกไปตลาดโต้รุ่งตามที่พี่ในไฟล์ทบอก เดินไปไกลใจมันหวิว แหมคนมันมีประวัติ(เคยโดนจี้ น่ากลัวมาก)แต่พอไปถึงตลาดก็คึกคักดี ของกินเพียบ ฉันเดินดูของสุดทางเลยได้เสื้อมาสองตัว ตัวละ80 บาท ไม่ซื้อได้งายยย... มี VCD ขายเพียบ มีF4 ด้วยนะอยากจะได้เหมือนกันแต่ในกรุงเทพก็คงมีแหละ แล้วก็กลับไปกินต้มเส้น มันคือต้มวุ้นเส้นกับเลือดและตีนไก่(เท้าไก่) ตีนไก่เยอะมั่กมากฉันไม่อยากจะกินเลยแต่เพื่อนบอกอร่อยมากเลยต้องลองกินดู ฉันสั่งแต่เส้นกับหมูยอ(แต่เค้าก็ใส่เลือดมากเยอะมาก) นั่งกินไปดูเค้าขายไป ขายดีมาก เค้ามาตักตีนไก่ไปเพิ่ม ไม่รู้แค่คืนนั้นไก่ตายไปกี่ร้อยตัวกว่าจะได้ตีนเยอะขนาดนั้น(คงยังไม่มีไก่ 8 ขาอ่ะนะ) กินลำบากควรให้ตะเกียบมากกว่าใช้ช้อนกินแล้วก็ไม่ได้อร่อยนักหนาแต่ก็ได้กินอาหารท้องถิ่นอ่ะนะ
กลับโรงแรมดูละคร F4 แล้วก็นอนตอนเช้าตื่นมากินอาหารเช้านอนเกลือกกลิ้งถึงเวลา wake up (10.05) ก็ยังนอนต่อไปเพราะเราอาบน้ำไว้แล้วก่อนหน้านั้น ค่อยลุกมาแต่งตัวก่อนรถออกประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วก็บินกลับกรุงเทพแล้วก็บินไปขอนแก่นอีกรอบ แล้วก็บินกลับกรุงเทพ คิดว่าบินซะจนเหมือนจะชำนาญไฟล์ทกรุงเทพ-ขอนแก่นแล้วหละ อ๋อเครื่องทึ่ใช้เป็น 737 ต้องสาธิตการใช้หน้ากากออกซิเจนเองบึ๋ย..
ป.ล ขอเม้าท์นิดส์นึง เวลาโดยสารเครื่องบินปิดมือถือเมื่อเข้ามาในเครื่องบินนะคะแล้วก็เปิดได้อีกทีตอนเครื่องจอดสนิทสังเกตที่สัญญาณไฟรัดเข็มขัดดับ วันนี้มีคนนึงหน้าตาดีนะก็หน้าตามีการศึกษาไม่ปิดมือถือในระหว่างไฟล์ท ฉันทำงานแล้วผ่านมาเห็นถืออยู่ในมือก็เล็งสุดฤทธิ์ว่าเปิดหรือเปล่า แหมฉันก็ไม่อยากโดนตอกกลับหน้าแหกหรอกค่ะ ปรากฎว่ามือถือไม่ได้ปิด ฉันก็ไปบอกเค้าว่ารบกวนปิดด้วยนะคะ ทำเป็นเมิน ฝั่งABC หันมาดูหมดแล้วอ่ะ (ที่นั่ง 737 เป็น abc/hjk) พี่ก็ไม่สนใจ ฉันเลยก้มลงไปพูดด้วยให้รู้ไปเลยว่าพูดกับเอ็งนั่นแหละว่าปิดมือถือด้วย แล้วก็เดินไปด้วยความว่าเค้าคงจะปิดโตๆกันแล้วพูดแล้วก็น่าจะทำไม่ต้องพูดมากปรากฏว่ามือที่ถือมือถืออย่างเปิดเผยเปลี่ยนเป็นคว่ำหน้ามือถือลงและหดมือเข้ามาให้ชิดตัว คุณว่าเค้าปิดมั้ย อย่าบอกว่าเค้าปิดนะฉันว่าเค้าไม่ปิดหละ คิดดูคนแก่ คุณลุงคุณป้าคนอื่นเค้าปิดอ่ะ เอากระเป๋าใส่ที่เก็บของไปแล้วนึกได้เค้ายังเอากระเป๋าลงมาเพื่อปิดมือถือ แม้แต่พระที่ท่านปิดไม่เป็นเพราะโยมซื้อให้ยังส่งมาให้ฉันปิดให้เลย(หมายถึงไฟล์ทอื่นๆด้วย แต่กรณีลืมจริงๆก็ไม่ว่ากันแต่ไม่ควรอยู่ดี) เราอย่าดำรงชีวิตอยุ่ในความประมาทเลยเอาชีวิตมาเสี่ยงแถมชีวิตคนอี่นที่ร่วมเดินทางอีก วันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วไปแต่มันอาจไม่เป็นยังงี้ทุกทีไปก็ได้ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
No comments:
Post a Comment