Friday, March 14, 2003

ตอนนี้อยู่เชียงใหม่ตอนเช้ากลับจากโอซาก้าถึงกรุงเทพประมาณ 5.05 ติดรถเพื่อนมาตึกภายในประเทศต่อเครื่องไฟล์ทแรกสุดมาเชียงใหม่ ง่วงสุดๆ ไฟล์ทมันเช้าน้องยังไม่ตื่นแม่เราอุตส่าห์ขับรถออกมารับเองเลย กลับถึงบ้านหมดเรี่ยวแรงนอนก่อน

ตื่นมาตอนบ่าย(ยังเบลอยู่เลย) ลงมาดูเกมให้น้องเพราะว่ามันมีปัญหาต่อ patch server ไม่ได้เจออี้ออนไลน์คุยกันให้เค้าช่วยแก้ด้วยแหละ แล้วก็นัดกินข้าวกันแต่เพื่อนต้องมารับเพราะน้องขับรถไปทำงาน โทรนัดอี้ นัดปึ๊ด นัดพี่เต็ม สรุปเป็นอาหารมื้อค่ำมาก(สี่ทุ่ม)เพราะพี่เต็มมีอบรม amway (โอววว..โน้) อี้มารับที่บ้านตอนทุ่มครึ่งบอกว่าปึ๊ดกินข้าวไปแล้วนะ แต่ตอนนี้มันก็หิวฉันก็หิวเลยไปกินบะหมี่ลุงว๊ากหลังมอ(ลุงได้ชื่อนี้เพราะแกสั่งอาหารดังลั่นหนะ) แล้วก็ไปนั่งเล่นเกมที่ทำงานอี้ ปุ๊กเลิกงานก็ตามมานั่งเล่นเกมกันบรรยากาศยังกะร้านเกม สี่ทุ่มแล้วโทรหาปึ๊ดปรากฎว่าป่วยไปแล้ว โทรหาเต็มปรากฏยังไม่เลิกแถมเพื่อนคนอื่นๆที่ให้เต็มโทรนัดก็ไม่ว่าง(ก็แหงมันดึกอ่ะ)สรุปยกเลิกอะไรกันนี่ไม่น่าเลยไม่งั้นก็กินหมูกระทะพาเพลินกันสี่คน เลยนั่งเล่นเกมกันต่อถึงห้าทุ่มแยกย้ายกลับบ้าน

ขับรถกลับบ้านคุยกับปุ๊กว่าชีวิตมันแว้บไปแว้บมาดีจังเลย เมื่อวานยังอยู่ญี่ปุ่นเล่นของเล่นนั่นนี่อยู่เลยแล้วก็กลับมากรุงเทพแป๊ปนึงแล้วตอนนี้มาอยู่เชียงใหม่กำลังจะกลับไปนอน แล้วจริงๆมันได้ไปญี่ปุ่นหรือเปล่าหว่า ความรู้สึกเหมือนฝันไปยังไงชอบกล เหลือเวลาพรุ่งนี้หนึ่งวันเต็มๆแต่น้องทำงานอดเที่ยวกัน เวลาน้อยแฮะไหนต้องซื้อของเข้าบ้าน อยากกินเค้กร้านเลิฟ ซื้อหนังสือลดราคา เอารถไปเช็ค ตอนเย็นกินข้าวกับพี่กอล์ฟและเพื่อนเค้า(มาเชียงใหม่เรื่องงานพอดี)อยากให้เพื่อนเรามาด้วยแต่มันติดดูบอล ฮ่วย..ทำไม OD ไม่ให้พี่เค้าแลก 411 ไปนะจะได้อยู่บ้านหลายๆวัน

เล่าเรื่องญี่ปุ่นดีก่า

ไปญี่ปุ่นครั้งนี้(12-14 มีนา)ไม่ต้องไปเดินเที่ยวคนเดียวเพราะมีเพื่อนสมัยเรียนไปด้วย เพื่อนฉันชื่อต้น มันเป็นคนใจดี(จริงๆน่าจะเรียกว่าไม่มีปากไม่มีเสียงเพราะพี่สจ๊วตที่ทำงานครัวหน้ายังถามว่ามันเงียบยังงี้เป็นปกติเหรอ อิอิ)เราลากไปทางไหนมันก็ไปกับเรา เราไม่เกรงใจมันแต่ว่าตั้งแต่ขึ้นเครื่องยังไม่เห็นหน้ากันเลยหรือว่ามันไหวตัวทันแลกหนีไปแล้ว(เคยมาแล้วหนนึง)ไฟล์ทไทม์ประมาณ 6 ชั่วโมงได้เจอหน้ากันก็ตอนนั่งรถกลับโรงแรม..อืมม มาจริง

ถึงโรงแรมรับกุญแจห้องก็ไปเกาะเคาท์เตอร์ถามตารางรถไฟก่อนเลยเพื่อใช้ในการวางแผนการเดินทางแล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไป 7-11 ซื้อโอเด้งและทาโกะยากิเป็นเสบียงระหว่างการวางแผนเที่ยว

พรุ่งนี้(13 มีนา)ต้องขึ้นรถไฟเที่ยว 8.27 (6.27 เวลาไทย) เป็นขบวนที่ตรงไปสถานีโอซาก้าไม่ต้องเปลี่ยนขบวน เนื่องจากต้องตื่นเช้าก็เลยกะจะมานั่งหลับในรถเพราะใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาทีแต่ดันยืนไปซะครึ่งทางแล้ว ง่วงต่อไป

ถึงสถานีโอซาก้าจากรถไฟ JR ต้องเปลี่ยนไปใช้รถไฟสาย Hankyu เป็นรถไฟท้องถิ่นไปเมือง Takarazuka จุดหมายของเราคือพิพิธภัณฑ์หนูน้อยปรมาณู ( The Osamu Tezuka manga museum) เจอสถานีแต่ไม่รู้จะขึ้นรถไฟที่ชานชาลาไหนดีเดินไปถาม information ถามเป็นภาษาอังกฤษเค้าตอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเจริญแล้วทุกท่าน แผ่นที่รถไฟที่เค้าให้มาก็ตัวคันจิอ่านไม่ออก รู้แต่ข้อมูลที่หามาบอกให้เปลี่ยนรถที่สถานีนึงไม่ตรงกับที่เค้าบอกและให้ลงสถานี takarazuka แต่ที่พนักงานบอกมันเปลี่ยนรถอีกสถานีและให้ลง takarazuka minami guchi แต่เราก็เชื่อเค้านะ พอขึ้นรถมาก็นั่งดูข้อมูลที่ฉันหามาอีกที(เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์นั่นแหละแต่มาจากสองเวบ) ปรากฎว่าจากสถานีที่พนักงานบอกใช้เวลาเดินไปพิพิธภัณฑ์น้อยกว่าสามนาที สมแล้วที่เป็นผู้ให้คำแนะนำมันต้องยังงี้แนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้เรา

เดินข้ามสะพานตามข้อมูลตรงมาเรื่อยๆเจอสี่แยก เย้ถึงแล้วมีนกฟินิกซ์สีทองเด่นอยู่ ข้ามถนนไปถ่ายรูปด้วย ที่พื้นก็มีรอยประทับของมือ เท้า จมูก หาง ของตัวละครดังๆ เหมือนถนน Hollywood หละมั้ง แล้วก็เดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์เสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน

พิพิธภัณฑ์มีสามชั้น ชั้นแรกจะมีของแบบในการ์ตูนเช่น Phoenix Air-lock, Princess Knight Royal Palace hall แต่สองเรื่องนี้ฉันไม่เคยอ่านหนะ มีตู้แสดงของเกี่ยวกับตัวการ์ตูนเช่นกระเป๋า กล่องข้าว มีการแสดงภาพวาดอะไรนิดหน่อย และชั้นนี้มี mini theater ด้วย เราก็เข้าไปนั่งดูหนังสั้นผลงานของ Tezuka ด้วยแต่เกือบหลับแหนะก็ปิดไฟมืด เปิดฮีตเตอร์ อบอุ่นน่านอน

ชั้นสองเป็นเหมือนห้องสมุดให้เราอ่านได้(แต่อ่านไม่ออก) มีตู้โชว์หนังสือเค้าว่ามี 500 เล่ม มีส่วนที่พักผ่อนเรียก Jungle Emperor (เรื่องนี้ก็ไม่ได้อ่าน) แล้วก็มีมุมที่เป็นโดมตามในเรื่องหนูน้อยปรมาณู มีหนูน้อยนอนชาร์จแบตอยู่(หรือซ่อมหว่า) มีร้านขายของที่ระลึกด้วย ฉันกับต้นซื้อเสื้อไปคนละ 2 ตัวแค่นี้ก็หมดเงินไปหลายแล้ว

ลงไปชั้นใต้ดินตกแต่งเหมือนในยานอวกาศ(มั้ง)แล้วก็มีโต๊ะคอมให้เล่นเกม สร้างการ์ตูน ทำภาพเคลื่อนไหวเล่นได้ มีสตูดิโอของ Tezuka ด้วยให้ดูบรรยากาศโต๊ะทำงานเค้าหนะ ชั้นนี้มีทางออกไปสวนสนุกด้วยหละ ชื่อสวนสนุก Family land ยืนพยายามเข้าใจค่าตั๋วเพราะอีเพื่อนอยากไป ดูตัวคันจิพอจะเดาได้ว่าค่าเข้า 1400 แต่มันมีอะไรไม่รู้เขียนว่า 2500 เยน เราถามพนักงานไปเค้าเข้าใจแต่ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เราเดินขึ้นไปชั้นหนึ่งอีกทีถามพนักงานต้อนรับข้างบน ได้ความว่า 2500 เป็นตั๋วแบบรวมค่าผ่านค่าเล่น ใจก็คิดว่าแพงหวะแต่มันก็มาถึงนี่แล้วอ่ะนะ ลงมาข้างล่างพนักงานเปลี่ยนคนใหม่ถามอีกครั้งได้ความเหมือนพนักงานข้างบน เอาก็เอาฟระ 2500 เยน แง้ จ่ายเงินแล้วพนักงานก็ติดแถบพลาสติกที่ข้อมือให้จะเล่นอะไรก็เอาให้เค้าดู ฟรีหมดแล้ว

แต่ตอนนี้หิวมาก ออกจากโรงแรมมาแต่เช้าไม่ได้กินอะไรเลย ได้แผนที่ของ family land มาพลิกๆมั่วๆ หาโซนของกิน เติมพลังด้วยราเม็งแล้วก็ไปเล่นของเล่นอันแรกรถไฟเหาะ โอววว ราเม็งจะออกมาเที่ยวแหนะ มันดีรางสั้นแต่เสียวใช้ได้ ไม่ได้เล่นของเล่นมานานแล้ว อากาศเหมาะสมเย็น(จัด) เล่นอะไรยังงี้หนุกบ้านเรารึคงไม่ไปเล่นหรอกมันร้อนหนะ แล้วก็เล่นไรมั่งจำไม่ได้แล้วแต่เล่นรถไฟเหาะชวนหวาดเสียวไปทั้งหมด 3 แบบ ชื่อ big one (มันสุด), prism, space coaster (รถไฟเหาะแบบมืดตึ๊ดตื๋อ) แล้วก็รถไฟหวานเย็นดูวิวรอบๆสวนสนุก แล้วก็รถไฟในบ้านผีสิง แล้วก็เล่นล่องแก่งด้วย ตอนแรกไม่อยากจะเล่นหรอกถ้าหนาวแล้วยังต้องเปียกนี่มันทรมานไปป่าว แต่อีเพื่อนจะเล่นอีกแล้ว เล่นอันนี้เสร็จก็ย้อนไปเล่น Crazy duck เหมือนแกรนแคนย่อน ฉันไม่เคยเล่นเลยตั้งแต่มันโฆษณาของ dream world แต่เพื่อนมันว่าของที่นี่ดีกว่า เล่นสองอย่างนี้ก็ไม่เปียกแค่น้ำกระเซ็นนิดหน่อย (ล่องแก่งมันไม่เปียกเพราะมีพลาสติกให้เราถือบังไว้ตอนลงจากยอดหนะ)

ในสวนสนุกมีสวนสัตว์ด้วยนะ มีแมวน้ำพิการอยู่ตัวนึงตัวใหญ่ก็น่ารักดี พยายามจะถ่ายรูปแต่มันไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่มีเด็กคนนึงถือปลาทูตัวกระจึ๋งยื่นไปในบ่อมันถึงอ้าปากก็ดูมีชีวิตชีวาดี ฉันหันไปดูในสายตาถามว่าเอามาจากไหน เด็กก็ชี้ไปที่โต๊ะขายปลา ตัวละ 100 เยน ไงหละไม่ต้องพูดกันแต่เข้าใจกันได้ ฉันไม่เสียเงินไปซื้อหรอกหวังพึ่งน้องแต่น้องมันโยนเร็วไปเพื่อนจับภาพไม่ทัน กล้องเพื่อนก็แย่หวะ เหมือนโฟกัสช้าแถมไอ้ที่สำคัญถ่ายรูปฉันออกมาไม่สวยเลย ยุให้มันขายทิ้งไปดีฝ่า ไม่มีกล้องเองไม่หนุกเลย อยากถ่ายอะไรก็ไม่ได้ จะเกรงใจมันก็เรื่องถ่ายรูปนี่แหละ เราอยากถ่ายนั่นนี่ ยุมันไม่ขึ้นเลยให้ตาย เลยอดถ่ายรูปกับดอกซากุระเลยอ่ะ(หรือเปล่าไม่รู้มันต้นเล็กนิดเดียวแต่ดอกเป็นสีชมพู ถามซาโตะดูมันบอกดอกบ๊วย เซ็ง)

แต่ที่ชอบสุดในสวนสนุกคือนิทรรศการโดราเอมอน พอดีเลย พอดีไปหมดทุกอย่าง คือพิพิธภัณฑ์ปิดวันพุธ งานแสดงโดราเอมอนก็เพิ่งเริ่มไปไม่นาน แต่จะดูงานนี้ต้องเสียเงินเพิ่มนะ ตอนแรกก็คิดก่อนเดินผ่านไป แต่คิดได้ว่าจะบ้ารึ 500 ช่าง(แม่ง)เถอะ น่ารักมากเลย มีฉากต่างๆให้เราถ่ายรูป ฉากในห้องนอนโนบีตะที่โนบีตะกับโดราเอมอนโผล่มาจากลิ้นชัก มีเพื่อนๆคนอื่นด้วยทั้งไจแอนท์ ชิซุกะ ซึเนโอะ ฉาก time machine ฉากเมืองบาดาล แล้วก็มีจอแสดงการผลิตโดราเอมอน รู้ป่าวทำไมแมวมันถึงมีสีเหลือง(เหมือนโดเรมี) ตอนแรกมันเป็นสีน้ำเงินแต่ว่ามาโดนตอกไข่ใส่แล้วไปอบ แต่โดเรมอนเป็นสีเหลืองอยู่แล้ว(ไม่มีหูอยู่ตัวเดียวด้วย)แต่ไข่ที่ตอกใส่ไปเป็นสีน้ำเงิน พออบเสร็จมี QC ด้วยมีพนักงานตรวจสภาพดึงหางให้เปิดสวิตช์ แล้วแมวๆก็อ้าปากให้ตรวจ ขั้นสุดท้ายพนักงานจะชะโงกหน้าเข้าไปในกระเป๋าดูของวิเศษข้างใน ใกล้ทางออกจะมีฉากที่ฉันชอบสุดและเพื่อนถ่ายรูปให้ออกมาดูดีสุด(กล้องโพราลอยด์มันโฟกัสได้ไม่ไกลและการวางภาพต้องเบี้ยวนิดนึงหนะรูปเราถึงจะออกมาตรงกลาง) เป็นฉากที่โดราเอมอนกับโนบีตะนั่งที่ท่อในสนามเด็กเล่น เย้ ฉันก็ได้ไปนั่งกับเค้าด้วย เรากำลังจะออกแล้วนะ แต่เค้ามุงอะไรหว่า ปรากฏเป็นโดราเอมอนอ่ะ(หุ่นแบบที่คนอยู่ข้างใน) ตอนนั้นก็เหมือนเชื่อไปหละมั้งเพราะพยายามจะถ่ายรูปคู่ทั้งที่คนมุงมากเลย

ออกจากสวนสนุกก็เค้าปิดพอดีแหละ ของที่เต็มฝากต้นซื้อยังไม่ได้ซื้อ ช้อปปิ้งอะไรไม่ได้ทำ เพื่อนว่าจะซื้อของก็ต้องยอมอดนอนแหละ ก็ไม่ได้นอนจริงๆเพราะจาก Takarazuka กลับไป umeda ห้าโมงกว่า(เวลาญี่ปุ่น) รู้ว่ารถไฟสายตรงหนะมีรอบ 18.54, 19.32, 19.52 ที่จะกลับไปอย่างไม่กระหืดกระหอบ แต่ก็พลาดรถสองขบวนแรกไปเพราะ ไปร้านซีดี หาอะไรกิน ไปร้าน loft (เจ๋งมีตั้ง 8 ชั้น) ตอนแรกคิดว่าไม่ทันขบวนสามหรอกเดี๋ยวฉันพากลับแบบต่อรถเอาก็ยืนต่อแถวร้าน Okonomiyaki แต่คิวยาวไปขืนกินไอ้นี่มีหวังฉันร้อนใจตายก็เลยกลับไปโรงแรมถึงสถานีหน้าโรงแรมประมาณสองทุ่มครึ่ง ไปซื้อของ 7-11 (ของที่เต็มฝากซื้อ) แล้วก็มานั่งกินข้าวแถวโรงแรม อร่อยดี มีเมนูภาษาไทยด้วยนะ กินข้าวหมูทอด(ทำยังกะบ้านเราไม่มี) สามทุ่มครึ่งแยกย้ายกลับห้อง เก็บกระเป๋า ขนาดของไม่ได้ซื้ออะไรนะเนี่ย ยังเต็ม(มันเต็มไปด้วยเสื้อกันหนาวตั้งแต่มาแล้ว) และก็ไม่ได้นอนตามคาด มานอนในไฟล์ทหลังทำงานเสร็จ(โชคดีที่เค้าจัดพักไม่งั้นตาย แถมฉันยังนอนเกินเวลาเค้าอีกแหนะ ละอายใจถ้าพี่สจ๊วตไม่ปลุกคงนอนไปอีกนาน)

อยากไปญี่ปุ่นอีก สนุก สนุก ชอบ ชอบ เดือนหน้าเมษาอยากให้มีไฟล์ทญี่ปุ่นจังอยากเห็นซากุระจริงๆไม่ใช่ดอกบ๊วย

No comments: