Monday, December 23, 2002

ตีสามยี่สิบนาทีเด้งจากเตียงมาอาบน้ำแต่งตัวเพราะว่าต้องไปบินสี่แลนด์เหมือนวันที่ 9 (เช็คอินตีสี่สิบห้านาทีไปขอนแก่นและภูเก็ต) มันเช้ามากจนลืมปัดมาสคาร่าแต่ปัดที่ต่อขนตาแล้ว ไงหละใครเห็นคงคิดว่ายัยแอร์นี่ขนตาหงอก

วันนี้ฉัน stand by 1 (ตีห้าถึงบ่ายสอง)แต่พี่ OD เค้าโทรมาบอกตั้งแต่เมื่อคืนตอนเกือบสองทุ่มว่าให้ไปบินไฟล์ทนี้มีการระลึกความจำด้วยนะว่าเหมือนที่หนูไปบินเมื่อวันจันทร์ก่อน ถึงไม่เตือนหนูยังจำได้ดีเลยเพราะสี่แลนด์นี้พิเศษทั้งตื่นเช้ามากทั้งเสริฟอาหารตลอดคนเค้าก็เลยลาป่วยกันซะอย่างวันนี้ตัวจริงที่มาตามตารางบินมีแค่ 3 คนอีก 5 คนโดนเรียก stand by ทั้งนั้น

พี่ๆเพื่อนๆในไฟล์ทน่ารักทำงานราบรื่นดีผู้โดยสารก็พอดีพอดี(ร้อยกว่าคน)มีเต็มเฉพาะขากรุงเทพ-ภูเก็ตเท่านั้นตอนทำงานขาสุดท้าย(ภูเก็ต-กรุงเทพ)พวกแอร์จะหลับกันหมดแล้ว ฉันว่ามันเหนื่อยหลายอย่างทั้งตื่นเช้าและขึ้นลงหลายรอบ(take off ,landing)มันเพลียมันปวดหัวตอนนี้ก็เหมือนจะขาสั่นๆแล้วฉันแต่อยากเขียนไดอารี่จังเพราะไม่ได้เขียนหลายวันแล้ว พรุ่งนี้ก็ stand by อีกแต่เป็นเที่ยงถึงสามทุ่มไม่รู้จะโดนเรียกไปไหนอย่าให้ต้องตื่นเช้านักเลยเจ้าค่า

ป.ล มีคนมาขอแอดไอซีคิวเธอมาจากออสเตรียมีความสนใจประเทศไทยถามว่าคุยกันได้ไหม ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหาก็คุยกันนิดหน่อยว่าอายุเท่าไหร่ ทำอะไร แล้วฉันก็ถามว่าสนใจเกี่ยวกับบ้านเราเหรอ เค้าถามว่ามีประชากรกี่คน(โอ้โฮ้เจ๊ไม่รู้หวะ น่าจะเกินหกสิบล้านคนนะ) ถามว่าบ้านเรากินหมากับงูเหมือนเมืองจีนหรือเปล่า(น้อง ไปอ่านมาจากไหนเนี่ย ก็บอกว่ามีบางกลุ่มที่กินหนะ) ถามว่ารสชาติหมาเป็นไง(ไม่เคยกินวุ้ย) แล้วฉันก็ถามไปถึงโมซาร์ตอะไรนั่นแหมเค้ามาจากเมืองศรีวิไลซ์อ่ะนะ แล้วเค้าถามเราว่ามีอะไรอยากรู้เกี่ยวกับบ้านเค้าไหม(เค้ามีคนแค่ 8 ล้านคนเอง) ฉันก็เลยบอกว่าอยากรู้ว่าประเทศที่มันเจริญแล้วมีอะไรไม่ดีบ้างป่าว แต่เค้าไม่ได้ตอบอ่ะเพราะเค้าถามมากกว่า ถามว่าทุกคนได้เรียนหนังสือไหม ถามว่าฉันไปว่ายน้ำไหม มีทะเลป่าว น่าน..เราประชาสัมพันธ์บ้านเมืองเรายังไงหละเนี่ย

# # # # #
วันเสาร์กลับจากภูเก็ตบ่ายสาม ตอนค่ำไปกินข้าวกับเพื่อนๆมช.ที่วังหินไอซ์แลนด์ปาร์ตี้ปีใหม่หนะถึงจะเรียนจบแล้วเราก็ยังมีงานปาร์ตี้ปีใหม่ต่อเนื่องมาตลอด ปาร์ตี้ของเรามีแลกของขวัญด้วยแต่ที่เปลี่ยนไปคือมีงานสองที่ที่เชียงใหม่กับกรุงเทพใครทำงานที่ไหนหรือตอนนั้นอยู่ที่ไหนก็ไปร่วมงานที่นั่นหรือไปมันทั้งสองงานเพราะหยุดสิ้นปีบ้านใครอยู่เชียงใหม่ก็กลับบ้านเชียงใหม่กัน งานที่กรุงเทพคราวนี้เจ๊วรรณคนที่มีของขวัญแปลกๆไม่อยู่เธอไปอยู่เม็กซิโกซะแล้วเลยไม่มีของขวัญฮาๆ ได้เจอได้คุยกันฉันรู้สึกดีแต่ยังเจอกันน้อยครั้งเกินไปเพราะเรามีเรื่องให้อัพเดทกันตรึมคาราโอเกะอะไรไม่ได้ร้องเลยเพราะมีเรื่องให้คุยกันเยอะ คิดดูว่าเจอกันน้อยเกินไปจนบอยแอบไปมีลูกตอนไหนฉันกับเพี่อนบางคนยังไม่รู้เรื่องเลยมาเห็นกันก็วันนี้ลูกมันโตเดินได้แล้วอ่ะ ฉันต้องเสนอ(แกมบังคับ)ให้มีการเจอกันบ่อยกว่านี้หน่อยเพื่อนก็มีอยู่เท่านี้ยิ่งนานมันก็ยิ่งห่างพอห่างซะแล้วทีนี้มันจะหายไปเลยหนะสิ

# # # # #
ไปเพิร์ธครั้งที่สองอากาศอบอุ่นแล้วแฟชั่นที่นั่นเปลี่ยนไปสุดๆครั้งที่ไปตอนหนาวๆก็เสื้อสีดำๆมืดๆไปคราวนี้กระโปรงบานๆบางๆเสื้อสายเดี่ยว กางเกงเอวต่ำแล้วต่ำอีก(ต่ำมาก)เสื้อผ้ามีสีสรร ดูสดใสไปทั้งเมือง ตามห้างและทางเดินย่าน shopping ก็มีการตกแต่งคริสตมาส เห็นการจัดต้นคริสตมาสแบบคุมสีไม่หลากหลายเกินไปฉันว่าสวยดีอย่างที่โรงแรมก็ตกแต่งด้วยลูกบอลสีแดงกับสีทอง ส่วนที่ห้าง david jones ก็แต่งด้วยลูกบอลเล็กๆสีเงินกับสีน้ำเงิน

ไปครั้งนี้มีเสวีเพื่อนห้องเดียวกันไปด้วยก็เหมือนมีพวกไปไหนก็ไม่กลัว ถึงจะไม่เดิน walk tour ตามที่พิมพ์ออกมาแต่ก็มีเสวีพาเที่ยวเพราะเค้าเคยมาเรียน summer เมื่อครั้งยังเด็กแต่ก็เห็นสถานที่ที่อยู่ใน walk tour เช่น สถานีดับเพลิงเก่า, หอระฆัง(Bell tower) Kings park ฉันจำอะไรไม่ได้แล้วหละโพยก็หายไว้ถ้าอัพโหลดรูปเมื่อไหร่จะลิงค์ให้ไปดูกันแล้วเล่าในนั้นประกอบภาพไปเลย(แต่ภาพที่ถ่ายก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ ถ่ายมาไม่ครบ)

No comments: