วันที่ 19 เครื่องออกเดินทางจากกรุงเทพ17.30 แวะการาจีประเทศปากีสถานแล้วถึงจะต่อไปมัสกัต ผู้โดยสารมีน้อยมากประมาณ 140 กว่าแล้วก็ลงที่การาจีบ้างและไม่มีผู้โดยสารเพิ่ม(เครื่องที่ใช้เดินทางคือ A330มี config ใน Y class 267 ที่นั่ง) ไปถึงมัสกัต(ประเทศโอมาน)เวลาตีสองซึ่งถ้าเป็นเวลามัสกัตยังห้าทุ่มอยู่(เวลาช้ากว่าบ้านเรา 3 ชั่วโมงส่วนการาจีเวลาช้ากว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมง) สนามบินบ้านเค้าชื่อ Seeb International ไฟล์ทนี้มีชั่วโมงที่อยู่ค้างที่นั่นเกิน 36 ชั่วโมงเอากระเป๋าใบใหญ่ไปได้ กระเป๋าใหญ่เลยได้ไปเที่ยวต่างประเทศเป็นไฟล์ทแรก ฉันเอาขนม นม เค้กที่ซื้อไปแต่ไม่มีข้าวแช่แข็งแบบคนอื่แต่บางมื้อก็กินมาม่าผัดฝีมือพี่เดียวหรือมาม่าต้มฝีมือออย หรือกินกับข้าวของกัปตัน คิดว่าไปคราวหน้าคงต้องเอาอาหารแช่แข็ง s & p ไปด้วย
ที่มัสกัตพักที่ Sheraton Oman มีสระว่ายน้ำฟิตเนสแต่ไม่เล่นเลยทั้งที่เอาอุปกรณ์ไปพร้อมและที่คิดว่าจะไม่มีอะไรทำสุดๆหอบเกมบอย walkmanและลำโพงไปก็ไม่ได้ใช้เท่าไหร่(คือไม่มีปลั๊กให้เสียบอ่ะสิ)แต่ก็ใช้บ้างแหละเดียวหอบมาเสียเที่ยวไง
ขามาถึงที่พักประมาณตีสามนั่งรถมาไกลเชียวกว่าจะถึงตลอดทางจากสนามบินมาโรงแรมสว่างไสวมาก ถนนหนทางดี มีร้านขายรถเยอะมากส่วนมากเป็นรถญี่ปุ่นที่เห็นในท้องถนนก็พวกฮอนด้า โตโยต้า ถึงโรงแรมรับกุญแจเข้าห้องกว่าจะนอนก็ตีสี่
ตื่นนอนมันรุ่งขึ้น 10 โมงเช้าแต่ก็นอนต่อไปถึง 11 โมงตื่นมากินขนม นม อาบน้ำเตรียมไปเที่ยว Sultan center ตอนบ่ายโมงกับพี่ปี พี่โดนัทจาก BC (business class) และกัปตัน เอ(เพื่อนห้องเดียวกัน ไฟล์ทนี้มีเทรนนีสามคน เอ ออย และฉัน)
รถบัสมารับเราช้ากว่าเวลานัดขึ้นรถไปตกใจสภาพรถเบาะเยินมากเลย คนที่นี่ขับรถเร็วนะสังเกตตั้งแต่ขามาจากสนามบินแล้วต่างจากพวกสิงค์โปร์ญี่ปุ่นที่ถนนโล่งแต่ก็ขับช้า ไปถึง Sultan center ก็นัดรถมารับบ่ายสามโมงครึ่งแต่เค้าบอกว่าต้องไปรับคนอื่นขอมารับบ่ายสาม(เที่ยงบ้านเค้า)ก็โอเคแหละก็เข้าไปซื้อของกัน ห้างมันเป็นแบบคาร์ฟูหนะผลไม้เยอะ น้ำผลไม้เยอะ Tang มีตั้งหลายรสเลย ฉันเจอชั้นแรกก็กรี๊ดแล้วเป็น m&m แบบน่ารักสำหรับเทศกาลคริสตมาสปีใหม่เป็นเม็ดสีขาว มีชอกโกแลตอีกหลายแบบเลย Kiss สีเขียวสีแดง อะไรเงี้ยแต่ค่าเงินมันงงๆไงเพราะฉันไม่รู้อัตราแลกเปลี่ยนเลยไม่รู้ว่ามันถูกหรือแพงกันแน่ เดินเล่นผ่านทุกชั้นเจอซอสไฮนส์สีเขียวซื้อฝากปุ๊กเพราะมันไม่ชอบกินซอสมะเขือเทศเลยแต่เคยบอกว่าอยากได้ซอสมะเขือเทศสีเขียวจะได้สนุกในการกิน(ซอสมะเขือเทศมีประโยชน์นะมีไลโคปีนเยอะกว่ามะเขือเทศสด) เดินเล่นไปอีกเจอ pasta ในซอสมะเขือเทศกระป๋องเป็นพาสต้ารูปโปเกมอน เธอว่าฉันซื้อมั้ย ซื้ออยู่แล้วกี่บาทก็ไม่รู้เจอพี่โดนัทพี่บอกว่าก็คิดประมาณกว่า 1 เรียว(สกุลเงินบ้านเค้า มีหน่ยวสตางค์ด้วยเรียกบิซ่าหรืออะไรเนี่ยตัวย่อ bz)เท่ากับร้อยบาทถ้า 2.50 ก็สองร้อยห้าสิบบาท(แต่ราคาจริงๆประมาณ 1 เรียว 120 บาท) เดินมาถึงชั้นชอกโกแลตโอ้โห้เพียบเลย มี m&m ถุงที่มีแต่สีเขียวแดง m&m แบบมิ้นท์ แบบมินิ แบบกระป๋องอะไรเงี้ยตรึมนะ แต่ก็ไม่ได้ซื้อไปหมดหรอกกินไม่ไหวแล้วก็แพงหนะถุงนึงก็ 2.50 up (ค่าครองชีพแพงนะนั่น) พี่ๆบอกว่ามาที่นี่ก็ซื้อพวกโลชั่นอะไรเนี่ยดีฉันก็ซื้อมาเหมือนกันเป็นวาสลีนแบบที่มี spf 5 แล้วก็มี ratinal ด้วย(กันแก่) ตอนจะจ่ายตังค์กรี๊ดค่า มีไอติม sneaker, mars และ m&m ซื้อมาโดยไม่ได้คิดเพราะจริงๆเค้าห้ามกินในที่สาธารณะเพราะเป็นช่วง Ramadan หนะ(หรือตลอดไปหว่า)เอซื้อไอติมแล้วแกะกินโดนคนมาเตือนเลย กัปตันสูบบุหรี่ก็โดน มันคงจะทำลายจิตใจคนอดอาหารหนะนะ
ซื้อของเสร็จออกมารอรถ ไม่มา รอยังไงก็ไม่มา นั่งคุยกันจนหมดเรื่องจะคุยแล้วรอไปสองชั่วโมงหนะมันถึงจะมา(โทรตามไปสามที) เป็นการค่าเวลาไปเลยแต่ทรมานเพราะหิวทั้งข้าวและน้ำเลยหละกลับไปโรงแรมกินอาหารทันที ตอนค่ำประมาณสามทุ่มสี่ทุ่มออกไปเที่ยวแถว Ruwi ไปกันเก้าคนเป็นแหล่งค้าขายตอนนี้แขกจะคึกคักแล้วเพราะมืดแล้วเค้าทานอาหารได้แล้ว ร้านรวงไฟสว่างไสว พี่เดียวกับปุ๊ก(เพื่อนของเพื่อนที่คณะ)พาไปร้านกางเกงถูกซึ่งก็ถูกมากอ่ะ Gap made in oman ราคา 120 บาทแต่ไม่ได้ซื้อ เค้าก็เลือกกันใหญ่ เดินต่อไปร้านขายพวกถั่วมีลูกอมพวกชอกโกแลตห่อสวยๆเพียบเลย แล้วก็เดินต่อไปซุปเปอร์มาร์เกตซื้อของก่อนกลับโรงแรม ตอนเดินกลับผ่านร้าอาหารที่มีบริการดูดยามันเป็นกลิ่นเหมือนผลไม้เลย มีเหมือนแท่งๆที่จุดยาแล้วก็สายยางยาวออกมาให้ดูดกันกลิ่นชวนมึนมากเลยนะ ถึงโรงแรมเค้าก็เปิดวงเหล้าคาราโอเกะกันฉันอยู่ด้วยถึงตีสามไม่ได้กินเหล้าไม่ร้องเพลงหรอกอยู่เอาบรรยากาศแล้วก็ไปนอน
วันที่ 21 ตื่นมาตอนเที่ยงกินขนมในห้อง นอนเล่นเกม ออกมากินมาม่าใครๆเค้าไปว่ายน้ำกันฉันก็ขี้เกียจ กลับห้องไปนอนฟังเพลง อาบน้ำออกมาหาข้าวเย็นกิน(ประมาณห้าโมงครึ่ง)กินนั่นกินนี่จนอิ่มแล้วก็กลับห้องไปนอนตอนสองทุ่มแต่กว่าจะหลับก็สามทุ่ม
ย่างเข้าวันที่ 22 ตอนเที่ยงคืนสิบห้านาทีก็มี wake up call ตื่นมาแต่งตัวแต่งหน้า(อาบน้ำแล้วก่อนนอน)เก็บข้าวของลงมาเตรียมขึ้นรถ รถออกจากโรงแรมตอนตีหนึ่งสิบห้าไปถึงสนามบินเช็คกระเป๋า เช็ค passport ขึ้นเครื่องเปลี่ยนชุดไทยเตรียมรับผู้โดยสาร(งานไม่ต้องเตรียมมากเพราะเรารับเครื่องต่อจากไฟล์ทที่มาถึงวันนี้ซึ่งคนที่ทำงานมาส่วนใหญ่เค้าจะเตรียมอะไรไว้ให้แล้ว) เครื่องออกเดินทางตอนตีสาม เวลายังงี้เป็นใครเค้าคงนอนฝันหวานกันไปถึงไหนแล้ว
ผู้โดยสารน้อยอีกเช่นกันออกจากมัสกัตแวะการาจีก่อนมีผู้โดยสารลงและชึ้นเพิ่มเติมแต่ก็ยังน้อยอยู่ดีตอนนี้เราต้องรีบเสริฟนิดนึงเพราะตอนนั้นมันตีห้าและเราบินย้อนแสงเดียวสว่างผู้โดยสารอดทานอาหารกันพอดี เสริฟข้าวเสริฟน้ำก็ถึงเวลาพัก IM จัดเป็นสองกะตอน 6.20 ถึง 7.50 และ 7.50 ถึง 9.20 ฉันนอนรอบหลังตอนแรกๆที่อยู่เวรก็ไม่ง่วงหรอกแต่พอเจ็ดโมงจะแย่พอถึงเวลาไปนอนจัดท่านอนไม่เท่าไหร่หลับไปเลยตื่นก็พอดีเวลาและรู้สึกดีขึ้นอย่างมาก 9.30 ออกผ้าร้อนเสริฟน้ำก่อนลง เครื่องถึงกรุงเทพเวลา 10.10 กว่าจะออกมาเอากระเป๋าใหญ่เรียกแท็กซี่ถึงบ้านก็เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว รื้อกระเป๋าลบหน้าลบเล็บแบบไร้วิญญาณ อาบน้ำแล้วนอนตอนบ่ายโมงถึงเกือบหกโมงเย็น ตื่นมาเพื่อจะดูละครเกาหลีตอนเย็นและไว้ค่อยนอนต่อตอนกลางคืน
พรุ่งนี้คิดว่าจะไปเล่นโยคะ(จะตื่นหรือเปลา) แลกตังค์เอาเงินไปจ่ายหนี้และเอากระโปรงไปแก้ให้สั้นขึ้นจะได้จ๊าบไม่ป้าใครๆก็ทักจนเสียเซ้วมากแล้วส่วนตอนนี้จะไปเล่นเกมซะหน่อย
ป.ล เวลาที่กล่างถึงเป็นเวลาประเทศไทยนะจ๊ะ
# # # # # # # # #
KIX II
ไปโอซาก้าคราวนี้เพื่อนในชั้นประหยัดสนุกๆทั้งนั้นเจอเมย์ที่เคยไปภูเก็ตด้วยกันเค้าแลกมากับแอมจะไปเที่ยว universal พี่รัตน์ที่ชอบร้องเพลงตอนทำงาน x(จริงๆจำชื่อเค้าไม่ได้เลวมะเค้าออกจะฮามากเลยแล้วก็ใจดีด้วยต้องไปคิดให้ออกแล้วจะมาบอกจ้า) พี่ดาวแอร์ญี่ปุ่น
ออกเดินทางผู้โดยสารไม่เต็มแต่ถึงเต็มผู้โดยสารญี่ปุ่นก็สงบเรียบร้อยอยู่ทำให้ทำงานสบายๆหนะเผลอแป๊ปเดียวก็ถึงคันไซแล้ว ออกจากเครื่องขึ้นรถราง(หรือรถไฟหว่า)ถึง main terminal รับ shorepass เป็นใบสีส้มให้เอาติดตัวไว้ตอนกลับค่อยคืน แล้วก็เดินไปขึ้นรถโรงแรมตรงที่จอดรถบัส เจอลมเย็นมากวูบแรกอยากกรี๊ดนิดๆหนาวเย็นแค่ uniform jacket หนะเอาไม่อยู่หรอก(จำอุณหภูมิไม่ได้แล้วแต่เราเช็คก่อนไปว่าอุณหภูมิอยู่ในช่วงเจ็ดถึงสิบห้า) ไปถึงโรงแรมรับเงิน(สำคัญ) รับกุญแจห้อง ที่นี่เห็นพี่แอร์ไฟล์ทอื่นเค้ากำลังดูลูกพลับกัน พี่เอ๊กซ์บอกว่าอร่อยมาเลยซื้อมั้ย ซื้อมั้ย ราคาลูกละ 104 เยน ตอนแรกพี่เค้าจะซื้อทั้งกล่อง 42 ลูกฉันยืนคำนวนราคาไม่ลดซักเยนเลยน่าจะลดซักหน่อยแต่ปัญหาไม่ได้เกี่ยวกับราคาหรอกแต่มันหนักมากลูกเดียวก็ใหญ่มากแล้ว พี่เอ๊กซ์ก็บอกว่าอร่อยมากเลยนะแต่ฉันแบกไม่ไว้อ่ะพี่เค้าคิดๆไปก็ไม่ไหวแต่ยังแบกไปตั้ง 30 ส่วนฉันซื้อ 12 ลูก( 1 กล่องเอามาแบ่งกัน รับของวันกลับ) จากนั้นก็นัดกับพี่เอกซ์จะไป 7-11(เหมือนเป็นธรรมเนียมถึงจะอิ่มแล้วแต่ก็อยากไป) เมย์กับแอมก็จะไปด้วย
ขึ้นห้องแปลงร่างหน้าก็ไม่ได้ลบเอาเสื้อยืดสีเทาที่มีหมวกสวมทับด้วยแจ๊คเกตที่ยืมพี่กอล์ฟมาใส่กางเกงยีนส์แล้วก็ออกไปข้างนอก ในโรงแรมมันก็อุ่นๆไม่รู้สึกอะไรแต่พอออกไปเจออากาศเย็น เสื้อที่ใส่ไม่อุ่นพอแถมลมพัดมาขอกรี๊ดอีกรอบ ยืนรอรถไฟให้ผ่านไปเพราะจะข้ามถนน ข้ามมาอีกฝากเจอรถทาโกะยากิคุณลุงนั่งขายท้ายรถมันเหมือนรถตู้เล็กๆหนะแกก็นั่งขายอยู่ในนั้นแต่เราเข้าร้าน 7-11 ก่อนฉันพยายามไม่ซื้อขนมเยอะๆเพราะลังเลเรื่องที่จะไม่พอเพราะต้องขนลูกพลับแล้วก็ไม่อยากเปลืองเงินไม่เข้าท่าแต่ก็ซื้อขนมชื่อ rega มาเพราะเห็นในโฆษณาทีวีที่นี่นั่นแหละ แล้วก็ซื้อน้ำลูกพีชกล่อง 500 ซีซี ลืมตัวไปซื้อโอเด้งอีกทั้งที่จะซื้อทาโกะยากิแต่ว่าคราวนี้โอเด้งมันมีชิกุวะด้วยหนะ ซื้อเกาลัดด้วยนะเป็นถุงสำเร็จรูปเหมือนขนมทั่วไปแหละ แล้วก็ไปซื้อทาโกะยากิ 8 ลูก 200 เยนขึ้นไปกินบนห้อง
เกาลัดเจ๋งดีคิดจะซื้อกลับบ้านแต่พอคิดๆเงินดูแล้วแพงมากเอาเงินมาซื้อเกาลัดที่เค้าคั่วๆในบ้านเราที่ว่าแพงแล้วยังถูกกว่าครึ่งนึงเลย นั่งกินทั้งโอเด้งทั้งทาโกะยากิน้ำลูกพีชกินจนหมดเลยแล้วก็นอนแต่นอนไม่หลับเพราะอากาศร้อนในห้องมันเป็นฮีดเตอร์หนะฉันก็เปิดแบบ min แล้วแต่ดึกๆไปเหมือนมันร้อนขึ้นตื่นมาร้อนโว้ยแล้วคิดแบบโง่ๆว่าหรือต้องปรับเป็น max วะมันจะได้ผสมแอร์ออกมาเยอะๆปรากฎว่าร้อนไปกันใหญ่นอนไม่หลับมาปิดตอนเช้าประมาณหกโมงบ้านเค้า(ก็ตีสี่บ้านเรา) ซึ่งสรุปว่าโง่จริงๆแหละเพราะพี่เอ๊กซ์บอกว่าก็เค้าไม่เปิดเลยไงเอาอากาศจากทางเดินที่รอดมาใต้ประตู โธ่เฟ้ยยยย นอนไม่พอเลยเราแต่ก็ออกไปเที่ยวนะไปเที่ยวคนเดียวนี่แหละพี่เอ๊กซ์ไม่ไป(ชวนเค้าแล้ว)
ออกจากห้องมาเจอพนักงานเป็นคนไทยฉันพูดถึงแอร์ในห้องเค้าบอกว่ามันปรับไม่ได้ทางโรงแรมกลัวหนาวก็เลยปรับเป็นฮีตเตอร์(คราวที่แล้วก็แอร์เย็นนอนไม่หลับเหมือนกัน) แล้วฉันก็ถามถึงเวลาที่ใช้จากสถานีรถไฟหน้าโรงแรมถึง umeda ที่จะไปเล่นชิงช้าสวรรค์เค้าบอกว่านั่งรถไฟประมาณหนึ่งชั่วโมงแต่จริงๆมีรถสายตรงจากสถานีนี้ไปถึงสถานีโอซาก้า(อยู่ใกล้ umeda) ด้วยตอน 10.42 แต่ตอนที่ฉันคุยกับเค้ามัน 10.45 พลาดค่า
เดินไปสถานี hineno ซื้อตั๋วอยากมั่นใจเพื่อไปสถานี tennoji เสียบตั๋วเดินไปยังชานชลาแล้วก็เอ๋อค่ะจะขึ้นรถฝั่งไหนหละจำไม่ได้ซะแล้วเห็นขบวนนึงไม่แน่ใจปล่อยมันไปก่อนแล้วสังเกตการณ์แต่ไม่ไหวอ่ะไปถามๆเค้าดีกว่าไปถามผู้ชายคนนึงเค้าก็ให้คำแนะนำดีนะบอก รถมา 11.07 ส่วนรถสีฟ้าที่เขียนว่า for tennoji อ่ะเป็น local ไม่ใช่เราต้องไปรถด่วน มีรถหน้าตาเหมือนขบวนแรกที่เห็นมาเลยไปถามพนักงานขับรถไฟเค้าดูปรากฎว่าใช่เลยเข้ามาในรถถึงจำได้ จำเบาะจำผ้าคลุมเบาะหนะ ถึงสถานี tennoji รอจะลงเงยไปดูป้ายบอกสถานีพบว่ารถที่ฉันนั่งหนะเป็น JR สายไปสนามบินซึ่งจริงๆมันน่าจะไปถึงสถานีโอซาก้าเหมือนกันแต่ไม่ได้ดูให้ดีตอนซื้อตั๋วคือเคยไปแบบไหนก็ไปแบบนั้นหนะ
จากสถานี tennoji ต้องต่อรถไฟใต้ดินสายสีแดง(midosuji) ฉันก็เดินวนหาเป็นวงกลมเลยไม่เจอไปถามเจ้าหน้าที่ปรากฎว่ามันอยู่หน้าสถานีต้องออกจากตัวสถานี tennoji ก่อน จากนั้นฉันก็เดินไปซื้อตั๋วเพื่อจะไปสถานี umeda มั่วจนขึ้นรถไฟถูกขบวน พอออกจากสถานี umeda งงแตกมันกว้างใหญ่มากเลยแล้วจะหา HEP Five เจอไหมเนี่ย กางแผนที่หมุนไปหมุนมาให้ตำแหน่งตึกเด่นๆเหมือนในแผนที่แล้วลองเดินลุยไปในที่สุดก็เจอเดินผ่านทางที่ดูเหมือนสถานีรถไฟออกมาซึ่งจริงๆคนรู้ทางก็คงไม่ออกจากสถานีตั้งแต่ฝั่งนู่นเหมือนฉันหรอกก็เดินใต้ดินมาเรื่อยๆได้หนะ
ห้าง HEP Five จะมีชิงช้าสวรรค์สีแดงอยู่ที่ชั้นบนสุด ห้างก็ตกแต่งสีแดงประตูทางเข้ามีแบบประตูธรรมดาให้เราผลักเค้าไปได้กลับแบบประตูหมุนอัตโนมัติเป็นแบบกลมๆเหมือนที่ซุปเปอร์แมนใช้แปลงร่างหนะ เข้าไปจะมีพนักงานทักทายสวัสดีฉันก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปจะไปนั่งชิงช้าสวรรค์นี่แหละแต่มาสะดุดกับ Snoopy town ซะก่อนน่ารักหนะ ข้างๆร้านก็มีร้านตัวการ์ตูนอีกเป็นของ sony creatio กับของ Disney น่ารักมากของที่ขายก็ต้อนรับคริสต์มาสในร้านก็เปิดเพลงคริสต์มาส อ๋อที่แถวสถานีรถไฟ umeda ดอกคริสต์มาสก็แดงเต็มไปหมดเลยอากาศเย็นดอกไม้ก็สวยอ่ะนะ
ฉันซื้อของร้าน snoopy นิดหน่อยซื้อถุงเล็กๆสำหรับใส่กล้อง fuji instax แทนถุงโฟมที่มากับกล้องแล้วก็หนังสือเพราะถูกกว่าที่บ้านเราแล้วก็เดินต่อไปยังจุดมุ่งหมายชิงช้าสวรรค์ ค่าตั๋ว 700 เยนซื้อจากเครื่องขายตั๋วพนักงานเค้าแค่มีหน้าที่ต้อนรับเฉยๆ ฉันถามเค้าได้ความว่า 1 รอบใช้เวลา 15 นาที เล่นเสร็จค่อยหาข้าวกิน ฉันนั่งหันหน้าออกดูวิวข้างหน้ารอบๆหน้าต่างจะมีสติกเกอร์ใสๆติดไว้ว่าอาคารอะไรชื่ออะไรฉันพยายามมองหาปราสาทโอซาก้าแต่ไม่เห็นฉันเห็นตึก shin umeda ที่มีสวยลอยฟ้าเปิดให้เข้าชม เห็นร้าน loft ออกจะไกลไปหน่อยคงไม่มีเวลาไปแน่
ลงจากชิงช้าสวรรค์ไปเข้าห้องน้ำเปิดประตูเข้าไปตกกะใจมันเป็นห้องน้ำแบบญี่ปุน(ที่เหมือนรองเท้าแตะอ่ะ)จริงๆเราก็เคยเห็นเคยใช้มาก่อนในรถไฟไงแต่ว่าที่ตกใจนิดหน่อยเพราะมันอยู่ระดับพื้นเลยไม่ได้ยกพื้นขั้นมาเหมือนห้องน้ำบ้านเรา ส่วนห้องน้ำแบบนั่งโถมันเจ๊งหนะ เข้าห้องน้ำก็ออกไปหาอะไรกินมีร้านขายอาหารเยอะเลยไม่รู้จะเข้าร้านไหนดี มีร้านขายพาเฟ่ต์ด้วยน่ากิน(หน้าร้านจะมีของจำลองโชว์) สรุปกินข้าวหมูทอดทงคัสซึราคา 1200 เยนอิ่มมากไม่สามารถกินขนมได้และก็อิ่มไปถึงเย็นเลย(ตอนกินก็บ่ายสองแล้ว)
ออกเดินทางจากสถานี umeda ไป shinsaibashi จะไปเดิน crysta underground shopping หาทางเดินไปยากเย็นเพราะไม่รู้ทางไงจริงๆมันคงเดินต่อจากใต้ดินไปได้เลยแต่ฉันดันออกมาบนดินแล้วหาไม่เจอเดินเข้าเดินออกจนไปถามพนักงานในสถานีรถไฟแล้วก็เจอจนได้แต่ผิดหวังหนะมันเงียบโล่งมากเลยก็เลยออกมาเดินบนดินดูวิวดีกว่าแล้วหาทางเดินต่อจะไป Namba ตอนแรกว่าจะเดินให้ผ่าน America Mura แต่ไม่ผ่านเพราะเดินผ่านทางคู่ขนานที่ถึงก่อน(มีตึก Sony tower อยู่ที่หัวมุม)ถนนสายนั้นแต่มันก็เป็นถนนสายช้อปปิ้งเหมือนกันยาวตลอดแนวเดินดูนั่นนี่ไปเรื่อยๆมีร้าน Tiffany & co. ด้วยนะอยากจะเข้าไปดูจังแต่ก็เปล่าตอนนั้นก็มืดควรจะรีบหาร้าน Biccamera ให้เจอจะได้ซื้อ memory stick กับกล้องที่พี่ปอพี่เก๋ฝากมาซึ่งก็เจอแต่ซื้อได้แค่ memory stick เพราะกล้องที่จะซื้อแพงกว่าบ้านเราสองเท่าเลย(กล้องใช้ฟิล์ม)เดินวนๆนั่นนี่ไปเรื่อย เจอตัว Sonic ยืนเต้นอยู่หน้าร้านเกมถ่ายรูปมาด้วยจริงๆก็อยากถ่ายด้วยแต่ไม่กล้าหนะ ตอนเดินๆมีคนทักสวัสดีด้วยนะฉันก็คิดว่าจะเป็นคนญี่ปุ่นซะอีกดันเป็นแขก โอวววว มาถึงนี้ยังเจอแขกอีกนะว่าแต่หน้าตาเรามันกระเหรี่ยงดูออกเลยเหรอว่าไทยหนะ
จากสถานี Namba นั่งรถไฟไป Tennoji ออกมาเดินเล่นข้างบนดูบรรยากาศคริสตมาสแวะห้างแถวนั้นซื้อข้าวปั้น น้ำผลไม้และกาแฟโอเล่ยี่ห้อ Asahi (กินเบียร์ไม่ได้ขอกินกาแฟยี่ห้อนี่แล้วกัน) ที่สำคัญเค้ก เค้กที่เห็นมาบ่อยๆในทีวีแชมป์เปี้ยนก็ต้องเค้กสตรอเบอรรี่ที่มีสตรอเบอรี่สดและเค้กมองบลังซื้อที่ร้านฟูจิย่าที่สถานีนั่นแหละตอนซื้อคนขายถามถึงเวลาด้วยฉันก็งงนึกว่าซื้อตอนดึกจะลดราคาปรากฎว่าถ้ากลับบ้านใช้เวลานานเค้าจะใส่ dry ice มาด้วยหนะเพราะเค้กพวกนี้มันทำจาก whip cream ไม่เย็นมันจะยุบหนะ แล้วถึงต่อรถกลับโรงแรมเวลาที่กลับก็เป็นเวลาเลิกงานคนกลับบ้านก็ต้องยืนไปแต่เพราะเดินมาทั้งวันเมื่อยขาไปโม้ดดดดด กว่าจะได้นั่งก็ใกล้ๆถึงโรงแรมแล้วหละ
กลับถึงโรงแรมประมาณทุ่มครึ่ง(เวลาญี่ปุ่น)ไปเอาลูกพลับที่พี่เอ๊กซ์แล้วก็จัดกระเป๋าแล้วก็นอนเอาแรงก่อนประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ตื่นมาทำงานกลับบ้านจ้าไม่ค่อยง่วงทรมานเหมือนครั้งแรกเท่าไหร่ อยากไปอีกจังเลย
ป.ล ดูรูปประกอบได้ที่ KIX II
No comments:
Post a Comment