เมื่อวานบินไปค้างปีนังเห็นว่าเป็นวันที่ 11 เดือน 9 ก็คิดว่าจะมีอะไรให้กลัวหรือเปล่าว้า..เราก็ไม่รู้หรอกว่าประเทศนี้(มาเลเซีย)จะมีเอี่ยวอะไรหรือเปล่าแต่ก็ดูน่ากลัวกว่าที่จะได้ไปไฟล์ทพวกปากีหละน้า
ผู้โดยสารส่วนมากเป็นคนจีน(ทำไมเป็นคนจีนหละนึกว่าจะแขกๆ)และแขก(ท่าทางเหมือนไปทำงานใส่เสื้อยืดเหมือนกันเป็นกลุ่มเลย)มีคนไทยบ้างนิดหน่อย ตอนรับผู้โดยสารโหวกเหวกน่าดูเพราะคนจีนแกมาเป็นหมู่คณะหรือไรไม่ทราบจะนั่งใกล้กันแต่ boarding pass มันคนละเรื่องเลย(ยังสงสัยว่าเค้าเช็คอินไม่พร้อมกันหรือยังไงหรือคนที่เคาท์เตอร์เบลอๆมีคู่นึงคุณลุงคุณป้าดูเหมือนสามีภรรยากันแต่ได้ที่นั่ง 52 K กับ 53A คนละฝั่งคนละแถวกันเล้ย) แต่ก็ดีเค้าก็ตกลงกันเองได้แลกกันชุลมุนไปหมด
อีตอนตื่นเต้นแบบ 911 หรือเปล่าก็คือท่านผู้โดยสารแขกที่นั่งใกล้ประตู 3R พี่แกเปิดประตูเครื่องเฉย !!! ตายแล้วพี่แกคิดอะไรอยู่พี่แหม่มที่ประจำประตูตกกะใจหมดเลย พี่ตู่ที่อยู่ประตู 3L กับฉันบอกว่าตั้งแต่บินมาไม่เคยมีเหตุการณ์ยังงี้เลย นั่นดิเรารึตอนเป็นผู้โดยสารแทบไม่เคยกระดิกกระเดี้ยเล้ยกลัวไปหมด ดีนะว่าเปิดตอนยังไม่ได้ arm ประตู(ติดสไลด์กับ floor fitting) ถ้าประตูเปิดสไลด์ก้างรับรองอีกนานกว่าจะได้ออกเดินทาง
ขาไปอากาศไม่ดีตอนไต่ระดับมีอาการกระดอนดึ๋งๆแบบรถยนต์ผ่านหลังเต่าด้วยหละ(ข้างนอกเมฆมาก)เสริฟ์อาหารเครื่องดื่มหัวฟูเพราะมีออกรถ drink ด้วย(แต่ปกติที่กำหนดไว้จะเป็นจัดน้ำใส่ถาด)ไฟลท์ไทม์สั้นขอบริการมี choice ให้เลือกก็เสียเวลาตอนที่ผู้โดยสารตัดสินใจนี่แหละ เครื่องลงเก็บของออกไปขึ้นรถไปโรงแรม
พักที่โรงแรม Equatorial อยู่บนเขาโรงแรมดูใหญ่โตดีไปถึงก็ดึกแล้วสี่ทุ่มกว่าบ้านเค้า(เวลามาเลเซียเร็วกว่าเราหนึ่งชั่วโมง)เก็บอะไรกินในห้อง(มีขนมปังติดกระเป๋าไปกับอาหารที่เอามาจากเครื่อง)แล้วก็นอนประมาณเที่ยงคืนตอนตีสองยังมีหน้าตื่นมาอีกนะอยู่ดีๆก็ตื่นลืมตาขึ้นมาเฉยๆงั้นแหละ มองดูรอบๆห้องอีกทีเราอยู่ที่ไหนหว่าเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วก็นอนต่อตีห้าสิบห้านาฬิกาปลุกตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเก็บกระเป๋าออกไปรอขึ้นรถไปสนามบิน
เครื่องดีเลย์เพราะมีผู้โดยสารโดนจับกระเป๋าไม่ใช่ว่ามีของผิดกฎหมายหรอกแต่ว่าขนาดกระเป๋าใหญ่เกินไปพอเขาทั้งหลาย(โดนไปหลายคนแขกล้วนๆ)ขึ้นเครื่องมา...โอ้กระเป๋าใหญ่จริงๆหนักด้วย ฉันว่าจริงๆเราเอาของจำเป็นๆของมีค่าขึ้นมาก็พอพวกกระเป๋าใหญ่โหลดไปเถอะเพราะเอาขึ้นมาก็ลำบากเราไหนจะถืออย่างลำบากยกขึ้น-ลง Bin อย่างลำบากแล้วดีไม่ดีอันตรายกับเราอีกต่างหากเกิด turbulance bin เปิดกระเป๋าตก ใบใหญ่ๆตกลงมาใส่หละก็ไม่อะไรก็อะไรซักอย่างละน้า ถ้าไม่แน่ใจว่ากระเป๋าใหญ่ไปหรือเปล่าแล้วๆ gate หรือเคาท์เตอร์เช็คอินมีที่วัดขนาดกระเป๋าเดินทางที่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้ แต่ก็ไม่รู้จะจำกัดความยังไงเหมือนกันฉันว่าคงจะวัดกันที่น้ำหนักด้วยแหละเพราะบางที่กระเป๋าใหญ่แต่เบาหรือกระเป๋าเล็กแต่หนักมาก ไม่รู้ว่าน้ำหนักกระเป๋าผู้โดยสารที่เอาขึ้นเครื่องมาเท่ากับของลูกเรือหรือเปล่าเพราะที่กำหนดไว้มันคือเจ็ดกิโลกรัมจ้า
กลับถึงบ้านยังไม่ง่วง(จริงๆถ้านอนก็คงหลับ)เลยมาเขียนไดอารี่ก่อน พรุ่งนี้หยุดหนึ่งวันวันเสาร์เป็น standby อยากจะบนว่าขอให้ไม่โดนเรียกแต่วันหยุดหนะโดนแหงๆตอนนี้จะไปอ่านการ์ตูนที่เช่ามาก่อนเผื่อไปคืนเย็นนี้จะได้เปลี่ยนเรื่องใหม่อ่านต่อไป
ป.ล เป้เพื่อน trainee จากห้อง 1 ใช้ปากกา monblac ของแท้!!!! (ตอนแรกดูไม่เป็น..ต้องดูว่ามี serial number ค่ะ) ฉันหละสงสัยทำไมอ่ะแพงนะแพง มันดียังไงเหรอตัวเอง น้อต(จากห้องหนึ่งเหมือนกัน)บอกว่าเหมือนเบนซ์กับโตโยต้าอ่ะ โอเคเลยเพื่อน
No comments:
Post a Comment