ฉันคงเริ่มจะชินกันการอยู่ในอากาศนานๆแล้วหละมั้งเพราะกลับมาแล้วไม่สิ้นสติสลบไสลเหมือนแรกๆ วันนี้ไฟล์ทเด็ดด้วยหละก็เลยอยากจะบันทึกไว้ซะหน่อย ไฟล์ท 313/314 BKK- CCU v.v (ไป-กลับ กรุงเทพ – โกลกัลตา อินเดีย) ไฟล์ทที่ร่ำลือว่าเหนื่อยม้ากมาก
เริ่มจากการไปเช็คอินตอน 9:40 (เวลาเครื่องออกคือ 11:40 แต่ต้องเช็คอินก่อนบิน 2 ชม.) ฉันไปถึงตั้งแต่แปดโมงนิดหน่อยเจอพี่บิ๊กที่เคยไปบินด้วยกันถามว่าทำไมมาเร็วจัง ฉันคงเพราะalertหนะสิกลัวมาเลท(พอบอกเบอร์ไฟล์ท พี่บอกว่าทำไมเจอเราทีไหนไฟล์ทโหดๆทุกที..นั่นไง confirm ความโหดอีกคนแล้วมะ)มาถึงเร็วก็ดีมีเวลากินข้าว ทำใจ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย(ใครหละชอบห้องน้ำในเครื่องแถมไฟล์ทนี้แขกนะจ๊ะนาย) แต่ยังไม่เอา schedule เดือนหน้าเก็บไว้ให้ตื่นเต้นตอนบินกลับมาค่อยไปเอา
ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเซ็นชื่อที่ SV กะแล้วเชียวว่าวันนี้ต้องเจอพี่หม่อง(ฉันเคยโดนพี่เค้าติเรื่อง appearance แบบว่ากินข้าวแล้วลิปสติกหลุดไม่ได้เติมก่อนจะไปเซ็นชื่อ โดนซะแล้วก็เรื่องติดกิ๊บ) เห็นพี่เค้ากำลังคุยๆฉันเซ็นชื่อเสร็จคิดว่าย่องหนีดีกว่าก่อนจะโดนอะไรเข้าอีก(แต่วันนี้ก็ทาปากเด้งนะคะขอโบวก) ออกมาห่างจากโต๊ะเซ็นชื่อแล้วเชียวพี่เค้าเห็นพอดีเลยเรียกให้กลับไปคุยด้วยแต่คราวนี้พี่เค้าชมนะว่าดูดีขึ้น อิอิอุอุ เทคนิคปากเด้งมันเวิร์ค....
ไฟล์ทนี้มี trainee 3 คนฉันกับสจ๊วต 2 คนโจ้กับต้อม ฉันอยู่ครัวหลังไฟล์ทนี้ใช้เครื่อง A330 ครัวหลังกว้างขวางดี ชอบ ชอบ (สังเกตุง่ายๆว่าเป็น A330 คือ Airbus ที่มีห้องน้ำอยู่ตรงกลางของชั้น economyข้างละ 2 ห้องแล้วก็ข้างหลังก็มีอีกข้างละห้อง ถ้าเป็น A300 ห้องน้ำอยู่ท้ายเครื่อง) แล้วก็ไม่โดน evaluate ด้วยเพราะ IM อยู่ข้างหน้า พอเริ่ม board สิ่งที่ได้ยินมาว่าผู้โดยสารจะขอมาก ขอทุกอย่าง ก็เห็นว่าจะเป็นจริงเพราะขอน้ำกันตรึม มาขอถึงครัวเลยแล้วก็ขอตามๆกัน บางคนระบุด้วยนะว่าขอ juice ตอนแรกก็เสิรฟทีละ 3 แก้วใส่ small silver tray(มันใส่ได้แค่นั้น) ไปๆมาๆเอาถาดใหญ่ออกไป serveกันเลยดีก่า พอเครื่องขึ้นถึงตอนที่บริการจริงๆ ฉันมีหน้าที่ประจำรถ drink แถมรถ drink ข้างหลังเป็นแบบรถ sport คือเป็นแบบ half-cart เดินคนเดียวทำ drink ไม่ทันเลยหละ ผู้โดยสารขอไม่เกรงใจกันเล้ย บางคนก็ขอทีเดียว 3 อย่างพอเสริฟเสร็จพี่กก็ขอเพิ่มอีกอย่าง ต้องบอกว่ารอก่อนนะก็ผู้โดยสารคนอื่นเค้ายังไม่ได้ซักกะ drink เลยนี่นา ตอนก่อน landเคลียร์ของในครัวท่านผู้โดยสารก็ตามไปขออีก เค้าจะขอทุกอย่าง อย่างนึงไม่มีก็จะขออย่างอื่นต่อๆไปจนกว่าจะมีอะไรซักอย่างขนาดนั้นเลย พอ land ที่ CCU พี่โต๊ะ puser นี่โชคดีนะเนี่ยไฟล์ทนี้ถือว่าผู้โดยสารดีขอน้อย(ตรงไหนเนี่ย ?? แล้วถ้ามากจะเป็นไงเนี่ย)
ตอนเขากลับก็เหมือนเดิมแต่มากกว่าพี่โต๊ะว่าขาไปเป็นระดับ(การขอแบบ)อนุบาล ส่วนขากลับเป็นระดับประถม เพราะขอหนักทุกอย่างหมดค่ะ เบียร์ น้ำอัดลม วิสกี้ ปากกา ไพ่ หวี แถมมีการข่มขวัญกันด้วยคือผู้โดยสารผู้หญิงคนนึงขึ้นเครื่องมาเค้าขอ letter to president เลย โอ้...น่ากลัว แถมนั่งทางซีกที่ฉันทำงานซะด้วยแล้วคุณพี่เค้าก็เอาจริงเพราะตอนที่ disembarkที่กรุงเทพ เค้าส่งจดหมายที่ปิดผนึกให้พี่อวน แล้วพี่อวนส่งมาให้ฉันบอกว่าจากผู้โดยสารของฉัน ง้า...อยากจะแอบอ่านจริงๆคุณพี่เขาเขียนอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย เขียนถึงเราป่าวเนี่ย(อยากรู้เว้ยแต่ก็ส่งให้ purser) ง้า..ไม่โดน evaluate แต่โดน letter to president เลยนะ ฮือ..ฉันเปิดเบียร์กระฉูดโดนผู้ชายที่นั่งข้างคุณพี่เค้าตั้งสองทีแหนะ...เฮือก
พอมาถึงกรุงเทพมานั่งรถกลับ crew center คิดๆไปก็หัวเราะกับโจ้ มันวุ่นไปโม้ดขอกันมากจนจะเม้งแตกแต่คิดแล้วก็ตลกดี มันเป็นการวัดความอดทนและการสะกดอารมณ์เลยหละ พี่โต๊ะบอกว่าระดับการขอหนะมันมีมัธยมด้วยพวกไฟล์ทเดลี บอมเบย์ นั่นเลยเดือนหน้าฉันมีบินบอมเบย์จ้า แต่ก็มีไปโอซาก้าด้วย(สุดยอด) แล้วก็มีไฟล์ท combo ที่ค้างเชียงใหม่กับสิงค์โปร เย้กลับบ้านอีกแล้ว
เริ่มปวดหัวแล้วแต่จะดู x-files ก่อนพรุ่งนี้หยุดจะไปออกกำลังกายเสริมสร้างพลังให้แขนซะหน่อยจะได้มีแรงลากรถกับถือของหนักๆ(ถาดอาหาร,กาชา-กาแฟ เป็นต้น)
ป.ล midnight sale เซ็นทรัลจะไปซื้อยาทาเล็บ หนอยแหนะพี่โต๊ะบอกว่าสียาทาเล็บเราดูถูกๆ(ก็ถูกจริงง่ะ 123 บาท :P) พี่เค้าบอกว่ามันสีแดงธรรมดาไม่เห็นมีมุกๆเลยทำไมไม่ใช้ mac(แพงอ่ะสิพี่) ทำเราเสีย self ออกจะแดงแปร้นถูกตามกฎเลยนะเนี่ย ยังตอกย้ำเราอีกนะว่ามันธรรมดาแบบเปรียบเหมือนรถสีธรรมดากับสีลูไซท์ ฮือ..
No comments:
Post a Comment